ร้องศาลปค.ระงับผลเลือกตั้ง รุมถล่มกกต.เละ นักศึกษา9สถาบันออกโรง

ร้องศาลปค.ระงับผลเลือกตั้ง รุมถล่มกกต.เละ นักศึกษา9สถาบันออกโรง

ร้องศาลปค.ระงับผลเลือกตั้ง รุมถล่มกกต.เละ นักศึกษา9สถาบันออกโรง

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ร้องศาลปค.ระงับผลเลือกตั้ง รุมถล่มกกต.เละ นักศึกษา9สถาบันออกโรง รอพิสูจน์บาร์โค้ดให้ชัด สารพัดนักร้องร่วมวง

นิสิต นักศึกษา 9 สถาบัน ยื่นฟ้องกกต.ต่อศาลปกครอง ปมทำบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ขอคุ้มครองให้ระงับประกาศผลเลือกตั้งก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้แน่ชัด เต้” สารพัดนักร้องผสมโรงกินโต๊ะ เท้ง” เรียกร้องเปิดรายชื่อ กปน.หวั่นโยงนักการเมือง ขณะที่สนธิญาชี้กกต.ทำถูกแล้วยุเอาคืนพวกใส่ร้าย

เมื่อวันที่ 16 กพ. กลุ่ม We Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์ร่วมแสดงจุดยืนและเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้แสดวงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งเพราะการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต.ปรากฏข้อผิดพลาด ความผิดปกติ และปัญหาจำนวนมาก ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในวงกว้าง นำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และสะท้อนถึง วิกฤตความเชื่อมั่นต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน ประเด็นที่ขัดต่อหลักการสำคัญในการจัดการเลือกตั้งความโปร่งใส กระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ในครั้งนี้ ส่อให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง และก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

เต้บุกร้องผู้ตรวจการส่งศาลรธน.

ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ แถลงว่าจะไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในกรณีที่กกต.มีการติดบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งทั้งบัญชีรายชื่อและเขตซึ่งสามารถตรวจสอบจากต้นขั้วได้ว่า บัตรเลือกตั้งใบนี้เป็นของใครและลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเป็นการขาดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจเสนอต่อศาลปกครอง หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยพลัน ซึ่งนำเอกสารหลักฐานในการเลือกตั้งปี 69 ที่พบปัญหาหลายอย่างทั้ง บัตรเขียวเกินกว่าบัตรชมพู คะแนนลงบันทึกสวนทางกับคะแนนที่ติดอยู่หน้าบอร์ด และคะแนนที่ลงบันทึกไม่ตรงกับคะแนนระบบออนไลน์

เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้มีอะไรที่ไม่สมบูรณ์หลายอย่าง มีการไม่สั่งให้นับคะแนนใหม่ในบางหน่วย และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย แม้จะเป็นอำนาจของ กกต.ก็จริง แต่กรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ได้ชี้แจง ว่าหากจะเช็ครหัสที่อยู่บนบัตรลงคะแนนกับต้นขั้วได้ แต่กกต.ก็ปิดเป็นความลับก็ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับนั้น คงไม่ใช่ เพราะคำว่าลับไม่ว่าใครก็ตามแม้ว่าจะตรวจสอบในภายหลังก็จะไม่รู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2549 ที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะเห็นว่าภาคประชาชน มีหน่วยงาน มีพรรคการเมือง มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และไม่เป็นความลับ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสังคม ขนาดนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน คงไม่ช้าและสิ้นสุดการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าสิ้นสุดที่ศาล ถ้าศาลตัดสินเป็นไปด้วยหลักนิติรัฐนิติธรรม บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวาย ถ้าศาลตัดสินสวนกระแส กับประชาชนที่เห็นไปตามข้อเท็จจริง ตนมองว่าศาลก็จะอยู่ไม่ได้

สนธิญาเชื่อกกต.ทำถูกแล้ว

ด้านนายสนธิญา สวัสดี เคลื่อนไหวทางการเมืองได้เดินทางมายื่นเรื่องต่อกกต. ระบุว่าสนับสนุนการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกัน การมีบัตรผี การทุจริต และไม่สามารถนำบัตรออกมาเพื่อที่จะสแกนหาบุคคล ชื่อ บุคคลที่ลงคะแนนได้ในจำนวนมาก ที่บุคคลธรรมดาพึงกระทำได้ และประเด็นการนำเรื่องหน่วยเลือกตั้งปทุมธานี เข้ามาเสนอข่าว สุดท้ายมีการแก้ไขแล้ว รวมทั้งมีการซูมภาพเข้าไปถึงบุคคลที่กาหมายเลขเลือกตั้งอยู่ นอกจากนี้ เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พรป.การเลือกตั้ง สส. กฎข้อบังคับ และคำสั่งอย่างเคร่งครัด และดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ใส่ร้ายด้วยความเท็จอย่างเด็ดขาดต่อไป

“ซึ่ง กกต.ก็จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต.ไว้ด้วย และเห็นว่าเมื่อภาคประชาชนให้ข้อมูลกับประชาชนเรื่องหนึ่งเรื่องใดกกต.ก็จำเป็นที่จะต้องมีการให้ข้อมูลกับประชาชนได้ด้วย เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของประชาชน”นายสนธิญา ระบุ

ยื่นฟ้องศาลระงับผลเลือกตั้ง

ช่วงบ่าย วันเดียวกัน ที่ศาลปกครอง ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง รามคำแหง และศรีนครินทรวิโรฒ นำโดย นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่ากกต.จัดการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีรหัส บาร์โค๊ดซึ่งสามารถระบุหรือย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ เป็นการละเมิดหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ

โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และสั่งห้ามให้ กกต. และ เลขาธิการ กกต. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำระบบรหัสคิวอาร์โค้ด หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะในการระบุหรือเชื่อมโยงถึงตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้จัดทำบัตรเลือกตั้ง หรือใช้ในกระบวนลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งต่อๆ ไป โดยขอให้ศาลพิจารณาคดีนี้โดยเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน

นอกจากนี้ เครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบัน ยังขอให้ศาลสั่งให้ กกต.ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยาหากมีการรับรองผลไปก่อน

เท้งจี้กกต.เปิดชื่อ กปน.

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนเชื่อมั่น ในความสุจริตของคนส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่า กปน.ทุกหน่วยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก้อนการเมือง คือ การเปิดเผยชื่อ กปน.ทั่วทั้งประเทศ เพราะปกติก็เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และต้องมีลายเซ็น กปน.กำกับหน้าหน่วย จึงไม่ใช่ข้อมูลที่มีชั้นความลับแต่อย่างใด กกต.เป็นคนเดียวในประเทศนี้ที่ถือชื่อ กปน.แสนหน่วยทั่วทั้งประเทศ ดังนั้น ถ้าอยากให้เกิดความโปร่งใส กกต.ต้องเปิดรายชื่อ กปน. หากย้อนหลังไปหลายปีจะได้เห็นว่ามีรายชื่อต่างจากปีก่อน ๆ หรือไม่ ซึ่งจะทำให้สังคมคลายความสงสัยไปได้มากยิ่งขึ้น”

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ขอสนับสนุนการใช้สิทธิตามกฎหมายของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพราะการตรวจสอบคือหัวใจของหลักนิติธรรม หากการเลือกตั้งทำให้ประชาชนรู้สึกว่าความลับของการลงคะแนนอาจถูกกระทบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งและต่อระบอบประชาธิปไตย

สมชัยตามฟัดไม่ปล่อย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีวิธีมากมาย ที่ป้องกันการพิมพ์บัตรเกิน และเป็นเครื่องมือในการติดตามเส้นทางบัตร กกต. กล่าวอ้างว่า bar code ในบัตรเลือกตั้งนั้น ใช้เพื่อควบคุมจำนวนการผลิต ไม่ให้มีบัตรที่พิมพ์เกิน นำไปสู่ปัญหาบัตรผี บัตรเขย่ง และหากเจอบัตรจริงรั่วไหลภายนอก ก็สามารถตรวจกลับได้ว่า มาจากจังหวัดใด เขตใดหรือ หน่วยเลือกตั้งใด

จริงๆ แล้ว มีวิธีการมากมายที่สามารถใช้ แทนที่การพิมพ์ bar code ที่ตรงกับตัวเลขบัตรที่ต้นขั้ว

1.หากอยากจะมี bar code หรือ QR code ใจจะขาด เพราะกลัวบัตรดูไม่ทันสมัย ก็ต้องกำหนดให้สิ่งนั้น เมื่อ scan กลับจะได้เพียงข้อมูล batch การผลิต lot การจัดส่ง หรือ carton บัตร หรือไปไกลสุดคือ เลขเล่ม ไม่ใช่ ไปถึงเลขบัตรแต่ละใบ 2.ใช้รหัสตัวเลข 8 หลักควบคุมโดยตรง เฉพาะบัตรส่วนล่าง ไม่ต้องเชื่อมต่อกับส่วนต้นขั้ว คุณก็สามารถควบคุมจำนวนการผลิต ป้องกันการพิมพ์เกิน บัตรผี บัตรเขย่ง ได้แล้ว 3.กรณีเพื่อประโยชน์ในการขนส่ง หรือ logistic เช่น การส่งจากโรงพิมพ์ ไปยังเขต หรือจากเขตไปยังหน่วยเลือกตั้ง ต้องพิมพ์ bar code ที่กล่องแต่ละกล่อง เขาส่งเป็นกล่อง ไม่มีใครบ้า ใช้ bar code ที่บัตร เพื่อส่งบัตรทีละใบ

Bar code ที่เชื่อมตรงกับบัตรแต่ละใบได้ จึงไม่ใช่วิธีที่เกิดประโยชน์ ในการป้องกันพิมพ์บัตรเกิน หรือเพื่อการควบคุมการขนส่ง

Bar code ในบัตรชมพู จึงไม่ใช่สุดยอดนวัตกรรมในการป้องกันการโกง ในทางตรงข้าม การมี Bar code ที่สแกนปั๊บ เลขบัตรที่ต้นขั้วขึ้นปุ๊บ คือ เทคนิคที่เอื้อการโกงที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2569 จะบังเอิญ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ตั้งใจ ไม่อาจรู้ได้.

ม.รังสิตร้องเลือกตั้งใหม่

เพจRangsit University Student Union เผยแพร่แถลงการณ์สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต เรื่อง ขอเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับผลคะแนนการเลือกตั้งปี 2569 ใหม่ เนื้อหาระบุ สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต ขอแสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ

สืบเนื่องจากภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปได้ปรากฏข้อร้องเรียนและข้อกังวลจากประชาชนในหลายพื้นที่เกี่ยวกับความผิดปกติของผลคะแนนการเลือกตั้ง อันก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อความสุจริต เที่ยงธรรม และความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการเลือกตั้ง

ด้วยเหตุนี้ สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะสโมสรนักศึกษาที่ตระหนักถึงความสำคัญของหลักการประชาธิปไตย ความโปร่งใส และความเป็นธรรม จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นของสาธารณชน และเพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายในสังคม

สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าว จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความชัดเจน ลดข้อกังขา และส่งเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการประชาธิปไตย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม อย่างไรก็ตาม เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่างโดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุนที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้”

นายภูมิธรรม เวชยชัย

แกนนำพรรคเพื่อไทย

ไร้เงื่อนไขร่วมรบ.-ไม่ยึดติดก.เกษตรฯ ‘กล้าธรรม’ถอย! ไผ่ ลิกค์’ต่อสาย‘ไชยชนก’

ไร้เงื่อนไขร่วมรบ.-ไม่ยึดติดก.เกษตรฯ ‘กล้าธรรม’ถอย! ไผ่ ลิกค์’ต่อสาย‘ไชยชนก’

ไร้เงื่อนไขร่วมรบ.-ไม่ยึดติดก.เกษตรฯ ‘กล้าธรรม’ถอย! ไผ่ ลิกค์’ต่อสาย‘ไชยชนก’

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ไร้เงื่อนไขร่วมรบ.-ไม่ยึดติดก.เกษตรฯ ‘กล้าธรรม’ถอย! ไผ่ ลิกค์’ต่อสาย‘ไชยชนก’ อ้างเพื่อผลประโยชน์ปชช. รอลุ้น‘ธรรมนัส’คุย‘อนุทิน’ ‘หนู’ยังไม่เขี่ยกธ.ฝ่ายค้าน

ไผ่ ลิกค์” ต่อสาย ไชยชนก” แจ้ง กล้าธรรม” ไร้ข้อต่อรอง-ไม่มีเงื่อนไขร่วมรัฐบาลขอเก้าอี้เกษตรฯ คาด 17 กุมภาพันธ์นี้ ธรรมนัสมีโอกาสคุย อนุทิน” ส่วนพูดคุยทางการ2พรรค รอความชัดเจนก่อน ด้านธรรมนัสยืนยันยังไม่คุยชัดเจนรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาลกับภท.ต้องรอกกต.รับรองผลเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่น่าห่วงเป็นห่วง เปิดเบื้องลึกวงประชุมภท.ว่าที่สส.ส่งสัญญาณอึดอัด หากร่วมรัฐบาลกธ.หวั่นลามกระทบถึงอนุทินถูกยื่นตีความคุณสมบัติปมตั้งรมต.เคลือบแคลง-มีข้อกังขา สยบข่าวดีลพท.ตกลง5เก้าอี้ แค่เข้าพบแสดงความยินดี-หนุนเสี่ยหนูเป็นนายกฯย้ำขอกำกับกระทรวงความมั่นคง-เศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 16กุมภาพันธ์2569 รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.)แจ้งว่ากรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 13ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นเพียงการขอเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อพรรคภูมิใจไทย และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงร่วมรัฐบาลตามที่มีกระแสข่าวว่า เพื่อไทยเสนอ 5กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจากต้องรอหารือกับพรรคการเมืองตามลำดับ และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป ทั้งนี้ วันดังกล่าวแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งกับแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยมีความประสงค์จะกำกับกระทรวงด้านความมั่นคง รวมถึงกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพตามนโยบายที่ประกาศต่อประชาชน

ภท.ยังเปิดกว้างหารือจัดตั้งรัฐบาล

ด้านแหล่งข่าวในการจัดตั้งรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังเปิดโอกาสให้ทุกพรรคเข้ามาร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ส่วนการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพูดคุยหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการ ดังนั้น กระแสข่าวว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะนั่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พร้อมกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ที่เร็วเกินไป รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลและสัดส่วนรัฐมนตรีต่างๆ จะพิจารณาหลังจากลงมติสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร

ปธ.สภา-รองคนที่1เป็นของภท.

แหล่งข่าวฯกล่าวด้วยว่า สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นด่านแรกหลังเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก กรณีมีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ยังไม่มีข้อยุติ แม้ยอมรับว่า นายโสภณ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะมีความเก๋าเกมทางการเมือง เป็น สส.มานาน และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้ว แต่ภายในพรรคยังมี สส.คนอื่นที่มีความสามารถ ทั้ง สส.หลายคน ที่มีประสบการณ์ รวมถึง สส. ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ในสภาฯมาหลายสมัย ยังเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสม รวมทั้งตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่1ก็จะเป็นโควต้าพรรคด้วย โดยคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดต่อไป

สส.อึดอัดผวายื่นถอดหนูตั้งรมต.สีเทา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 193 คน เมื่อวันที่ 12ก.พ.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ได้แจ้งสถานการณ์ว่า จะทยอยเชิญพรรคการเมืองต่างๆ ที่ได้คะแนนตามลำดับจากมากไปน้อย โดยจะเชิญพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ แต่จะไม่เชิญพรรคประชาชน เนื่องจากแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยที่ประชุมมีว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนแสดงความอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะเกรงว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี หากมีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลหรือแกนนำของพรรคกล้าธรรมที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลงทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่สังคมยังคงกังขา

พรรคเล็กโผล่หนุนภท.อีก3เสียง

เวลา11.00น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ว่าที่สส.จากพรรคการเมืองขนาดเล็ก จำนวน2 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อชาติไทย ได้ว่าที่สส.2คน คือนายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย และนายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย และพรรคมิติใหม่ ได้ว่าที่สส.1 คนคือ นายปรีชา ไข่แก้ว ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคมิติใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อแสดงเจตจำนงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอชื่อเป็นบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายพงษ์ฐวัฒน์ กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อชาติไทย ไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น และพร้อมสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่งผลให้ขณะนี้ พรรคภูมิใจไทยได้รวบรวมและ ประกาศ อย่างเป็นทางการ รวมทั้งสิ้น 278 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคเล็ก จำนวน 6 พรรค ๆ ละ 1 เสียง รวม 6 เสียง คือ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่

ยันเนวินไม่เกี่ยวเรื่องจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล หลังมีกระแสข่าวว่า จะไม่เชิญพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วมรัฐบาล นายไชยชนก ในฐานะเลขาฯภูมิใจไทย ที่ได้รับมอบหมายให้ประสานงานเพื่อหารือในการจัดตั้งรัฐบาล กล่าวว่า เราได้แสดงเจตจำนงไปตั้งแต่ต้นว่า จะคุยกับทุกพรรคตามลำดับ แล้วแต่ว่าใครที่แสดงเจตจำนงว่าจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังไม่มีการประสานงานมาจากพรรคกล้าธรรม ส่วนที่ปรากฏชื่อ นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย เตรียมพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมนั้น นายเนวิน เกี่ยวอะไร เพราะนายอนุทิน ได้ประกาศไปแล้วว่า จะพูดคุยกับทุกพรรค ประกอบกับต้องรอยืนยันการประกาศผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)อย่างเป็นทางการก่อน ก็เป็นไปตามที่ได้แถลงก่อนหน้านี้ว่าขณะนีัมีพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็ก ที่เข้ามาแสดงเจตจำนง

พร้อมเจรจาทุกพรรคที่ติดต่อเข้ามา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะดึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้ามาร่วมรัฐบาลแทนพรรคกล้าธรรม นายไชยชนก กล่าวว่า สุดท้ายแล้วต้องรอผลการเลือกตั้ง เพราะโจทย์คือต้องตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดอยู่แล้วตามสถานการณ์บ้านเมือง แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคว่าจะแสดงเจตจำนง และตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน

เมื่อถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความจำเป็นจะต้องอยู่กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องดูการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ดูสมการ การพูดคุยและข้อเสนอกับทุกพรรค ไม่ว่าจะจับมือกับใคร ก็ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลเรื่องความมั่นคง เพราะในช่วงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่มี 70 เสียง เราสามารถต่อสู้ยืนหยัดและปกป้องด้านความมั่นคงอธิปไตย และปัญหาอื่นที่รุมเร้าประเทศได้ แต่วันนี้เราเป็นพรรคที่มีเกือบ 200เสียง จุดยืนเรายังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะจับมือกับใครก็ยืนหยัดที่จะทำเพื่อประเทศชาติเหมือนเดิม ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เชิญใครมาร่วมรัฐบาล แต่ได้ประกาศไปว่า พร้อมที่จะพูดคุยกับทุกพรรคที่มีเจตนาจะเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีพรรคที่แถลงไปเป็นผู้ติดต่อมา

ยังไม่แบ่งเก้าอี้รมต.-รอหารือกธ.

เมื่อถามย้ำว่า เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ติดต่อมาเองใช่หรือไม่ นายไชยนก กล่าวว่า เป็นการประสานงานมา เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ขณะนี้มีการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับพรรคเพื่อไทยแล้ว เช่น กระทรวงเกษตรฯ หรือกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายไชยชนก กล่าวว่า ยืนยันว่า ยังไม่มีการแบ่งกระทรวงจนกว่าจะมีการยืนยันผลการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคภูมิใจไทยจะยังคุยกับพรรคกล้าธรรม จนกว่าพรรคกล้าธรรม จะติดต่อ มาเองใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เป็นเช่นเดียวกันกับทุกพรรค

จับตาเนวินคุยธรรมนัสคายกษ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน2ที่ประกาศตัวสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย ได้รวบรวมและประกาศอย่างเป็นทางการ รวมทั้งสิ้น 276เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193เสียง พรรคเพื่อไทย 74เสียง พรรคเศรษฐกิจ3เสียง พรรคเล็ก จำนวน6พรรคๆ ละ1เสียง รวม 6 เสียง คือ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชนและพรรคมิติใหม่ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ 5เสียง ถึงแม้ว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์หนุน นายอนุทิน เช่นเดียวกัน โดยอยู่ ระหว่างเจรจา ตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่ง 5เสียง ขออยู่กระทรวงเดิมคือ กระทรวงแรงงาน ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ

ยังไม่แน่โสภณนั่งประธานสภา

รายงานข่าวแจ้งว่า การประกาศตัวพรรคการเมืองสนับสนุน โดยสัปดาห์นี้ พรรคภูมิใจไทย จะทาบทามพรรคการเมืองที่ได้เสียงลำดับ3 คือ พรรคกล้าธรรม 58เสียง โดยจะขอกระทรวงเกษตรฯกลับมา เพื่อให้มาทำเรื่องสินค้าเกษตรฯ ควบคู่กับกระทรวง พาณิชย์ ซึ่งต้องดูการเจรจา ระหว่าง นายเนวินชิดชอบ และร.อ.ธรรมนัส ว่า จะออกมาในรูปแบบใด เพราะหากไม่ยินยอมตามข้อเสนอขอคืนกระทรวงเกษตรฯก็จะเจรจาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มี สส.22เสียง เป็นพรรคลำดับ4และส่งผลให้พรรคกล้าธรรมไปเป็น ฝ่ายค้านกับพรรคประชาชน(ปชน.) นอกจากนี้ จะประกาศตัวพรรคเล็กที่จะมาสนับสนุน นายอนุทิน เป็น ระยะๆด้วย สำหรับตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีกระแสข่าวว่า จะเป็น นายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาและยังมีอีกหลายคนที่มีความเหมาะสม จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชนเท่านั้น เพราะขณะนี้การนับคะแนน สส.ยังไม่เรียบร้อยอย่างเป็นทางการ

จับตาผู้กองถกอนุทิน’17ก.พ.นี้

นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ว่าที่สส.กำแพงเพชร เปิดเผยถึงความชัดเจนในการสนับสนุนพรรค ภท.จัดตั้งรัฐบาลว่า วันเดียวกันนี้ตนได้โทรศัพท์พูดคุยประสานกับ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภท.เรียบร้อยแล้ว โดยพรรคกธ.ไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขใดๆทางการเมืองทั้งสิ้นตามที่เป็นข่าว เช่น เรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพรรคกธ.ยึดผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญและคาดการณ์ว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 17ก.พ.ทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.จะได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ทั้งนี้ ในส่วนของการเปิดตัวพูดคุยกันอย่างเป็นทางการระหว่างพรรค ภท.และพรรคกธ.รอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

สั่งพรรคประชุมกก.บห.19ก.พ.นี้

แหล่งข่าวจากพรรคกล้าธรรม รายงานว่า ล่าสุด ร้อยเอกธรรมนัส ได้สั่งการให้เปิดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งแรกในวันที่ 19 ก.พ.69 หลังจากผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุ ว่า ก่อนหน้านี้ ร้อยเอกธรรมนัส เคยให้สัมภาษณ์ว่า จะเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ แต่อาจจะต้องเลื่อนกำหนดการออกไปหรือไม่ เพื่อกำหนดท่าทีของพรรคฯ และหาข้อสรุปการเจราจาเข้าร่วมรัฐบาลให้มีความชัดเจนก่อน

ธรรมนัสยันไม่คุยรายละเอียดตั้งรบ.

ขณะที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ปฎิเสธถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ขณะนี้มีการเจรจาร่วมรัฐบาลกัน แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรมเก็บตัวเงียบทั้งวันหรือไม่ โดยระบุว่า ตนไม่ได้เก็บตัวและยังประจำการอยู่ที่ตั้ง ยืนยันว่า การเจรจายังไม่ได้ลงรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการและไม่ได้ต่อรองอะไรทั้งนั้น ซึ่งตามหลักการแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนจากกกต.ว่า จะเซ็นรับรองผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือมีการนับคะแนนเกิน95%หรือยัง ถึงจะมีการพูดคุยเจรจาในรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาล ส่วนกรณีที่พรรคอื่นๆรวมถึงพรรคเพื่อไทย เข้าแสดงเจตจำนงในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นการแสดงความยินดีและแสดงเจตจำนงในการสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯเพียงแต่พรรคกล้าธรรมยังไม่ได้ดำเนินการส่วนนี้ จุดยืนยังคงประจำการอยู่ที่ตั้งและตนเป็นคนที่ไม่เคยออกหน้าไปสู่ขอ หรือออกตัวขอเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลก่อน ส่วนใหญ่มอบหมายให้หัวหน้าพรรค หรือเลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการทุกครั้ง ขณะนี้ตนได้พูดคุยภายในพรรคแล้วว่า ต้องรอความชัดเจนผลการเลือกตั้งก่อนและตามมารยาททางการเมืองต้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด เป็นผู้ดำเนินการนัดเจรจา

ปัดจองเกษตรฯ-อย่าโยงไปถึงเนวิน

ส่วนกรณีมีการปล่อยข่าวว่า พรรคกล้าธรรมอยากได้กระทรวงเกษตรฯไว้บริหารเองหรือไม่ หากได้ร่วมรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยันว่า การเป็นนักการเมือง จะไปยึดกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ เป็นไปไม่ได้ และไม่มีการผูกขาดในการบริหารกระทรวงต่างๆ มองว่า การจัดสรรและการเจรจาอยู่ที่พรรคแกนนำ ไม่ใช่ตนจะอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการผิดมารยาททางการเมือง ย้ำว่าการเจรจาเป็นเรื่องสำคัญและขอให้ติดตามความชัดเจนจากคณะผู้บริหารพรรคกล้าธรรมเท่านั้น ส่วนทิศทางของพรรคการเมืองขนาดเล็ก มีเพียงการพูดคุยว่า หากพรรคกล้าธรรม เดินไปทางใดก็จะขอร่วมอุดมการณ์ด้วยเท่านั้นเอง ส่วนสไตล์การทำการเมืองของ ร้อยเอกธรรมนัส ยังยืนยันว่า ไม่เคยทำใครก่อน และขณะนี้ยังไม่มีเรื่องบาดหมางใจอะไรกัน ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องมีการสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ใช่การฮั้วเลือกตั้งหรือหลบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งส่วนกระแสข่าวว่าตนมีเรื่องบาดหมางกับ นายเนวิน ชิดชอบ ไม่เป็นความจริง เพราะนายเนวิน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองและไม่ควรดึงบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในการหารือ เพราะอาจจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ปัดนั่งฝ่ายค้าน-รอกกต.ชัดเจนก่อน

นอกจากนี้ ประเด็นที่พรรคประชาชน เชิญชวน พรรคกล้าธรรม มาร่วมตรวจสอบในการเป็นฝ่ายค้าน ร้อยเอก ธรรมนัส ย้ำว่า อย่าพึ่งคิดไกลไปกว่านั้น ขอให้รอความชัดเจน จาก กกต.ก่อน เพราะไม่รู้สถานการณ์จะออกมาในรูปแบบใด และผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะมีคนร้องเรียนความไม่โปร่งใสในหลายประเด็น และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล และปัจจุบันมีนักวิชาการหลายท่าน โทรมาสอบถามในกรณีนี้ ซึ่งตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่หาก สำนักงานอัยการสูงสุด ชี้ ว่า กกต. ทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา85 จริงๆ ย้ำว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว และน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หากความผิดเกิดจริงและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่พรรคกล้าธรรมก็มีความพร้อมและมั่นใจว่า คะแนนเสียงจะเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม ส่วนกรณีสื่อมวลชน มีการนำเสนอข่าวว่าพรรคการเมืองต่างๆจะได้ประจำกระทรวงนั้น กระทรวงนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้ ข้าราชการกระทรวงทำงานลำบากมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้การดำเนินงานที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนติดขัด

หนูปัดข่าวผลัก กธ.เป็นฝ่ายค้าน

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าไม่ดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลให้ไปเป็นฝ่ายค้าน ว่า“ไม่จริง”

เมื่อถามต่อว่า นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม(กธ.) คาดการณ์ว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.จะพูดคุยกับนายกฯในวันที่ 17 ก.พ.นี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องคุยกับทุกพรรคอยู่แล้ว

เท้งยินดีร่วมทำงานกับกล้าธรรม

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาล ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่กำลังบีบพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้คืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่เช่นนั้นจะถูกผลักให้เป็นฝ่ายค้าน ว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีปัญหาการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดที่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลและไม่ได้นำมาเป็นเงื่อนไขว่า จะทำงานได้หรือไม่ได้กับพรรคการเมืองอื่น ยืนยันว่า สามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะพรรคการเมืองฝ่ายค้านต้องมีจุดยืนในการตรวจสอบรัฐบาล สุดท้ายเชื่อว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านสามารถทำงานร่วมกันได้ ผ่านกลไกวิปฝ่ายค้าน

อดีตบิ๊ก ศรภ. วิเคราะห์ 3 เหตุผลหลัก ทำไมหลายประเทศพยายามทวง ระบอบกษัตริย์ กลับมาอีกครั้ง

อดีตบิ๊ก ศรภ. วิเคราะห์ 3 เหตุผลหลัก ทำไมหลายประเทศพยายามทวง ระบอบกษัตริย์ กลับมาอีกครั้ง

อดีตบิ๊ก ศรภ. วิเคราะห์ 3 เหตุผลหลัก ทำไมหลายประเทศพยายามทวง ระบอบกษัตริย์ กลับมาอีกครั้ง

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.56 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มี กษัตริย์ ไว้ทำไม 

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ประเทศเยอรมนีได้มีการประชุมจัดความมั่นคงมิวนิกครั้งที่ 62 ซึ่งได้จัดขึ้นระหว่าวันที่ 13-16 ก.พ. 69  โดยทางเยอรมนีได้มีการเชิญเจ้าชายปาห์ลาวี อดีตมงกุฏราชกุมารอิหร่าน เข้าร่วมประชุมด้วย  

ระหว่างการประชุมครั้งนี้  ปรากฏการชุมนุมใหญ่ของชาวอิหร่านที่พักอาศัยอยู่ในเยอรมนีและประเทศต่างๆในยุโรป  ที่กรุงมิวนิค  เพื่อเรียกร้องให้เจ้าชายอิหร่าน กลับไปปกครองประเทศ อีกครั้งหนึ่ง มีผู้เข้าร่วมชุมนุมสนับสนุน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เกือบ 3 แสนคน สร้างความตื่นตลึงให้กับชาวเยอรมัน เป็นอย่างมาก  และการจัดชุมนุมครั้งนี้แน่นอนว่า น่ามีเบื้องหลัง มาจากการทำงานของ CIA  เนื่องจากเห็นว่า มีชาวอิหร่าน ลี้ภัยมาอยู่ที่เยอรมนี และประเทศใกล้เคียงเยอะมาก นอกจากนี้ เห็นได้จาก หนึ่งในผู้ขึ้นร่วมปราศรัย เป็นถึง สว. จากพรรครีพับลิกัน ของสหรัฐฯ   ซึ่งได้กล่าวโจมตีผู้นำอิหร่านในปัจจุบันอย่างรุนแรง  การชุมนุมครั้งนี้ ในครั้งแรกผู้คาดการณ์ มีการคาดว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุม ไม่น่าจะเกิน 5 พันคน   ซึ่งก็ถือว่ามากพอสำหรับจัดม็อบในลักษณะนี้ขึ้นแล้ว

เมื่อมีการชุมนุมขึ้น ปรากฏว่า ประชากรของเยอรมนี ได้ออกมาสนับสนุน เจ้าชายอิหร่าน วัย 65 ปี กันมากมาย ร่วม 3 แสนคน (ตามการประเมินของตำรวจเยอรมัน) จึงเป็นเรื่องที่เกินคาดจากทางการเยอรมันเอง และคงแปลกใจมาก ว่าทำไมคนเยอรมันออกมาชุมนุมกันมากมายถึงขนาดนี้ 

 หลายประเทศในยุโรปเคยมีระบอบกษัตริย์ มาก่อน รวมถึงเยอรมนีด้วย แต่ล่มสลายไปเพราะ ระบอบสังคมนิยม  ประชาชนก็พยายามทวงคืนกลับมา ได้บ้างไม่ได้บ้าง เช่น ฝรั่งเศส ก็มีการปกครองสลับกันไปมาระหว่างระบอบกษัตริย์ กับ ประธานาธิบดี ประมาณ 4 -5 ครั้ง (จำไม่ได้แน่นอนครับ) อังกฤษก็เช่นกัน แต่ประชาชน กับ รัฐบาลอังกฤษ ช่วยกันท้วงระบอบกษัตริย์คืนกลับมาจนได้ ฯลฯ 

ในปัจจุบัน ประชาชน และ รัฐบาล ในหลายประเทศพยายามจะทวงคืน ระบอบสถาบันฯ ให้กลับมา ด้วยผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน เช่น     

1. ระบอบกษัตริย์ ทำให้ประเทศสามารถรักษาขนบธรรมเนียบประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆไว้ได้  ทำให้ประเทศนั้นๆ มีรากเหง้า  ไม่ป่าเถื่อน และยังดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย    

2.ระบอบกษัตริย์  ยังทำให้เกิดการถ่วงอำนาจกับ รัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องคิดมากหน่อย ในการตัดสินใจเรื่องที่ดี หรือไม่ดี ไม่เช่นนั้น อาจจะเกิดเรื่องราวของผู้นำประเทศแบบ ทรั้มป์, เซเลนสกี้, เนทันยาฮู ฯลฯ ขึ้นมาได้อีกเต็มโลกยุ่งตายเลย นี่เป็นจุดอ่อนสำคัญ ของประเทศประชาธิปไตยที่ไม่มีระบอบสถาบันฯคอยถ่วงดุลย์ไว้   

3. ทางกัมพูชา แม้กษัตริย์จะถูกกีดกันออกจากกิจการทางการเมือง และจากประชาชน แต่ฮุนเซนก็ยังต้องเกรงใจกษัตริย์กัมพูชาอยู่บ้าง ด้วยบารมีของฮุนเซนยังไงก็ไม่สามารถเสมอพระองค์ท่านได้  จึงยังต้องอาศัยกษัตริย์กัมพูชา ในการเข้าหาประชาชน โดยขอให้ไปปลอบประโลมใจชาวกัมพูชา อยู่เป็นระยะๆ แม้จะไม่มากเหมือนเดิม ก็ตาม

คนไทยเกือบทั้งประเทศ ไม่เคยมีความคิดที่เป็นอื่นในเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์  ยังรักและเคารพอยู่เหมือนเดิม ยาวนานมาตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มมีการบันทึกประวัติศาสตร์ จนเป็นตัวอย่างแพร่กระจายไปทั่วโลก   “ทฤษฎีเทศกิจพอเพียง ” ถูกสหประชาชาตินำไปขยายให้เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตของประชาชน มากกว่า 80 ประเทศ 

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสรีภาพมากกว่าทุกชาติในโลกนี้ โดยไม่ต้องมีกฏหมายทางด้านความมั่นคง คอยจับผิดประชาชนเหมือนที่ ประเทศมหาอำนาจต่างๆทำกัน  ซึ่งคนไทยก็อยู่กันมาได้สบายๆ แม้จะมีความขัดแย้งของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆเกิดขึ้น แต่ในที่สุดก็สลายหมดไป  นั้นเป็นเพราะเหตุผลเรื่องเดียว คือ  คนไทยเราทุกคน  มีสถาบันพระมหากษัตรย์ คอยค้ำจุน เป็นปราการที่มั่นคง ในการสลายพายุรุนแรงที่พุ่งชนวิถีชีวิตของคนไทย ทั้งที่เกิดภายในประเทศ และ ภายนอกประเทศ ทำให้คนไทยยิ้มง่าย   ให้อภัยกันง่ายๆ  และไม่ผูกความแค้นข้ามชาติแบบในหนังจีนครับ    

บุญของคนไทย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข  ของประเทศ   ไม่ว่าเราจะมีรัฐบาลแบบไหน  คนไทยก็ยังยิ้มสู้ได้ครับ แต่คราวนี้อาจจะมีรัฐบาลที่ดูดีกว่าทุกครั้ง ก็ได้ ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปคร

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ หม่อมปลื้ม วิเคราะห์ปมสแกนบัตรเลือกตั้ง

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ หม่อมปลื้ม วิเคราะห์ปมสแกนบัตรเลือกตั้ง

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ หม่อมปลื้ม วิเคราะห์ปมสแกนบัตรเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.11 น.

กลายเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ตี๋ นพ อินฟลูเอนเซอร์สายการเมืองชื่อดัง ได้แชร์คลิปวิดีโอของ หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ คุณปลื้ม ที่ออกมาวิเคราะห์เจาะลึกเรื่องระบบความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งแบบจัดหนักจัดเต็ม

โดยภายในวิดีโอคลิปนั้น คุณปลื้ม พูดว่า “การเลือกตั้ง มันเป็นช่องทางเดียวในการต่อสู้ซึ่งเหลืออยู่ ถึงแม้ว่าเจอเรื่องความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ นานา แต่ว่าทำให้เป็นโมฆะ อันผิดสปิริต และข้อที่สอง ข้อเท็จจริงที่สำคัญ ไอ้บาร์โค้ดหรือ คิวอาร์ หรือรันนิ่งนัมเบอร์ พวกนี้ ผมไม่ได้มองว่า มันมีไว้เพื่อความปลอดภัย แล้วผมก็ไม่ได้มองว่ามีไว้เพื่อแทร็กกิง ผมมองว่ามันมีไว้ให้เห็นว่าบัตรนี้มันเป็นบัตรของ กกต. ซึ่งสั่งทำมา แล้วก็ไม่ใช่ที่อื่นข้างนอก ที่ทำมาแล้วเอามาใช้เป็นบัตรผี ก็คือว่า ถ้ามันจะมีบัตรผีประเภท โผล่เข้ามา หนึ่งหมื่น สองหมื่น ต่อเขต แล้วก็มาช่วยให้ใครคนใดคนหนึ่งชนะ มายัดไรแบบนี้

ตี๋ นพ

สมมติว่ามีบัตรเขย่ง สมมติที่ว่า สส.เขต มีบัตรเยอะกว่า สส.บัญชีรายชื่ออะไรแบบนั้น สมมติว่ามีการยัดเข้ามา หรือแม้กระทั่งยัดทั้งเขตแล้วก็บัญชีรายชื่อยัดทั้งชมพูและเขียวอะไรแบบนี้ มันก็จะมาโดยไม่มีรันนิ่งนัมเบอร์แล้วก็ไม่มีคิวอาร์โค้ด ก็คือไปปริ้นกันมาเองอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมมองว่าเขามีให้เห็นว่ามันเป็นออฟฟิเชียล มันเป็นของ กกต. แล้วก็ รันนิ่งนัมเบอร์กลับมาที่เล่มไหน หน่วยใดอะไรแบบนี้

แล้วถ้าคุณสามารถควานหาต้นขั้วได้ แล้วเสร็จแล้วคุณดันมาสแกนคิวอาร์โค้ดบนตัวบัตร แล้วถ้าคุณแมตช์เลขรันนิ่งนัมเบอร์กับต้นขั้วได้ คุณก็จะทราบว่า คนคนนั้น ซึ่งชื่ออยู่ในต้นขั้ว เลือกพรรคการเมืองใด และเลือกแคนดิเดตคนไหน อันนั้นใช่

ตี๋ นพ

แต่ว่าโอกาสที่คุณจะไปควานหาต้นขั้ว น่าจะเป็นหนึ่งในแสนหรือหนึ่งในล้านมั้ง ผมไม่ต้องการดีเฟนด์ กกต. แต่ว่าในเฉพาะประเด็นนี้ แล้วผมไม่ได้ตั้งใจที่จะต้องทำเป็นเหมือนเป็นกลาง เพราะว่าสิ่งสุดท้ายผมชอบเกี่ยวกับประเทศนี้ คือ องค์กรอิสระ ผมชอบแทบจะทุกอย่าง แต่ผมไม่ชอบ องค์กรอิสระ แต่ว่าถ้าผมแฟร์อินัฟ แล้วต้องเลือกว่าจะเก็บองค์กรอิสระไหนไว้”

หลังจากคลิปที่ ตี๋ นพ แชร์มาทำเอาบรรดาชาวเน็ตก็ตบเท้าเข้ามาแสดงความเห็นกันเพียบ เช่น

“ยังคิดไม่ออกเลยว่า จะเอาไปทำอะไรได้ กลัวหัวคะแนจะมาทวงเงินคืน ถามจริง ๆ มันกล้าทวงจริง ๆ หรือ”

จนถึงตอนนี้แล้ว ยังไม่เห็นมีใครสืบจากบาร์โค้ดสำเร็จสักรายเดียวเลยเนี่ย รอชมอยู่ เห็นออกมาอธิบายเทคนิคกันโครมคราม  แสดงว่า ยังเป็นความลับอยู่ …..อ่อออ ลืมไป แอร์เสีย ไม่มีที่ทำงาน”

“คือคนพยายามหาวิธีจับผิดนี่มันต้องงี่เง้าด้วยนะบางทีอะ”

“ทำได้ครับ เหมือนไฮเปอร์ลูป เหมือนรถไฟความเร็วสูงจากแผน2แผ่นA4”

“ระบบปาร์ตี้ลิสต์ต้องซื้อเสียงให้เปลืองทำไม”

“กว่าจะเจอว่าใคร ถามจริงมึงขยันขนาดนั้นเลยเหรอกว่าจะเจอแต่ละคนเนี่ย”

ตี๋ นพ
ตี๋ นพ

ทั้งนี้ ม่อมปลื้ม หรือ คุณปลื้ม มีชื่อจริงว่า หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล เป็นพิธีกร ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และอดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2519 เป็นบุตรของหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล 

ตี๋ นพ
ตี๋ นพ

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Tee Nop, หม่อมปลิ้ม

อนุทิน เดินสายมูสักการะ ‘ตราแผ่นดิน-หลวงปู่ดำ’เสริมอำนาจบารมี

อนุทิน เดินสายมูสักการะ ‘ตราแผ่นดิน-หลวงปู่ดำ’เสริมอำนาจบารมี

อนุทิน เดินสายมูสักการะ ‘ตราแผ่นดิน-หลวงปู่ดำ’เสริมอำนาจบารมี

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.26 น.

’อนุทิน‘เดินสายมูสักการะ ‘ตราแผ่นดิน’ที่สน.ราชวัง เสริมอำนาจบารมี  ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ ที่อาคาร Saint Louis-Marie Memorial Building โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นนายอนุทิน ได้เดินทางไปที่ สน.พระราชวัง เพื่อสักการะตราแผ่นดินและ หลวงปู่ดำ  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ความเป็นชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะตราแผ่นดินที่สถานีตำรวจนครบาล พระราชวัง หรือ สน.พระราชวัง  จากนั้น นายอนุทินได้สักการะรูปหล่อเหมือนหลวงปู่ศิลาฯ บริเวณหลัง สน.พระราชวังด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่ได้มาสักการะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับตราแผ่นดิน ถือเป็นการเสริมพลังอำนาจ เสริมบารมี และขอพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน รวมถึงการปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตรายต่างๆ ความเชื่อเหล่านี้ได้สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และยังคงเป็นที่ยึดมั่นของผู้คนจำนวนมาก

ยุทธพร กาง 3 มิติ อนุทิน ส่งสารถึงประชาชน เทียบเท่า ประกาศชัยชนะ

ยุทธพร กาง 3 มิติ อนุทิน ส่งสารถึงประชาชน เทียบเท่า ประกาศชัยชนะ

ยุทธพร กาง 3 มิติ อนุทิน ส่งสารถึงประชาชน เทียบเท่า ประกาศชัยชนะ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

16 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวให้ความเห็นต่อการสื่อสารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เปิดเผยแนวทางบริหารประเทศว่า เนื้อหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงการขอบคุณคะแนนเสียง แต่มีลักษณะเป็น “คำประกาศชัยชนะ” (Declaration of Victory) และเป็นการแสดงเจตจำนงจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจน พร้อมวาง “พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์” ของประเทศในระยะถัดไป

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าต่อว่า ข้อความดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอำนาจทางการเมือง และการปรับกระบวนทัศน์การบริหารประเทศ โดยสามารถวิเคราะห์ได้ 3 มิติหลัก 1. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแบบชาตินิยม
ประเด็นที่ชัดที่สุดคือการประกาศจุดยืนด้านความมั่นคงที่แข็งกร้าวมากขึ้น ทั้งแนวคิดสร้างกำแพงความมั่นคงและการปิดด่านชายแดน สะท้อนแนวคิดความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญต่ออธิปไตยเหนือดินแดน ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าชายแดนและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการประกาศยกเลิก MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย–กัมพูชา ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวด้านการทูตและพลังงาน สะท้อนแนวคิด “Resource Nationalism” หรือการปกป้องทรัพยากรชาติ และอาจหมายถึงการเจรจาใหม่ด้วยท่าทีที่แข็งขึ้น อย่างไรก็ตาม การกล่าวถึงบทบาทของสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แสดงให้เห็นความพยายามสร้างสมดุล เพราะเป็นบุคลากรสายการทูตมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศบนเวทีโลก ไม่ใช่การปิดประเทศ

ยุทธพร

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวต่อว่า 2.โมเดลเศรษฐกิจแบบผสมการเมือง–เทคโนแครต รศ.ดร.ยุทธพร เห็นว่า การเปิดชื่อทีมเศรษฐกิจ เช่น อนุทิน เอกนิติ ศุภจี และสีหศักดิ์ เป็นการส่งสัญญาณสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต่อภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนรูปแบบบริหารที่ผสมผสานนักการเมืองกับผู้เชี่ยวชาญ นัยสำคัญคือรัฐบาลต้องการยืนยันว่า การบริหารเศรษฐกิจจะไม่อิงประชานิยมเพียงอย่างเดียว แต่มีมืออาชีพเข้ากำกับโครงสร้างภาษี การลงทุน และภาคท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ พร้อมทั้งวิพากษ์ว่าเศรษฐกิจไทยติดอยู่ในภาวะซบเซามานาน จึงมีโจทย์สำคัญคือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และ3.วาทศิลป์และภาวะผู้นำทางการเมือง

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ภาษาที่ใช้มีความเด็ดขาด เช่น การเร่งดำเนินการทันที สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวจากสถานะ “พรรคตัวแปร” สู่ “แกนนำหลัก” อย่างเต็มตัว พร้อมสร้างสัญญาประชาคมทางการเมือง โดยยืนยันจะทำตามนโยบายหาเสียง อย่างไรก็ตาม ความผูกพันทางการเมืองดังกล่าวมีความเสี่ยง หากดำเนินการไม่ได้จริง โดยเฉพาะนโยบายใหญ่ เช่น กำแพงชายแดน หรือ MOU 44 อาจกลายเป็นจุดโจมตีทางการเมืองในอนาคต

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวด้วยว่า ไทยกำลังเข้าสู่ทิศทางใหม่ ได้แก่ นโยบายต่างประเทศเชิงรุก การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรัฐร่วมมือมืออาชีพ และการให้ความสำคัญความมั่นคงเป็นอันดับแรก แต่ต้องระวัง ต้นทุนทางการทูตและงบประมาณ ของนโยบายความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องบริหารแรงเสียดทานระหว่างประเทศ และจัดหาแหล่งงบประมาณโดยไม่กระทบการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul

ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน

ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน

ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.10 น.

‘อนุทิน’ปัดกระแสข่าวผลัก‘กล้าธรรม’ไปเป็นฝ่ายค้าน  บอกไม่จริง ย้ำคุยทุกพรรค

เมื่อเวลา 16.15 น.วันที่ 16 ก.พ. 69 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าไม่ดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลให้ไปเป็นฝ่ายค้าน ว่า ไม่จริง 

เมื่อถามต่อว่า นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม(กธ.) คาดการณ์ว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.จะพูดคุยกับนายกฯในวันที่ 17 ก.พ.นี้ นายอนุทิน กล่าวว่า  ก็ต้องคุยกับทุกพรรคอยู่แล้ว

โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ

โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ

โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.04 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงกลางเมืองตักศิลา เมื่อวานนี้ (15 ก.พ. 2569) บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ออกมามีบทบาทต่อสถานการณ์การเลือกตั้ง โดย บอย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ ว่า “เรียกร้อง! ให้สถาบันการศึกษาของมหาสารคาม แสดงจุดยืนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความศรัทธาของปวงชน”

บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ

และในเวลาต่อมาเจ้าตัวยังได้คอมเมนต์ภาพกราฟิกที่มีรายชื่อสถาบันการศึกษาต่าง ๆ พร้อมข้อความ “ยืนหยัดข้างความโปร่งใส” และระบุเพิ่มเติม ว่า “มองหามหาสารคามบ้านเราไม่เจอ”

บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ

ก่อนที่ในเวลาต่อมา โจ มณฑานี อดีตดีเจและนักเขียนชื่อดัง จะเข้าไปคอมเมนต์ตอกกลับแบบเจ็บแสบพร้อมแนบภาพผลคะแนนว่า “จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ? คุณแพ้เขาเกือบ 9 พันคะแนนเน่อ”

Jo Montanee

โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม เมื่อชาวมหาสารคามและผู้ติดตามของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น  บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ หรือ โจ มณฑานี เข้าไปแสดงความเห็นอย่างเผ็ดร้อน เช่น

“ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน อัตลักษณ์ มหาลัยชื่อดังจ.มหาสารคาม แต่เงียบกริบดีครับ 555”

“อีก7เสียงเบอร์1ขอร่วมด้วยครับ(เหตุไม่ชอบความอยุติธรรมครับ)อย่ายอมครับ”

“ฝากท่านอธิการ MSU Prayook Srivilai ด้วยครับ”

“สารคามมีคนคุม ที่ไม่บอกก็รู้ว่าใคร”

“อย่าดึงสถาบันอันทรงเกียรต์มาสนับสนุนคนแพ้แล้วพาล”

“เนี่ย พอคนไม่เลือกก็หาว่าเค้าไม่พัฒนา”

“ทุกเทือคือบ่หาตะดั่ยบอก แสดงว่ามีหยังผิดปกติสำหรับเรื่องนี่ #จากคนขามเรียง”

บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ
Jo Montanee
บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ
โจ มณฑานี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ มหาสารคาม, เฟซบุ๊ก Jo Montanee

ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม

ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม

ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.03 น.

”ธรรมนัส“ ยืนยัน ยังไม่คุยชัดเจนในรายละเอียดการจัดตั้งรัฐบาล อย่างเป็นทางการ  กับพรรคภูมิใจไทย ต้องรอ  กกต .รับรอง ผลการเลือกตั้ง  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าห่วงเป็นห่วง”

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ปฎิเสธถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ขณะนี้มีการเจรจาร่วมรัฐบาลกัน แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรมเก็บตัวเงียบทั้งวันหรือไม่ โดยระบุว่าตนไม่ได้เก็บตัวและยังประจำการอยู่ที่ตั้ง และติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง  ยืนยันว่า การเจรจายังไม่ได้มีการลงรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการและไม่ได้มีการต่อรองอะไรกันทั้งนั้น ซึ่งตามหลักการแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าจะเซ็นรับรองผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือมีการนับคะแนนเกิน 95% หรือยัง ถึงจะมีการพูดคุยเจรจาในรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาล 

ส่วนกรณีที่พรรคอื่นๆ รวมถึงพรรคเพื่อไทย เข้าแสดงเจตจำนงในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นการแสดงความยินดีและแสดงเจตจำนงในการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่พรรคกล้าธรรมยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้  พร้อมย้ำจุดยืน ยังคงประจำการอยู่ที่ตั้ง และตนเป็นคนที่ไม่เคยออกหน้าไปสู่ขอ หรือออกตัว ขอเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลก่อน ส่วนใหญ่จะมอบหมายให้หัวหน้าพรรค หรือเลขาพรรค เป็นผู้ดำเนินการทุกครั้ง และขณะนี้ ตนได้พูดคุยภายในพรรคแล้วว่า ต้องรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งก่อน และตามมารยาททางการเมืองต้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด เป็นผู้ดำเนินการนัดเจรจา  
 
ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และปูทางให้นาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ย้ำว่า ยังไม่มีพรรคคนของพรรคการเมืองใดพูดถึงประเด็นนี้ มีเพียงสื่อนำเสนอข่าวรายวัน

สำหรับประเด็นที่พรรคการเมืองอื่นๆ ได้มีการพูดคุย และแสดงเจตจำนง ว่าจะไม่ขอร่วมกับพรรคกล้าธรรมนั้น ร้อยเอกธรรมนัส เปรียบเทียบให้เห็นว่า  เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตนเคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และมี สส. บางกลุ่มที่เป็นคนปล่อยข่าวปั่นกระแส เสี้ยมให้เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกล้าง และปัจจุบันกลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ไปสังกัดอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ตนจึงไม่ทราบรายละเอียดว่าเขามีความคิดเห็นกันอย่างไร 

ทั้งนี้ กรณีที่มีการปล่อยข่าว ว่า พรรคกล้าธรรม อยากได้กระทรวงเกษตรไว้บริหารเองหรือไม่ หากได้ร่วมรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยันว่า การเป็นนักการเมือง จะไปยึดกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ เป็นไปไม่ได้ และไม่มีการผูกขาดในการบริหารกระทรวงต่างๆ มองว่า การจัดสรรและการเจรจาอยู่ที่พรรคแกนนำ ไม่ใช่ตนจะอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการผิดมารยาททางการเมือง  ย้ำว่า การเจรจาเป็นเรื่องสำคัญ และขอให้ติดตามความชัดเจนจากคณะผู้บริหารพรรคกล้าธรรมเท่านั้น  ส่วนทิศทางของพรรคการเมืองขนาดเล็ก มีเพียงการพูดคุย ว่าหากพรรคกล้าธรรม เดินไปทางใดก็จะขอร่วมอุดมการด้วยเท่านั้นเอง   ส่วนสไตล์การทำการเมืองของร้อยเอกธรรมนัส ยังยืนยันว่า ไม่เคยทำใครก่อน และขณะนี้ยังไม่มีเรื่องบาดหมางใจอะไรกัน ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องมีการสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ใช่การฮั้วเลือกตั้งหรือหลบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง   

ส่วน กระแสข่าวว่าตนมีเรื่องบาดหมางกับ นายเนวิน ชิดชอบ ไม่เป็นความจริง เพราะนายเนวิน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง และไม่ควรดึงบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในการหารือเพราะอาจจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง  

นอกจากนี้ ประเด็นที่พรรคประชาชน เชิญชวน พรรคกล้าธรรม มาร่วมตรวจสอบในการเป็นฝ่ายค้าน ร้อยเอก ธรรมนัส ย้ำว่า อย่าพึ่งคิดไกลไปกว่านั้น ขอให้รอความชัดเจน จาก กกต. ก่อน เพราะไม่รู้สถานการณ์จะออกมาในรูปแบบใด และผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะมีคนร้องเรียนความไม่โปร่งใสในหลายประเด็น และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล และปัจจุบันมีนักวิชาการหลายท่าน โทรมาสอบถามในกรณีนี้ ซึ่งตนไม่ทราบในรายละเอียด  แต่หาก สำนักงานอัยการสูงสุด ชี้ ว่า กกต. ทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา 85 จริงๆ ย้ำว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว และน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้  แต่หากความผิดเกิดจริงและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่พรรคกล้าธรรมก็มีความพร้อม และมั่นใจว่าคะแนนเสียงจะเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม

ส่วนกรณี ที่สื่อมวลชน มีการนำเสนอข่าวว่าพรรคการเมืองต่างๆจะได้ประจำกระทรวงนั้น กระทรวงนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้ ข้าราชการกระทรวงทำงานลำบากมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้การดำเนินงานที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนติดขัด