เกมลดเกรด กล้าธรรม ? เทพไท ชี้ ภท.ฝังรอยแค้น ธรรมนัส ริบเก้าอี้เกษตรฯ

เกมลดเกรด กล้าธรรม ? เทพไท ชี้ ภท.ฝังรอยแค้น ธรรมนัส ริบเก้าอี้เกษตรฯ

เกมลดเกรด กล้าธรรม ? เทพไท ชี้ ภท.ฝังรอยแค้น ธรรมนัส ริบเก้าอี้เกษตรฯ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.40 น.

16 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม

ถ้าหากว่าใครได้ติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้แถลงข่าวจับมือกับพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกัน ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีกัน ตามที่มีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจ และกระทรวงด้านความมั่นคง ส่วนพรรคเพื่อไทยจะได้ดูแลในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษาและนวัตกรรม หรือ อ.ว. กระทรวงแรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวง เกรด A และกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะขอแลกกระทรวงแรงงานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะไปผลักดันโครงการ หรือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยด้วย

ถ้าหากเป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาจากพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้กับพรรคเพื่อไทยดูแล ซึ่งแสดงว่าการที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในลำดับต่อไป ก็ไม่มีโอกาสจะได้ควบคุมหรือดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกแล้ว เพราะกระทรวงนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ยกให้เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งหมายมั้นปั้นมือ และจองกระทรวงนี้มาก่อน ตั้งใจจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่เคยได้เป็นมา

ถ้าเป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่แคร์ ไม่สนใจ และไม่ให้ความสำคัญพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส ทั้งที่ได้มีการส่งสัญญาณมาก่อนว่า พรรคกล้าธรรมขอจองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่กลับมีเหตุผลจะขอยึดกระทรวงนี้ เพื่อให้ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี มากำกับดูแลด้วยตัวเอง แต่การที่พรรคภูมิใจไทย ยกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้กับพรรคเพื่อไทย แสดงว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคกล้าธรรม และไม่เห็น ร.อ.ธรรมนัส อยู่ในสายตา

ถ้าหากพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคลำดับ 3 ก็จะได้รับการจัดสรรโควตากระทรวงเกรด B เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะต้องทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ต้องคิดหนักว่า จะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งทำให้พรรคกล้าธรรมอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าอยู่ในรัฐบาลต่อไป ก็ได้กระทรวงเกรด B ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่ถ้าหากเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องทำงานร่วมกับพรรคประชาชน ซึ่งไม่สามารถจะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น เพราะพรรคประชาชนตั้งข้อรังเกียจพรรคกล้าธรรมมาแล้วตั้งแต่ต้น

ถ้าเป็นเช่นนี้พรรคกล้าธรรมจำเป็นต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยต่อไป และอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือกินน้ำใต้ศอกพรรคภูมิใจไทยต่อไป แต่ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจแบบนี้ ก็น่าจะเกิดรอยแค้นหรือความเจ็บใจอยู่ในใจของ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ไม่น้อย

จึงขอเตือนให้ระวังการลดเกรด หรือไม่ให้ความสำคัญพรรคกล้าธรรม ซึ่งเคยจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 1 มาแล้ว อาจจะถูกย้อนศรเหมือนกับกรณีที่นายอนุทินตีกลองเอาฤกษ์เอาชัยที่จังหวัดระนอง และในที่สุดไม้ตีกลองเด้งกลับมาตีหน้าตัวเอง

เปิดแบ็กกราวด์จัดตั้งรัฐบาล ภท.ยืนกรานดูแล ก.เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด

เปิดแบ็กกราวด์จัดตั้งรัฐบาล ภท.ยืนกรานดูแล ก.เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด

เปิดแบ็กกราวด์จัดตั้งรัฐบาล ภท.ยืนกรานดูแล ก.เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.05 น.

เปิดแบ็กกราวด์จัดตั้งรัฐบาล “ภท.”ยืนกรานดูแล”กระทรวงเศรษฐกิจ-ความมั่นคง”ทั้งหมด แก้ปัญหาให้ชาวบ้านแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ปล่อยให้”พท.” เหตุยังขยาดปม”ชายแดนไทย-กัมพูชา-เคยแก้ ศก.เหลว” รวมถึง”กระทรวงเกษตรฯ”ของ”ธรรมนัส”ด้วย ขณะที่การจัดสรรโควตา ครม.เน้นใช้ผลงานวัด สกัดตั้งมุ้งต่อรอง รักษาเอกภาพพรรค

16 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้เชิญพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะพรรคที่มีคะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาล เมื่อวันศุกร์ทึ่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุด ทางพรรคภูมิใจไทยเองมีความต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรม (กธ.) ดูแลอยู่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องการให้ ครม.เศรษฐกิจ เป็นทีมเดียวกันทั้งหมด เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย และยังต้องการดูแลเรื่องเศรษฐกิจทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อการสร้างผลงานให้แก่ประชาชน ที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะไม่ปล่อยให้พรรคเพื่อไทย เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาล ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้

นอกจากนี้ ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กะทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย – กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรคเพื่อไทยดูแลอาจจะถูกกระแสต่อต้านได้ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมเองด้วย เพราะไม่ต้องการให้มีพรรคการเมืองใดใช้กลไกลการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.หรือเขากระโดง รวมถึงคดีความอื่นๆ อีกด้วย

ขณะเดียวกัน การจัด ครม.ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนทำให้พรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อาจจะขอความร่วมมือพรรคร่วมไม่ให้ส่งบุคคลที่เป็นกังขาของสังคม หรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ มา

ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคภูมิใจไทยเอง จะมีการจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยผู้บริหารพรรคจะจัดสรรตามความเหมาะสม ไม่ปล่อยให้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม หรือระดม สส.มาเพื่อต่อรอง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งและรักษาเอาไว้ด้วย

ภท. ยืนกรานคุมกระทรวง เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด ไม่ปล่อยให้ พท. เหตุยังขยาดปมชายแดน

ภท. ยืนกรานคุมกระทรวง เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด ไม่ปล่อยให้ พท. เหตุยังขยาดปมชายแดน

ภท. ยืนกรานคุมกระทรวง เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด ไม่ปล่อยให้ พท. เหตุยังขยาดปมชายแดน

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.00 น.

ภท. ยืนกรานคุมกระทรวง เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด ขอแก้ปัญหาให้ชาวบ้านแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ปล่อยให้ พท. เหตุยังขยาดปม ชายแดนไทย – กัมพูชา – เคยแก้ ศก. เหลว รวมถึง กระทรวงเกษตรฯ ของ ธรรมนัส ด้วย ขณะที่การจัดสรรโควต้า ครม. พรรคสีน้ำเงิน เน้นใช้ผลงานวัด สกัดตั้งมุ้งต่อรอง รักษาเอกภาพพรรค ยังไม่ชัวร์เชิญ กล้าธรรม คุยร่วมตั้งรบ.วันไหน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ในส่วนของพรรคกล้าธรรรม ในฐานะพรรคอันดับ 4 ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเชิญมาที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเมื่อไหร่ ภายหลังจากพรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ทึ่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว    
   
ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยเองต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรมดูแลอยู่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องการให้ ครม.เศรษฐกิจ เป็นทีมเดียวกันทั้งหมด  เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย    และ ยังต้องการดูดูแลเรื่องเศรษบกิจในทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อสสร้างผลงานให้แก่ประชาชน ที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน  และจะไม่ปล่อยให้แก่ พรรคเพื่อไทย  เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาล ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
   
นอกจากนี้ ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กะทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรคเพื่อไทยดูแลอาจจะถูกกระแสต่อต้านได้    รวมถึงพรรคภูมิใจไทยยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมเองด้วย  เพราะไม่ต้องการให้มีพรรคการเมืองใด ใช้กลไกลการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้วสว. หรือ เขากระโดง   รวมถึงคดีความอื่นๆอีกด้วย

ขณะเดียวกัน การจัด ครม.ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนทำให้พรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อาจจะขอความร่วมมือพรรคร่วมไม่ให้ส่งบุคคลที่เป็นกังขาของสังคม หรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ มา

ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคภูมิใจไทยเอง จะมีการจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยผู้บริหารพรรคจะจัดสรรตามความเหมาะสม ไม่ปล่อยให้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม หรือระดม สส.มาเพื่อต่อรอง  เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน  และ ที่สำคัญพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งและรักษาเอาไว้ ด้วย

ทร.ประณามชี้หลักฐานชัด เขมรลอบวางกับระเบิดใหม่ เก็บกู้ได้อีก6ทุ่น‘บ้านชำราก’

ทร.ประณามชี้หลักฐานชัด  เขมรลอบวางกับระเบิดใหม่  เก็บกู้ได้อีก6ทุ่น‘บ้านชำราก’

ทร.ประณามชี้หลักฐานชัด เขมรลอบวางกับระเบิดใหม่ เก็บกู้ได้อีก6ทุ่น‘บ้านชำราก’

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพเรือเผยพบหลักฐานชัด เขมรลอบวางทุ่นระเบิดในแผ่นดินไทย ยันชัดเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ทุ่นตกค้าง นอกจากนี้ ยังพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-1 3 ทุ่น POMZ อีก 1 ทุ่น ระหว่างเคลียร์เส้นทางแนวชายแดน ไทยประณามละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ด้านทัพไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิด ชายแดน “พลาญแต้” คืบหน้า 99.76% พบ PMN 246 ทุ่น เร่งคืนผืนดินปลอดภัยชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่ จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนและเคลียร์พื้นที่ตามแผน ตราดพิฆาตไพรี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์2569 จากการตรวจสอบยืนยันว่า เป็นทุ่นระเบิดที่ถูกนำมาวางใหม่โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ทุ่นตกค้างเดิม อีกทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบทุ่น PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และ POMZ จำนวน 1 ทุ่น ระหว่างการพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน

กองทัพเรือยืนยันว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมนุษยธรรม ไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี การใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 สภาพใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดอย่างร้ายแรง ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) เดินหน้าภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่พลาญแต้ บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่รวม 85,558 ตารางเมตร เพื่อเร่งรัดขจัดภัยคุกคามที่ตกค้างมาอย่างยาวนาน กำลังพลชุดตรวจค้นทำลายที่ 1, 2 และ 3 บูรณาการกำลังเข้ากวาดล้างพื้นที่อย่างเข้มข้น สามารถทำให้พื้นที่ปลอดภัยเพิ่มอีก 518 ตารางเมตร พร้อมตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด PMN จำนวน 16 ทุ่น สะท้อนความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของภารกิจ

สำหรับผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน สามารถดำเนินการทำให้พื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งสิ้น 89,787 ตารางเมตร รวมพื้นที่ขยายตามแนวทุ่นระเบิด 4,433 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 99.76 ของพื้นที่ทั้งหมด คงเหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิดเพียง 204 ตารางเมตร หรือร้อยละ 0.24 เท่านั้น ทั้งนี้ จากปฏิบัติการตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ตรวจพบวัตถุระเบิดรวม 246 รายการ เป็นทุ่นระเบิดชนิด PMN ทั้งหมด 246 ทุ่น นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการปลดเปลื้องผืนดินอันตรายให้กลับคืนสู่ความปลอดภัย

ภารกิจครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความมั่นคง มั่นใจ และความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างยั่งยืน

พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลุย’เขากระโดง’ต่อ

พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ  ลุย'เขากระโดง'ต่อ

พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลุย’เขากระโดง’ต่อ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลุย’เขากระโดง’ต่อ ‘อ้วน’แจงจับมือภูมิใจไทย ขอทำงาน-ไม่ยืนดูข้างสนาม ‘กล้าธรรม’ถูกรุมบีบจนน่วม ส่อโดนยึดโควตา‘ท่องเที่ยว’

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อ้างผลเลือกตั้งหลังเพื่อไทยไปไม่ถึงดวงดาว บ่งชี้ว่าประชาชนไม่ให้ความสำคัญคดีเขากระโดง-ฮั้วสว. แต่คงต้องเข็นกันต่อตามอัตภาพ เผยยอมกินน้ำใต้จั๊กกะแร้ภูมิใจไทย ยังดีกว่าไปเป็นฝ่ายค้าน ฝ่าย“ภูมิธรรม”ระบุโหนรัฐบาลได้มีโอกาสลงมือทำจริงไม่มีเรื่องศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้อง “อนุทิน” เยือนบ้านเกิดภรรยา “จ๋า ธนนนท์ ” ขับสองแถวไม้ขอบคุณชาวระนอง

เมื่อวันที่ 15กุมภาพันธ์2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการตัดสินใจตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นี่คือธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาลคือการลงมือทำจริง

นายภูมิธรรม ระบุต่อว่า เราเลือกเส้นทางที่ทำให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ปากท้องต้องดีขึ้น ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ ต้องได้รับการแก้ไข การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม อย่างไรก็ตาม เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่าง โดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุนที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ทุกความคิดเห็นมีคุณค่าและจะถูกนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงานของพรรคต่อไป เพราะสำหรับพรรคเพื่อไทย อำนาจมีไว้ใช้เพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นและเสียงของประชาชนคือเข็มทิศในการตัดสินใจของเรา

ไม่ได้เป็นลูกไก่ของภท.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเราด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเราเพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่

นายจุลพันธ์ ระบุต่อว่า แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นเพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต

ต้องยอมรับเสียงประชาชน

นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า ในขณะเดียวกันการที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญคือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็นอิสระ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ร่วม อย่างชัดเจน

เขากระโดงไม่มีความสำคัญ

นายจุลพันธ์ ระบุอีกว่า ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาและไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น

นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุดหากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา

หนูขอบคุณชาวระนอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางมายัง จ.ระนอง เพื่อขอบคุณประชาชนที่ได้มอบความไว้วางใจเลือกนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ได้ขับรถสองแถวไม้ รถประจำจ.ระนอง เพื่อขอบคุณชาวระนองด้วย

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขับรถสองแถว พร้อมระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัด ที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”

ขณะที่บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน กทม. ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรค แม้จะมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ต่างต้องการเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงเก้าอี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สำหรับพื้นที่จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยได้ สส.จำนวน 1 คน คือ นายคงกฤษ ที่เอาชนะคู่แข่งนำโด่ง ได้คะแนนกว่า 50,000 คะแนน

‘แสวง’ยก4ข้อร่ายยาว ปม‘บาร์โค้ดเลือกตั้ง’ ยืนกรานเป็นความลับ

‘แสวง’ยก4ข้อร่ายยาว  ปม‘บาร์โค้ดเลือกตั้ง’  ยืนกรานเป็นความลับ

‘แสวง’ยก4ข้อร่ายยาว ปม‘บาร์โค้ดเลือกตั้ง’ ยืนกรานเป็นความลับ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เลขาฯกกต.ยกเหตุผล 4 ข้อร่ายยาวปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยืนกรานโดยตรงและลับปลอดภัยตามหลักสากลไม่ทำให้รู้ลงคะแนนให้ใคร ส่วน “เท้ง” อ้างข้อมูลผู้ใช้สิทธิ์รั่วสู่สาธารณชนแล้วชี้เคสเดียวก็เพียงพอ จี้รีบทำลายบัตรเลือกตั้งใหม่โดยเร่งด่วน   ขณะที่นิด้าโพลเผยส่วนใหญ่มองไม่มีการทุจริต แต่ถ้ามีจริง ก็ไม่เชื่อ กกต.จะเอาผิดใครได้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง โดยยืนยันใน 4 หลักการโดยตรงและลับระบุว่า หลักการความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้ง บาร์โค้ด (Barcode) กับ 2 หลักการ คือ การออกเสียงโดยตรงและลับ

1.หลักการโดยตรงและลับ เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษชนในการเลือกตั้ง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ของสหประชาติ (UN) ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่าในการเลือกตั้งการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดทราบได้

ยกปฏิญญาสากลยึดหลักความปลอดภัย

2.หลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เป็นหลักการที่มาจากปฏิญญาสากลเช่นกัน ที่กำหนดว่าการเลือกตั้งต้องเสรีและเป็นธรรม (Free &Fair) กฎหมายจึงกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบรหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น

3.บาร์โค้ดกับ 2 หลักการ คือ ถูกนำมาใช้กับหลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง และความปลอดภัยของการเลือกตั้ง แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ให้ 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้อย่างเรียบร้อย

ยืนยันออกเสียงโดยตรงและลับ

ในการเลือกตั้งทั้ง 2 หลักการ ได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นกิจกรรมเดียวกันพอดี คือ ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงตนรับบัตร รับบัตร เข้าคูหา หย่อนบัตรลงหีบ นับคะแนน นำบัตรและอุปกรณ์ไปส่ง ยุบรวมหีบ และจัดเก็บรักษา เพื่อให้ทั้ง 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้ และให้การออกเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ไม่มีใครรู้กาเบอร์ไหนแน่นอน

“จึงมีการออกแบบการออกเสียงลงคะแนนทุกขั้นตอนเพื่อป้องกัน และสอบทานซึ่งกันและกันได้ อาทิ มีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิ ในถุงที่เตรียมใว้ มีสายรัดใว้ แล้วเก็บใว้แยกหีบกัน การใช้บุคลากรในแต่ละขั้นตอนคนละชุดกัน อาทิ ที่หน่วยเลือกตั้ง คือ กปน.ที่รับบัตร คือ อนุอำเภอ และ ที่จัดเก็บเป็น สนง.กกต.จังหวัด เป็นต้น”นายแสวง ระบุ

และ 4.บาร์โค้ดกับการออกเสียงโดยตรงและลับ การใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง กรณีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งถ่ายรูปบัตรที่มีบาร์โค้ดจะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ทราบอย่างแน่นอน แต่หากมีผู้พยามอยากจะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ ก็มีมาตรการในการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 3 คือ การเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัตรชีรายชื่อ แยกจากกัน ในที่ปลอดภัย

จะเปิด3หีบต้องให้ศาลสั่งเท่านั้น

“ ไม่มีผู้ใดจะเข้าถึงได้โดยไม่มีคำสั่งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาลก็เพื่อการเลือกตั้งที่มีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น และการเปิดหีบเอกสารก็จะเปิดเท่าทีจำเป็น หีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้องไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน”นายแสวง ระบุ

สอบพบ 2 กปน.ทำผิดถ่ายรูปบัตร

การออกเสียงโดยตรงและลับ ใช้กับทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนของ กกต. กปน.ด้วย ที่เกรงว่า กปน.จะถ่ายรูปบัตร แล้วนำมาให้บุคคลภายนอก นั้น กปน.ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีอยู่คนเดียว คือ กปน.ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร นั้นถือว่า กปน.เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยสภาพถ่ายได้เฉพาะบัตรเปล่า เพราะเป็นช่วงจ่ายบัตร ยังไม่ได้มอบบัตรให้แก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยมีบาร์โค้ดจะทราบทันทีว่าบัตรนั้น เป็นบัตรจากหน่วยใด กปน.คนใดเป็นคนจ่าย สำนักงานจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 ราย ดังนั้น ต้องแยกมาตรการ หรือ กระบวน การออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วย มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคลนั้นก็ต้องรับในสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

ห้าม กปน.เผยข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ

ขณะที่สำนักงานกกต. ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์หลักประกันตามกฎหมายที่คุ้มครองความลับของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า การลงคะแนนเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า ในระหว่างเวลาเปิดการออกเสียงลงคะแนนจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน

ชี้มีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี

ถ้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เปิดเผยให้แก่ผู้ใดทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดมาลงคะแนนหรือยังไม่มาลงคะแนนเพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อมูลเกี่ยวกับการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครอง และห้ามเปิดเผยโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และป้องกันไม่ให้เกิดการกดดันหรือแทรกแซงในกระบวนการเลือกตั้ง สำนักงานกกต.ขอยืนยันว่า การเลือกตั้งดำเนินไปภายใต้หลักการ “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ทุกขั้นตอนมีมาตรการทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจว่า ข้อมูลและการตัดสินใจของตนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

‘เท้ง’คาดข้อมูลผู้ใช้สิทธิรั่วไหล

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14ก.พ.ที่ผ่านมา มี White Hacker หรือ แฮกเกอร์สายขาว ออกมาระบุช่องโหว่ในระบบของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ให้หน่วยงานภาครัฐเร่งอุดช่องโหว่ ซึ่งเมื่อคืนก็ทราบว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แต่ก่อนหน้านั้นคาดว่ามีข้อมูลของผู้ใช้สิทธิ์รวมถึงลำดับบัญชีรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละหน่วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถประกอบกันเพื่อระบุว่าประชาชนแต่ละคนไปลงคะแนนอย่างไร ได้รั่วไหลออกไปยังสาธารณะหรือบุคคลที่ไม่หวังดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อีกส่วนคือบัตรลงเสียงเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้านล่าง มีข้อมูลส่วนหนึ่งถูกเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์อยู่แล้วเพราะเมื่อมีผู้ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งถ่ายภาพตอน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ชูบัตรขึ้นมาจะเห็นทั้งบาร์โค้ดและเห็นว่าบัตรเลือกตั้งใบนั้นเลือกใคร

แค่เคสเดียวก็เพียงพอว่าไม่ลับ

“หากมีภาพต้นขั้วที่ใส่ลำดับพร้อมกับเลขบัตรที่อ้างอิงกับบาร์โค้ด ในหน่วยที่มีการสังเกตการณ์และภาพบัตรเลือกตั้งไว้พอดี ทำให้มีข้อมูลทั้ง 3 ส่วนประกอบกันได้เพียงแค่หนึ่งเคส ที่สามารถระบุได้ว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนเสียงให้ใคร จะสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าการกระบวนการที่กกต. อ้างว่าถึงแม้บาร์โค้ดจะอ้างอิงกลับไปได้ถึงต้นขั้วจริงแต่ทั้งหมดเป็นกระบวนการโดยตรงและลับนั้นไม่เป็นความจริงเพราะกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดทั้งการเลือกตั้งมีหลายบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกปน. สื่อมวลชน และประชาชนที่ไปสังเกตการณ์ สิ่งที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้คือข้อมูล2/3ส่วน เผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว หากเจอแค่เคสเดียวก็พิสูจน์ได้แล้วว่ากระบวนการนี้ไม่โดยตรงและไม่ลับ“ นายณัฐพงษ์กล่าว

เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น

เมื่อถามว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะมองว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยกระบวนการทางอาญาต้องพิจารณาถึงเจตนาภายในของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วตอนนี้คือเป็นความผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดจากการประมาท หรือตั้งใจที่จะออกแบบระบบการเลือกตั้งเพื่อให้ย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนออกเสียงอย่างไร ก็เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งข้ออ้างของกกต.ที่ระบุว่าต้องการออกแบบระบบให้มีความปลอดภัยในการสอบได้ว่าไม่มีบัตรปลอมไม่มีบัตรผี การใส่บาร์โค้ดให้ระบุแค่เลขเล่มเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่บาร์โค้ดที่ระบุแต่ละใบได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคประชาชนได้ดำเนินการไปหมดแล้วทั้งยื่นร้องต่อผู้ตรวจการ ในคดีอาญาตามมาตรา 157 และมาตรา 172แต่ในส่วนของการร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลปกครองกลางทราบว่ามีอีกหลายคนไปร้องเรียนแล้วคงไม่ได้ไปรองรับในส่วนนั้น

ได้ทีจี้กกต.ทำลายบัตรจัดเลือกตั้งใหม่

เมื่อถามว่ามีอะไรฝากถึงกกต. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้กกต. ออกมายอมรับในข้อผิดพลาด สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการเร่งรีบดำเนินการแก้ไขไม่ต้องไปประวิงเวลารอจนศาลมีคำสั่ง เพราะคงต้องใช้เวลาอีกนาน และยิ่งทิ้งเวลาไว้ระบบยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เช่นอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สามารถเข้าถึงหีบเลือกตั้งไปดึงข้อมูลในส่วนนั้นออกมา

“ถ้ากกต.ดำเนินการเองได้ในส่วนนี้คือการเร่งสั่งให้มีการทำลายบัตรโดยเร็วที่สุดและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรดำเนินการทันที”นายณัฐพงษ์ กล่าว

นิด้าโพลชี้เปรี้ยงเลือกตั้งไม่มีทุจริต

ขณะที่ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ได้ไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้ง กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการทุจริตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 40.08 ระบุว่า ไม่มีแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 23.51 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า ร้อยละ 19.54 ระบุว่า อาจจะมี และร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีแน่นอน

แต่ถ้ามี-ไม่เชื่อกกต.จะลงโทษใครได้

เมื่อสอบถามว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งแน่นอน และอาจจะมีการทุจริต ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เกี่ยวกับความสามารถของกกต. ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 58.28 ระบุว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า อาจจะลงโทษได้บ้างบางกรณี ร้อยละ 11.32 ระบุว่า จะสามารถลงโทษได้แน่นอน

เผยคนส่วนใหญ่พอใจการทำงาน

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.55 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 22.29 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ไม่พอใจเลย

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 23.00 น.

จับตาสัปดาห์นี้! ‘ครูใหญ่ภท.’ คุย ‘ธรรมนัส’ ขอ ‘ก.เกษตรฯ’ กลับมาดูแลคู่ขนาน ’พาณิชย์‘ หากไม่ลงตัว ถีบ ‘กล้าธรรม’ ไปเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ เรียก ’ปชป.‘ คุยเสียบแทน ขณะที่กระแส ‘โสภณ ซารัมย์’ นั่ง ‘ประธานสภาฯ’ ไม่จริง ยังอีกนาน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ‘อนุทิน  2’ ที่ประกาศตัวสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุน ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี  

ล่าสุดพรรคภูมิใจไทย ได้รวบรวมและ ประกาศ อย่างเป็นทางการ รวมทั้งสิ้น 276 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง  พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง  พรรคเล็ก  จำนวน6 พรรค ๆ ละ 1 เสียง รวม 6 เสียง  คือ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย  พรรคประชาธิปไตยใหม่  พรรคไทยทรัพย์ทวี  พรรครวมพลังประชาชน  พรรคมิติใหม่ 

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง ถึงแม้ว่าน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ให้สัมภาษณ์หนุน นายอนุทิน เช่นเดียวกัน โดยอยู่ ระหว่างเจรจา ตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่ง 5 เสียง ขออยู่กระทรวงเดิมคือ กระทรวงแรงงาน  ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ 

รายงานข่าวแจ้งว่า การประกาศเปิดตัวพรรคการเมืองที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในสัปดาห์นี้ พรรคภูมิใจไทย จะทาบทาม พรรคการเมือง ที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นลำดับ 3 คือ พรรคกล้าธรรม จำนวน 58 เสียง โดยจะขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับมา เพื่อให้มาทำเรื่องสินค้าเกษตรควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์   ซึ่งต้องดูการเจรจาระหว่าง นายเนวิน  ชิดชอบ  ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย และร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่า จะออกมาในรูปแบบใด เพราะหากไม่ยินยอมตามข้อเสนอ ขอคืนกระทรวงเกษตรฯ ก็จะเจรจา กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีสส.22 เสียง มาเป็น พรรคลำดับ 4  และส่งผลให้พรรคกล้าธรรม ไปเป็นฝ่ายค้านกับพรรคประชาชน นอกจากนี้จะมีการประกาศตัวพรรคเล็ก ที่จะมาสนับสนุน นายอนุทิน เป็นระยะๆ ด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีกระแสข่าวว่า จะเป็นนายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา และยังมีอีกหลายคนที่มีความเหมาะสม  เป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน เท่านั้น เพราะขณะนี้การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.ยังไม่เรียบร้อยอย่างเป็นทางการ

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.39 น.

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “มีวิธีมากมาย ที่ป้องกันบัตรปลอม แต่ กกต. กลับเลือกใช้ bar code

กกต. แจงสาเหตุการต้องทำ bar code ว่า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร แต่ในบัตรเลือกตั้งของ กกต. นั้นบรรจุแน่นด้วยมาตรการป้องกันการปลอมแปลงอย่างเหลือเฟือ แทบจะน้อง ๆ คุณภาพการพิมพ์ธนบัตรแล้ว

1. มี หมึกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Invisible ink) ที่จะเห็นได้ต้องใช้แสงจากหลอด Ultra violet หรือแสงเหนือม่วงส่องพิสูจน์ แบบเดียวกันธนบัตร

2. มีตัวอักษรขนาดจิ๋ว (Micro texts) จำนวนมากซ่อนอยู่ตามลวดลายต่าง ๆ ในพื้นบัตร ที่ไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้เลนส์ขยายขนาด 10 เท่า ส่องจึงจะเห็น

3. มีการใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบลวดลายพิเศษ ที่ยากต่อการต่อการปลอมแปลง

4. มีการกำหนด ตำหนิ พิเศษ ที่ กกต. บางคน และ ผู้บริหารโรงพิมพ์เท่านั้นที่จะรู้ว่า บัตรมีตำหนิตรงไหน ที่แม้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ กกต. หรือ พนักงานพิมพ์ของโรงพิมพ์ก็ไม่รู้

5. มีการกำหนดสีบัตร ที่มาจากการผสมสีที่ปกปิดสูตร และไม่เปิดเผยสีบัตรก่อนวันเลือกตั้ง (วิธีนี้ถูกยกเลิกไป ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 โดย กกต. เปิดเผยสีบัตร ตั้งแต่ต้น ก่อนวันเลือกตั้งประมาณ 1 เดือนเศษ)

วิธีการต่าง ๆ ข้างต้น จึงเป็นมาตรการที่ “เกินพอ” ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่ม บาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้งอีก ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และ เป็นการจำกัดโรงพิมพ์ที่สามารถรับงานจาก กกต.
เพิ่มแล้วดีไม่ว่า เพิ่มแล้วมีปัญหา สะท้อนปัญญาของผู้รับผิดชอบ”

Cr. ภาพ : Thanarat Kuarattanaphan

ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.18 น.

ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชนรั่วสู่สาธารณะแล้ว ชี้กระบวนการอาจไม่โดยตรงและลับ จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ ว่า เมื่อวานนี้ (14  ก.พ.) มี White Hacker หรือ แฮกเกอร์สายขาว ออกมาระบุช่องโหว่ในระบบของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ให้หน่วยงานภาครัฐเร่งอุดช่องโหว่ ซึ่งเมื่อคืนก็ทราบว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นคาดว่ามีข้อมูลของผู้ใช้สิทธิรวมถึงลำดับบัญชีรายชื่อผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหน่วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถประกอบกัน เพื่อระบุว่าประชาชนแต่ละคนไปลงคะแนนอย่างไร ได้รั่วไหลออกไปยังสาธารณะ หรือบุคคลที่ไม่หวังดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกส่วนคือบัตรลงเสียงเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้านล่าง มีข้อมูลส่วนหนึ่งถูกเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์อยู่แล้ว เพราะเมื่อมีผู้ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งถ่ายภาพตอนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ชูบัตรขึ้นมา จะเห็นทั้งบาร์โค้ดและเห็นว่าบัตรเลือกตั้งใบนั้นเลือกใคร

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า หากมีภาพต้นขั้วที่ใส่ลำดับพร้อมกับเลขบัตรที่อ้างอิงกับบาร์โค้ดในหน่วยที่มีการสังเกตการณ์และภาพบัตรเลือกตั้งไว้พอดี ทำให้มีข้อมูลทั้ง 3 ส่วนประกอบกันได้เพียงแค่ 1 เคส ที่สามารถระบุได้ว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนเสียงให้ใคร จะสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าการกระบวนการที่ กกต. อ้างว่า ถึงแม้บาร์โค้ดจะอ้างอิงกลับไปได้ถึงต้นขั้วจริง แต่ทั้งหมดเป็นกระบวนการโดยตรงและลับนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดทั้งการเลือกตั้ง มีหลายบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กปน. สื่อมวลชน และประชาชนที่ไปสังเกตการณ์ สิ่งที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ คือข้อมูล 2/3 ส่วน เผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว หากเจอแค่เคสเดียวก็พิสูจน์ได้แล้วว่ากระบวนการนี้ไม่โดยตรงและไม่ลับ

เมื่อถามว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะมองว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า โดยกระบวนการทางอาญาต้องพิจารณาถึงเจตนาภายในของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วตอนนี้คือเป็นความผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดจากการประมาท หรือตั้งใจที่จะออกแบบระบบการเลือกตั้งเพื่อให้ย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนออกเสียงอย่างไร ก็เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น ในส่วนของพรรคประชาชนได้ดำเนินการไปหมดแล้ว ทั้งยื่นร้องในคดีอาญา มาตรา 157 และมาตรา 172

ทั้งนี้ อยากให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายอมรับในข้อผิดพลาด เร่งแก้ไข ไม่ต้องไปประวิงเวลารอจนศาลมีคำสั่ง เพราะคงต้องใช้เวลาอีกนาน ยิ่งทิ้งเวลาไว้ระบบยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เช่น อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สามารถเข้าถึงหีบเลือกตั้งไปดึงข้อมูลในส่วนนั้นออกมา ถ้า กกต. ดำเนินการเองได้ ในส่วนนี้คือการเร่งสั่งให้มีการทำลายบัตรโดยเร็วที่สุด และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และควรดำเนินการทันที

อนุทิน ประกาศจัดตั้งรัฐบาล ลั่น ภท.คุมความมั่นคง-เศรษฐกิจ ทุกพรรคร่วมเป็นทีมเดียวกัน

อนุทิน ประกาศจัดตั้งรัฐบาล ลั่น ภท.คุมความมั่นคง-เศรษฐกิจ ทุกพรรคร่วมเป็นทีมเดียวกัน

อนุทิน ประกาศจัดตั้งรัฐบาล ลั่น ภท.คุมความมั่นคง-เศรษฐกิจ ทุกพรรคร่วมเป็นทีมเดียวกัน

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.56 น.

อนุทิน ประกาศลั่นภูมิใจไทย ได้รับความไว้วางใจท่วมท้น เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเร่งทำทันทีเมื่อ กกต. ประกาศผลเลือกตั้งเป็นทางการ ยันทุกนโยบายที่นำเสนอตอนหาเสียงจะปฏิบัติทุกประการ ประกาศคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจ ทุกพรรคร่วมเป็นทีมเดียวกัน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ภาพ และข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Anutin Charnvirakul” ระบุว่า “พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้

ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ

พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

#การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิกMOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป

พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ
ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน

สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ

ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง”