เท้ง ตอกกลับ อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เช่นกัน แซะเลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้

เท้ง ตอกกลับ อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เช่นกัน แซะเลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้

เท้ง ตอกกลับ อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เช่นกัน แซะเลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

เท้ง ตอก รัฐบาล อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เหมือนกัน แซะหวังตอบแบบสดๆ ในสภาฯ เลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้ แย้ม ฝ่ายค้าน เตรียมขุนพลพร้อมชำแหละ พ.ร.บ.โอนงบฯ – งบปี 70 มี องครักษ์ฝ่ายค้าน ด้วย

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงงานเปิดวิสัยทัศน์นโยบาย Digital และ AI พร้อมแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญในวงการวันนี้ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า วัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้คนในแวดวงอุตสาหกรรมไอที รวมถึงประชาชนเห็นว่า ถ้าประเทศไทยมีการดําเนินนโยบาย ในเรื่องเอไอที่ถูกต้อง เราจะได้ประโยชน์อย่างไรกลับมาบ้าง ณ ตอนนี้ไม่ว่าแผนของประเทศไทยเรื่องเอไอจะหน้าตาเป็นแบบไหน แต่จะต้องตอบวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

1. ควรต้องเปลี่ยนสถานะประเทศไทย จากเดิมที่เราเป็นผู้ซื้อมาเป็นผู้สร้าง

2. การลงทุนในยุทธศาสตร์หรืออุตสาหกรรมใดก็ตาม ควรจะต้องสร้างผลขยายต่อเนื่องไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ

และ 3. ควรต้องเพิ่มอํานาจต่อรองของประเทศไทยในเวทีโลก เพราะทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ถูกกดดันจากประเทศมหาอํานาจ

ดังนั้น ทางเลือกและทางรอดของประเทศไทยต่อจากนี้ คือการเลือกลงทุนให้ถูกจุด และตอบโจทย์สามข้อดังกล่าว 

นายณัฐพงษ์ ยังกล่างถึงการพิจารณาพระราชบัญญัติโอนงบฯ ปี 69 และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 มีการเตรียมการอย่างไรบ้างว่า ตอนนี้มีการเตรียมผู้อภิปรายไว้ค่อนข้างพร้อมแล้ว สิ่งที่สําคัญ ณ ตอนนี้คือทุกคนรู้ว่า พื้นที่ทางการคลังของประเทศไทยหดตัวเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ สิ่งที่สําคัญคือการลงทุนให้ถูกจุด ซึ่งเอไอก็เป็นหนึ่งในนั้น หัวข้อที่มาบรรยายในวันนี้ ยังเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการตั้งบอร์ดขึ้นมา พวกเราเองคงจับตามองเช่นเดียวกัน ทั้งโครงการและงบประมาณที่จะถูกเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ตกลงตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตหรือไม่ 

เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องการเห็นการอภิปรายของฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากเห็นการตอบคำถามที่สร้างสรรค์เช่นเดียวกัน 

“คาดหวังว่าการตอบคำถามที่สร้างสรรค์ เป็นอย่างไรคือรัฐมนตรี ต้องนั่งอยู่ในสภาฟัง สส. อภิปราย และตอบคำถามแบบสดๆ ได้เลยไม่ต้องรอคิวรอสคริปต์ที่ข้าราชการเกียรติให้” นายณัฐพงษ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าต้องเตรียมองครักษ์ไว้หรือไม่หากมีการประท้วง นายณัฐพงษ์ ระบุว่าปกติมีการเตรียมทีมที่เป็น สส. ที่มีความแม่นยำในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้วในทุกการอภิปรายใหญ่ๆ

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.06 น.

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย ชี้ข้อกล่าวหาเผาคลังสินค้าไร้หลักฐาน ยืนยันไทยยึด MOU 2000 และถ้อยแถลงร่วมปี 2568 เคร่งครัด หนุนตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมทุกประเด็น ย้ำไม่ต้องการเพิ่มความตึงเครียดชายแดน

21 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2569 กล่าวหาว่าฝ่ายไทยปักธงชาติไทยในดินแดนกัมพูชา อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชานั้น ว่า ฝ่ายไทยขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยดูแลรักษาความปลอดภัยและปฏิบัติภารกิจมาโดยตลอด

“การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การยึดครองดินแดนโดยมิชอบ และไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงสถานะของพื้นที่หรือแนวเขตแดนแต่อย่างใด” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

พร้อมระบุว่า ในกรณีพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับแนวเขตแดน ควรได้รับการพิจารณาและแก้ไขผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ถูกตีความหรือขยายความจนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

สำหรับกรณีที่แถลงการณ์กัมพูชากล่าวหาว่าไทยเป็นผู้เผาคลังสินค้าบริเวณ O Smach นั้น ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานใดที่สามารถยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าวได้

“ฝ่ายไทยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันผ่านกลไกที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการก่อสร้างรั้วหรือสิ่งปลูกสร้างตามแนวชายแดน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การปรับปรุงพื้นที่หรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความปลอดภัยในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลและการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายไทย สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ตามปกติ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ด้านการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการพื้นที่ มิได้มุ่งเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนหรือสร้างความได้เปรียบทางดินแดนแต่อย่างใด

ส่วนข้อกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจขัดต่อบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา หรือ MOU 2000 หรือไม่นั้น พล.อ.อ.ประภาส ยืนยันว่า ไทยยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตาม MOU 2000 อย่างเคร่งครัด ประเด็นใดที่ยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับแนวเขตแดน ควรได้รับการหารือผ่านกลไกทวิภาคีตามที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน มากกว่าการดำเนินการฝ่ายเดียว

เมื่อถามว่ารัฐบาลไทยจะตอบโต้แถลงการณ์ของกัมพูชาหรือไม่ พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ไทยยังคงยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้กลไกทางการทูตมากกว่าการโต้ตอบผ่านสื่อ

“ประเทศไทยพร้อมชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง และดำเนินการผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามหรือเพิ่มระดับความตึงเครียดตามแนวชายแดน” ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าว

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวย้ำว่า จุดยืนของประเทศไทยคือการดำเนินการภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายไทยมาโดยตลอด ควบคู่กับการยึดมั่นในข้อตกลงที่มีร่วมกันระหว่างสองประเทศ ขณะที่ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ควรได้รับการพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน

“ไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน และไม่ประสงค์ให้เกิดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติม” ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าว

นายกฯเปิดงาน บุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ชูเป็นประเพณีไม่ซ้ำใคร ต่างชาติเลียนแบบไม่ได้

นายกฯเปิดงาน บุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ชูเป็นประเพณีไม่ซ้ำใคร ต่างชาติเลียนแบบไม่ได้

นายกฯเปิดงาน บุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ชูเป็นประเพณีไม่ซ้ำใคร ต่างชาติเลียนแบบไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.13 น.

‘นายกฯ’ เปิดงาน‘บุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน’ จ.เลย  ชูเป็นประเพณีไม่ซ้ำกับใครต่างชาติเลียนแบบไม่ได้  อ้อนตีตั้งแต่ตี 5 ถ้าไม่มาพี่น้องเลยกระทืบเอา บอกห้องทำงานวาง‘ผีตาโขนจำลอง’เจริญรุ่งเรืองได้เป็นนายกฯ  ลั่น‘ไทยช่วยไทยพลัส’หมดลงต้องหาเงินให้ปชช.ไม่ให้หยุด

21 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีกลางหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน จังหวัดเลย ประจำปี 2569 โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2  นายสมเจตน์ แสงเจริญรัตน์ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ผวจ.เลย ผวจ.อุดรธานี ผวจ.หนองบัวลำภู  ผวจ.นครพนม ผวจ.บึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า ตนมีความยินดีที่ได้ม่พบปะกับทุกท่านมาร่วมเปิดงานประเพณีบุญหลวงและผีตาโขน ตนเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและมีความอบอุ่นที่ได้มาอยู่ท่ามกลางพี่น้องคนไทย ทุกครั้งที่ได้มาร่วมงานประเพณีจะรู้สึกว่าได้มาผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานที่มีแต่ความ ทันสมัย ความรวดเร็วและความกดดัน ทุก ประเทศมีนวัตกรรมตึกสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัยแต่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ หรือเลียนแบบกันง่ายๆก็คือ ประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม ประเทศให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม เพราะวัฒนธรรมคือสิ่งที่สะสมมากับความเชื่อ ความศรัทธาภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่เป็นความอบอุ่นที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับใครและถ้าพูดถึงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศไทย ตนต้องขอบอกว่าผีตาโขนของจ.เลย เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนที่เป็นคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวจ.เลย ล้วนแล้วแต่มีความภาคภูมิใจ เป็นความศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์หรือตัวแทนสัญลักษณ์ที่ทำให้พี่น้องประชาชนชาว จ.เลย มีความภาคภูมิใจเป็นอันมาก

นายกฯ กล่าวต่อว่า นี่คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของจ.เลย และเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าเป็นหุ้นก็คือหุ้นที่ให้เงินปันผลตลอด ยิ่งโลกเปลี่ยนเร็วเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งโหยหาประสบการณ์ที่มีความหมาย และมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น ตนไม่อยากจะบอกว่าในห้องทำงานตนก็มีรูปผีตาโขนจำลองอยู่เพราะเชื่อตั้งแต่ตนมางานและมอบรูปผีตาโขนเป็นหุ่นให้ ตนเอาเอาไปตั้งไว้ในห้องทำงานทำให้เจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับตั้งมาตั้งแต่เป็นรมว.สาธารณสุข เป็นรองนายกฯเป็นรมว.มหาดไทยจนวันนี้เป็นนายกฯแล้ว เชื่อว่าส่วนหนึ่งก็มาจากผีตาโขนมาคราวที่แล้ว 2 ปีแล้วเร็วมาก ทั้งนี้ ผีตาโขนดูแล้วสนุกสนานมีศิลปะมีการแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมพื้นเมือง พื้นบ้านอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีดนตรี มีการเต้นระบำผีตาโขนตรงนั้นคือวัฒนธรรมแต่สิ่งที่ต่อยอดไปจากตรงนั้น คือพวกเราทุกคนที่มาที่นี่วันนี้อำเภอด่านซ้ายเงินสะพัดไหม พี่น้องว่า ใครเห็นว่าเงินสะพัดที่อ.ด่านซ้าย จ.เลยขอให้ปรบมือเห็นด้วยหรือไม่ แล้ววันนี้มันต้องสะพัดขึ้นเป็น 5 เท่า 6 เท่าเพราะมีไทยช่วยไทยพลัส ร้านค้าที่ขายอะไรทั้งหมดพ่อแม่พี่น้องที่ลงทะเบียนใช้กันให้เต็มที่เรารัฐบาลต้องการที่จะทำให้พี่น้องได้มีความสุข ลดค่าใช้จ่ายจากสถานการณ์ต่างๆในโลกนี้ และต้องการให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดให้กับพี่น้องประชาชนทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจึงได้ทำการสร้างโครงการนี้ขึ้นมา

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมาตนไปงานโอท็อปที่เมืองทองธานี ใครว่างจากจ.เลย งานผีตาโขนไปงานโอท็อปของผีตาหนู กระทรวงมหาดไทยจัดให้ท่านใช้ไทยช่วยไทยพลัส ได้สิ่งที่แม้กระทั่งคนบอกโอ้ย ไอ้นายกฯมันมีตังค์อยู่แล้ว มันไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก ใช้ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รู้สึกครับ ตนจะซื้อน้ำแตงโมปั่นแก้วละ 50 บาท แต่ตนจ่ายไป 20 ร้านค้าได้ 50 บาทเต็มๆ แล้วเราไม่อุดหนุนกันวันนี้จะอุดหนุนกันเมื่อไหร่ พี่น้องผู้ซื้อจ่ายน้อยลง แต่พี่น้องผู้ขายเขายังได้ 50 บาทเหมือนเดิม เพราะ 30 บาทมาจากรัฐสมทบให้ พี่น้องประชาชนได้ใช้จ่ายถูกลง แต่มันเป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์กับทุกฝ่ายใช้จ่ายถูกลงซื้อของได้มากขึ้น คนขายก็ขายของได้มากขึ้น ฉะนั้นถ้าโครงการนี้พี่น้องบอกไม่เอาไม่จ่ายเสียโอกาสทั้งตัวเราเองและเสียโอกาสทางผู้ขายด้วยเพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะให้พี่น้องได้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าไทยอุดหนุนคนไทยด้วยกันเอง ถ้าโครงการนี้พี่น้องบอกว่าไม่เอาไม่จ่ายเสียโอกาส เสียโอกาสทั้งตัวเราเองและผู้ขาย ถ้าโครงการนี้มันหมดลงไปและระหว่างรอยังไง ก็ต้องกลับมาอีก ตนไม่ให้หยุด ต้องหาเงินหาทองมาให้พี่น้องจนได้

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนมาที่นี่ทำไมต้องมาอยากมาพบกับพี่น้องชาวเลย อยากมาพบชาวไทยทั่วทั้งประเทศที่มาที่อ.ด่านซ้ายและอยากมาดูผีตาโขนรวมถึงอยากมาชักชวนพี่น้องให้ใช้ไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล อยู่ตรงนี้เราคุยกันแบบนี้ดีกว่า แต่รับรองไม่มีถุยอีกแล้ว ถุยคือถุยใส่ตัวเอง โอ้ยทำไมต้องมาอ่านอย่างนี้ วันนี้เรามาเจอกันแบบนี้ ตนมาตั้งแต่เช้าถามว่าถ้าสส.จังหวัดเลยทุกคน ของพี่น้องจ.เลย ถ้าตัวเห็นว่าเขาไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความทุ่มเท ไม่ต้องการทำงานจริงจัง ตนไม่มาหรอก ตนเพิ่งกลับมาจากยุโรป วันนี้ตื่นตี 5 ครึ่ง แต่ต้องมา เพราะสส. 4 เขาคือพี่จ.เลย มาเพราะเขาสั่งให้มา ถ้าไม่มาพี่น้องจ.เลยกระทืบเอา ไม่ได้  ตนมาเลยแต่ไม่เคยเลย มาเลยมาเลยตลอดไม่เคยผ่านไปไหนติดใจ ตั้งแต่เด็กแต่ไหนแต่ไรก็มา ลาบเป็ดที่นี่อร่อยที่สุด จ.เลยมีสิ่งที่จูงใจมีสิ่งที่ดึงดูดมากมายที่พวกเรามาเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะๆ เดี๋ยวคนต่างชาติก็มากันเอง 

“ความจริงประเทศไทยพึ่งพากันเอง ชื่อโครงการไทยช่วยไทย ถ้าเราพึ่งพากันเองอย่างนี้ วันนี้มาเลยพรุ่งนี้ไปอุดรธานี อีกวันไปนครพนม อีกวันไปหนองคาย อีกวันไปบึงกาฬเที่ยวกันแค่นี้ประเทศไทยก็อยู่ได้แล้ว เรื่องของการทำมาค้าขายระหว่างประเทศปล่อยเป็นหน้าที่พวกผม ผมจัดการเองพวกเราทุกคนในคณะรัฐมนตรี(ครม.)จัดการให้กับพ่อแม่พี่น้องขอให้พวกเรามีความเข้าใจมีความรัก มีความสามัคคีต่อกัน เราก็จะทำให้ประเทศไทยของเรา ผมไม่ได้บอกว่าฝ่าวิกฤตการณ์นี้ออกไป ประเทศไทยเราผ่านพ้นวิกฤตกาณ์ไปแล้ว คนบอกว่าเศรษฐกิจมันยังยังไม่ดี รัฐบาลมีหน้าที่แก้เศรษฐกิจให้กับพ่อ แม่ พี่น้อง วันนี้พวกเรามาอยู่ที่นี่กันแล้วขอให้ใช้ความสนุกสนาน สมกับที่เรานั่งรถและเดินทางมาชมประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม อากาศก็ดี ทิวทัศน์ก็ดี และได้อุดหนุนคนไทยซึ่งกันและกัน ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่ให้การสนับสนุนเทศกาลผีตาโขน เดี๋ยว จะมีเทศกาลอื่นด้วยเดี๋ยวจะผ่านฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวมาจ.เลย ขอให้ใช้ช่วงวันหยุดนี้อย่างเต็มที่ เติมพลัง ชาร์จแบต และกลับไปทำหน้าที่ทำมาหากิน ให้ร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไป“  นายกฯ กล่าว

จากนั้นนายกฯเปิดงานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน ด้วยการชูสัญลักษณ์หน้ากากผีตาโขน พร้อมทดลองสวมหน้ากากผีตาโขนด้วย ก่อนจะเดินทักทายพบปะพี่น้องประชาชน และทักทายขบวนผีตาโขนที่มาร่วมงานด้วย

อธิบดีปกครอง ย้ำ!ไม่ได้ส่งไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย ชี้อดีตปลัดภูเก็ตยื่นฟ้องเป็นสิทธิ

อธิบดีปกครอง ย้ำ!ไม่ได้ส่งไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย ชี้อดีตปลัดภูเก็ตยื่นฟ้องเป็นสิทธิ

อธิบดีปกครอง ย้ำ!ไม่ได้ส่งไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย ชี้อดีตปลัดภูเก็ตยื่นฟ้องเป็นสิทธิ

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.55 น.

“อธิบดีปกครอง”ย้ำ!ไม่ได้ส่งไลน์”ช่วยน้ำเงินด้วย” ชี้”อดีตปลัดภูเก็ต”เดินเกมยื่นฟ้องศาลเอาผิด ม.157 เป็นสิทธิ แนะจับตาผลสอบออก ลั่นสวมหมวก”บอร์ด ปปง.”อีกใบ หากพบผิดฟอกเงิน”ฟันไม่เลี้ยง-ส่งเชือดทุกราย”

21 มิถุนายน 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ในความผิดตามมาตรา 157 กรณีคำสั่งให้ช่วยราชการไม่ชอบ และปมแชตไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ว่า ในส่วนประเด็นไลน์หลุด ยืนยันว่าไม่ใช่ข้อความของตน และไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องคำสั่งให้ช่วยราชการนายรุ่งเรือง นั้น มั่นใจว่าทำตามระเบียบขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง ตนได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาให้รับทราบแล้ว และยังไม่มีผู้บังคับบัญชาท่านใดท้วงติง หรือเห็นว่าตนทำผิดระเบียบและกฎหมายข้อไหน สำหรับการฟ้องร้องของนายรุ่งเรือง ตนมองว่าเป็นสิทธิ หากเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ขอให้รอดูข้อเท็จจริงของผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยต่อไป

“ผมนอกจากเป็นอธิบดีกรมการปกครองแล้ว ยังมีฐานะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) จากนี้ทุกเรื่องที่พิจารณาว่าเข้าข่ายมูลฐานความผิด ป.ป.ง. ผมจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ง.ดำเนินการต่อตามหน้าที่ อำนาจ ต่อไปทุกราย” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว

เรืองไกร ร้อง ป.ป.ช. สอบ สส.ไอซ์ ยื่นทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่

เรืองไกร ร้อง ป.ป.ช. สอบ สส.ไอซ์ ยื่นทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่

เรืองไกร ร้อง ป.ป.ช. สอบ สส.ไอซ์ ยื่นทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.35 น.

“เรืองไกร”ร้อง ป.ป.ช. สอบ”สส.ไอซ์”ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. 12 ธ.ค.68 ส่อฝ่าฝืน พ.ร.ป.ป.ป.ช.มาตรา 114 หรือไม่

21 มิถุนายน 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา ด้วยการสรรหา สว.เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า มีการยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น อันอาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า ในคำร้องได้สรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ ข้อ 1 เว็บไซต์ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส.วันที่ 12 ธ.ค.2568 ซึ่งแจ้งทรัพย์สินไว้ 6 รายการ รวมมูลค่า 7,160,773.46 บาท แจ้งหนี้สินไว้ 2 รายการ รวมมูลค่า 2,788,279.77 บาท แจ้งรายได้ 1 รายการ คือ เงินเดือน สส. 1,200,000 บาท แจ้งรายจ่าย 5 รายการ รวม 697,380 บาท และแจ้งเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 340,680 บาท

ข้อ 2 ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.วันที่ 4 ก.ค.2566 ซึ่งแจ้งทรัพย์สินไว้ 6 รายการ รวมมูลค่า 5,840,477.67 บาท แจ้งหนี้สินไว้ 2 รายการ รวมมูลค่า 1,814,816.54 บาท แจ้งรายได้ 2 รายการ คือ เงินเดือน สส. 1,362,720 บาท กับเบี้ยประชุม 153,600 บาท แจ้งรายจ่าย 5 รายการ รวม 787,380 บาท และแจ้งเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 180,000 บาท

ข้อ 3 จากการตรวจสอบถึงความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินตามความใน พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 110 ประกอบกับรายได้และรายจ่าย และการเสียภาษีเงินได้ ตามความในมาตรา 116 พบข้ออันควรสงสัยจากบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส.วันที่ 12 ธ.ค.2568 ดังนี้ รายได้เงินเดือน สส. 1,200,000 บาท ต่ำกว่าที่เคยแจ้งไว้ที่ 1,320,720 บาท ส่วนรายได้เบี้ยประชุมไม่แจ้ง ทั้งที่เคยแจ้งไว้ครั้งก่อนเป็นเงิน 153,600 บาท

นอกจากนี้ รายจ่ายเงินบริจาคพรรคประชาชน 36,000 บาท ขัดแย้งกับรายการเงินบริจาคตามหนังสือที่ ปชน.หญ. 08.0010/2568 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ระหว่างวันที่ 1 – 30 กันยายน 2568 ที่แจ้งต่อ กกต.ว่า ลำดับที่ 15 น.ส.รักชนก ศรีนอก บริจาคเงินให้พรรคประชาชน 2 รายการ คือ วันที่ 29 กันยายน 2568 จำนวน 200,000 บาท และวันที่ 30 กันยายน 2568 จำนวน 3,000 บาท

รายละเอียดประกอบทรัพย์สินอื่น รวม 967 รายการ มูลค่า 355,048 บาท เพิ่มขึ้น 234 รายการ จำนวนเงิน 85,484 บาท (จากรายละเอียดประกอบทรัพย์สินอื่นที่แจ้งไว้เมื่อ 4 ก.ค.66 รวม 733 รายการ มูลค่า 269,564 บาท) ซึ่งทรัพย์สินที่เพิ่มจำนวน 85,484 บาทนั้น ในรายจ่ายไม่มีระบุไว้

ส่วนรายละเอียดประกอบรายการเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น รวม 2 รายการ มูลค่า 1,360,085.53 บาท ประกอบด้วยเงินกู้จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 29 ต.ค.61 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 4,490,000 บาท แสดงยอดหนี้คงเหลือ 1,214,015.53 บาท และเงินกู้จากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด ไม่ระบุวัน/เดือน/ปี ที่ทำสัญญา และจำนวนเงินกู้ตามสัญญา แสดงยอดหนี้คงเหลือ 146,070 บาท

รายละเอียดประกอบรายการหนี้สินอื่นที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ รวม 2 รายการ มูลค่า 1,428,194.24 บาท ประกอบด้วยเงินกู้ยืม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.68 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 1,000,000 บาท แสดงยอดหนี้คงเหลือ 1,009,178.08 บาท และเงินกู้ยืม เมื่อวันที่ 7 ก.พ.68 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 402,000 บาท แสดงยอดหนี้คงเหลือ 419,016.16 บาท

รายละเอียดของเอกสารประกอบ ไม่ระบุจำนวนแผ่นของแต่ละรายการแต่มีการลงลายมือชื่อของผู้ยื่นบัญชีไว้

ข้อ 4 จากการเปรียบเทียบรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย เงินได้พึงประเมิน รายละเอียดของเอกสารประกอบดังกล่าว จึงมีเหตุอันควรสงสัยที่จะขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส.วันที่ 12 ธ.ค.2568 เข้าข่ายเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน หรือไม่ ดังนี้

– รายได้เงินเดือน สส. 1,200,000 บาท เข้าข่ายแจ้งด้วยความเท็จ หรือไม่

– รายได้เบี้ยประชุม ที่ไม่แจ้ง ทั้งที่เป็นกรรมาธิการในปี 2568 เข้าข่ายปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือไม่

– รายจ่ายเงินบริจาคพรรคประชาชนเดือนกันยายน 2568 จำนวน 200,000 บาท ที่ไม่แจ้ง เข้าข่ายปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือไม่

– รายละเอียดประกอบทรัพย์สิน ที่เพิ่มขึ้น 234 รายการ จำนวนเงิน 85,484 บาท ที่ไม่มีระบุไว้ในรายจ่าย เข้าข่ายมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินอื่น หรือไม่

– รายละเอียดประกอบรายการเงินกู้จากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด ที่ไม่ระบุวัน/เดือน/ปี ที่ทำสัญญา และจำนวนเงินกู้ตามสัญญา แสดงยอดหนี้คงเหลือ 146,070 บาท เข้าข่ายมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งหนี้สิน หรือไม่

– รายละเอียดประกอบรายการหนี้สินอื่นที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ รวม 2 รายการ มูลค่า 1,428,194.24 บาท ที่แจ้งยอดคงเหลือสูงกว่าหนี้ตามสัญญานั้น ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากสัญญา มีสาเหตุจากอะไร ผิดปกติ หรือไม่

– รายละเอียดของเอกสารประกอบ ที่ไม่ระบุ จำนวนแผ่นของแต่ละรายการ แต่มีการลงลายมือชื่อของผู้ยื่นบัญชีไว้ เข้าข่ายเป็นการไม่แจ้งรายละเอียดของเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินที่ยื่นให้ครบถ้วนอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 105 หรือไม่

ข้อ 5 ขอให้ ป.ป.ช.ทำการตรวจสอบคำร้องนี้ ตามแนวทางปฏิบัติที่ ป.ป.ช.ในฐานะเป็นผู้ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น คดีหมายเลขแดงที่ อม.46/2568 ที่พิพากษาไว้ส่วนหนึ่ง ดังนี้

“พิพากษาว่า พ.ต.ท. ว. ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม …”

นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไม่ใช่มีเฉพาะแต่กรณีของ น.ส.รักชนก ศรีนอก (ซึ่งเป็น สส.ที่ทำหน้าที่มีผลงานต่อสาธารณะหลายประการ เป็นที่สนใจของสังคม) เท่านั้น แต่มี สส.ที่พ้นจากตำแหน่งที่ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีแล้วประมาณ 400 ราย (ยังเหลืออีกประมาณ 100 ราย ที่ ป.ป.ช.ยังไม่เปิดเผยบัญชี) รวมทั้งบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรีแต่ละชุดด้วย ซึ่งแต่ละรายเมื่อเปรียบเทียบบัญชีแล้วมีข้อสังเกตที่ควรตรวจสอบแทบทั้งนั้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาตรวจสอบแต่ละคนเพื่อส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป บางรายยื่น ป.ป.ช.ไปแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งให้ทราบ ส่วนจะมีใครที่ถูกร้องไปแล้วบ้าง ก็คงต้องรอดูว่า ป.ป.ช.มีการขอให้ผู้ถูกร้องชี้แจงตามคำร้องแล้ว หรือไม่

แรงงานไทยเนื้อหอม! อิตาลีเล็งเปิดรับสูงสุด 3 หมื่นคนต่อปี

แรงงานไทยเนื้อหอม! อิตาลีเล็งเปิดรับสูงสุด 3 หมื่นคนต่อปี

แรงงานไทยเนื้อหอม! อิตาลีเล็งเปิดรับสูงสุด 3 หมื่นคนต่อปี

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.18 น.

รัฐบาลเร่งต่อยอดความร่วมมือไทย-อิตาลี หลังแรงงานไทยได้รับการยอมรับในตลาดยุโรป พร้อมผลักดัน MOU ด้านแรงงาน เปิดโอกาสคนไทย 2-3 หมื่นคนต่อปี ทำงานภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการอย่างถูกกฎหมาย เพิ่มโอกาสทำงานต่างประเทศอย่างมีคุณภาพ

21 มิถุนายน 2569 ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ H.E. Marina Elvira Calderone รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคม สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในตลาดยุโรป โดยรัฐบาลอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน หรือ Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย และเป็นช่องทางที่เอื้อต่อการจ้างแรงงานไทยในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ทั้งในรูปแบบแรงงานตามฤดูกาลและแรงงานทั่วไป

จากการหารือระหว่างกระทรวงแรงงานไทยกับเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ฝ่ายอิตาลีได้แสดงความสนใจรับแรงงานไทยสูงถึง 20,000 – 30,000 คนต่อปี ในสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Decreto Flussi 2026 – 2028 ที่กำหนดโควตารับแรงงานจากประเทศนอกสหภาพยุโรปรวมกว่า 500,000 อัตรา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานคุณภาพในยุโรปได้มากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี เพื่อเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงโดยนายหน้าเถื่อน พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการจ้างงานตามมาตรฐานสากล

ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอาชีวศึกษาและศูนย์ฝึกแรงงานร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบบำนาญชราภาพ การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการครอบครัว และการเพิ่มโอกาสจัดส่งแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานยุโรป

นอกจากนี้ ไทยยังได้แสดงความสนใจศึกษารูปแบบการศึกษาเชิงเทคนิคและระบบการศึกษาทวิภาคี (Dual-Track Education) ของอิตาลี ซึ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจและสถานประกอบการ เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่ รวมถึงแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ตลอดจนแนวคิด “สิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ” (Right to Disconnect) เพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกบังคับทำงานนอกเวลางาน

หากการจัดทำ MOU แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อิตาลีจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดแรงงานสำคัญของคนไทยในยุโรป ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตร สุขภาพ และบริการ ซึ่งกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายพื้นที่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานของแรงงานไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะแหล่งแรงงานคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้าในระดับสากลอีกด้วย

ชัยชนะ ปูดข้อมูลใหม่ เครือข่ายต้องสงสัยโยงเว็บพนัน-สแกมเมอร์ ลามเอี่ยว Forex

ชัยชนะ ปูดข้อมูลใหม่ เครือข่ายต้องสงสัยโยงเว็บพนัน-สแกมเมอร์ ลามเอี่ยว Forex

ชัยชนะ ปูดข้อมูลใหม่ เครือข่ายต้องสงสัยโยงเว็บพนัน-สแกมเมอร์ ลามเอี่ยว Forex

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.06 น.

“ชัยชนะ”ปูดข้อมูลใหม่ เครือข่ายต้องสงสัยโยง”เว็บพนัน-สแกมเมอร์” ลามเอี่ยว”Forex” เผยเจอ”เส้นทางการเงิน”ผ่าน”ร้านอาหาร”หลายจุด บี้รัฐเร่งตรวจสอบ

21 มิถุนายน 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ภายหลังเคยให้สัมภาษณ์กรณีพบร้านยำใน จ.ปทุมธานี ถูกระบุมีลักษณะคล้ายการทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับชำระเงิน หรือ Payment Gateway ให้กับเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ Sexy…168 และ Hot…168 ไปแล้วนั้น ว่า ตนได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเพิ่มเติมไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์ “หมีพู168” และยังมีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการ Forex และกลุ่มสแกมเมอร์ออนไลน์ ที่กำลังเป็นประเด็นที่หลายหน่วยงานเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และจากนี้ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการตำรวจ และคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง” นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนยังได้รับข้อมูลจากการข่าวระบุว่า เครือข่ายเว็บพนันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ โดยมีข้อสังเกตเรื่องเส้นทางเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับรายได้จากการพนันออนไลน์ และยังพบความเชื่อมโยงไปยังร้านอาหารในพื้นที่รังสิตคลอง 3 ชื่อ “ม…ชาบู” ที่มีเจ้าของชื่อ “ตี๋” และบัญชีโซเชียลมีเดีย TikTok ชื่อ “ปีนี้กูจะเกิด”

รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน

รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน

รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.45 น.

21 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เพื่อปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้งานที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์กับประชาชน

โดยล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบงานด้านกฏหมาย ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าร่างกฎหมายที่จะปรับปรุงได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางพิจารณา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาล “พูดแล้วทำ” เพราะสอดคล้องโดยตรงกับนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ข้อ 22.4 ที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา ว่าจะปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้รัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่พิจารณาจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไข อาทิ ปรับหลักการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ ให้หน่วยงานพิจารณาประโยชน์ของราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ มากกว่าข้อเสนอด้านราคา พร้อมให้ดูต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐานสินค้าและบริการ บริการหลังการขาย พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม และผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการประกอบกัน

ประเด็นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมา การใช้ราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลัก ทำให้หลายโครงการได้ผู้ชนะประมูลที่เสนอราคาต่ำ แต่ทำงานไม่ได้ตามสัญญา ทิ้งงาน หรือทำให้งานรัฐล่าช้า สุดท้ายประชาชนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎหมายยังเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือจัดการคู่สัญญาที่สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้จริง

อีกประเด็นสำคัญคือ ให้อำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานได้โดยตรง แล้วจึงแจ้งปลัดกระทรวงการคลังเพื่อเวียนรายชื่อในระบบกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะนำไปสู่การลดความล่าช้าและปิดช่องผู้ประกอบการที่มีปัญหาไปเสนอราคากับหน่วยงานอื่นต่อ

มากไปกว่านั้น ในร่างกฏหมายยังได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิอุทธรณ์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะปัจจุบันมีการอุทธรณ์แทบจะทุกโครงการก็ว่าได้ ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า

“การแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ จะทำให้การใช้เงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพขึ้น ได้งานที่มีคุณภาพ คุ้มค่า โปร่งใส ลดปัญหาทิ้งงาน และช่วยให้โครงการภาครัฐเดินหน้าได้เร็วกว่าเดิมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม” น.ส.รัชดา กล่าว

จุติ หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง

จุติ หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง

จุติ หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.39 น.

“จุติ”หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง ยกระดับประเทศ ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา เชื่อหากทำสำเร็จ ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน สร้างงานให้คนไทยเพียบ

21 มิถุนายน 2569 นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีรัฐบาลเดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และได้รับความเห็นชอบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ต่ำ หลังจากรายได้ของประชาชนอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยและมีธรรมาภิบาลสูง จะช่วยยกระดับมาตรฐานของไทยให้สูงขึ้นในระดับสากล

นายจุติ กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะได้รับการรับรองเป็นสมาชิก ประเทศไทยต้องปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใสทุกอย่างต้องสะอาดเหมือนมาตรฐานสากล โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือ ซึ่งเรามีวาระสำคัญที่จะต้องยื่นสมัครในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ดังนั้น เราต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งและสะอาดตั้งแต่วันนี้ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย 3 ด้าน คือ การยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลให้เข้มข้น ลบข้อครหาและไม่ให้ใครมาตราหน้าได้ว่า กรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นเมืองหลวงธุรกิจสีเทา การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ หากแก้ตรงนี้ได้จะสร้างความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนและประชาคมโลก

นายจุติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ จะทำหน้าที่ศึกษา ตรวจสอบ และส่งข้อเสนอแนะให้รัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยไม่ก้าวล่วงฝ่ายบริหาร เพราะหน้าที่ในการนำไปปฏิบัติเป็นของรัฐบาล แต่เป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทย ส่วนการแก้กฎหมายต่างๆ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คน จึงเชื่อว่าทุกเสียงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ และเชื่อมั่นในศักยภาพของ กมธ.การเงิน การคลังฯ ที่เต็มไปด้วยผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ ซึ่งจะทำงานตรงเป้าถึงปัญหา ไม่ว่ายวนในอ่าง เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน

เมื่อถามถึงผลดีผลเสียในการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD และเม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ตลาดทุนไทย นายจุติ กล่าวว่า หากประเทศไทยมีคุณสมบัติครบและสามารถทำตัวให้เข้มแข็งได้จริง ไม่ใช่แค่การฟอกตัว ต่างชาติจะเกิดความมั่นใจอย่างมาก จากข้อมูลที่ กมธ.การเงิน การคลังฯ ได้ติดตามเรื่องตลาดทุนพบว่าลำพังแค่มูลค่าหุ้นกู้สะสมของไทยในปัจจุบันสูงถึง 18 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณประจำปีถึง 4 เท่า ดังนั้นการเข้า OECD จะเป็นการลงทุนที่ “ทำน้อยแต่ได้มาก” ถ้าตลาดทุนไทยสะอาด คนทั่วโลกจะกล้าเข้ามาลงทุน ช่วยระดมทุนสร้างงาน สร้างโอกาสให้คนไทยอย่างมหาศาล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

ปธ.กมธ.ตำรวจ แจงขั้นตอนกฎหมาย ชี้คดีอดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม ยังไม่ยุติ แม้อัยการสั่งไม่ฟ้อง

ปธ.กมธ.ตำรวจ แจงขั้นตอนกฎหมาย ชี้คดีอดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม ยังไม่ยุติ แม้อัยการสั่งไม่ฟ้อง

ปธ.กมธ.ตำรวจ แจงขั้นตอนกฎหมาย ชี้คดีอดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม ยังไม่ยุติ แม้อัยการสั่งไม่ฟ้อง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.27 น.

“ประธาน กมธ.ตำรวจ”ชี้คดี”อดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม”โยง”ฟอกเงิน-ยาเสพติด”ยังไม่สิ้นสุด แม้อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง เชื่อ ตร.เตรียมทำความเห็นแย้งส่ง”อสส.”ชี้ขาด

21 มิถุนายน 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ออดมาระบุ พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชน ในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติด จนส่งผลให้พ้นจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ว่า คดีของอดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชน มีที่มาจากการขยายผลของเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 (บก.ปส.2) เมื่อเดือน ธ.ค.2568 จากคดียาเสพติดสำคัญรวม 10 คดี ก่อนพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องหา 11 ราย จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และเข้าตรวจค้น จับกุม พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ ต่อมา พนักงานสอบสวน บก.ปส.2 มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาเมื่อเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง พร้อมส่งสำนวนกลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1

“คดีนี้ยังไม่ยุติ ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับสำนวนกลับมาแล้ว และเชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป” นายวัชรพงศ์ กล่าว