อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.22 น.

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสั้นๆ ระบุว่า “แพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่ คนไทยต้องให้บทเรียน”

เค สามถุยส์ ฟาดไม่ยั้ง เจ็บใจพท.ซูฮกอนุทิน

เค สามถุยส์ ฟาดไม่ยั้ง เจ็บใจพท.ซูฮกอนุทิน

เค สามถุยส์ ฟาดไม่ยั้ง เจ็บใจพท.ซูฮกอนุทิน

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.10 น.

เค สามถุยส์ ฟาดไม่ยั้ง เจ็บใจพท.ซูฮกอนุทิน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายนิยม นพรัตน์ หรือ เค สามถุยส์ แกนนำกลุ่ม the red fc พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ความคิดทางการเมืองของกูที่ผ่านมา ไอ้เหลือง ไอ้ส้ม ไอ้น้ำเงิน กูว่าไอ้คนพวกนี้แม่งน่ากลัวที่สุดแล้วทางการเมืองไทย ตั้งแต่เพื่อไทยจะไปยกมือให้ไอ้หนู กูเปลี่ยนความคิดทันทีเลย

ไอ้เหลือง ไอ้ส้ม ไอ้น้ำเงิน ที่กูว่าน่ากลัวแล้ว ตอนนี้ อีแดงน่ากลัวที่สุด แฮร่

…..จากใจชายวัยรุ่นคนนึง…..”

ผู้เชี่ยวชาญ อัดกกต.ออกแบบบัตรเลือกตั้งผิดเองอย่าโบ้ยกปน. ลั่นหากถูกเรียกสอบพร้อมช่วย

ผู้เชี่ยวชาญ อัดกกต.ออกแบบบัตรเลือกตั้งผิดเองอย่าโบ้ยกปน. ลั่นหากถูกเรียกสอบพร้อมช่วย

ผู้เชี่ยวชาญ อัดกกต.ออกแบบบัตรเลือกตั้งผิดเองอย่าโบ้ยกปน. ลั่นหากถูกเรียกสอบพร้อมช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.59 น.

ผู้เชี่ยวชาญบล็อกเชน  เผยกปน.ร้องขอความช่วยเหลือถูกสอบปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดหลุด อัดอย่าโยนความผิดจนท. ทั้งที่กกต.ออกแบบผิดเอง ประกาศใครถูกเรียกสอบ ติดต่อได้ มีนักกม.-สื่อ พร้อมช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ CEO บริษัทDomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ โพสต์ภาพแชทข้อความที่มีรูปบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่ปรากฏเป็นข่าว และข้อความขอช่วยเหลือที่คาดว่าจะเป็นจากกรรมการประจำหน่วยความเลือกตั้ง ซึ่งระบุว่า”ตอนนี้น้องที่เป็นกปน.เขาบอกว่าเขาโดนสอบที่อำเภอค่ะเพราะเขาทราบว่าหน่วยนี้ที่ไหน เพราะรูปนี้หลุดไปค่ะ”

โดยนายธนรัตน์ ระบุว่า กกต. คุณผิดที่ออกแบบบัตรเลือกตั้งแบบนี้ อย่าหาเรื่องโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่กปน. วอนพี่ๆ สื่อ ช่วยทำข่าวและให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่กปน.ด้วยนะครับ พวกเค้าคือฮีโร่

สำหรับเจ้าหน้าที่ท่านใด ถูกเรียกสอบ ติดต่อผมได้เลย มีนักกฎหมายและพี่ๆ สื่อรอช่วยเหลือครับ

เราไม่ทิ้งกันครับ พร้อมช่วยเหลือ

ชัยวุฒิ จี้กกต. สั่งเช็กบิลค่าใช้จ่ายแฝง ‘งบหาเสียงสายดำ’ ยันไม่เชื่อพรรคประชาชนไม่มี IO

ชัยวุฒิ จี้กกต. สั่งเช็กบิลค่าใช้จ่ายแฝง 'งบหาเสียงสายดำ' ยันไม่เชื่อพรรคประชาชนไม่มี IO

ชัยวุฒิ จี้กกต. สั่งเช็กบิลค่าใช้จ่ายแฝง ‘งบหาเสียงสายดำ’ ยันไม่เชื่อพรรคประชาชนไม่มี IO

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.04 น.

ชัยวุฒิ จี้กกต. สั่งเช็กบิลค่าใช้จ่ายแฝง ‘งบหาเสียงสายดำ’ ยันไม่เชื่อพรรคประชาชนไม่มี IO

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 เวลา 14.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ IO ในโซเชียลมีเดีย ว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการแถที่ขัดกับความเป็นจริง วันนี้สังคมรับรู้กันถ้วนหน้าว่ามีการใช้ IO เข้าไปยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง และบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง รวมถึงทำลายคู่แข่ง

“วันนี้ ถึงแม้ว่าพรรคการเมืองจะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ IO ไม่ได้มีการปฏิบัติการทางเรื่องข้อมูลข่าวสารในโซเชียลมีเดีย แต่อย่าไป แถเลย วันนี้ทุกคนก็รู้ว่ามีการกระทำเหล่านี้ มี IO มีการเข้าไปยุยงปลุกปั่นในโซเชียลมีเดีย” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ระบุอีกด้วยว่า กกต. ต้องเร่งตรวจสอบค่าใช้จ่ายแฝงโดยการทำ IO ไม่ได้ทำฟรี ๆ แต่มีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา และมีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล หากพรรคใดไม่ได้แจ้งงบประมาณส่วนนี้ในบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียง ถือว่ามีความผิดชัดเจน และอาจนำไปสู่การให้ ใบแดง หรือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ทันที เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต.  ควรจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าการใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง มันต้องมีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา มีการจ่ายเงินจำนวนมาก ซึ่งอันนี้ต้องแจ้งมาในค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย ถ้าแจ้งไม่ครบหรือไม่แจ้งทั้งหมด ก็มีความผิด หรือถ้าแจ้งแล้ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วยอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไปดู

นายชัยวุฒิ ยังได้กล่าวถึงกรณีการเข้าตรวจสอบออฟฟิศ สเปกเตอร์ ซี ที่ถูกสงสัยว่าเป็นฐานปฏิบัติการ IO โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ตลกและน่าสงสัย ที่จู่ ๆ ออฟฟิศกลับปิดหนีและเอาผ้าคลุมอุปกรณ์ไว้ เมื่อมีคนไปตรวจสอบ

“ผมเห็นในคลิปที่เค้าไปตรวจสอบออฟฟิศ สเปกเตอร์ ซี นะครับ ก็ตลก ว่าไม่มีคนอยู่เลย ปิดออฟฟิศหนีเลย พูดง่าย ๆ นะ เอาผ้าคลุม ซึ่งจริง ๆ เนี่ย เค้าน่าจะให้ไปตรวจสอบว่ามีคนจริง ๆ อยู่ไหม ทำงานอย่างไร ให้มีการพูดคุยกับนักข่าวหรือสื่อมวลชนด้วย จะได้เข้าใจว่าจริง ๆ ทำงานอะไรนะครับ ไม่ใช่ปิดหนีเลย อันนี้ก็ยิ่งน่าสงสัย” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมในฐานะอดีตรัฐมนตรีที่คลุกคลีกับงานด้านดิจิทัล ว่า “รอยนิ้วมือทางดิจิทัลไม่มีทางลบเลือน” การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หมด ว่า โพสต์มาจากจุดไหน อาคารใด หรือหน่วยงานใด พร้อมท้าให้เจ้าหน้าที่ลากตัวการที่ฟีดข้อมูล IO ออกมาแฉให้ชัดเจน ต่อหน้าประชาชน

นอกจากนั้น นายชัยวุฒิ ยังเตือนถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และกลุ่มผู้ใช้นามแฝง ว่า การใช้ บอท หรือ แอคเคาท์อวตาร มาปั่นกระแสการเมืองนั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแพลตฟอร์มต่าง ๆ เนี่ย การใช้โซเชียลมีเดียในลักษณะที่เป็นอวตาร เป็นบอท เป็นแอคเคาท์ปลอม พูดง่าย ๆไม่ใช่คนจริงเนี่ย มันผิดกฎหมาย และมันก็ผิดหลักของการใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกด้วย ซึ่งเราต้องพยายามเข้าไปดูแลแล้วก็ลดสิ่งเหล่านี้ลงให้ได้ครับ ไม่ให้มันมีปัญหาเหล่านี้อีก

เขยระนองมาแล้ว! อนุทิน ขับรถสองแถวไม้ ขอบคุณปชช.ไว้วางใจเลือกผู้แทนฯจาก ภท.

เขยระนองมาแล้ว! อนุทิน ขับรถสองแถวไม้ ขอบคุณปชช.ไว้วางใจเลือกผู้แทนฯจาก ภท.

เขยระนองมาแล้ว! อนุทิน ขับรถสองแถวไม้ ขอบคุณปชช.ไว้วางใจเลือกผู้แทนฯจาก ภท.

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.50 น.

อนุทิน ลงระนองขับรถสองแถวไม้-กราบขอบคุณพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกผู้แทนฯจากภูมิใจไทย เตรียมเดินสายขอบคุณทั่วไทย 

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ภาพ และข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Anutin Charnvirakul” ระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัดที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ” 

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าว นายอนุทิน ได้ขับรถสองแถวไม้ ซึ่งเป็นรถสองแถวประจำจังหวัดระนอง โดยมีผู้โดยสาร ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย โดยทำท่าพลัส ซึ่งเป็นท่าประจำของพรรคภูมิใจไทยด้วย   

โดยนายอนุทิน ได้นำคณะ ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชน ภายหลังนายคงกฤษ เอาชนะคู่แข่งไปด้วยคะแนนขาดลอย

สำหรับพื้นที่จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยได้ สส.จำนวน 1 คน คือ นายคงกฤษ ซึ่งเอาชนะคู่แข่งนำโด่งได้คะแนนกว่า 50,000 คะแนน

‘ไมเคิล ภูมิ’ ซัด’ปชน.’ อย่าโกหกไม่มี IO ประณาม’จุดไฟเบี้ย’ ปั่นเชื้อเพลิงทางการเมือง

'ไมเคิล ภูมิ' ซัด'ปชน.' อย่าโกหกไม่มี IO ประณาม'จุดไฟเบี้ย' ปั่นเชื้อเพลิงทางการเมือง

‘ไมเคิล ภูมิ’ ซัด’ปชน.’ อย่าโกหกไม่มี IO ประณาม’จุดไฟเบี้ย’ ปั่นเชื้อเพลิงทางการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

‘ไมเคิล ภูมิ’ ซัด’ปชน.’ อย่าโกหกไม่มี IO ประณาม’จุดไฟเบี้ย’ ปั่นเชื้อเพลิงทางการเมือง แฉแชทนับใหม่ชลบุรี หวังเข็น ไอซ์ ชนะ กันขายหน้า 

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 เวลา 13.00 น. จากกรณี นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ได้พูดถึง “สเปกเตอร์ ซี” ซึ่งเป็นหน่วยงานไอทีของพรรคประชาชน จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนั้น ล่าสุด นายภูมิ สวัสดี หรือไมเคิล สมาชิกพรรครักชาติ ได้แถลงถึงพรรคประชาชน หลังนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชนออกมาปฏิเสธว่าพรรคไม่มี IO โดยระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่พรรคใหญ่จะไร้ขบวนการปั่นกระแส ว่า นี่คือการโกหกประชาชน พร้อมแฉซ้ำพฤติกรรมใช้มวลชนเป็นเชื้อเพลิงเพื่ออุดมการณ์ พอติดคุกกลับปล่อยให้โดดเดี่ยว “อุดมการณ์คุณทำเพื่อใคร?”

“กล้าพูดเลยหรือว่าทางพรรคประชาชนไม่มี IO มันจะเป็นไปได้ยังไงในการเป็นพรรคใหญ่ขนาดนั้นแล้วไม่มี IO เวลาที่เขาโดน IO จากพรรคอื่นมาโจมตี เขาใช้วิธีการอะไรยังไงในการแก้ไขเหรอ  คือเราเข้าใจได้นะว่าถ้าสมมติจะใช้ IO ในการทำให้อุดมการณ์ของตัวเองเป็นจริง ยังไงมันก็ต้องใช้ แต่การที่ออกมาพูดว่า ไม่มี ไม่ใช้เลย ผมมองว่ามันเป็นการโกหกประชาชนไปหน่อย ไมเคิล ภูมิ กล่าว พร้อมชี้ว่าหากจะใช้เพื่ออุดมการณ์ก็ควรยอมรับ ไม่ใช่สร้างภาพลักษณ์ที่บิดเบือน

ไมเคิล ภูมิ ยังได้กล่าวถึง “แชตลับ” โดยอ้างถึงเนื้อหาที่มีการบงการให้ต้องมีการนับคะแนนใหม่เพื่อให้ “นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนชนะ มิเช่นนั้นจะถือว่าขายหน้าอย่างรุนแรง และที่ร้ายไปกว่านั้นคือมีการใช้ไม้ตายเดิม ๆ คือการ ขู่ลงถนน หากไม่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งมองว่านี่คือหลักฐานชัดเจนของการสร้างความแตกแยกและพร้อมจะใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ

“เราจะเห็นได้จากการที่มีกรุ๊ปแชตลับที่บอกว่า ยังไงเราก็ต้องให้มีการนับใหม่นะ ให้พี่ไอซ์ชนะ ไม่ก็นับใหม่ ไม่งั้นขายหน้าแย่เลย หรือว่าที่บอกว่า ถ้าสมมติไม่นับใหม่ ลงถนนแน่” ไมเคิล ภูมิ กล่าว

นอกจากนั้น ไมเคิล ภูมิ ยังได้เปรียบเทียบว่า พรรคประชาชนกำลังใช้ มนุษย์เป็นเชื้อเพลิง ในการจุดไฟทางการเมือง พร้อมยกบทเรียนในอดีตอย่างกรณีของ “บุ้ง” และ “หยก” ขึ้นมาเตือนสติคนรุ่นใหม่ว่า ในโลกโซเชียลอาจจะดูเหมือนเป็นฮีโร่จากการอวยของกลุ่มที่อาจจะเป็น IO แต่เมื่อถึงคราวต้องสู้คดีในศาลหรือต้องเข้าคุก กลับต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

“วันที่น้องต้องขึ้นศาล ไปอยู่ในคุก ไม่มีใครอยู่กับน้อง เขาไม่ได้ช่วยอะไรน้อง สุดท้ายน้องต้องจัดการตัวเอง คนที่เสียใจคือครอบครัว ยังไงก็ฝากไว้ด้วย พรรคประชาชน จากเรื่อง IO สู่การใช้เชื้อเพลิงเป็นประชาชน สุดท้ายแล้วอุดมการณ์ของคุณทำเพื่อใคร?” ไมเคิล ภูมิ กล่าว
 

จุลพันธ์แจงรัวๆ ลั่นแม้ร่วมรัฐบาลอนุทิน แต่มีอิสระ ยันลุยหน้าคดี ฮั้วสว. -เขากระโดง ต่อ

จุลพันธ์แจงรัวๆ ลั่นแม้ร่วมรัฐบาลอนุทิน แต่มีอิสระ ยันลุยหน้าคดี ฮั้วสว. -เขากระโดง ต่อ

จุลพันธ์แจงรัวๆ ลั่นแม้ร่วมรัฐบาลอนุทิน แต่มีอิสระ ยันลุยหน้าคดี ฮั้วสว. -เขากระโดง ต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

จุลพันธ์แจงรัวๆ ลั่นแม้ร่วมรัฐบาลอนุทิน แต่มีอิสระ ยันลุยหน้าคดี ฮั้วสว. -เขากระโดง ต่อ

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเรา ด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเรา เพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่

แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต

ในขณะเดียวกัน การที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน

เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็น ’อิสระ’ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ’ร่วม’ อย่างชัดเจน

ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาและไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น

หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด

ท้ายที่สุด หากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ
เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา”

กกต.ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด

กกต.ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด

กกต.ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.13 น.

กกต.ย้ำ กปน. เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด ย้ำหลักการเลือกตั้งออกเสียงโดยตรงและลับ กฎหมายห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ

15 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงหลักประกันตามกฎหมายที่คุ้มครองความลับของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า การลงคะแนนเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ตามมาตรา 146 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า ในระหว่างเวลาเปิดการออกเสียงลงคะแนนจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน ถ้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เปิดเผยให้แก่ผู้ใดทราบ ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดมาลงคะแนนหรือยังไม่มาลงคะแนน เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อมูลเกี่ยวกับการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครอง และห้ามเปิดเผยโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และป้องกันไม่ให้เกิดการกดดันหรือแทรก แซงในกระบวนการเลือกตั้ง

สำนักงาน กกต.ขอยืนยันว่า การเลือกตั้งดำเนินไปภายใต้หลักการออกเสียงโดยตรงและลับทุกขั้นตอน มีมาตรการทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจว่า ข้อมูลและการตัดสินใจของตนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ส้มแพ้ตัวเอง! ชูวิทย์ฟันธง พรรคเตรียมแตก-ทางเดินถึงจุดจบ

ส้มแพ้ตัวเอง! ชูวิทย์ฟันธง พรรคเตรียมแตก-ทางเดินถึงจุดจบ

ส้มแพ้ตัวเอง! ชูวิทย์ฟันธง พรรคเตรียมแตก-ทางเดินถึงจุดจบ

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.44 น.

15 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อุดมการณ์ที่กินไม่ได้ สองนครา ประชาธิปไตย
.
ครบสัปดาห์เลือกตั้ง เวลาเดินไป สถานการณ์บ้านเมืองไม่หยุดนิ่ง
.
กกต. ยังต้องออกมาแก้ตัวพัลวันกับการจัดการเลือกตั้งที่ถูกขุด “ความไม่ชอบมาพากล” จนกว่าผลคะแนนจะออกมาอย่างเป็นทางการ
.
ความพ่ายหมดรูปของพรรคส้มไม่มีอะไรที่เกินความคาดหมายของผมที่เคยออกโรงสั่งสอนมาตลอด
.
ในขณะที่โลกโซเชียล สื่อ อินฟลู หลงระเริงไปกับคอมเม้นต์
.
แต่สำหรับผมแน่วแน่ในสิ่งที่ผมทำ และเข้าใจความรู้สึกของพรรคส้มดีเสมือนหนึ่งนั่งอยู่ในใจ
.
หลังเลือกตั้งพบว่า ”พรรคน้ำเงิน” ดับฝัน ”พรรคส้ม“ อย่างที่ผมว่าไว้
.
ผลตัวเลขที่ออกมาทำให้พรรคส้มตื่นตระหนก ผิดหวังอย่างรุนแรงจนยากที่จะยอมรับความจริง และมองหาว่าใครควรรับผิดชอบต่อการพ่ายแพ้อย่างสิ้นรูปในครั้งนี้
.
คำพิพากษาจากตัวเลขบนกระดานนั่นคือสิ่งที่ทำให้พรรคส้มงุนงงไม่เชื่อสายตา
.
หากฟังสิ่งที่ผมคอย “เตือนด้วยความหวังดี “ ต่อพรรคส้มจนถึงวันสุดท้าย แม้จะมาในหลายรูปแบบ
.
จะเข้าใจดีว่า ”กระแส“ ที่พรรคส้มพึ่งมาตลอดกระเพื่อมออกไปได้แค่กรอบของคนเมืองเท่านั้น
.
แต่ไปไม่ไกลถึงชนบท
.
เมื่อคะแนนออก พรรคส้มในโลกคนละใบกับพรรคน้ำเงินก็ต้องตกตะลึง
.
เกิดเป็นปรากฏการณ์หาเรื่องให้นับใหม่เฉพาะเขต จนลามไป ”นับใหม่ทั่วประเทศ“
.
แท้จริงแล้วสังคมไทยยังติดหล่มกับความขัดแย้งไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด
.
จาก เหลือง-แดง ในอดีต มาเป็น รุ่นเก่า-รุ่นใหม่ ในปัจจุบัน
.
ไทยกลายเป็น ”คนป่วย“ ของเอเชีย ที่เศรษฐกิจตกต่ำสุดติดต่อกันมาตลอด
.
จาก เสือ ในอดีต กลายเป็น แมวซึม ในวันนี้
.
พรรคน้ำเงินจัดรัฐบาลสูตรผสมพรรคแดงรวมพรรคเล็กเพื่อบีบพรรคเขียว
.
เข้าทำนอง “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล”
.
อนุทินได้พัฒนาบทบาทและชั้นเชิงด้วยความเชี่ยวชาญในระบบ จากระยะเวลาสั้นๆ ที่พรรคส้มเปิดโอกาส “เผากองทัพตัวเอง“ อย่างไร้ชั้นเชิงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
.
กลยุทธ์ “ชนบทล้อมเมือง” เกิดขึ้นในช่วงหาเสียง ปล่อยให้พรรคส้มหลงระเริงกับเสียงในโซเชียล แต่โลกความจริงถูกสึนามิสีน้ำเงินกวาดเรียบ
.
ทำไมพรรคน้ำเงินถึงกวาดไปเกือบ 200 ที่นั่ง?
.
คำตอบง่ายๆ คือ ความเข้าใจชีวิตของคนไทยใน “โลกความจริง” มากกว่า ”โลกเพ้อฝัน“ ของพรรคส้ม
.
ด้วยระบบอุปถัมภ์ของบ้านใหญ่ พรรคน้ำเงินที่ ”หยิบยื่น“ แบบเข้าใจวิถีชีวิตคนชนบท ที่ต้องการกินโดยไม่ต้องรอ
.
กระสุนที่แม่นยำกว่าทำให้พรรคน้ำเงินยิงเข้าเป้าผ่านเครือข่าย อสม. และผู้นำชุมชน
.
นี่คือความเข้าใจโลกการเมืองไทยที่แม่นยำกว่าโลกโซเชียล
.
การเติบโตของพรรคน้ำเงินกลายเป็นตัวแทนของ ”อนุรักษณ์นิยมใหม่“ ที่ดัดแปลง มีฐานเสียงชนบทล้นหลามพร้อมกับการล่มสลายของยักษ์สีแดงเป็นครั้งแรก
.
ในขณะเดียวกันพรรคส้มที่ยังคงเดินหลงวนเวียนไม่พ้นกำแพงเมืองกับ ม.112
.
ติดหล่มกับ ”อุดมการณ์” ที่คิดจะเปลี่ยนโลกการเมืองไทยด้วย “ปากกา“ ต้องกลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง
.
พร้อมกับเตรียมตัว “ถูกโละ” อีกรอบกับคดีที่ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกาเรื่องเดิม “ผิดจริยธรรมร้ายแรง” จากการเสนอร่างแก้ไข ม.112 ที่โอกาสรอดเป็นศูนย์
.
พรรคส้มจะเปลี่ยนระบบด้วยการสร้าง ”ความหวัง“ ให้คนเมือง
.
แต่กลับกลายเป็น “ความหวาดระแวง” ของคนชนบท
.
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ประชาธิปไตยต้องกินได้ทันที
.
พรรคส้มแพ้ตัวเอง หาใช่แพ้พรรคน้ำเงิน
.
ในเวลาไม่ช้าพรรคส้มจะแตก จากการเดินทางที่ต้องไปถึงจุดจบ
.
ไม่ใช่เพราะพรรคน้ำเงิน ไม่ใช่เพราะอนุรักษ์นิยม ไม่ใช่เพราะอำนาจเก่า ไม่ใช่เพราะใครทั้งสิ้น
.
แต่เป็นเพราะ “อุดมการณ์ที่กินไม่ได้“ และการก้าวพลาดครั้งใหญ่ของพรรคส้มเอง

แจงยิบบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง แสวงยันระบบปลอดภัย-แยกเก็บหลักฐาน 3 ส่วน

แจงยิบบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง แสวงยันระบบปลอดภัย-แยกเก็บหลักฐาน 3 ส่วน

แจงยิบบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง แสวงยันระบบปลอดภัย-แยกเก็บหลักฐาน 3 ส่วน

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.29 น.

“แสวง”ยืนยันการเลือกตั้งของปชช.เป็นความลับ ย้ำการเก็บบัตร-ต้นขั้วบัตร-บัตรชีรายชื่อ ถูกแยกเก็บในที่ปลอดภัย ชี้เปิด 3 หีบพร้อมกันโดยคำสั่งศาลเท่านั้น เชื่อ กปน.ที่จ่ายบัตรถ่ายภาพเป็นบัตรเปล่า

15 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยืนยันว่า หลักการโดยตรงและลับ หลักการความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้ง บาร์โค้ด (Barcode) กับ 2 หลักการ คือ การออกเสียงโดยตรงและลับ 1.หลักการโดยตรงและลับ เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษชนในการเลือกตั้ง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ของสหประชาติ (UN) ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่าในการเลือกตั้งการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดทราบได้

2.หลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เป็นหลักการที่มาจากปฏิญญาสากลเช่นกัน ที่กำหนดว่าการเลือกตั้งต้องเสรีและเป็นธรรม (Free &Fair) กฎหมายจึงกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบรหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น

3.บาร์โค้ดกับ 2 หลักการ คือ ถูกนำมาใช้กับหลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง และความปลอดภัยของการเลือกตั้ง แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ให้ 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้อย่างเรียบร้อย ในการเลือกตั้งทั้ง 2 หลักการ ได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นกิจกรรมเดียวกันพอดี คือ ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงตนรับบัตร รับบัตร เข้าคูหา หย่อนบัตรลงหีบ นับคะแนน นำบัตรและอุปกรณ์ไปส่ง ยุบรวมหีบ และจัดเก็บรักษา เพื่อให้ทั้ง 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้ และให้การออกเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีการออกแบบการออกเสียงลงคะแนนทุกขั้นตอนเพื่อป้องกัน และสอบทานซึ่งกันและกันได้ อาทิ มีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิ ในถุงที่เตรียมใว้ มีสายรัดใว้ แล้วเก็บใว้แยกหีบกัน การใช้บุคลากรในแต่ละขั้นตอนคนละชุดกัน อาทิ ที่หน่วยเลือกตั้ง คือ กปน.ที่รับบัตร คือ อนุอำเภอ และ ที่จัดเก็บเป็น สนง.กกต.จังหวัด เป็นต้น

และ 4.บาร์โค้ดกับการออกเสียงโดยตรงและลับ การใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง กรณีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งถ่ายรูปบัตรที่มีบาร์โค้ดจะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ทราบอย่างแน่นอน แต่หากมีผู้พยามอยากจะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ ก็มีมาตรการในการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 3 คือ การเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัตรชีรายชื่อ แยกจากกัน ในที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดจะเข้าถึงได้โดยไม่มีคำสั้งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาลก็เพื่อการเลือกตั้งที่มีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น และการเปิดหีบเอกสารก็จะเปิดเท่าทีจำเป็น หีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้องไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน

การออกเสียงโดยตรงและลับ ใช้กับทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนของ กกต. กปน.ด้วย ที่เกรงว่า กปน.จะถ่ายรูปบัตร แล้วนำมาให้บุคคลภายนอก นั้น กปน.ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีอยู่คนเดียว คือ กปน.ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร นั้นถือว่า กปน.เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยสภาพถ่ายได้เฉพาะบัตรเปล่า เพราะเป็นช่วงจ่ายบัตร ยังไม่ได้มอบบัตรให้แก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยมีบาร์โค้ดจะทราบทันทีว่าบัตรนั้น เป็นบัตรจากหน่วยใด กปน.คนใดเป็นคนจ่าย สำนักงานจะดำเนินการในส่วนที่เกียวข้อง ว่าอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 ราย ดังนั้น ต้องแยกมาตรการ หรือ กระบวน การออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วย มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคลนั้นก็ต้องรับในสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

– 006