อ.อัจฉราวดี ดักคอรัฐบาลใหม่ ไม่เอา 3 รัฐมนตรีเพื่อไทย ลั่น เจ็บแล้วจำ

อ.อัจฉราวดี ดักคอรัฐบาลใหม่ ไม่เอา 3 รัฐมนตรีเพื่อไทย ลั่น เจ็บแล้วจำ

อ.อัจฉราวดี ดักคอรัฐบาลใหม่ ไม่เอา 3 รัฐมนตรีเพื่อไทย ลั่น เจ็บแล้วจำ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.33 น.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า พี่น้องประชาชนไทยส่วนใหญ่ที่เลือก ภท.ยอมเข้าใจว่า  การเอา พท.มาร่วมรัฐบาลคือเสถียรภาพ

ข้อดีสำคัญคือการแยกแดงออกจากส้ม   แต่เรา  “เจ็บแล้วจำ” ที่หลานอังเคิลทำไว้กับแผ่นดิน โดยเฉพาะภูมิธรรมที่สั่งหยุดยิง  สมศักดิ์ที่น่าสมเพช    และสุริยะที่ทุกคนเห็นอยู่  ขอสะท้อนสิ่งที่พี่น้องประชาชนมีข้อสั่งการมาว่า ไม่เอาทั้ง 3 คนนี้เป็น รมต. 

ขอให้นายกอนุทินทำการเมืองใหม่ให้ประจักษ์ บัดนี้อนุรักษ์นิยมชนะขาด เป็นผู้กำหนดทิศทางการบริหารบ้านเมือง เลิกระบบโควต้าใครมีกี่เสียงได้กระทรวงเกรดไหน นักการเมืองต้องพิสูจน์ตนอุทิศทำเพื่อประชาชน  นอกจาก 3 กระทรวงของ 3 ทหารเสือ ใครสามารถตรงไหนก็นั่งกระทรวงนั้น หากรับไม่ได้โปรดเอาโพสต์นี้ไปบอกแทน หากเพื่อไทยดันทุรัง ยิ่งกว่าการฆ่าตัวตายทางการเมือง โปรดบอกด้วยว่าอาจารย์ธรรมะผู้นี้คือผู้รณรงค์ว่า “น้ำเงินทั้งแผ่นดิน  แลนด์สไลด์ให้ภูมิใจไทย”

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของ ภท. แต่ทำเพื่อให้ชาติพ้นจากอำนาจของแดงส้ม ภท.มาถึงจุดนี้ด้วยพลังของพี่น้องประชาชน ที่ไม่เห็นชาติบ้านเมืองเป็นเกม แต่ยอมทำตัวเป็นขุน เพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง นายกอนุทินต้องรักษาคำมั่นที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 8 กพ.’69ว่า “นี่คือคำสั่งของพี่น้องประชาชน ให้ ภท.เข้ามาบริหารประเทศ พวกเราน้อมรับข้อสั่งการ ด้วยความสุจริตและทุ่มเท”

งดงามอย่างไทย! นายกฯ นำทีมสวมชุดไทยย้อนยุค เปิดงานสมเด็จพระนารายณ์ฯ

งดงามอย่างไทย! นายกฯ นำทีมสวมชุดไทยย้อนยุค เปิดงานสมเด็จพระนารายณ์ฯ

งดงามอย่างไทย! นายกฯ นำทีมสวมชุดไทยย้อนยุค เปิดงานสมเด็จพระนารายณ์ฯ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.19 น.

“นายกฯ อนุทิน” สวมชุดไทยย้อนยุคเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569” เน้นย้ำคำว่า “บ้านเกิดเมืองนอน” จะหนุนนำให้เกิดการรักษาความภาคภูมิใจและมุ่งพัฒนาสร้างความเจริญในทุกมิติจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตำบลท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 โดยมี นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ร่วมในงานเป็นจำนวนมาก

โดยในวันนี้ นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงบริเวณพระปรางค์สามยอดในเวลา 18.17 น. แต่งกายสวมชุดผ้าไทยย้อนยุค เสื้อผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ โจงกระเบนไหมมัดหมี่สีพื้น ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี สวมโจงกระเบนไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ ร่วมชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่อลังการ แล้วเข้าสักการะเจ้าพ่อพระกาฬที่ศาลพระกาฬ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งตลอดทั้งบริเวณงานผู้คนล้วนสวมใส่ชุดไทยย้อนยุค อันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “สวมชุดผ้าไทยและชุดไทยย้อนยุคทั้งเมืองของจังหวัดลพบุรี” ที่ได้สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี ข้าราชการตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และประชาชน จะพร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยและชุดไทยย้อนยุคปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เป็นการร่วมรำลึก “ละโว้ธานี” ราชธานีอันรุ่งเรืองและเกรียงไกรในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโอกาสให้เราได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติ รักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้ จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตัวผมเองให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กับคำว่า “บ้านเกิดเมืองนอน” เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าเรามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด เราก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรมไว้ให้ลูกหลาน

“ลพบุรี” เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งนับเป็นยุคทองแห่งการพัฒนา ทำให้ลพบุรีเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่รู้จักในหมู่นานาอารยประเทศ ดังนั้น การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดลพบุรี” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ พี่น้องชาวลพบุรี ได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอันเป็นภาพที่งดงาม และน่าประทับใจ สะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดลพบุรี ที่ได้ร่วมกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ และเป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องชาวลพบุรี ทั้งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดลพบุรี เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า จังหวัดลพบุรีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทยและเมืองลพบุรี และตระหนักถึงความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า จึงได้ริเริ่มจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2522 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงโปรดให้สร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ทำให้เมืองลพบุรีกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุข เป็นยุคทองภายใต้พระบารมี กอปรกับเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่และต่อยอดสร้างมูลค่าและรายได้ให้แก่ พี่น้องประชาชนชาวไทย

“การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี โดยจำลองบรรยากาศย้อนกลับไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการประดับตกแต่งโบราณสถานสำคัญในจังหวัดลพบุรี ทั้งในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และภายในบริเวณเมืองเก่า จะมีการรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และกิจกรรมสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรีและสร้างความประทับใจให้ผู้มาเที่ยวชมงาน คือ การที่ชาวลพบุรีพร้อมใจกัน “แต่งไทยทั้งเมือง” อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าว

สำหรับบรรยากาศ เมื่อนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงบริเวณศาลพระกาฬ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมรับชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วขึ้นรถรางไปเยี่ยมชมการประดับตกแต่งสวนดอกไม้สวยงาม บริเวณสวนราชานุสรณ์ จากนั้น เดินเท้าต่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ นำผู้ร่วมงานถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างเมือง และพระบรมราชชนนีผู้ทรงรักษาศิลป์” บริเวณด้านข้างตึกเขียว พระนารายณ์ราชนิเวศน์ แล้วร่วมรับฟังการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต” โดย นักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และเดินเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เพื่อสักการะองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ณ หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ

จากนั้นในเวลาประมาณ 19.00 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินเข้าสู่บริเวณเวทีกลาง ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมชมการแสดงชุด “น้อมอาลัยพระพันปี เทิดบารมีองค์นารายณ์ ราษฎร์รวมใจ รักชาติรักแผ่นดิน” โดยนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม แล้วจึงรับฟังคำกล่าวรายงานการจัดงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และเป็นประธานในการประกอบพิธีเปิดงาน โดยกิมมิคของการทำพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคู่สมรส ทำการแตะประตูเพื่อเปิดประตูสู่แผ่นดินทอง โดยภายหลังพิธีเปิด ได้เยี่ยมชมบริเวณงานและบริเวณเทวสถานปรางค์แขกอีกด้วย
 

กกต.โต้ เฟคนิวส์ อ้าง กปน.ถ่ายต้นขั้วบัตรลงคะแนนได้

กกต.โต้ เฟคนิวส์ อ้าง กปน.ถ่ายต้นขั้วบัตรลงคะแนนได้

กกต.โต้ เฟคนิวส์ อ้าง กปน.ถ่ายต้นขั้วบัตรลงคะแนนได้

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.12 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกเอกสาร ชี้แจงกรณีมีการโพสต์ข้อความ “กปน. สามารถถ่าย ต้นขั้วเก็บไว้ แล้วหัวคะแนนตรวจได้ 100% ว่าใครกา/ไม่กา แบบไม่มีเขย่ง” นั้น สำนักงานกกต.ขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th หรือสำนักงาน
กกต.ประจำจังหวัด หรือสายด่วน 1444

พลเมืองอิสระ จัดกิจกรรมลานหอศิลป์ฯ เรียกร้องโปร่งใสเลือกตั้ง (ประมวลภาพ)

พลเมืองอิสระ จัดกิจกรรมลานหอศิลป์ฯ เรียกร้องโปร่งใสเลือกตั้ง (ประมวลภาพ)

พลเมืองอิสระ จัดกิจกรรมลานหอศิลป์ฯ เรียกร้องโปร่งใสเลือกตั้ง (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.22 น.

กลุ่มพลเมืองอิสระจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเขียนข้อความลงบนผ้าสีขาว สะท้อนข้อกังขาต่อการทำหน้าที่ของ กกต. พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ผ้าสีขาวผืนใหญ่และปากกา ถูกนำมาใช้เป็นสื่อกลางในกิจกรรมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มพลเมืองอิสระ” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เขียนข้อความแสดงความคิดเห็น และสะท้อนความรู้สึกต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. นอกจากการเขียนข้อความแล้ว ยังมีการแสดงดนตรีสลับกับการปราศรัยของแกนนำ รวมไปถึงแสดงกิจกรรม ที่ใช้ชื่อว่า “ล้อมวงกินก๋วยเตี๋ยวหกคน” และในช่วงท้าย แกนนำจะอ่านแถลงการณ์เวลาประมาณ 20.40 น.

หนึ่งในแกนนำ เปิดเผยว่า ในฐานะประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พบข้อพิรุธและความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หลายพื้นที่ ทั้งกระบวนการนับคะแนน ปัญหาบัตรเลือกตั้ง การชำรุดของอุปกรณ์ และการดูแลความปลอดภัยของหีบเลือกตั้ง ซึ่งเห็นว่าไม่สอดคล้องกับงบประมาณของภาษีประชาชน

ข้อกังวลนี้ จึงนำไปสู่การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และพิจารณานับคะแนนใหม่ หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ 

แกนนำยืนยันว่า การจัดกิจกรรมเป็นไปโดยสงบ ไม่มีเจตนาเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองใด และดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย รวมถึงได้แจ้งการจัดกิจกรรมต่อเจ้าหน้าที่แล้ว

ขณะที่บรรยากาศโดยรอบ รวมถึงบริเวณสกายวอล์ก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน ตำรวจควบคุมฝูงชน และตำรวจนอกเครื่องแบบ ประจำจุดเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์และดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด

กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ใช้ป้องกันปลอมแปลง-ทุจริต ใครบิดเบือนระวัง พ.ร.บ.คอมฯ

กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ใช้ป้องกันปลอมแปลง-ทุจริต ใครบิดเบือนระวัง พ.ร.บ.คอมฯ

กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ใช้ป้องกันปลอมแปลง-ทุจริต ใครบิดเบือนระวัง พ.ร.บ.คอมฯ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.01 น.

ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จ สนง.กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง  ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรธน.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวจากแหล่งต่างๆ ว่า บัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีการจัดพิมพ์รหัสเพื่อใช้เป็นมาตรการควบคุมและรักษาความปลอดภัยไว้บนบัตรเลือกตั้งในรูปแบบ barcode อาจทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปโดยตรงและลับ นั้น  กกต. ขอชี้แจงว่าในกระบวนการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้ เป็นการออกเสียง “โดยตรงและลับ”ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมาใช้สิทธิด้วยตนเอง ลงคะแนนในคูหาเพียงลำพัง และหย่อนบัตรด้วยตนเอง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งห้ามเปิดเผยหรือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนแล้ว ว่าตนลงคะแนนให้ผู้ใด อันเป็นหลักประกันความเป็นอิสระและความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งผู้อื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้

ทั้งนี้ กกต. ยังมีมาตรการป้องกันการทุจริตโดยในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้อำนาจ กกต. กำหนดลักษณะบัตรเลือกตั้ง และอาจกำหนด“รหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษ” เพื่อใช้ในการตรวจสอบการปลอมแปลงหรือการนำบัตรออกไปนอกหน่วยเลือกตั้ง รหัสดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมจำนวนบัตร แยกประเภทบัตรตามเขต และป้องกันการทุจริต

นอกจากนี้ ภายหลังการนับคะแนน บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้งจะถูกจัดเก็บใส่ถุงใสปิดผนึก รัดด้วยสายรัด พร้อมลงลายมือชื่อกำกับ และเก็บไว้ในหีบบัตรที่มีการปิดผนึกอีกชั้นหนึ่ง โดยห้ามผู้ใดเปิดหีบดังกล่าว พร้อมนำไปเก็บรักษาในสถานที่มั่นคงปลอดภัย ตามระเบียบ ของ กกต.

ดังนั้น การกำหนดรหัสบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการป้องกันการปลอมแปลง และการป้องกันการทุจริต มิได้กระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงสามาร ใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจว่าคะแนนเสียงของตนจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ

คำเตือน หากผู้หนึ่งผู้ใดนำข้อความที่บิดเบือนต่อความเป็นจริงไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่นได้รับทราบ อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

ไทกร ลากไส้ Spectre C ชั้น 4 วางยุทธศาสตร์ ชี้เป้าฐานปฏิบัติการ IO อยู่รัชดาฯ

ไทกร ลากไส้ Spectre C ชั้น 4  วางยุทธศาสตร์ ชี้เป้าฐานปฏิบัติการ IO อยู่รัชดาฯ

ไทกร ลากไส้ Spectre C ชั้น 4 วางยุทธศาสตร์ ชี้เป้าฐานปฏิบัติการ IO อยู่รัชดาฯ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.24 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “Spectre C ล้าง(สมอง)ทั้งแผ่นดิน” ระบุว่า Spectre C ล้าง(สมอง)ทั้งแผ่นดิน

หลังการเปิดเผยของ แก้วตา(ลูกสาวอาจารย์โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ)อดีต สส.พรรคก้าวไกล-พรรคประชาชน ได้เปิดเผยว่าถูก IO ของพรรคส้ม ในนาน Spectre C ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ที่ตั้งพรรคประชาชน โจมตีอย่างรุนแรง ทำให้คนไทยทั้งประเทศหูผึ่ง พรรคส้มมีปฏิบัติการ IO ด้วยหรือ ?

ซึ่งทำให้พรรคประชาชนต้องล่นลานออกมาปฏิเสธ ถึงขนาดที่ “ไอติม” โฆษกพรรคส้มต้องพาผู้สื่อข่าวขึ้นไปดูชั้น 4 ซึ่งพบแต่ความว่างเปล่า มีผ้าพลาสติกคลุมโต๊ะ-เก้าอี้-เครื่องใช้สำนักงาน อ้างว่า แอร์เสียตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 

แต่พอผู้สื่อข่าวขอขึ้นไปดูชั้นที่ 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งทางการของ Spectre C กลับไม่ให้ขึ้นไปดู

แต่ทั้งหมดนี้คือกระพี้ 

แก่นของเรื่องนี้ทั้งหมดคือ 

ปฏิบัติการ “ ล้างสมอง ” ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ เพื่อสร้างรัฐในอุดมคติให้กับศาสดา

เรื่องนี้ทำมาตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่ ยุคนั้นใช้ไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เป็นศูนย์บัญชาทำหน้าที่

กำหนดยุทธศาสตร์

กำหนดประเด็น

กำหนดหัวข้อชี้นำ

กำหนดการตอบโต้

กำหนดการปริมาณการทำซ้ำ 

กำหนดมวลชนเป้าหมาย

กำหนดเครื่องมือที่ใช้ส่งข้อมูล ใช้แพลตฟอร์มใด ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดต่อกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งในเวลานั้น กำหนดให้ใช้ทวิตตอร์เป็นแพลตฟอร์มหลักในการล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ 

ส่วนฐานปฏิบัติการหรือห้องปฏิบัติการ IO อยู่ตึกแถวแยกสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก เป็นบริษัทเอกชน รับงานจาก Spectre C อีกทอด

ในยุคพรรคก้าวไกล ได้ย้ายที่ทำการมาที่อาคารอนาคตใหม่ด้านหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง Spectre C ก็ย้ายกองบัญชาการมาตั้งอยู่ที่อาคารอนาคตใหม่ชั้น 4,5 

ภารกิจเดิมคือ ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ 

Spectre C ที่อาคารอนาคตใหม่ เป็นศูนย์บัญชาการ มีหน้าที่ควบคุมยุทธศาสตร์ ส่วนฐานปฏิบัติการ IO  มีบุคลากรเป็น 100 คน คอมพิวเตอร์เป็น 100 เครื่อง คอยเผยแพร่คอนเทนท์ ตอบโต้

การเมืองฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการเชียร์พรรคส้ม เช่น คอมเม้นต์ประเภท 

“ กาส้มทั้งสองใบ” 

“ เลือกส้มทั้งบ้าน” 

ฯลฯ

ก็ถูกปล่อยออกมาจากฐานปฏิบัติการ IO ติดตั้งอยู่ที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก 

ในการเลือกตั้งปี 2566 Spectre C ได้เพิ่มแพลตฟอร์มจาก  Twitter  เพิ่ม TikTok  เข้ามา กลายเป็นสองแพลตฟอร์มหลักที่ใช้ในการทำ IO

ในการเลือกตั้งปี 2569 Spectre C ได้ทำ IO ทุกแพลตฟอร์ม Twitter, TikTok , Facebook  

หากการทำ IO เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคการเมือง  หรือชี้แจงข้อเท็จจริงหากถูกโจมตีใส่ร้ายก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองสามารถทำได้ 

แต่หากใช้ปฏิบัติการ  IO เพื่อล้างสมอง ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่  โดยความคิดใหม่นั้นสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับคนไทย 

ไม่ต้องเคารพศาสนา

ไม่เคารพพ่อแม่

ไม่มีญาติพี่น้อง 

ไม่มีสถาบันหลักของชาติ 

ฟังเพลงชาติไทย แล้วสะอิดสะเอียน 

ฯลฯ
ก็ถือว่า การปฎิบัติการ IO แบบนี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง สมควรที่คนไทยต้องรู้ทัน และร่วมกันจัดการ IO อุบาทว์แบบนี้ให้หมดไปจากสังคมไทย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แก้วตา เปิด Spectre C ไอโอพรรคส้ม

ไอติม โต้แหลก แก้วตา ปม พรรคประชาชน จ้างบริษัททำ IO

เลือกโจรไปปราบมหาโจร! ดร.อานนท์ ชี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

เลือกโจรไปปราบมหาโจร! ดร.อานนท์ ชี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

เลือกโจรไปปราบมหาโจร! ดร.อานนท์ ชี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.56 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมรบกับระบอบทักษิณมาตลอดนะครับ

แล้วผมก็รู้ว่าระบอบทักษิณมันชั่วร้ายมาก มันขี้โกง

เลือกตั้งครั้งที่เพิ่งผ่านมานี้ ผมถึงกับประกาศว่า

การเลือกตั้งมิใช่การเลือกพระอริยสงฆ์

อย่างนั้นต้องไปเข้าวัด ซึ่งสมัยนี้ก็ไม่ได้มั่นใจหรอกว่าจะเจออริยสงฆ์หรืออลัชชีกันแน่

ผมเลือกโจรไปปราบมหาโจร

รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจรครับ 

ที่เห็น ๆ นักการเมืองไทย จะเอาแบบขาวใสบริสุทธิ์ มันไม่มีครับ

เลือกที่เลวน้อยที่สุด

อยากได้ดีกว่านี้ ต้องได้รัฐบาลที่มาด้วยวิธีการอื่น ที่ไม่ใช่การเลือกตั้งครับ

ทนายเชาว์ ซัด กกต ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง ติดล็อก

ทนายเชาว์ ซัด กกต ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง ติดล็อก

ทนายเชาว์ ซัด กกต ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง ติดล็อก

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.27 น.

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง บัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำการเลือกตั้งติดล็อก มีเนื้อหาระบุว่า ฟังคำชี้แจงของ กกต. และอ่านบทความของอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ แล้ว ยิ่งทำให้ประเด็น “บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด” ชัดเจนขึ้นในทางที่น่ากังวลกว่าเดิม ข้อเท็จจริงที่ยอมรับกันแล้วคือ บาร์โค้ดนั้น “สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังข้อมูลผู้ลงคะแนนได้” เพียงแต่ยืนยันว่าจะเก็บเป็นความลับ และเข้าถึงได้เฉพาะตามมติ กกต. ในกรณีมีคำร้องทุจริตเท่านั้น กกต.อ้างระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 129 ที่ให้อำนาจกำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษในบัตรเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อรักษาความสุจริตเที่ยงธรรม บัตรถูกพิมพ์พร้อมลายน้ำและบาร์โค้ด ระบุ

“เล่มและลำดับ เพื่อควบคุมจำนวนและป้องกันบัตรปลอม หลังปิดหีบจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดเก็บรักษาอย่างเป็นระบบ การจะเชื่อมโยงบัตรกับตัวบุคคลต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งศูนย์เก็บบัตร บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ และเครื่องสแกนเฉพาะ ซึ่งบุคคลทั่วไปหรือพรรคการเมืองไม่สามารถเข้าถึงได้”

ทนายเชาว์

นายเชาว์ระบุด้วยว่าคำชี้แจงทั้งหมดนี้ กลับยิ่งตอกย้ำปัญหาเชิงหลักการ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 85 บัญญัติชัดว่า การเลือกตั้งต้องเป็น “การออกเสียงโดยตรงและลับ” คำว่า “ลับ” ตามเจตนารมณ์ ไม่ได้หมายถึง “เปิดได้ แต่เปิดยาก” หรือ “เปิดได้ แต่เปิดเฉพาะบางคน” แต่หมายถึงต้องไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

“ความลับของบัตรเลือกตั้งจึงต้องเป็น “ความลับโดยโครงสร้าง” ไม่ใช่ “ความลับที่ต้องอาศัยความเชื่อใจ” ต่อให้ต้องผ่านหลายขั้นตอน ต่อให้ต้องมีมติ กกต. ต่อให้บุคคลทั่วไปเข้าไม่ถึง ตราบใดที่ระบบถูกออกแบบให้ “สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวบุคคลได้” หลักการความลับของการลงคะแนนก็ถูกสั่นคลอนตั้งแต่ต้นทางแล้ว” นายเชาว์ระบุ

ทนายเชาว์

อดีตรองโฆษกพรรคปรชาธิปัตย์ระบุด้วยว่า ระเบียบ ข้อ 129 เป็นกฎหมายลำดับรอง ไม่อาจขยายอำนาจไปกระทบสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดได้ การป้องกันบัตรปลอมเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่อาจแลกกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง มีวิธีป้องกันบัตรปลอมอีกมากที่ไม่ต้องทำให้ “ความลับ” ในการลงคะแนนตกไปอยู่ในมือของ กกต. เพราะหากบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปหาตัวผู้ลงคะแนนได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การเลือกตั้งนั้นก็ย่อมขัดกับหลัก “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยเหตุนี้ บัตรเลือกตั้งติดรหัส อาจทำให้การเลือกตั้งติดล็อก และเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

ยศชนัน โพสต์เปิดใจ แจง หลายฝ่ายเห็นควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ยศชนัน โพสต์เปิดใจ แจง หลายฝ่ายเห็นควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ยศชนัน โพสต์เปิดใจ แจง หลายฝ่ายเห็นควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ โพสต์เฟสบุ๊ก ถึงคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ในการเข้าร่วมรัฐบาล ข้อความว่า ที่ผ่านมา ผมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนหลายกลุ่ม หลายองค์กรในทุกสถานการณ์ที่มีโอกาส รวมถึงการประชุมร่วมกับทีมงานทุกๆฝ่าย 

จากการได้พูดคุยกับหลายๆ คน หลายๆ องค์กร ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าบริบทของสังคมโลกและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัจจัยทางการเมืองในการเลือกตั้งคราวนี้มีความซับซ้อน และเป็นความจริงว่าการจัดการทางการเมือง การใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ มีบทบาทสูงมากต่อผลการเลือกตั้ง 

ยศชนัน

จุดยืนของผมและพรรคเพื่อไทยคือเคารพ และน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากบอกกล่าวกับทุกท่านในขณะนี้

1. ผมยังยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งสำคัญที่สุด และเห็นว่าเสียงทักท้วงในหลายแง่มุมของพี่น้องประชาชน มีน้ำหนักที่ กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องรับฟังและชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบในทุกกระบวนการเพื่อรักษาความชอบธรรมของการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง และจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าจะมีข้อยุติ

2. ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ได้พูดคุย ปราศรัยหรือรับปากไว้ทุกพื้นที่ รวมถึงทุกปัญหาจากข้อมูลที่รับฟังจากผู้สมัครมา เราจะร่วมกับคนเก่งๆ ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรภายในพรรค กลไกรัฐ กลุ่มภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สุดความสามารถที่สุดจากสถานะทางการเมืองและศักยภาพของเรา ทุกปัญหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่เรา ไม่จบไม่เลิก 

ยศชนัน

หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรามี 2 ทางเลือก ที่ต้องตัดสินใจคือการเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล มีผลงานจากการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของผู้คนมาอย่างยาวนาน 

ผมทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นพลังสนับสนุนพรรคมาตลอด ก็มีความเห็นไม่ตรงกันต่อทั้ง 2 แนวทาง เราขบคิด แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังหลายฝ่ายในพรรค แม้จะมีเวลาพูดคุยกันไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 

ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันมาตลอดว่าจะร่วมทางในทุกสถานการณ์ ผมพร้อมจะก้าวเดินร่วมกับทุกคนในเส้นทางที่เราเลือก

หากก้าวย่างในวันนี้ สร้างความไม่สบายใจต่อท่านใดก็แล้วแต่ ผมขอกราบขออภัยด้วยความจริงใจ ผมได้อ่าน ได้ยินเสียงความเห็นของทุกท่าน และรับฟังด้วยความเคารพเสมอมา

ยศชนัน

การตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเพื่อหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและมีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำตามระบบรัฐสภา คือความคืบหน้าล่าสุดในขณะนี้ รายละเอียดต่างๆ หลังจากนี้ ผมจะรายงานให้ทราบทุกขั้นตอนครับ 

ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ทั่วถึงพี่น้องในทุกพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และสร้างโอกาสที่จะกำหนดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ 

เราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เต็มที่ทุกนาทีเพื่อยืนยันว่าพวกเราทำได้ และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ ผมพร้อมรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น แม้ผมจะเดินเข้ามาในวันที่พ่ายแพ้ แต่ผมจะยืนอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจนถึงวันที่เราชนะด้วยกันอีกครั้ง 

ผมมั่นใจว่าผมทำได้ และพร้อมรับฟังทุกๆ ท่านเสมอ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกัน ประชาธิปไตยยิ่งใหญ่และงดงามเสมอครับ

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

สุวัจน์ ดัน ปกครอง นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แนะ กกต เร่งเคลียร์ปมเลือกตั้ง

สุวัจน์ ดัน ปกครอง นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แนะ กกต เร่งเคลียร์ปมเลือกตั้ง

สุวัจน์ ดัน ปกครอง นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แนะ กกต เร่งเคลียร์ปมเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.02 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2569)  ที่ ห้องประชุมโรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาได้จัดการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี 2569 โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานที่ประชุมฯ ซึ่งมีสมาชิกพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วมประชุม จำนวน 266 คน โดยมีวาระสำคัญ คือ ระเบียบวาระที่ 4 การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งคณะหลัง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคฯ ได้ลาออกไปสมัครส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามข้อบังคับพรรคการเมือง

ซึ่งที่ประชุมพรรคชาติพัฒนา วันนี้ มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ และผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่า “นายปกครอง ผาสุขยืด” ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนใหม่ และนายปกครองฯ ได้เลือกนายอรัญ พันธุมจินดา เป็นเลขาธิการพรรคฯ

พรรคชาติพัฒนา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า “การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาวันนี้ เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคการเมืองที่มีการลาออกของหัวหน้าพรรคคนเก่า ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารทั้งชุดต้องพ้นสภาพไป ซึ่งพรรคชาติพัฒนายังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป แต่ช่วงนี้จะเน้นทำงานท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น สจ.นายกเทศมนตรีฯ  และ สท. เป็นต้น”

นายสุวัจน์ฯ ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นถึงการตัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ว่า  หลังพรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ชัดเจน เพราะเสียงที่มีอยู่แล้วขณะนี้ก็เกินครึ่งหนึ่งของสภาฯ  จากนี้ก็เป็นเรื่องของพรรคแกนนำว่าจะเชิญพรรคใดเข้ามาร่วมอีก เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและเกิดความเชื่อมั่นได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนตัวเห็นว่า ถ้ารัฐบาลใหม่มีเสียงมากกว่า 300 เสียงขึ้นไปก็จะปลอดภัย เพราะรัฐบาลต้องมาแก้ปัญหาหลายเรื่อง และฝ่าวิกฤติต่างๆ ไปให้ได้ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน 

พรรคชาติพัฒนา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรื่องถกเถียงและร้องเรียนหลังการเลือกตั้งเกิดขึ้นมาก ดังนั้น เพื่อความสง่างาม ความน่าเชื่อถือ และการยอมรับของประชาชน กกต.จะต้องออกมาชี้แจงทำความกระจ่างในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และหลัง กกต. มีการรับรอง ส.ส.แล้ว จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่มีความสง่างาม ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่นั้น ก็ไม่มีอะไรสามารถการันตีได้ เพราะการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารัฐบาลทำงานได้ดี  แก้ปัญหาต่างๆได้ ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง หรือไม่มีเรื่องที่ทุจริตคอรัปชั่น ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

“ส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลได้ทำงานอย่างต่อเนื่องไม่เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย เพราะถ้าเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งในและต่างประเทศ” นายสุวัจน์ กล่าว

พรรคชาติพัฒนา