ปชน.จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ วาโย ฟ้องกกต.-เลขาฯ ผิด 157

ปชน.จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ วาโย ฟ้องกกต.-เลขาฯ ผิด 157

ปชน.จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ วาโย ฟ้องกกต.-เลขาฯ ผิด 157

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.23 น.

“ปชน.” ชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ “วาโย” ฟ้อง กกต.-เลขาฯ กกต. ผิด 157 

14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน  นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และผู้อำนวยการกองอำนวยการการเลือกตั้งของพรรคประชาชน  พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยนายพริษฐ์ เริ่มต้นโดยย้ำว่า เจตนาของพรรคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้งปี 69 ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาเพื่อมุ่งเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง แต่เราจำเป็นต้องตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้งเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนว่าเสียงของเขาถูกบันทึกอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะกาให้กับพรรคการเมืองไหนก็ตาม รวมถึงเราต้องการให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างบกพร่องหรือจงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้เรามีการเลือกตั้งในอนาคตที่ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การแถลงในวันนี้มี 4 หัวข้อ หัวข้อแรกคือกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) มีข้อสรุปว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าว ในทางทฤษฎีสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเราเห็นว่ามีปัญหา 3 เรื่องหลัก

ปัญหาแรก ทำให้การลงคะแนนเสียงที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นไปโดยลับ ตามหลักการที่สังคมเข้าใจโดยทั่วไปมาโดยตลอด   การลงคะแนนที่ “ลับ” หมายถึง เมื่อเราลงคะแนนไปแล้วจะต้องไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้เลย แต่การแถลงของ กกต.เมื่อวานเป็นการยืนยันว่าสามารถทำได้ในเชิงทฤษฎีหากมีการเข้าถึงข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลบนบัตร, รหัสตรงต้นขั้ว และชื่อผู้ลงคะแนนของรหัสนั้นๆ  ดังนั้น เราเห็นว่าประเด็นที่สำคัญไม่ใช่ความยากหรือง่ายในการเข้าถึงข้อมูล แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า หากใครเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ จะสามารถระบุตัวตนผู้กาบัตรได้ คำตอบก็คือทำได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ไม่ว่าใครจะเข้าถึงข้อมูลส่วนใด ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร

ปัญหาที่สอง เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

ถึงแม้ กกต. จะชี้แจงว่ามีการเก็บรักษาบัตรและต้นขั้วไว้ในที่ปลอดภัย แต่หากมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อนล่วงหน้า อาจเปิดช่องให้สามารถออกแบบกระบวนการในการตรวจสอบได้ว่าใครโหวตอย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรหรือต้นขั้วที่ กกต. เก็บไว้หลังปิดหีบ เช่น ตัวแทนพรรคอาจใช้อิทธิพลข่มขู่ให้ประชาชนแจ้งรหัสต้นขั้วก่อนลงคะแนน และจากนั้นมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทุกใบขณะนับคะแนน เพื่อนำมาสแกนตรวจสอบภายหลังว่าลงคะแนนตามที่ตกลงหรือไม่ หรือหากมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) บางคนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจแอบถ่ายภาพต้นขั้วบัตรเพื่อส่งให้ตัวแทนพรรคที่กระทำการดังกล่าวได้

ดังนั้น แม้ กกต. พยายามชี้แจงว่าทั้งหมดที่ทำเพื่อ “รักษาความปลอดภัย” และแม้เรายอมเชื่อไว้ก่อนว่า กกต. มีเจตนาดีเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจริง แต่การดำเนินการของ กกต. เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่สุจริตเที่ยงธรรม และทำให้อาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหลับปัญหาที่สาม เรามีความกังวลว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น จาก QR Code และบาร์โค้ดไม่ได้กระทบเฉพาะการเลือกตั้งที่ผ่านมา  เมื่อวันที่ 8 กุมภาเท่านั้น  แต่เสี่ยงจะเกิดความเสียหายระยะยาวต่อการเลือกตั้งในอนาคตด้วย เพราะแม้มีการเก็บบัตรและต้นขั้วไว้ หากข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลหรือมีบุคคลใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จะเกิดปัญหาสำหรับอนาคต เพราะข้อมูลการเลือกพรรคการเมืองของประชาชน ถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว และจะกลายเป็นข้อมูลที่ผู้มีอำนาจสามารถนำไปใช้จัดเก็บสถิติแยกตามเพศ อายุ และพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเตรียมการเลือกตั้งในอนาคตได้เช่นกัน

“ดังนั้น พรรคปรพชาชน เดินหน้าด้วยการมอบหมายให้ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกฎหมาย  เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำร้องเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต“ นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หัวข้อต่อมา คือการตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีจำนวนไม่เท่ากันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน โดยพบปัญหานี้ในหลายเขตเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ กกต. ระบุว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากระบบรายงานผลบนเว็บไซต์ของ กกต. แต่เราต้องยืนยันว่าข้อสังเกตของพรรคประชาชน ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลเว็บไซต์ของ กกต. แต่อ้างอิงจากข้อมูลที่อยู่ในบอร์ดรายงานผลในแต่ละเขตเลือกตั้ง 

ดังนั้นไม่ว่ากระบวนการในการรายงานตัวเลขผ่านเว็บไซต์ของ กกต. จะมีปัญหาแค่ไหน แต่เป็นคนละเรื่องกับหลักฐานที่เราเอามากางก่อนหน้านี้และในวันนี้ ยกตัวอย่างความผิดปกติที่ชัดเจนในพื้นที่สงขลา เขต 3 และ ศรีสะเกษ เขต 2 ที่มีส่วนต่างกันอยู่ ซึ่งตนได้มีการเปิดข้อมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงอีกหลายเขตที่มีการเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ ซึ่งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว มีทั้งเขตที่พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งเป็นอันดับ 3 และเขตที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเราไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อหวังจะทำให้พรรคประชาชนมี สส. มากขึ้น แต่เราต้องการตรวจสอบประเด็นนี้ เพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนแลทำให้เรื่องนี้สิ้นข้อสงสัย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ท้ายสุดนี้ข้อเรียกร้องต่อ กกต. คือ (1) ขอให้ชี้แจงว่าทำไมจำนวนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ที่ปรากฏในบอร์ดรายงานผลการลงคะแนนสำหรับบางเขตเลือกตั้ง จึงคลาดเคลื่อน และต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (2) เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายหน่วย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบโดยสะดวกมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร 2 อย่าง คือ กกต. ต้องเร่งเผยแพร่รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) รายหน่วย ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด และควรเปิดเผยใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) รายหน่วย แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้เปิดเผย แต่ถ้า กกต.เปิดเผยก็จะทำให้เกิดความโปร่งใส และสิ้นข้อสงสัยได้ในบางกรณี อย่างน้อยที่สุดกกต.ควรเปิดในเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีข้อสงสัย 

ด้าน กิตติชัย กล่าวถึงภาพรวมของเรื่องร้องเรียนที่ผู้สมัคร สส. ของพรรค และประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้  โดยในส่วนผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน  รับเรื่องร้องเรียนมาทั้งหมด 57 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ทำเรื่องไปยัง กกต. ขอให้มีการตรวจสอบแล้ว 37 เรื่อง ส่วนการร้องเรียนของประชาชนผ่านเว็บไซต์ report69 ยอดทั้งหมดกว่า 4,000 เรื่อง ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง โดยฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบและส่งให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคร้องคัดค้านการประกาศผลต่อไป

และหัวข้อสุดท้าย เป็นเรื่องร้องเรียนใหม่ที่สมุทรปราการ เขต 6 มีประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่ามีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) ที่บ่อขยะแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเอกสารดังกล่าวระบุวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และระบุหน่วยเลือกตั้งด้วย จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบหรือจุดยุบหีบเหมือนกรณีชลบุรีเขต 1 อย่างแน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าเป็นบ่อขยะ และจุดรวมหีบของสมุทรปราการ เขต 6 เองอยู่ห่างจากจุดของบ่อขยะนี้ถึง 8 กิโลเมตร ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีใครคนใดคนหนึ่งนำมาทิ้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องขอให้ กกต. และ กกต.สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร โดยประชาชนที่ส่งหลักฐานเข้ามาได้ลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจไว้แล้ว

นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า ในวันจันทร์ที่ 16 ก.พ. นี้ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 ของพรรคประชาชน คือ นายวีรภัทร คันธะ จะนำหลักฐานนี้ไปร้องต่อ กกต. ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคประชาชน ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามา เราจะรวบรวมและดำเนินการในการร้องต่อ กกต. ต่อไป

ไอติม โต้แหลก แก้วตา ปม พรรคประชาชน จ้างบริษัททำ IO

ไอติม โต้แหลก แก้วตา ปม พรรคประชาชน จ้างบริษัททำ IO

ไอติม โต้แหลก แก้วตา ปม พรรคประชาชน จ้างบริษัททำ IO

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.02 น.

วันที่ 14 ก.พ.2569 69 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน​ กล่าวถึงกรณีที่ นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคออกมาแฉว่ามีการว่าจ้างบริษัท​สเปกเตอร์ ซี ทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร​ หรือ​ ไอโอ  โดยยืนยันว่าพรรคเพื่อประชาชนไม่มีการ ว่าจ้างบริษัทใดๆ​ หรือดำเนินการใดๆนำไปสู่การทำไอโอหรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารอย่างแน่นอน และพรรคเองก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าจะต้องมีกระบวนการในการพิสูจน์​ เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย​ พร้อมยอมรับว่า​ ในส่วนของบริษัท สเปกเตอร์ ซี เป็นบริษัทหว่าจ้างพรรคเคยว่าจ้างให้ผลิตสื่อ เหรืกราฟิก​ หรือคลิปวีดีโอ  ที่ปรากฏในใดเพจพรรค​ โดยการว่าตั้งแต่ละครั้งเป็นการใช้งบประมาณของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง​กกต.จึงต้องมีการชี้แจงอย่างชัดเจนอยู่แล้วตามกฎหมาย

ส่วนที่มีการระบุว่านายศรายุทธิ์ ใจหลักเลขาธิการของพรรคนั้นมีหุ้นส่วนในบริษัทสเปกเตอร์ ซี นั้น​ นายพริษฐ์​ กล่าวว่าข้อเท็จจริงในเชิงรายละเอียดของบริษัท​ทุกคนสามารถค้นหาได้จากสาธารณะ  แต่ตนย้ำว่าประการแรกพรรคประชาชนไม่ได้มีการดำเนินการเริ่มปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารและการว่าจ้างบริษัทดังกล่าว​ 

ไอติม

นายพริษฐ์​ ยังชี้แจงว่าชั้น 4 ที่ทำการพรรคที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นที่ทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร​นั้น​ เป็นที่ทำการของพนักงงานประจพงำของพรรคทั้งฝ่ายไอที​ คอมพิวเตอร์​   ฝ่ายทะเบียน​ ฝ่ายกฎหมาย​ และฝ่ายบัญชี​ 

และ เมื่อผู้สื่อข่าวขอเข้าไปดูสถานที่ชั้น 4 นายพริษฐ์​ ยืนยันว่า​ ไม่เคยปิดกั้นและที่ผ่านมา เคยมีการเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่ตลอด​ และเปิดเผยว่า​ ยังไม่ได้มีการพูดคุยนางสาวธิษะณา เป็นการส่วนตัวและที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์พรรค​ ไม่ว่าจากประชาชนทั่วไป​ หรืออดีตคนที่เคยทำงานกับพรรค​ ทางพรรคก็ติดตามอยู่ว่า​ ข้อกล่าวหาข้อวิจารณ์นั้นคืออะไร​ แต่หากเป็นข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน​ อย่างเช่นการกระทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร​ ก็จำเป็นจะต้องชี้แจงให้กับประชาชน ส่วนหากเป็นเรื่องความเห็นที่ใครจะดำเนินแสดงออกตนคิดว่าประชาชนก็จะเป็นผู้พิจารณาเอง

ไอติม

ส่วนจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับนางสาวธิษะณา หรือไม่นายพริษฐ์​ กล่าวว่าขอชี้แจงกับประชาชนเพียงเท่านี้ก่อน อย่างน้อยมีหลักฐานยืนยันว่า ตัวแทนของพรรคได้ออกมาปฏิเสธ ข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการแถลงข่าวแล้วเสร็จ​ และผู้สื่อข่าวขอเข้าไปดูยังบริเวณชั้น​ 4 นายพริษฐ์​ กล่าวว่าชั้น 4 มีการปรับปรุง ซ่อมเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเสียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงไม่สะดวก และพนักงานชั้น 4 ทั้งหมด ได้ย้ายลงมาทำงานยังชั้น 3​ แต่หลังผ่านไปประมาณ​ 1​0 นาที​ นายพริ​ษฐ์​ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าให้สื่อมวลชนสามารถขึ้นไปถ่ายยังสถานที่ชั้น​ 4 ได้​ ซึ่งบริเวณชั้น 4 มีการนำผ้าใบทั้งหมดมาคลุมบริเวณโต๊ะทำงานทั้งหมด รวมถึงปูที่พื้น​ พร้อมกับเปิดโอกาสให้สื่อได้เปิดภาคกลุ่มดู หากสงสัยว่ามีการทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร​ สื่อมวลชนจึงกล่าวต่อว่า ไม่ได้มีความรู้ด้านไอทีถึงดูไปก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ ว่ามีการทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไม่ เมื่อถามว่า การที่มีการปรับปรุงชั้น 4 จะทำให้สังคมยิ่งมีข้อสงสัย หรือไม่​ นายกิตติชัย​  เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน  พร้อมระบุว่า​ หากเป็นการทำไอโอจริงคงไม่มานั่งทำอย่างเปิดเผย​  หากไม่เชื่อขอให้ไปถามช่างแอร์ เพราะนั่นคือข้อเท็จ ก่อนที่นายพริษฐ์​ จะนำสื่อฯลงไปดูยังชั้น​ 3 อีกด้วย

ไอติม
ไอติม

โสภณ ย้ำ เหตุสลดหาดใหญ่ป้องกันได้ ชงโมเดลบำบัดเข้ม ตัดไฟต้นลมปัญหายาเสพติด

โสภณ ย้ำ เหตุสลดหาดใหญ่ป้องกันได้ ชงโมเดลบำบัดเข้ม ตัดไฟต้นลมปัญหายาเสพติด

โสภณ ย้ำ เหตุสลดหาดใหญ่ป้องกันได้ ชงโมเดลบำบัดเข้ม ตัดไฟต้นลมปัญหายาเสพติด

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.23 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ว่าที่ สส. บุรีรัมย์  เขต 5  กล่าวถึงกรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนใน อ. หาดใหญ่ ถูกคนร้ายวัย 18 ปี บุกยิ่งเสียชีวิตถึงในโรงเรียน และมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย  ว่า  เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประเทศไทย ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุจะมาจากอาการทางจิต คือการใช้ยาเสพติดแทบทั้งสิ้น กรณีที่อำเภอหาดใหญ่ก็เช่นเดียวกัน จากที่ฟังข้อมูลข่าวสารแล้วคนก่อเหตุมีปัญหาทางจิต แต่หันมาใช้ยาเสพติดเพิ่มอีก ทำให้เกิดอาการหลอน เพราะคนกลุ่มนี้สามารถก่อเหตุได้ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของตัวเอง

นายโสภณ กล่าวอีกว่า หากจะปราบยาเสพติด ให้หมดไปนั้นทำยาก แต่เราจะทำให้มันลดน้อยลงที่สุดได้อย่างไร โดยเฉพาะยาบ้าที่มีการแพร่ระบาดทุกหมู่บ้าน คนเสพมีทุกกลุ่ม ทุกวัย  ส่วนตัวมองเช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุหลังเกิดเหตุว่า  จะต้องตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่งหากเปรียบเทียบกับโครงการ “รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ที่ทำในเขตเลือกตั้งของตน สามารถตอบโจทย์ได้ ที่ทำไปและได้ผลแล้วคือ การมีศูนย์บำบัดยาเสพติดประจำอำเภอ มีการเอ็กซเรย์ ทุกหมู่บ้าน หากพบมีสารเสพติดจะนำมาเข้าโครงการ 7 วันทันที เมื่อพ้นกำหนดบำบัดจะติดตามอีก 120 วัน หากยังกลับไปเสพอีกจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งจะต้องเสียเวลา เสียค่าปรับให้กับศาล หากออกมาแล้วเสพอีกก็จะเข้าเริ่มนับหนึ่งใหม่

โสภณ

“ที่ผ่านมาผมทำประสบความสำเร็จลดการเสพของคนรุ่นใหม่ได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็น ทำให้เหตุร้ายจากการกระทำของคนหลอนยา ลดลงไปโดยปริยาย หลังจากผมได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ได้เริ่มทำแล้วในภาคอีสาน แต่ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะขยายไปทั่วประเทศ เพราะสภาถูกยุบก่อน ในฐานะสมาชิกและเคยรับผิดชอบมาก่อน จะนำเรื่องนี้เสนอต่อพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้นำนโยบายนี้มาปรับใช้อีกครั้ง ส่วนผมจะได้เข้ามารับทำหน้าที่นี้ต่ออีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพรรค แต่ก็จะทำไปตามแบบฉบับของผมเหมือนที่เคยทำมาถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม” นายโสภณ กล่าว 

โสภณ
โสภณ

กวาดล้างระลอกใหญ่ รัฐบาลทลายคลัง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์4หมื่นชิ้น มูลค่า 223 ล้าน

กวาดล้างระลอกใหญ่ รัฐบาลทลายคลัง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์4หมื่นชิ้น มูลค่า 223 ล้าน

กวาดล้างระลอกใหญ่ รัฐบาลทลายคลัง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์4หมื่นชิ้น มูลค่า 223 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.56 น.

รัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาล็อตใหญ่  กว่า 42,451 ชิ้น มูลค่าเสียหายกว่า 223 ล้านบาท สั่งการตรวจเข้มปราบปรามต่อเนื่อง

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ในการบูรณาการด้านการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดทรัพย์สิน โดยความร่วมมือของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สามารถตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าผิดกฎหมายที่ไร้มาตรฐาน ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ เขตปลอดอากรในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และด่านศุลกากรอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.– 6 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา  สามารถจับกุมฯ ได้จำนวน 42,451 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 223 ล้านบาท

สำหรับสินค้าที่ตรวจสอบพบ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง เช่น Louis Vuitton, Dior, Gucci, Prada, Balenciaga เป็นต้น และเป็นสินค้าประเภทกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม โช้คอัพ ผ้าเบรกรถยนต์ และโคมไฟ Solar Light เป็นต้น

ส่วนผลการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยกรมศุลกากร ช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (1 ต.ค.2568–6 ก.พ.2569) สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบนำเข้าประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมทั้งสิ้น 38 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 885 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมาย การค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ.2565 และ พ.ร.บ.ห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา พ.ศ.2481

“รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานเชิงรุก ตรวจเข้มยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าผิดกฎหมายที่ไร้มาตรฐาน พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิด หรือพบเห็นสินค้าละเมิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ http://www.ipthailand.go.th ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

กวาดล้างระลอกใหญ่ รัฐบาลทลายคลัง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์4หมื่นชิ้น มูลค่า 223 ล้าน

แวดวงนักปกครอง : 14 กุมภาพันธ์ 2569

แวดวงนักปกครอง : 14 กุมภาพันธ์ 2569

แวดวงนักปกครอง : 14 กุมภาพันธ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“นายกองใหญ่” อนุทิน ชาญวีรกูล นำกำลังพล อส.กว่า 1,100 นาย กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดน เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี วันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนณ วิทยาลัยการปกครอง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ย้ำหนักแน่นยึดมั่นคำสัตย์ สละชีวิตปกป้องแผ่นดินไทย รักษาความสงบเรียบร้อยและอธิปไตยของชาติ พร้อมน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักยึด ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความองอาจ กล้าหาญ และซื่อสัตย์สุจริต “ปวงข้าอส. ขอตั้งสัจจา…จะปกป้อง พาราจนสิ้นใจ”

ร่วมยินดีกับทุกคู่รัก วาเลนไทน์นี้ !!…ในกิจกรรมการจดทะเบียนสมรส สมรสเท่าเทียม ของสำนักทะเบียนทั่วประเทศ นายวชิรวิทย์ พึ่งสอนรักษ์ นายอำเภอแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี เชิญชวนคู่รัก และผู้สนใจร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความรัก ในงาน “พีระมิด รักนิรันดร์” ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว สถานที่แห่งความรักที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ได้บรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งไว้ในสถูปทรงพีระมิดหินแกรนิต เพื่อเป็นที่ระลึก ณ สถานที่เงียบสงบร่มเย็นแห่งนี้

“รักนี้ ที่บางคนที” เริ่มแล้วตั้งแต่ 11 -14 กุมภาฯนี้ นายปริพล ทัดแก้วนายอำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม เชิญชวนคู่รัก จดทะเบียนสมรส พร้อมรับของที่ระลึก และถ่ายภาพสุดประทับใจ ณ บรรยากาศริมน้ำแม่กลอง

เวียงแก่นชวนคู่รัก “รักสุดเขตประเทศไทย @ ผาได ม่วงยาย”นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและคู่รักร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความรัก ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง พร้อมกิจกรรมตักบาตร 2 ฝั่งโขง ล่องเรือชมวิว มอบใบทะเบียนสมรส ถ่ายรูปทุ่งดอกไม้ ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม และดนตรีม่วนใจ๋ พร้อมชิม ช้อปของดีท้องถิ่นมากมาย ณ สวนสาธารณะแก่งผาได วันนี้ยังทัน!!

นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล

นำกำลังพล อส.กว่า 1,100 นาย กระทำสัตย์ปฏิญาณตน

ต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดน ในโอกาส

ครบรอบ 72 ปี วันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน

ผนึกกำลัง “ตำบลยั่งยืน” ลุยแก้ปัญหายาเสพติดครบวงจรนายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลกลงนาม MOU ร่วมโครงการตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ผนึกกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. เดินหน้าปฏิบัติการป้องกัน–ปราบปรามยาเสพติด กำหนดพื้นที่นำร่อง ขับเคลื่อนงาน สร้างชุมชนเข้มแข็ง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว

นายสิงห์คำ คำยอด ผอ.สน.สก. พร้อมด้วยนายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผอ.สน.อส. โดยชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครองด้านการสืบสวน ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาซึ่งมีพฤติการณ์ แอบอ้างเป็นร้านค้าเครื่องหมายออนไลน์ หลอกลวงว่าสามารถนำชื่อบุคคลเข้าขอรับเครื่องหมายของกองอาสารักษาดินแดนได้จริง พร้อมอ้างว่าจะมีใบประกาศรับรองจากทางราชการ ทั้งนี้ กรมการปกครองขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีแนวทางหรือกระบวนการใดที่เปิดให้บุคคลหรือร้านค้าเอกชนดำเนินการนำชื่อเข้าขอรับเครื่องหมาย อส. แทนบุคคลได้ การดำเนินการต้องเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และขั้นตอนที่ทางราชการกำหนดเท่านั้น พร้อมย้ำ!! จะดำเนินการตามกฎหมายทันทีต่อผู้ที่แอบอ้างชื่อหน่วยงานหรือเครื่องหมายราชการไปใช้หาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน และรักษาเกียรติ ศักดิ์ศรี และความน่าเชื่อถือของกองอาสารักษาดินแดน และกรมการปกครอง อย่างถึงที่สุด

นาย..อำเภอน้อย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“กกต.เอาเพียงแต่คำพูดหรือการประท้วงมาเป็นเหตุในการใช้ดุลพินิจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่ได้ ถ้ายอมให้ทำได้ กฎหมู่ก็จะอยู่เหนือกฎหมาย หลักฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นการหาหลักฐานมาให้กกต. พิจารณาจึงเป็นหัวใจ ไม่ใช่การชุมนุมประท้วงหรือโพสต์ตามโซเชียลมีเดีย”

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

รองนายกรัฐมนตรี

ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี

ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี

ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี ป้องกันสืบค้นย้อนหลัง สกัดปลอมแปลงบัตร

กกต.รับ QR code และ Bar code ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้แต่ต้องมีต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง ชี้เพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตร-นำบัตรออกนอกหน่วยทำบัตรเขย่ง ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนนแน่นอน เพราะเปิดหีบไม่ได้แล้ว แจงสาเหตุมี QR Code เป็นเทคนิคการพิมพ์ของโรงพิมพ์ ยันไม่มีทางเป็น Big Data เร่งหาตัว กปน.ปล่อยภาพบัตรติดต้นขั้วว่อนเน็ต ขณะที่‘วิโรจน์- ด้อมส้ม’ตามจิกไม่ปล่อย อย่ามาแถระบุทำบาร์โค้ดชี้เป้าคนลงคะแนน ยันผิดรธน.ต้องเลือกตั้งใหม่

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. นายวรพงศ์ อนันเจริญกิจ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้งกกต. ชี้แจงข้อสงสัยกรณีที่มีการกำหนดบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ว่า โดยมีฐานที่มาจากข้อกฎหมายซึ่งถูกกำหนดไว้ในระเบียบกกต. ข้อที่ 129 ที่ให้อำนาจกกต.ในการกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งในส่วนของบาร์โค้ดและ QR code ที่กำหนดไว้ นอกจากในเรื่องของการปลอมแปลงแล้ว ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลง และยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมและบริหารจัดการโดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม เช่นในกระบวนการจัดพิมพ์บาร์โค้ดหรือ QR code เป็นข้อมูลในการ tracking จำนวนบัตรที่ถูกจัดพิมพ์ไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่

ไว้ติดตามที่มาของบัตร

และขั้นตอนต่อมาคือการเข้าเล่มการ tracking ต่างๆก็มีการใช้บาร์โค้ดและ QR code สำหรับตรวจสอบก่อนเข้าเล่มบัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 บัตร ก็ใช้วิธีการ tracking(ระบบติดตาม) จาก QR code และ barcode เพื่อให้รู้ว่าปกบัตรเล่มนี้มี 20 ใบมีเลขอะไรถึงเลขอะไรครบถ้วนถูกต้อง เมื่อนำไปใช้ในหน่วยเลือกตั้งจะไม่มีปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง

ส่วนกระบวนการแจกจ่ายให้กับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ เช่น กกต.เขต และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เมื่อแจกจ่ายไปแล้วหากมีประเด็นบัตรเลือกตั้งเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอก ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรที่เล็ดลอดออกไปถูกจัดสรรหรืออยู่ในความรับผิดชอบของใคร ผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัยที่กระทำความผิดซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดไว้ สุดท้ายเรื่องการตรวจสอบการป้องกันการทุจริตต่างๆ ก็สามารถนำมาตรวจสอบได้ เช่นการนำบัตรปลอมมาใช้ การนำบัตรมาใช้ข้ามเขตข้ามหน่วยต่างๆก็สามาถใช้บาร์โค้ดและ QR code ในการตรวจสอบได้

ไว้ระบุเลขบัตรเลือกตั้ง

เช่นกัน ยกตัวอย่างกรณีที่มีภาพปรากฏถ่ายบัตรเลือกตั้งติดกับต้นขั้วที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าในบาร์โค้ดนี้เมื่อสแกนแล้วสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง โดยจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าสามารถ tracking ได้ ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนเผยแพร่ เพราะบัตรที่ถูกเผยแพร่เป็นบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในเล่ม ยังไม่ได้ถูกฉีกออกไป แสดงว่าอยู่ในมือของผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ย้ำว่าเรื่องของการใช้ QR code และบาร์โค้ดไม่ได้ทำมาเพื่อถูกตรวจสอบtracking ไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ใช้ในการตรวจสอบควบคุมเรื่องการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น

ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปโดยตรงหรือลับนั้นหรือไม่ ก็จะเห็นว่าในแต่ละขั้นตอนกระบวนการไม่มีโอกาสที่จะรู้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีภาพปรากฏว่ามีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและนำไปเผยแพร่เลขต่างๆนั้นไม่ได้พิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน สำหรับกระบวนการรักษาความปลอดภัย หีบบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรต่างๆ ย้ำว่ามีกระบวนการจัดเก็บอย่างละกลุ่ม มีการแยกจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วนมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่เชื่อมั่นว่าบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนไปแล้วเมื่อวันที่8 ก.พ.ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคการเมืองใด

ฝากปชช.อย่าคิดไปไกล

ว่าที่ร.ต. ภาสกร ฝากไปถึงประชาชนว่าอย่าคิดไกลไปถึงคนอื่นขอให้คิดเฉพาะที่ตนเองไปใช้สิทธิกระบวนการที่ไหลไปตามขั้นตอนจะไม่มีใครล่วงรู้ว่าตนเองลงคะแนนให้ใคร จนไปถึงกระบวนการควบคุมการเก็บรักษาจนถึงขั้นสุดท้ายซึ่งเก็บรักษาไว้ 2 ปี แม้กกต.ก็ไม่สามารถเปิดหีบบัตรได้ แต่จะสั่งเปิดได้กรณีเดียวคือการสั่งให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ต้องการบอกให้รู้ว่าการเลือกตั้งของท่านที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 และวันที่ 8 ก.พ.เป็นไปโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 85

นายวรพงศ์ กล่าวอีกว่า การจัดทำบาร์โค้ด และ QR code บนบัตรเลือกตั้ง เป็นมาตรการตรวจสอบความปลอดภัย ส่วนประชาชนที่ไปลงคะแนนห้ามทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกตได้ สำหรับกรณีที่กปน.เข้าถึงบัตรต้นขั้วได้ ก็จะสามารถรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้กับบุคคลใดได้หรือไม่ ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการนับต่อหน้าสาธารณชน ก็จะมีการแยกบัตรดีบัตรเสียและบัตรไม่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครใด ก็จะมีการจัดเก็บไว้ดังนั้นไม่สามารถนำบัตรแต่ละใบมาถ่ายมาสแกน เพื่อจะรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใดไม่สามารถทำได้ เพราะจะมีผู้สังเกตการณ์มีผู้แทนพรรคการเมืองไปนั่งสังเกตการณ์กระบวนการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน และกระบวนการวช้สิทธิเป็นการใช้สิทธิแบบคนต่อคน ดังนั้นกรรมการจะไม่ให้ประชาชนเข้าไปดูเอกสารของผู้ใดหรือเอกสารของใคร ซึ่งจะดูว่าประชาชนไปใช้สิทธิในลำดับของตัวเองและแจกบัตรให้ไป และไม่ทราบว่าบัตรใบไหนจะแจกให้ โดยผู้มีสิทธิจำนวนมากก็อาจจะใช้บัตรเลือกตั้งหลายเล่ม ดังนั้นไม่สามารถคิดได้ว่าใครที่อยู่ลำดับหลังจากเราจะเลือกใคร การใช้สิทธิเป็นเรื่องเฉพาะของเราเท่านั้น

นับแล้วไม่มีวันรู้ใครลงคะแนน

เมื่อถามว่าบาร์โค้ดแม้จะบอกว่าป้องกัน แต่ว่าในทางปฏิบัติ มีการสแกนออกมาแล้ว ตัวเลขเป็นตัวเลขยูนิคนัมเบอร์ ตรวจย้อนกลับไปได้หรือไม่ ต้นขั้วเทียบกันได้หรือไม่ ถ้าเทียบแล้วเป็นความลับหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าสแกนออกมาแล้วจะขึ้นเป็นเลขที่บัตร แต่อย่างที่นำเรียน ขั้นตอนออกเสียงลงคะแนน และนับคะแนนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ การเก็บรักษาอย่างที่นำเรียนไปแล้ว เรามีมาตรการหลายชั้น รวมถึงการเก็บรักษาขั้นสุดท้ายในที่ปลอดภัย และห้ามเปิด

เมื่อถามย้ำว่า แบบนี้ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเสริมว่า โดยลับหมายถึง เราไปใช้สิทธิต้องไม่มีใครรู้ว่าเราใช้สิทธิให้กับผู้ใด อันนี้โดยตรงถือว่าลับแล้ว

มั่วเปิดหีบบัตรผิดกฎหมาย

เมื่อถามอีกว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามแต่สามารถเอาต้นขั้ว และเอาบัตรลงคะแนน บาร์โค้ดไปแมตช์กัน จะสามารถบอกได้ว่าคน ๆ นั้นเลือกใคร อยากให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ขอเล่าว่ากระบวนการเก็บต้นขั้วบัตรต่าง ๆ เก็บทั้งเขตเลือกตั้ง เขตหนึ่งราว 250 หน่วย หรือเก็บในภาพรวมทั้งจังหวัด อาจมีเป็นพันหน่วย อย่างที่ยกตัวอย่างเป็นไปได้ยากมากที่จะไปสืบค้น เพราะด้วยปริมาณที่นำเรียนถ้าคนกระทำคือมีเจตนาทุจริตแล้ว ไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง มีความผิดตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนักข่าวสอบถามประเด็นนี้ ได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า กระบวนการนี้สามารถไล่ย้อนไปถึงต้นขั้ว และจะทราบว่าประชาชนกาผู้สมัคร หรือพรรคใดได้ใช่หรือไม่นั้น นายวรพงศ์ ไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องนี้ แต่กล่าวว่า ถ้านำต้นขั้วบัตร หรือนำบัตรมาเทียบ มาตรการในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่า กกต.เอง หรือส่วนการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าเก็บที่ กกต.จังหวัด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถนำต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งที่จัดเก็บยุบรวมแบบนี้มาดูได้ว่า บัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของใคร ถ้าใครกระทำการแบบนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าพนักงาน กกต.เอง หรือในส่วนของจังหวัดเองก็เช่นเดียวกัน

ไม่สามารถระบุบุคคลได้

“ใครเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมกันแล้ว โดยที่ กกต.ไม่มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ก็แล้วแต่ ไม่มีผู้ใดดำเนินการดังเช่นว่าได้ โดยสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง หรือจังหวัด มีเรื่องวินัยกำกับดูแลพวกเราเช่นเดียวกัน ถ้าใครทำหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตจะถูกลงโทษทางกฎหมาย” ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดที่หลุดในโซเชียลมีเดียตอนนี้ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งใด ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิไม่รั่วไหลใช่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวยืนยันว่า เห็นแค่เลขที่ ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ย้ำมีสุจริตเป็นที่ตั้ง

สำหรับบาร์โค้ดใช้ในการ Tracking การทุจริต หรือบัตรเขย่ง ทำไมใช้บาร์โค้ดในการตรวจสอบ มีวิธีการอื่น หรือเทคโนโลยีอื่นหรือไม่ เห็นจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ไม่มี และบัตรลงคะแนนที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลตอนนี้ มีบาร์โค้ดที่เปิดไปแล้ว จะลงคะแนนโดยลับอยู่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เลือกตั้งปี 2566 บัตรเลือกตั้งแบ่งเขตมีการใช้คิวอาร์โค้ดอยู่ ส่วนการเผยแพร่ภาพบัตรในโซเชียลไปแล้ว เป็นบัตรที่ยังไม่มีการลงคะแนน เป็นบัตรติดเล่มอยู่ที่หน่วย อีกกรณีคือเผยแพร่ระหว่างการนับคะแนน กปน.เป็นผู้นับคะแนนเจ้าตัวไม่ได้เปิดเผยเอง และมีผู้สังเกตการณ์อยู่ด้วย เมื่อถามอีกว่า ทำไมต้องใช้บาร์โค้ด มีวิธีอื่นอีกหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า จริง ๆ มีหลายวิธี แต่ว่าขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์และเทคนิคการพิมพ์ของแต่ละโรงพิมพ์ กระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เวลาจำกัด แต่ละโรงอาจถนัดใช้เทคโนโลยีแบบนี้ บางโรงอาจไม่ถนัด แต่อยู่ในเงื่อนไขต้องสามารถตรวจสอบเรื่องตั้งให้สุจริตได้ เป็นวิธีแต่ละโรงพิมพ์จัดทำ

โรงพิมพ์ได้ตรวจสอบดีแล้ว

เมื่อถามว่า กกต.สั่งการโรงพิมพ์ทั้ง 3 แห่งให้ดำเนินการดังกล่าว แต่ไม่กลัวบัตรประชามติรั่วไหลหรือไม่ เพราะไม่ได้มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด นายวรพงศ์ กล่าวว่า แม้บัตรประชามติไม่ได้มีบาร์โค้ด แต่มีมาตรการตรวจสอบทุจริตได้ แต่ต้องเรียนว่าไม่อาจเปิดเผย เพราะถ้าเปิดเผยจะรู้กันหมดว่าอยู่ตรงไหน โดยวิธีการขึ้นอยู่กับโรงพิมพ์แต่ละโรง เขาใช้วิธีการอะไรอย่างไร ทั้งนี้การใช้คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดดังกล่าว ใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 การเลือกตั้งท้องถิ่นมีแต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะถ้าเปิดเผย ก็เป็นรูปแบบเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยปัจจุบันเมื่อดูข้อมูล มีหลายประเทศใช้รหัส ใช้โค้ดอยู่ แต่อาจไม่ได้เป็นคิวอาร์โค้ด หรือเป็นบาร์โค้ดชัดเจน

เมื่อถามว่า การใช้บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด จะสแกนกรณีไหนได้บ้าง ช่วยยกตัวอย่างให้ชัดเจน นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบ มีเหตุร้องเรียนว่า มีการนำบัตรไปใช้ผิดที่ผิดทาง ข้ามหน่วยข้ามเขต การสแกนตรวจสอบได้ แต่เราก็สแกนแค่ว่า บัตรนี้จัดสรรไปที่เขตเลือกตั้งไหน และอยู่เขตเลือกตั้งนั้นหรือไม่ ถ้าดูเลขแล้วอยู่คนละเขต แสดงว่ามีความผิดปกติ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น

พ้น2ปีก็ต้องทำลายบัตร

ส่วนตัวบัตรเลือกตั้งที่แยกออกเป็น 3 ส่วน ต้นขั้ว บัตรเลือกตั้งเอง พอพ้นอายุ 2 ปีไปแล้ว ทำลายอย่างไร และจะกลายเป็นบิ๊กดาต้าตรวจสอบได้หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการเก็บรักษาเก็บไว้ 2 ปี ส่วนเรื่องการทำลายเป็นอำนาจของ กกต.ในการอนุมัติให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง กำหนดวิธีการ รูปแบบวิธีการว่าทำลายด้วยรูปแบบอะไร โอกาสไม่เกิดเป็นบิ๊กดาต้าแน่นอน เพราะว่าไม่มีใครไปเปิด

กรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) มาร้องเรียน เขียนในคำร้องว่า ตรวจสอบขั้วบัตรตรงกับรหัสหรือไม่ และระบบความลับต้องไม่มีใครรู้ เมื่อ กกต.รู้แล้ว สุ่มเสี่ยงหรือไม่ กังวลหรือไม่หากมีการไปร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่นำเรียน เวลาเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร กับตัวบัตรแยกกันต่างหาก ไม่สามารถรีเช็คได้ ต้นขั้วจัดเก็บส่วนหนึ่ง ส่วนบัตรเลือกตั้งใส่ในหีบเก็บรักษาไว้ส่วนหนึ่ง กระบวนการนี้ไม่มีใครรีเช็คได้ เว้นแต่กระทำการทุจริต หรือฝ่าฝืนกฎหมายจริง ๆ อันนั้นก็พิจารณาตามข้อเท็จจริงไป

วิโรจน์โต้กลับทันควัน

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง และรับฟังการแถลงข่าวของกกต.ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ตนต้องการให้ กกต.ชี้แจงการพิมพ์บาร์โค้ดไว้บนบัตรเลือกตั้ง เพราะเมื่อมีการสแกนบาร์โค้ดแล้ว พบเลขรหัสที่ไปตรงกับรหัสต้นขั้วบัตร ทำให้สามารถทราบได้ว่าบัตรนั้นเป็นผู้ใดใช้สิทธิ และลงคะแนนให้ใคร ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เวลานี้ประชาชนตั้งข้อสงสัยและรู้สึกตกใจว่าการทำบาร์โด้ดดังกล่าวมันสอบกลับไปได้ว่า บัตรนี้เป็นของใคร ลงคะแนนให้ใคร จึงอยากให้กกต.ชี้แจง ไม่ใช่มาชี้แจงว่าบัตรถูกเก็บไว้ ยังไม่มีใครรู้ แม้แต่กกต.ก็ไม่รู้ เลยยังเป็นความลับอยู่ ถ้าคิดแบบนี้ ถ้าชี้แจงแบบนี้ตนถือว่ามักง่าย และไม่อยากให้กกต.ชี้แจงเช่นนี้ เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของกกต.ตกต่ำ ไม่มีชิ้นดี ส่วนกรณีโซเชียลมีเดียที่การเลือกตั้งปี 66 ไม่มี บางคนบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ บัตรเลือกตั้งสีชมพูบางเขตก็ไม่มีบาร์โค้ด หลายคนอยากรู้ว่ามีหมดไหม แล้วรหัสที่ใช้ซ้ำกันทั้งจังหวัดหรือไม่ ตนคิดว่า คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด คือ กกต.

เรียกร้องเปิดหีบให้ประชาชนดู

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีการนำบัตรเลือกตั้งของกทม.เขต 9 ฌาปณสถานฯ มาเผยแพร่ เพื่อให้การชี้แจงของกกต. เป็นที่เข้าใจ ก็ควรเปิดหีบของหน่วยนี้ให้ประชาชนดู ว่ารหัสที่เห็นนั้น เป็นรหัสของเล่มที่ซ้ำกันเท่านั้น หรือมีรหัสที่รันเลขบัตรแต่ละใบ จะได้รู้ว่าบาร์โค้ดมันเป็นเฉพาะตนของบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งคิดว่า 15 นาที หรือให้เวลาหาหีบบัตรนั้นไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็เจอแล้ว จากนั้นก็เปิดให้สื่อมวลชนดู แล้วเอาเครื่องยิงบาร์โค้ดตรวจสอบเลย

เมื่อถามว่า การที่มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ยังถือว่าการลงคะแนนของประชาชนยังเป็นความ ลับหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า จะลับได้อย่างไร พ.ร.ป.สส. 2561 มาตรา 96 กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใด จงใจทำเครื่องหมายเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง ซึ่งเจตนาของกฎหมายเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าประชาชนลงคะแนนให้ใคร แล้วถ้ามีระบบโค้ดสัญลักษณ์ที่สอลกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร มันจะลับตรงไหน ย้ำว่า คำว่าไม่มีใครรู้ ต้องหมายถึงว่า กกต.ก็ต้องไม่รู้ แต่วันนี้กลายเป็นว่ามีโค้ดลับที่กกต.สามารถตรวจสอบกลับได้ แบบนี้เรียกว่า “ไม่ลับ” ถ้าเอาบรรทัดฐานนี้มาเรียกว่า “ลับ”ประเทศอยู่ไม่ได้ การเลือกตั้งในทางลับ แสดงว่าทำโค้ดได้ กกต.ต้องทำความเข้าใจใหม่ ว่าการเลือกตั้งเป็นความลับ ไม่ใช่อนุญาตให้ทำโค้ดลับ ซึ่งมันไม่เหมือนกัน

ย้ำขัดรัฐธรรมนูญแน่ๆ

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ขัดรัฐธรรมนูญแน่ๆ ซึ่งทางเราจะปรึกษากฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง แต่เบื้องต้น ถ้าขัดกับรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นความลับ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง อย่าแก้ตัวข้างๆ คูๆ ความรับผิดทางอาญา ทางแพ่งต้องมี กกต.ทั้ง 7 คน ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้ง เพราะเวลานักการเมืองทำผิดกฎหมายยังต้องจ่ายค่าจัดการเลือกตั้งใหม่ คราวนี้ถ้าผิด กกต.ก็ต้องจ่ายและติดคุกด้วย

ชมสนามกทม.กกตทำดี

เมื่อถามว่า มีรายงานว่าในต่างประเทศ บางประเทศก็มีระบบบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ดังนั้น ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นหรือไม่ ว่า กรณีบัตรของไทยกับของต่างประเทศแตกต่างกันอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่า ถ้าบาร์โค้ดของเล่ม คือทั้งจังหวัดเป็นบาร์โค้ดเดียวกัน เพื่อจะได้แยกว่าบัตรเลือกตั้งนี้เป็นของจังหวัดนี้ อันนี้ตนไม่มีปัญหา ตนไม่ได้กล่าวหากกต.เกินควร อย่างกทม.มี 33 เขต มี 33 บาร์โค้ด ตนไม่มีปัญหาอะไรเลย กกต.ไม่ผิด เพราะบ่งชี้ไปที่ตัวบุคคลไม่ได้ เพราะเป้าหมายคือไม่ต้องการให้ใครก็ตามล่วงรู้

เมื่อถามต่อว่า การตรวจสอบกลับไปเพื่อจะทำอะไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า หัวคะแนนจะได้รู้ว่า คนที่ตัวเองซื้อนั้นได้ลงคะแนนให้หรือไม่ เพราะเราก็ได้ยินอยู่ว่ามีการซื้อกรรมการประจำหน่วย คราวนี้ก็ซื้อสิ เพื่อเช็คบิลย้อน หลัง ว่าทำไมจ่ายเงินไปแล้ว คะแนนไม่เข้าเป้า ดังนั้น ถ้ามันเป็นจริงว่ามีการซื้อคะแนนประจำหน่วย ให้เอาบัตรมาดูมาเช็คกับต้นขั้วหน่อยว่า ที่จ่ายไปนั้นลงคะแนนให้หรือไม่ ถ้าไม่เลือก ก็จะไปคุกคามถึงบ้านเลย ดังนั้นอย่ารอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะการเลือกตั้งที่ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้มันทำให้ประชาชนอุ่นใจ ในสิทธิของเขา 5 วินาทีในคูหา ว่าเขาจะมีสิทธิที่เท่าเทียมกับคนอื่นที่ไม่ว่ามันผู้ใด ใครผู้ถึงจะรู้ไม่ได้ และได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย ที่ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจะคุกคามเขาไม่ได้ แต่ตรงนี้สูญเสียไปไม่ได้ถ้า ประชาชนสูญสิ้นศรัทธา แล้วดันไปมีหลักฐานปรากฏว่าสามารถสอบกลับไปถึงตัวเขาได้ เจตนารมณ์ของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิป ไตยจะสูญสลาย หายสิ้นไปทันที และนี่คือโทษานุโทษ ของกกต.ถ้าทำสิ่งนั้น

งานนี้มีลับลวงพลาง

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับฟังที่กกต.แถลงข่าว ว่าตนฟังการแถลงผ่านไลฟ์ ทราบว่า กกต.ยอมรับว่าบาร์โค้ด สามารถสอบกลับไปถึงตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ โดยบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ตรงกับต้นขั้ว แต่กกต.ยังแก้ตัวว่า ไม่มีคนรู้ แต่ส่วนตัว ยังยืนยันว่า ความลับ ต้องหมายถึงไม่มีโอกาสเลยที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะล่วงรู้ ไม่ใช่ใครไปยิงบาร์โค้ด แล้วไปตรงกับรหัสต้นขั้ว จนทำให้รู้ตัวตนผู้ใช้สิทธิ แบบนี้ไม่เรียกว่าความลับ การที่กกต.เรียกว่า ลับ น่าจะหมายถึงลับ ลวง พราง มากกว่า

พท.เล็งชงศาลรธน

ก่อนหน้านี้ในเรื่องดังกล่าว นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ากำลังรวบรวมข้อมูล ร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่สามารถวินิจฉัยได้เองว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ มีหน้าที่เพียงแค่สั่งเลือกตั้งใหม่ และนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา หากกระบวนการเป็นแบบนี้ ก็คงต้องไปถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเรามีทีมทำงาน และปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดในประเด็นนี้

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นร้องเองหรือไม่หากหลักฐานชัดเจน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าสามารถดำเนินการได้ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพราะการจะยื่นร้องอะไรไปต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน

ปชน.ตามกัดไม่ปล่อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเห็นของนายชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย ยังสอดคล้องกับความเห็นของ นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน

และเรียกร้องให้กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ชลบุรีเขต 1 คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติไม่ให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากมองว่าหลักฐานมีไม่เพียงพอ นายกิตติชัย กล่าวว่า ทางพรรคประชาชนก็ได้แถลงไปแล้วถึงความผิดหวังในส่วนของคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และอย่างหนึ่งที่เราเรียกร้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ชลบุรี ที่ยังไม่เปิดเผยแบบ สส.5/18 มีขึ้นอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้อัพโหลดไฟล์ จึงอยากจะเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งรีบอัพโหลดไฟล์แบบ สส.5/18 ของชลบุรีโดยเร็ว

ทนายอั้นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง(กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้ายื่นหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดินประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ พ.ร.ป.สส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นนี้ศาลรัฐธรรม นูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะเท่านั้น

“ภายใน 15 วัน ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการ ผมถึงจะไปยื่นโดยตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าประเด็นนี้ศาลต้องรับ และผมจะต้องได้เบิกความ อธิบายขยายความด้วยตัวเองได้แน่นอน สำหรับคดีนี้ และผมจะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้จงได้”นายภัทรพงศ์ กล่าว

เช่นเดียวกับนายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ ก็ได้ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรม นูญวินิจฉัยในประเด็นเดียวกัน ว่าการกระทำของกกต. กรณีการกำหนดและออกบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัตรแบบบัญชี สำหรับการเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ และขอให้เสนอศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

ทะลุแก๊สนัดชุมนุม14กพ.

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ-Thalugaz ได้โพสต์ข้อความนัดหมายเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดยระบุว่า “[ช่วยประชาสัมพันธ์] 14 ก.พ. 69 วาเลนไทน์นี้ ร่วมกันเรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากประชาชนได้เล็งเห็นแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความโปร่งใสดั่งที่ควรจะเป็น จึงขอเรียกร้องให้เกิดการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศเพื่อความโปร่งใสและกู้วิกฤตศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชนอีกครั้ง ณ ลานหน้าหอศิลป์ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป #นับใหม่ทั้งประเทศ”

พร้อมแนบภาพอินโฟกราฟิกที่มีข้อความตัวอักษรย้ำจุดยืน “รวมตัวเรียกร้อง ความโปร่งในการเลือกตั้ง #นับใหม่ทั้งประเทศ วันเสาร์ 14 กุมภา 69 หอศิลป์ BACC 17.00 น.”

ภายหลังโพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ – Thalugaz ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลายแง่มุม เช่น”ไปด้วยชุมนุมสันติวิธีจิกกัดและหยาบคายแบบมีอารยะ นะครับ ll” “วันวาเลนไทล์พอดี เตรียมอุปกรณ์ป้องกันไปด้วย” “ไปกัน มือเปล่านะครับ ไม่มีอาวุธ ไม่มีความรุนแรง อยู่ในความสงบสันตินะครับ” “2026 ทะลุหีบดิวะ” “จริงดิ๊…รอมานานละ เข้าเงื่อนไขรัฐประหาร…สุดยอดดดดด…ชอบอะ..รอมานานละ”

ชายไทยเชื่อมั่นทัพบก สมัครทหารออนไลน์ ยอดทะลุเป้า105.9%

ชายไทยเชื่อมั่นทัพบก สมัครทหารออนไลน์ ยอดทะลุเป้า105.9%

ชายไทยเชื่อมั่นทัพบก สมัครทหารออนไลน์ ยอดทะลุเป้า105.9%

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชายไทยเชื่อมั่นทัพบก สมัครทหารออนไลน์ ยอดทะลุเป้า105.9%

กองทัพบก สรุปยอดผู้สมัครทหารออนไลน์ปี’69 เกินเป้า 105.9% รวมทะลุ 2.9 หมื่นคน สะท้อนความเชื่อมั่นชายไทย มีโอกาสต่อยอดสู่นักเรียนนายสิบ มีคะแนนเพิ่มพิเศษ ส่วนผู้พลาดโอกาสยังเปิดรับการตรวจเลือกเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง ญดา โชติชูตระกูล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 ได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ซึ่งในส่วนของกองทัพบก เปิดรับสมัคร 28,209 คน มีผู้สมัคร 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของเยาวชนชายไทยที่มีต่อการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ จากจำนวนผู้สมัครดังกล่าว

กองทัพบกได้ตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสารหลักฐานและการตรวจสุขภาพตามขั้นตอน ซึ่งมีผู้ผ่านกระบวนการคัดเลือก20,402 คน กำหนดให้รายงานตัวเข้ารับราชการกองประจำการวันที่ 1 และ 3 พฤษภาคม 2569 ตามวันและเวลาที่ระบุในใบนัด

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ จะได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ที่สอบแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มที่มาจากพลทหารออนไลน์ และสิทธิคะแนนเพิ่มการสอบภาควิชาการ คัดเลือกเป็นข้าราชการทหาร รวมทั้งสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ อาทิ สิทธิรักษาพยาบาล สวัสดิการทั่วไป การส่งเสริมการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ นอกจากเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ และเบี้ยเลี้ยงประจำ ที่จะได้รับเมื่อเข้ารับราชการ

ส่วนผู้ที่พลาดโอกาสในการสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ กองทัพบก เปิดโอกาสให้ชายไทยอายุ 21 ปี และได้รับหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 สามารถแสดงความสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการได้ในวันตรวจเลือกฯ โดยได้รับสิทธิในการเลือกเหล่าทัพ เลือกผลัด รวมถึงสิทธิในการลดระยะเวลาการรับราชการ

สำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และผู้สำเร็จหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และ 2 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยทหารหรือสัสดีใกล้บ้าน หรือกองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259 กองทัพบก ขอขอบคุณเยาวชนที่สนใจและสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

‘ภท.-พท.’ลบข้อบาดหมางเพื่อชาติ จับมือตั้งรัฐบาล ‘ยศชนัน’ยก74เสียงหนุน‘อนุทิน’

‘ภท.-พท.’ลบข้อบาดหมางเพื่อชาติ จับมือตั้งรัฐบาล ‘ยศชนัน’ยก74เสียงหนุน‘อนุทิน’

‘ภท.-พท.’ลบข้อบาดหมางเพื่อชาติ จับมือตั้งรัฐบาล ‘ยศชนัน’ยก74เสียงหนุน‘อนุทิน’

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ภท.-พท.’ลบข้อบาดหมางเพื่อชาติ จับมือตั้งรัฐบาล ‘ยศชนัน’ยก74เสียงหนุน‘อนุทิน’ ‘ประเสริฐ’อ้างยึดปชช.เป็นหลัก คิวต่อไปเดินหน้าสู่ขอ‘กล้าธรรม’

“น้ำเงิน-แดง” จับมือชื่นมื่นร่วมจัดตั้งรบ.พร้อมหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯขอมองไปข้างหน้าลบอดีตให้หมด ทำงานไม่มีแบ่งเส้น ด้าน “ยศชนัน” ขอบคุณเชิญร่วมรัฐบาล มาอีก 3 พรรคเล็ก หนุน “ภูมิใจไทย-อนุทิน” ตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ ขณะที่ “เพื่อไทย” ประชุมพรรคครั้งแรก ปลุกใจปล่อยเพลงใหม่ “สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน” ขณะที่ “ประเสริฐ” สั่งถอดบทเรียนทั้งแพ้-ชนะ ด้าน “ยศชนัน” ประกาศไม่ไปไหน เชื่อเราจะกลับมาได้

เมื่อเวลา 11.42 น. วันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้ากระทรวงฯ เพื่อรับประทานอาหารมื้อเที่ยงร่วมกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลังและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ก่อนเป็นประธานการประชุมหารือกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และยังมี นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับ3พรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมด้วย

‘อนุทิน’หารือกระทรวงการต่างประเทศ

โดย นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานประวัติความเป็นมาของกระทรวงการต่างประเทศและภารกิจ โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ภายใต้หลักการทีมประเทศไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากนี้ไปภารกิจต่างประเทศที่สำคัญ หลังจากมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ สิ่งที่ไทยให้ความสำคัญกับต่างประเทศ คือ การสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเสถียรภาพของไทยจากห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและผันผวนทางการเมืองไทย ภารกิจต่อไป คือ การสร้างความเชื่อมั่นในเวที ระหว่างประเทศ โดยเสถียรภาพทางการเมืองไทย จะนำมาซึ่งการแสดงบทบาทที่เข้มแข็งด้านการเมืองและเศรษฐกิจต่อไป นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังให้ความสำคัญด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ เพราะการเมืองเน้นด้านความมั่นคง อันดับแรกที่ให้ความสำคัญ คือ ความมั่นคง ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมาและปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปิดปากจับมือพรรคไหนจัดตั้งรัฐบาล

หลังการประชุมหารือที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องจับมือจัดตั้งรัฐบาล หลังช่วงบ่ายวันที่ 13ก.พ.นี้ พรรคเพื่อไทยเดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย ตามคำเชิญ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการประกาศเมื่อวานนี้ว่า จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ โดยนายอนุทิน ไม่ได้ตอบ ได้แต่ยิ้ม เมื่อถามถึงการเชิญพรรคประชาธิปัตย์หารือจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ไม่ตอบ พร้อมรีบขึ้นรถไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมเรียกให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ขึ้นรถไปด้วยกัน จากนั้น นายเอกนิติและนางศุภจี สุธรรมพันธ์ ก็ขึ้นรถตามไป

‘พท’ไป‘ภท.ย’ตามเทียบเชิญร่วมรบ.

เวลา 12.30น.ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค แถลงว่า วันนี้ พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญเข้าร่วมพูดคุยกันในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจุดยืนของพรรคเพื่อไทยตลอดช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น รับฟังการตัดสินของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง ไม่ได้มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดๆทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ในการนี้จึงจะเดินทางไปที่ทำการของพรรคภูมิใจไทยตามคำเชิญในเวลา 14.30 น.เพื่อหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่วนจะมีข้อสรุปหรือรายละเอียดอย่างไรนั้น จะแถลงให้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวถาม การไปพบในวันนี้จะมีเงื่อนไขอะไรไปด้วยหรือไม่ หรือเตรียมการอะไรว่า อนาคตน่าจะร่วมกันได้หรือไม่อย่างไรบ้าง นายประเสริฐกล่าวว่า ไปตามคำเชิญ ยังไม่มีเงื่อนไขอะไร ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน แต่เป็นตามคำเชิญของพรรคภูมิใจไทย ก็ขอไปรับฟังก่อน เมื่อพรรคภูมิใจไทยเชิญมา เราก็ให้เกียรติ ไม่มีอะไรเพิ่มเติม ทั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายภูมิธรรม เวชยชัย จะเป็นผู้เดินทางไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทยวันนี้ เวลา 14.30น.

‘หนู’ต้อนรับ’พท.’หารือจัดตั้งรบ.

เวลา 14.39น.ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า แฮปปี้นะวันนี้ นายอนุทิน ตอบว่า หัวใจเป็นสีชมพู

จากนั้นเวลา 14.57 น.นายอนุทิน พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ รอให้การต้อนรับแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ใส่เสื้อแจ๊กเกตพรรคเพื่อไทยสีแดง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค เดินทางมาถึงที่ทําการพรรคภูมิใจไทย ตามคําเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคได้คะแนนลำดับ3 ทันทีที่ นายยศชนัน เดินทางถึง นายอนุทิน ได้เดินเข้าไปทักทายพูดคุยกับนายยศชนัน และคณะ ก่อนเดินขึ้นไปหารือร่วมกันบนพรรคภูมิใจไทย

หารือ30นาที-เชื่อ2พรรคทำปท.มั่นคง

เวลา 15.30น.นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทยและนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์และแกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวหลังใช้เวลาหารือประมาณ 30นาที โดย นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่ผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทยได้กรุณาแวะมาหารือในเรื่องของการดำเนินการการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งถ้าเราดูจากคะแนนของการเลือกตั้งถึงแม้ว่าจะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการแต่เราก็ไม่ต้องการให้มันมีช่วงสูญญากาศเป็นระยะเวลานาน ซึ่งได้มีการหารือกันมาในระดับหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปว่าทางพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเราดำเนินการตามแนวทางที่เราได้วางไทม์ไลน์เอาไว้ว่า ถ้าเรามีโอกาสที่จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเราจะเชิญพรรคเป็นลำดับตามลำดับในการหารือและขอความร่วมมือในการที่จะทำให้ประเทศของเราได้ดำเนินต่อไปด้วยความราบรื่น ด้วยพลังพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยแรามองไปข้างหน้าและได้เห็นว่าบุคลากรคุณภาพของทั้งสองพรรคน่าจะมีความสามารถมากเพียงพอที่จะผลักดันและนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีมั่นคงแข็งแกร่งและยังยืนเป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนได้

มีขั้นตอนต้องคุยรายละเอียดต่อไป

ในเบื้องต้นได้พูดคุยกันและได้มีการตกลงกันซึ่งจากนี้ไปเราจะมีการพูดคุยกันมากขึ้นเพื่อลงในรายละเอียดในการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นเรื่องปกติทั่วไปไม่มีเรื่องแปลกใหม่อะไร ต้องกราบขอบพระคุณ นายยศชนันและนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ได้รับทราบมาว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่สบาย เป็นไข้หวัดก็เลยไม่สะดวกที่จะมา เราจึงได้รับเกียรติจากผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

‘ยศชนัน’ขอบคุณเชิญ’พท.’ร่วมรบ.

ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า เนื้อหาเป็นไปตามที่นายกฯแถลงก็ต้องขอขอบคุณนายกฯที่ให้เกียรติเรียนเชิญพรรคเพื่อไทยมาสู่การเจรจา ตนในฐานะของผู้นำพรรคเพื่อไทยเคยรับปากกับทุกท่านว่าการเจรจาตนจะอยู่ด้วยตลอดและวันนี้ตนก็อยู่ด้วย

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายกฯได้นำเรียนทุกท่านว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเอง พร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตามที่นายกฯได้กล่าว ส่วนในเรื่องต่างๆคงจะมีการพูดคุยกันในภายหลัง วันนี้เป็นการมาแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งในครั้งนี้ จากนั้นนายอนุทินได้ยกมือไหว้ขอบคุณนายยศชนัน แกนนำพรรคเพื่อไทยทุกคน ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกันเรื่องกระทรวงกันแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะได้มีเวลาคุยกันอีกหลายครั้ง

พร้อมลบอดีตแล้วเดินไปข้างหน้า

เมื่อถามต่อว่า การจับมือร่วมกันครั้งนี้ทั้ง 2พรรคมีเป้าหมายในเรื่องของการที่จะกลับมาทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราหารือกันเมื่อสักครู่นี้ คือเรามั่นใจซึ่งกันและกันว่าบุคลากรของแต่ละพรรค มีความสามารถ มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง และได้บอกกับทุกท่านไปว่าขอให้เรากลับมาทำงานด้วยกัน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก เรื่องอะไรที่มันไม่เข้าใจกันในอดีตที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา ต้องลบออกไปให้หมดและเดินไปข้างหน้า และขอความร่วมมือที่จะทำงานร่วมกันทำงานแบบร่วมกันจริงๆไม่มีการแบ่งเส้น แบ่งเขต ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลด้วยกัน บริหารราชการแผ่นดินไปด้วยกัน เพื่อประสิทธิภาพด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศของเรา

พท.พร้อมหนุนภท.ตามหลักการ

เมื่อถามอีกว่า นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังมีพรรคอื่นไหม เช่น พรรคกล้าธรรม(กธ.) นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่ตนเรียนจะทยอยเชิญเป็นพรรค เราก็ต้องให้เกียรติกับพรรคที่มีจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตามลำดับไป ซึ่งพรรคประชาชน(ปชน.)ไม่ขอร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจึงประสานและหารือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ต้องขอขอบคุณผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกท่าน เมื่อถามอีกว่า วันนี้ที่พูดคุยกันพรรคเพื่อไทยมีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า เอาเป็นว่าเรามานั่งตรงนี้ได้ก็แสดงว่าเราหารือกันในหลักการ มีข้อสรุปและมีเป้าหมายร่วมกันแล้ว

จากนั้นนายอนุทินได้จับมือกับ นายยศชนัน ก่อนที่ นายอนุทิน จะเดินลงมาส่ง นายยศชนัน และแกนนำพรรคเพื่อไทยขึ้นรถยนต์ออกจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทยในเวลา 15.45น.

แย้มพรรคลำดับ3ให้รอคิดต่อไป

ต่อมานายอนุทิน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสอบถามว่าบรรยากาศการพูดคุยชื่นมื่นหรือไม่ ว่า อย่างที่ตนบอกเดินไปทีละสเต็ป เมื่อถามว่า พรรคอันดับ3 จะเชิญมาวันไหน นายอนุทิน กล่าวว่า“ก็ค่อยทยอยไป”เมื่อถามย้ำว่าหากรวมกันแล้วเสียงเกิน 300 ไม่มากเกินไปใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องการความแข็งแรง

จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินกลับขึ้นไปเพื่อประชุมร่วมกับแกนนำพรรค และยังพูดติดตลกกับสื่อมวลชนว่า ไม่แสดงความยินดีกับตนหรือ”วันนี้วันแต่งงานของฉันนะ”ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่าจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยเป็นอย่างไรบ้างทำไมถึงเลือกวันนี้ นายอนุทินกล่าวเพียงว่าลูกจะเข้าโรงเรียนแล้วเลยแต่ง ไม่มีฉลองอะไรทำเงียบๆ

3พรรคเล็กโผล่หนุน’อนุทิน-ภท.’

เวลา 15.45น.นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย , น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยพรรคการเมืองขนาดเล็ก ได้แก่ นายบุญรวี ยมจินดา หัวหน้าพรรครวมใจไทย , นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย หัวหน้าพรรคไทยทรัพย์ทวี , นายสุรสิทธิ์ มัจฉาเดช หัวหน้าพรรคใหม่ และ นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชน ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังได้พูดคุยกับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในการจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอชื่อบุคคลให้ได้รับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายบุญรวี กล่าวว่าในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทย รับปากประชาชนไว้ว่านโยบายถือว่าเป็นเรื่องยินดีที่จะได้ผลักดันนโยบายให้กับประชาชน และขอให้ประชาชนสบายใจว่ารัฐบาลจะไปตลอดรอดฝั่ง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีว่าที่ สส.จำนวน 30 คน จากพรรคการเมืองขนาดเล็กมาสนับสนุนนายอนุทิน โฆษกพรรรภูมิใจไทย กล่าวว่า หากมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองใดจะมีการแถลงข่าวให้ทราบอย่างเป็นทางการ ซึ่งการพูดคุยกับพรรคอื่น ได้แถลงข่าวชัดเจนแล้วว่าได้มอบหมายให้หัวหน้า และเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการเจรจา

‘พรรคกล้าธรรม’ให้รอลำดับต่อไป

เมื่อถามว่า มีการนัดหมายพรรคกล้าธรรม (กธ.) แล้วหรือไม่นั้น น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายอนุทินได้ระบุไว้ว่าจะมีการเจรจาตามลำดับหลังจากพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มี 6 พรรคเล็ก 9 ว่าที่ สส.ที่มาร่วมแถลงข่าวสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ 3 คน , พรรครวมใจไทย 2 คน , พรรคไทยทรัพย์ทวี , พรรคใหม่ , พรรครวมพลังประชาชน และ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคละ 1 คน

ภท.เดินหน้าเตรียมร่างนโยบาย

เวลา 16.40 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทีมเศรษฐกิจของพรรคว่า จะเป็นการนำนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนมาจัดลำดับทางโครงสร้าง เพราะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้รับเรื่องไปดูว่า จะต้องเพิ่มหรือขยายความอย่างไร เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกัน พร้อมกับยอมรับว่าได้เชิญสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเข้ามา เพื่อตรวจยกร่างนโยบายให้เป็นเค้าโครง

ย้ำ’กธ.’ยังอยู่ในคิวเชิญต่อไป

เมื่อถามว่า ได้วันที่จะเชิญพรรคกล้าธรรมเข้ามาเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเชิญเป็นลำดับไป เมื่อถามย้ำว่า จะเชิญเข้ามาในวันที่ 14 ก.พ. เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ. เป็นวันวาเลนไทน์ เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์ว่าสมการการตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามว่า ขั้นตอนการทาบทามพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์นี้จะจบเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ไล่ไปแต่ละพรรค ซึ่งเหลืออีกไม่กี่พรรคและพรรคกล้าธรรมก็อยู่ในคิว เมื่อถามว่า พรรคที่เชิญมาไม่จำเป็นจะต้องมาร่วมรัฐบาลเสมอไปใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า เราก็ต้องคุยกับทุกพรรค

พท.ถอดบทเรียนแพ้-ชนะเลือกตั้ง

ก่อนหน้านี้ เวลา 10.00น.ที่พรรคเพื่อไทย ได้นัดประชุมว่าที่ สส.และผู้สมัคร สส.ครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่และแอดมิดอยู่ที่โรงพยาบาล โดยการประชุมวันนี้พรรคเพื่อไทยได้ปล่อยมอตโตใหม่กับเพลงใหม่ “สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน”ที่มีเนื้อหาให้กำลังใจและมีช่วงหนึ่งที่ระบุว่า “ถึงล้มก็ลุกขึ้นได้ ถึงแพ้ก็ยังไม่ตาย บทเรียนจะคอยสอนไว้ ให้ยิ่งแกร่งกว่าเดิม เติมใจให้กันอีกครั้ง“ โดยย้ำว่า เพื่อไทยไม่มีวันตาย

เกาะติดเลือกตั้งโปร่งใสหรือไม่

นายประเสริฐ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ประกอบไปด้วยกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค สมาชิกพรรค ผู้สมัครพรรค และเป็นการประชุมครั้งแรก หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา จุดประสงค์การประชุมคือเป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสังเกต และน่าสงสัยอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ที่พบว่ามีการร้องเรียนกันในหลายพื้นที่ มีผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหลายคน ได้แจ้งไปยังฝ่ายกฎหมาย  ซึ่งหลายท่านได้ไปดำเนินการด้วยตนเอง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด และมีการประสานงานมายังฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยในการดำเนินการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง หลายคนคงอยากทราบว่าในการดำเนินการของพรรคหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคจะมีการพบปะพูดคุยกับทุกคน เพื่อหาข้อสรุปหลังจากนี้ และดูว่าทิศทางในการดำเนินการต่อไปนั้นจะเป็นเช่นไร 

สั่งถามปชช.เหตุผลใดไม่เลือก’พท.’

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทย อยากขอให้ทุกคนได้รายงานสรุปผลการเลือกตั้ง ถึงสาเหตุในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เหตุใด บางคนประสบความสำเร็จ  แต่บางคนไม่ได้รับการเลือกตั้ง อยากให้หาข้อสรุปว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง และพรรคเพื่อไทยได้ทำแบบสอบถามไปยังผู้สมัคร สส.ทุกคนผ่านกูเกิ้ลฟอร์ม ซึ่งจะมีให้ใส่ข้อมูลส่วนบุคคล และให้ใส่สาเหตุว่าทำไมถึงไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.รวมถึงพรรคอยากรับฟังข้อเสนอ สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ว่าเหตุใดที่ทำให้ประชาชนเลือกตั้ง สส. ทั้งในส่วนผู้สมัคร และพรรค สุดท้ายให้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในเขตเลือกตั้งว่าจะต้องทำอย่างไร และมีปัจจัยอะไรบ้างในการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จครั้งนี้

“พรรคเพื่อไทยขอให้กำลังใจทุกคนสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ขอให้กำลังใจทุกคนขอให้ทำงานให้ประชาชนต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

‘ยศชนัน’ไม่ไปไหน-เชื่อพท.กลับมาแน่

จากนั้นนายยศชนัน กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งตัวแทนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี วันนี้มาสื่อสารกับทุกคน เดิมตั้งใจจะมาให้กำลังใจ แต่กลายเป็นทุกคนให้กำลังใจต้องขอบคุณมาก สิ่งแรกที่อยากสื่อสารคือ ขอขอบคุณคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน บทบาทหลังจากนี้ หากทุกคนยังมีใจไปด้วยกัน ตนจะไม่ทิ้งพรรคเพื่อไทย พร้อมเดินหน้าร่วมกับทุกคน และเดินหน้าร่วมกับประชาชนชาวไทยในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป จนกว่าชัยชนะจะเป็นของพี่น้องประชาชน การพ่ายแพ้ สามารถยอมรับได้ หากเป็นการพ่ายแพ้อย่างสุจริต เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำให้ชัดเจนคือต้องต่อสู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องการทุจริตต่าง ๆ ได้ นี่คือจุดยืนข้อแรก ข้อที่สอง

‘การพ่ายแพ้เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การพ่ายแพ้ที่รู้สาเหตุจะเป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และเราจะสามารถกลับมาได้ ช่วงเลือกตั้งผมไม่สามารถลงไปได้ทุกพื้นที่ ตรงนี้ต้องขออภัยทุกคนจากใจจริง แต่พวกเราทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรต้องเสียใจ ขอชื่นชมทีมงานและผู้สมัครทุกคนจากใจอีกครั้ง แน่นอนว่า หากทุกอย่างสุจริตและชัดเจน ตนจะเริ่มทำงานลงพื้นที่ทันทีวันนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมรู้ว่ามันเจ็บปวดเพียงใดที่หลายท่านไม่ได้เข้าไปในสภา แต่ผมจะไม่ทอดทิ้งทุกท่าน และจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เรากลับมาได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า”นายยศชนัน กล่าว

‘สุริยะ’ขอบคุณปชช.ทุกคะแนนเสียง

ขณะที่ นายสุริยะ กล่าวว่า วันนี้มาอยู่ที่นี่ด้วยหัวใจที่หนักเหมือนกันกับทุกคน เพราะเราทุ่มเทเต็มที่ หวังเต็มที่แต่ผลที่ออกมา ยังไม่เป็นไปตามที่เราตั้งใจไว้ ตนขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้พรรคเพื่อไทย ขอบคุณความเชื่อใจที่ยังให้เราได้ทำหน้าที่รับใช้ประชาชน

‘หมอวรงค์’หนุนภท.-พท.ร่วมตั้งรบ.

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เพียงหนึ่งเดียวให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทยหารือกับพรรคภูมิใจไทยต่อการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันว่าเป็นปกติที่พรรคการเมืองใหญ่ต้องเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งหากได้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก 300 เสียงนั้นตนสนับสนุน เพราะอยากให้รัฐบาลใหม่ นำประเทศเดินหน้าได้ ตนยืนยันในจุดยืนว่า หากรัฐบาลทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติตนพร้อมสนับสนุน แต่หากรัฐบาลทำอะไรที่เสียหายก็จะต้องถูกตรวจสอบ ส่วนพรรคไทยภักดีนั้น ยังไม่ได้คุยอะไรกับใคร ซึ่งต้องรอดูทิศทาง โดยพรรคเล็ก ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมกันทำงานในสภาฯ แล้วหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า “ผมยังอิสระและมีความสุขดี และไม่มีอะไรต้องรีบ”

‘เสี่ยหนู’ถือฤกษ์วาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรส‘จ๋า ธนนนท์’ คนไทยแห่ซื้อดอกไม้คึกคัก มอบเป็นของขวัญให้คนรัก

‘เสี่ยหนู’ถือฤกษ์วาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรส‘จ๋า ธนนนท์’ คนไทยแห่ซื้อดอกไม้คึกคัก มอบเป็นของขวัญให้คนรัก

‘เสี่ยหนู’ถือฤกษ์วาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรส‘จ๋า ธนนนท์’ คนไทยแห่ซื้อดอกไม้คึกคัก มอบเป็นของขวัญให้คนรัก

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เสี่ยหนู’ถือฤกษ์วาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรส‘จ๋า ธนนนท์’ คนไทยแห่ซื้อดอกไม้คึกคัก มอบเป็นของขวัญให้คนรัก

โชว์หวาน นายกฯอนุทินควงภริยา จดทะเบียนสมรส ก่อนเข้าสู่เทศกาล“วันแห่งความรัก” ส่วนบรรยากาศโดยทั่วไป เป็นไปอย่างคึกคัก คนแห่ซื้อดอกไม้เพื่อเอาไปมอบให้กับคนรัก ชัยนาทแม่ค้าโอดตรงวันหยุด ส่วนสติ๊กเกอร์หัวใจสุดฮอตขายเกลี้ยง เปิดผลสำรวจวาเลนไทน์ปีนี้ วัยรุ่นไทยชี้ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่มากกว่า SEX โดย 73.4% เชื่อความรักที่ดีต้องเคารพและให้เกียรติกัน 67.4% ระบุคู่รักตกหล่มเหล้า ยา การพนัน

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดุสิต มาที่บ้านพักส่วนตัวเพื่อดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดย มี น.ส.นัยภัค ชาญวีรกูล บุตรสาว,นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย และ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนเข้าสู่วันวาเลนไทน์วันที่ 14 ก.พ.ปี 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตลาดดอกไม้ ปากคลองตลาด เขตพระนคร วัยรุ่นและประชาชนทั่วไป ออกมาหาซื้อกุหลาบ ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ คึกคักมาก มีทั้งกุหลาบสด กุหลาบแห้ง กุหลาบประดิษฐ์ หลากสีสัน และของตกแต่งอื่นๆ เช่น ตุ๊กตา สติ๊กเกอร์ จัดเป็นช่อ หรือซื้อดอกกุหลาบพร้อมทั้งดอกไม้แห้งเพื่อนำไปจัดช่อเอง เพื่อมอบให้คนรักและเพื่อนสนิท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณ หน้าโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม อ.เมือง จ.ชัยนาท บรรยากาศของการเลือกซื้อช่อดอกกุหลาบเพื่อมอบเป็นสิ่งของแทนใจเนื่องในวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก ในปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดา นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป นับพันคนต่างมาเลือกซื้อดอกกุหลาบกันเป็นจำนวนมาก จนพ่อค้าแม่ค้าขายแทบไม่ทัน โดยในแต่ละร้านก็จะมีช่อดอกกุหลายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง รวมถึงช่อธนบัตร เป็นต้น คาดว่าปีนี้เงินสะพัดหลักล้านบาท เพราะปีนี้ออเดอร์สั่งจอง สั่งซื้อ แต่ก็ไม่ได้ขายดีเหมือนปีก่อน เพราะปีนี้วันวาเลนไทน์ตรงกับวันเสาร์เป็นวันหยุดเรียน เด็กๆ นักเรียนที่เป็นตัวกระตุ้นยอดขาย ไม่มาซื้อ ยอดขายก็ไม่ดีเท่าปีก่อนๆ

จากการสอบถามแม่ค้าต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า ดอกไม้ปีนี้ราคาไม่แพงเท่าปีก่อน ขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น โดยดอกกุหลาบที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์นั้น ปกติราคาขายส่งจะอยู่ที่ดอกละ 15 บาท มาขายหน้าร้านดอกละ 20 บาท รวมช่อก็มีหลายราคาตั้งแต่ 150 บาท ขึ้นไป ส่วนที่ขายดีอีกอย่างคือดอกไม้กำมะหยี่ ทำเป็นดอกกุหลาบ ดอกทานตะวัน ราคาเริ่มต้นดอกละ 20-50 บาท ราคาเข้าถึงง่าย เด็กๆและวัยรุ่นต่างก็มาซื้อไปให้คนที่ชอบกันยกใหญ่

ส่วนที่ขายดีจนเรียกว่าเอามาเท่าไรก็หมดเท่านั้นคือ สติ๊กเกอร์ รูปหัวใจ และคำบอกรัก ที่นักเรียนและวัยรุ่นต่างก็มาซื้อไปติดคนที่ชอบ คนที่รักกันเยอะมาก เพราะราคาถูก ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายในราคาสูงแต่ก็ได้ผลลัพธ์ เหมือนกันเริ่มต้น 5 บาท เท่านั้น แถมพ่อค้ายังจัดโปร ซื้อ 5 แถม 1 อีก ถือว่าเป็นการคืนกำไรให้น้องๆนักเรียน

น.ส.สุธินี เณรอยู่ เจ้าของร้านเบญฟลาวเวอร์ เผยว่า บรรยากาศวันวาเลนไทน์ในปีนี้คึกคัก ส่วนเรื่องของราคาดอกกุหลาบนั้นแม้ว่าในปีนี้ดอกกุหลาบสดราคาไม่สูงลูกค้าจึงมาจัดทำเป็นช่อเยอะ ออกเดอร์เพียบ ลูกค้ามาสั่งทำช่อดอกกุหลาบที่เป็นที่นิยมก็จะอยู่ที่ราคา 150-250 บาท เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาสำหรับในปีนี้ทางร้านก็ได้จัดดอกกุหลาบสดแบบแน่นๆ ให้ทุกช่อเพื่อเอาใจลูกค้า

ด้านนายจากรนิตย์ เปียนาค พ่อค้าสินค้ากิ๊ฟช็อป เผยว่า สติ๊กเกอร์รูปหัวใจ มาแรง เด็กๆมาหาซื้อกันไปติดคนที่ชอบกันเยอะ เพราะราคาถูก สบายกระเป๋า ทางร้านจัดโปรซื้อครบ 50 บาท แถมอีก 2 อัน ทำเอาปีนี้ยอดขายถล่มทลาย มีเท่าไรก็ขายหมดเท่านั้น

วันเดียวกัน เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ 2569 Active Youth รักต้องรู้…. ความสัมพันธ์ที่ดี ที่มากกว่า SEX รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรักอย่างเหมาะสม และสามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า เนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์เป็นวันที่ทุกคน ทุกความสัมพันธ์ ควรได้รับความรัก แต่ไม่ลืมที่จะเห็นถึงคุณค่าของตนเองด้วย ที่สำคัญต้องรู้เท่าทันและอยู่ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพและชีวิต โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และการพนัน จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่อายุ 15-24 ปี มีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอยู่ที่ 24.8% ลดจากปี 2564 อยู่ที่ 34.7% ขณะที่การดื่มแล้วขับอยู่ที่ 33.06% ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน 25.09% ข้อมูลจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้รวบรวมข่าวความรุนแรงในครอบครัวที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ในปี 2567 มากถึง 1,529 ข่าว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ประมาณ 40% โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น 29.3% และยาเสพติด 26.9% ส่วนปัญหาการพนัน ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566 พบกลุ่มอายุ 15-25 ปี เล่นพนันออนไลน์ 32.3% หรือ 2.9 ล้านคน โดย 1 ใน 4 หรือ 739,000 คน เสี่ยงเป็นนักพนันหน้าใหม่

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส. และภาคีเครือข่าย หวังว่าเทศกาลแห่งความรักปีนี้ ทุกคนจะร่วมกันมอบความรักให้แก่กันมากขึ้น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทั้งคู่รัก พ่อแม่ ลูกหลาน ญาติสนิท เพื่อนพ้องพี่น้อง เพื่อนบ้านรวมถึงเพื่อนร่วมโลก และอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันส่งพลังแห่งความรักให้แผ่ขยายออกไป ด้วยการช่วยกันส่งเสริมการจัดกิจกรรมเดือนแห่งความรักและใช้ชีวิตที่ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ

ขณะที่ นางสาวปาลิณี ต่างสี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ที่อายุ 13-25 ปี จำนวน 3,185 คน ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดบางพื้นที่ ช่วงต้นเดือนก.พ. 2569 พบว่า 55.2% มองว่าการเรียนรู้เรื่องเพศจะช่วยให้ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น 64% มองว่าเรื่องเพศต้องสมัครใจทั้งสองฝ่าย ขณะที่ 55.3% มองว่าความรักไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ และ 58.5% เห็นว่าถ้ายังไม่พร้อม ถือเป็นเหตุผลที่ดีในการปฏิเสธ

ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวต่อไปว่า กลุ่มตัวอย่าง 73.4% เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีควรเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดย 68.7% เห็นว่าหากมีเรื่องไม่สบายใจต่อกันก็ควรหาโอกาสสื่อสารเพื่อปรับความเข้าใจ 68.9% รับฟังความคิดเห็น 67.4% เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีต้องไม่กดดันกัน และ 49.5% เห็นว่าการเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ใช้อำนาจเหนือกว่าจะทำให้ความสัมพันธ์เกิดปัญหาได้

“หากมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ พบว่า คู่รัก 56.8% เลือกพูดคุยปรับความเข้าใจกัน 15.9% ใช้การขอโทษ ขณะที่ 67.4% มองว่าถ้าแฟนหรือคู่รักเข้าไปยุ่งกับปัจจัยเสี่ยง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด การพนัน บุหรี่ไฟฟ้า จะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ จึงไม่อยากให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ขณะที่ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ช่วงวาเลนไทน์คือ เพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน 76.5% การใช้สิ่งเสพติด 52.8% การเข้าไปที่อโคจร/พื้นที่เสี่ยงต่อการถูกล่อลวง 50.8% การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 48.9% การถูกบังคับหรือกดดัน 33.4%” ทั้งนี้ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน จะร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ ในช่วงวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของเด็ก เยาวชน ใน จ.ลำพูน จ.พิษณุโลก จ.สกลนคร จ.กาฬสินธุ์ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ด้วยเช่นกัน” นางสาวปาลิณี กล่าว