วันนี้มาอีก 3 พรรคเล็ก เทหนุน ภูมิใจไทย-อนุทิน ตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ

วันนี้มาอีก 3 พรรคเล็ก เทหนุน ภูมิใจไทย-อนุทิน ตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ

วันนี้มาอีก 3 พรรคเล็ก เทหนุน ภูมิใจไทย-อนุทิน ตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.50 น.

วันนี้มาอีก 3 พรรคเล็ก! เทหนุน”ภูมิใจไทย-อนุทิน” ตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ รวม 6 พรรค 9 ว่าที่ผู้แทนฯ ปัด”30 ว่าที่ สส.พรรคเล็ก”กางมุ้งรอร่วมรัฐบาล ขอรอแถลงข่าวให้ชัด เผยยังไม่ได้นัด”กล้าธรรม” ให้เป็นตามลำดับเจรจา

13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อเวลา 15.45 น.ที่ผ่านมา นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย , น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยพรรคการเมืองขนาดเล็ก ได้แก่ นายบุญรวี ยมจินดา หัวหน้าพรรครวมใจไทย , นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย หัวหน้าพรรคไทยทรัพย์ทวี , นายสุรสิทธิ์ มัจฉาเดช หัวหน้าพรรคใหม่ และ นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชน ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังได้พูดคุยกับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในการจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอชื่อบุคคลให้ได้รับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายบุญรวี กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทย รับปากประชาชนไว้ว่านโยบายถือว่าเป็นเรื่องยินดีที่จะได้ผลักดันนโยบายให้กับประชาชน และขอให้ประชาชนสบายใจว่ารัฐบาลจะไปตลอดรอดฝั่ง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีว่าที่ สส.จำนวน 30 คน จากพรรคการเมืองขนาดเล็กมาสนับสนุนนายอนุทิน โฆษกพรรรภูมิใจไทย กล่าวว่า หากมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองใดจะมีการแถลงข่าวให้ทราบอย่างเป็นทางการ ซึ่งการพูดคุยกับพรรคอื่น ได้แถลงข่าวชัดเจนแล้วว่าได้มอบหมายให้หัวหน้า และเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการเจรจา

เมื่อถามว่า มีการนัดหมายพรรคกล้าธรรม (กธ.) แล้วหรือไม่นั้น น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายอนุทิน ได้ระบุไว้ว่าจะมีการเจรจาตามลำดับหลังจากพรรคเพื่อไทย (พท.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มี 6 พรรคเล็ก 9 ว่าที่ สส.ที่มาร่วมแถลงข่าวสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ 3 คน , พรรครวมใจไทย 2 คน , พรรคไทยทรัพย์ทวี , พรรคใหม่ , พรรครวมพลังประชาชน และ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคละ 1 คน

น้ำเงิน-แดง จับมือตั้งรัฐบาล พร้อมหนุนอนุทินเป็นนายกฯ

น้ำเงิน-แดง จับมือตั้งรัฐบาล พร้อมหนุนอนุทินเป็นนายกฯ

น้ำเงิน-แดง จับมือตั้งรัฐบาล พร้อมหนุนอนุทินเป็นนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.16 น.

“น้ำเงิน-แดง”จับมือตั้งรัฐบาล พร้อมหนุน”อนุทิน”เป็นนายกฯ ขอมองไปข้างหน้า ลบอดีตให้หมด ทำงานไม่มีแบ่งเส้น ด้าน”ยศชนัน”ขอบคุณเชิญร่วมรัฐบาล

13 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยแกนนำพรรคภูมิใจไทย และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที

โดย นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่ผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทยได้กรุณาแวะมาหารือในเรื่องของการดำเนินการการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งถ้าเราดูจากคะแนนของการเลือกตั้งถึงแม้ว่าจะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เราก็ไม่ต้องการให้มันมีช่วงสูญญากาศเป็นระยะเวลานาน ซึ่งได้มีการหารือกันมาในระดับหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปว่าทางพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเราดำเนินการตามแนวทางที่เราได้วางไทม์ไลน์เอาไว้ว่าถ้าเรามีโอกาสที่จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น เราจะเชิญพรรคเป็นลำดับตามลำดับในการหารือและขอความร่วมมือในการที่จะทำให้ประเทศของเราได้ดำเนินต่อไปด้วยความราบรื่น ด้วยพลังพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย เรามองไปข้างหน้า และได้เห็นว่าบุคลากรคุณภาพของทั้งสองพรรคน่าจะมีความสามารถมากเพียงพอที่จะผลักดันและนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีมั่นคงแข็งแกร่งและยั่งยืน เป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนได้

ในเบื้องต้นได้พูดคุยกันและได้มีการตกลงกัน ซึ่งจากนี้ไปเราจะมีการพูดคุยกันมากขึ้นเพื่อลงในรายละเอียดในการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติทั่วไปไม่มีเรื่องแปลกใหม่อะไร ต้องกราบขอบพระคุณนายยศชนัน และ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ได้รับทราบมาว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่สบาย เป็นไข้หวัด ก็เลยไม่สะดวกที่จะมา เราจึงได้รับเกียรติจากผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ด้าน นายยศชนัน กล่าวว่า เนื้อหาเป็นไปตามที่นายกฯ แถลง ก็ต้องขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้เกียรติเรียนเชิญพรรคเพื่อไทยมาสู่การเจรจา ตนในฐานะของผู้นำพรรคเพื่อไทยเคยรับปากกับทุกท่านว่าการเจรจาตนจะอยู่ด้วยตลอดและวันนี้ตนก็อยู่ด้วย

ขณะที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายกฯ ได้นำเรียนทุกท่านว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเอง พร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตามที่นายกฯ ได้กล่าว ส่วนในเรื่องต่างๆ คงจะมีการพูดคุยกันในภายหลัง วันนี้เป็นการมาแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งในครั้งนี้ จากนั้นนายอนุทินได้ยกมือไหว้ขอบคุณนายยศชนัน แกนนำพรรคเพื่อไทยทุกคน

โดยผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกันเรื่องกระทรวงกันแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะได้มีเวลาคุยกันอีกหลายครั้ง

เมื่อถามต่อว่า การจับมือร่วมกันครั้งนี้ทั้ง 2 พรรคมีเป้าหมายในเรื่องของการที่จะกลับมาทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราหารือกันเมื่อสักครู่นี้ คือเรามั่นใจซึ่งกันและกันว่าบุคลากรของแต่ละพรรค มีความสามารถ มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง และได้บอกกับทุกท่านไปว่าขอให้เรากลับมาทำงานด้วยกัน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก เรื่องอะไรที่มันไม่เข้าใจกันในอดีตที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา ต้องลบออกไปให้หมดและเดินไปข้างหน้า และขอความร่วมมือที่จะทำงานร่วมกันทำงานแบบร่วมกันจริงๆไม่มีการแบ่งเส้น แบ่งเขต ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลด้วยกัน บริหารราชการแผ่นดินไปด้วยกัน เพื่อประสิทธิภาพด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศของเรา

เมื่อถามอีกว่า นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้วยังมีพรรคอื่นไหม เช่น พรรคกล้าธรรม (กธ.) นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนเรียนจะทยอยเชิญเป็นพรรค เราก็ต้องให้เกียรติกับพรรคที่มีจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตามลำดับไป ซึ่งพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ขอร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจึงประสานและหารือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ต้องขอขอบคุณผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกท่าน

เมื่อถามอีกว่า วันนี้ที่พูดคุยกันพรรคเพื่อไทยมีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เอาเป็นว่าเรามานั่งตรงนี้ได้ก็แสดงว่าเราหารือกันในหลักการ มีข้อสรุปและมีเป้าหมายร่วมกันแล้ว

จากนั้น นายอนุทิน ได้จับมือกับนายยศชนัน ก่อนที่นายอนุทินจะเดินลงมาส่งนายยศชนัน และแกนนำพรรคเพื่อไทยขึ้นรถยนต์ ออกจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ในเวลา 15.45 น.

ต่อมา นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่สอบถามว่าบรรยากาศการพูดคุยชื่นมื่นหรือไม่ ว่า อย่างที่ตนบอก เดินไปทีละสเต็ป เมื่อถามว่า พรรรอันดับ 4 จะเชิญมาวันไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ค่อยทยอยไป เมื่อถามย้ำว่า หากรวมกันแล้วเสียงเกิน 300 ไม่มากเกินไปใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องการความแข็งแรง

จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินกลับขึ้นไปเพื่อประชุมร่วมกับแกนนำพรรค และยังพูดติดตลกกับสื่อมวลชนว่า ไม่แสดงความยินดีกับตนหรือ “วันนี้วันแต่งงานของฉันนะ” ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมถึงเลือกวันนี้ นายอนุทิน กล่าวเพียงว่า ลูกจะเข้าโรงเรียนแล้วเลยแต่ง ไม่มีฉลองอะไร ทำเงียบๆ

– 006

นันทิวัฒน์ ท้าเพื่อไทยฟ้องเลย! ปม QR Code บัตรเลือกตั้ง ยันข้อ 129 ทำได้-ไว้กันโกง

นันทิวัฒน์ ท้าเพื่อไทยฟ้องเลย! ปม QR Code บัตรเลือกตั้ง ยันข้อ 129 ทำได้-ไว้กันโกง

นันทิวัฒน์ ท้าเพื่อไทยฟ้องเลย! ปม QR Code บัตรเลือกตั้ง ยันข้อ 129 ทำได้-ไว้กันโกง

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.08 น.

13 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฟ้องเลยๆๆๆ

ข่าวว่าเพื่อไทยจะฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ

เพื่อให้วินิจฉันปมคิวอาร์โค้ด

ต้องถามเพื่อไทยครับ

คิวอาร์โค้ดเพิ่งมีในการเลือกตั้งครั้งนี้

หรือการเลือกตั้งครั้งก่อนก็มีคิวอาร์โค้ด

สำคัญ​ คิวอาร์โค้ดขัดรัฐธรรมนูญจริงหรือ

ระเบียบการเลือกตั้ง​ หมวด​ 6

ว่าด้วยการดำเนินการเลือกตั้ง​

ส่วน​ที่​ 1 บัตรเลือกตั้ง

ข้อ​ 129 คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส

หรือเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดเป็นกรณีพิเศษ

ในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง

ดังนั้น​ คิวอาร์โค้ดคือการทำตามระเบียบนี้

เป็นมาตรการป้องกันกรณีมีคนนำบัตรออกไป

เลือกตั้งและทำการทุจริตเลือกตั้ง

หรือกรณีมีบัตรปลอมเข้ามาหน่วยเลือกตั้ง

เพื่อไทยคงต้องนำสืบและพิสูจน์ให้ชัด

คงต้องพิสูจน์ว่าระเบียบนี้​ โดยเฉพาะ

ข้อ​ 129​ ขัดรัฐธรรมนูญยังไง

ฟ้องเลยครับ​ จะได้เป็นบรรทัดฐาน

กกต.โต้กลับกระแสวิจารณ์เลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องบางจุด ยันตรวจสอบทุจริตเข้ม

กกต.โต้กลับกระแสวิจารณ์เลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องบางจุด ยันตรวจสอบทุจริตเข้ม

กกต.โต้กลับกระแสวิจารณ์เลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องบางจุด ยันตรวจสอบทุจริตเข้ม

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.35 น.

กกต.โต้กลับกระแสวิจารณ์เลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องบางจุด ยืนยันตรวจสอบทุจริตเข้ม-เร่งชี้แจงสังคม

เมื่อวันที่ 13ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 แล้วเกิดกระเเสวิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงานกกต.หลายกรณี รวมทั้งเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของ กกต. การเรียกร้องให้กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆโดยเปรียบเทียบว่างบประ มาณกว่า 8.9 พันล้านบาท ที่ใช้ไปในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่คุ้มค่าเพราะได้การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสนั้น

เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. ระบุว่าข้อวิจารณ์และกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ประชุมกกต.ได้รับทราบสถานการณ์ และมีการหารือกันต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มกระบวน การจัดการเลือกตั้ง โดยได้กำชับให้สำนักงานฯติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. จังหวัด-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)อย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามข้อร้องเรียนต่างๆในเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต และการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชนเเละสื่อสังคมออนไลน์ทุกกรณีนั้น โดยให้มีการตรวจสอบ เเละต้องชี้เเจงข้อเท็จจริงต่อสังคมโดยเร็วเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง

แหล่งข่าวจาก กกต.ยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา กกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ ก่อนการเลือกตั้งจะพบว่า มีการสกัดกั้น การเตรียมทุจริตหลายๆพื้นที่และมีการจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ธานี แต่ก็ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น  ซึ่งบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจก็พยายามทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่  หรือกรณีหีบบัตรเลือกตั้งที่มีจำหน่ายในออนไลน์ขณะนี้กกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอบผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน

“เบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้น กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบ จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้ง เเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต  ดังนั้นข้อร้องเรียน/ข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่8กพ.จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละแจ้งต่อสาธารณะ โดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ”

ส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 จ.ปทุมธานี เขต 7 นั้น เป็นหน้าที่ของกกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ 

สำหรับข้อวิจารณ์ว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปกว่า 8 พันล้านนั้น แหล่งข่าวจากกกต.ให้ความเห็นว่ามติครม.วันที่23 ธันวาคม 2568 อนุมัติในหลักการกรณีสำนักงานกกต.ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย

1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท

2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท ซึ่งบุคลากรของสำนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ณ.ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน 400 เขตเเละกระจายไปใน 99,480 หน่วยเลือกตั้งโดยในวันที่ 8 ก.พ. มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน่วยละ 15 คน และกรรมการประจำหน่วย สส.และออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน ดังน้้นการปฏิบัติงานอาจเกิดปัญหาบ้าง

“แต่กรณีเช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริงขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ กำลังสอบสวนข้อเท็จจริง หากผิดจริงต้องมีการลงโทษตามกฎหมาย และต้องปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต.กปน.ให้ดีขึ้น”

กรณีปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งมายังส่วนกลาง เป็นการรายงานขั้นต้นกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง/คะเเนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง

“เพราะกกต.จังหวัด เเละกปน.บางหน่วยกรอกคะเเนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น.วันที่ 9 กพ.”

เเหล่งข่าวยังมองว่า การเผยแพร่ข่าวความเห็นของฝ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเรื่องการจัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส บัตรเขย่ง QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น หากกระทำโดยสุจริตเนี่ยสามารถดำเนินการได้ แต่ที่มีลักษณะบิดเบือน ยั่วยุเพื่อก่อให้เกิดความเกลียดชัง ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา รวมถึงอาจทำให้เกิดการสร้างกระเเสไม่ยอมรับผลคะเเนนใน400เขตทั้งที่การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม

“อย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลาหกสิบวันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้นควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย โดยหากมีข้อสงสัยใด ก็ควรรอการแถลงชี้แจงจากกกต.”

ยศชนัน สวมเสื้อสีแดงนำทัพ เพื่อไทย เข้าภูมิใจไทย ด้าน อนุทิน พร้อมลูกพรรครอรับ

ยศชนัน สวมเสื้อสีแดงนำทัพ เพื่อไทย เข้าภูมิใจไทย ด้าน อนุทิน พร้อมลูกพรรครอรับ

ยศชนัน สวมเสื้อสีแดงนำทัพ เพื่อไทย เข้าภูมิใจไทย ด้าน อนุทิน พร้อมลูกพรรครอรับ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.21 น.

ยศชนัน สวมเสื้อสีแดงนำทัพ เพื่อไทย เข้าภูมิใจไทย ด้าน อนุทิน พร้อมลูกพรรครอรับ 

เมื่อเวลา 14.39 น. วันที่ 13 ก.พ.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า แฮปปี้นะวันนี้ นายอนุทิน ตอบว่า “หัวใจเป็นสีชมพู”

จากนั้นเวลา 14.57 น. นายอนุทิน พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ รอให้การต้อนรับ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตพรรคเพื่อไทยสีแดง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค  เดินทางมาถึงที่ทําการพรรคภูมิใจไทยตามคําเชิญ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ได้คะแนนลำดับ 3    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่นายยศชนันเดินทางถึงนายอนุทิน ได้เดินเข้าไปทักทายพูดคุยกับนายยศชนัน และคณะ ก่อนเดินขึ้นไปหารือร่วมกันบนพรรคภูมิใจไทย

กกต.ยอมรับคีย์ข้อมูลผิดเองตัวเลขไม่ตรง ตอบชัดระบบแยกต้นขั้วชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าใครเลือกใคร

กกต.ยอมรับคีย์ข้อมูลผิดเองตัวเลขไม่ตรง ตอบชัดระบบแยกต้นขั้วชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าใครเลือกใคร

กกต.ยอมรับคีย์ข้อมูลผิดเองตัวเลขไม่ตรง ตอบชัดระบบแยกต้นขั้วชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าใครเลือกใคร

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.13 น.

กกต. แถลงเคลียร์ชัดปมผลคะแนนหน้าเว็บไม่ตรง ยอมรับเกิดจาก Human Error ในขั้นตอนคีย์ข้อมูล พร้อมยืนยันระบบบาร์โค้ดโปร่งใส แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษาปลอดภัย 2 ปี ป้องกันการสืบย้อนตัวบุคคล 

ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยากร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีคะแนนในระบบ ECT Report ไม่สัมพันธ์กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิหรือมีลักษณะ “คะแนนเขย่ง” ในบางเขตว่า เป็นเพียงผลไม่เป็นทางการ ระบบนี้เน้นความรวดเร็วเพื่อให้ประชาชนทราบผลเบื้องต้น กปน. อาจมีความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลเนื่องจากความเหนื่อยล้าหรือเร่งรีบในช่วงดึก ส่วนความถูกต้องอยู่ที่หน้าหน่วย ข้อมูลที่เป็นทางการและเปลี่ยนแปลงไม่ได้คือ แบบรายงานผล สส. 5/18 ซึ่งเป็นเอกสารที่เซ็นรับรองหน้าหน่วยเลือกตั้งต่อหน้าพยานและผู้สังเกตการณ์ กกต. ต้องตรวจสอบความถูกต้องของ สส. 5/18 ทุกหน่วยก่อนออกประกาศ สส. 6/1 หากพบตัวเลขไม่ตรงกัน จะดำเนินการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ตามกฎหมายทันที

กกต.ยังตอบข้อสงสัยเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจใช้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนน กกต. ยืนยันว่ากระบวนการถูกออกแบบมาให้เป็นความลับสูงสุด เมื่อลงคะแนนเสร็จ บัตรเลือกตั้งจะถูกคละรวมกันในหีบ ส่วน “ต้นขั้วบัตร” และ “บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ” จะถูกส่งไปเก็บแยกสถานที่กัน (เช่น สถานีตำรวจ หรืออำเภอ หรือสถานที่สำคัญตามจุด)

กกต.ยังย้ำว่าไม่มีอำนาจเปิดดูบัตรเพื่อหาเจ้าของ เว้นแต่จะมีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่ ข้อมูลจะถูกเก็บรักษาไว้ 2 ปีจนพ้นระยะเวลาร้องเรียนก่อนจะนำไปทำลาย ส่วนกรณีที่มีภาพบัตรเลือกตั้งถูกนำมาแชร์บนโซเชียล ย้ำว่าการถ่ายรูปบัตรที่ลงคะแนนแล้ว หรือนำบัตรไปแสดงให้ผู้อื่นเห็น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งทางอาญาและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยจะมีการตรวจสอบต่อไป

ด้านนายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผอ.สำนักเทคโนโลยีฯ ระบุว่าหลังปิดหีบ บัตรจะถูกบรรจุในถุงใสและล็อคด้วยสายรัด (Cable Tie) อย่างแน่นหนา ก่อนส่งไปยังศูนย์ลงคะแนนเพื่อรวมหีบ ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าบัตรใบใดมาจากหน่วยไหนหรือเป็นของใคร

กกต. ยังย้ำอีกว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในผลคะแนนจากเอกสาร สส. 5/18 และยืนยันว่าระบบบาร์โค้ดมีไว้เพื่อความโปร่งใสในเส้นทางเอกสารเท่านั้น ไม่สามารถละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ลงคะแนนได้

สุดารัตน์ ยกข้อกฎหมายชี้ชัด ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ผิด รธน. กกต.ต้องคิดคุก

สุดารัตน์ ยกข้อกฎหมายชี้ชัด ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ผิด รธน.  กกต.ต้องคิดคุก

สุดารัตน์ ยกข้อกฎหมายชี้ชัด ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ผิด รธน. กกต.ต้องคิดคุก

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.10 น.

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan กรณีกรณีการพบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมภาพประกอบ 

โดยระบุว่า ถ้าเป็นจริง #กกตต้องติดคุก กรณี กกต.ทำ Barcode และ QR Code ติดไว้บนบัตรเลือกตั้ง กกต. ส่อทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง “มีโทษจำคุก”

รธน. มาตรา 85 บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. เป็น “ การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” พ.ร.ป. มาตรา 96 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกต โดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง”

เจตนารมย์ของกฎหมายชัดเจน ว่าต้องการให้การลงคะแนนเป็นความลับ เป็นเอกสิทธิ์ของผู้ลงคะแนน ต้องไม่มีการทำเครื่องหมายใดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อการตรวจสอบได้ว่าผู้ลงคะแนนกาให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

เรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ ที่กกต.ต้องพิสูจน์ให้ชัดแจ้งต่อสาธารณะชน ว่า Barcode และ QR Code ที่ติดไว้บนบัตรเลือกตั้ง มีลักษณะ เฉพาะของมันเองหรือไม่ (Unique Running Number)
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง #กกตต้องติดคุก

ที่สำคัญใครสั่งให้ กกต. ทำแบบนี้

นายกฯ ปัดตอบเพื่อไทยเข้าพรรคภูมิใจไทย จับมือจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ อภิสิทธิ์ บอกยังไม่ถูกต่อสาย

นายกฯ ปัดตอบเพื่อไทยเข้าพรรคภูมิใจไทย จับมือจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ อภิสิทธิ์ บอกยังไม่ถูกต่อสาย

นายกฯ ปัดตอบเพื่อไทยเข้าพรรคภูมิใจไทย จับมือจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ อภิสิทธิ์ บอกยังไม่ถูกต่อสาย

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.04 น.

นายกฯ ปัดตอบเพื่อไทยเข้าพรรคภูมิใจไทย จับมือจัดตั้งรัฐบาล ชิ่งขึ้นรถหลังถูกถาม อภิสิทธิ์ บอกยังไม่ถูกต่อสาย 

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 13 ก.พ.2569 ภายหลังการประชุมหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็น เรื่องการจับมือจัดตั้งรัฐบาล หลังช่วงบ่ายวันนี้ พรรคเพื่อไทยเดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย ตามคำเชิญ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการประกาศเมื่อวานนี้ว่า จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ โดยนายอนุทิน ไม่ได้ตอบ ได้แต่ยิ้ม

เมื่อถามถึงการเชิญพรรคประชาธิปัตย์หารือจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ไม่ตอบ พร้อมรีบขึ้นรถไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมเรียกให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ขึ้นรถไปด้วยกัน ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง  และนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ ขึ้นรถตามไป

ดิเรกฤทธิ์ เตือนวิกฤตศรัทธา หากกระบวนการยุติธรรมไร้หลักนิติธรรม

ดิเรกฤทธิ์ เตือนวิกฤตศรัทธา หากกระบวนการยุติธรรมไร้หลักนิติธรรม

ดิเรกฤทธิ์ เตือนวิกฤตศรัทธา หากกระบวนการยุติธรรมไร้หลักนิติธรรม

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.44 น.

13 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ถ้าพากันออกนอกหลักนิติรัฐ นิติธรรมกันหมด เราจะอยู่กันยังไง ติดกับดัก นกม.ที่แบ่งขั้วให้บ้านเมืองแตกแยก ลุกเป็นไฟไปล้มล้าง?…กันแล้วนะครับ” พร้อมกับโพสต์รูปที่มีข้อความดังนี้

นายกฯ ควงสีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี-วราวุธ ถกเตรียมพร้อมศก.-การเมือง เน้นความสัมพันธ์เมียนมา-เขมร

นายกฯ ควงสีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี-วราวุธ ถกเตรียมพร้อมศก.-การเมือง เน้นความสัมพันธ์เมียนมา-เขมร

นายกฯ ควงสีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี-วราวุธ ถกเตรียมพร้อมศก.-การเมือง เน้นความสัมพันธ์เมียนมา-เขมร

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.42 น.

นายกฯ ควงสีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี-วราวุธ ประชุมเตรียมพร้อมด้านเศรษฐกิจ การเมือง สร้างความเชื่อมั่นเวทีโลก เน้นความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา-กัมพูชา 

เมื่อเวลา 11.42 น. วันที่ 13 ก.พ.2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้ากระทรวงฯ เพื่อรับประทานอาหารมื้อเที่ยงร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ก่อนเป็นประธานการประชุมหารือกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายสีหศักดิ์รอต้อนรับ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และยังมีนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อลำดับ 3 พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมด้วย โดยนางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานประวัติความเป็นมาของกระทรวงการต่างประเทศและภารกิจ  โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ภายใต้หลักการทีมประเทศไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากนี้ไปภารกิจต่างประเทศที่สำคัญ หลังจากมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ สิ่งที่ไทยให้ความสำคัญกับต่างประเทศ คือ การสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเสถียรภาพของไทยจากห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและผันผวนทางการเมืองไทย ภารกิจต่อไป คือ การสร้างความเชื่อมั่นในเวที ระหว่างประเทศ โดยเสถียรภาพทางการเมืองไทย จะนำมาซึ่งการแสดงบทบาทที่เข้มแข็งด้านการเมืองและเศรษฐกิจต่อไป 

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังให้ความสำคัญด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ เพราะการเมืองเน้นด้านความมั่นคง อันดับแรกที่ให้ความสำคัญ คือ ความมั่นคงและความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นหลักในการจัดการปัญหา ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดเรา เช่น กัมพูชา เมียนมา ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้