จบคือจบ!!! ชินภัสร์ เตือนน้องๆหยุดเบี่ยงเบนประเด็น รับความพ่ายแพ้ให้เป็น

จบคือจบ!!! ชินภัสร์ เตือนน้องๆหยุดเบี่ยงเบนประเด็น รับความพ่ายแพ้ให้เป็น

จบคือจบ!!! ชินภัสร์ เตือนน้องๆหยุดเบี่ยงเบนประเด็น รับความพ่ายแพ้ให้เป็น

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.24 น.

13 กุมภาพันธ์ 2569 นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การเลือกตั้งมันจบแล้วครับน้องๆ บางเขตนับใหม่ หรือบางเขตเลือกตั้งใหม่ กกต.ตัดสินเอง น้องๆ หยุดเบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่อย ยอมรับความพ่ายแพ้ ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย กทม.ทุกคนสอบตกหมด (ภาคเหนือเช่นกัน) ยังยอมรับผล ไม่งอแง… move on ได้แล้ว

ทะลุเป้า 105.9%! ทบ.สรุปยอดสมัครทหารออนไลน์ปี 69 พร้อมหนุนต่อยอดข้าราชการ

ทะลุเป้า 105.9%! ทบ.สรุปยอดสมัครทหารออนไลน์ปี 69 พร้อมหนุนต่อยอดข้าราชการ

ทะลุเป้า 105.9%! ทบ.สรุปยอดสมัครทหารออนไลน์ปี 69 พร้อมหนุนต่อยอดข้าราชการ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.18 น.

ทบ.สรุปยอดสมัครทหารออนไลน์ ปี 69 เกินเป้า 105.9% สะท้อนความเชื่อมั่นเยาวชนไทย มีโอกาสต่อยอดสู่นักเรียนนายสิบ-คะแนนเพิ่มพิเศษ

13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง ญดา โชติชูตระกูล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงการรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 ได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อ 25 มกราคม 2569 โดยในส่วนของกองทัพบกเปิดรับสมัคร 28,209 คน มีผู้สมัคร 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของเยาวชนชายไทยที่มีต่อการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

จากจำนวนผู้สมัครดังกล่าว กองทัพบกได้ตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสารหลักฐาน และการตรวจสุขภาพตามขั้นตอน ซึ่งมีผู้ผ่านกระบวนการคัดเลือกจำนวน 20,402 คน โดยกำหนดให้รายงานตัวเข้ารับราชการกองประจำการในวันที่ 1 และ 3 พฤษภาคม 2569 ตามวันและเวลาที่ระบุในใบนัด

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ จะได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ที่สอบแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มที่มาจากพลทหารออนไลน์ และสิทธิคะแนนเพิ่มการสอบภาควิชาการสำหรับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการทหาร รวมทั้งสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ อาทิ สิทธิรักษาพยาบาล, สวัสดิการทั่วไป, การส่งเสริมทางการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ นอกเหนือจากเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ และเบี้ยเลี้ยงประจำ ที่จะได้รับเมื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในการสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ กองทัพบกเปิดโอกาสให้ชายไทยที่อายุ 21 ปี และได้รับหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 สามารถแสดงความสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการได้ในวันตรวจเลือกฯ โดยจะได้รับสิทธิในการเลือกเหล่าทัพ เลือกผลัด รวมถึงสิทธิในการลดระยะเวลาการรับราชการสำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และผู้สำเร็จหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และ 2 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259

กองทัพบกขอขอบคุณเยาวชนชายไทยที่ให้ความสนใจและสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยพร้อมดูแล และพัฒนากำลังพลอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างวินัย และศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์และปกป้องประเทศชาติต่อไป

– 006

ปชน.จี้กกต.พิสูจน์ด่วน! บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แทร็กไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่

ปชน.จี้กกต.พิสูจน์ด่วน! บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แทร็กไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่

ปชน.จี้กกต.พิสูจน์ด่วน! บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แทร็กไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.11 น.

ปชน.จี้กกต.พิสูจน์ด่วน! บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แทร็กไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 เวลา 12.00 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน ได้แถลงเรียกร้องให้ กกต. พิสูจน์ข้อเท็จจริง กรณีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด ที่อยู่ในบัตรเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ ให้สังคมได้รับรับทราบ ซึ่งหลังจากนั้นทางพรรคประชาชนก็ได้โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก “พรรคประชาชน – People’s Party” ระบุว่า 

กกต. พิสูจน์ด่วน! บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แทร็กไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่  

ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงตามข่าวว่า บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีบาร์โค้ด และบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมีคิวอาร์โค้ด อีกทั้งเมื่อสแกนที่บาร์โค้ดและบาร์โค้ดของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีและบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้ว ปรากฏว่ามีความเสี่ยงที่จะตรวจสอบย้อนกลับไปยังข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งตามต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งเป็นรายบุคคลได้ ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งชี้แจงและพิสูจน์ให้เห็นว่าคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดดังกล่าว ท้ายสุดแล้วสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้ง สส. ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงเรื่องนี้ต่อสาธารณะโดยเร็ว และเร่งพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัยโดยการเปิดหีบเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่ได้มีการลงคะแนนจริงในหน่วยเลือกตั้งที่มีข้อสงสัยตามที่ปรากฏเป็นข่าว 

โดยช่วงบ่ายวันนี้ Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้มีการเปิดเผยต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของหน่วยเลือกตั้งที่ปรากฏข้อเท็จจริงตามข่าวต่อไป

ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจฯ ชงศาลรธน.ล้มเลือกตั้ง 69 เหตุ บัตรลงคะแนนมี บาร์โค้ด-พ่วง สว.

ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจฯ ชงศาลรธน.ล้มเลือกตั้ง 69 เหตุ บัตรลงคะแนนมี บาร์โค้ด-พ่วง สว.

ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจฯ ชงศาลรธน.ล้มเลือกตั้ง 69 เหตุ บัตรลงคะแนนมี บาร์โค้ด-พ่วง สว.

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.07 น.

‘ทนายอั๋น’ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน.ล้มเลือกตั้ง 69 เหตุบัตรลงคะแนนมีบาร์โค้ด ทำให้ไม่เป็นความลับ พ่วงล้มการเลือกสว.หลังพบมีลักษณะเดียวกัน ขีดเส้นใน 15 วัน ก่อนลุยด้วยตัวเอง ประกาศกร้าว“จะล้มเลือกตั้งให้จงได้” พร้อมเผยมีคนส่งเอกสาร เลขาฯ กกต.ส่อฮั้วจัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัว

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง(กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้ายื่นหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดินประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ พ.ร.ป.สส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นนี้ศาลรัฐธรรม นูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะเท่านั้น ทั้งนี้ ตนก็ดีใจที่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ประเด็นที่ 2 คือจำนวนบัตรไม่เท่ากัน โดยพบว่าบัตรเลือกตั้งสส. แบบบัญชีรายชื่อมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งส.สแบบแบ่งเขต ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปก็จะพบว่าบัตรเลือกสว.ก็ มีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน

“แบบนี้จะเอายังไงครับพี่แหวง เอายังไง สว.อลงกต วรกี เพราะมีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน แสดงว่าการเลือกตั้งก็ไม่เป็นความลับ แต่อย่ามาบอกว่าขนาดการฮั้วยังไม่ผิด ไอ้แค่นี้จะมาผิด ก็ดูสิครับ ก็ฝากพรรคเพื่อไทย รวมถึงตัวผมเองที่จะไปยื่นในคราวเดียวกันเลย ว่าการเลือกตั้ง สว.ให้เป็นโมฆะเช่นเดียวกัน”นายภัทรพงศ์ กล่าว

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลนิรนามส่งหนังสือร้องเรียนมาถึงตน ว่า กกต.โดยนายแสวง บุญมี เป็นคนออกกฎระเบียบทุกอย่างเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารแนะนำตัวสส. เกี่ยวกับการจัดพิมพ์เอกสารลงประชามติ เขาบอกว่าส่อว่าจะเป็นการฮั้วประมูล หมายความว่าล็อคเป้าเอาไว้แล้วว่าจะให้ใครเป็นคนจัดพิมพ์ ซึ่งมีเอก สารทุกอย่าง พอพูดถึงตรงนี้ตนก็สงสัยว่าข้าวแกงที่ประชาชนเลี้ยงนั้นไม่อิ่มท้องหรือ มีเงินเดือนเป็นแสน มีรถประจำตำแหน่ง มีคนขับให้นั่ง ถ้าไม่พอใช้ก็ใช้ประหยัดๆ บาทเดียวก็เอา สลึงเดียวก็เอา ดังนั้น นี่จึงเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นัดแรก คือ ได้ส่วนต่าง เอาคนของตัวเองไปทำหรือไม่ ส่วนที่ 2 อยากพิมพ์เท่าไหร่ก็ได้ ควบคุมได้หมด ประเทศไทยมาถึงจุดนี้แล้ว ดังนั้น ถึงวันนี้การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยการเป็นโมฆะ

“เรื่องบาร์โค้ด ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนกา ผมพูดถึง สส. สมมุติ ทหารหน่วย 1 ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร พลทหาร และครอบครัวของทหาร ถ้าคนพวกนี้ไปเลือกคนต่างชาติก็อาจจะโดนหรืออาจจะจำเอาไว้ให้ดี หลังจากการเลือกตั้งบรรดาพรรคการเมืองบางพรรค อาจจะแจกโค้ดรหัสให้เข้าถึง Server ของกกต.แล้วไปดูว่าหัวคะแนนบ้านไหนเจาะแต่ละหลังอาจจะเล่นกันอย่างนั้นเลยก็ได้ ซวยแล้วทีนี้” นายภัทรพงศ์ กล่าว

เมื่อถามถึงเอกสารของผู้ร้องที่ส่งมาเกี่ยวกับเรื่องของการจัดเอกสาร นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นหนังสือเอกสารแนะนำตัว เอกสารมีกว่า 9 ฉบับ ระบุหมดว่าเขียนว่าอย่างไร นายแสวง ตอบกลับไปว่าอย่าง ไร เป็นไปได้อย่างไรในขณะที่งบประมาณของกกต.ยังไม่ออก มีหรือไม่คนที่ใจดีเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่โรงพิมพ์ของตัวเองหรือพรรคพวกของตัวเอง หรือมีการคุยกันก่อน ล่วงหน้า มีซัมติง (Something) กันหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้เห็นว่าไม่ถูกระเบียบที่ให้มีการจัดพิมพ์ก่อน โดยที่งบยังไม่ออก ที่สำคัญ คือไม่มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

“ผมประกาศว่า อย่างไรเสียการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ ประกาศเล่นรายจังหวัดเลย เอากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน หมู่บ้านแก๊ง 4 โฟว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.  บรรดา สมาชิกอบต. อสม. พวกนี้ ไล่มาจนถึงนายอำเภอจะต้องติดคุก ส่วนในส่วนกลางผมจะรวบรวมคนไทยทั้งหลายร่วมลงรายชื่อ ซึ่งผมจะจัดการฟ้องเองเลย กกต.ทั้ง 7 บวกกับพี่แหวง”นายภัทรพงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ ก่อนหน้านี้ ทางกกต.ได้ทาบทามนายอำเภอให้มาเป็นประธานกกต.เขตเลือกตั้ง นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนได้ยินข่าวทำนองว่ามีการให้นายอำเภอสั่งการฝ่ายปกครองทำคะแนนคู่ขนาน แต่ถ้าถามว่าตนรู้สึกอย่างไรก็ต้องบอกว่าแค่นี้ยังฉิบหายไม่พอหรือ

เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงมีการแทรกแซงหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า แทรกแซง แล้วเราจะมีกกต.ไปทำไม ทั้งนี้ ตนขอประกาศเนื่องจากมีการพูดว่าเราไม่ยอมรับกติกา หรือแพ้แล้วพาล หรือเพราะตนไม่อยากไปวิ่งแก้ผ้าอย่างนั้นหรือ ก็ขอตอบว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เรารับไม่ได้ คล้ายกับคนเล่นไพ่ซ่อนไพ่ แล้วเอาไพ่ที่ซ่อนนั้นซุกเข้าไปในกอง.. บ้าหรือเปล่า แพ้แล้วไม่อยากจ่าย เราแค่รับไม่ได้กับกติกาแบบนี้

เมื่อถามต่อว่าเรื่องบาร์โค้ดนั้นทาง กกต. ชี้แจงว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยและติดตามว่าเป็นบัตรของหน่วยไหน นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ถามคำเดียว ใครเป็นคนการู้หรือไม่ ถ้าไม่รู้ก็จบ ตนไม่ติดใจ แต่ถ้ารู้ ก็ต้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะง่ายๆ เลย

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภา พันธ์ ที่ผ่านมา ตนก็น้อยใจเนื่องจากกะว่าจะมาฟังการแถลงข่าวพร้อมตั้งคำถาม แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันไม่ให้เข้า ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่อยากวอนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำตัวให้มันกลางๆ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่ใช่จะรับใช้แต่องค์กรอิสระแบบไม่หูลืมหูลืมตา ทำนองว่าเอาขาลงเรือลำเดียวกันแล้ว แบบนั้นไม่ถูกต้อง ฝากไปถึงผบ.ตร.ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีร้องศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญเนื่องจากเราไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าตนไปยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลรัฐ ธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง ก็ต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาสูงสภาล่าง แบบนี้ตนจะถูกมองว่ารับงานฝ่ายการเมืองมาเพื่อให้ถูกตีตก หลังจากที่ตนไปยื่นเรื่องไม่สำเร็จไม่มีใครมาอีก ดังนั้น เข้าตามตรอกออกตามประตู ตนก็จะไปช่องทางปกติ

“ภายใน 15 วัน ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการ ผมถึงจะไปยื่นโดยตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าประเด็นนี้ศาลต้องรับ และผมจะต้องได้เบิกความ อธิบายขยายความด้วยตัวเองได้แน่นอน สำหรับคดีนี้ และผมจะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้จงได้”นายภัทรพงศ์  กล่าว

จากนั้นนายภัทรพงศ์ ได้ไปยื่นคำร้องให้ผู้ตรวจฯ ผ่านผู้แทนสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สนง.ผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่อง ที่สนง.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารซี

ขณะเดียวกันนายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ ก็ได้ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรม นูญวินิจฉัยในประเด็นเดียวกัน ว่าการกระทำของกกต. กรณีการกำหนดและออกบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัตรแบบบัญชี สำหรับการเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ และขอให้เสนอศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

ฤกษ์ดีวันมงคล อนุทิน ควง จ๋า-ธนนนท์ จดทะเบียนสมรสเช้านี้ ชื่นมื่น

ฤกษ์ดีวันมงคล อนุทิน ควง จ๋า-ธนนนท์ จดทะเบียนสมรสเช้านี้ ชื่นมื่น

ฤกษ์ดีวันมงคล อนุทิน ควง จ๋า-ธนนนท์ จดทะเบียนสมรสเช้านี้ ชื่นมื่น

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.55 น.

ศุกร์ 13 ก็หวานได้ ‘อนุทิน’ควง ‘จ๋า-ธนนนท์‘จดทดเบียนสมรส เช้านี้ นำร่องก่อนวันวาเลนไทน์พรุ่ง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเวลา 12.00 น. นายกฯมีกำหนดการตรวจเยี่ยมและเป็นประธานการประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจและผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนที่เวลา 18.30 น.จะเป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่บริเวณเวทีกลาง(วัดพระราม) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ที่บ้านพักส่วนตัว นายอนุทินได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ก่อนเข้าสู่วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักในวันที่ 14 ก.พ.ปี2569 

ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ที่บ้านพักส่วนตัว นายอนุทินได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมีน.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรสาวคนโต และนายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายร่วมเป็นสักขีพยานโดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ก่อนเข้าสู่วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักในวันที่ 14 ก.พ.ปี2569 

ทั้งนี้วันที่ 13 ก.พ.ถือเป็นวันดี คือวันธงชัย และวันอธิบดี และเป็นเดือนที่สมพงษ์กับคนที่เกิดปีมะเมียด้วย

พรรคเพื่อไทย ยกขบวนไป ภูมิใจไทย ถกร่วมรัฐบาล 14.30 น. วันนี้

พรรคเพื่อไทย ยกขบวนไป ภูมิใจไทย ถกร่วมรัฐบาล 14.30 น. วันนี้

พรรคเพื่อไทย ยกขบวนไป ภูมิใจไทย ถกร่วมรัฐบาล 14.30 น. วันนี้

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.48 น.

”เพื่อไทย“ ไปภูมิใจไทย บ่าย2 วันนี้ ตามแทบเชิญร่วมรัฐบาล บอก ไม่มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใด ขอไปฟังก่อน

เวลา 12.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค แถลงว่า วันนี้ พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญเข้าร่วมพูดคุยกันในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจุดยืนของพรรคเพื่อไทยตลอดช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น รับฟังการตัดสินของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง ไม่ได้มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ในการนี้จึงจะเดินทางไปที่ทำการของพรรคภูมิใจไทยตามคำเชิญ ในเวลา 14.30 น. เพื่อหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่วนจะมีข้อสรุปหรือรายละเอียดอย่างไรนั้น จะแถลงให้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวถาม การไปพบในวันนี้จะมีเงื่อนไขอะไรไปด้วยหรือไม่ หรือเตรียมการอะไรว่า อนาคตน่าจะร่วมกันได้หรือไม่อย่างไรบ้าง นายประเสริฐกล่าวว่า ไปตามคำเชิญ ยังไม่มีเงื่อนไขอะไร ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน แต่เป็นตามคำเชิญของพรรคภูมิใจไทย ก็ขอไปรับฟังก่อน เมื่อพรรคภูมิใจไทยเชิญมา เราก็ให้เกียรติ ไม่มีอะไรเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายภูมิธรรม เวชยชัย จะเป็นผู้เดินทางไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทยวันนี้ เวลา 14.30 น.

กองทัพ เกาะติด กัมพูชาประท้วง ยกระดับทางทหาร ย้ำ สร้างรั้วชายแดน ไม่ยั่วยุ

กองทัพ เกาะติด กัมพูชาประท้วง ยกระดับทางทหาร ย้ำ สร้างรั้วชายแดน ไม่ยั่วยุ

กองทัพ เกาะติด กัมพูชาประท้วง ยกระดับทางทหาร ย้ำ สร้างรั้วชายแดน ไม่ยั่วยุ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.46 น.

กองทัพ แจง รบ.อนุมัติงบอาวุธ-รั้วชายแดน มาตรการป้องกัน ยันไม่ยั่วยุ-ไม่ตัดสัมพันธ์ เกาะติด กัมพูชา ประท้วง ยกระดับทางทหาร ย้ำชัดใช้กลไกทวิภาคีแก้ปมเขตแดน เดินหน้าทูตนำทหาร รักษาเสถียรภาพภูมิภาค 

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ชี้แจงกรณีนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบจัดซื้ออาวุธและสร้างรั้วบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ว่าเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดนตามปกติ เพื่อปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และสกัดกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามแดน ยืนยันเป็น “มาตรการเชิงป้องกัน” มิได้มุ่งคุกคามประเทศใด และเป็นสิทธิของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ

และขอย้ำว่า การสร้างรั้วชายแดนไม่ใช่การยั่วยุ แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่และควบคุมการผ่านแดนผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่หลายประเทศใช้

สำหรับกระแสข่าวว่าไทยอาจตัดความสัมพันธ์กับ กัมพูชา นั้น ศูนย์ข่าวฯ ระบุว่าไม่เป็นความจริง ไทยยังยึดมั่นความสัมพันธ์เพื่อนบ้านที่ดี และเดินหน้าแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน อาทิ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และกลไกทหารชายแดน (RBC/GBC) ควบคู่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ

พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีกระแสข่าวฝ่ายกัมพูชาเตรียมประท้วงหรือยกระดับทางทหาร โดยยืนยันใช้ช่องทางการทูตเป็นหลัก ขณะเดียวกันการสื่อสารระหว่างกองทัพในพื้นที่ยังดำเนินต่อเนื่อง เพื่อลดความเข้าใจผิดและป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์

ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งทางการ ใช้วิจารณญาณ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวที่อาจสร้างความตื่นตระหนก พร้อมย้ำว่าทิศทางต่อไปของไทย 4 ประการ ได้แก่

1.ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
2.ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ
3.ใช้กลไกทวิภาคีและพหุภาคีแก้ไขปัญหา
4.รักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

“ไทยดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดหลักสันติวิธี พร้อมรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน”

แฟ้มภาพไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

เพื่อไทยเอาจริง! เร่งรวมหลักฐาน ปมบาร์โค้ด เล็งชงศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เลือกตั้งโมฆะ

เพื่อไทยเอาจริง! เร่งรวมหลักฐาน ปมบาร์โค้ด เล็งชงศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เลือกตั้งโมฆะ

เพื่อไทยเอาจริง! เร่งรวมหลักฐาน ปมบาร์โค้ด เล็งชงศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เลือกตั้งโมฆะ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.35 น.

”เพื่อไทย“เร่งรวบรวมหลักฐานกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำ ปชช.ลงคะแนนไม่เป็นความลับ ชี้เลือกตั้งโมฆะหรือไม่ต้องยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรธน.ฟัน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ว่า เรารับทราบเรื่องมา2วันแล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าในสมัยก่อนเวลาพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะมีเพียงรหัสลับ เพื่อให้รู้ว่าบัตรนี้ไปอยู่ที่หน่วยใด เขตใด จะไม่รู้ว่าใครลงคะแนน แต่การมีบาร์โค้ดเพิ่มนี้ เท่าที่ตรวจสอบดูถ้าสามารถระบุได้ว่ามาจากต้นขั้วบัตรอะไร แล้วเวลาไปลงคะแนนประชาชนจะต้องลงชื่อในต้นขั้ว ซึ่งจะรู้ได้ว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนให้ใคร ลงคะแนนให้พรรคใด ซึ่งเรากำลังประชุมปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวาน เพราะถ้าเป็นแบบนี้แล้วก็จะไม่เป็นความลับ ซึ่งเป็นเรื่องจะต้องร้องว่ากฤษฎีกาการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ผ่านมาจะมี 2 เรื่องที่สั่งให้เป็นโมฆะ คือ ข้อแรก การไม่เป็นความลับ สามารถรู้ได้ และข้อสอง คือเลือกตั้งไม่พร้อมกัน และถ้ามีข้อมูลเพียงพอก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมื่อถามว่า สามารถร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า จากการศึกษาการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่สามารถวินิจฉัยได้เองว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ มีหน้าที่เพียงแค่สั่งเลือกตั้งใหม่ และนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา หากกระบวนการเป็นแบบนี้ก็คงต้องไปถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเรามีทีมทำงาน และปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดในประเด็นนี้ 

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นร้องเองหรือไม่หากหลักฐานชัดเจน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าสามารถดำเนินการได้ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพราะการจะยื่นร้องอะไรไปต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน 

เมื่อถามว่าหากการละคะแนนไม่เป็นความลับ กกต. มีความผิดหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูว่ามีเจตนาหรือบกพร่องอะไรหรือไม่

QR Code เลือกตั้งไม่โมฆะ ทนายบอนชี้ยังเป็น’ลงคะแนนลับ’

QR Code เลือกตั้งไม่โมฆะ ทนายบอนชี้ยังเป็น'ลงคะแนนลับ'

QR Code เลือกตั้งไม่โมฆะ ทนายบอนชี้ยังเป็น’ลงคะแนนลับ’

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.06 น.

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569  นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน นักกฎหมาย ผู้สมัคร สส.เขต 16 พรรคภูมิใจไทย ได้แชร์ภาพ น.ต.ศิธา ทิวารี นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคำพูดว่า “ถ้าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นไปตามที่ กกต.ชี้แจงแสดงว่า กกต.รับรู้รับทราบยอมรับวัตถุประสงค์ เพื่อผ่านข้อมูลย้อนกลับ หากตรวจสอบพบว่าบาร์โค้ดมีลักษณะเฉพาะเชื่อมโยงหมายเลขต้นขั้ว อาจจัดต่อรัฐธรรมนูญ งานช้างเข้าเต็มๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้จะมุดออกรูไหนยังนึกไม่ออกเลย”

ซึ่งทาง ทนายบอน ก็โพสต์ว่า  ว่าด้วย [การลงคะแนนลับ] กับ QR Code

เหตุผลที่กฎหมายกำหนดให้การเลือกตั้งต้อง “ลงคะแนนลับ” เพราะต้องการให้ผู้ใช้สิทธิมีเสรีภาพในการลงคะแนนอย่างแท้จริง ไม่ถูกอิทธิพลบังคับ

หากไม่มีการลงคะแนนลับ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เมื่อมีการซื้อเสียง หรือมีการใช้อิทธิพลบังคับ พรรคการเมืองจะส่งคน (ผู้มีอิทธิพล) ไปเฝ้าที่หน่วย คอยจับตาดูว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร เลือกตามที่ซื้อเสียงไว้ หรือเลือกตามที่ข่มขู่ไว้หรือไม่

ดังนั้น ในการลงคะแนนจึงต้องมีฉากกั้น ให้การลงคะแนนเป็นความลับ เพื่อเสรีภาพในการลงคะแนน รับเงินหรือถูกข่มขู่แล้ว ไม่เลือกก็ได้

ด้วยเหตุผลนี้ จึงห้ามการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งในคูหา มิเช่นนั้นหัวคะแนนจะบังคับให้ถ่ายรูปมาให้ดูว่าเลือกจริงไหม

และด้วยเหตุผลนี้จึงห้ามทำสัญลักษณ์ใดๆ เช่น รูปหัวใจ รูปดาว มิเช่นนั้นหัวคะแนนก็จะบังคับให้ทำสัญลักษณ์ และคอยเฝ้าดูตอนนับคะแนนว่า คนที่รับเงินไปแล้ว ได้ลงคะแนนให้จริงไหม โดยดูจากสัญลักษณ์กำกับไว้ … การทำสัญลักษณ์ใดๆ จึงต้องให้เป็นบัตรเสียทั้งหมด

ในอดีตที่ผ่านมา กกต. ชุดหนึ่ง เคยบังคับให้คนลงคะแนน ”หันก้น“ ให้หัวคะแนนสามารถมองเห็นจากด้านหลังและจับสังเกตได้ว่าผู้ใช้สิทธิลงคะแนนให้ใคร สิ่งนั้น ทำให้การลงคะแนน ”ไม่เป็นความลับ“ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และ กกต. ติดคุก

กลับมาที่เรื่อง QR Code ถามกลับว่า มันทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการลงคะแนนหรือไม่

ถามว่าถ้าหัวคะแนนจ่ายเงินแล้ว การมี QR Code ทำให้หัวคะแนนสามารถข่มขู่บังคับให้คนลงคะแนน เลือกตั้งตามที่รับเงินไปแล้วได้หรือไม่

ตอนขานคะแนน หัวคะแนน รู้หรือไม่ว่าคนที่รับเงินไปแล้ว ลงคะแนนให้จริงหรือไม่

ตอบตัวเองอย่างซื่อสัตย์

ถ้าคำตอบคือ ”ไม่“ คุณก็รู้ได้ด้วยตัวเองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการ ”ลงคะแนนลับ“ ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอยู่ ไม่มีเหตุอะไรให้เป็นโมฆะครับ

สุดท้าย … ถามตัวเองว่าตอนลงคะแนน รู้สึกมีเสรีภาพ 1,000% หรือไม่ ถ้ามีแล้วการลงคะแนนนี้มันไม่บริสุทธิ์ยังไงครับ

ทะลุแก๊ส รีเทิร์น ส่อป่วนอีก นัดชุมนุม นับใหม่ทั้งประเทศ

ทะลุแก๊ส รีเทิร์น ส่อป่วนอีก นัดชุมนุม นับใหม่ทั้งประเทศ

ทะลุแก๊ส รีเทิร์น ส่อป่วนอีก นัดชุมนุม นับใหม่ทั้งประเทศ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.00 น.

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด กับความวุ่นวายหลังการเลือกตั้งในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 ที่ยังไม่ทันจางหาย

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (12 ก.พ. 2569) เพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ – Thalugaz ได้โพสต์ข้อความนัดหมายเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดยระบุว่า “[ช่วยประชาสัมพันธ์] 14 ก.พ. 69 วาเลนไทน์นี้ ร่วมกันเรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากประชาชนได้เล็งเห็นแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความโปร่งใสดั่งที่ควรจะเป็น จึงขอเรียกร้องให้เกิดการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศเพื่อความโปร่งใสและกู้วิกฤตศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชนอีกครั้ง ณ ลานหน้าหอศิลป์ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป #นับใหม่ทั้งประเทศ”

ทะลุแก๊ซ

พร้อมแนบภาพอินโฟกราฟิกที่มีข้อความตัวอักษรย้ำจุดยืน “รวมตัวเรียกร้อง ความโปร่งในการเลือกตั้ง #นับใหม่ทั้งประเทศ วันเสาร์ 14 กุมภา 69 หอศิลป์ BACC 17.00 น.”

ทะลุแก๊ซ

ภายหลังโพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ – Thalugaz  ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลายแง่มุม เช่น

“ไปด้วยชุมนุมสันติวิธีจิกกัดและหยาบคายแบบมีอารยะ นะครับ ll”

“วันวาเลนไทล์พอดี เตรียมอุปกรณ์ป้องกันไปด้วย”

“ไปกัน มือเปล่านะครับ ไม่มีอาวุธ ไม่มีความรุนแรง อยู่ในความสงบสันตินะครับ”

“2026 ทะลุหีบดิวะ”

“จริงดิ๊…รอมานานละ เข้าเงื่อนไขรัฐประหาร…สุดยอดดดดด…ชอบอะ..รอมานานละ”

ทะลุแก๊ซ
ทะลุแก๊ซ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ – Thalugaz