อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ เผยพ่อร้องเพลง Let It Be หลังรู้ผลเลือกตั้ง

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ เผยพ่อร้องเพลง Let It Be หลังรู้ผลเลือกตั้ง

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ เผยพ่อร้องเพลง Let It Be หลังรู้ผลเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.22 น.

“อิ๊งค์-ปอ”เยี่ยม”ทักษิณ” เผยพ่อร้องเพลง”Let It Be”ให้ฟัง หลังทราบผลเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ยันสุขภาพดี-ยิ้มแย้ม ด้านทนายเล็งฟ้องพวกปล่อยข่าวโยงทุนสีเทา ย้ำไม่เร่งรัดขออภัยโทษ

12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” สามี เป็นตัวแทนครอบครัว พร้อมด้วย นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.แพทองธาร ว่าจากการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ได้คุยกับคุณพ่อเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งใหญ่หรือไม่ และท่านพอใจคะแนนเสียงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มีการพูดคุยกันถึงผลคะแนนเลือกตั้ง และคุณพ่อก็ร้องเพลง “Let lt be” ของวงสี่เต่าทอง หรือ The Beatles ให้ฟัง ซึ่งเป็นการสะท้อนผ่านความรู้สึกที่ท่านเคยขับร้องบนเวทีหาเสียงเมื่อปี 2555

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ได้มีการสอบถามทิศทางของพรรคในอนาคตหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่มี ตนแค่เล่าเหตุการณ์บ้านเมืองปกติให้ฟังแล้วท่านก็ร้องเพลง Let It Be แล้วก็จบ ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นปกติทุกอย่าง โดยก่อนขึ้นรถกลับ มวลชนคนเสื้อแดงได้นำผลไม้มังคุดมามอบให้แก่ น.ส.แพทองธาร ก่อนจะขับรถออกไป

ด้าน นายวิญญัติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้คุยกับนายทักษิณไม่เยอะ เนื่องจากต้องการให้เวลาส่วนตัวกับครอบครัว ตนเพียงแต่รายงานคดีและพูดถึงการดำเนินการกับกลุ่มคนที่ปล่อยข่าวเท็จต่างๆ ตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้ง ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้อยากดำเนินการก่อนเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งคงต้องใช้สิทธิ์ดำเนินคดีกับบางคน ส่วนเรื่องอื่นยังไม่มีอะไรคืบหน้า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงลักษณะข้อความที่เป็นเท็จ นายวิญญัติ กล่าวว่า มีปรากฏอยู่ในโซเชียลที่กล่าวหาเรื่องทุนสีเทา และอ้างว่ามีรัฐบาลจีนจับคนที่เกี่ยวกับทุนต่างประเทศแล้วโยงว่านายทักษิณอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตนจะดำเนินคดีแน่นอนเพราะเป็นการพูดไปเรื่อยไม่มีหลักฐาน และนายทักษิณไม่เคยยุ่งเกี่ยว เป็นลักษณะการจับแพะชนแกะที่ทำให้ประเทศชาติและตัวท่านเสียหาย ซึ่งตอนแรกไม่อยากให้กระทบต่อบรรยากาศก่อนเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีคนปล่อยข่าวเพื่อดิสเครดิตท่านและพรรคเพื่อไทยที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับท่าน

เมื่อถามว่า รู้ตัวคนปล่อยข่าวหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ขณะนี้รู้ตัวแล้วมีค่อนข้างเยอะ กำลังเลือกว่าจะฟ้องใครบ้าง ซึ่งจริงๆ เราไม่อยากดำเนินคดี แต่พวกที่พูดไปให้คนอื่นเสียหายอันนี้รับไม่ได้ ในสังคมไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ ส่วนสุขภาพนายทักษิณ ดีขึ้นเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาอาจมีอาการความดันและปัญหาเรื่องโรคประจำตัว แต่ตอนนี้โดยรวมท่านกำลังรักษาดูแลตัวเอง ยิ้มแย้มแจ่มใสดี

“ส่วนเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษหรือพักโทษ ตอนนี้ยังไม่มี ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย และท่านให้เป็นไปตามกระบวนการไม่ได้เร่งรัดอะไร ได้สิทธิแค่ไหนก็แค่นั้น”

– 006

พล.อ.รังษี รุดเข้าภูมิใจไทย มี ชาดา ต้อนรับ อุบชวนร่วมรัฐบาล คุยเรื่องชายแดน

พล.อ.รังษี รุดเข้าภูมิใจไทย มี ชาดา ต้อนรับ อุบชวนร่วมรัฐบาล คุยเรื่องชายแดน

พล.อ.รังษี รุดเข้าภูมิใจไทย มี ชาดา ต้อนรับ อุบชวนร่วมรัฐบาล คุยเรื่องชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

‘พล.อ.รังษี’ ก็มา ’ภูมิใจไทย‘ ด้าน ’ชาดา‘ เผยเชิญมาพูดคุยเรื่อง ’ชายแดน‘ ปัดส่งสัญญาณ ‘ร่วมรัฐบาล’ อ้างยังไม่รับรองผู้แทนฯ ลั่นหากไม่สบายใจรับคะแนนใหม่ไปเลยทั่วประเทศ จะได้รู้ควาทจริงกันไปเลย

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้เดินทางมาที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกัน โดยได้พูดคุยกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ว่าที่สส.อุทัยธานี แกนนำพรรค  ภูมิใจไทย บริเวณร้านกาแฟ  ชั้น 1 ของพรรค ก่อนจะขึ้นไปบริเวณชั้นบนของพรรค

โดยนายชาดา กล่าวว่า เชิญ พล.อ.รังษี มาพูดคุย เพราะท่านมีประสบการณ์เรื่องชายแดน

เมื่อถามว่า แสดงว่าเป็นการส่งสัญญาณชัดว่าจะร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้น เพราะ สส. ยังไม่ได้รับรอง

เมื่อถามถึงนโยบายหลายเรื่องของทั้ง2พรรคไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายชาดา  กล่าวว่า ขอให้ผู้ใหญ่ระดับนโยบายพรรคเป็นคนตอบดีกว่า ซึ่งพรรคเศรษฐกิจเป็นพรรคที่เก่ง และตนชื่นชมทุกพรรคการเมืองที่รอดเข้ามา และไม่รอด

เมื่อถามถึง การเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่  นายชาดา  กล่าวว่าว่า หากไม่สบายใจก็นับใหม่ทั้งประเทศไปเลย จะได้รู้กันไป ว่าสิ่งที่สงสัยกับสิ่งที่เป็นจริง หรือสิ่งที่ตัวเองกระทำ คนโกงจะได้เผยออกมา แต่หากไม่ได้โกงหรือไปว่าเขาแกล้งโกง จะได้ปรากฏความจริงออกมา

‘พี่ศรี’ จี้ กกต.ปทุมธานี เอาผิดหลายเพจดัง ปั่นเฟกนิวส์สร้างกระแสนับคะแนนใหม่

'พี่ศรี' จี้ กกต.ปทุมธานี เอาผิดหลายเพจดัง  ปั่นเฟกนิวส์สร้างกระแสนับคะแนนใหม่

‘พี่ศรี’ จี้ กกต.ปทุมธานี เอาผิดหลายเพจดัง ปั่นเฟกนิวส์สร้างกระแสนับคะแนนใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.47 น.

ศรีสุวรรณจี้ กกต.ปทุมธานีเอาผิดเพจชื่อดังจำนวนมากปมปั่นเฟกนิวส์สร้างกระแสนับคะแนนโกงที่เขต 7 ปทุมฯ

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต.จังหวัดปทุมธานี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อชี้เบาะแสให้ กกต.จังหวัดปทุมธานีดำเนินการเอาผิดแอดมินเพจชื่อดังจำนวนมาก ที่สร้างกระแสปั่นข้อมูลอันเป็นเท็จกรณีนักศึกษาสถาบันชื่อดังในพื้นที่คลองหก ปทุมธานี ทำการนับคะแนนเลือกตั้งเขต 7 ปทุมฯใหม่ อันเข้าข่ายความผิดตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2566 และเป็นการนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ มีความผิดตาม พรบ.คอมฯ 2560 อีกด้วย

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากหลังจากมีการปิดหีบเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านคลองหก ปทุมธานี เกิดความตึงเครียดขึ้นมา เมื่อกลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนมากรวมตัวประท้วงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดปทุมธานี โดยอ้างพบพฤติกรรมส่อพิรุธในการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและคะแนนประชามติ กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวพยายามจะเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้เข้าไปภายในหอประชุม สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรง และมีการปั่นกระแสว่ามีการนำผ้าสีดำมาคลุมกล้องวงจรปิด ทุกตัวภายในหอประชุมที่ใช้ในการนับคะแนน เพื่อปกปิดผลการนับตะแนนหรือไม่ จนกระทั่งนักศึกษากลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าไปนับคะแนนใหม่ได้

แต่ปรากฎว่ามีแอดมินเพจ อินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากได้สร้างข่าวปลอม ข่าวเท็จขึ้นมาแล้วโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียต่างๆ และแชร์ต่อกันมากมาย โดยปุกปั่นว่าเมื่อนับคะแนนใหม่ผู้สมัครพรรคการเมืองดังมีคะแนนห่างกันกว่า 20,000 คะแนน ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงเมื่อนับใหม่มีคะแนนต่างกันเพียง 2-3 คะแนน อันชี้ให้เห็นว่าแอดมินเพจเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปั่นกระแสสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิต กกต.หรือการเลือกตั้งว่าทุจริต เพื่อหวังผลให้พรรคการเมืองที่ “แพ้แล้วพาล” นำไปปลุกระดมขยายผลก่อหวอดประท้วงให้นับคะแนนใหม่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศในขณะนี้

การกระทำของแอดมินเพจต่าง ๆ ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทํา เพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด อันอาจทําให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นข้อห้ามตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ และ พรบ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนชี้เบาะแสให้ กกต.จังหวัดปทุมธานี ในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ดำเนินการใช้อำนาจในการสืบสวนและสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอากับแอดมินเพจและอินฟลูเอ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ปั่นข่าว สร้างถานการณ์เพื่อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองชื่อดังตามครรลองของกฎหมายต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

นายกฯ ยันมหาดไทยไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน กกต.

นายกฯ ยันมหาดไทยไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน กกต.

นายกฯ ยันมหาดไทยไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน กกต.

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.39 น.

“อนุทิน”ยันมท.ไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน้าที่กกต. เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน กกต. 

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้อำนาจของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปแทรกแซง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่า การจัดการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นผู้ดำเนินการ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น รัฐบาลทำได้เพียงว่าถ้าได้รับการร้องขอให้อำนวยความสดวกหรือสนับสนุนในเรื่องใดจากกกต. เราก็พร้อมดำเนินการให้หากสิ่งที่ร้องขออยู่ในวิสัยที่ดำเนินการได้ 

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่ากปน.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของอำเภอ ซึ่งเป็นหน่วยงานของมหาดไทย นายกฯ กล่าวติดตลกว่า กปน.ที่ตนรู้จักมีแต่การประปานครหลวง เพราะเป็นหน่วยงานที่กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล 

เมื่อถามต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปล้วงลูกอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ”ถ้าล้วงได้ ล้วงลูกอะไร ล้วงลูกตัวเองหรือไม่ คงไม่ได้ล้วงลูกใคร ไม่มีปัญญาไปล้วงลูกใคร ไม่เคยคิดทำอยู่แล้ว เรื่องการเคารพกติกา เรื่องทำอะไรเวลาแข่งขัน หรือมีอะไรที่ตรงไปตรงมาเป็นหลักการดำเนินชีวิตของผมตั้งแต่ไหนแต่ไร“ 

เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ พรรคภูมิใจไทยพร้อมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน  เป็นเรื่องของกกต. ที่จะตัดสินใจ 

เมื่อถามต่อว่ามีการพูดทำนองว่ามีการโกงการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยมั่นใจใช่หรือไม่ว่าไม่เกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับภูมิใจไทย ภูมิใจไทยไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ คนที่เราได้มาคือคนที่นำเสนอนโยบายและความมั่นใจให้ประชาชนที่เลือกเข้ามา 

เมื่อถามอีกว่า เหตุที่ยังมีความขัดแย้งไม่จบยังคงมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่และกกต.ยังไม่ประกาศผล เป็นเพราะการเลือกตั้งไม่โปร่งใส นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่หรอกครับอยู่ที่กกต.” 

เมื่อถามต่อว่ามองการทำงานของกกต.ในการจัดการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราได้ให้การสนับสนุนสิ่งที่กกต.ร้องขอมา ทั้งเรื่องงบประมาณ การเตรียมการ ส่วนเรื่องของการนับคะแนนก็ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กกต. คนที่เข้าใจดีก็จะรู้ว่าโอกาสที่จะเกิดการทุจริตต้องบอกว่าไม่มีเลย เพราะโดยธรรมชาติแล้วมีตัวแทนของทุกพรรคการเมืองอยู่ตรงนั้นตั้งแต่นับคะแนนใบแรกถึงใบสุดท้าย มีการขานชื่ออย่างชัดเจน โอกาสทุจริตแทบไม่มีเลย 

เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าเชื่อมั่นว่าไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบว่า “เชื่อครับ ผมเชื่อกกต. รัฐบาลไม่ได้เป็นคนทำเลือกตั้ง” 

เมื่อถามถึงกรณีนายสุชาติ ชุมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นเอกสารต่อหน้าสื่อยอมให้นับคะแนนใหม่ในเขต 1 ชลบุรี นายอนุทิน กล่าวว่า นายสุชาติ ไม่มีสิทธิยินยอม กกต.เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่าจะให้นับคะแนนใหม่หรือไม่ ที่สื่อไปถามหรือมีใครไปกดดันให้นายสุชาติยินยอมหรือไม่ยินยอม ต่อให้นายสุชาติยินยอม ถ้ากกต.ไม่ยินยอมก็นับคะแนนใหม่ไม่ได้ และก็ยังไม่ทราบว่าการตัดสินใจให้นับคะแนนใหม่จะต้องไปถึงชั้นศาลหรือยังเพราะเวลาผ่านมานานกว่า 48 ชั่วโมงแล้ว และมีการเคลื่อนย้ายกล่องคะแนนไปเก็บแล้วอยู่ดีดีจะไปเอามานับใหม่คงต้องเป็นอะไรที่เหนือกว่าระดับ กกต. เท่าที่ตนรับทราบมา แม้ใครจะไปกดดันนายสุชาติอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิ แต่ต้องไปดูข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ไม่ควรมีใครไปก้าวล่วง กกต. เพราะเพิ่งเลือกตั้งมา 3 วันยังอยู่ในวิสัยที่กกต.จะดำเนินการภายใต้กฎหมาย ยิ่งไปทำให้ท่านกดดันสร้างขั้นตอนอะไรมายมายจะทำให้การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการช้าออกไปอีก คำว่า 60 วันเดี๋ยวกลายเป็นว่าไปๆมาๆเกิดทำให้กระบวนการเพิ่มมากขึ้นเหมือนกับตอนเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์อะไรที่ดี ตอนนี้การเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อยแล้วคะแนนเสียงส่วนใหญ่เป็นที่ยอมรับ เราก็ต้องปล่วยให้การนับคะแนนเป็นหน้าที่ของกกต. จะไปสอยที่หลังก็เป็นไปตามกระบวนการ รัฐบาลชุดใหม่จะได้ฟอร์มได้ สภาฯชุดใหม่จะได้เปิดได้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลชุดนี้จะต้องรักษาการไปเรื่อยๆ 

อนุทิน มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทย หลังเห็นผลเลือกตั้ง

อนุทิน มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทย หลังเห็นผลเลือกตั้ง

อนุทิน มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทย หลังเห็นผลเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.37 น.

’อนุทิน‘มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทย มั่นใจยังมีความน่าเชื่อถือ-น่าลงทุน หลังเห็นผลเลือกตั้ง

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อข่าวประเทศประเมินว่าประเทศไทยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับการเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศอย่างไร ว่า นั้นคือการวิเคราะห์มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วๆมา แต่หลังมีการเลือกตั้งก็มีบทความของสื่อต่างประเทศหลายฉบับพูดถึงความมั่นใจของประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป 

เมื่อถามว่าสิ่งหนึ่งที่จะให้ความมั่นใจได้คือหน้าตาของคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยังให้ความมั่นใจใช่หรือไม่ว่าคนนอกที่ดึงเข้ามาทำงานจะได้ทำหน้าที่ต่อ นายกฯกล่าวว่า ตนว่าหลายอย่างประกอบกันเราได้นำเสนอนโยบายที่คนทั่วไปเห็นแล้วเชื่อว่าทำได้และเกิดเป็นประโยชน์กับส่วนร่วมไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนใดคนหนึ่ง เราไม่ทำนโยบายที่ไร้ ซึ่งวินัยทางการเงินการคลัง สิ่งที่เราจะทำต้องรักษาวินัยการเงินการคลังเพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจัดลำดับเครดิตความน่าเชื่อถือที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
รองนายกฯและรมว.คลังดำเนินการได้ทันท่วงทีตอนมีงบเหลือจ่าย แทนที่จะนำงบเหล่านั้นไปทำเรื่องประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่แล้วๆมา ก็นำมาไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังมีวินัยเรื่องการใช้เงิน ทำให้อันดับประเทศไทยไม่ลดลงไป และยังคงอยู่ในสภาพ 3 บี พลัส และการประเมินของทริสเรตติ้งเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจที่ดีขึ้น (ทริปเปิ้ลบีพลัส) ทำให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีความน่าเชื่อถือ และมีความน่าสนในใจในการลงทุนของต่างประเทศ 

เมื่อถามต่อว่าแต่ปัจจัยการเมืองที่ไม่นิ่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลโดยตลอด นายกฯ กล่าว่า นั่นมันอดีต จากนี้ไปตนคิดว่าผลการเลือกตั้งที่ได้เห็นกันคร่าวๆแนวโน้มน่าจะเป็นการแสดงถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเรื่องของขั้วเรื่องความขัดแย้งต่างๆมันไม่ได้ขัดแย้งรุนแรง ทุกคนอาจมีวาทกรรมโต้เถียงกันไปมาแต่ยังอยู่ในเกมช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปแล้วทุกอย่างอยู่ในร่องในรอย ไม่มีการขยายความต่อความยาวสาวความยืดต่อกันถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะทำให้สภาฯชุดนี้เข้มแข็ง

เพื่อไทย จ่อประชุมพรรค 13 กพ ประเมินสถานการณ์การเมือง

เพื่อไทย จ่อประชุมพรรค 13 กพ ประเมินสถานการณ์การเมือง

เพื่อไทย จ่อประชุมพรรค 13 กพ ประเมินสถานการณ์การเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.30 น.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ทยอยเดินทางเข้าพรรค อาทิ นาย ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยในเวลา 11.10 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พรรคเพื่อไทยเตรียมประชุมพรรค โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค และว่าที่ สส. ร่วมประชุมครั้งแรก ภายหลังผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมาเพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน ยุทธศาสตร์ การดำเนินกิจการต่าง ๆ ของพรรค รวมถึงประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง โดยการสอบถามความคิดเห็นจากว่าที่สส. เพื่อสรุปผล และถอดบทเรียนจากผลการเลือกตั้งโดยมีกำหนดการเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งจะประชุมรวมทั้งหมดก่อน จากนั้นจะแยกประชุมเป็นรายภาค 

ชูศักดิ์ ศิรินิล

นอกจากนี้ มีรายงานว่านายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกต่อสื่อมวลชน หลังจากทราบผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา 

พปชร.งานไว! ตรีนุช ดอดเข้า ภูมิใจไทย อ้างมาคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเดิม

พปชร.งานไว! ตรีนุช ดอดเข้า ภูมิใจไทย อ้างมาคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเดิม

พปชร.งานไว! ตรีนุช ดอดเข้า ภูมิใจไทย อ้างมาคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.30 น.

พปชร.งานไว! ‘ตรีนุช’ ดอดเข้า ’ภูมิใจไทย‘ อ้างมาในฐานะพรรคร่วมเดิม ขอรออัพเดตร่วมรบ.รัฐบาลใหม่หรือไม่

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.50 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยสื่อมวลชนพยายามสอบถามว่า ที่เดินทางมาวันนี้เป็นการแสดงจุดยืน ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นางตรีนุช กล่าวว่า มาในฐานะพรรคร่วม และมาพูดคุย 

เมื่อถามย้ำว่า มีแนวโน้มว่าจะร่วมรัฐบาลต่อใช่หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า เดี๋ยวอัพเดตกัน ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนของที่ทำการพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (12 ก.พ.) เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมพรรคภูมิใจไทย โดยมีแกนนำพรรค และว่าที่สส.เข้าร่วม เพื่อหารือหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ท่ามกลางการจับตามองว่า ในการประชุมวันนี้อาจมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล และการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคพันธมิตรอื่นๆ 

อนุทิน รับไม่สบายใจ คะแนน CPI ไทยตกฮวบ กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส

อนุทิน รับไม่สบายใจ คะแนน CPI ไทยตกฮวบ กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส

อนุทิน รับไม่สบายใจ คะแนน CPI ไทยตกฮวบ กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.18 น.

“อนุทิน” รับไม่สบายใจค่าคะแนน CPI ไทยต่ำ 33 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศอยู่ในเกณฑ์สอบตก กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส  เคร่งครัด ฝ่าฝืนลงโทษวินัย แย้ม ครม.หน้ามีผู้อาวุโสดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้าน เลขาฯ ป.ป.ท. บอก มาถูกทางแล้ว แก้เรื่องอุปสรรคการอนุมัติ- อนุญาตการทำธุรกิจ “บวรศักดิ์” ลั่น “อนุทิน” เอาจริงปราบโกง แนะ 5 ข้อ รบ.ชุดหน้าต้องทำ 

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.45 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมแถลงเรื่องผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568 (Corruption Perceptions Index: CPI 2025) 

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการที่เราได้ 33 คะแนน ค่อนข้างต่ำ ซึ่งมีผลของการตีความว่าเราอาจจะเป็นประเทศที่มีการทุจริตที่สูงและมีความโปร่งใสที่ต่ำ ประเด็นนี้ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากได้รับรายงานได้เชิญเลขาธิการ ป.ป.ท. มาสอบถามว่ามีเหตุผลหรือมีข้อสรุป หรือข้อยืนยันอันใดที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการประเมินจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ตอนนี้เราได้ 33 คะแนน เต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศ ซึ่งอยู่ครึ่งหลัง ไม่ใช่เรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับทราบการจัดอันดับ ตนได้เชิญผู้ที่มีความรับผิดชอบเบื้องต้น คือ เลขาธิการ ป.ป.ท. มารับทราบวิธีการที่จะปรับปรุงแก้ไข จึงได้ให้ข้อสั่งการเลขาธิการ ป.ป.ท. และนายบวรศักดิ์ เร่งเตรียมการปรับปรุง วิธีการ ปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน ระเบียบ กฎกระทรวง พรก. หรือตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำการปราบปราม ต่อสู้เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เรื่องทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่เฉพาะเรื่องเอาเงินไปให้เพื่อซื้อความสะดวก เราต้องปฏิรูปเรื่องการอนุมัติ อนุญาต ในการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน นักธุรกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับไทย เราต้องเร่งทำให้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนวยความสะดวกถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง มอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ

นายอนุทิน กล่าวว่า การเตรียมการนี้ รัฐบาลนี้ยังสามารถให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกันหารือและหาวิธีในการทำให้เรื่องเหล่านี้มีความโปร่งใสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายที่จะดำเนินการกับผู้ที่ทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทำเกินหน้าที่ที่รับผิดชอบ เหล่านี้ต้องได้รับดำเนินการเด็ดขาด หรือกฎหมายที่มียังไม่พอ ต้องแก้ และตั้งความหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภา การออกกฎหมายต่างๆ ต้องให้การรับรองจากวุฒิสภาด้วย ตัวรัฐบาลมีความมั่นใจว่าถ้าเราตรากฎหมาย แก้ระเบียบต่างๆ ที่ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภา เชื่อว่าทั้งสองสภาจะสนับสนุนให้มีการปราบปรามการทุจริต อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มีเจตนาสุจริตในการประกอบสัมมนาชีพในประเทศไทยให้ได้รับความสะดวกที่สุด

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีความไม่สบายใจเกี่ยวกับค่าคะแนน CPI ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศนั้น 33 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำคือสอบตก ต้องเร่งดำเนินการในทุกวิถีทางโดยใช้มูลเหตุนี้ในการที่จะต้องผลักดันสังคายนา ปฏิรูปวิธีการต่อสู้กับการทุจริตในประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้สถานการณ์ในปัจจุบัน เชื่อว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะนำเรื่องนี้ไปดำเนินการต่อ เพราะเป็นปัญหาของชาติ กระทบความเชื่อมั่น และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมาอีกมากมาย ตลอดจนการลงทุนที่จะเข้าในประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลนี้ที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในระยะสั้นๆ ได้ให้ทีมเศรษฐกิจดำเนินนโยบายที่เป็นพลัส เร่งเสริมศักยภาพในทุกๆ ด้าน เราเกือบจะถูกลดระดับความน่าเชื่อถือจากบริษัทเครดิตเรตติ้งต่างๆ สิ่งที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ขอให้อนุมัติดำเนินการทันที เมื่อตอนปิดปีงบประมาณ วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยทางการเงินของไทย รักษาความน่าเชื่อถือของไทย ก็ได้ให้มีการชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ต่างชาติได้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลัง ทำให้เครดิตเราไม่ถูกลดลง ก็จะมีการเข้ามาของเงินลงทุน ทั้งในตลาดทุน เรื่องการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมจริงๆ ด้วยความต่อเนื่อง ทั้งทีมเศรษฐกิจ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายเอกนิติ ใช้เวที นานาชาติในการที่จะไปสร้างความมั่นใจ ขายสินค้าในลักษณะเป็นพรีเมียมให้นานาชาติ ขยายในรูปแบบความมั่นคงทางอาหารประสบความสำเร็จ ตกลงกับบางประเทศได้แล้ว การกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการคนละครึ่ง ช่วงสั้นๆ เราสะท้อนให้เห็นดัชนีความเชื่อมั่นของไทย ตลอดจนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ขึ้นมา และยุบสภาพอดี 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราก็ไม่ได้เพียงแต่นิ่งดูดายกับการที่มีการจัดลำดับความน่าเชื่อถือการทุจริต ประเทศไทยก็เร่งดำเนินการเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ จะยกระดับขึ้นมา หวังว่าหลังการเลือกตั้ง จากนี้ไปรัฐบาลก็น่าจะอยู่ยั่งยืน สถานะของรัฐบาลจะไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างน้อยเหมือนที่ผ่านมา ต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก คนเป็นหัวหน้ารัฐบาลจะต้องตั้งรัฐบาลด้วยรูปแบบที่มีความเข้มแข็ง เพื่อดำเนินการนโยบายต่างๆ ไปได้ 

“ไม่ทราบว่าใครจะเป็นรัฐบาล หัวหน้ารัฐบาล แต่ในช่วงที่เรายังรักษาการอยู่ มีเรื่อง CPI เข้ามา จึงเชิญเลขาธิการ ป.ป.ท. มาหารือ เพื่อส่งผ่านให้รัฐบาลชุดต่อไป เรียกว่ามีพื้นฐาน ส่งมอบเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุดในประเทศ ทำให้เป็นรูปธรรม ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลชุดต่อไป เรื่องปราบทุจริตคอร์รัปชันต้องบรรจุอยู่ในนโยบายเร่งด่วนของไทย ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาเป็นมาตรฐานสูงสุด มั่นใจว่าการจัดอันดับของรัฐบาลจะดีขึ้น รัฐบาลแน่วแน่ในการทำกีโยตินกฎหมายต่างๆ บูรณาการร่วมมือที่เป็นหน่วยงานของสำนักนายกฯเป็นผู้ตดตามและดำเนินการให้เร็วที่สุด“นายอนุทินกล่าว 

นายกฯ กล่าวว่า จากนี้ไปที่รัฐบาลจะมาโฟกัสกับเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด การปฏิบัติหน้าที่ของทุกส่วนราชการจะต้องรวดเร็ว ให้การบริการแก่ผู้ประกอบการ ประชาชน โปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ หากมีการฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษทางปกครองและวินัยอย่างเด็ดขาด เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดุลยพินิจของหน่วยงานราชการต่างๆ การใช้อำนาจที่มีอยู่ หากจงใจเลือกปฏิบัติ ซึ่งบางทีอาจไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอแยกแยะว่าเป็นเรื่องส่วนรวม บางทีความคับแค้นใจในเรื่องส่วนตัวกับคู่กรณี ก็เอาอำนาจตัวเองทำให้เกิดความไม่สะดวกขึ้น สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งอาญา ปกครอง วินัยอย่างเด็ดขาดด้วยความรวดเร็ว เราจะไปเร่งแก้กฎหมาย ระเบียบ หรือออกกฎหมาย ระเบียบ ถ้าจำเป็นต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ก็ต้องออก ด้วยความที่เราน่าจะมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว การดำเนินการใดๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลก็แก้ไขข้อบังคับระเบียบหรือการดำเนินการด้วยความรวดเร็วไปก่อน เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม 

นายกฯ กล่าวว่า เราจะมีวิธีจัดตั้งให้รายงานผล ปัญหา อุปสรรค และการติดตามผล โดยจะใช้บุคคลที่มีความอาวุโส มีความน่าเชื่อถือ อยู่ในครม.ดูแลรับผิดชอบโดยจำเพาะเจาะจง เชื่อว่าเราจะดำเนินการได้ด้วยบริบทรูปแบบการบริหาราชการแผ่นดินแบบใหม่ บูรณาการทำงานกันทุกภาคส่วน ทำให้สิ่งที่มันจะนำความอับอายมาสู่ประเทศไทยต้องไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่มีความตั้งใจจะเป็นศัตรูกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เหมือนกับที่เป็นศัตรูกับขบวนการยาเสพติด สแกมเมอร์ ฟอกเงิน ที่ยกมาเป็นวาระแห่งชาติ

ด้านนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ปัญหาที่เราพบวันนี้คือ การอนุมัติและการอนุญาตต่างๆ ซึ่งตนได้รับเสียงสะท้อนจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจชาวต่างชาติ ซึ่งวันนี้เราต้องเร่งขับเคลื่อน ผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติและอนุญาตต้องปฏิบัติตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคะแนน CPI ของเราจะดูลดลง แต่ในภาพรวมการประเมินทั้ง 9 แหล่ง ก็มีคะแนนในบางแหล่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ มีทั้งมุมลบมุมบวก จึงอยากให้ความหวังว่า เรากำลังเดินถูกทางแล้ว เราต้องทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรค และนำเป็นทางแก้ไขต่อไป

นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องการจัดอันดับขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ทำมาการประเมินมานานแล้ว แต่ขอเน้นว่าเป็นมุมมองของคนที่เขาสอบถาม ซึ่งมีองค์ประกอบ 9 ข้อ บางอันเขาโยงกับดัชนีชี้วัดของคนอื่น เช่น เรื่องการทำธุรกิจยากง่าย นายกฯเอาจริงมากเรื่องนี้ บอกว่าเราจะต้องหาทางทำให้ทุจริตคอร์รัปชันลดลงให้มากที่สุด จะพูดว่าหมดไปคงพูดยาก และทำให้ลดลงไม่พอ ต้องทำให้คนที่มีเกี่ยวข้องคือ นักลงทุนรู้ว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น รัฐบาลพยายามทำให้มันลดลงแล้ว ต้องให้คนทั่วไปได้เห็นว่าความยุติธรรมเกิดขึ้นแล้ว ถ้ารัฐบาลมีแกนเป็นพรรคภูมิใจไทย (ภท.)  สิ่งที่ต้องทำ คือ 1.ต้นเหตุการณ์ทุจริตคอร์รัปชันที่สำคัญที่สุดคือ การมีกฎหมายและระเบียบมากจนสร้างภาระให้นักธุรกิจและประชาชน ในรัฐบาลรักษาการ นายกฯ เราระบุจะเลิกกฎหมายและระเบียบที่บังคับให้นักธุรกิจและประชาชนต้องไปหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อไปถ้าไม่ต้องหาก็จะไม่มีใครมาเรียบรับ ซึ่งเรื่องกีโยตินกฎหมายเชื่อว่านายอนุทินจะทำต่อในรัฐบาลหน้าถ้าได้เป็นนายกฯอีกครั้ง 2.ลดกฎหมาย ลดขั้นตอน 3.ใช้เทคโนโลยีแทน โดยอนุมัติและอนุญาตผ่านอินเตอร์เน็ต 4.โปร่งใสที่สุด เปิดเผยข้อมูลและอัพเดต 5.ใครแจ้งเบาะแสรัฐบาลจะลงไปตรวจสอบและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส 

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า สองสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำแล้วคือ การทำ Open Government (ภาครัฐระบบเปิด) และการขอเข้าไปเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นการแสดงเจตจำนงว่า รัฐบาลไม่ได้เพียงแต่พูด แต่พิสูจน์ให้เห็นว่าการสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกเหล่านี้คือ พร้อมให้เขาตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ตนขอให้ 20 กระทรวงส่งโครงการที่จะต้องทำให้โปร่งใส และขั้นตอนลดลง ปรากฏว่าพอยุบสภา เงียบเลย แต่พอรู้ว่านายอนุทินอาจจะได้กลับมา ติดต่อมาใหญ่ว่าจะส่งโครงการมาให้ นี่คือ หน่วยงานของรัฐไทย ดูทางลม ตนหวังว่ารัฐบาลจะอยู่ครบสี่ปี น่าจะมีอะไรก้าวหน้าไปเยอะ และหวังว่านายกฯจะประสบความสำเร็จ ทำให้หมดไปไม่ได้หรอก เพราะคนเลวต้องมีอยู่ แต่ทำให้มันลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ที่ทำให้ผู้ให้ข้อมูลกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติรู้ว่ารัฐบาลนี้เอาจริง

ชายสูงวัยบุกปาถุงปาร้าใส่ กกต. ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ กกต.

ชายสูงวัยบุกปาถุงปาร้าใส่ กกต. ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ กกต.

ชายสูงวัยบุกปาถุงปาร้าใส่ กกต. ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ กกต.

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.13 น.

กกต. เหม็นหึ่ง!!  “ลุงเทวา” อดีตครูสอนเทนนิสเจ้าเก่า บุก”ปาปลาร้า” อ้างเหตุป่วนตำหนิกกต.ทำหน้าที่จัดเลือกตั้งไม่ดี  ลั่นไม่อยากให้เลือกตั้งใหม่ เพราะเปลืองงบประมาณ

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายสนธิญา สวัสดี นีกเคลื่อน ไหวทางการเมือง แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ที่บริเวณทางเข้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะกรุงเทพฯ  โดยหลังเสร็จการแถลงข่าวและนายสนธิญา กำลังจะเข้าไปยื่นหนังสื่อที่ห้องร้องเรียนนั้น  ปรากฎว่า นายเทวา  ที่สวมชุดเทนนิสสีขาว พร้อมไม้ตีเทนนิสได้นำถุงปลาร้ามาปาที่บริเวณผนังหน้าสำนักงาน กกต.  

นายเทวา ระบุว่าที่ทำอย่างนี้  เพราะเมื่อวาน(11ก.พ.)ติดตามข่าวในโซเชียลแล้วรู้สึกทนไม่ไหว เนื่อง จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็มีปัญหาบัตรเขย่ง และครั้งนี้ก็เกิดปัญหาอีก ซึ่งกกต. ควรจะเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชน  แต่ทำไมกลับทำให้เน่าเหม็น  ไหนก็เน่าเหม็นแล้ว  จึงได้นำเงินที่มีอยู่ 100 บาท ไปซื้อปลาร้าที่ตลาดมาปาใส่ กกต. จริงๆอยากจะปาในสำนักงาน กกต. แต่กลัวว่าเดี๋ยวน้อง(จนท.กกต.)เขาจะเปรอะเปื้อนจึงได้ปาตรงนี้

เมื่อถามว่า ต้องการให้ กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ใช่หรือไม่  นายเทวา กล่าวว่า ถ้าทำให้โปร่งใส ก็ไม่ต้องนับใหม่  แต่นี่จังหวัดนั้นโผล่  จังหวัดนี้โผล่   ประชาชนเขามีตา  ตาเป็นสับปะรด  โตกันขนาดนี้แล้ว   ไม่ต้องมาบอกแล้ว เพราะหากนับคะแนนใหม่ก็ต้องเสียงบประมาณเพิ่มอีก เมื่อถามต่อ ว่ามีอะไรจะฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.หรือไม่  นายเทวา กล่าวว่า ลาออกได้ก็ลาออกไปเลย พึ่งพาไม่ได้ก็อย่ามาเป็น 

เมื่อถามว่าทำแบบนี้รู้ผลที่จะได้รับใช่หรือไม่  นายเทวา กล่าวว่า ไม่เป็นไร ลุงพร้อมอยู่แล้ว คราวที่แล้วก็โดนปรับ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เบื้องหลังให้มาทำ ลุงมาเอง  ลุงอยู่ปากเกร็ดก็เดินมา กกต.  เมื่อถามว่าอายุเท่าไร นายเทวา บอกว่า ใกล้วันเกิดปีนี้จะอายุ 70 แล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวนายเทวา ขึ้นรถกะบะ ไป สน.ทุ่งสองห้อง   และเจ้าหน้าที่อาคารก็ได้มาทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ปลาร้เปรอะเปื้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเทวา เคยนำถุงปลาร้ามาปาที่ กกต.ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่  20 ก.ค.2566 โดยปาที่หน้าห้องรับเรื่องร้องเรียน ทำให้สำนักงาน กกต. ต้องปิดประตูฝั่งทางเข้าห้องรับเรื่องร้องเรียนมาจนถึงขณะนี้ และกำหนดให้เข้าประตูหน้าเพียงประตูเดียว  เพื่อที่จะได้คัดกรองคนได้  แต่ปรากฎว่านายเทวา ก็ยังเข้ามาภายในอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯแจ้งวัฒนะ และก่อเหตุสร้างความแตกตื่นในครั้งนี้จนได้

นายอำเภอเมืองชลบุรี แจงปม ผอ.เลือกตั้งเขต1 แจ้งความประชาชน ชี้เป็นอำนาจ ผอ.

นายอำเภอเมืองชลบุรี แจงปม ผอ.เลือกตั้งเขต1 แจ้งความประชาชน ชี้เป็นอำนาจ ผอ.

นายอำเภอเมืองชลบุรี แจงปม ผอ.เลือกตั้งเขต1 แจ้งความประชาชน ชี้เป็นอำนาจ ผอ.

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.05 น.

“นอภ.ชลบุรี” แจง หลัง ผอ.เลือกตั้งเขต 1 แจ้งความ ปชช. ปม ขัดขวางการเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ยัน เป็นอำนาจ ผอ. ส่วน ปิดคอร์ทเตรียมจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่ 6 ก.พ. ย้ำ จะนับใหม่หรือไม่ ต้องรอคำสั่ง กกต.กลาง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานลงพื้นที่วันนี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.พ. 69 ที่สนามแบดมินตันเทศบาล จ.ชลบุรี นายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี ให้สัมภาษณ์กรณีการเข้าแจ้งความประชาชนว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยโรงยิมแห่งนี้ได้ประกาศให้เป็นสถานที่ลงคะแนน และเป็นพื้นที่รวบรวมหีบบัตรจากหน่วยต่าง ๆ

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการรวบรวมคะแนนเท่านั้น จึงนำไปสู่การเข้าแจ้งความ เพราะหากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่อาจถูกกล่าวหาตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ส่วนการปิดประกาศว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ปิดประกาศ ขณะที่กรณีประชาชนมาขอใช้สถานที่เพื่อจัดการชุมนุม จะเป็นพื้นที่ซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น ส่วนนี้ เป็นการมายื่นขอภายหลังจากเกิดเหตุแล้ว

สำหรับกรณีสมมติว่า กกต.มีคำสั่งไม่นับคะแนนใหม่ในหน่วยนี้ จะต้องเคลียร์พื้นที่ทันทีหรือสามารถชุมนุมต่อได้ นายอำเภอระบุว่า ไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องรอคำสั่งจาก กกต.กลางว่าจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร หากมีกรณีไม่นับคะแนนใหม่ดังกล่าว

ส่วนสถานที่แห่งนี้ ทราบว่าจากประกาศ นับแต่วันที่ 6 ก.พ. ได้เริ่มปิดคอร์ทเพื่อเตรียมจัดการเลือกตั้ง และเก็บหีบเลือกตั้ง รวมถึงจัดส่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ขณะนี้หากถามว่าตนเองมีไลฟล์หนังสือประกาศหรือไม่ เบื้องต้นหนังสือขอใช้สถานที่ไม่ได้อยู่กับตน และจะดำเนินการส่งให้ภายหลัง

ทั้งนี้เมื่อถามว่าในวันนี้กกต. กลางจะลงพื้นที่หรือไม่ นายอำเภอกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า กกต.กลางจะเดินทางมา หากจะมาก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งตนเอง แต่เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลการประสานว่าจะมาแต่อย่างใด