ศุภชัย แจงเมินร่วมสังฆกรรมตรวจสอบ TH-AI Passport ซัด ‘ไอซ์-โรม’ ใช้วิธีการแบบเด็กๆเอาสองหัวชนกัน

ศุภชัย แจงเมินร่วมสังฆกรรมตรวจสอบ TH-AI Passport ซัด ‘ไอซ์-โรม’ ใช้วิธีการแบบเด็กๆเอาสองหัวชนกัน

ศุภชัย แจงเมินร่วมสังฆกรรมตรวจสอบ TH-AI Passport ซัด ‘ไอซ์-โรม’ ใช้วิธีการแบบเด็กๆเอาสองหัวชนกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.08 น.

‘ศุภชัย’ แจงเมินร่วมสังฆกรรมตรวจสอบ TH-AI Passport ซัด ‘ไอซ์-โรม’ ใช้วิธีการแบบเด็กๆเอาสองหัวชนกัน ตะแบงใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือบดขยี้ เหน็บ ‘ประธาน กมธ.’ ไม่ใช่ ‘ประธานบริษัท’ ลั่นไม่ส่ง ’ประธานสภาฯ‘ ชี้ขาดเป็นอำนาจใครตรวจสอบ แต่แค่อยากให้ยึดหลักกม.

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเดินออกจากห้องประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หลังประท้วง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ติดตามงบ ฯ และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. การกฎหมายฯว่า เหตุผลที่ตนตัดสินใจออกมาจากห้องประชุม ตนเข้าใจประธานทั้ง2คนของพรรคประชาชนที่ต้องการบดขยี้เรื่องโครงการ TH-AI Passport ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ก็พร้อมที่จะชี้แจงไม่มีปัญหา แต่วันนี้ที่ตนได้แสดงจุดยืนคือ กมธ.กฎหมายฯ ไม่มีอำนาจและหน้าที่ใดๆ ในการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากเรื่องนี้อยู่ในเรื่องของกมธ.ติดตามงบฯ หรือ กมธ.การศึกษาฯ ก็ว่าไป แต่การให้กมธ.การกฎหมาย มาพิจารณาร่วมตนคิดว่าประธาน กมธ.การกฎหมายฯ อาจจะได้รับเรื่องที่ยังคลุมเครืออยู่ ซึ่งยังไม่มีมติเห็นด้วยออกมา เป็นการดำเนินการเพียงลำพัง นอกจากนี้การประชุมร่วมกันในลักษณะนี้ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย ตามข้อบังคับ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และยังมีขั้นตอนมากมาย และตนมองว่าทุกอย่างยังดูคลุมเครือ

“การคลุมเครือแบบนี้ ผมต้องการให้ กมธ.กฎหมาย ฯ ซึ่งเป็น กมธ.อันดับหนึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎร อย่าทำเป็นเล่น โดยผมได้พูดว่า I deal process หลักยุติธรรม ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ผมไม่ว่านายรังสิมันต์ หรือ น.ส.รักชนก หรอก แต่ถ้าหากอยากจะมาเล่นเรื่องนี้ ผมก็ไม่ว่า แต่วิธีการเล่นเอาแบบเด็กๆ เอาหัวสองหัวมาชนกัน ไอ้เนี่ย เด็ก และอย่ามาใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ การเป็นประธาน กมธ. ไม่ใช่เจ้าของประธานบริษัท มันมีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาร่วม มันต้องเป็นมติร่วมกัน ผมจึงได้แสดงจุดยืนถ้าผิดข้อบังคับ ก็อาจจะผิดจริยธรรม หากผิดจริยธรรมก็ถูกพ้นการเป็น สส. ผมขอไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะให้ กมธ.การกฎหมายประชุมเรื่องนี้ แต่ผมจะเข้าไปฟังเล่นๆ จิบน้ำชา จิบกาแฟ ก็ไม่เป็นไร ผมไปนั่งดูประธาน 2 ประธาน กมธ. ดำเนินการประชุมแบบข้ามหัว ซึ่งมั่วกันแบบนี้ ประเทศไทยจึงติดกับเล่นๆอยู่แบบนี้” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการหารือกับประธานสภาฯเรื่องนี้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตามหลักการประชุมจะต้องมีการหารือก่อน แต่นี่เป็นการใช้วิธีซิกแซก เอาเรื่องเข้าไปที่ กมธ.นี้และผูกโยงเรื่องไปยัง กมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมาย

นายศุภชัย กล่าวว่า บางทีความหมายของคำว่าสิทธิมนุษยชน ก็ไปดูคนที่อยู่ในคุก แต่วันนี้เรื่อง AI ก็กลายเป็นสิทธิมนุษยชนขึ้นมา แล้วเอาเข้าเป็นวาระการประชุม แบบนี้เรียกว่าตะแบง แต่ตนจะไม่ส่งเรื่องนี้ไปยังประธานสภาฯเพียงแค่อยากให้ยึดหลักกฎหมาย

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีกระแสข่าวถูกเชื่อมโยงในคดี Forexว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย แต่ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าใครใช้อยู่ และไม่รู้ว่าใครใช้เป็นเครื่องมือ

‘รองปธ.กมธ.อุตสาหกรรม’ ข้องใจเหล็ก 4 หมื่นเส้นซินเคอหยวน ขู่หากเปิดโรงงานรอบใหม่โดยมิชอบ เจอกันแน่

‘รองปธ.กมธ.อุตสาหกรรม’ ข้องใจเหล็ก 4 หมื่นเส้นซินเคอหยวน ขู่หากเปิดโรงงานรอบใหม่โดยมิชอบ เจอกันแน่

‘รองปธ.กมธ.อุตสาหกรรม’ ข้องใจเหล็ก 4 หมื่นเส้นซินเคอหยวน ขู่หากเปิดโรงงานรอบใหม่โดยมิชอบ เจอกันแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.17 น.

‘รองปธ.กมธ.อุตสาหกรรม’ ไล่บี้ ‘สมอ.’ ตามเหล็ก40,000กว่าเส้นของ ’ซิน เคอ หยวน‘ ที่ปล่อยออกไปขายทั้งหมดแล้วมาตรวจสอบ ขู่ หากเปิดโรงงานรอบใหม่โดยมิชอบ เจอดำเนินการทางกฎหมายแน่ ไม่สนว่าจะอยู่ในราชการหรือเกษียณไปแล้ว

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทซิน เคอ หยวน กลับมาเปิดอีกครั้ง ว่า จากที่ประธานกมธ.อุตสาหกรรม แถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการแถลงแบบกลางๆ แต่ตนในฐานะรองประธานกมธ.ฯเห็นว่า การชี้แจงของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามข้อกฎหมายก็สามารถเปิดได้จริงๆ แต่ตนคิดว่า การอนุญาตให้เปิดทำให้เกิดข้อสงสัย และมีความไม่ชัดเจนหลายประการ โดยกรมโรงงานชี้แจงว่า กรณีมีคำสั่งให้ปรับปรุงการควบคุมคุณภาพเหล็กจาก กระบวนการผลิต ทางบริษัทซิน เคอ หยวน ได้มีการส่งกระบวนการผลิตที่เป็นไปตาม EIA มาให้กรมโรงงาน กรมโรงงานก็พิจารณาว่าถูกต้องถูกต้อง ซึ่งได้สอบถามไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)แล้ว ทางสมอ.ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จึงถือว่าการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตนั้นผ่าน 
  
นายกฤช กล่าวต่อว่า ตนมีข้อสงสัยว่า กระบวนการผลิตที่ทางโรงงานชี้แจง เป็นกระบวนการเดิม ที่ผลิตเหล็กออกมาแล้วมีปัญหา แต่อย่าใช้ข้อนี้อ้างว่ากระบวนการผลิตถูกต้องแล้ว จึงอยากสอบถามว่าคำสั่งที่ทางกรมโรงงานให้โรงงานปรับปรุงกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นเตาปรุงน้ำเหล็ก ซึ่งไม่ได้มีการปรับปรุงเพราะทุกวันนี้ไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก แต่ทางโรงงานให้เหตุผลว่าใช้วิธีการเติมสารบางอย่างเข้าไปในเตาหลอมเหล็ก อย่างไรก็ตามเราไม่เห็นความคืบหน้าที่จะปรับปรุงโรงงานดังกล่าวในอนาคต

นายกฤช กล่าวต่อว่า จากกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานซิน เคอ หยวน ทางสมอ. ได้ไปตรวจสอบเหล็กพบว่าไม่ผ่านคุณภาพ ต่อมามีการแบ่งเหล็กเป็นล็อตๆ ซึ่งตนได้ข้อมูลจากหัวหน้าคณะที่ทำการตรวจสอบ คือหัวหน้าคณะสุดซอยชี้แจงว่า ตอนนั้นไม่ได้มีการอายัดเหล็กไว้ สงสัยว่าใครไปแบงค์ล็อตเหล็กออกมา ซึ่งในช่วงที่มีการยึดเหล็กไป40,000กว่าเส้น ซึ่งมีการแบ่งรัฐในการ ส่งตรวจในช่วงเดือนกันยายนปี 2568 และมีการถอนอายัดเหล็กช่วงกันยายนปี 2568 เช่นกัน สิ่งที่มีข้อสงสัยคือช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล มาเป็นรัฐบาลอนุทิน 1 และเลขาสมอ.ก็เกษียณในปีนั้นด้วย จึงสงสัย ว่าสิ่งที่ทำเป็นการทิ้งทวนอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะไม่มีการชี้แจงอะไรออกมาเลย และเหล็ก 40,000 เส้น นั้นได้มีการจำหน่ายออกไปแล้ว ซึ่งสมอ.จะต้องไปตามต่อว่าเหล็ก 40,000เส้นนั้นไปไหน และมีคุณภาพจริงหรือไม่ 

นายกฤช กล่าวด้วยว่านอกจากนี้สมอ.ไม่ได้มีการชี้แจงเรื่อง คุณภาพเหล็กจากตึก สตง.ที่ถล่ม ที่ไม่ผ่านคุณภาพ จึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และตัวอย่างเหล็กที่ทางกรมโรงงานไปตรวจทางสมอ.ก็ยอมรับ ว่าเป็นเหล็กที่จัดเตรียมไว้ให้ตรวจ ซึ่งเป็นธรรมดาที่โรงงานจะต้องนำเหล็กที่มีคุณภาพส่งให้ตรวจอยู่แล้ว และที่สำคัญไม่มีการส่งตรวจที่สำนักงานเหล็กกล้า เลยส่งไปตรวจที่สถาบันไทย-เยอรมัน กับ สถาบันยานยนต์ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทางบริษัทขอมา รวมถึงเรื่องฝุ่นแดงที่มีการโยกย้ายอุตสาหกรรมจังหวัด ก็เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลด้วย 

“ดังนั้นการกลับมาเปิดโรงงานใหม่ครั้งนี้ หากเจอใครที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าหลักฐานถึง ไม่ว่าจะยังอยู่ในราชการหรือเกษียณไปแล้ว ผมจะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมแน่นอน ถ้าพบว่ามีความไม่ชอบมาพากล”นายกฤช กล่าว

เมื่อถามถามว่า จากการถามกระทู้สดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โโยรมว.อุตสาหกรรม ระบุว่าจะเชิญไปรวมตรวจโรงงานด้วย มีการประสานมาหรือยัง นายกฤชกล่าวว่า ยังไม่มีการประสานมาเลย ไม่ทราว่า ไปเตรียมข้าราชการหรือโรงงานก่อนหรือไม่ เพราะตนไปตรวจไม่เห็นต้องเตรียมอะไร แค่เรียกข้าราชการก็มาแล้ว

ภคมน ขอรอ DSI เปิดชื่อ หลังพบ ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex ยันไม่ปกป้องคนผิด พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง

ภคมน ขอรอ DSI เปิดชื่อ หลังพบ ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex ยันไม่ปกป้องคนผิด พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง

ภคมน ขอรอ DSI เปิดชื่อ หลังพบ ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex ยันไม่ปกป้องคนผิด พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.02 น.

“สส.ลิซ่า” ยัน ปชน. ไม่ปกป้องคนผิดแน่นอน หากพบว่าบุคคลใดในพรรคกระทำความผิด แต่ขอความเป็นธรรมให้ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ที่มีกระแสข่าวปรากฏรายชื่อเอี่ยวคดีฟอเรก ย้ำรอให้DSI เปิดชื่อก่อนว่ามีใคร หากพบเกี่ยวข้อพร้อมชี้แจง รับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น พรรคได้รับผลกระทบทางการเมือง รวมถึงสนามเลือกตั้ง กทม. ไม่ทราบลือพรรคล้อบบี้ให้DSI เลื่อนการเปิดรายชื่อนักการเมืองออกไป 

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่านายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะปรากฏรายชื่อผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกับคดี Forex ว่า ขณะนี้หากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่แถลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการโยนหินถามทาง และเดารายชื่อว่าเป็นบุคคลใด มองว่าอาจไม่ไม่เป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา โดยพรรคประชาชนรอให้มีการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการจากดีเอสไอ หากพบว่ามี สส.พรรคประชาชนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าเป็นการเกี่ยวข้องในความผิดระดับใด ยืนยันมีคำชี้แจงแน่นอน และว่าไม่ว่าบุคคลคนนั้นจะเป็นใครต้องชี้แจงให้กับสาธารณะถึงรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องอย่างไร และพรรคประชาชนไม่เคยปกป้องคนผิด

“วันนี้ขอความเป็นธรรมกับพวกเราซักนิดนึง ให้ดีเอสไอเปิดรายชื่อมาก่อน ต่อให้ตรงหรือตรง 100% ก็ตาม  อย่างไรก็ตามจะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เรียนด้วยความสัตย์จริง ต่อให้เป็นโฆษกพรรค แต่เมื่อไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่ได้พูดคุยถึงรายละเอียดแต่ละบุคคลนั้น ว่าที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้าง ยืนยันเมื่อมีการเปิดชื่อจากดีเอสไอ หากมีบุคคล สส. ของพรรคประชาชน ที่เกี่ยวข้องจะมีการแถลงการณ์ถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นแน่นอน ยืนยันถ้าสิ่งนั้นเป็นความผิดที่รับไม่ได้ มีคดีออกมาชัดเจนพรรคประชาชนไม่เคยปกป้องคนผิด” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเห็นจากหน้าข่าว ยังไม่มีการพูดคุยกับนายภาวุธ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันตามข่าวว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง และขอให้ดีเอสไอเปิดรายชื่อก่อน ถ้าจะเปิดวันนี้หรือวันไหนขอให้มีชื่ออย่างชัดเจน และพรรคประชาชนจะแถลงรายละเอียดหากพบว่ามีบุคคลในพรรคเกี่ยวข้อง 

เมื่อถามว่ามีข้อมูลว่าพรรคประชาชนพยายามจะล็อบบี้ดีเอสไอ ให้เลื่อนการเปิดเผยชื่อออกไป น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขอเรียนด้วยความสัตย์จริง เห็นเพียงข่าวว่าดีเอสไอจะมีการแถลง และในข่าวไม่ได้ระบุว่าจะแถลงวันไหน แต่ก็ทราบว่าจะแถลงในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ ขอรอดูในวันพรุ่งนี้อีกวันเดียว หากเปิดมาแล้วพบว่าคนในพรรคประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องมีการชี้แจงต่อประชาชนอย่างแน่นอน ขอความเป็นธรรมกับบุคคลที่มีรายชื่อถูกกล่าวหา ต้องรอดูข้อเท็จจริงจากการแถลงของดีเอสไอ

“เพราะวันนี้ถ้าเดากันไปก็เดาไปได้ๆ ตัวอักษรภาษาไทยมีเยอะแยะมากมาย ดังนั้น คิดว่าใจเย็นกันซักนิด ยืนยันพรรคประชาชนน้อมรับกับทุกสิ่งทุกอย่างรับผิดชอบกับสาธารณะ ไม่ว่าใครจะมีข้อกล่าวหาแบบไหนเราสามารถชี้แจงกับสาธารณะได้ หากข้อกล่าวหาไปสู่การดำเนินคดีหรือมีคดีของบุคคลนั้นในพรรคประชาชนไม่ปกป้องคนผิดแน่นอน” น.ส.ภคมน กล่าว 

เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อพรรคประชาชนในสนามเลือกตั้ง กทม. หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า เรียนตรงๆ ไม่ว่ากิจกรรมใดมีผลทางการเมืองทั้งหมด แต่คงไม่ได้เรียกร้อง หรือบอกว่าเรื่องนี้คือเกมทางการเมือง ให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น โดยเรามีหน้าที่รับมือและแก้ไขและน้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ภคมน จี้ กรมการปกครอง-ปลัดมท. เข้าชี้แจง หากเบี้ยวแจงอีกเตรียมใช้อำนาจเรียก

ภคมน จี้ กรมการปกครอง-ปลัดมท.  เข้าชี้แจง  หากเบี้ยวแจงอีกเตรียมใช้อำนาจเรียก

ภคมน จี้ กรมการปกครอง-ปลัดมท. เข้าชี้แจง หากเบี้ยวแจงอีกเตรียมใช้อำนาจเรียก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.55 น.

“ภคมน“ จี้ “กรมการปกครอง-ปลัดมท.” เข้าชี้แจงกมธ.พัฒนาการเมืองฯ หากเบี้ยวแจงอีกเตรียมใช้อำนาจเรียก ยัน มีวุฒิภาวะพอ แยกบทบาทฝ่ายค้าน-ประธานกมธ.ออก  แนะ สะสางทีละเรื่อง เตือน ข้าราชการแคร์สายตาประชาชน ชี้ น้ำเงินช่วยด้วย ลุแก่อำนาจไม่เป็นกลางทางการเมือง 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่รัฐสภา น.ส. ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณากรณีช่วยน้ำเงินด้วยในวันนี้ ว่า วันนี้มีการเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาซ้ำ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าการประชุมที่กำลังจะเริ่มขึ้น มีตัวแทนทั้ง 2 หน่วยงานเข้ามาร่วมประชุมหรือไม่ แต่คาดหวังว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่กมธ. จะเค้นเอาความผิดของบุคคลใดคนหนึ่ง แต่อยากให้กรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทยที่มีข้อกังขามากมาย ได้ตอบคำถามประชาชน และเคลียร์ไปทีละเรื่อง ซึ่งการที่ตนเป็นนั่งเป็นประธานกมธ. ไม่ใช่ศาล เราไม่ตัดสินใครอยู่แล้ว เพียงแต่อยากใช้พื้นที่กมธ. เป็นเวทีกลางให้กับพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องช่วยน้ำเงินด้วย การขยายกรอบอำนาจของเครือข่ายสีน้ำเงิน 

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมองว่าเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย แต่นี่คือการขยายอำนาจแบบที่ไม่แคร์พี่น้องประชาชนเลย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเป็นการลุแก่อำนาจในการที่ข้าราชการ ไม่รู้สึกตระหนักแล้วว่าตัวเองเป็นกลางทางการเมือง แล้วถ้าวันนี้มีความผิดพลาดอะไร ท่านบอกว่าใช้ไลน์สาธารณะ เรื่องนี้ในฐานะกมธ.และสส. ฝ่ายค้าน ต้องตามให้ถึงที่สุด”น.ส.ภคมน กล่าว 

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า อย่างน้อยประชาชนต้องรู้ว่าคณะกรรมการสอบที่นายกรัฐมนตรีบอกเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มต้นขึ้นแล้วหรือไม่ เพราะข้อมูลล่าสุดกมธ. ได้จากหน่วยงานที่มาชี้แจงครั้งที่ผ่านมานั้น ก็ยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปของเรื่องการย้ายผู้ว่าฯ เราจะยังเชื่อมั่นได้อย่างไรในเรื่องเมื่อเรื่องแรกท่านยังไม่สะสาง ฉะนั้น ตนจึงอยากจะขอร้องตรงนี้ว่า กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ควรจะแคร์สายตาประชาชน และออกมาชี้แจงเรื่องต่างๆให้ถูกต้อง และไม่ว่าท่านจะทำอะไรหลังจากนี้ ประชาชนจับตาอยู่ 

เมื่อถามว่า หากไม่มาชี้แจงจำเป็นต้องใช้อำนาจในการเรียกหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ยังไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น เพราะเราคาดหวังว่าคนเป็นข้าราชการ หรือหน่วยงานขององค์การปกครอง ควรจะมีความรับผิดชอบต่อประชาชน หรือควรจะมีความรับผิดชอบต่อข้อกังขาของประชาชนตั้งคำถาม แต่ท้ายที่สุดแล้วถ้าตนพยายามถึงที่สุด ในการหาคำตอบให้กับสาธารณชน ท่านยังไม่ให้ความร่วมมือ ก็ต้องใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในการหาคำตอบให้กับสังคมให้ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่อาจจะมีข้อกังขาว่าในหน่วยงานมีการปกป้องกันเอง น.ส.ภคมน กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นข้อกังขา แต่ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศในการประชุมกมธ. ครั้งที่ผ่านมามีบรรยากาศแบบนั้นอยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมรองอธิบดีกรมการปกครอง จำเป็นจะต้องปกป้องบุคคล ทำไมไม่ปกป้ององค์กรหรือประชาชน วันนี้ไม่ว่าข้าราชการซีไหน สิ่งที่ท่านต้องปกป้องคือพี่น้องประชาชน แล้วพี่น้องจะอยู่อย่างไรถ้าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ท่านก็ดูไม่ได้สนใจที่จะปกป้องสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้สักเท่าไหร่ นี้คือสิ่งที่สาธารณประโยชน์ ควรจะต้องจับตาต่อไป 

“ดิฉันยืนยันอีกครั้งว่าจะต้องแยกบทบาทระหว่างการเป็นสส. ฝ่ายค้านและประธานกมธ. และยืนยันว่าอายุเท่านี้แล้ว ดิฉันมีวุฒิภาวะมากพอ เพียงแต่ท่านเองต้องไม่มีอคติในการเข้ามาในกมธ. และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องแคร์ดิฉัน แต่ท่านต้องแคร์ประชาชน ท่านต้องแคร์ว่าวันนี้ประชาชนมององค์กรและพวกท่าน ในสายตาพวกเขาเป็นแบบไหน เคลียร์ข้อครหานั้นแล้วท่านจะได้เดินหน้าทำงานเรื่องอื่นต่อไป วันนี้ต่อให้ท่านบอกว่าจะตรวจสอบสิ่งใดก็ตาม ใครจะเชื่อ ว่าท่านจะตรวจสอบอะไรได้ ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรท่าน ท่านยังไม่กล้าที่จะตรวจสอบมันอย่างจริงๆจังๆ ดังนั้น ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง พี่น้องประชาชนจับตาดูท่านอยู่”น.ส.ภคมน กล่าว 

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ ศุภชัย ซัด ไอซ์ รักชนก กลาง กมธ.ติดตามงบฯ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ ศุภชัย ซัด ไอซ์ รักชนก กลาง กมธ.ติดตามงบฯ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ ศุภชัย ซัด ไอซ์ รักชนก กลาง กมธ.ติดตามงบฯ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.50 น.

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ! ’ศุภชัย‘ ซัด ‘ไอซ์ รักชนก’ กลาง ‘กมธ.ติดตามงบฯ’ ชงเองกินเอง ยัดวาระตรวจสอบ ‘โครงการ TH-AI’ ตามใจชอบ  ‘ซ้ำซ้อน-ไร้อำนาจ’ แนะให้ ’ปธ.สภาฯ‘ ชี้ขาด กรรมาธิการฯชุดไหนมีอำนาจกันแน่ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์ขอไม่ร่วมสังฆกรรม

18 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา09.45น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมกมธ.ฯ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport แจก AI ใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ที่ยังมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน ทั้งนี้มีการเชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาให้ข้อมูล แต่นายไชยชนก ไม่มาชี้แจง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ มาให้ข้อมูลแทน ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าได้มีการส่งหนังสือไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ในการประชุมแต่ละครั้งก็จะให้มีการบันทึกการประชุมอย่างละเอียดเพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

รักชนก ศรีนอก

อย่างไรก็ตามภายหลัง น.ส.รักชนก ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ทักท้วงว่า กรรมาธิการทั้งหมดนั้นยังไม่ได้มีมติที่ชัดเจนว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องใด และเห็นว่ากรรมาธิการในชุดนี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจในการพิจารณา มีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่น ก็จะทำให้ผู้ชี้แจงมีความสับสน

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.ฯ เสริมว่า ได้มีความสงสัยว่าในการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่เพราะตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันนั้นไม่ว่าจะกี่วาระก็ตาม จะต้องมีการยื่นไปที่ประธานคณะกรรมาธิการในชุดนั้นๆ เพื่อให้พิจารณาว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันหลายๆคณะหรือไม่ โดยส่วนตัวได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ของคณะกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่าไม่มีความชัดเจนว่ามีการยื่นเรื่องไปหรือไม่

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ประการต่อมาคือ หากมีการประชุมร่วมกันในลักษณะนี้ โดยเฉพาะวาระในวันนี้คาดว่าน่าจะเป็นกมธ.ฯชุดที่รับผิดชอบมากกว่า ซึ่งจะเป็นกมธ.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ ตนสงสัยว่าได้ยื่นเรื่องไปยังกมธ.ชุดนี้หรือไม่ ส่วนตัวก็ได้รับคำยืนยันว่ามีการยื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า และเมื่อมีการประชุมในสัปดาห์หน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุม เนื่องจากจะเป็นการเสียเวลาในการชี้แจง

นายศุภชัย ชี้แจงต่อว่า แม้กมธ.จะมีการบรรจุเข้าที่ประชุมแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า เป็นการดำเนินการโดยความเห็นของประธานฯเท่านั้น ในความเป็นจริง กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ และไม่ควรเอาความเห็นประธานเพียงคนเดียวมาบรรจุเป็นวาระ ทุกอย่างมีขั้นตอน และกระบวนการพิจารณาอยู่ หากมีข้อสงสัย ก็จะต้องให้มีชี้ขาดโดยสส.ว่าโครงการ TH AI Passport อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของกมธ.ชุดใด จึงไม่อยากทำเรื่องนี้ให้ผิดกระบวนการ

TH-AI

อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ยังไม่สามารถตกลงในเรื่องนี้ได้ชัดเจน ทำให้นายศุภชัย รวมถึงกมธ.บางส่วนได้ออกจากห้องประชุม และไม่ร่วมสังฆกรรมในตรงนี้ โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจึงควรให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ชี้ขาดว่ากมธ.ฯชุดใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ

รัชนก ศรีนอก
โรม
ศุภชัย

พรรคส้มกัดไม่ปล่อย ไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต

พรรคส้มกัดไม่ปล่อย ไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต

พรรคส้มกัดไม่ปล่อย ไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.40 น.

’พรรคส้ม‘ ผนึกกำลังไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต ด้าน ’ไอซ์ รักชนก‘ แซะ ‘นายกฯ‘ ดูข้อมูลให้ครบก่อน เหน็บตอบเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประขาชน ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport หลังมีการทำประชาพิจารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมถึงท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งแสดงท่าทีว่าจะดำเนินโครงการนี้ว่า ตนตั้งคำถามว่า นายกฯ ไม่ติดเคยติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะไม่มีใครรายงาน ตนเข้าใจว่านายกฯงานเยอะ แต่ก่อนนายกฯจะให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร อยากให้ท่านมีความมั่นใจกับข้อมูล เหมือนก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการไทยช่วยไทยและหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งตนมั่นใจว่านายกไม่ทราบรายละเอียด โดยเชื่อว่าโครงการนี้นายกฯก็ไม่ทราบรายละเอียดเช่นกัน จึงอยากให้คนที่อยู่ใกล้ชิดให้ข้อมูลรายละเอียดก่อนที่จะตอบออกมาเหมือน คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เมื่อถามว่าสัปดาห์ที่แล้วมีการทำประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าวโดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์นั้นอาจจะถูกเกณฑ์มาร่วมรับฟัง น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนมองว่า ประชาชนไม่ว่าจะภาคส่วนไหน สามารถเริ่มเข้าฟังประชาพิจารณ์ได้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการต้องสอบถาม ในการทำประชาพิจารณ์นี้ มีการใช้งบประมาณเดียวกันกับงบประมาณที่จะใช้ในการเปิดตัวหรือไม่ เพราะว่าตาม TOR ระบุไว้ว่า ต้องจัดงานเปิดตัวโครงการที่มีผู้ร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 200 คน ซึ่งตนจะสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมวันนี้

เมื่อถามถึงขั้นตอนหลังจากการประชุมในวันนี้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้าร่วมประชุม เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง. ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตนคิดว่าหลังการประชุมในวันนี้จะได้รวบรวมหลักฐานข้อมูลที่มีอยู่ยื่นตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนในฐานะพรรคประชาชนได้ชี้ให้เห็นถึง ความน่าสงสัยในโครงการนี้มาโดยตลอด ความคาดหวังคืออยากให้ยกเลิกโครงการ ซึ่งถ้าหากอยากจะทำจริงๆ จะต้องไปตั้งโครงการเพื่อใช้งบประมาณในปีถัดไป เพื่อทำให้โครงการทุกอย่างถูกต้องไร้ข้อครหานี่คือธงหลักเป็นเป้าหมายของพรรค

“แต่ถ้านายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเดินหน้าลุยไฟก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ดิฉันคิดว่ามีราคาที่ต้องจ่าย” น.ส.รักชนก กล่าว

ด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างกมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมายฯ ที่เปิดให้มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนรับได้ฟังตลอด ซึ่งจะได้เห็นท่าทีของแต่ละหน่วยงานต่อโครงการ TH-AI Passport ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงการนี้มีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเองโดยมีภาคประชาชนและกลุ่มคนหลายฝ่ายออกมาคัดค้านเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโครงการนี้มีปัญหา แต่สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำคือนี่ไม่ใช่เพียงแค่โครงการอย่างเดียว แต่มีปัญหาเรื่องการทุจริต

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหลังจากนี้หากโครงการมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงสิ่งที่ตามมาคือการฟอกเงิน เงินจะถูกทำให้ขาวสะอาด และไหลเข้าสู่วงการเมือง รูปแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ต่อการทุจริต แต่เป็นการต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะมีนักการเมืองหรือนักธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องนอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับโครงการ TH-AI Passport คือการมีผู้ร้อง ร้องมาว่าอาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันเถื่อน ซึ่งจะต้องดูข้อมูลของผู้ร้องอีกครั้ง แต่ตนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งพวกเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมให้ DSI ตรวจสอบ ปม Forex รอ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลพรุ่งนี้

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมให้ DSI ตรวจสอบ ปม Forex รอ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลพรุ่งนี้

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมให้ DSI ตรวจสอบ ปม Forex รอ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลพรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.34 น.

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมถูก DSI ตรวจสอบ หากมีชื่อเอี่ยวคดี Forex รับข้อมูลยังไม่ 100 % รอ ‘รมว.ยุติธรรม’ แถลงพรุ่งนี้ ลั่นไม่มีอำนาจล็อบบี้ใคร หลังลือขอเปิดชื่อหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ หวังไม่ใช่เกมการเมือง-เอาคืน ‘ฝ่ายค้าน’ รุกเข้มตรวจสอบ TH-AI Passport

18มิ.ย.2569 เมื่อเวลา09.30น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วนนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวกรณีกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมเปิดรายชื่อนักการเมือง และนักแสดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการชักชวนลงทุน และซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังได้เข้าตรวจค้นเครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าจำนวนมาก และพบข้อมูลเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลหลากหลายวงการ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะปรากฏชื่อของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

โดยน.ส.รักชนก กล่าวว่า ยังไม่ได้รับข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่า การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ หากมีความเกี่ยวข้องกับคนในพรรคประชาชน ทุกคนพร้อมเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบ และให้ความร่วมมือทุกหน่วยงาน

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่มีรายงานข่าวเรื่องนายภาวุธ ออกมามานั้น ตนมองว่า นายภาวุธ ก็เป็นคนหนึ่งที่ขยันขันแข็ง และได้ติดตามเรื่องโครงการ TH-AI Passport อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อวานตนก็เพิ่งพูดคุยกับนายภาวุธ เรื่องดังกล่าวอยู่ และยังคงทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้ ซึ่งตนเชื่อว่า สุดท้ายพวกเราทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ และเชื่อว่า นายภาวุธ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม ภาคส่วนการเงิน จะเป็นหนึ่งในคนที่เป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูล และแก้ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

เมื่อถามว่า มีรายงานว่าพรรคประชาชน จะล็อบบี้ ให้หน่วยงานรัฐเปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในคดี Forex หลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนมองว่า ในแง่ความเป็นไปได้ พวกเราทำไม่ได้อยู่แล้ว และตั้งแต่เช้าเรื่องของนายภาวุธ ก็อยู่ในหน้าโซเชียลมีเดียเต็มไปหมดแล้ว ดังนั้นความพยายามในการปล่อยข่าวว่า เราจะล็อบบี้ จึงไม่น่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หลังจากที่เรื่องนี้ เชื่อว่า นายภาวุธ จะเข้าสู่กระบวนการ และย้ำว่า พวกเราไม่มีอำนาจไปสั่งการหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ทำได้คือ ให้ความร่วมมือ และการที่ตนออกมาพูดแบบนี้ ไม่ได้ต้องการปกป้องใคร เพราะเราก็อยากเห็นกระบวนการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นเกมการเมืองเพื่อมากลบข่าว ประเด็นของรัฐบาลที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนางสาวรักชนก หรือใครอีกหลายคนก็ตามที่ออกมาตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดคนหนึ่งก็คือ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตนไม่รู้ และไม่อยากไปต่อจิ๊กซอว์ว่า เป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ แต่ตนคาดหวังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการปล่อยชื่อนายภาวุธ ออกมานั้น จะไม่ใช่เกมการเมือง จึงรอดูการแถลงของพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมว่า จะมีรายละเอียดอย่างไร เมื่อเราเห็นรายละเอียดของแถลง จะสามารถตอบสนองต่อคำถามของสื่อมวลชน และประเด็นทางสังคม เพราะถึงตอนนี้ยังไม่ชัวร์ 100 % ว่า จะมีรายชื่อของนายภาวุธ หรือไม่ และตอนนี้ยังไม่เห็นข้อกล่าวหา หรือแผนผัง ดังนั้นการให้ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่ตนยืนยันไปถึงประชาชนได้คือ พรรคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีอะไรไปแตะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะถูกโจมตีด้วยนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ตนตอบได้มากที่สุด เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำไปหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโยกย้าย หรือโครงการต่าง ๆ มันเกี่ยวพันกับเรื่องงบประมาณ และเงินภาษีของเรา รวมถึงหลักคุณธรรมการบริหารราชการ หากไม่มีระบบคุณธรรม คนทำดีไม่ได้ดี คนทำชั่วเติบโต กลายเป็นระบบบ้านใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่บ้านใหญ่ของจังหวัด และรวมไปถึงการโกงเงินภาษีของประชาชนไปสู่การการฟอกเงิน ถามว่า เราอยากเห็นประเทศเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ วันนี้สิ่งที่เราต้องช่วยคือ การตรวจสอบ ตนจึงยังไม่สามารถสรุป หรือตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ตกลงแล้วคือ ความแก้แค้นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบ พวกตนเป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องว่า กันตามพยานหลักฐาน อย่างโครงการ TH-AI Passport มีความชัดเจนแล้ว ถ้าประเทศนี้มีหลัก นิติรัฐ นิติธรรม ตนไม่แน่ใจว่า โครงการแบบนี้ไปต่อได้อย่างไร

นายกฯ ‘อนุทิน’ เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

นายกฯ 'อนุทิน' เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

นายกฯ ‘อนุทิน’ เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.33 น.

นายกฯ ‘อนุทิน’ เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

นายกฯ อนุทิน ร่วมประชุมธุรกิจ รัสเซีย-อาเซียน ที่ IT Park Bashir Rameev

บรรยากาศการประชุมระดับผู้นำที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย เริ่มคึกคักขึ้นทันที เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองคาซานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน ครั้งสำคัญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี แห่งความสัมพันธ์ระหว่างสองภูมิภาค

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางถึงเมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย

การต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ โดยมีนายรุสตัม มินนิคานอฟ (Rustam Minnikhanov) ผู้นำสาธารณรัฐตาตาร์สถาน ให้การต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมมอบขนมพื้นบ้าน “ชัค-ชัค” และขนมปังท้องถิ่นอันเลื่องชื่อของชาวตาตาร์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่แสดงถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น

บรรยากาศการประชุมสุดยอด รัสเซีย-อาเซียน ครั้งที่ 35 ณ เมืองคาซาน

ก่อนเปิดฉากการหารืออย่างเป็นทางการ นายยูริ อูชาคอฟ (Yury Ushakov) ผู้ช่วยประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะประธานการจัดงาน ได้เผยถึงไฮไลต์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้ว่า จะมีการลงนามในเอกสารประวัติศาสตร์หลายฉบับ โดยเฉพาะ “ปฏิญญาคาซาน” (Kazan Declaration) ที่จะเป็นเข็มทิศสำคัญในการกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างรัสเซียและอาเซียนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสำคัญอย่าง “แผนปฏิบัติการแบบครอบคลุมเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและอาเซียน” สำหรับปี พ.ศ. 2569–2573 รวมถึงแถลงการณ์ร่วมด้านพลังงานและวัฒนธรรม ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่ารัสเซียและอาเซียนพร้อมเดินหน้ากระชับมิตรภาพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ปฏิญญาคาซานไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษ แต่คือแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ ซึ่งจะระบุขั้นตอนการทำงานร่วมกันในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ความมั่นคง การค้า และการลงทุน ตลอดจนสาขาที่โลกกำลังให้ความสนใจอย่างเศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน การคมนาคมขนส่ง และการเกษตร เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงร่วมกันในระยะยาว

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ภารกิจสำคัญได้เริ่มขึ้นที่ IT park Bashir Rameev เมืองคาซาน กับการประชุมธุรกิจรัสเซีย-อาเซียน ภายใต้แนวคิด “รัสเซีย-อาเซียน : ความร่วมมือไร้พรมแดน” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญให้ผู้นำและนักธุรกิจได้ร่วมกันก้าวข้ามข้อจำกัด เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองฝ่ายต่อไป

ผู้นำอาเซียนร่วมงานครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์ รัสเซีย-อาเซียน
พิธีต้อนรับคณะผู้แทนไทยในการประชุมสุดยอด รัสเซีย-อาเซียน 2026

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.49 น.

“อนุชา” ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง เร่งแก้คมนาคม-สาธารณสุข พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เริ่มต้นที่ตลาดเอซี สายไหม โดยมี นายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม เบอร์ 3 นำลงพื้นที่ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังตลาดฝั่งโขง เขตดอนเมือง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนร่วมกับ นายไกรศักดิ์ เสาเวียง ผู้สมัคร ส.ก. เขตดอนเมือง เบอร์ 2

นายอนุชา กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากชาวบ้านในโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกว่า เรื่องการคมนาคมขนส่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากประชาชนยังเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก รถประจำทางมีน้อยและรอนานเป็นชั่วโมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งนักเรียน ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และคนวัยทำงาน 

“ผมจึงมีแนวคิดเร่งดำเนินการระบบรถฟีดเดอร์ (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้าสู่ระบบขนส่งสายหลัก โดยใช้รถขนาดเล็กหรือมินิบัสเข้ามาดูแลภายใต้การกำกับของ กทม. เพื่อให้กำหนดเส้นทางได้ตามความต้องการของชุมชน พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายอนุชากล่าว

นอกจากนี้ ในพื้นที่เขตดอนเมือง นายอนุชายังชูแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแบบครบวงจร เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาจราจรที่ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ เพื่อให้น้ำระบายสู่คลอง แม่น้ำเจ้าพระยา และอ่าวไทยได้อย่างเป็นระบบมากที่สุด

ในประเด็นการเมืองโปร่งใส นายอนุชาได้ย้ำถึงการใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ซึ่งพบพิรุธว่าโครงการกว่า 93% จากมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง” ซึ่งไม่มีการแข่งขันด้านราคา และยังพบว่ามีบางบริษัทได้รับงานซ้ำซ้อนกว่า 500 โครงการ รวมถึงมีการเชื่อมโยงรายชื่อคณะกรรมการในโครงการกับบริษัทเอกชนที่ได้รับงาน

“ผมขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องงบประมาณภาษีของทุกคน ปัญหาทุจริตไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องสร้างให้ข้าราชการและคนทำงานไม่ยอมรับการโกงกิน ผมตั้งใจนำนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ การเดินทางที่สะดวก เมืองสะอาด ชีวิตที่ปลอดภัย เศรษฐกิจดีขึ้น และการตรวจสอบได้ทุกกรณี มาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง” นายอนุชา กล่าว

ช่วงท้าย นายอนุชายังเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการกาบัตร 2 ใบ เลือกผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีเขียว “อนุชา เบอร์ 5” และ ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต บัตรสีชมพู เพื่อให้การบริหารงานกรุงเทพมหานครสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องรอผลสำรวจร้อยวันแรก เพราะทีมงานพรรคประชาธิปัตย์เกาะติดพื้นที่และเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงมาโดยตลอด

2 รมช.มหาดไทย บุกป่าตอง ตั้งเป้า ปลดล็อกกฎเก่า สร้างภูเก็ตน่าลงทุน

2 รมช.มหาดไทย บุกป่าตอง  ตั้งเป้า ปลดล็อกกฎเก่า สร้างภูเก็ตน่าลงทุน

2 รมช.มหาดไทย บุกป่าตอง ตั้งเป้า ปลดล็อกกฎเก่า สร้างภูเก็ตน่าลงทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.55 น.

”2 รมช.มหาดไทย“ ลงพื้นที่ Walking Street ป่าตอง รับฟังปัญหาธุรกิจ เตรียมมอบนโยบายขับเคลื่อนภูเก็ต ตั้ง“เป้าปลดล็อกกฎเก่าสร้างภูเก็ตน่าลงทุน“ ยอมรับกฎหมายบางฉบับไม่ทันโลก เร่งหาทางปรับให้สอดรับธุรกิจภูเก็ตยุคใหม่

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดิน (Walking Street) ย่านป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 17 มิ.ย. 69 เพื่อพบปะและสอบถามปัญหาจากผู้ประกอบการในพื้นที่

Walking Street

นายวรศิษฎ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสำรวจสถานการณ์จริงและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการมอบนโยบายแก่ข้าราชการในวันพรุ่งนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ให้ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตสามารถทำงานและดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับความเดือดร้อน พร้อมผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อจังหวัดภูเก็ต

เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หลายประเด็นยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่บางเรื่องมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา โดยมีเป้าหมายทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

Walking Street

นายวรศิษฎ์ กล่าวยอมรับว่า กฎหมายและกฎกระทรวงบางฉบับยังมีความล้าสมัย เนื่องจากถูกใช้มาเป็นเวลานานกว่า 10-20 ปี จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่ายขึ้น และทำให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องมากที่สุด

Walking Street
Walking Street
Walking Street
Walking Street
Walking Street