‘แสวง’ ขออภัย! ปัดท้าทายอำนาจประชาชน ปมพูด ไม่เชื่อมั่นกรรมการก็อย่าไปเลือกตั้ง

‘แสวง’ ขออภัย! ปัดท้าทายอำนาจประชาชน ปมพูด ไม่เชื่อมั่นกรรมการก็อย่าไปเลือกตั้ง

‘แสวง’ ขออภัย! ปัดท้าทายอำนาจประชาชน ปมพูด ไม่เชื่อมั่นกรรมการก็อย่าไปเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.04 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ได้โพสต์ข้อวามในเฟซบุ๊ก ส่วนตัว ว่า ขออภัยที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ

วันนี้ไปออกรายการเพื่อชี้แจงในประเด็นที่สังคมสงสัย กล่าวหา ในรายการกรรมกรข่าว เพื่อให้ประชาชน “มีความเชื่อมั่น” ว่าที่จะสามารถดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่มีการตั้งข้อสังเกต และกล่าวหา เจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงาน และการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งในการเลือกตั้งต้องมีความเชื่อมั่นอยู่ 2 ประการ คือ 1 ตัวระบบ 2 คน 

ในส่วนคน คือ คนทำหน้าที่เป็นกรรมการ ในรายการจึงได้พูดสื่อไปในเชิงหลักการและเชิงข้อเท็จจริง ว่าคนเป็นกรรมการต้องทำให้คนเชื่อมั่นให้ได้ ถ้าไม่เชื่อมั่นกรรมการอย่าไปเลือกตั้ง เลือกตั้งไปก็ไม่เป็นที่ยอมรับและและไม่เรียบร้อย และในทางข้อเท็จประชาบางส่วนก็กำลังขาดความเชื่อมั่นในกรรมการโดยมีการตั้งข้อสงสัย และกล่าวหา ในการเลือกตั้งวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา จึงสื่อไปถึงพี่น้องที่เป็นผู้ทำหน้าที่ในการเลือกในวันที่ 8 ต้องไม่ให้มีข้อผิดพลาดและบอกถึงมาตราการว่าจะไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างไร 

ในรายการอาจมีการพูดเล่นคำ เปรียบเปรย แบบออกรสออกชาติไปบ้าง เมื่อสื่อนำข้อความเฉพาะประโยคเดียว ไม่นำบริบททั้งก่อนและหลังประโยคดังกล่าวมาด้วย ทำให้เมื่ออ่านเฉพาะประโยคที่คัดมา ก็อาจตีความผิดไปจากเจตนาที่สื่อทำให้สังคมไม่สบายใจ สร้างบรรยากาศในการเลือกตั้งที่ไม่ดี และไม่ได้มีเจนาที่จะไปท้าทายอำนาจประชาชนแม้แต่น้อย

จึง ขออภัยในการสื่อสารที่ไม่ดีเอง มา ณ โอกาสนี้ ครับ

ไอติม หวั่น 8 ก.พ. ปิดประตูแก้ รธน. ถ้าคนไม่เห็นชอบ ย้ำหากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม

ไอติม หวั่น 8 ก.พ. ปิดประตูแก้ รธน. ถ้าคนไม่เห็นชอบ ย้ำหากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม

ไอติม หวั่น 8 ก.พ. ปิดประตูแก้ รธน. ถ้าคนไม่เห็นชอบ ย้ำหากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.43 น.

“พริษฐ์” หวั่น 8 ก.พ.  ปิดประตูแก้ รธน. หาก คนไม่เห็นชอบ ย้ำ หากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม  เปรียบเหมือนแข่งฟุตบอลกติกาไม่เป็นธรรม เชื่อทุกฝ่ายจับมือแก้ ซัด อย่ากล่าวหาลอย ๆ ไม่ยอมแก้รายมาตรา บอก ปชน. ยื่นกว่า 30 ร่าง แต่ผ่าน 1 ร่างเพราะ เสียงสว. ขอ 8 ก.พ. กาเห็นขอบ 

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พี่เวทีหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ในงานรณรงค์การออกเสียงประชามติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วงหนึ่ง ว่า วันนี้มาร่วมกิจกรรมที่ถูกจัดโดยภาคประชาชนใน 2 สถานะ คืออันแรกในฐานะตัวแทนของพรรคประชาชน เพื่อมายืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าพรรคประชาชน ยืนยันสนับสนุนและเชิญชวนให้พี่น้องทุกคนกาเห็นชอบในการทำประชามติ รัฐธรรมนูญ

“แต่สถานะที่ 2 คือการมายืนยันในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เพื่อยืนยันว่า เป้าหมายในการมีกติกาสูงสุดของประเทศและระบบการเมืองที่โปร่งใสเป็นประชาธิปไตยและประชาชนพึ่งพาได้ เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าภารกิจของพรรคการเมือง เปรียบเสมือนการแข่งขันฟุตบอล อย่างลิเวอร์พูลกับแมนยู แข่งกันอย่างเข้มข้น หมั่นไส้กันบ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่กติกาฟุตบอลไม่เป็นธรรม ไม่มีความโปร่งใส พวกเขาจะผนึกกำลังกันอย่างแน่นอน” นายพริษฐ์กล่าว 

ส่วนที่ต้องมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญ 60 เราจะยังคงอยู่กับปัญหาอย่าง สตง. ที่เข้มงวดกับการตรวจใบเสร็จคุณครูเวลาซื้ออุปกรณ์การเรียน แต่เวลาก่อสร้างตึกของตัวเองมีความหละหลวมทุกอย่าง ตรวจสอบได้ยาก มี ป.ป.ช.ที่ประชาชนตั้งคำถามว่า ยืนอยู่ข้างความโปร่งใสจริงหรือไม่ มีทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนหรือล่าสุดกรณีรับสินบนทองคำ เราจะยังมี สส. ที่เดินหาเสียงสวมเสื้อพรรคหนึ่ง พอเลือกตั้งไปไม่กี่เดือน ก็ย้ายไปอีกพรรรหนึ่ง เพื่อต่อรองผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาตจากประชาชน เราจะยังมี สว.ที่มีอำนาจล้นฟ้าชี้ขาดได้ว่าใครจะไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระแต่กลับมีที่มาจากระบบที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนและสุ่มเสี่ยงต่อการฮั้ว เราจะยังมี กกต. ที่ทำงานค้านสายตาประชาชนและประชาชนถอดถอนไม่ได้ หลายปัญหาจะแก้ได้คือต้องแก้รัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ทำไมไม่พูดให้ชัดว่าจะแก้มาตราไหนเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า อย่ามากล่าว หากันลอย ๆ ตนและพรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรายมาตราเข้าในสภาเกือบ 20 กว่าร่าง ถ้าเอามาเรียงกันพอจะคาดการณ์ได้ว่าเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร แต่เหตุผลที่เรายังไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด เพราะหากเราเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริง คนที่จะมาออกแบบว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก็คือประชาชนทุกคนทั่วประเทศ 

ส่วนที่ถามต่อว่าก็รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน รู้ว่าจะแก้อะไรทำไมไม่แก้รายมาตราต้องมาจัดทำฉบับใหม่ ก็ต้องตอบกลับไปว่าการแก้รายมาตราเราพยายามมาหลายครั้งแล้วเกือบจะ 30 ครั้งพยายามแก้ไปแบบคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ตนก็ไม่ติดใจ เห็นด้วยและสนับสนุน ที่ผ่านมายื่นไปเกือบ 30 ร่าง ผ่านร่างเดียวเพราะไปติดเงื่อนไข 1ใน 3 ของ สว. หากเราเดินหน้าแก้ไขแบบรายมาตรา คนที่จะชี้ก็คือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากเราจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และไม่เติมเงื่อนไข 1 ใน 3 สว. กลับไปอีก คนที่จะชี้ขาดก็คือประชาชนผ่านการทำประชามติ 

“การทำประชามติวันที่ 8 ก.พ.นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีอนาคตของประเทศเป็นเดิมพัน ถ้าเราชนะร่วมกันเราจะนำพาประเทศไปสู่การเปิดประตูบานแรกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าเราแพ้ในวันที่ 8 ก.พ. มีความเสี่ยงว่าเราจะแพ้ไปอีกนาน ถ้าแพ้ไปแก้รายมาตราได้หรือไม่ ก็ต้องบอกตามตรงว่าหากแพ้รอบนี้มีโอกาสสูงว่าประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะปิดในทุกบาน ถ้าเกิดผลประชามติออกมาประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเชื่อว่าจะมีคนในรัฐสภาจะเอาผลประชามติดังกล่าวมาตีความ ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับการจัดทำฉบับใหม่ หมายความว่าเขาชื่นชอบรัฐธรรมนูญปี 60 จะแก้มาตราไหนเขาก็ไม่ยอมให้แก้ ” นายพริษฐ์กล่าว 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า ถ้าเราทุกคนอยากหลุดพ้นของระบบการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชนที่เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญ 60 8 ก.พ.นี้ เราต้องมาร่วมกันชนะและชนะให้ขาด เพื่อให้เสียงและพลังของประชาชนมีมากพอในการไปยันกับผู้มีอำนาจในรัฐสภา และผู้มีอำนาจในองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชนะให้ขาด เพื่อตอกย้ำให้เห็นชัดว่าประชาชนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้มีแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเราต้องร่วมกันชนะเพื่อตอกย้ำว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นฉันทามติใหม่ของคนไทยทุกคน ทุกเฉดสีทางการเมือง เพราะฉะนั้น 8 ก.พ. กาเห็นชอบ

แรงมาก! อินฟลูดัง ฟาดพรรคการเมืองดัง ปราศรัย 1 ชม. นโยบายแค่ติ่ง ที่เหลือด่าชาวบ้านล้วนๆ

แรงมาก! อินฟลูดัง ฟาดพรรคการเมืองดัง ปราศรัย 1 ชม. นโยบายแค่ติ่ง ที่เหลือด่าชาวบ้านล้วนๆ

แรงมาก! อินฟลูดัง ฟาดพรรคการเมืองดัง ปราศรัย 1 ชม. นโยบายแค่ติ่ง ที่เหลือด่าชาวบ้านล้วนๆ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.27 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569  ตี๋ นพ Tee Nop อินฟลูการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Tee Nop” ระบุว่า นี่คือพรรคที่จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงจริงๆ ปราศรัย 1 ชั่วโมง นโยบาย 10 นาที อีก 50 นาทีด่าชาวบ้านล้วนๆ ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนะ

พี่น้องตระกูลจันทรา! เจนวิทย์-จเด็ศ ผนึกกำลังโค้งสุดท้ายขอคะแนนคนพิษณุโลก

พี่น้องตระกูลจันทรา! เจนวิทย์-จเด็ศ ผนึกกำลังโค้งสุดท้ายขอคะแนนคนพิษณุโลก

พี่น้องตระกูลจันทรา! เจนวิทย์-จเด็ศ ผนึกกำลังโค้งสุดท้ายขอคะแนนคนพิษณุโลก

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.10 น.

พี่น้องตระกูลจันทรา! “เจนวิทย์ – จเด็ศ” ผนึกกำลังโค้งสุดท้ายขอคะแนนคนพิษณุโลก เขต 3 เขต 1 กาเบอร์ 4 อ้อนขอโอกาสเข้าสภาฯ เข้าไปทำงานแพ็คคู่ ด้านชาวบ้านอวยพรขอให้โชคดี

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการหาเสียงในเขต 3 จ.พิษณุโลก นายเจนวิทย์ จันทรา ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 3 เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยย่อย ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักเนื่องจาก นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นน้องชายและเคยลงสมัคร สส. ในเขต 3 มาช่วยปราศรัย ขอคะแนนประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับร่วมกันประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคที่สร้างแรงดึงดูดให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พักหนี้เกษตรกร ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30 % 

นายเจนวิทย์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ น้องชาย จเด็ศ จันทรา มาช่วยขอคะแนนกับพี่น้องประชาชน เพราะเขาเคยลงเขตนี้ และได้รับความเมตาให้การสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างมาก รอบนี้ส่งตนมาดูแลประชาชนแทน เพราะเขาไปลงเขต 1 และในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ก็ได้รับเลือกให้เป็น สส.และได้ทำงาน 1 ปี 2 เดือน แก้ปัญหาให้คนพิษณุโลกทั้งจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะเขต 1 เท่านั้น โดยมีผลงานเชิงประจักษ์  ส่วนพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองที่คิดนโยบายเพื่อประชาชนมาโดยตลอด รอบนี้มีหลายนโยบายที่อยากทำเพื่อประชาชน อาทิ พักหนี้เกษตรกร ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30 % คูปองซื้อปุ๋ยเมล็ดพันธุ์ คืนที่ดินให้ประชาชน บัญชีเงินฝากเด็กแรกเกิด 3,000 บาท/ปี 15 ปี มีเงินก้อนตั้งตัว ปราบปรามยาเสพติด ล้างหนี้ประชาชน เรียนได้งบจบได้งาน 

นายจเด็ศกล่าวว่า ชาวเขต 3 เคยให้การสนับสนุนตนเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เป็นอย่างดี วันนี้ขอโอกาสให้พี่ชาย เจนวิทย์ จันทรา ซึ่งเป็นคนขยันลงพื้นที่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา คงจะเห็นหน้ากันตลอด หากเลือก เจนวิทย์ ก็จะได้จเด็ศ มาช่วยทำงานให้พี่น้องเช่นกัน ดังนั้น 8 กุมภาฯ ขอให้กาเบอร์ 4 เพื่อให้พวกเราได้เข้าไปทำงานเพื่อคนพิษณุโลก 

ทั้งนี้ภายหลังการปราศรัยจบลง ประชาชนได้อวยพรให้พี่น้องตระกูลจันทรา โชคดีและได้เข้าสภาฯอย่างที่ตั้งใจ 

สุดารัตน์ เปิดเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ร้อยเอ็ด ประกาศฟันคนโกง

สุดารัตน์ เปิดเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย  ร้อยเอ็ด ประกาศฟันคนโกง

สุดารัตน์ เปิดเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ร้อยเอ็ด ประกาศฟันคนโกง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.58 น.

“สุดารัตน์” ไทยสร้างไทย เปิดเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย  ร้อยเอ็ด ประกาศ“ฟันคนโกง” ทวงคืนเงิน 500,000 ล้าน ที่คนไทยถูกปล้นจากการคอรัปชั่น มั่นใจทำงานโปร่งใสยาวนาน “เก๋า” พอไปสู้กับคนโกง แบบไม่เกรงใจใคร เลือกไทยสร้างไทย48 ให้มากพอ ไปสู้นักการเมืองโคตรโกง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อพบปะพี่น้องชาวร้อยเอ็ดและช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง ทั้งนายประทีป โสดา (เขต 6 เบอร์ 5), นายชัชวาล แพทยาไทย (เขต 7 เบอร์ 4) และนายนราเอก คำสนาม (เขต 8 เบอร์ 1) 

คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวทีย้ำว่า คนไทยถูกปล้นเงินในกระเป๋าจากการคอร์รัปชันปีละกว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจทรุดและคนไทยต้องเผชิญกับความยากจน ทั้งที่งบประมาณประเทศเพิ่มขึ้นทุกปีจนเกือบแตะ 4 ล้านล้านบาท แต่ชีวิตคนไทยกลับเหนื่อยหนักกว่าเดิม เพราะงบประมาณมหาศาลถูกโกงไปสร้างความมั่งคั่งให้นักการเมืองทุจริต แทนที่จะนำมาช่วยให้ประชาชนหายจน พรรคไทยสร้างไทยจึงขออาสาเข้าไปทวงคืนเงินก้อนนี้กลับมาคืนใส่กระเป๋าคนไทยทุกคน

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า เรื่องปราบโกงใครก็พูดได้ แต่คนที่จะทำได้จริงต้องเริ่มจากตัวเองที่ไม่โกง ซึ่งดิฉันและทีมไทยสร้างไทยได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วจากการบริหารกระทรวงสำคัญถึง 4 กระทรวง คุมงบประมาณแผ่นดินรวมแล้วมากกว่าหนึ่งล้านล้านบาทโดยไม่มีเรื่องทุจริต และที่สำคัญคือต้องรู้วิธีป้องกันการโกง ดิฉันผ่านการบริหารงานยากๆ ในรัฐบาลมานาน รู้กฎหมาย และรู้วิธีจัดการกับข้าราชการรวมถึงนักการเมืองขี้โกงโดยไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะพรรคไทยสร้างไทยไม่ได้รับเงินจากนายทุนกลุ่มไหน ไม่ว่าจะเป็นทุนขาวหรือทุนดำ

นอกจากนี้ยังย้ำถึงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการสร้างการเมืองสุจริต ปรารถนาจะเห็นประเทศไทยที่โปร่งใสและขจัดระบบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมรดกบาปไปถึงลูกหลานที่ควรจะมีอนาคตที่ดี โดยต้องการให้การทุจริตจบลงที่รุ่นแม่อย่างดิฉัน หากใครที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ขอให้โปรดพิจารณาพรรคไทยสร้างไทย48 เพราะคะแนนของท่านจะไม่สูญเปล่า แต่จะได้คนทำงานจริงที่โปร่งใสและมีประสบการณ์เข้าไปดูแลเงินภาษีเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนไทยทุกคน

เสียงจากกรงขัง! เปิดจดหมาย ไผ่ ดาวดิน แม้เลือกตั้งไม่ได้ แต่ยังคงสู้ ปลุก 8 กุมภา กาเห็นชอบ

เสียงจากกรงขัง! เปิดจดหมาย ไผ่ ดาวดิน แม้เลือกตั้งไม่ได้ แต่ยังคงสู้ ปลุก 8 กุมภา กาเห็นชอบ

เสียงจากกรงขัง! เปิดจดหมาย ไผ่ ดาวดิน แม้เลือกตั้งไม่ได้ แต่ยังคงสู้ ปลุก 8 กุมภา กาเห็นชอบ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.47 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569  ไผ่ ดาวดิน หรือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักเคลื่อนไหว ที่กำลังถูกคุมขังอยู่ในแดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ได้เขียนจดหมายโดยมีข้อความว่า “ผมคงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งและลงประชามติ มีแต่เสียงของคนที่ผิดหวังแล้วยังสู้อยู่…”

ประชาชนทั้งหลายพึ่งรู้ไว้เถิดว่า 10 ปี แพ้นี้ต้องชำระ ประชามติปี 2559 ได้ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญปี 2560 ร่างกติกาการเลือกตั้งที่ลดทอนคุณค่า ทำให้เสียงของประชาชนไร้ความหมาย เราเลือกผู้แทนเลือกพรรค แต่คนชนะไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะ ส.ว. มีอำนาจเลือกนายก 5 ปี เลือกตั้งไป 2 ที ก็โหวตสวนความต้องการของประชาชน ชอบขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทำลายความฝันในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตยซ้ำแล้วซ้ำเล่า อำนาจสูงสุดกลับกลายเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ที่คอยเซาะกร่อนบ่อนทำลายความหวังในการเปลี่ยนแปลง ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิ์ผู้แทนที่มามาจากเสียงของประชาชน ก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจของรัฐสภา ตีความตามใจเพื่อผลประโยชน์ฝ่ายอนุรักษ์นิยม พยายามทำลายความคิดความเชื่อมั่นว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน 

10 ปีที่แล้วประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม แต่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนได้เรียนรู้และเห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญร่วมกัน เราไม่อาจแก้ไขอดีตที่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ แต่เราร่วมสร้างความหวังในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยด้วยมือของประชาชนได้ ไม่ว่าคุณจะเลือกพรรคประชาชนหรือเลือกพรรคเพื่อไทย ขอจงร่วมแรงร่วมใจ “8 กุมภากาเห็นชอบ” และคอยตรวจสอบการเลือกตั้งช่วยกัน เพราะ กกต. เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระ ซึ่งหมายความว่าอิสระจากประชาชน และพร้อมทำประโยชน์ให้กับกลุ่มของตนที่แต่งตั้งมา

ผมคงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งและลงประชามติ มีแต่เสียงของคนที่ผิดหวังแล้วยังสู้อยู่ ขอให้ให้รู้ไว้ว่า เสียงนี้จะเลือกพรรคประชาชนจนกว่าจะได้เป็นรัฐบาล เสียงนี้จะกาเห็นชอบจนกว่าจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ

เชื่อมั่นในประชาชน

ไผ่ ดาวดิน

2 กุมภาพันธุ์ 2569

แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

‘หนู’ลั่นจัดให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 มั่นใจไม่มีรบรอบ 3 ถ้าเรียกอนุทินกลับมา

‘หนู’ลั่นจัดให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 มั่นใจไม่มีรบรอบ 3 ถ้าเรียกอนุทินกลับมา

‘หนู’ลั่นจัดให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 มั่นใจไม่มีรบรอบ 3 ถ้าเรียกอนุทินกลับมา

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.30 น.

‘อนุทิน’ปิดจ๊อบศรีสะเกษ ขึ้นเวทีกันทรลักษ์ อ้อน เทคะแนน ‘ภท.’ ทั้ง 9 เขต อย่าเลือกแบบฟันหลอหร็อมแหร็ม ลั่นจัดให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 มั่นใจไม่มีรบรอบ 3 ถ้าเรียกอนุทินกลับมา

เวลา 17.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ 2569 ที่ลานศูนย์ราชการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วย นายชิตพล ไตรสรณกุล เขต 4 หาเสียง โดยเวทีนี้มีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมด้วย ทั้งนี้ระหว่างนายอนุทินเดินมาเวทีปราศรัย ได้มีประชาชนและเด็กนักเรียนขอถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน โดยเด็กนักเรียนรุมกรี๊ดดีใจที่ได้เจอนายอนุทิน พร้อมขอถ่ายภาพเซลฟี่  นอกจากนี้ยังมีประชาชนคล้องพวงมาลัยข้าวเปลือกและพวงมาลัยหัวมันให้นายอนุทินด้วย

จากนั้นนายอนุทิน กล่าวปราศรัยว่า กันทรลักษ์กับตนไม่ใช่อื่นไกลช่วงที่มียิงตูมตาม ตนอยู่ตรงนี้กับพี่น้องตลอด แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นอดีตไปแล้ว มันไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีแล้ว ความสามัคคี ความรักของพวกเราความภาคภูมิใจ ที่เราเป็นคนไทยพลังของพวกเรามันส่งไปให้ศัตรูของเราไม่กล้าเข้ามารุกรานเราอีกต่อไป สถานการณ์ตอนนี้กลับสู่สภาวะปกติในฐานะที่ตนเป็นนายกฯต้องขออภัย ที่ต้องอพยพพวกท่านไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม ตนถือว่าความปลอดภัยในชีวิตของพวกท่านมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดการที่ท่านให้ความร่วมมือยอมไปอยู่ในศูนย์อพยพ ยอมออกจากบ้านของตัวเองเพื่อให้รัฐบาลได้ดำเนินการปกป้องแผ่นดินอย่างเต็มที่ มันทำให้เราได้รับชัยชนะมาในระยะเวลาที่รวดเร็ว ขอขอบคุณในความร่วมมือของพ่อแม่พี่น้องทุกคน และวันนี้ที่มาวันที่พ่อแม่พี่น้องชาวกันทรลักษ์และพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศจะต้องตัดสินใจกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศไทยอีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ.ขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวกันทรลักษ์กันได้ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยของพี่น้องทุกคน เที่ยวนี้ตัดสินใจส่งคนที่คิดว่าจะมารับใช้พี่น้องชาวกันทรลักษ์ให้ดีที่สุด คือ นายชิตพล  

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พี่น้องรั้วเอาไหม ยกเลิกเอ็มโอยู 44 เอาไหม เดี๋ยวตนจัดการให้หมด พรรคภูมิใจไทยรู้มาว่าทหารมีไว้ทำไม ไม่เคยพูดว่ามีทหารไว้ทำไม เพราะพรรคภูมิใจไทยรู้ว่าวันใดวันหนึ่งถ้ามันมีเหตุการณ์ที่ประชาชนเดือดร้อนทหารเท่านั้นที่จะปกป้องแผ่นดินให้เรา ทำให้เราปลอดภัย แต่ที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยเชื่อที่สุดว่าทหารไทยรบกับใครก็ชนะ  

“ผมเชื่อว่าพี่น้องเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก ใครจะบอกก็ได้ว่า “ก็เลือกผมสิ” รับรองตัดสินใจไม่ผิดพลาด พรรคหนึ่งบอกว่า มีทหารทำไม พรรคเดียวกันบอกว่ามีทหารรบก็แพ้ อีกพรรคบอกมีทหารอยู่ฝ่ายตรงข้าม เหลือพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวที่บอกว่าทหารอยู่ฝั่งเดียวกับเราทหารไทยไม่มีวันแพ้ กลัวไหมมีรอบที่ 3 ถ้าอนุทินกลับเข้ามายังไงก็ชนะ แต่มั่นใจว่าไม่มีรอบ 3 เพราะพี่น้องให้อนุทินกลับเข้ามา ไม่มีใครกล้ารบกับไทย  เราเอาดินแดนมาให้พี่น้องเราจะไม่ให้ใครเอาดินแดนกลับอีก อย่าได้เข้ามายุ่งกับเราอีก  ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเป็นสิ่งที่ พี่น้องให้ความไว้วางใจ

เที่ยวนี้ผมมั่นใจว่าศรีสะเกษจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยมีผู้แทนของท่านยกจังหวัด มีมีญาติบอกญาติอย่าไปเลือกแบบฟันหลอหร็อมแหร็ม เราไม่มีเวลาที่จะไปทดลองอะไรอีกแล้ว เลือกภูมิใจไทย ศรีสะเกษครบจังหวัด 9 คนรับรองพวกเราทำงานให้ท่านอย่างหมดหัวใจ ผมขอวิงวอนจะให้กราบพี่น้องชาวกันกันทรลักษ์ ขอให้เลือกวันที่ 8 ก.พ.เลือกเบอร์ 4 ถล่มทลาย ถ้าเขาเข้ามาได้ผมจะให้เขาไปตัดผมรองทรง ผมมาหาพี่น้องวันนี้ยังไงก็ต้องมา ตอนนี้ผมมาอยู่ที่นี่ก็ แมนอีหลี อีหลี ผมมาที่นี่เพื่อมากราบขอคะแนนจากพ่อแม่พี่น้องทุกคน“ นายอนุทิน กล่าว.

สนามสงขลาลุกเป็นไฟ จูรี จวก หมอสุภัทร เผด็จการ แบ่งแยกคน ระโนด หาดใหญ่ ชมคลิป

สนามสงขลาลุกเป็นไฟ จูรี จวก หมอสุภัทร เผด็จการ แบ่งแยกคน ระโนด หาดใหญ่ ชมคลิป

สนามสงขลาลุกเป็นไฟ จูรี จวก หมอสุภัทร เผด็จการ แบ่งแยกคน ระโนด หาดใหญ่ ชมคลิป

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.27 น.

วันนี้ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 (พื้นที่อำเภอหาดใหญ่) พรรคประชาธิปัตย์ แชร์วิดีโอคลิปการกล่าวปราศัยของ หมอสุภัทร ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Puwadol Wongsopanakul พร้อมข้อความตัวอักษณว่า “แม้ฉันเกิดระโนด ฉันก็ช่วยเหลือ แบ่งปันและรักหาดใหญ่แห่งนี้ไม่แพ้ใครเหมือนกัน”

ซึ่งภายในคลิปวิดีโอ เป็น หมอสุภัทร สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน กำลังกล่าวปราศัยอยู่บนเวทีพร้อมกับพูดเสียงดังว่า พร้อมออกท่าทาง”แล้วพี่น้องจะเอาคนละโนคมาเป็ สส. เราเหรอ” ซึ่งเบื้องล่างหน้าเวทีปราศัยเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มารับฟังการกล่าวปราศัยของ หมอสุภัทร และยังพูดตะโกนเสียงดังอีกว่า “เราเอาคนหาดใหญ่เท่านั้น”  กระทั่งใม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าตัวก็ยังได้พูดตะโกนเสียงดังตามออกมาอีกว่า “คนระโนดให้ไปอยู่ระโนค” ท่ามกลางเสียงเชีบร์จากบรรดาผู้คนที่เดินทางมารับฟังการปราศัยของเขา 

จูรี นุ่มแก้ว

ซึ่งก่อนหน้านี้ จูรี นุ่มแก้ว ได้มีการโพสต์ลงมาบนเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนหน้านี้ ว่า “ตอนนี้พอคะแนนตามหลัง ก็เริ่มบูลลี่ในชาติกำเนิดของฉัน “ฉันเกิดระโนด”“ไปเลือกทำไมเด็กบ้านๆ”“และอีกมากมายจากขาเชียร์ เธอต้องทำความเข้าใจนะว่าที่ เขากำลังจะเลือกนิคือ ผู้แทนของคนสงขลาเขต 2 สำคัญคือในเรื่องคุณสมบัติการสมัคร กฎหมายเขียนไว้ชัด ใช้หลักการเกิดคือ ”ภูมิลำเนาจังหวัด“ หมายถึง ใครเกิดสงขลา ลงสงขลาได้หมดทุกเขต เพราะเป็นทรัพยากรบุคคลของจังหวัดสงขลา แล้วอิมาปั่นให้เกิดความเกลียดชัง แยกแตกกันในจังหวัดทำไอไหร หนักไปหวานั้นคือ คุณตะโกนบอกสังคมว่า“คุณคือนักประชาธิปไตยตัวจริง แต่คุณกลับยอมรับความเห็นต่างไม่ได้เลย คุณดูถูกทุกคนที่คิดไม่เหมือนคุณ ต่อว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เลือกคนระโนดว่า”ว่าเขาโง่มั้ง ขาดหุ้นมั้ง“ ตกลงคุณคือนักประชาธิปไตย หรือว่าเป็นเผด็จการกันแน่ ที่พยามจะให้ทุกคนคิดเหมือนคุณทุกอย่าง เลิกสักทีตะนิสัยที่ว่า ทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเองฉันเติบโตมากับการโดนดูถูกมาทั้งชีวิต ยิ่งถูกเข้าพันนี้ มันเหมือนยิ่งเติมไฟเติมพลัง ให้ฉันยิ่งต้องสู้เพื่อเป็นปากเสียงให้ชาวบ้าน ปลดแอกให้ชาวบ้านอีกมากมายที่ต้องจมอยู่ถูกดูถูก ที่ต้องเจ็บปวดอยู่กับเรื่องพันนี้ ใส่เบอร์1 จูรี เข้าให้พักเดี้ยวนิเธอ ใส่เข้า ๆ ผลิต 1 ชุดโดยจูรี นุ่มแก้ว ตามวันเวลาที่ปรากฏ”

จูรี นุ่มแก้ว

ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปกระsน่ำคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับคลิปวิดีโอดังกล่าวที่นาย จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 (พื้นที่อำเภอหาดใหญ่) พรรคประชาธิปัตย์ แชร์ลงมาบนเฟซบุ๊กตัวเอง เช่น

“ฉันคนหาดใหญ่ แต่ขอเลือกคนระโนด”

“ฉันคนหาดใหญ่ โดยกำเนิดอย่างแท้จริง ฉันเลือกจุรี เพราะจูรีช่วยเหลือคนหาดใหญ่มากกว่าคนหาดใหญ่ด้วยกันเองซะอีก จะระโนดก็อยู่ในจังหวัดสงขลา และจุรีซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และพี่น้องประชาชน มากกว่าคน ที่บอกตัวเองว่าเป็นคนหาดใหญ่”

“คนปัตตานีจร้า แต่เลือกคนระโนด ไม่จบหมอไม่เป็นไร..อย่าหัวหมอก็พอ”

“ผมเป็นคนนึงที่ตอนเด็กก็อยู่ระโนดเหมือนกันแต่ก็มาเรียนมาโตที่หาดใหญ่ผมก็รุ้สึกสะดุ้งนะ ตอนหมอพูดประโยคนั้นออกมา เราผิดเหรอที่เป็นคนระโนดแล้วถ้าเราจะพัฒนาหาดใหญ่ซึ่งก็เรามาโตที่นี่”

“ฉันคนหาดใหญ่ แต่ฉันเลือกคนระโนด”

จูรี นุ่มแก้ว
จูรี นุ่มแก้ว
จูรี นุ่มแก้ว
จูรี นุ่มแก้ว

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก จูรี นุ่มแก้ว, เฟซบุ๊ก Puwadol Wongsopanakul 

รทสช. ขอคะแนนคนสายไหม-บางเขน พีระพันธุ์ ชูแก้ปัญหาค่าครองชีพ สวัสดิการถ้วนหน้า

รทสช. ขอคะแนนคนสายไหม-บางเขน พีระพันธุ์ ชูแก้ปัญหาค่าครองชีพ สวัสดิการถ้วนหน้า

รทสช. ขอคะแนนคนสายไหม-บางเขน พีระพันธุ์ ชูแก้ปัญหาค่าครองชีพ สวัสดิการถ้วนหน้า

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.19 น.

รทสช. ขอคะแนนคนสายไหม-บางเขน “พีระพันธุ์” ชูแก้ปัญหาค่าครองชีพ หั่นค่าพลังงาน สวัสดิการถ้วนหน้า ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รับเบี้ยยังชีพสูงสุด 2,000 บาท จวกรัฐบาลมองแต่ GDP ละเลยปากท้องประชาชน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ บริเวณตลาดวงศกร เขตสายไหม และ ตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน ช่วยนายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 11 เบอร์ 4 และ นายธนกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 12 เบอร์ 11 หาเสียงเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและเป็นกันเอง มีประชาชนเข้ามาทักทายให้กำลังใจ รวมถึงยังได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ปัจจุบันประชาชนเผชิญภาระค่าครองชีพสูง ขณะที่รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ทำให้หลายครัวเรือนไม่มีเงินเหลือสำหรับการจับจ่าย แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น “คนละครึ่ง” แต่หากประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า มาตรการดังกล่าวก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับตัวเลข GDP เป็นหลัก แต่กลับละเลยคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในชีวิตประจำวัน

นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่า ภารกิจเร่งด่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติหากได้เป็นรัฐบาล คือการลดภาระค่าครองชีพในปัจจัยพื้นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และแก๊สหุงต้ม ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทุกครัวเรือน โดยย้ำว่า เงินภาษีที่ประชาชนจ่ายให้รัฐต้องถูกนำกลับมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก

นอกจากนี้ นายพีระพันธ์ ยังกล่าวถึงนโยบายสวัสดิการ โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการเป็น 1,500 บาทถ้วนหน้า และเพิ่มอีก 500 บาทสำหรับผู้ที่เคยเสียภาษี พร้อมยกตัวอย่างกรณีอดีตทหารเกณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาครที่ประสบอุบัติเหตุจนพิการรุนแรง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ อีกทั้งต้องดูแลบุตรที่ป่วยเป็นโปลิโอ แต่กลับยังไม่ได้รับการดูแลจากรัฐอย่างทั่วถึง สะท้อนถึงช่องว่างของระบบสวัสดิการ ทั้งนี้ ตนได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือกรณีดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว
 

ถก RBC ไทย-กัมพูชา พื้นที่ กปช.จต. ล่มอีก เหตุข้อเสนออยู่นอกกรอบถ้อยแถลง

ถก RBC ไทย-กัมพูชา พื้นที่ กปช.จต. ล่มอีก เหตุข้อเสนออยู่นอกกรอบถ้อยแถลง

ถก RBC ไทย-กัมพูชา พื้นที่ กปช.จต. ล่มอีก เหตุข้อเสนออยู่นอกกรอบถ้อยแถลง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.00 น.

ถก RBC ไทย–กัมพูชา พื้นที่กปช.จต. ล่มอีก ไม่บรรลุผล หลังข้อเสนอฝ่ายกัมพูชาอยู่นอกกรอบถ้อยแถลงร่วม GBC

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ขอเรียนความคืบหน้าของการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ (Special Regional Border Committee: RBC) ครั้งที่ 1 ด้านกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และภูมิภาคทหารที่ 3 ของกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้น ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ 3–5 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วม และยุติการประชุมลงในช่วงบ่ายของวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) โดยยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้

เจตนาของการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้กรอบของถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาช่องทางการสื่อสาร ลดความตึงเครียดในพื้นที่ และธำรงไว้ซึ่งการหยุดยิงอย่างยั่งยืน เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้มีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการหารือ ฝ่ายกัมพูชาได้เสนอแนวทางและประเด็นบางประการที่สะท้อนเจตนาเกี่ยวกับประเด็นเขตแดน ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันและแจ้งว่าข้อเสนอดังกล่าวอยู่นอกเหนือกรอบวัตถุประสงค์ของการประชุม RBC และไม่สอดคล้องกับสาระสำคัญของถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้ไม่สามารถหาฉันทามติในประเด็นดังกล่าวได้ 

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการดำเนินการหารือด้วยความสุจริตใจ แสดงความยืดหยุ่นภายใต้กรอบข้อตกลงที่มีอยู่ และเสนอแนวทางเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้การประชุมสามารถเดินหน้าสู่การบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ รวมทั้งยึดมั่นหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การเคารพข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว และการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี เมื่อไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันภายใต้กรอบดังกล่าวได้ การประชุมจึงไม่อาจดำเนินต่อไปได้

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังคงยืนยันจุดยืนในการยึดมั่นกรอบข้อตกลงและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ พร้อมทั้งเปิดกว้างสำหรับการหารือจากฝ่ายกัมพูชาในโอกาสต่อไป ภายใต้เงื่อนไขของการเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสันติภาพ ความสงบสุข และความมั่นคงตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ