สมชัย ไขปมร้อน หมอสุภัทร จนกว่าคำสั่งจะมีผล ยังไม่หลุดเก้าอี้ผู้สมัคร สส

สมชัย ไขปมร้อน หมอสุภัทร จนกว่าคำสั่งจะมีผล ยังไม่หลุดเก้าอี้ผู้สมัคร สส

สมชัย ไขปมร้อน หมอสุภัทร จนกว่าคำสั่งจะมีผล ยังไม่หลุดเก้าอี้ผู้สมัคร สส

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

จากกรณีดรามาของหมอ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือที่รู้จักกันในชื่อ หมอสุภัทร กับปมจัดซื้อจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 5 ครั้ง มูลค่ารวมประมาณ 7.8 – 8 ล้านบาท ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปี 2564 เพื่อใช้ในปฏิบัติการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ที่มีราคาถูกหว่าราคาทั่วไป จนเกิดกระแสร้อนแรงบนโลกออนไลน์

ล่าสุดวันนี้ 28 มกราคม พ.ศ. 2569 สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกับกรณีของ หมอสุภัทร โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “กรณี การปลดออกจากข้าราชการของหมอสุภัทร

คำถาม ในเมื่อหมอสุภัทร ลาออกจากราชการมาสมัคร สส.แล้ว ทำไม จึงมีข่าวว่า อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข จึงมีมติปลดออกจากราชการอีก

คำตอบ มติการปลดออกจากราชการ เป็นผลของการตั้งกรรมการสอบวินัย จากเหตุการณ์การจัดซื้อจัดจ้าง ATK ตรวจโควิด มูลค่ารวมประมาณ 8 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา

สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถาม มติปลดออก มีผลอะไรต่อ การเป็นผู้สมัคร สส. ของ นพ. สุภัทร

คำตอบ มีผล เพราะมาตรา 42 (10) ของ พ.ร.ป. สส. ระบุลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สมัคร สส. ว่า “เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ.. เพราะทุจริตต่อหน้าที่”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถาม เรื่องนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่

คำตอบ ได้ ข้าราชการที่ถูกสั่งให้พ้นราชการ (ปลดออก ไล่ออก) มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. หรือ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้ ภายใน 30 วัน และยังฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 90 วัน หากไม่พอใจคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ได้อีก

สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถาม มติ อ.ก.พ. เป็นผลให้ หมอสุภัทร ต้องเป็นผู้ถูกสั่งให้พ้นราชการแล้วหรือยัง

คำตอบ ยัง การพ้นจะมีผลคือ หัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง คือ ปลัดกระทรวง ลงนามคำสั่งปลดออกจากราชการ เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ (28 มกราคม 2569) ยังไม่มีการลงนาม หมอสุภัทร จึงยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. อยู่”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

ทำเอาชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามกับโพสต์ของ สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีต่อ หมอสุภัทร เช่น

“ไปร้องเหมือนที่ยิ่งลักษณ์ย้ายข้าราชการคนหนึ่ง แล้วยิ่งลักษณ์แพ้ ได้ไหมครับ”

“ขอบคุณ ความรู้จากอาจารย์ค่ะ”

“ชัดเจนคับท่าน”

“โดนพวกเทาดำๆ กลั่นแกล้ง เตะตัดขา หวังผลทางการเมืองขัวร์ ยิ่งต้องเลือกหมอสุภัทร”

“#saveหมอสุภัทรเลือกส้มทั้งแผ่นดิน”

“แล้วคิดว่า ปลัดฯจะลงนามปลดมั้ย…”

“ควรดูที่เจตนาด้วยในภาวะวิกฤต”

“รมต.รักษาการสามารถโยกย้าย ลงโทษข้าราชการได้หรือไม่”

สมชัย
สมชัย
สมชัย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร

อนุทิน แจงจับมือ ธนาธร กลางตลาด ย้ำไม่ประกาศเอา ไม่เอาพรรคไหน ลั่น ภท.ไม่มีปัญหากับใคร

อนุทิน แจงจับมือ ธนาธร กลางตลาด ย้ำไม่ประกาศเอา ไม่เอาพรรคไหน ลั่น ภท.ไม่มีปัญหากับใคร

อนุทิน แจงจับมือ ธนาธร กลางตลาด ย้ำไม่ประกาศเอา ไม่เอาพรรคไหน ลั่น ภท.ไม่มีปัญหากับใคร

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

‘อนุทิน’ ชี้แต้ม ‘ภท.’ สูสี ‘พรรคส้ม’ แค่คะแนนโพล ขอดูของจริง 8 ก.พ.นี้ แจงจับมือ ‘ธนาธร’ รู้จักกัน ไม่มีอะไรกัน  รับแนวทางต่างกัน แต่ทำเพื่อประเทศชาติ ลั่นไม่ประกาศเอา-ไม่เอาพรรคไหน ไร้มีปัญหา-ข้อจำกัดกับใคร

28ม.ค.2569 เมื่อเวลา11.15น. ที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพบกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเจ้าพรหมว่า ดี ก็ทักทายกันดี สื่อก็เห็นว่าเจอกันในตลาดพอดี นายธนาธรก็บอกพี่ไปทางนี้ ผมไปทางนี้ ลำโพงจะได้ไม่ตีกัน 

เมื่อถามว่า เห็นภาพจับมือกันนายธนาธร ในอนาคตจะคุยกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เอ้า คนรู้จักกันนะ ไม่ใช่ไม่รู้จักกัน เจอกันทุกทีก็เป็นลักษณะนี้ ส่วนเรื่องของการทำงานการเมืองต่างคนก็ต่างมีแนวทางกันไป นี่คือการทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะให้เดินสวนกัน ไม่ทักกัน แยกเขี้ยวใส่กัน มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่สไตล์ของผม“ เมื่อถามย้ำว่า วันนี้จับมือกันแล้ว อนาคตจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”อดีตก็จับมือกันมาแล้ว ถามอะไรล่ะ“

เมื่อถามว่า การจับมือเป็นการตอกย้ำในการร่วมรัฐบาลกันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การจับมือนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราต่างคนต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในทางส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน เราต่างคนต่างรักชาติ รักประชาชน อยากทำงานให้ประเทศไทยเจริญ เรามีเป้าหมายเดียวกันหมด 

เมื่อถามว่า ขณะนี้สามารถบอกได้หรือยังว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับใคร ได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีข้อจำกัดใด ๆ และเราไม่พูดถึง ไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น เวลาหาเสียงเราไม่พูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่ากัน ทุกคนมีความหวังดีกับประชาชนหมด เราก็ทำในหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด 

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัด ว่าไม่เอาพรรคไหน แล้วพรรคภูมิใจไทยจะประกาศชัดเจนแบบนั้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเดินตามแนวทางหรือวิธีการของพรรคอื่นๆ เราก็มีแนวทาง วิธีการของพวกเรา พรรคอื่นๆ อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องความสัมพันธ์ ในเรื่องของอดีต พฤติกรรมของแต่ละพรรค ที่เขาอาจจะมีปัญหากันมาก่อน พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีปัญหากับพรรคไหน เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าเป็นมิตรกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เชิงเป็นมิตร แต่เป็นมิตรกับประชาชน และหวังดีกับประเทศไทย 

เมื่อถามว่า ที่จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้ากวาด สส.ยกจังหวัดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ส่งผู้สมัครที่มีความแข็งแรง เป็นที่วางใจของประชาชนทุกเขต

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่หาเสียงเกือบทุกภาคของนายกฯ ทำให้มั่นใจได้หรือไม่ว่า จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่มีคำว่ามั่นใจหรอก มีแต่คำว่าทุกเขต โดยเฉพาะเขตที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทย ทุกคนก็ทำหน้าที่ เดินขอคะแนนพี่น้องประชาชน ขายนโยบายอย่างเต็มที่ ไม่มีวันหยุด

เมื่อถามถึงพื้นที่ กทม. ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ลงพื้นที่อย่างหนักเหมือนกัน เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่านโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอไว้ ไม่ใช่จะต้องมานำเสนอใหม่อะไรมากมาย ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เราก็ได้ทำพื้นฐานไว้ในระดับหนึ่งแล้ว เรามีบุคลากรเฉพาะด้าน โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มี 4 ภัย ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ภัยสังคม และภัยยาเสพติด เรามีการวางตัวคนที่ไปทำงานในด้านเหล่านี้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า คะแนนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่ขนาดสูสีกัน หายใจรดต้นคอ นายอนุทิน กล่าวว่า อันนั้นมันคะแนนของโพล ของจริงวันที่ 8 ก.พ. 

อนุทิน เผยเสียงสะท้อน ปชช. เร่งแก้ชายแดน ยันสถานการณ์เรียบร้อยดี ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน

อนุทิน เผยเสียงสะท้อน ปชช. เร่งแก้ชายแดน ยันสถานการณ์เรียบร้อยดี ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน

อนุทิน เผยเสียงสะท้อน ปชช. เร่งแก้ชายแดน ยันสถานการณ์เรียบร้อยดี ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.51 น.

‘นายกฯ’ เผยปชช.ขอเร่งแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน ยึดตามข้อตกลงเดิมก่อนหยุดยิง  

วันที่ 28 มกราคม 2569 เมื่อเวล า11.15 น. ที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงที่จ.พระนครศรีอยุธยาว่า เป็นการหาเสียงแบบออร์แกนิก สิ่งที่ประชาชนสะท้อนเป็นเรื่องแรกคือ อยากให้แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยากให้จัดการปัญหาให้เรียบร้อย จึงได้พูดคุยและยืนยันกับประชาชนว่าขณะนี้สถานการณ์เรียบร้อย ให้ไปดำเนินชีวิตตามแผนของตัวเองได้อย่างปกติ ไม่ต้องกังวลใดๆ รัฐบาลและกองทัพได้หารือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หากมีเหตุการณ์ใดๆ ก็พร้อมรับสถานการณ์ และให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการคุกคามใดๆ เกิดขึ้น 

เมื่อถามว่า มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างยั่งยืนหรือไม่ นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยดี ไม่เคยรุกรานเขาก่อน จึงสามารถที่จะตั้งเงื่อนไขได้ ขณะเดียวกัน ยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ และดำเนินชีวิตได้ปกติ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และหากจะต้องมีการพูดคุยกันหรือรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตในอนาคต จะต้องมั่นใจว่า เงื่อนไขเราได้รับการปฏิบัติและได้รับการยอมรับจากคู่กรณี

เมื่อถามว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งสัญญาณอะไรถึงผู้นำไทย หลังจากที่มีการหยุดยิงบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องส่งสัญญาณอะไร เราอยู่ภายใต้สัญญาหยุดยิง ถ้อยแถลงที่ได้มีการเซ็นไปเมื่อปลายเดือน ธ.ค.ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดิมที่ตกลงกันไว้ระหว่าง 2 ประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชา เรียกร้องให้มีการเปิดด่าน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี

สธ.ยันมติปลด หมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ไม่มีใบสั่ง เผยไทม์ไลน์ทำถูกขั้นตอน

สธ.ยันมติปลด หมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ไม่มีใบสั่ง เผยไทม์ไลน์ทำถูกขั้นตอน

สธ.ยันมติปลด หมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ไม่มีใบสั่ง เผยไทม์ไลน์ทำถูกขั้นตอน

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

3 หมอ ลั่นลงมติ อ.ก.พ.สธ.ทำตามหน้าที่ขรก. ไร้ใบสั่งการเมือง ‘หมอสุภัทร’- ลุ้นบอร์ด ก.พ. ชี้ขาด

วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) แถลงข่าว กรณี อ.ก.พ.สธ. มีมติที่เกี่ยวข้องกับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ โดยนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ แถลงตอนหนึ่งว่า จากกรณี นพ.สุภัทร กระทบต่อกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงจำเป็นต้องออกมาแถลงในส่วนที่กระทรวงสาธารณ สุข ดำเนินการและสามารถแถลงได้ แต่ มติ อ.ก.พ.สธ. ยังเปิดเผยไม่ได้ ส่วนที่เปิดเผยไปก่อนหน้านี้ในสื่อต้องดูว่ามาจากที่ไหน อย่างไร ดังนั้น การแถลง ณ วันนี้ จะไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสาระจากที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. เพราะยังทำไม่ได้ แต่ผลจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มีการสอบสวนก่อนหน้านี้ เปิดเผยได้

โดยผลสอบสวนเป็นข้อมูลนำเข้าในการประชุม อ.ก.พ.สธ. ดังนี้ คำสั่งแต่งตั้งเขียนว่ากรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ที่ นายสุภัทร ขณะดำรงตำแหน่งผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยา ศาสตร์ทางการแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) ในวงเงินไม่เกิน2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง เป็นการแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK เป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เป็นการปฏิบัติราชการที่แสวงหาประโยชน์อันมิควร สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ได้ดำเนินการสั่งซื้อที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ และเมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรง  ผลจากการสอบของคณะกรรมการสอบ สวนวินัยฯ เสร็จปลายเดือน ก.ย. 2568 โดยคณะกรรมการฯชุดนั้นสรุปว่า “ผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเสนอลงโทษปลดออกจากราชการ” ซึ่งตรงนี้เป็นข้อมูลนำเข้าใน อ.ก.พ.สธ. 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามติ อ.ก.พ.สธ.จะเป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากหนึ่งในกรรมการใช้มาตรา 104 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราช การพลเรือน พ.ศ.2551 ยกการพิจารณาทั้งหมดให้ไปอยู่ในคณะกรรมการ ก.พ.ชุดใหญ่ 

นายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มติ อ.ก.พ.สธ.เป็นความลับทางราชการ ยังไม่ได้ออกรายงานมาเลย และจากการประชุม อ.ก.พ.สธ.เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ได้ตรวจสอบองค์คณะครบถ้วนเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่เสนอ ก.พ.ชุดใหญ่นั้น จะเป็นอีกส่วนหนึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. ส่วนของ อ.ก.พ.สธ.ก็ทำหน้าที่ของตนเอง

ถามย้ำว่า ไม่ต้องรอบอร์ดชุดใหญ่ของ ก.พ.พิจารณาก่อนหรืออย่างไร นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ตามกฎหมายไม่ต้องรอ จะมีกระบวนการว่า เมื่อออกคำสั่งแล้วจะต้องรายงานให้ก.พ.ทราบ 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากบอร์ดก.พ.ชุดใหญ่พิจารณาสวนทางกับมติ อ.ก.พสธ. วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ถือว่ามติ อ.ก.พ.สธ.กรณีหมอสุภัทร จะเป็นโมฆะหรือไม่ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ตามกฎหมายมาตรา 104 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 หากมีมติเป็นเช่นใด ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องดำเนินการตามมติ ก.พ.

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ในส่วนของ อ.ก.พ.สธ.อยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน ส่วนผู้ที่จะลงนาม ปลัดได้มอบให้ รองปลัดสธ.ดูแลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นกรณีที่อาจมีประเด็นอยู่ในช่วงสมัครเลือกตั้ง แต่ในทางราชการ ก็มีกฎหมายที่ต้องทำ ยอมรับว่ามีกังวล แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีมติ ก็ต้องทำตามขั้นตอนเป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ 

นายเกตุแก้ว กล่าวถึงกระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรง ว่า ขอยืนยันว่าการดำเนินการชอบด้วยกฎหมายและขั้นตอนของระเบียบราชการกำหนดทุกประการ และเป็นไปตามครรลองของกฎหมายปกติ 

โดยเริ่มแรก 13-17 ก.พ.2566 กลุ่มตรวจสอบภายในของกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าตรวจสอบ รพ.จะนะ จ.สงขลา เป็นการตรวจสอบทั่วไป และรายงานผลต่อปลัด กระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้น 

ต่อมา 7 มี.ค.2566 กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเกี่ยวกับประเด็นการจัดซื้อ ATK 8 พ.ค.2566 กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งคณะกรรม การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง จากนั้น 21 ก.ค.2566 ประธานกรรมการสอบสวนวินัยฯ ทราบคำสั่งและดำเนินการทางกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด ตั้งแต่รับทราบคำสั่ง นัดประชุม และแจ้งผู้ถูกกล่าวหามารับทราบคำสั่ง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้มารับทราบคำสั่ง และยื่นชี้แจงเป็นหนังสือหลายหน้ากระดาษ ซึ่งได้มาพบคณะกรรมการสอบสวน กระทั่ง 23 

ก.ย.2568 คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เสนอรายงานสอบสวน ความเห็นต่อ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเห็นชอบตามการสอบสวนฯ และให้นำเข้า อ.ก.พ.สธ. พิจารณาลงโทษต่อไป แต่ก่อนเข้าอ.ก.พ. สธ. มีคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาในวันที่ 4 ธ.ค.2568 ต่อมาวันที่ 22 ม.ค.2569 จึงมีการประชุม อ.ก.พ.สธ. และนำเรื่องนี้พิจารณา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นไทม์ไลน์ปกติ

“ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนที่ดำเนินการออกคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติ อ.ก.พ.สธ. ทั้งหมด จึงเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดทุกประการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า การปฏิบัติราชการและทำผิดระเบียบมีกรณีมากมายที่มีการแบ่งซื้อ เพื่อลดวงเงินมาอยู่อำนาจตัวเอง มีหลายเคสที่ลงโทษ เพียงแต่ไม่เป็นข่าว

เมื่อถามว่ากรณีสังคมตั้งคำถามว่า นพ.สุภัทร จะผิดได้อย่างไรในเมื่อการจัดซื้อเป็นไปตาม ว.115 ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินคือ โควิดระบาดนั้น นายเกตุแก้ว กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยได้นำมาพิจารณาตาม ว.115 โดยได้พิจารณาแล้วชั่งน้ำหนัก วิเคราะห์มีหลักฐานประกอบทุกอย่าง ไม่สามารถลงลึกได้

นพ.สมฤกษ์ อธิบายว่า ว.115 ทางกรมบัญชีกลางออกมาเพื่อให้รับมือกับสถาน การณ์วิกฤต ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องขออนุมัติก่อน แต่กรณีนั้นให้นำของมาใช้ก่อนได้ แต่เมื่อนำมาใช้แล้ว ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว  

เมื่อถามว่า นพ.สุภัทร รายงานผู้บังคับบัญชาช้าหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอลงรายละเอียด ต่อข้อถามว่า เมื่อลงนาม มติ อ.ก.พ.สธ.และรายงานไปยังก.พ.นั้น ทางบอร์ด ก.พ.จะพิจารณาเองหรือต้องมีคนร้องอีกครั้ง นายเกตุแก้ว กล่าวว่า มาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ให้อำนาจ ผู้แทน ก.พ. ซึ่งอยู่ในอ.ก.พ.สธ. 1 ท่าน เห็นแย้งมติได้ และสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายของคณะกรรมการ ก.พ.ได้ โดยเสนอเอง ไม่ต้องมีผู้ร้อง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ตามกฎหมายต้องทำภายในกี่วัน หลังอ.ก.พ.สธ.มีมติ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ถ้าในตัวระเบียบไม่ได้กำหนดวัน แต่ต้องทำโดยเร็ว โดยหากมีคำสั่งแล้ว ในกฎหมายบอกว่าต้องรายงาน ก.พ. ภายใน 15 วัน

อนุทิน เดินตลาดหัวรอ-อยุธยาซิตี้พาร์ค วัยรุ่นนำภาพมาขอลายเซ็น-มอบรูปวัดไชยวัฒนารามให้เป็นที่ระลึก

อนุทิน เดินตลาดหัวรอ-อยุธยาซิตี้พาร์ค วัยรุ่นนำภาพมาขอลายเซ็น-มอบรูปวัดไชยวัฒนารามให้เป็นที่ระลึก

อนุทิน เดินตลาดหัวรอ-อยุธยาซิตี้พาร์ค วัยรุ่นนำภาพมาขอลายเซ็น-มอบรูปวัดไชยวัฒนารามให้เป็นที่ระลึก

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.09 น.

‘อนุทิน’ ลุยหาเสียงต่อ ‘ตลาดหัวรอ – อยุธยาซิตี้พาร์ค’ วัยรุ่นนำภาพมาขอลายเซ็น-มอบรูปวัดไชยวัฒนารามให้เป็นที่ระลึก

วัยที่ 28 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ เดินทางต่อมาที่ตลาดหัวรอ ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครสส.พระนครศรีอยุธยาของพรรค ภูมิใจไทย มีประชาชนมารอรับพร้อมมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ

โดยช่วงหนึ่งที่นายอนุทินกำลังช่วยผู้สมัครหาเสียง มีเด็กวัยรุ่นได้นำภาพของนายอนุทินมาให้นายอนุทินเซ็นเป็นที่ระลึกขณะที่ประชาชนบางคน ได้นำภาพวาดสีน้ำ รูปวัดไชยวัฒนารามมามอบให้ พร้อมให้กำลังใจเช่นกัน โดยคณะใช้เวลาเดินทักทายพูดคุยประชาชน ประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวานและ ลงพื้นที่พบปะประชาชนพ่อค้าแม่ค้าภายในห้างอยุธยา ซิตี้ พาร์ค

กกต. คุมเข้มเลือกตั้ง-ประชามติ ป้องกันซื้อเสียง ขีดเส้นข้อห้าม วัน-เวลา ห้ามหาเสียง-ขายเหล้า

กกต. คุมเข้มเลือกตั้ง-ประชามติ ป้องกันซื้อเสียง ขีดเส้นข้อห้าม วัน-เวลา ห้ามหาเสียง-ขายเหล้า

กกต. คุมเข้มเลือกตั้ง-ประชามติ ป้องกันซื้อเสียง ขีดเส้นข้อห้าม วัน-เวลา ห้ามหาเสียง-ขายเหล้า

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.00 น.

กกต.กำชับทุกพื้นที่คุมเข้มโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งและประชามติ ระดมผู้ตรวจการเลือกตั้ง–ตร.ชุดเคลื่อนที่เร็ว ป้องกันซื้อสิทธิขายเสียง ย้ำประชาชนพบเบาะแสแจ้งทันที เผยมีร้องเรียนจนท.ไม่เป็นกลางที่จ.พิจิตรแล้ว พร้อมขีดเส้นข้อห้าม’เลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ.’ ห้ามหาเสียง–จัดเลี้ยง–แจกสุรา ตั้งแต่เย็น 31 ม.ค.

วันที่ 28 มกราคม 2569  นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  กล่าวถึง การกำชับการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติว่า เราได้กำชับทุกพื้นที่ในเรื่องของการป้องกัน และให้การเลือกตั้งออกมาอย่างสุจริตเที่ยงธรรม โดยในช่วงการหาข่าวช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนั้นเราก็ได้เน้นการทำงานของผู้ตรวจการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเรากกต. พยายามทำให้การเลือกตั้งไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า เราจะสร้างความมั่นใจได้อย่างไรกับที่ว่าการซื้อสิทธิขายเสียงประชาชนเห็นแต่กกต.เท่านั้นที่ไม่เห็น นายณรงค์ กล่าวว่า ก็จะได้เป็นแนวทางที่ว่าประชาชนหรือผู้ทราบเบาะแสการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้แจ้งเบาะแสเข้ามาแล้ว กกต. จะเรียกมาให้ข้อมูลและดำเนินการต่อ

เมื่อถามว่ามีเรื่องร้องเรียนการวางไม่เป็นกลางเข้ามาแล้วหรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า ทราบว่ามีที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่วางตัวไม่เป็นกลางไปแล้ว นอกนั้นยังไม่มี และในส่วนของกกต. เราได้เน้นย้ำว่าการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ต้องวางตัวเป็นกลางอยู่แล้ว

ส่วนข้อห้ามปฏิบัติในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.2569 ว่าถ้าเป็นกรณีการทำประชามติสามารถรณรงค์ได้ตลอดเวลา แต่ในเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้าสส. จะมีข้อห้ามในเรื่องของการจัดเลี้ยง แจกจ่ายสุรา ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค.จนถึง 18.00 น. วันที่ 1 ก.พ. ส่วนการหาเสียงนั้นไม่ให้หาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. จนถึง 24.00 น. ของวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งในส่วนของสื่อมวลชนที่จะจัดเวทีดีเบตในช่วงเวลาดังกล่าวก็ต้องดูว่าจัดเรื่องอะไรเป็นการหาเสียงหรือไม่ ซึ่งคิดว่าคนที่จัดดีเบตก็ต้องดูว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน

จุลพันธ์ นำทัพเพื่อไทย ช่วย จิรายุ ชูนโยบาย รถบดอัดฟาง แทนการเผาลด PM2 5

จุลพันธ์ นำทัพเพื่อไทย ช่วย จิรายุ ชูนโยบาย รถบดอัดฟาง แทนการเผาลด PM2 5

จุลพันธ์ นำทัพเพื่อไทย ช่วย จิรายุ ชูนโยบาย รถบดอัดฟาง แทนการเผาลด PM2 5

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.58 น.

วันที่ 28 มกราคม 2569  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เขตคลองสามวา กทม. เขตเลือกตั้งของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคเพื่อไทย เขต 16 คลองสามวา เบอร์ 7 โดยนายจุลพันธ์ พร้อมผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคและนายจิรายุ ได้พบปะพี่น้องประชาชน ที่ตลาดหทัยมิตร ถนนหทัยราษฎร์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเชียร์ให้นายจิรายุ ซึ่งเป็นลูกหลานในพื้นที่เขตคลองสามวา ให้กลับมาเป็นสส.ของเขตคลองสามวาอีกครั้ง

จากนั้น นายจุลพันธ์ พร้อมคณะ และนายจิรายุ เดินทางต่อมาที่บริเวณทุ่งนาถนนเลียบคลองสอง คลองสามวา เพื่อชมการสาธิต “รถบดอัดฟาง” เป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่อยู่อาศัยในเขตคลองสามวา ซึ่งผู้ทำเกษตรกรรมชานเมืองกรุงเทพมหานคร เห็นว่าการบดอัดฟางแทนการเผา ทำให้ช่วยลดมลพิษในพื้นที่กทม.ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นนโยบายหลักสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ซึ่งที่ผ่านมานายจิรายุในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมเขตคลองสามวาและรองประธานสภาวัฒนธรรม กทม. และ นางสาวนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคลองสามวา ได้สนับสนุนให้ประชาชนที่ทำเกษตรกรรมในโซนติดกับจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานี ลดการเผาฟางหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่ได้นำรถบดอัดฟางมาใช้ ทำให้มลพิษของเขตคลองสามวาลดน้อยลง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน

จุลพันธ์

ด้านนายจิรายุ กล่าวว่า “ ส่วนการแก้ไขปัญหาอื่นๆเชิงโครงสร้างนั้น คลองสามวาเป็นเขตที่มีประชากรมากที่สุดของ กรุงเทพฯ จาก 50 เขต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องประสานนโยบายระดับท้องถิ่นกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการจราจร เช่นการเพิ่มถนนสายใหญ่สายใหม่,ส่วนต่อขยายทางด่วน รามอินทรา -อาจณรงค์ การจัดทำสะพานข้ามแยกบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ เป็นไปตามข้อเสนอของนาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ เมื่อปี 2565 และการเสนอส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีสีชมพูบนถนนนิมิตใหม่ไปเชื่อมกับสายสีเขียวที่ลำลูกกา เพื่อการคมนาคมที่ดียิ่งขึ้น และรองรับประชากรที่เข้ามาอยู่ในเขตคลองสามวามากเป็นอันอับ 1 ของกทม.” 

จุลพันธ์
จุลพันธ์
จุลพันธ์
จุลพันธ์

ทบ.โต้กลับนักการเมือง! ยันไร้ IO แทรกแซงการเมือง ชี้วิจารณ์ไร้หลักฐาน สะท้อนอคติส่วนตัว

ทบ.โต้กลับนักการเมือง! ยันไร้ IO แทรกแซงการเมือง ชี้วิจารณ์ไร้หลักฐาน สะท้อนอคติส่วนตัว

ทบ.โต้กลับนักการเมือง! ยันไร้ IO แทรกแซงการเมือง ชี้วิจารณ์ไร้หลักฐาน สะท้อนอคติส่วนตัว

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.55 น.

โฆษก ทบ. ติง นักการเมือง กล่าวหา กองทัพ ขวางการเมือง ไร้การพิสูจย์ สะท้อน ทัศนคติมีต่อองค์กรทหาร  ชี้การวิพากษ์วิจารณ์ควรตั้งอยู่บนจริยธรรม ความจริง และความรับผิดชอบ

วันที่ 28 มกราคม 2569  ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีนักการเมืองบางท่านได้แสดงทัศนคติส่วนตัว เชิงตำหนิกองทัพ โดยระบุว่า กองทัพมีการแทรกแซงและขัดขวางกระบวนการทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ โดยใช้การปฏิบัติการข่าวสาร (IO : Information Operation) หลังพบว่ามีกำลังพลของกองทัพเผยแพร่ข้อความในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ (Line) ที่มีเนื้อหาให้ความรู้เชื่อมโยงประเด็นการเมืองการปกครองว่า

การด่วนสรุปว่าเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับความเห็นส่วนตัวเป็นการดำเนินการของกองทัพนั้น สะท้อนถึงอคติส่วนบุคคลที่มีต่อองค์กรทหาร ในขณะที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ การนำข้อมูลมาวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะชี้นำสังคมจึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้วิพากษ์วิจารณ์เป็นบุคคลสาธารณะ หรือนักการเมือง การพาดพิงองค์กรอื่นให้เกิดความเสียหายควรตั้งอยู่บนหลักจริยธรรม ความเป็นจริง และความรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันรักษาบรรยากาศที่ดีของสังคม

คุมเข้มโค้งสุดท้าย! กกต.เยี่ยมการติว กปน.-กปส. บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จัดเลือกตั้ง-ประชามติ

คุมเข้มโค้งสุดท้าย! กกต.เยี่ยมการติว กปน.-กปส. บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จัดเลือกตั้ง-ประชามติ

คุมเข้มโค้งสุดท้าย! กกต.เยี่ยมการติว กปน.-กปส. บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จัดเลือกตั้ง-ประชามติ

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.47 น.

ประธาน กกต.ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมอบรม กปน.-กปส. อ.บางน้ำ เปรี้ยว จัดการเลือกตั้งและประชามติ กำชับออกหาข่าวซื้อเสียง วอน ปชช.เข้าใจตั้งด่านสกัดอาจกระทบสิทธิ แต่เพื่อการเลือกตั้งชอบกฎหมาย

วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ว่าการอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นายณรงค์  กลั่นวารินทร์  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) และมอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ

น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 2 อำเภอบางน้ำเปรี้ยวถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง  แต่ทางจังหวัดก็ให้ความเป็นธรรมและให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยจังหวัดได้มีการกำชับส่วนราชการต่างๆผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งให้วางตัวเป็นกลาง   ต้องไม่เลือกปฏิบัติทั้งนี้แม้ว่าพื้นที่จะมีการแข่งขันให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

นายณรงค์  ได้มอบนโยบายว่า กกต. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก จนมาสิ้นสุดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยอยากฝากให้ทุกฝ่ายช่วยจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกพร้อมกับการออกเสียงประชามติ จึงอยากให้มีการระดมทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งจังหวัด ฝ่ายปกครอง และเครือข่าย เพื่อจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  พร้อมยอมรับว่า กกต.ส่วนกลางก็มียังข้อห่วงใยและข้อกังวล โดยฝากกำชับเจ้าหน้าที่ออกตรวจและดูพื้นที่สภาพความเป็นจริง ในขณะเดียวกันขอเน้นย้ำกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนั้นการทำหน้าที่ของ กปน.ทั้งคนที่เคยจัดการเลือกตั้งและเป็น กปน.ใหม่ ก็ต้องศึกษาแนวทางปฏิบัติ และรับการอบรมจากวิทยากร เพื่อให้การทำหน้าที่เป็นไปด้วยความสมบูรณ์ ไม่มีข้อบกพร่อง ดังนั้นจึงฝากว่าหากมีข้อบกพร่องด้านใด สามารถสอบถามผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้เกิดความเข้าใจและไม่เกิดข้อผิดพลาด เพราะบางเรื่องอาจจะเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย โดย กกต.ได้กำหนดแนวทางไว้แล้ว ไม่ควรจะเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นอีก เพื่อจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ ลดเรื่องร้องเรียน  พร้อมขอขอบคุณจังหวัด ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเครือข่ายที่มาช่วยจัดการเลือกตั้ง การอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เนื่องจาก กกต.มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะจัดการเลือกตั้งทั้งประเทศ

นายณรงค์  ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่ให้มีการดำเนินการป้องปราม ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย ส่วนแนวทางการเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย กกต.ได้กำชับให้ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้ออกตรวจพื้นที่พร้อมกับหาข่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมยอมรับว่าการตั้งด่านจุดสกัดตรวจค้นในช่วงนี้ สังคมตั้งคำถามว่า กกต. ทำอะไรบ้าง  ซึ่งขณะนี้พยายามทำทุกวิถีทางว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงต้องเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด ส่วนหนึ่งคือการใช้มาตรการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ซึ่งจะมีการตั้งด่านร่วมกับหน่วยงานอื่นแม้จะกระทบกับสิทธิของประชาชนบ้าง แต่คิดว่าประชาชนจะยอมรับได้ เพื่อให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรม

ส่วนข้อสังเกตที่ว่าประชาชนเห็นการเลือกตั้งแต่ กกต.ไม่เห็น และในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้หรือไม่ในการดูแลไม่ให้เกิดการซื้อเสียง นายณรงค์ กล่าวชี้แจงว่า ประชาชนหรือคนที่ทราบเบาะแสในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ขอให้แจ้งมายังสำนักงาน กกต.ให้รับทราบและก็จะมีการเรียกมาให้ข้อมูล และพร้อมที่จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

ตั๊ก อัยรินทร์ ควง โย คณากร บุกตลาดปู่โพธิ์ ชู สโลแกน ‘คนบ้านใหม่ เลือกผู้แทนคนใหม่’

ตั๊ก อัยรินทร์ ควง โย คณากร บุกตลาดปู่โพธิ์ ชู สโลแกน ‘คนบ้านใหม่ เลือกผู้แทนคนใหม่’

ตั๊ก อัยรินทร์ ควง โย คณากร บุกตลาดปู่โพธิ์ ชู สโลแกน ‘คนบ้านใหม่ เลือกผู้แทนคนใหม่’

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

ที่ตลาดนัดปู่โพธิ์ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ หรือ “ตั๊ก อัยรินทร์” ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 ปทุมธานี พรรคกล้าธรรม หมายเลข 8 พร้อมด้วย นายคณากร คงประทีป หรือ “โย คณากร” อินฟลูเอนเซอร์สายข่าว ลงพื้นที่พบปะประชาชน ขอคะแนนเสียง พร้อมชูสโลแกน “คนบ้านใหม่ เลือกผู้แทนคนใหม่”

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการแบ่งเขตใหม่ ทำให้พื้นที่ ต.บ้านใหม่ เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับตน จึงต้องเริ่มต้นลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างจริงจัง โดยเลือกชวน “โย คณากร” มาร่วมกิจกรรม เพื่อช่วยสื่อสารนโยบายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตประชาชน

ตั๊ก อัยรินทร์

สำหรับนโยบายพรรคกล้าธรรม อาทิ การปรับเบี้ยผู้สูงอายุเป็นถ้วนหน้า 1,000 บาท และเพิ่มเบี้ยคนพิการจาก 800 เป็น 1,000 บาท รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการประชาชน

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาขายฝัน แต่มาเพื่อทำงานจริง พร้อมระบุว่ามีประชาชนจดจำตนได้จากบทบาทรองโฆษกรัฐบาล และเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก ส่งผลให้บรรยากาศในตลาดเป็นไปอย่างคึกคัก

ตั๊ก อัยรินทร์
ตั๊ก อัยรินทร์
ตั๊ก อัยรินทร์
ตั๊ก อัยรินทร์