แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“การจะให้ประชาชนมีเงินได้นั้น ต้องมีการพัฒนาคนด้วย ไม่ใช่ประชานิยมแจกไปอย่างเดียว ซึ่งแบบนี้จะคล้ายกับโรแมนซ์สแกมเมอร์หรือสแกมเมอร์การเมือง คือหลอกให้รัก หลอกให้หลงหลอกให้ลงคะแนนให้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อะไร ยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังด้วยซ้ำ”

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

หัวหน้าพรรคปวงชนไทย

‘นิด้า’กางผลโพล ปชป.ยึดเมืองคอน

‘นิด้า’กางผลโพล  ปชป.ยึดเมืองคอน

‘นิด้า’กางผลโพล ปชป.ยึดเมืองคอน

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘นิด้า’กางผลโพล ปชป.ยึดเมืองคอน ทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ ทิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น

“นิด้าโพล” กางผลสำรวจ“เลือกตั้งปี’69 ของคนนครศรีธรรมราช”พบประชาชนเทใจให้“ประชาธิปัตย์”กลับมายึดเมืองคอนอีกครั้ง คะแนนนิยมทิ้ง“ภูมิใจไทย”และ“ประชาชน”แบบไม่เห็นฝุ่น ทั้งในส่วนของ นายกรัฐมนตรี, สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อวันที่ 27มกราคม 2569ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19- 21 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดนครศรีธรรมราชการสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนนครศรีธรรมราชจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.45 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 2 ร้อยละ 16.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 14.34 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

ร้อยละ 5.34 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย)นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย) พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับพรรคการเมืองที่คนนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.08 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 16.87 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.18 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 2.25 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.41 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 3.00 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกรีน และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 53.70 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 16.31 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.93 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 1.87 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.59 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.28 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

‘อภิสิทธิ์’เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย ขอคุมเกมรัฐบาล มุ่งปราบทุจริต-ปลอดทุนสีเทา

'อภิสิทธิ์’เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย  ขอคุมเกมรัฐบาล  มุ่งปราบทุจริต-ปลอดทุนสีเทา

‘อภิสิทธิ์’เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย ขอคุมเกมรัฐบาล มุ่งปราบทุจริต-ปลอดทุนสีเทา

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อภิสิทธิ์’เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย ขอคุมเกมรัฐบาล มุ่งปราบทุจริต-ปลอดทุนสีเทา ภท.ชู‘ไม่เลือกเรา.เขามาแน่’ พท.โวทำโพลกวาด150สส.

“ศุภมาส” แม่ทัพกทม.วอนประชาชนเลือกมุมน้ำเงินงัดยุทธศาสตร์โค้งสุดท้าย ปลุก“ไม่เลือกเรา เขามาแน่”ชี้วันนี้มีแค่สองฝั่งซ้าย-ขวาเลือกสีอื่นไปคะแนนแตก ทิ้งน้ำเสียงหาย “ตาอยู่” เอาไปกิน“อนุทิน’ขอหุบปากหลัง “แม่ทัพกทม.” ขุดยุทธศาสตร์โค้งสุดท้าย‘ไม่เลือกเราเขามาแน่’ยัน‘ใช้เงินเป็น’หลังถูกมองใช้เงินหาเสียงน้อย ต้องมีเงินสำรองหากเกิดเหตุคับขัน‘อภิสิทธิ์’นำปชป.เปิดเกมโค้งสุดท้ายจัด‘เดินวิ่งG027 เทาไม่ใช่ทาง’ประกาศเป็นผู้คุมเกมรัฐบาลสุจริตอ้อนปชช.กาเลือก‘ปชป.’ด้าน‘ยศชนัน’รับ’เพื่อไทย’ทำโพลคาดได้สส.ไม่ต่ำกว่า150 หวังทะลุ200เสียง ลั่นจับมือพรรคไหนก็ได้หากนโยบายไปกันได้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลพื้นที่กรุงเทพฯพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงความพร้อม การจัดเวทีปราศรัยใหญ่พื้นที่กรุงเทพฯครั้งแรกในวันศุกร์ที่30 มกราคมนี้ เวลา17.30-20.00 น.ที่บริเวณสวนลุมพินี

‘หนู’นำ‘ดรีมทีม’ปราศรัยใหญ่สวนลุมฯ

โดยกล่าวว่าจะนำโดยหัวหน้ามุมน้ำเงิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพร้อมดรีมทีมเศรษฐกิจซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทยและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทยรวมไปถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทยจะขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯที่อาจไม่เหมือนกับเวทีอื่นส่วนจะมีนโยบายหรือหมัดเด็ดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ขอให้รอฟังจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าจะมีสิ่งดีดีอะไรมาเล่าให้ฟังอีกบ้าง เมื่อถามว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่สงบมองว่านายอนุทินดีกว่าแคนดิเดตนายกฯพรรคอื่นอย่างไร น.ส.ศุภมาส กล่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่นำไปเปรียบเทียบกับพรรคอื่นแต่อุดมการณ์และสิ่งที่เราทำที่ผ่านมาหลายปี ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ในการเทิดทูนสถาบัน และดำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะได้เห็นท่าทีที่เด็ดเดี่ยวของนายอนุทินในการปกป้องอธิปไตย พร้อมย้ำว่าเราไม่ยอมเสียเปรียบ

แนะเลือกเชิงยุทธศาสตร์ลุยต่อ4ปี

ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กลับมาปลุกกระแส จะส่งผลต่อคะแนนในพื้นที่ กทม. หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เราจะไม่วิจารณ์พรรคอื่น ทั้งในแง่ตัวบุคคลและนโยบาย แต่ยอมรับว่า นายพิธา มีฐานแฟนคลับ แต่ในครั้งนี้ไม่ได้มาในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว รวมทั้งยังไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน ทำให้แฟนคลับรอคอย และอยากมาเจอ ส่วนจะทำให้กระแสดีขึ้นหรือไม่นั้น ก็น่าจะอยู่ที่การนำเสนอนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายมากกว่า ทั้งนี้นโยบายของแต่ละพรรคก็คล้ายกันหมดอาทิ นโยบายเกี่ยวกับคนละครึ่ง ลดค่าไฟและค่ารถไฟ แต่พรรคภูมิใจไทยก็ได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่เข้ามาบริหารประเทศจึงเชื่อว่าประชาชนจะเลือกพรรคภูมิใจไทย เข้ามาบริหารต่ออีก 4ปี เมื่อถามว่า ประชาชนควรที่จะเลือกในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อไม่ให้เสียงแตกหรือไม่น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ตนและนายอนุทิน ได้พูดมาหลายเวทีแล้ว

ปลุกชู‘ไม่เลือกเราเขามาแน่’

“รอบนี้จริงๆมีแค่สองฝั่ง ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา ก็มีแค่ฝั่งเราคือมุมน้ำเงิน กับอีกมุมหนึ่งเท่านั้น อย่างที่บอก ไม่เลือกเราเขามาแน่ ฉะนั้น ขอร้องพี่น้องทุกคน ถ้าอยู่ฝั่งเรา ซึ่งประกอบไปด้วยหลายสีด้วยกัน เลือกสีอื่นไปคะแนนแตกเสียงหาย คะแนนทิ้งน้ำแน่นอน ยังไงก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่ฝั่งเรา อย่าให้เสียงแตก มาเลือกภูมิใจไทย เพื่อให้ได้อยู่ฝั่งน้ำเงิน เพราะหัวหน้ามุมน้ำเนินก็คืออนุทิน” น.ส.ศุภมาส กล่าว

ชี้เลือกสีอื่น‘ตาอยู่’เอาไปกิน

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่าถ้าท่านไม่ชอบเรามาก แต่ก็ไม่ชอบอีกฝั่งหนึ่งอีกมุมหนึ่งมากกว่าก็ขอให้ท่านมาช่วยเลือกเราไม่อย่างนั้นเสียงแตกแน่นอน สุดท้ายก็คือฝั่งเราแพ้ อีกฝั่งหนึ่งเป็น“ตาอยู่”ก็จะเอาไปกิน พร้อมย้ำว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ ฉะนั้นขอโอกาสเชิงมุมน้ำเงิน เพื่อให้เป็นแชมป์ต่อสู้กับอีกมุมหนึ่ง

เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ยังมั่นใจใช่ไหมว่ากระแสสีน้ำเงินจะชนะสีส้ม น.ส.ศุภมาสกล่าวว่าต้องอยู่ที่ประชาชนมอง แต่เราในฐานะพรรคก็นำเสนอนโยบายและตัวบุคคล รวมถึงผลงานและวิธีคิดทุกมิติอย่างดีที่สุดแล้ว และก็เชื่อว่าครั้งนี้เราน่าจะได้รับความไว้วางใจกับประชาชน พร้อมมั่นใจว่าในพื้นที่กรุงเทพฯจะได้เก้าอี้สส.ส่วนจะได้เท่าไหร่ก็อยู่ที่ประชาชน

‘หนู’อุบยุทธศาสตร์โค้งสุดท้าย

เวลา13.30น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณีที่มีการประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ที่นั่งสส.200ที่นั่งว่า“เราต้องทำให้ดีที่สุด”

เมื่อถามกรณีที่น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี ในฐานะกำกับดูแลรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯของพรรคภูมิใจไทยประกาศช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง“ไม่เลือกเราเขามาแน่-อย่าให้คะแนนทิ้งน้ำ-ตอนนี้มีแค่2ฝั่งซ้ายกับขวาทางรอดคือน้ำเงินซึ่งมีความชัดเจนขนาดนั้นหรือไม่”นายอนุทินยิ้มก่อนตอบว่า“เวลาที่มีการไปพาดพิงถึงคนอื่นผมคิดว่าผมหุบปากดีกว่าไม่เอาแล้ว ไม่มีแล้ว เราต้องสร้างความสามัคคี”ซึ่งเรามีสิ่งที่จะต้องไปต่อสู้ ไปป้องกันจากประเทศอื่นอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งด้าน เศรษฐกิจและความมั่นคงรวมถึงการได้เปรียบ เสียเปรียบทางการค้า ซึ่งเราต้องใช้หลักเดียวกัน เหมือนกับที่เราต้องต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ต้องทำให้คนในบ้านมีความสามัคคีกัน กองทัพที่เป็นรั้วของชาติ ได้ไปรบจนทำให้ได้รับชัยชนะกลับมาในเวลารวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ตนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งคือ ขณะที่การเมืองอยู่ ระหว่างการแข่งขันเพื่อมาเป็นผู้แทนราษฎร หากผู้แทนราษฎรทะเลาะกัน ก็เหมือนราษฎรทะเลาะกัน และไม่เกิดผลดีอะไรกับประเทศไทยเลย

ยัน‘ใช้เงินเป็น’หลังถูกมองใช้เงินน้อย

เมื่อถามว่าทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยใช้งบประมาณน้อย มีความกังวลเรื่องอะไรหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้มและหัวเราะก่อนตอบว่า”เราใช้เงินเป็น อย่าไปพูดว่า ใช้เงินน้อย เวลาใช้เงินมากก็ว่า ใช้เงินน้อยก็ว่า ซึ่งควรจะบอกว่าใช้เงินเป็น ใช้เงินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เราจะได้มีเงินสำรองเอาไว้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ หากมีเหตุการณ์อะไร หรือมีสิ่งคับขัน จะได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร และพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ปชป.จัดเดินวิ่ง‘G027เทาไม่ใช่ทาง’

ที่สวนรถไฟ จตุจักรกทม.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)จัดกิจกรรมGo27แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่!ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ตรงกับวันที่ 27 และตรงกับหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรคเบอร์27โดยกิจกรรมมีการเดินวิ่ง”เทาไม่ใช่ทาง” นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ แคนดิเดตนายกฯพร้อมคณะซึ่งทุกคนสวมเสื้อฟ้าและถุงเท้าหมายเลข27 โดยกิจกรรมเป็นการเดินวิ่งตามระยะทางเป็นเลข27ในเวลา07.27น.และหลังปล่อยตัวนักวิ่ง นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะจะเดินไปขึ้นรถเมล์สาย27ไปยังบิ๊กซีสะพานควาย เพื่อหาเสียงกับประชาชนที่สัญจรไปมา จากนั้นนั่งรถเมล์สาย27ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิร่วมกิจกรรม‘รถไฟฟ้ามาหา..คุณ’ ร่วมกับผู้สมัครสส.กทม.แนะนำ Applicationลดค่าโดยสารแบบโซนนิ่ง5-30บาทที่สถานี BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามนโยบายพรรค จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะ ขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานี BTSศาลาแดง เพื่อหาเสียงกับประชาชน ที่ซอยละลายทรัพย์ในช่วงกลางวันทั้งนี้ก่อนเริ่มกิจกรรมนายอภิสิทธิ์พูดแซวพรรคการเมืองใหญ่พรรคอื่นว่า“ขอแสดงความเสียใจที่เขาไม่มีวันที่เหมือนเรา”

ประกาศผู้คุมเกมรัฐบาลสุจริต

ส่วนพี่น้องชาวกรุงเทพฯในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า เลือกประชาธิปัตย์เข้าไปเยอะๆแล้วเราจะเป็นผู้คุมเกมให้กับท่านคุมเกมว่ารัฐบาลชุดต่อไป จะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีเรื่องของทุนเทาไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะการทำงานทุกอย่างจะต้องโปร่งใส คุมเกมไม่ให้มีใครไปใช้นโยบายสร้างความแตกแยกแต่ประเด็นละเอียดอ่อนทั้งหลายควรจะแสวงหาจุดร่วมและคุมเกมไม่ให้มีการเอานโยบายลดแลกแจกแถมทำให้เศรษฐกิจไม่ยั่งยืน คุมเกมให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เป็นความพร้อมของประชาธิปัตย์ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ผู้สมัครของกทม.และแคนดิเดตนายกฯมาร่วมการแสดงความพร้อม

ปลุกคนใต้ไล่คนซื้อเสียงพ้นพื้นที่

เมื่อถามว่า กระแสตอบรับในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างๆ ดูเหมือนว่า เสียงตอบรับประชาธิปัตย์ดีได้มีการนำมาคำนวณหรือวิเคราะห์เป็นตัวเลขหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่ต้องคำนวณ เราเดินหน้าในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างเดียว เมื่อวานที่เดินทางไปภาคใต้ หลายคนกลัวว่ากระแสประชาธิปัตย์จะดีอย่างไรก็ตาม จะสู้กระสุนไม่ได้ แต่ตนเห็นพี่น้องประชาชนยืนยันกันอย่างหนักแน่นว่าถึงเวลาที่เขาจะเปลี่ยนแปลงแล้ว เขาบอกว่าเที่ยวนี้คนภาคใต้จะไล่คนซื้อเสียงออกจากพื้นที่

“ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้อยากให้ประชาชนมองว่าวันที่ 8 ก.พ.ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง แต่เป็นโอกาสสำคัญในรอบหลายปี ที่จะตั้งต้นให้ประเทศกลับไปสู่การมีบ้านเมืองที่สุจริต และเราต้องมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้พึ่งพาการแจกเงินของรัฐบาล เป็นครั้งเป็นคราวและเป็นการที่จะให้การเมืองของเราหลุดพ้นจากความขัดแย้งเดิมๆให้ได้ จึงเป็นโอกาสสำคัญของพี่น้องประชาชน”นายอภิสิทธิ์กล่าว

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เดินพบปะประชาชนที่ตลาดหลังปตท. มีประชาชนแม่ค้าพ่อค้าขอถ่ายรูป และมี FC ขอให้นายอภิสิทธิ์อวยพรวันเกิดให้กับคุณพ่อ ที่เกิดวันนี้คือวันที่ 27 มกราคม ซึ่งคุณพ่อเป็นคนกทม. FC ของนายอภิสิทธิ์ รวมถึงแม่ค้าบางคนได้มอบกล้วยให้ บอกเป็นเคล็ดทำอะไรจะได้กล้วยๆ

‘ยศชนัน’รับโพลพท.คาดได้สส.150ที่นั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวในรายการ‘กรรมกรข่าวคุยนอกจอ’โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการโดยชี้แจงนโยบายเรื่องเศรษฐีเงินล้านระบุว่าอยู่ในแผนนโยบายอยู่แล้วเพื่อดึงคนเข้าระบบภาษีโดยใช้เงินประมาณปีละ 3 พันล้านบาท แต่คาดว่าจะได้รับกลับมาจากการเข้าสู่ระบบภาษีกว่าแสนล้านบาท ยืนยันว่าไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการหารายได้เข้ารัฐ ทั้งนี้จะมีการประเมินเป็นปีๆ

นายยศชนันกล่าวตอนหนึ่งว่ายอมรับว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำผลสำรวจความเห็นของประชาชนเพื่อรู้ว่าจะสื่อสารอย่างไรกับประชาชนโดยนายสรยุทธถามว่าตัวเลขโพลขณะนี้อยู่ที่เท่าไหร่ เกิน150หรือไม่ซึ่งนายยศชนันยอมรับว่าประมาณนั้นถึง150แน่ บางพื้นที่มีเบียด เราประเมินไว้มั่นใจ 150 นายสรยุทธถามอีกว่าจะถึง 200 ไหม นายยศชนัน ตอบประมาณนั้น ยืนยันไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เรานับรวมคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเพิ่มเติมด้วย เรายังมีเวลาสื่อสาร ตนลงพื้นที่ทุกวัน มั่นใจว่าจะอยู่ที่ 150-200 คน

ลั่นไม่ขัดข้องจับมือพรรคไหนก็ได้

เมื่อถามว่าชอบพรรคไหนมากกว่านายยศชนันกล่าวว่า ยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือจะดูจากนโยบายของเรา หลายพรรคมีคะแนนที่น่าจะมีแนวโน้มเข้ามาร่วม ไม่ว่าพรรคไหนก็คงไม่ขัดข้อง ขึ้นอยู่กับจังหวะซึ่งครั้งนี้สำคัญจริงๆประเทศไทยชะลอไม่ได้แล้ว ถ้าเราตั้งเป้าชัดๆ คิดว่าเราเปลี่ยนประเทศไทยตอนนี้ได้

‘เท้ง’เมินโต้ กธ.แซะแรง‘ส้มอมดำ’

ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนประกาศจุดยืนว่าจะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรมและพรรคสีเทา หลังศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมประกาศบนเวทีปราศรัยว่า“พรรคส้มอมดำ”ว่าตนคงไม่ได้ไปตอบโต้อะไรกับทางฝั่งนั้น เพราะตนเชื่อว่าสิ่งที่จะเป็นบทพิสูจน์ได้ดีที่สุดคือวันนึงที่เราเข้าสู่อำนาจแล้วเราจะจัดการอย่างไรกับคนที่มีประวัติสีเทาการค้ามนุษย์การค้ายา ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับตนและพรรคประชาชน วันนึงถ้าเป็นรัฐบาลจะพิสูจน์ให้เห็นเอง

ส่วนกรณีที่พรรคกล้าธรรมบอกว่าหากเลือกท.จะได้ธ.หรือไม่ ตรงนี้มองอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า “ไม่อยากจะไปตอบโต้ประเด็นนั้น”

ย้ำ‘มีส้มไม่มีเทา’ลั่นไม่เอารมต.เทา

ส่วนกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนเป็นสีขาวและพรรคไหนที่บอกว่าไม่เอาสีเทาก็จะจบที่เป็นฝ่ายค้านนั้นนายณัฐพงษ์กล่าวว่าอย่างที่ตนได้บอกไปคำว่า“ไม่มีสีเทา คือเจอเทาเราจัดการ” ดังนั้น อย่างที่บอกว่าให้รอดูตอนตั้งรัฐบาล เพราะตนตั้งหลักการไว้หลายข้อ ถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างน้อยที่สุด รัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทาเราไม่สามารถยอมรับได้ และถ้าเข้าสู่อำนาจแล้วไปทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ เราก็พร้อมที่จะเปลี่ยนออกเพราะฉะนั้น ในข้อตอบโต้ทางการเมืองที่บอกว่าเลือกคนนี้ได้คนนั้น ก็อยากให้เราพิสูจน์และให้ประชาชนตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้ง และวันหนึ่งที่เราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะพิสูจน์ให้ดู

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 22.00 น.

”ปวีณา“นำคณะลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม เขตดอนเมือง ”ดิษยะฤทธิ์ รู้ดี“ อ้อน 8 กุมภาพันธ์ นี้ขอโอกาสและไว้วางใจ“กล้าธรรม”เข้าสภาฯ

27 มกราคม 2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อนำคณะลงพื้นที่ตลาดโกสุม แขวงดอนเมือง เขตดอนเมืองเพื่อหาเสียงช่วยนายดิษยะฤทธิ์ รู้ดี ผู้สมัครสส.กทม.เขต10 (ดอนเมือง ) หมายเลข 11 พรรคกล้าธรรม โดยมีบรรดาผู้สมัครสส.กทม.ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจกันอย่างเต็มที่

โดยนางปวีณา พร้อมด้วยนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ และ นายดิษยะฤทธิ์ ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงจากโรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ไปจนถึงทางเข้าตลาดโกสุม ซึ่งระหว่างทาง มีชาวบ้านในพื้นที่ออกมาส่งเสียงเชียร์นางปวีณา และผู้สมัครสส.ของพรรคกล้าธรรม ตลอด2ข้างทาง ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ เมื่อรถแห่มาถึงตลาดโกสุม นางปวีณา พร้อมคณะผูัสมัคร.สส.พรรคกล้าธรรม ได้เดินพบปะทักทายพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนทั่วไปที่มาจับจ่ายสินค้า พร้อมทั้งได้มอบบัตรแนะนำตัวพรรคและของผู้สมัครสส.เขตดอนเมือง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี มีแม่ค้า และประชาชนที่ชื่นชอบในตัวนางปวีณา ต่างเข้ามามอบดอกไม้และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างเป็นกันเอง

นางปวีณา ได้กล่าวกับพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดโกสุม ช่วงหนึ่งว่า วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาพบปะกับทุกคน เหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เพราะตนเคยได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดอนเมืองแห่งนี้ ให้ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นสส.ในสภาผู้แทนราษฎร หลายสมัย วันนี้จึงมาขอโอกาสให้พี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้าทุกท่านให้ความไว้างใจผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม เขตดอนเมือง คือคุณ ดิษยะฤทธิ์ หมายเลข11 อีกครั้ง

“ขอขอบคุณพ่อค้า แม่ค้า และชาวบ้านในตลาดโกสุมทุกท่าน ที่ได้สะท้อนถึงปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ปัญหาปากท้องต่างๆ ซึ่งพรรคกล้าธรรม เรามีนโยบายที่พร้อมตอบโจทย์แก้ปัญหาได้ตรงจุด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ปัญหาหาหนี้สินครู ทั้งหมดนี้เรามีนโยบายแก้ปัญหาเพื่อให้สังคมไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้เข้าคูหา อย่าลืมกาเบอร์ 42 พรรคกล้าธรรมนะคะ“ นางปวีณา กล่าว

นางปวีณา ย้ำว่า ในส่วนของการดูแลเด็ก เรามีเป้าหมายตั้งเด็กเล็กในหน่วยงานราชการ / โรงงาน / ชุมชน ส่วนผู้พิการ มีสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ สร้างหมู่บ้านคนพิการ ผ่อนบ้านราคาถูก / ผู้สูงอายุ ผู้สูงวัย เรียนฟรีในสถาบันการศึกษาที่กำหนด – หน่วยราชการเพื่อสร้างอาชีพ หารายได้เพิ่ม เพิ่มโทษกฎหมายทำร้ายเด็กสตรี ข่มขืน ฆ่าโหด โทษประหารสถานเดียว / ช่วยกลุ่มเปราะบาง  ผลักดันธนาคารประชาชน /หยุดเสพยาถาวร ตัดวงจรขายยา หยุดเสพยาถาวร บำบัด ฝึกอาชีพ 1 ปีมีงานทำ ซึ่งนโยบายทั้งหมดที่กล่าวมา ได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไป

ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.41 น.

“ไทยก้าวใหม่”ขนทัพใหญ่ปราศรัยใต้พระราม 8 “ตั๊น จิตภัสร์”เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ชูเรียนฟรีจริง-ลดเหลื่อมล้ำ ซัดเล่นเกมการเมืองจนเศรษฐกิจพัง เยียวยาไม่ตอบโจทย์

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สะพานพระรามแปด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ พรรคไทยก้าวใหม่ จัดเวทีปราศรัยเขตฝั่งธนบุรี นำโดย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ , คุณหญิงกัลยา โสภนพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรค 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ , น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร หัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อและผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขตใน กทม.พร้อมประชาชนผู้สนับสนุนร่วมงานจำนวนมาก บนเวทีมีการแนะนำตัวของผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขต และเน้นย้ำแนวนโยบายของพรรคที่ชูเรื่องการสร้างทุนมนุษย์ เพื่อสร้างอนาคตและเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน กทม.รวมถึงภัยพิบัติธรรมชาติ

โดย น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้ให้การต้อนรับพรรคใหม่ พรรคเล็กน้องใหม่พรรคไทยก้าวใหม่เข้าคูหากาเบอร์ 49 ตนอยู่วงการการเมืองมาเป็นปีที่ 19 แล้ว เริ่มตั้งแต่ตอนอายุ 22 ปี เป็นตำแหน่งประจำสำนักนายกฯ เลขารัฐมนตรี ได้มีโอกาสลงสมัคร สส.เขตดุสิต ราชเทวี แล้วก็ได้มาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ แต่วันที่ตนได้ตัดสินใจร่วมทำงานกับ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่เหมือนเดิม

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวต่อว่า 19 ปีที่ทำงานการเมืองมาเราให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ซึ่งมันทำให้เกิดปัญหาของเรื่องปากท้อง โดยวันนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าปากท้องเป็นอย่างไร เศรษฐกิจเป็นอย่างไร เพราะเราเห็นแล้วว่าเวลาไปเดินตลาดที่ไหนก็เงียบ ไปท่องเที่ยวที่ไหนก็เงียบ ธุรกิจตกต่ำ พี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องปากท้อง ล้วนมาจากความเหลื่อมล้ำ และเราจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยนโยบายอันแรกของเราคือการเรียนฟรี ที่ไม่ใช่การเรียนฟรีเหมือนที่ทุกพรรคพูด เพราะ 18 – 19 ปี ที่ทำงานการเมืองมา ไม่เคยมีพรรคไหนไม่พูดถึงเรื่องการเรียนฟรี แต่ไม่เคยได้เรียนฟรีจริง เพราะมีทั้งค่าอุปกรณ์ ค่ายูนิฟอร์ม ค่าการเดินทางและเด็กกว่า 8 ล้านคนเป็นหนี้ กยศ.อยู่ทุกวันนี้ และเราต้องผ่ากระทรวงศึกษา กำจัดหนี้ กยศ. ยกหนี้ กยศ.ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และต้องเรียนฟรีจริง ที่ฟรีแบบมีคุณภาพ ถ้าไม่มีคุณภาพเราก็จะไม่สามารถขจัดเรื่องของความเหลื่อมล้ำเรื่องของความเสมอภาคได้ และเราไม่สามารถที่จะมีสังคมที่มั่นคงได้

“วันนี้น่าเศร้า เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่เกมการเมือง หันไปทางซ้ายก็เจอพรรคที่เสนอตัวเป็นรัฐบาลแต่ยุบสภาหนี เวลาจะมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ หันไปอีกทางหนึ่งก็ด้อยค่าทหาร แล้ววันนี้เราจะยืนตรงจุดไหน ตั๊นมาตรงนี้เพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ตอนลงพื้นที่จริง ที่ จ.สระแก้ว พร้อมกับผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่ ได้เห็นบ้านเรือนประชาชนที่ BM-21 ของกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน นั่งเศร้าอยู่ในมุมบ้านเพราะหลังคาหายไป โดยรัฐบาลมีนโยบายเยียวยาแบบให้เงิน แต่ให้เงินโดยที่ไม่ลงไปดูสถานการณ์จริง โดยมีการอนุมัติมา 5,000 บาท แต่อยากถามว่ารัฐบาลเคยลงไปดูหรือยังว่าความเสียหายมันมากขนาดไหน ตัวเลขที่ไม่ตรงกับสถานการณ์จริง และไม่ต้องพูดถึง อ.หาดใหญ่ ที่ถูกน้ำท่วมเพราะตอนนี้ อ.หาดใหญ่ เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นและยังไม่มีนโยบายที่จะไปเยียวยาพ่อแม่พี่น้องที่หาดใหญ่เลย สำหรับ 2 สถานการณ์นี้จะทิ้งพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ให้กลายเป็นกลุ่มที่เปราะบางขึ้นมา และประชาชนของก็จะโดนตกหล่นไปข้างหลัง แต่ถ้าเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ ตั๊นมั่นใจว่า ด้วยการนำของ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ เราจะเดินไปข้างหน้าและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกต่อไปอนาคตของพรรคไทยก้าวใหม่ และผู้สมัคร สส.ทุกท่าน อยู่ในมือของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งที่ตัดสินใจแล้ว และที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ วันนี้ตนอยากฝากอนาคตของพรรคน้องใหม่ พรรคน้องเล็ก แต่เราจะไม่เล็กอีกต่อไป” น.ส.จิตภัสร์ กล่าว

– 006

ภูมิใจไทยลุยหาเสียงสีลม เอกนิติ ล้อมวงคุยนโยบายเศรษฐกิจ

ภูมิใจไทยลุยหาเสียงสีลม เอกนิติ ล้อมวงคุยนโยบายเศรษฐกิจ

ภูมิใจไทยลุยหาเสียงสีลม เอกนิติ ล้อมวงคุยนโยบายเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.06 น.

“ภูมิใจไทย”ลุยหาเสียงสีลม ล้อมวงคุยนโยบายเศรษฐกิจ กับนิสิตนักศึกษา-พนักงานออฟฟิศ-ผู้ประกอบการออนไลน์ ด้าน”เอกนิติ”แนะปฏิรูปประกันสังคม ยึดต้นแบบ”กบข.”อิสระ-โปร่งใส ยันไม่มีแจกเงินสุรุ่ยสุร่าย ต้องใช้ภาษีประชาชนให้คุ้มทุกบาททุกสตางค์

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยแกนนำของพรรค ได้แก่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียง กทม. , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียง กทม. , น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม.เขตพระนคร-ป้อมปราบศัตรูพ่าย-สัมพันธวงศ์-ดุสิต-บางรัก ที่ลานหน้าอาคาร Park Silom โดยเป็นการมาพูดคุยนโยบายของพรรค พร้อมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มนิสิตนักศึกษา กลุ่มพนักงานออฟฟิศ และผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์

นายเอกนิติ กล่าวนำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ว่า วันนี้ถ้าดูการหาเสียงของทุกพรรค สิ่งสำคัญคือให้คนไทยมีรายได้ที่ดีขึ้น ยืนได้บนขาตัวเอง ซึ่งเราจะไม่มีการมาบอกว่าแจกอะไร แต่ทุกนโยบายต้องทำให้คนไทยเติบโต หาโอกาสให้ยืนได้ด้วยตัวเอง จึงมีนโยบาย 10 พลัสที่ออกแบบทำให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นในระยะยาว คือต้องทำให้คนไทยเก่งขึ้น ขณะที่โครงการคนละครึ่งพลัส ช่วยลดรายจ่ายของประชาชน และที่สำคัญคือให้ร้านค้ารายเล็กมีรายได้มากขึ้น ส่วนโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ ใช้เงินกองทุนฟื้นฟูมาซื้อหนี้ ที่เป็นเงินของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่ส่งให้แบงก์ชาติ ไม่ใช่เงินของรัฐบาล ซึ่งหากมีวินัยจ่ายเงินตรง ก็จะลดดอกเบี้ยให้ด้วย เพื่อให้คนที่เป็นหนี้ไม่กลับมาอยู่ในวังวนหนี้อีก

“เราไม่มีนโยบายแจกเงินสุรุ่ยสุร่าย เพราะเงินทุกบาทที่ใช้คือเงินภาษีของประชาชน ต้องใช้ให้คุ้มทุกบาททุกสตางค์จะไม่มีการแจกอะไร ใช้เงินเป็นระบบ ช่วยคนได้จริง ให้มีรายได้ ภูมิใจไทยเบอร์ 37 เลือก 37 แล้วจะสำเร็จ” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวถึงยังนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคม ว่า กระทรวงการคลังดูแลกองทุนบำเหน็จบำบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเป็นระบบที่ดีมาก เพราะให้อิสระ แต่เรากำกับดูแลเอาสมาชิกเป็นที่ตั้ง มองว่าอย่างไรก็ต้องปฏิรูปประกันสังคมโดยดูต้นแบบจาก กบข.ใช้ความโปร่งใส เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบในทุกมิติและต้องได้คนเก่งมาทำงานด้านการบริหารเงิน

“ผมเชื่อว่าถ้าเราปฏิรูปให้กองทุนประกันสังคมบริหารอย่างมืออาชีพได้ จะช่วยดูแลเงินของสมาชิกได้อย่างดี ส่วนภาครัฐเองก็สมทบให้สมาชิกประกันสังคม เพื่อจะได้มีหลักประกันเมื่อเราเกษียณ หรือเจ็บป่วยว่ามีกองทุนคอยดูแล ส่วนตัวเชื่อว่าประกันสังคมต้องปฏิรูป ซึ่งการใช้มืออาชีพมาทำ และหน่วยงานราชการกำกับดูแล จะช่วยทำให้เงินของสมาชิกงอกเงยได้ดีที่สุด” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงคำถามเรื่องความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ความไม่สงบเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยแต่ปัจจัยหนึ่งคือเรื่องเศรษฐกิจ นโยบายสำคัญของเราคือชุมชนพลัส เชื่อว่าโอกาสที่สำคัญคือการหาอาชีพ โดยเลือกตามวิถีชุมชนของเขา ให้มีรายได้ดีขึ้น ตรงนี้จะเป็นส่วนช่วยให้เกิดความสงบสุข

หลังจากนั้น นายเอกนิติ และคณะผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ได้เดินพบปะประชาชนพ่อค้าแม่ค้า เพื่อขอเสียงสนับสนุน รวมทั้งยังมีการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

– 006

ยศชนัน ลุยลพบุรี ประกาศลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ชูพักหนี้เกษตรกร-จัดการน้ำ

ยศชนัน ลุยลพบุรี ประกาศลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ชูพักหนี้เกษตรกร-จัดการน้ำ

ยศชนัน ลุยลพบุรี ประกาศลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ชูพักหนี้เกษตรกร-จัดการน้ำ

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.33 น.

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ปูพรมปราศรัย 3 เวที เพื่อขอคะแนนเสียงช่วยลูกพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง ที่สวนสุขภาพตำบลป่าตาล อ.เมือง, ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง และเวทีสุดท้ายที่ Tong’au Cafe & Restaurant อ.พัฒนานิคม พบปะประชาชนและปราศรัยหาเสียงช่วย นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 5, นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 5 และ นายพหล วรปัญญา ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 2

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนชาวลพบุรีเดินทางมารอให้การต้อนรับและฟังการปราศรัยจำนวนมาก ช่วงเดินพบปะมีประชาชน นำมาลัยของดีขึ้นชื่อประจำจังหวัด อย่าง “พวงมาลัยลิง” ,”พวงมาลัยไข่เค็ม” , “พวงมาลัยข้าวตัง” และ “พวงมาลัยเมล็ดทานตะวัน” มามอบให้นายยศชนันเป็นสีสัน

นายยศชนัน ปราศรัยว่า จังหวัดลพบุรีเมืองแห่งเกษตรกรรมเมืองแห่งประวัติศาสตร์ เราจะคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลพบุรี และนี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนความฝันความหวังของประชาชนให้เป็นความจริง 8 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค

สำหรับเรื่องคุณภาพชีวิตนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ว่าประเทศจะร่ำรวยแค่ไหน หากคุณภาพชีวิตของจังหวัดลพบุรีไม่ดีขึ้นด้วยก็ไม่มีความหมาย สิ่งแรกที่จะทำและขับเคลื่อนไปข้างหน้าในฐานะนายกรัฐมนตรี เราจำเป็นต้องแก้หนี้ทั้งระบบ ส่วนเกษตรกร เราเข้าใจในเรื่องความต้องการขวัญกำลังใจในการดำรงชีวิต จังหวัดลพบุรีปลูกข้าว อ้อย และมัน พรรคเพื่อไทยมีนโยบายพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี และประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% สำหรับผู้ที่ทำปศุสัตว์ โคนมและน้ำนมดิบ ก็จะจัดการปัญหาให้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของน้ำแล้ง และระบบชลประทาน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ทำเรื่องระบบน้ำชลประทาน หากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้จะขอเข้าไปทำต่อเพื่อให้น้ำ “ไม่ท่วม-น้ำไม่แล้ง” ในพื้นที่ลพบุรี

นายยศชนัน ยังกล่าวถึงเรื่องการศึกษา ว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป พรรคเพื่อไทยมีนโยบายเรียนได้งบจบได้งาน และจะทำต่อโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา หรือโครงการ ODOS พร้อมย้ำว่า ครั้งนี้อย่าให้ตื่นเต้น ต้องเลือกแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เอายศชนันเข้าไปนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของลพบุรี ไปทำฝันของคนลพบุรีให้เป็นจริง

ช่วงหนึ่งที่เวที อ.พัฒนานิคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวกับผู้ร่วมฟังปราศรัยว่า มีกระแสข่าวบางพรรคกำลังเตรียมกระสุนเป็นธนบัตรสีเทา เพื่อทุ่มลงทุกพื้นที่หวังกวาด สส.ยกจังหวัด ซึ่งถ้ามีคนมาซื้อเสียงก็ไม่สามารถห้ามได้ แต่ขอให้ชาวลพบุรีตัดสินใจเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ เพราะพรรคเพื่อไทยได้คัดสรรผู้สมัคร สส.ลพบุรี ทั้ง 4 เขต ที่เป็นบุคลากรที่ผสมผสานทั้งคนรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ ที่จะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้ชาวจังหวัดลพบุรี และในสมัยที่ผ่านมาได้นำโครงการพัฒนาลงมาสู่พื้นที่ และไม่เคยทิ้งประชาชน มีประวัติดี ไม่มียุ่งเกี่ยวธุรกิจสีเทา

“ผมเดินทางมาปราศรัยเจอป้ายหาเสียง ก็สงสัยว่าทำไมตำรวจเขาไม่จับพวกสแกมเมอร์บ้าง คนลพบุรีรู้ดีว่าผู้สมัครพรรคไหน นามสกุลอะไร ที่ติดตามป้ายหาเสียง ที่ยุ่งกับสีดำสีเทา ยุ่งเกี่ยวกับสแกมเมอร์ ขอให้ชาวลพบุรีตัดสินใจให้ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้”

นายณัฐวุฒิ ย้ำด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องไม่ปล่อยให้ฝ่ายสีน้ำเงินเข้ามามีอำนาจรัฐอีก เพราะคดีสำคัญทั้ง ฮั้ว สว.หรือคดีเขากระโดง ถูกทำให้หายเงียบไป หลังอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลสีน้ำเงิน ที่ควบคุม สว.สีน้ำเงิน ซึ่งจะทำให้ระบบการตรวจสอบความโปร่งใสภาครัฐถูกทำลายไป จึงเป็นการเลือกตั้งว่าจะชี้ชะตาประเทศไปในทิศทางใด

– 006

ธรรมนัส ปราศรัยเดือด! ลั่น สส.ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน ซัดบางพรรค ไม่ใช่เทา แต่ดำปิ๊ดปี๋

ธรรมนัส ปราศรัยเดือด! ลั่น สส.ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน ซัดบางพรรค ไม่ใช่เทา แต่ดำปิ๊ดปี๋

ธรรมนัส ปราศรัยเดือด! ลั่น สส.ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน ซัดบางพรรค ไม่ใช่เทา แต่ดำปิ๊ดปี๋

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.22 น.

“ธรรมนัส”ปราศรัยเดือดมุกดาหาร ลั่น สส.ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน ซัดบางพรรค”ไม่ใช่เทา แต่ดำปิ๊ดปี๋” เตือนอย่าหลงนโยบายขายฝัน ชูยกเครื่องสิทธิที่ดินเกษตรกร ส.ป.ก.สู่โฉนดครุฑแดง ดันแก้จนทั้งห่วงโซ่

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 19.00 น.ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พรรคกล้าธรรม (กธ.) จัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.มุกดาหาร ของพรรคได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพนมชัย พันธุ์พุทธ หมายเลข 5 และเขตเลือกตั้งที่ 2 นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนอง หมายเลข 1 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็น มีการจัดพื้นที่รองรับประชาชนจากหลายอำเภอในจังหวัด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลแล้ว ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงช่วงหาเสียงที่ลงพื้นที่พบปะจับมือ แต่เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วกลับห่างเหิน โดยย้ำว่า สส.ต้องทำงานในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ รับฟังปัญหา ลงไปดูข้อเท็จจริง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เพราะตำแหน่งทางการเมืองคือความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อถึงสภาพปัญหาของประชาชนในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและชนบทที่ยังเผชิญปัญหารายได้ไม่เพียงพอ ต้นทุนการผลิตสูง หนี้สินครัวเรือน และข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมระบุว่า รัฐบาลครั้งที่แล้วมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 คนทำให้นโยบายการบริหารราชการไม่ต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพหลักของประเทศ จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ

“พรรคกล้าธรรมจะดูแลทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำต้องลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม กลางน้ำต้องส่งเสริมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้า และปลายน้ำต้องมีตลาดรองรับที่ชัดเจน ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ไม่ต้องเผชิญปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซาก”

ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า วันนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถนำที่ดินไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ พรรคจึงได้ผลักดันการจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว เราจะยกระดับสิทธิในที่ดินของเกษตรกร ที่ผ่านมาได้ผลักดันการเปลี่ยนเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และขั้นต่อไปจะเดินหน้าเปลี่ยนจากโฉนดเพื่อการเกษตรให้เป็น “โฉนดที่ดินครุฑแดง” เพื่อเพิ่มความมั่นคงในสิทธิการถือครองของพี่น้องเกษตรกร

“พรรคการเมืองบางพรรค พยายามทำตัวเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ กล่าวหาคนนั้นคนนี่เทา เอาอะไรมาวัด พอพูดไปพูดมาเข้าตัวเองหมด ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปราศรัยที่จังหวัดลำปาง บอกว่า พรรคบางพรรคไม่ใช่เทา แต่ดำปิ๊ดปี๋ บางพรรคยังไม่ทันเลือกตั้งบอกไม่เอาพรรคกล้าธรรม แต่ตอนนี้คนในพรรคตัวเองกำลังจะถูกหมายจับ อันนี้ดำของจริง”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า เวลาจะพูดอะไร ขอให้พูดบนพื้นฐานความเป็นจริง อย่าโกหกพี่น้องประชาชน เพราะคนไทยไม่ได้โง่ คุณคิดจะปฏิรูปบ้านเมือง คุณต้องดูโครงสร้างบ้านเราก่อนว่าประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด ตั้งแต่ยุคสยามอยู่ได้เพราะอะไร บางพรรคบอกมีทหารไว้ทำอะไร วันนี้เขาโป้ง ๆ กัน คุณรู้รึยังว่า ทหารมีไว้ทำไม บางคนไปถึงพะเยา แต่อยากจะบอกว่า ผมไม่ให้เครดิตคุณ

“ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อพวกนโยบายที่ดูดีแต่ทำไม่ได้จริง สุดท้ายก็ ขายฝันหลอกลวงประชาชน ผมขอปักธงที่จังหวัดมุกดาหาร ขอให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหารให้โอกาสผู้สมัครของพรรคทั้ง 2 เขต เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาของพื้นที่” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้าย

– 006

‘อนุทิน’เว้าอีสาน อ้อนคนอุบลฯ‘เทวดาเอ้ย’เข้าคูหากาเบอร์ 1 เด้อ

‘อนุทิน’เว้าอีสาน อ้อนคนอุบลฯ‘เทวดาเอ้ย’เข้าคูหากาเบอร์ 1 เด้อ

‘อนุทิน’เว้าอีสาน อ้อนคนอุบลฯ‘เทวดาเอ้ย’เข้าคูหากาเบอร์ 1 เด้อ

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.48 น.

‘อนุทิน’เว้าอีสาน อ้อนคนอุบลฯ ‘ซำบายดีบ่ คิดฮอดบ่’ ปราศรัยขอใช้หนี้ ‘เฮียกุ่ย’รับ ‘กานต์-สุดารัตน์’หลานรักซบ ภท. ชู ‘ศุภจี’ขายของเก่ง ชาวบ้านตะโกนหน้าเวที ข้าวหมดราคาถึงขึ้น ตอบทันที‘บ่แม่นรัฐบาลเฮา’ ยกชาวอุบลฯ‘เทวดาเอ้ย’เข้าคูหากาเบอร์ 1 เด้อ

27 มกราคม 2569 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับน.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้สมัคร สส. อุบลราชธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย  

โดยนายอนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัยทักทายพี่น้องศรีเมืองใหม่ โขงเจียม สิรินธร ด้วยภาษาอีสานว่า ซำบายดีบ่ คิดฮอดบ่ วันนี้ต้องมาที่นี้ให้ได้ ตนเร่งขับเครื่องบิน มาเอง ขับไปหลับไป ง่วงก็ง่วง แต่ต้องมา เพื่อยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องอุบลราชธานี ว่า “อีกานต์” หรือ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ มันหลานรักของผม ใจเด็ดยิ่งกว่าผู้ชาย มีความรู้สึกที่ดีคุ้นเคยกับพ่อของเขา คือ เฮียกุ่ย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ซึ่งเป็นรุ่นพี่สส.รุ่นใหญ่“

“คราวนั้น แม้เป็นฝ่ายค้าน ก็งดออกเสียงให้ตน ลึกๆในใจ ติดหนี้บุญคุณเฮียกุ่ย ครั้งนี้ขอใช้หนี้ รับลูกเฮียกุ่ย มาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย คุณสมบัติเพียงพอ คนอุบลฯ มี สส.งาม และหล่อ ตั้งใจทำงานให้พ่อแม่พี่น้อง”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกมีบุญ ที่ชาวอุบลมีน้ำใจกับตน ศรีเมืองใหม่ นามมงคล มาเมืองนี้ ก็มีแต่สิริมงคลเกิดขึ้นกับตัว หรือพิบูลย์มังสาหาร อาหารการกินสมบูรณ์ ไปอีก คืออำเภอตระการพืชผล หรือวาริณชำราบ ดังนั้น ต้องมีศุภจี สุธรรมพันธุ์ คนขายของเก่งๆ กลับมาเป็นรัฐบาล 

ก่อนที่ ชาวบ้านจะแซว ขายข้าวหมดแล้ว ราคาถึงขึ้น นายอนุทิน ตอบทันทีนั่นมันรัฐบาลที่แล้ว บ่แม่นรัฐบาลเฮา ตอนนี้ราคาดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพี่น้องให้เราเป็นรัฐบาลต่อ ราคาจะตกได้อย่างไร เพราะเรากล้าปิดด่าน ทำให้ราคาพืชผลดีขึ้น ก่อนจะถามประชาชน ข้างหลังให้เปิดด่านบ่ ถ้า “อนุทิน” ขึ้นเวที พอบอกปิดด่าน ทุกคนตบมือ แต่ถ้าบอกเปิด กลัวทุกคนจะตบตีนให้ ซึ่งตนก็เลือกมืออยู่แล้ว ตนสร้างกำแพงให้พี่น้องแน่ๆ และที่บอกกันว่า กลัวเขาจะมายิงกำแพง นายอนุทิน บอกเขาไม่กล้าหรอก และมั่นใจว่าเขาไม่กล้าทำ ตรงไหนสงสัย เราก็ไปเอาไว้ก่อน เรียบร้อยหมดแล้ว พูดแล้วขนลุก เราสถาปนาอธิปไตยของไทย ได้หมดตั้งแต่ อุบลราชธานีไป ถึง จันทรบุรี และตราด ตนให้ความมั่นใจ เรามีความแข็งแรงพอ ที่จะไม่ยอมให้เกิดการคุกคาม

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ใครได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบ้าง ถ้าใครได้คนละครึ่งก็ไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ว่าเราไม่ยอมให้มีใครตกลงถ้าใครแล้วใครไปเที่ยวนี้คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ลดรายได้ ขอโทษพูดผิด เรียกเสียงหัวเราะ จากชาวบ้านที่มาฟังปราศรัย  ตนพูดผิดต้องเพิ่มรายได้ ทำให้คนที่ขายของขายของได้มากขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเงินหมุนเวียน  และถ้าเรามีปัญหากับเพื่อนบ้านให้เขายิงเข้ามาก่อน แล้งบอกเดี๋ยวๆ เดี๋ยวไปซื้ออาวุธก่อน ไปซื้อ F16 ก่อน มันเป็นไปได้ไหม ดีนี่คือเหตุผลพรรคอื่นพูดยังไงไม่รู้ แต่พรรคภูมิใจไทยถึงบอกว่าแม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ พี่น้องประชาชนจะได้มีความอุ่นใจ ไม่ใช่ระเบิดเข้ามาตูมมีอะไรเข้ามายิง เข้ามาระเบิดเข้ามาปืนใหญ่ เข้ามา โอเคพี่น้องประชาชนไม่ต้องห่วงเดี๋ยวมารบให้ก่อน เดี๋ยวขอดูจรวดก่อนไม่มี มา 1 กลับไป 100  น.ส.สุดารัตน์พูดกับตนฉอดๆ ตนบอกกานต์(น.ส.สุดารัตน์)  3 อำเภอจะเอาอะไร เอาไปเลยอาเซ็นให้หมด ที่มาวันนี้เพื่อพูดแค่นี้ว่าผู้แทนของ 3 อ.ศรีเมืองใหม่ อ.โขงเจียม อ.สิรินธร อ.พิบูลมังสาหาร เลือกกานต์ (น.ส.สุดารัตน์)เข้าไปแล้ววางกระดาษเปล่า อยากได้อะไรเขียนมาได้เลย เห็นชอบล่วงหน้า ตนจะเป็นนายกฯหรือเป็นหัวหน้าพรรคตนให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่พี่น้องว่าคนนี้นิสัยตรงไม่ต้องพูดมาก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนขึ้นมาเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องได้มีความมั่นใจว่าถ้าพ่อแม่พี่น้องเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกสส. ของพรรคภูมิใจไทยเข้าไป และที่ตนมาพบกับพ่อแม่พี่น้อง เพื่อให้คำยืนยันเรื่องต่างๆไปเป็นหน้าที่ของตน โดย 1.เรื่องชายแดนไม่ต้องห่วง 2.เรื่องการค้า ราคาข้าว ราคามันสำปะหลังขึ้นแน่นอนไม่ต้องห่วง 3.ปราบปรามยาเสพติด ปราบปรามสแกมเมอร์เชือดหมดทุกรายไม่ต้องห่วง และ 4. เลือกกานต์กลับเข้าไปเป็นสส.อีกครั้งพี่น้องต้องให้แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการปราศรัยโดยน.ส.สุดารัตน์ ปราศรัยทิ้งท้ายว่า “ถือว่าพ่อแม่พี่น้องคือเทวดาของตัวเอง เทวดาเอ้ย เข้าคูหากาเบอร์ 1 เด้อ”

สุดารัตน์ ย้ำนักการเมืองถ้าไม่โกง อย่ากลัวการตรวจสอบโดยตรงของประชาชน

สุดารัตน์ ย้ำนักการเมืองถ้าไม่โกง อย่ากลัวการตรวจสอบโดยตรงของประชาชน

สุดารัตน์ ย้ำนักการเมืองถ้าไม่โกง อย่ากลัวการตรวจสอบโดยตรงของประชาชน

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

“สุดารัตน์”ย้ำนักการเมืองถ้าไม่โกง อย่ากลัวการตรวจสอบโดยตรงของประชาชน เรียกร้องหนุนนโยบายไทยสร้างไทย ให้อำนาจประชาชน 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองโคตรโกง และองค์กรอิสระ รวมทั้งตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน เชื่อพลังของประชาชนจะปราบคอร์รัปชั่นได้ ผิดหวังพรรคใหญ่ พรรคเก่าไม่หนุน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 48 พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ย้ำจุดยืนเดินหน้าปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ระบุชัดว่า นักการเมืองถ้าไม่โกง ไม่ควรหวาดกลัวการตรวจสอบโดยตรงจากประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคที่กำลังหาเสียงกันอยู่ สนับสนุนการให้อำนาจประชาชน เป็นกลไกหลักในการปราบคอร์รัปชัน

คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ว่า การทุจริตคอร์รัปชันคือรากเหง้าปัญหาที่กัดกินเศรษฐกิจไทย ทำให้ประเทศถดถอย เศรษฐกิจดิ่งเหวประชาชนยากจน จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อสร้างระบบตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง โดยเสนอให้ประชาชนจำนวน 50,000 คน สามารถเข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริต รวมถึงองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ได้โดยตรง

นอกจากนี้ ยังเสนอจัดตั้ง “ป.ป.ช.ภาคประชาชน” เพื่อเป็นกลไกถ่วงดุลอำนาจ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้สังคม ป้องกันการแทรกแซงจากการเมือง และยุติสภาพที่ประชาชนทำได้เพียง “นั่งมองตาปริบๆ” ดูนักการเมืองโกงกินและปล้นเงินในกระเป๋าของคนไทยโดยไม่สามารถทำอะไรได้

คุณหญิงสุดารัตน์ ยกตัวอย่างกรณีอื้อฉาวหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นคดีนาฬิกาหรูยืมเพื่อนที่จบลงโดยไม่มีใครต้องรับผิด กรณีโครงการปรับปรุงตึก สตง.จนถล่มมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก กรณีกักตุนหน้ากากอนามัยช่วงโควิดที่สาวไม่ถึงต้นตอ รวมถึงโครงการเสาไฟกินรีที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นหลักฐานว่า องค์กรอิสระถูกกลไกการเมืองแทรกแซง จนไม่สามารถนำตัวคนโกงมาลงโทษได้จริง

พร้อมกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์แสดงความผิดหวังต่อท่าทีของ พรรคใหญ่และพรรคการเมืองเก่าแก่ ที่ไม่สนับสนุนนโยบายให้อำนาจประชาชนตรวจสอบ โดยอ้างความกังวลว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง

“ดิฉันรู้สึกผิดหวังกับคำตอบของพรรคการเมืองที่บอกว่าหัวใจคือประชาชน และพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด เพราะหากเชื่อว่าหัวใจคือประชาชนจริง ก็ต้องกล้าเชื่อในอำนาจของประชาชน และกล้าที่จะให้อำนาจประชาชนตรวจสอบได้โดยตรง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า พรรคไทยสร้างไทยเชื่อมั่นว่า พลังของประชาชนคือคำตอบในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และเป็นหนทางเดียวที่จะยุติยุคที่นักการเมืองและผู้มีอำนาจโกงแล้วลอยนวล พร้อมเดินหน้าผลักดันการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง