‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนศักดิ์ศรีประชาชนอย่างเป็นธรรม

‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนศักดิ์ศรีประชาชนอย่างเป็นธรรม

‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนศักดิ์ศรีประชาชนอย่างเป็นธรรม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.48 น.

‘ทวี’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ ต้องแก้ปัญหา ‘ป่าทับคน’ คืนศักดิ์ศรีให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม จี้รัฐทบทวนกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์รอบด้าน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เสนอแนวนโยบายการนิรโทษกรรมคดีที่ดินป่าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนระหว่างพื้นที่ป่าไม้กับพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างเป็นธรรม

7ก.พ.2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ กล่าวถึงแนวคิดการผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินป่าไม้ ว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน และสะท้อนความล้มเหลวของการจัดการที่ดินของรัฐ ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีพื้นที่รวมกว่า 320 ล้านไร่ แต่มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เพียงประมาณร้อยละ 39 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังต้องพึ่งพาพื้นที่ทำกินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นเขตป่าไม้โดยไม่มีการรังวัดแนวเขตอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดปัญหา “ป่าทับคน” อย่างเป็นวงกว้าง

“ประชาชนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตป่า แต่กลับถูกทำให้กลายเป็นผู้กระทำผิด ถูกจับกุม ดำเนินคดี และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรมจากรัฐตั้งแต่ต้น” หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลล่าสุด ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าที่มีสภาพป่าจริงประมาณร้อยละ 31 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่พื้นที่ป่าที่รัฐประกาศไว้มีมากกว่า 130 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้มีพื้นที่จำนวนมากที่ไม่เหลือสภาพป่าแล้ว แต่กลับมีประชาชนหลายล้านครัวเรือนต้องเผชิญคดีบุกรุกป่า เป็นความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่รัฐต้องรับผิดชอบ

“เรากำลังใช้กฎหมายไปจัดการกับคนจนและชุมชนดั้งเดิม ขณะที่ปัญหาที่แท้จริงคือการประกาศเขตและการบริหารจัดการที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า แนวคิดการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้มีการบุกรุกป่าใหม่ แต่เป็นการเยียวยาผลกระทบจากนโยบายรัฐในอดีต และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม

“นิรโทษกรรมครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายป่า แต่คือการแก้ความผิดพลาดของรัฐ และเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างยั่งยืน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า ขอเสนอให้รัฐทบทวนกระบวนการพิสูจน์สิทธิในที่ดินอย่างรอบด้าน โดยเปิดรับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และร่องรอยการทำประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ และการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดอคติในการตัดสิน ถ้ารัฐจริงใจในการแก้ปัญหา ต้องใช้ข้อมูล ใช้เทคโนโลยี และรับฟังชุมชน ไม่ใช่ใช้กฎหมายฝ่ายเดียว

“ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้เชิงโครงสร้าง โดยกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ควบคู่กับการปฏิรูปการจัดการที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน และสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับชุมชนในระยะยาว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือคำถามว่ารัฐจะยืนอยู่ข้างประชาชนหรือไม่” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

โค้งสุดท้าย! ธนกร ขอคนไทยเลือก ภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ

โค้งสุดท้าย! ธนกร ขอคนไทยเลือก ภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ

โค้งสุดท้าย! ธนกร ขอคนไทยเลือก ภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.43 น.

“ธนกร” โพสต์ขอคนไทยเลือก “ภูมิใจไทย” ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ ย้ำหลักการ ยืนอยู่ข้างประชาชน ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ลั่นประเทศไม่ใช่สนามทดลองงานของมือใหม่ ที่จะฝากอนาคตของประเทศไว้ด้วยได้

วันที่ 7 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลายท่านตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่เพราะตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจาก แนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ความจริงใจต่อประชาชน และการทำเพื่อบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยก็มีผู้นำที่ยึดหลักเหล่านี้ในการทำงาน และพยายามดูแลบ้านเมืองให้เดินหน้าอย่างมั่นคง

ผมเองเคยมีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และวันนี้ตัดสินใจมาทำงานร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะเห็นว่าแนวทางการทำงานในเรื่องสำคัญของประเทศ ยังอยู่บนหลักการเดียวกันคือความพอดี ความรับผิดชอบ และการยืนอยู่ข้างประชาชน

บริบทของวันนี้ เราต้องเลือกคนที่พร้อมพาประเทศเดินหน้าต่อ ไม่ใช่สนามทดลองงานของมือใหม่ ที่เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้ด้วยได้

ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ขอพี่น้องประชาชน พิจารณาเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกทั้ง คน และ พรรค หมายเลข 37 เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากที่สุด

มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน ‘เจอ จ่าย จบ’ เป็น 3 ครั้งต่อปี

มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง  แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน 'เจอ จ่าย จบ' เป็น 3 ครั้งต่อปี

มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน ‘เจอ จ่าย จบ’ เป็น 3 ครั้งต่อปี

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.

“มาดามหยก”ขอส่งเสียงจากพรรคเล็ก บอกเห็นใจชาวบ้าน ออกมา​ กระทุ้งรัฐบาลอีกครั้ง เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา ‘ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ’ ชี้ผ่านมา 5 ปียังเงียบ บอกต้องสร้างความมั่นใจปชช.ต่อภาพลักษณ์ประกันภัย ก่อนกลัวไม่กล้าซื้อประกันอีก พร้อมแนะ รวมเงินเยียวยา‘น้ำท่วม-แผ่นดินไหว-ชายแดน’ ดึงงบกลางมาช่วยก่อน 

นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ (Indy Party) เบอร์ 22 ออกมา เรียกร้องรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อขอให้เร่งรัดเงินเยียวยาจากกรณีน้ำท่วม หรือเงินประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ รวมถึงเรื่องของความเสียหายที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว และปัญหาการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเงินเยียวยาเหล่านี้ ความจริงไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนควรจะมาร้องขอ หรือไม่ใช่เป็นสิ่งที่รัฐต้องแจก แต่เป็นสิ่งที่รัฐต้องจ่าย อย่างกรณีประกัน ‘เจอ จ่าย จบ’ ซึ่งจนถึงขณะนี้ผ่านมา 5 ปีแล้วก็ยังคงมียอดค้างหนี้อยู่อีกประมาณ 70,000 กว่าล้าน จากเดิม 80,000 กว่าล้าน ซึ่งความจริงแล้วรัฐเองมีงบประมาณซึ่งเป็นงบกลางที่สามารถนำมาใช้เยียวยาประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติอะไรต่างๆ มาเยอะแล้ว ก็สามารถจ่ายมาได้ แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงจ่ายให้ประชาชนไม่ได้

นางสาวกชพร กล่าวว่า พรรคก้าวอิสระ ในฐานะที่ทำงานเป็นจิตอาสามา 28 ปี อยู่เบื้องหลังมานาน เห็นใจประชาชนกับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องนี้ ซึ่งเราอยู่ใกล้ชิดกับเขามาตลอด ทุกครั้งที่ประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นจากปัญหาโควิด ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาชายแดน และปัญหาแผ่นดินไหว ซึ่งพรรคก้าวอิสระอยู่เคียงบ่า เคียงไหล่ กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะน้องๆทหารที่ปกป้องอธิปไตยอยู่ชายแดน แต่ละคนยังได้รับเงินเยียวยาไม่ครบเลย

จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเร่งรัดเงินเยียวยาเหล่านี้ ซึ่งเป็นเงินที่เขาควรจะได้อยู่แล้ว โดยอาจจะนำงบประมาณจากส่วนกลาง หรือผันงบประมาณจากส่วนไหนมาช่วยก่อนก็ได้ หรือกรณีของประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ อยากให้ทางกองทุนประกันวินาศภัย(กปว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ในกำกับดูแลของฝ่ายบริหาร ได้พิจารณาจ่ายเงินเยียวยา จากเดิมปีละ 2 ครั้งเป็นปีละ 3 ครั้งได้หรือไม่ เพื่อให้คิวการจ่ายเร็วขึ้น จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆของรัฐ ได้เข้าใจประชาชนด้วยว่า ถ้าเขาไม่มีเงิน ก็คือไม่มีจริงๆ อย่างไรก็ตามหา กปว.สามารถเร่งรัดเยียวยาได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะจะเป็นการ กอบกู้ความมั่นใจของประชาชน ในเรื่องภาพลักษณ์ของประกันภัยได้อย่างมาก ไม่เช่นนั้นประชาชนที่ต้องการจะซื้อประกันภัยคงไม่กล้าที่จะซื้ออีก 

ปวงชนไทยสู้ไม่ถอย ยึดจอ LCD ทั่วกรุง 7 ชม สุดท้าย อ้อนขอโอกาสกาเบอร์ 23

ปวงชนไทยสู้ไม่ถอย ยึดจอ LCD ทั่วกรุง 7 ชม สุดท้าย อ้อนขอโอกาสกาเบอร์ 23

ปวงชนไทยสู้ไม่ถอย ยึดจอ LCD ทั่วกรุง 7 ชม สุดท้าย อ้อนขอโอกาสกาเบอร์ 23

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00น. ล่าสุด พรรคปวงชนไทย หมายเลข 23 ไม่ถอย ไม่ยอม โดยขึ้นภาพและหมายเลขพรรค บนจอแอลอีดีของแพลนบี สู้พร้อมชนทุกพรรคเป็นการประชาสัมพันธ์พรรคปวงชนไทย ทั่วกรุงเทพมหานคร บริเวณทางด่วนและย่านการค้าเศรษฐกิจ ใจกลางเมือง ซึ่งใช้ช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00-18.00น. 7 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนต้องยุติการหาเสียงทุกแพลตฟอร์มทุกรูปแบบ ในเวลา 18.00 น. ของวันนี้

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกำหนดอนาคตของประเทศไทยด้วยกัน 

พรรคปวงชนไทย

“วันนี้ถ้าเลือกแบบเดิมก็จะเป็นเหมือนเดิม จึงขอโอกาสพรรคปวงชนไทย หมายเลข 23 เข้ามาแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจ ดูแลคนทำงานแรงงานทั้งในและนอกระบบ ถึงเวลาอวสานหนี้ เพิ่มรายได้ให้คนไทย สู้แล้วรวยทั้งประเทศได้ทันที มั่นใจ พรรคปวงชนไทย ตัวจริงทำเป็นล้านเปอร์เซ็นต์” นายเอกสิทธิ์ ย้ำ

พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! พิพัฒน์ ควง ชลัฐ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัย ภท.โค้งสุดท้าย

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! พิพัฒน์ ควง ชลัฐ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัย ภท.โค้งสุดท้าย

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! พิพัฒน์ ควง ชลัฐ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัย ภท.โค้งสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! ‘พิพัฒน์’ ควง ‘ชลัฐ’ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัยภท.โค้งสุดท้าย ชู ‘สะพานข้ามทะเลสาบ–สนามบิน-ทวงคืน 30 ปีโอกาสคนใต้-คนละครึ่งพลัส’ ยันไม่เล่นการเมืองบนความเดือดร้อนปชช. ไร้ขายฝัน 

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานงานบรรยากาศเวทีปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดพัทลุง  ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(8ก.พ.) เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ และนายชลัฐ รัชกิจประการ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีเมื่อช่วงค่ำวานนี้(6ก.พ.) ประกาศจุดยืนด้วยความเป็นลูกหลานคนพัทลุง มั่นใจที่จะสามารถคว้าสส.ยกจังหวัดครบทั้ง 3 เขต ด้วยนโยบายที่ทำได้จริงและ ตรงความต้องการของพี่น้องชาวพัทลุง

โดยนายชลัฐ กล่าวปราศรัยเปิดเวทีด้วยการเล่าถึงการพบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนย้ำความภาคภูมิใจที่เลือกกลับมาหาพี่น้องชาวพัทลุง เพราะนี่คือบ้านเกิด และเป็นพื้นที่ที่พรรคภูมิใจไทยเริ่มต้นสร้างตัวเป็นสาขาแรกของพรรคอยู่ที่พัทลุง สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นตลอด 17 ปีที่ผ่านมา จากพรรคเล็กสู่พรรคที่พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายชลัฐ กล่าวต่อว่า ผลกระทบจากเกมการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งทำให้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต้องชะงัก แต่ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลักทำงานเพื่อปากท้องประชาชน ไม่ขายฝัน และไม่เล่นการเมืองบนความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าได้มี โอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โครงการนี้ได้กลับมาแน่ ส่วนเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบาย ของพรรคนั้น เรามีทีมนักบริหารมืออาชีพ ระดับประเทศ ครบทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และความมั่นคงการปกป้องอธิปไตยของชาติ แม้ นโยบายอาจไม่มาก แต่ทุกนโยบายทำได้จริง เห็นผลลัพธ์ พูดแล้วทำแน่นอน

ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่าโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา–พัทลุงยังเดินหน้าต่อ ไม่ได้ถูกยกเลิกตามที่มีการบิดเบือน แต่ล่าช้าเพราะการยุบสภาก่อน ซึ่งทางธนาคารโลก ได้สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาแหล่งอนุบาลปลาโลมาอิรวดี ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา ควบคู่กับการก่อสร้างสะพาน จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง ยืนยันว่าเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ จะนำโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งความหวังคือ โครงการสนามบินจังหวัดพัทลุง เป็นความฝันของคนเมืองหนังโนรา ก็ขอโอกาสจากประชาชนให้พรรคภูมิใจไทยให้ได้ สส. ครบทั้ง 3 เขต ทั้ง น.อ.ดร.อธิคุณ คงมี เขต 1 นายวรท เทอดวีระพงศ์ เขต 2 และนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เขต 3  เพื่อเป็นตัวแทนเข้าสภาฯ ตั้งกระทู้จี้รัฐบาลให้สามารถดันโครงการเข้าสู่ ครม. อย่างเร่งด่วนเชิญชวนประชาชน ดังนั้น วันที่ 8ก.พ.นี้ เข้าคูหาเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกผู้สมัครสส.พัทลุงของพรรค ให้ครบทั้ง 3 เขต เพื่อเปลี่ยนพัทลุงให้รุ่งเรือง และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ลูกหลานคนใต้

ทั้งนี้ ตลอดการปราศรัย เสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อนโยบาย “พูดแล้วทำพลัส” และแนวคิด “ทวงคืน 30 ปีที่สูญหายของชาวใต้” ที่มุ่งนำโอกาส การพัฒนา และความรุ่งเรืองกลับคืนสู่พัทลุงและภาคใต้อย่างยั่งยืน

คาราวานสีแดงสนั่นเมือง ยศชนัน จุลพันธ์ ขึ้นรถจี๊บหมายเลข 9 แห่หาเสียงโค้งสุดท้าย

คาราวานสีแดงสนั่นเมือง ยศชนัน จุลพันธ์ ขึ้นรถจี๊บหมายเลข 9 แห่หาเสียงโค้งสุดท้าย

คาราวานสีแดงสนั่นเมือง ยศชนัน จุลพันธ์ ขึ้นรถจี๊บหมายเลข 9 แห่หาเสียงโค้งสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.34 น.

วันที่ 7 ก.พ. 69  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นรถจี๊บสีแดงหมายเลข 9 แห่หาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ขอคะแนนชาวกรุงเทพมหานคร ให้พรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 เดินหน้าประเทศไทยไปด้วยกันกับนายกรัฐมนตรีชื่อ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคและผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยร่วมคาราวานรถแห่ปราศรัยหาเสียง เส้นทางกรุงเทพฯชั้นใน จากสถานีรถไฟหัวลำโพง – บรรทัดทอง – ยมราช – ทำเนียบรัฐบาล – ถนนราชดำเนิน – อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ชวนคนออกไปเลือกตั้งวันพรุ่งนี้ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหากาเบอร์ 9 

ตามเส้นทางผ่านสองข้างทางมีประชาชนโบกมือทักทายให้กำลังใจ มีแม่ค้าวิ่งมาขอเซลฟี่ ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านขอจับมือ รถยนต์ที่ขับผ่านเปิดกระจกทักทาย สิ้นสุดคาาาวานแห่หาเสียงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

ยศชนัน

จากนั้น นายยศชนันเดินทางต่อไปยัง ซอยเสรีไทย 13 เขตคันนายาว ขึ้นรถแห่พบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 15 เบอร์6 และนายยศชนัน จะพูดคุยผ่านรายการ “ยศชนันและจุลพันธ์ทักครับ!” เวลา 16.30น. ทาง facebook และ youtube ของพรรคเพื่อไทย ก่อนยุติการหาเสียงในช่วงเวลา 18.00 น.

ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน

NT นำทีม กกต ตรวจจุดตั้งห้อง War Room หนุนภารกิจเลือกตั้งปี 69

NT นำทีม กกต ตรวจจุดตั้งห้อง War Room หนุนภารกิจเลือกตั้งปี 69

NT นำทีม กกต ตรวจจุดตั้งห้อง War Room หนุนภารกิจเลือกตั้งปี 69

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.14 น.

พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ให้การต้อนรับ นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง และคณะ พร้อมนำชมศูนย์เฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนภารกิจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุม อาคาร 20 ชั้น 4 สำนักงานแจ้งวัฒนะ

​โดย NT ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของ กกต. เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเลือกตั้ง ปี 2569 ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเชื่อถือได้ ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ในครั้งนี้ NT พร้อมปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ครอบคลุมการให้บริการระบบเครือข่าย การสื่อสาร และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ กกต. สามารถดำเนินการตรวจสอบและกำหนดแนวทางในการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในการนี้ได้นำเทคโนโลยีด้าน Cybersecurity ที่ได้มาตรฐานสากลมาใช้ในการตรวจจับ วิเคราะห์ และรับมือกับเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของข้อมูลและระบบสำคัญในช่วงการเลือกตั้งตลอด 24 ชั่วโมง

NT
NT

ส่งใจจากนิวยอร์ก จินนี่ อ้อนชาวไทยเลือกพไทยสร้างไทย เบอร์ 48 กำหนดอนาคตประเทศ

ส่งใจจากนิวยอร์ก จินนี่ อ้อนชาวไทยเลือกพไทยสร้างไทย เบอร์ 48 กำหนดอนาคตประเทศ

ส่งใจจากนิวยอร์ก จินนี่ อ้อนชาวไทยเลือกพไทยสร้างไทย เบอร์ 48 กำหนดอนาคตประเทศ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.55 น.

นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ น้องจินนี่ ส่งใจตรงจากสหรัฐอเมริกา ขณะที่กลับไปสอบที่ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) โดยน้องจินนี่ระบุว่าแม้ภารกิจการเรียนจะทำให้ต้องอยู่ห่างไกลคนละซีกโลก แต่ความห่วงใยที่มีต่ออนาคตประเทศไทยยังคงเต็มเปี่ยม จึงขอใช้พื้นที่ส่วนตัวออกมาเชิญชวนพี่น้องชาวไทยให้ช่วยกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้เพื่อกำหนดทิศทางใหม่ให้กับประเทศ

 น้องจินนี่ได้เน้นย้ำความมั่นใจในพรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 พร้อมระบุเหตุผลที่อยากให้เลือกพรรคว่า เป็นพรรคที่รวมตัวคนทำงานสุจริต ที่มีประสบการณ์สูง มีความเก๋าเกมและพิสูจน์ผลงานสำเร็จมาแล้วมากมาย ที่สำคัญคือมีจุดยืนชัดเจนเรื่องความโปร่งใสและไม่โกงบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการนำพาประเทศให้ไปต่อได้อย่างยั่งยืน จึงขอฝากเบอร์ 48 ไว้ในอ้อมใจโหวตเตอร์ทุกคน เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นพรรคที่ไว้วางใจได้และพร้อมจะดูแลประชาชนอย่างจริงจังในทุกมิติ 

น้องจินนี่
น้องจินนี่
น้องจินนี่

รทสช. ลุยทั่วกรุง พีระพันธุ์ หนุน พลัฏฐ์ ขอคะแนนคนเยาวราช

รทสช. ลุยทั่วกรุง พีระพันธุ์ หนุน พลัฏฐ์ ขอคะแนนคนเยาวราช

รทสช. ลุยทั่วกรุง พีระพันธุ์ หนุน พลัฏฐ์ ขอคะแนนคนเยาวราช

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.44 น.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายอดิศร โพธิ์อ่าน รองโฆษกพรรค ลงพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณถนนเยาวราช เพื่อช่วย นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 1 (พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ และบางรัก) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากถนนเยาวราชเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ต่างให้การต้อนรับนายพีระพันธุ์ พร้อมร่วมทักทายและให้กำลังใจตลอดเส้นทางการลงพื้นที่

รทสช.

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติได้ตระเวนลงพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า การหาเสียงของพรรคเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ และยึดแนวทางการพบปะประชาชนโดยตรง ไม่ใช้วิธีการอื่นที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ตนยึดถือมาตั้งแต่เข้าสู่การเมือง

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า การเดินพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่เยาวราช นอกจากได้สอบถามสารทุกข์สุกดิบของผู้ประกอบการแล้ว ยังได้พบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ช่วยให้การค้าขายคึกคัก พร้อมขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้การต้อนรับและกำลังใจ และเชิญชวนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ขอให้เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 ทั้งประเทศ

รทสช.
รทสช.
รทสช.
รทสช.
รทสช.

เตือนระวังบัตรเสีย เปิดโผ 18 ผู้สมัครเขต 31 บัญชีรายชื่อ ถูกตัดสิทธิ์โค้งสุดท้าย

เตือนระวังบัตรเสีย เปิดโผ 18 ผู้สมัครเขต  31 บัญชีรายชื่อ ถูกตัดสิทธิ์โค้งสุดท้าย

เตือนระวังบัตรเสีย เปิดโผ 18 ผู้สมัครเขต 31 บัญชีรายชื่อ ถูกตัดสิทธิ์โค้งสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.07 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั่วประเทศ ว่าวันพรุ่งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่มีการเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติในที่เดียวกัน โดยหน่วยเลือกตั้ง 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 52 ล้านคน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้พร้อมในการออกไปใช้สิทธิ์โดยตรวจสอบสถานที่ไปใช้สิทธิ หมายเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและหมายเลขพรรคที่จะเลือก รวมถึงตอบประเด็นออกเสียงประชามติ  และเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการแสดงตน ได้แก่บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวผู้พิการ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ รวมถึงเอกสารแสดงตนดิจิทัล

กกต.

พร้อมกันนี้ รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่าศาลฎีกาได้มีคำสั่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต จำนวน  18 คน ได้แก่

1.นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ จ.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม

2.น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย  จ.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย

3.นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ จ.ตาก เขต 3 หมายเลข 6 พรรคประชาชน

4.นายพสิษฐ์ คำชัย จ.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม

5.นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์จ.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม

6.น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด จ.ระยอง เขตที่ 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ

7.นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย

8.นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัครเขต 3 นครศรีธรรมราช หมายเลข 9 พรรคพลวัต

9.นายบุญเสริม หัตถยานนท์ จ.นครศรีธรรมราช เขต 4 หมายเลข 9 พรรคเพื่อบ้านเมือง

10.นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จ.นครศรีธรรมราช เขต 7 เบอร์ 3 พรรคกล้าธรรม

11.น.ส.ณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ จ.ชลบุรี เขต 6 หมายเลข 12 พรรค ไทยสร้างไท

12 นายหร้าหมาน  คลเรียน จ.พังงา เขต 1หมายเลข 6 พรรคพลวัต

13.นายสมชัย นันทาภิรัตน์ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม

14.นายกิตติพัทธ์ แก้วใส จ.อุตรดิตถ์ เขต 1 หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ

15.นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ จ.สุราษฎร์ธานี เขต 6 เขต 6 หมายเลข 7 พรรคไทยก้าวใหม่

16.นายชาติชาย จันทร์สวย จ.อุดรธานี เขต 10 หมายเลข 6 พรรคประชาธิปัตย์

17.นายสิทธิ โสพสิงห์ จ.อำนาจเจริญ เขต 2 หมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ

18.นายชัยยุตต์  เกิดหลำ จ.สระบุรี เขต 2 หมายเลข 6 พรรคกล้าธรรม

บัตรเสีย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทั้งนี้ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว เพราะหากไปกากบาทในช่องเลือกผู้สมัครรายดังกล่าวก็จะทำให้กลายเป็นบัตรเสีย ซึ่งในส่วนของประชาชนที่ได้เลือกบุคคลที่ถูกถอนชื่อทั้ง 18 รายไปแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้า บัตรเลือกตั้งดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสียทันที นอกจากนี้ ศาลฎีกายังมีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 31 ราย

1.นายสมโชค จันทร์ทอง  ผู้สมัคร สส.บัญ ชีรายชื่ออันดับที่ 2 พรรคพลังธรรมใหม่

2.นายสมัครสุนทรเวทย์ ปรีชาชัยวัฒน์  ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 59 พรรคไทยก้าวใหม่

3.นายโชคชัย จันทร์วิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญ ชีรายชื่ออันดับที่ 9 พรรคเป็นธรรม

4.นายสมพร ขวัญเนตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 7 พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย

5.น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 3 พรรครวมพลังประชาชน

6.นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 40 พรรคไทยก้าวใหม่

7.นายไชยยศ จิระเมธากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 29 พรรคประชาธิปัตย์

8.นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 20 พรรครักชาติ

9.สิบตรี สมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 17 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน

10.นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 23 พรรคปวงชนไทย

11.นายวิชัย แซ่เตีย ผู้สมัคร สส.บัญีรายชื่อลำดับที่ 4  พรคไทยพร้อม

12.นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 32 พรรคใหม่

13.นายรพี ขาวทอง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 17 พรรคทางเลือกใหม่

14. พลเอก เดชนิธิศ  เหลืองงามขำ  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 พรรคกล้าธรรม

15.นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 98 พรรคกล้าธรรม

16.นายพุทธชาติ  ช่วยราม  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 พรรคพลังประชารัฐ

17.นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่7  พรรคไทยพร้อม

18.นายวุฒิไกร  ศรีจันไชย  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 49  พรรคเศรษฐกิจ

19.ว่าที่ ร.ต.ธนุ  วงษ์จินดา  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 31 พรรคกล้าธรรม

20.น.ส.พนัชกรณ์  ตุลานนท์   ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 38  พรรครวมไทยสร้างชาติ

21.น.อ. พิเศษ ปริญ ไชยเสวกวิ    ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 53 พรรคเศรษฐกิจ

22. นายกัมชัย อภิโชครตนกุล    ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 7พรรคไทยธรรม

23. นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที  9 พรรคฟิวชั่น

24. นายวชิรชัย คงชัย    ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 22  พรรคปวงชนไทย

25. นายพร้อมพณ  ทินวงศ์   ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 26 พรรคปวงชนไทย  

26. นางสาววาเลน ชื่นโชคสันต์  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 64 พรรครวมไทยสร้าง ชาติ 

27. นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 20 พรรคไทยชนะ 

28. นายโยธิน วรารัศมี  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 70 พรรคกล้าธรรม 

29. นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 2 พรรคไทยรวมไทย 

30. นางสาววริสรา พังงา ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 18  พรรครักชาติ 

31. นายเศรษฐศิษฎ์ ณุวงค์ศรี   ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ  ลำดับที่ 3พรรคครูไทยเพื่อ ประชาชน 

สำหรับผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อจะไม่กระทบกับการลงคะแนนเลือกพรรค เพราะกฎหมายกำหนดให้ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 บัญชี ไม่เกิน 100 รายชื่อ  ดังนั้น การถอนรายชื่อผู้สมัครรายใดก็ไม่กระทบกับพรรค ยังสามารถเลือกพรรคได้ตามปกติ ทั้งนี้ได้มีการประสานไปยัง กกต.จังหวัดให้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อออกหน้าหน่วยรวมถึงบนบัตรเลือกตั้งจะขีดฆ่ารายชื่อผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิออก เพราะหากประชาชนไปกากบาทเลือกในช่องดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสีย

พร้อมเน้นย้ำว่าหากเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แล้ว ไม่ได้ไปใช้สิทธิ จะไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้  เนื่องจากขาดจากการเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่  แต่ยังสามารถไปออกเสียงประชามติได้ตามปกติ  อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ ไม่มีชื่อปรากฏในการเลือกตั้งเมื่อวันที่1กุมภาพันธ์ ก็สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ณ หน่วยเลือกตั้งตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน  

ส่วนกรณีที่เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติเป็นคนละที่กันนั้น รองเลขาธิการ กกต.  ชี้แจงว่าหากประชาชนไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและประชามตินอกเขต หน่วยเลือกตั้งก็ยังคงเป็นหน่วยเดียวกัน จะเป็นคนละหน่วยเฉพาะกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง แต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต หรือกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ก็จะทำให้หน่วยออกเสียงเป็นคนละที่กัน  ส่วนกรณีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ติดหน้าหน่วยที่พบว่ามีสีซีดจางอ่านไม่ออกนั้นในวันเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ก็จะนำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดใหม่ไปติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยแทน ซึ่งจะทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  เน้นย้ำกฎหมายว่าตั้งแต่วันที่ 18.00 น.  ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลา 18.00 น.  ของวันเลือกตั้ง ห้ามขาย จำหน่ายจ่ายแจกหรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตพื้นที่หรือทั้งประเทศ  พร้อมขอให้พึงระมัดระวังเพราะฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ของฝากก็ยังผู้สมัครและพรรคการเมืองว่า  18.00 น. ในวันนี้ห้ามผู้ใดทำหาเสียงการหาเสียงทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัคร จึงขอฝากไปยังประชาชนทุกคนเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อขาวรายงานว่าสำหรับผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ถูกศาลชื่อนั้น พบว่าเป็นผู้สมัครพรรคกล้าธรรม 6 คน  พรรคเพื่อไทย 2 คน  พลังประชารัฐ 3 คน   พลวัต 2 คน   พรรคประชาชน 1 คน ประชาธิปัตย์ 1 คน  ไทยสร้างไทย 1 คน พรรคเพื่อบ้านเมือง 1 คน  ไทยก้าวใหม่ 1 คน 

ขณะที่ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อที่ถูกถอดรายชื่อ พบ พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน  ไทยก้าวใหม่ 2 คน พรรคกล้าธรรม 4 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 1 คน  พรรครวมพลังประชาชน 1 คน ปวงชนไทย 3 คน พรรครักชาติ 2 คน ครูไทยเพื่อประชาชน 2 คน พรรคไทยพร้อม 2 คน  พรรคเศรษฐกิจ 2 คน  รวมไทยสร้างชาติ 2 คน  พลังประชารัฐ 1 คน พรรคใหม่ 1 คน พรรคทางเลือกใหม่ 1 คน  พรรคฟิวชั่น 1 คน  พรรคไทยธรรม 1 คน  พรรคไทยรวมไทย 1 คน  พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และพรรคไทยชนะ 1 คน 

กกต.
กกต.
กกต.
กกต.
กกต.
กกต.