รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.42 น.

4 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569

โอกาสนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางมาถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) นายกรัฐมนตรีถวายคำนับพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายธูปเทียนแพ แล้วถวายคำนับ 1 ครั้ง จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ใจความว่า

เนื่องในโอกาสอันเป็นศุภมงคลสมัยวันฉัตรมงคล ที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส คณะทูตานุทูต ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปีติโสมนัสเป็นล้นพ้นที่ได้มาชุมนุมกัน เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในวันนี้

นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะและน้ำพระราชหฤทัย อันเปี่ยมด้วยพระเมตตาอาทร เพื่อมุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ และเป็นหลักชัยแห่งความมั่นคงของแผ่นดิน พระราชกรณียกิจทั้งปวง ทั้งการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ ล้วนก่อให้เกิดความผาสุกสวัสดี เกิดสัมฤทธิผลสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สมดั่งพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

ในวาระอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมด้วย จตุรพิธพรชัย พระบรมเดชานุภาพ และพระบารมีเกริกไกรแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนาสถิตสถาพรในไอศวรรย์ราชสมบัติ เป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์

ในโอกาสนี้ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำผู้มีเกียรติที่มาในงานสโมสรสันนิบาตแห่งนี้ ร่วมดื่มถวายพระพรชัยมงคล แด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อความเป็นสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ต่อจากนั้น วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้ว นายกรัฐมนตรีและผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานกล่าว “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีและผู้มีเกียรติดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วงดนตรีบรรเลงเพลงสดุดีจอมราชา เป็นอันเสร็จพิธี

– 006

พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น! ปชน.จ่อเปิดตัว ดร.โจ กรุงเทพง่ายๆ BYผู้ว่าประชาชน แพลมไต๋โปร 5 เดือน 5

พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น! ปชน.จ่อเปิดตัว ดร.โจ กรุงเทพง่ายๆ BYผู้ว่าประชาชน แพลมไต๋โปร 5 เดือน 5

พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น! ปชน.จ่อเปิดตัว ดร.โจ กรุงเทพง่ายๆ BYผู้ว่าประชาชน แพลมไต๋โปร 5 เดือน 5

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น! ปชน.จ่อเปิดตัว ดร.โจ กรุงเทพง่ายๆ BYผู้ว่าประชาชน แพลมไต๋โปร 5 เดือน 5

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) ถึงความเคลื่อนไหว ก่อนวันเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างเป็นทางการ 5 พ.ค.นี้ เวลา 17.00 น. ว่า ล่าสุด มีการเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากเดิม จะใช้ที่มิวเซียมสยาม กทม. ได้เปลี่ยนมาใช้ ที่ The Mitr-ting room ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์ เป็นสถานที่เปิดตัว “ดร.โจ” นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรค ปชน. 

โดยมีการเริ่มเดบิวต์ปรากฏตัวต่อสาธารณะในงานกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ของพรรค ปชน.จากสี่แยกบางโพ เข้าสู่สภาฯ เมื่อวันแรงงาน 1 พ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ พรรค ปชน.ได้โพสต์ข้อความสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “กรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน” ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากมั้ย? เหนื่อยเกินไปรึเปล่า? เพราะเรารู้ว่าเมืองนี้ไม่ง่าย แม้ทุกคนจะต่อสู้ดิ้นรนเต็มที่ ก็ใช่ว่าจะได้มีชีวิตที่ดี ความฝันที่เรียบง่ายอย่างการมีโรงเรียนดีๆ ใกล้บ้านให้ลูก ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ขายของแบบสบายใจไม่ต้องจ่ายส่วย เดินอย่างปลอดภัยในซอยบ้านตัวเอง กลายเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในกรุงเทพ พรรค ปชน.จึงขอเสนอ “กรุงเทพง่ายๆ” เมืองที่เป็น safety net โอบรับในทุกๆ วันของชีวิตคุณ

นอกจากนี้ สส.พรรคปชน. มีการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับโปร 5 เดือน 5 อาทิ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ได้แชร์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊กพรรค ปชน.กรุงเทพ พร้อมกับเปิดเผย  ว่า วันที่ 5 เดือน 5 พบกับโปรใหม่จากพรรค ปชน. #กรุงเทพง่ายๆ  โดยโพสต์ดังกล่าวของเพจปชน.กรุงเทพ ได้ระบุว่า กรุงเทพโคตรยาก ที่เรารู้สึกว่าเมืองนี้ยากจัง อาจจะเพราะมันยากจริง พาพ่อแม่ออกไปหาหมอที่โรงบาลรัฐ  กลับบ้านหลังเลิกงาน ออมเงินแต่ละเดือนให้ได้ซักก้อน เดินกลับบ้านคนเดียวยามวิกาล  จะเปิดบริษัททำธุรกิจ กรุงเทพอาจจะมีตึกสวย มีรถไฟฟ้า นักท่องเที่ยวต่างไหลมาที่นี่ แต่เรื่องพื้นฐานที่จะทำให้ชีวิตในแต่ละวันของคนกรุงเทพนั้นเรียบง่ายนั้นอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ชีวิตของคนกรุงเทพ อย่างที่เราเห็นจากข้อความข้างต้นว่า สำหรับคนกรุงเทพหลายๆ คน เมืองนี้ยังยากอยู่ 5 พ.ค. นี้ 5 โมงเย็น แคนดิเดตผู้ว่าของพรรคปชน. จะมานำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อกรุงเทพที่ง่ายกว่า พบกันที่ The Mitr-ting room ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์ กรุงเทพง่ายๆ by ผู้ว่าประชาชน 

นายกฯ ตั้ง เอกนิติ ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน

นายกฯ ตั้ง เอกนิติ ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน

นายกฯ ตั้ง เอกนิติ ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.17 น.

“นายกฯ”ตั้ง”เอกนิติ” ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ยันเคยใช้หาเสียงปี 62 ชี้ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ต้องสร้างความสอดคล้องบริบทโลก ลั่น!ไม่เอื้อประโยชน์ใคร

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรค ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ได้มีการเคลียร์กันหมดแล้วหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม โดย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา เรื่องแลนด์บริดจ์ ตนจะตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษา และเร่งสรุปผลการศึกษา ให้กลับมาภายในเ 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทํามาสมัยก่อนนั้น ก็อยู่บนสถานการณ์ของโลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะสามารถทําให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆ หรือมีให้น้อยที่สุด หากเกิดความขัดแย้ง หากเกิดสถานการณ์อะไรต่างๆ ที่เป็นเรื่องของคนอื่น แล้วประเทศไทยเราต้องมาได้รับผลกระทบด้วย ก็ต้องหาจุดหายุทธศาสตร์อะไรต่างๆ ที่ทําให้ยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเองได้ และถ้าจะมีผลกระทบให้มีน้อยที่สุด

เมื่อถามว่า การตั้งนายเอกนิติ เพื่อให้ไปศึกษา จะเป็นรูปแบบ PPP (การลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน) ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูทุกรูปแบบ ดูทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเรื่องการคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องรูปแบบของโลจิสติกส์ ดูทั้งเรื่องของสิ่งที่จะมาผูกกับแลนด์บริดจ์ ถ้าจะไปเอาเฉพาะเรื่องของคาร์โก้ เรื่องคอนเทนเนอร์ เรื่องของการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน แต่ว่าจะไปดูทุนอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูในเรื่องความสะดวกมันอาจจะไม่คุ้มทุนตรงนี้ แต่มีเรื่องอื่นเข้ามาที่จะทําให้ภาพรวมทั้งหลายเกิดความคุ้มค่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่นายเอกนิติ จะไปศึกษา ตนให้ท่านเป็นคนเลือกหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาร่วมศึกษากับท่าน

เมื่อถามว่า ภายใน 90 วัน จะไฟนอลแล้วหรือไม่ จะไม่มีการศึกษาอะไรเพิ่มเติมจากนี้ นายกฯ ตอบว่า เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มันเป็นนโยบาย ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้สําหรับพรรคภูมิใจไทย หรือสําหรับแฟนๆ พรรคภูมิใจไทย ต้องถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 อยู่ในแผนการหาเสียงปี 2562 และสมัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่แล้ว ท่านก็ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และตั้งใจที่จะทําให้ได้เกิดขึ้น ก็เป็นงานที่ต่อเนื่องกัน

เมื่อถามว่า ล่าสุดผลการสํารวจของนิด้าโพล ระบุว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วย แต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์เท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทําอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวมของประเทศ

เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัด จะยื่นหนังสือคัดค้านกับ สส.ในพื้นที่ ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ กล่าวว่า “ครับ ก็มีคนเห็นด้วยครับ ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์ มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีประโยชน์ใช้สอยทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด อย่างที่ผมเคยพูด เราไม่มีน้ำมัน แต่เรามีอาหาร ทุกๆ วันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้จะทําให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือเปล่า” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตอนนั้นที่เราพูดกันตอนปี 2562 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิด ช่องแคบมะละกาจะมีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันนี้ เราก็ต้องมาดูว่า เราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ําใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง

เมื่อถามว่า มีข้อห่วงใยในเรื่องของการดําเนินการว่าอาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ผมว่าเอาแค่ตรงนี้ก่อนดีกว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ไม่เคยเห็นเอื้อใครสักที เข้ามา 7 – 8 ปี ก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาเกลียดเอาทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา ทําให้เขาโกรธ เพราะไม่ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อ เอาพวกเอาพ้อง เอาเพื่อนฝูง เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว

บี้รัฐทบทวน แลนด์บริดจ์ !! นรเศรษฐ์ ซัดอย่าอ้างสงคราม ฟังไม่ขึ้น จ่อเรียก พิพัฒน์ แจง

บี้รัฐทบทวน แลนด์บริดจ์ !! นรเศรษฐ์ ซัดอย่าอ้างสงคราม ฟังไม่ขึ้น จ่อเรียก พิพัฒน์ แจง

บี้รัฐทบทวน แลนด์บริดจ์ !! นรเศรษฐ์ ซัดอย่าอ้างสงคราม ฟังไม่ขึ้น จ่อเรียก พิพัฒน์ แจง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.10 น.

‘นรเศรษฐ์’ บี้รัฐบาลทบทวน ‘แลนด์บริดจ์’ อย่าอ้างเรื่องสงคราม ‘ปิดช่องแคบ’ ฟังไม่ขึ้น เตือนเอาประเทศไปเสี่ยงเป็นสมรภูมิขัดแย้ง ลั่นข้อมูล สนข. ไม่สมบูรณ์ แฉร่างพ.ร.บ. SEC ส่อแววเลี่ยงตรวจสอบสิทธิชุมชน เตรียมเรียก ‘พิพัฒน์’ ชี้แจง11พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการยื่นญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค.ว่า เป็นเรื่องที่สว.หลายคนสนใจ เตรียมไปหาข้อมูลมาอภิปราย สิ่งที่รัฐบาลให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงจากภาวะสงคราม ทำให้ช่องแคบการเดินเรือต่างๆ ถูกปิด หรือจำนวนเรือช่องแคบมะละกามีเพิ่มขึ้นจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองนั้น เป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไป ไม่หนักแน่น ในภาวะสงครามทุกช่องแคบการเดินเรือ และเส้นทางที่มีความเชื่อมโยง มีโอกาสถูกปิดทั้งสิ้น อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ถ้าไม่มีการวางสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจให้ดี ประเทศไทยจะไปอยู่บนยุทธศาสตร์ความขัดแย้ง มีโอกาสถูกปิดเส้นทางได้ ถ้าเกิดสงคราม เหตุผลการเร่งผลักดันโครงการคืออะไร ทำไมต้องเร่งรีบผลักดัน ตอนแรกบอกเพื่อขยายตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ ล่าสุดบอกเป็นความเสี่ยงเรื่องช่องแคบทางทะเล

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.)ในโครงการแลนด์บริดจ์มีความไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อมูลการคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจนำมาจากไหน อ้างว่าจะมีเรือมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์มากมายไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ขัดแย้งกับรายงานของมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ระบุว่า โมเดลแลนด์บริดจ์มีรายละเอียดที่เป็นความเสี่ยง ต้องขนของขึ้นลงในการขนส่งหลายครั้ง ทำให้มีต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้เรือไม่มาใช้บริการ ช่องโหว่ที่มากมายอาจไม่ใช่แค่จุดเสี่ยง แต่เป็นจุดสลบของโครงการก็ต้องถามว่า ทำไมต้องเร่งผลักดัน เพราะยังมีปัญหาเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทราบว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)ให้เสร็จในปีนี้ เพื่อเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะหากตั้งคณะ กรรมการชุดต่างๆขึ้นมาได้ จะช่วยยกเลิกกระบวนการกฎหมายต่างๆได้ ทำให้การตรวจสอบต่างๆอ่อนแอลง

นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ในวันที่11พ.ค.นี้ ได้ยื่นกระทู้ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้มาตอบคำถามต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงการเร่งรีบผลักดันโครงการ ถ้านายพิพัฒน์มั่นใจว่าเป็นโครงการที่ดี คุ้มค่าการลงทุน ขอให้กล้ามั่นใจมาตอบต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย เพราะสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปเทียบกันไม่ได้ และหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ คนที่รับภาระคือ ประชาชน และชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องได้รับผลกระทบ

แค่ขอโทษไม่พอ สส.พิชานนท์ ซัดพรรคส้ม ปมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน

แค่ขอโทษไม่พอ สส.พิชานนท์ ซัดพรรคส้ม ปมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน

แค่ขอโทษไม่พอ สส.พิชานนท์ ซัดพรรคส้ม ปมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.39 น.

หัวอกคนเคยเป็นกำนัน! “สส.พิชานนท์”ซัด”พรรคส้ม” ปม สส.ตัวเองปากพล่อยลามชงตรวจฉี่”กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”ทั่วประเทศ ตัวการค้ายาเสพติด แค่ขอโทษไม่พอ ทำเสียขวัญกำลังใจทำงาน กระตุกสำนึกรับผิดชอบ รู้อยู่แก่ใจว่าต้องทำยังไง

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้มีการตรวจปัสสาวะกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพื่อหาสารเสพติด เนื่องจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้ายาเสพติด ว่า ก่อนตนจะมาเป็น สส. ตนเคยเป็นกำนัน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เคยเป็นอุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ตราด ตามที่ สส.พรรคประชาชน อภิปรายไป ตนรู้สึกไม่สบายใจ และได้รับสายจากพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากการอภิปรายแบบนี้ มันทำให้เสียขวัญกำลังใจต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ สารวัตรฯ ทั่วประเทศ เราเป็นองค์กรใหญ่ในการขับเคลื่อนของประเทศ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด รับงานทุกกระทรวง ทบวง กรม เราไม่มีเงินเดือน มีเพียงค่าตอบแทน ทึ่ผ่านมากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับการสุ่มตรวจหาสารเสพติดเป็นประจำจากทางอำเภอในการประชุมประจำเดือน เราเป็นหน่วยงานคอบบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ทำหน้าที่คอยป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตอนตนเป็นกำนันก็เคยมีผลงานนำจับการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนใจกับพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศ เพราะทุกคนต้องการกำลังใจในการทำงาน พอเรื่องนี้เกิดมันกระทบจิตใจ ผมเข้าใจหัวอกคนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่งตั้งมาจากในหลวงรัชกาลที่ 5” นายพิชานนท์ กล่าว

นายพิชานนท์ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าพรรคประชาชนที่เป็นต้นสังกัด สส.คนที่ออกมาอภิปราย รวมถึงผู้อภิปราย ควรมีมาตรการเพื่อแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ขอโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นั้น ส่วนตัวตนคิดว่าถ้าตนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตนคิดว่ายังไม่เพียงพอต่อผลกระทบทางจิตใจที่พวกเขาได้รับ วันนี้เรามาเป็น สส.ในสภาฯ มี 500 คน ก่อนที่จะพูดอะไรไม่ว่าจะกระทบองค์กรไหนทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร หรือแม้แต่ตัว สส.เอง ต้องพิจารณาคำพูดให้ดี เพราะคำพูดเป็นนาย

“เป็น สส.การแสดงความรับผิดชอบท่านน่าจะรู้อยู่แก่ใจ เพราะถ้าส่วนตัวได้พูดอะไรออกไป แล้วผิดพลาดถึงขนาดนี้ทำให้เสียขวัญกำลังใจ ผมก็รู้ตัวเองดีว่าจะรับผิดชอบอย่างไร เราต้องเข้าใจหัวอก คนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมเข้าใจดี ตอนที่มีเหตุปะทะระหว่างไทย – กัมพูชา ถ้าใครไม่ได้ทำงานพิทักษ์ส่วนหลัง คงไม่ทราบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ค่าตอบแทนที่ได้รับแทบจะไม่เพียงพอต่อการยังชีพ แต่เรามีเกียรติและศักดิ์ศรี” นายพิชานนท์ กล่าว

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

“สีหศักดิ์”เชื่อ”กัมพูชา”ตอบรับ คุย”3 ฝ่าย”บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน 7-9 พ.ค.นี้ ชี้เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อนเริ่ม GBC

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยถึงท่าทีของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.นี้ ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์ กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคาดว่ากัมพูชาน่าจะตอบรับในการพูดคุยครั้งนี้ ยืนยันว่าฝ่ายไทยมีการเตรียมการเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆ ที่จะพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันมาก ซึ่งจะมีการมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยกันต่อ

ส่วนโอกาสที่จะพูดคุยคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ร่วมกันเลยหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะอยู่ในขั้นตอนต่อไป แต่ขณะนี้ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน ดังนั้น ในเวทีที่ประเทศฟิลิปปินส์ต้องมาพูดคุยในมาตรการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไป

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

4 พฤษภาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

หากไม่มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ ตลอดจนชนชั้นนำจารีตประเพณี

หากปราศจากซึ่งการก่อรูปของระบอบตามรัฐธรรมนูญ 2560

หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมแนวบ้านใหญ่ไม่สวามิภักดิ์ต่อชนชั้นนำ

หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมไม่สมคบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบประเทศ

ก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

พูดให้ชัดขึ้น ก็คือ กำเนิดของพรรคอนาคตใหม่ และการดำรงสืบเนื่องเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในวันนี้ คือ ปฏิกริยาต่อสภาพการเมืองและเศรษฐกิจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

การดำรงอยู่ของพรรคนี้ อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงชีวิตแรก 1-2 ทศวรรษนี้ จึงสัมพันธ์กับเรื่องการปฏิรูปอย่างถึงรากทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียง “คน” ที่มาดำรงตำแหน่ง แต่ต้องไปให้ไกลถึงการตั้งประเด็นเรื่องอำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปให้ถึงการตั้งคำถามว่าองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ อย่างไร

เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียงการทำให้คนไม่สูญเสียเวลาในชีวิตไปเป็นปี แต่ต้องชี้ให้เห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำพลเรือนให้มีความเป็นทหาร

เมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการ “แฉ” รายวัน/รายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียง “กระบอกเสียง” ให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหวหรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถ ตบทรัพย์ เท่านััน แต่ต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่าง “ทุน-นักการเมือง-ราชการ“ โยงใยไปถึง ”ยอดปิระมิด“ และการกินรวบประเทศ

หากวันนี้ พรรคไม่ทำภารกิจเรื่องเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรคแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป

หรือหากจะมีพรรคต่อไป พรรคก็จะกลายเป็นเพียงที่รวมตัวกันของคนที่ประสงค์เข้ามาทำงานการเมือง อยากเอาความรู้ความสามารถที่ตนร่ำเรียน มีประสบการณ์ มาช่วยพัฒนาประเทศ

นักการเมืองของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นนักเลือกตั้ง เอาชนะเลือกตั้งให้ได้สม่ำเสมอ

ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นเทคโนแครต “ปะผุซ่อมแซม” เป็นจุดตามที่ตนเองถนัด

หากเป็นเช่นนี้… ก็ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่นๆ

เพียงแต่รูปโฉมดูสดใสใหม่กว่าเดิมๆ เท่านั้น

การหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต้องถกกันถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค และพิจารณาร่วมกันว่า เหตุเหล่านี้ได้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง

หากคำตอบร่วมกันมีว่า สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็ละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย

หากคำตอบร่วมกันยังยืนยันว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ยังคงเหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือเลวร้ายกว่าเดิมแล้วล่ะก็ พรรคก็ต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันให้ได้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์ไปปฏิรูปให้สำเร็จจงได้

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

“กรวีร์”เชื่อดัน”กฎหมายอากาศสะอาด” กลับเข้ามาพิจารณา ทันเดดไลน์ ไม่มีสะดุด เผย”ครม.”เตรียมชงฟื้นร่างกม.หลายฉบับ ย้ำพร้อมประสานตอบกระทู้”ฝ่ายค้าน” แนะวางการเมืองลง ยึดประโยชน์ประชาชน ยังไม่เฟิร์ม”นายกฯ”จะมาตอบกระทู้ถาม”ฝ่ายค้าน”เอง 7 พ.ค.นี้ เหตุติดประชุมฯอาเซียน

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางคณะรัฐมนตรีเรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นเดดไลน์

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าถ้าหากรัฐบาลยังไม่มีการยืนยันมาภายในวันที่ 5 พ.ค.ก็จะเชิญเลขา ครม.ไปชี้แจงในวิปฝ่ายค้านว่าทำไมกฎหมายถึงไม่ผ่าน ด้วยเหตุนี้จะสุ่มเสี่ยงทำให้กฎหมายถูกปัดตกไปโดยอัตโนมัติหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นกังวล ต้องรอความชัดเจนอาทิตย์หน้าที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแบบไหนอย่างไร เชื่อว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนใหญ่จะได้รับการยืนยันจากคณะรัฐมนตรีเข้ามา ส่วนจะเป็นวันที่ 12 หรือวันที่ 15 พ.ค.นั้น เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้าน บอกว่าจะตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสไปตอบกระทู้ของฝ่ายค้านหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านก็ถามนายกฯทุกสัปดาห์ ซึ่งเราก็ได้มีการประสานงานกับคณะรัฐมนตรีอยู่ทุกสัปดาห์ และใช้โอกาสตรงนี้ขอยืนยันไปยังฝ่ายค้านอีกครั้งว่า เรามีความพยายามอยากจะเห็นการทำงานร่วมกัน อยากจะถามในประเด็นไหนหรือถามรัฐมนตรีท่านใด ให้ประสานงานเข้ามาก่อน ซึ่งวันที่ 7 พ.ค.นี้ ตนก็ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรีจะติดภารกิจสำคัญอะไรหรือไม่ ถ้ามีแล้วจำเป็นต้องมอบหมาย แล้วเรารู้ว่าประเด็นที่ท่านจะถามเรื่องอะไร ก็จะประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้แทนได้

“สุดท้ายผมเชื่อว่าถ้าเราวางการเมืองลง เอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง ก็จะทำให้งานเดินหน้าไปได้ ถ้าแจ้งมาว่าเป็นหัวข้อเรื่องอะไร รัฐมนตรีท่านไหน เราสามารถที่จะประสานงาน เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือรับผิดชอบมาตอบกระทู้สดได้ ผมเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ และไม่มีประโยชน์อะไรที่ทำให้กระทู้ตกไปในแต่ละสัปดาห์” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในสภาฯ สมัยนี้มีโอกาสใช่หรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีจะตอบกระทู้ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ตอบกระทู้รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับแต่ละสัปดาห์ ว่านายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจอะไรเยอะหรือไม่ เมื่อถามถึงการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีวาระอะไรสำคัญบ้าง นายกรวีร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ เป็นการสรุปว่าจะมีญัตติใดเข้าสภาบ้าง รวมถึงกระทู้สด ที่สัปดาห์นี้เป็นของพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

สิริพงศ์ แจง รัฐบาลเร่งแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง เตรียมขึ้นค่าผ่านช่องแคบ ลั่น ปีนี้เดินหน้า พ.ร.บ. SEC ได้แน่นอน ยืนยันฟังเสียง ปชช.ยกกรณีเปลี่ยนจาก 99 ปีเป็น 50 ปี

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองว่า รัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่องรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า จะเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบ และสถานการณ์ความไม่สงบที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รัฐบาลจึงต้องนำเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมาพูด เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ โดยสถานการณ์โลกมีการพูดถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มมาขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะหยิบยกมาพูด เพราะการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้เวลาการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และอีกหลายขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ 

เมื่อถามว่า กรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบุโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานตัวเลขด้านความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทางเศรษฐศาสตร์ออกมา  และหน่วยงานราชการก็ไม่ได้ทำลำพัง เพราะมีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกเข้ามาพูดคุย และคำนวณความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจด้วย ส่วนจะคุ้มทุนหรือไม่นั้น มีภาคธุรกิจ บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ดังนั้นจะสามารถประเมินได้ ไม่ใช่การที่รัฐบาลออกมาบอกว่า ดีอย่างเดียว เพราะบริษัทเอกชนสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขสามารถตอบได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้โครงการขนาดใหญ่ มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ออกมาตรการเพื่อให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด แน่นอนว่าถ้าตอบว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ มันกระทบอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กินดีอยู่ดี และมีส่วนในการใช้ประโยชน์จากที่ดินลักษณะนี้ด้วย โดยขั้นตอนการดำเนินการของโครงการนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และกฎระเบียบต่าง ๆ ในการดำเนินการโครงการนี้ 

เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเงินลงทุนที่สูงเกินสำหรับการสร้างท่าเรือ 2 ท่า นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ ทั้งหมดเป็นการประมาณการว่าในโครงการนี้ทั้งการทำท่าเรือ และระบบล้อ ระบบราง ระบบท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางรัฐบาล เพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน (PPP) ตัวเลขต่าง ๆ จะนำมาใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าจะเป็น PPP ในลักษณะใด 

ส่วนไทม์ไลน์ในปี 2573 จะสามารถลงในโครงสร้างพื้นฐานได้เลยหรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า เรื่องนี้จะเป็นอย่างเร็วอันดับแรกต้องมีการผลักดัน พ.ร.บ.SEC ให้เกิดขึ้นก่อนจากนั้นจะเป็นกระบวนการต่าง ๆ ในเรื่องการดูความพร้อมและสภาพพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฏหมาย รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน 

ส่วน พ.ร.บ.SEC จะเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้เมื่อไหร่นั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า จะไทม์ไลน์ที่หน่วยงานให้มา คาดว่าภายในปีนี้ก็จะสามารถเดินหน้าได้ 

ส่วนทุกอย่างจะครอบคลุมทั้งการศึกษาและการลงทุนใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเงินลงทุนเป็นการลงทุนในลักษณะ PPP หาก ได้ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์มาแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขมีการปรับเปลี่ยนมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งแต่ก่อนมีการถามว่าเป็นการเช่าโครงการ 99 ปีหรือไม่ แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเป็นการเช่า 50 ปี ซึ่งรัฐบาลก็ฟังเสียงของประชาชนที่ทักท้วงและท้วงติงจากภาคประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น พ.ร.บ.SEC ฉบับนี้มาจากการฟังจากประชาชนด้วย โดยในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ไปรับฟังและพูดคุย ซึ่งเราจะมีกระบวนการรับฟังความเห็น ไม่ว่าจะทางส่วนกระทรวงคมนาคมหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

‘ณัฏฐ์ชนน’ ยันไม่มีดึงคดี ’รับเงินค่ารักษาพยาบาล‘ ในชั้น ’ป.ป.ช.‘ วอนทบทวนมติที่อุทธรณ์ ไป-เร่งตัดสิน เหตุกระทบโอกาสที่เสียไปในชีวิต ขอโอกาสกลับมาทำงานในประเทศ

วันที่ 4 พฤษถาคม 2569 เมื่อเวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ตัวเองรับเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1.3 ล้านบาทว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ตนอุทธรณ์ มันมีกระบวนการที่จะต้องสอบพยานเพิ่ม ส่วนตัวตนเอง อยากให้ตัดสินวันนี้พรุ่งนี้เลย เพราะมีผลกับตนทั้งเรื่องเครื่องราชฯที่ตนเสียโอกาสไปหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงตำแหน่ง และความเชื่อมั่นของประชาชนอยากขอให้ป.ป.ช.ได้ทบทวนมติที่ตนขอให้มีการทบทวน ไม่ได้มีการดึง อยากให้ดำเนินการเร็วที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องการรักษาพยาบาล ไม่ใช่โกงบ้านโกงเมือง บังเอิญตนตายไปทางการเมืองแล้ว บังเอิญฟื้นขึ้นมา แล้วก็เกือบตายทางการเมือง จึงอยากขอโอกาสกลับมาทำงานให้ประเทศชาติ