8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยบนทางสองแพร่ง

8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยบนทางสองแพร่ง

8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยบนทางสองแพร่ง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.03 น.

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแข่งขันกันของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หากแต่เป็นการเผชิญหน้ากันของกรอบความคิดสองแบบที่ต่างกันต่ออนาคตของประเทศอย่างชัดเจน

กรอบหนึ่งซึ่งถูกเสนอโดย บางพรรคการเมือง เชื่อว่าประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยน ต้องจัดการกับโครงสร้างเดิม ต้องก้าวออกจากสิ่งที่เป็นอยู่โดยเร็ว ขณะที่อีกกรอบหนึ่งมองว่าการเปลี่ยนต้องเกิดขึ้นบนฐานที่ประเทศยังยืนอยู่ได้ ไม่ใช่การผลักทุกอย่างออกไปพร้อมกันในคราวเดียว

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ถ้อยคำที่ได้ยินบ่อยครั้ง คือการย้ำว่าปัจจุบันของประเทศไทยกำลังเสี่ยง หากไม่เปลี่ยน ประเทศจะล้าหลัง ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และไม่มีที่ยืนในโลกยุคใหม่

ถ้อยคำเหล่านี้ฟังดูหนักแน่น แต่สิ่งที่ยังขาด คือภาพที่ชัดว่าความเสี่ยงนั้นอยู่ตรงไหน เกิดจากอะไร และปลายทางของการเปลี่ยนที่ถูกพูดถึงคืออะไร

ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะที่รัฐหยุดทำงาน ผู้คนยังดำรงชีวิตได้ สังคมยังมีพื้นที่ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ และใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัญหา มีความไม่พอใจ และมีความเห็นต่างทางการเมือง แต่ประเทศก็ยังเดินมาได้ภายใต้โครงสร้างที่มีอยู่

การเหมารวมว่าปัจจุบันทั้งหมดคือภาวะที่ต้องหลีกหนี จึงเป็นข้อเสนอที่ควรถูกตั้งคำถาม ไม่ใช่รับมาเชื่อโดยไม่อธิบายให้ชัด

แนวคิดทางการเมืองที่ถูกผลักดันอย่างเข้มข้นในช่วงนี้ ตั้งต้นจากความเชื่อว่าสถาบันและกลไกหลักของสังคมไทยจำนวนมากไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยในแบบที่ควรจะเป็น และจำเป็นต้องถูกจัดการ ปรับเปลี่ยน หรือจัดวางใหม่ให้ทันสมัย

ข้อเสนอเช่นนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่นโยบายรายเรื่อง หากกำลังตั้งคำถามกับฐานคิดของรัฐไทยทั้งชุด ตั้งแต่ระบบกฎหมาย โครงสร้างอำนาจ ไปจนถึงบทบาทของสถาบันหลักที่ประเทศยึดถือมาอย่างยาวนาน

แกนของแนวคิดนี้ไม่ได้เสนอการปรับทีละจุด หากแต่เชื่อว่าการขยับพร้อมกันหลายด้านคือคำตอบ โดยตั้งต้นจากสมมติฐานว่า ฐานเดิมของรัฐและสังคมไทยไม่เพียงพออีกต่อไป

ในขณะที่คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง พวกเขาเพียงไม่เลือกการเปลี่ยนที่กระแทกทุกฐานพร้อมกัน เพราะประสบการณ์ของสังคมไทยคือการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป บนหลักที่ยังยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

หลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทำหน้าที่เป็นทั้งโครงสร้างของรัฐและที่ยึดทางจิตใจ การรักษาหลักเหล่านี้ไม่ได้ขัดกับการพัฒนา แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้การเปลี่ยนไม่พาประเทศเสียศูนย์และแตกแยกไปมากกว่าที่เป็นอยู่

อีกเหตุผลหนึ่งที่ถูกหยิบมาอธิบายความจำเป็นของการเปลี่ยน คือแนวคิดเรื่องระเบียบโลกใหม่ โลกที่ความขัดแย้งลดลง โลกที่กำลังทหารหมดความสำคัญ และโลกที่การเมืองขับเคลื่อนด้วยการเจรจามากกว่าการใช้พลังอำนาจ

แต่เมื่อมองไปยังสถานการณ์จริงบนเวทีโลก ภาพเหล่านี้ยังห่างจากความเป็นจริง ความขัดแย้งยังปะทุในหลายภูมิภาค กำลังทหารยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และรัฐมหาอำนาจยังแสดงแสนยานุภาพอย่างเปิดเผย

ในโลกเช่นนี้ ความมั่นคงของชาติยังเป็นฐานสำคัญของการดำรงอยู่ของประเทศ การมีกองทัพ การเตรียมพร้อม และการรักษาอธิปไตย ไม่ใช่ของล้าสมัย แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการอยู่รอดในระบบโลกที่ยังเต็มไปด้วยแรงปะทะ

ประเทศไทยไม่อยู่ในสถานะที่จะทดลองแนวคิดใหญ่ระดับโครงสร้างโดยไม่คิดถึงต้นทุน ประเทศไม่ใช่มหาอำนาจ และไม่อาจรับแรงกระแทกจากความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ได้ง่าย

คำถามจึงไม่ใช่ว่าโลกควรเป็นแบบใด แต่คือโลกที่กำลังเผชิญอยู่จริงเป็นอย่างไร และประเทศไทยควรวางตัวอยู่บนเงื่อนไขนั้นอย่างไร

เมื่อมองทั้งหมดร่วมกัน การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกบุคคลหรือพรรคการเมือง แต่คือการเลือกกรอบความคิดที่จะกำหนดทิศทางของประเทศในระยะยาว

กรอบหนึ่งเชื่อว่าสิ่งที่ประเทศยึดอยู่คือปัญหา ต้องจัดการ ต้องปรับ และต้องเร่ง ขณะที่อีกกรอบหนึ่งเชื่อว่าประเทศต้องเดินต่อบนสิ่งที่พยุงสังคมไว้ แล้วค่อยแก้ ค่อยปรับ โดยไม่ทำให้โครงสร้างหลักสั่นคลอน

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จึงเป็นวันที่ประชาชนต้องชั่งน้ำหนักว่าจะเลือกการเปลี่ยนที่เดิมพันสูง หรือเลือกเส้นทางที่ประเทศยืนอยู่ได้จริง และพาไทยผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาแล้ว

การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา เพราะบางทางเลือกอาจฟังดูยิ่งใหญ่ในคำพูด แต่หากพลาด ราคาที่ต้องจ่ายคือทั้งประเทศ

ในวันที่ต้องกาบัตร คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าถ้อยคำแบบใดดึงความสนใจได้มากกว่า แต่คือแนวคิดแบบใดทำให้ประเทศอยู่รอด และไม่ถูกผลักเข้าสู่ความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

และนี่คือเหตุผลที่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่สังคมไทยต้องคิดให้หนักว่า จะพาประเทศเดินต่อไปบนเส้นทางแบบใด.

เช็กความพร้อม ประธาน กกต ลุยนครปฐม สังเกตการณ์ส่งมอบบัตรเลือกตั้ง

เช็กความพร้อม ประธาน กกต ลุยนครปฐม สังเกตการณ์ส่งมอบบัตรเลือกตั้ง

เช็กความพร้อม ประธาน กกต ลุยนครปฐม สังเกตการณ์ส่งมอบบัตรเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.59 น.

ที่จ.นครปฐม วันนี้ (7 ก.พ. 69)  นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ประธาน กกต.) รับฟังสรุปภาพรวมการดำเนินงานและสังเกตการณ์การส่งมอบบัตรเลือกตั้ง วัสดุอุปกรณ์ จำนวน 213 หน่วย  รวมทั้งการเตรียมการจัดหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ณ สำนักงานเทศบาลตำบลธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนคร ปฐม โดยมี นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม ให้การต้อนรับ

ขณะที่บรรยากาศที่สำนักงานเทศบาลตำบลธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำหน่วยเลือกตั้ง ตรวจนับอุปกรณ์การเลือกตั้งโดยคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ต้องทำอย่างละเอียดก่อนและหลังการลงคะแนน โดยตรวจสอบหีบบัตร คูหา สายรัด ถุงบรรจุบัตรเลือกตั้ง และแบบพิมพ์ต่างๆ ให้ครบถ้วนตามรายการที่ได้รับ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามขั้นตอนของ กกต.

ประธาน กกต.
ประธาน กกต.
ประธาน กกต.
ประธาน กกต.
ประธาน กกต.
ประธาน กกต.
ประธาน กกต.

ชัยวุฒิ บวงสรวงใหญ่ ประกาศศึกคนโกง ทุนเทา ยันไม่แก้รัฐธรรมนูญ

ชัยวุฒิ บวงสรวงใหญ่ ประกาศศึกคนโกง ทุนเทา ยันไม่แก้รัฐธรรมนูญ

ชัยวุฒิ บวงสรวงใหญ่ ประกาศศึกคนโกง ทุนเทา ยันไม่แก้รัฐธรรมนูญ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการบริหารพรรค แลัทีมพรรครักชาติ ได้ร่วมพิธีประกอบพิธีบวงสรวงศาลพระพิฆเนศ ณ ที่ทำการพรรครักชาติ  เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จ และขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งในช่วงท้ายหลังจบพิธีการ 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ได้ร่วมกันกรวดน้ำคว่ำขัน เพื่อแสดงเจตจำนงแน่วแน่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศ และขจัดจัดกลุ่มคนที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงทิศทางการเมืองไทยก่อนเลือกตั้งว่า คนรุ่นใหม่อย่างพวกเราพรรครักชาติต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมือง ไม่ได้ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องการร่วมกันทำให้บ้านเมืองเดินหน้าอย่างมั่นคง ปลอดภัย และทำให้ประชาชนอยู่ด้วยความสุขโดยไม่แตกแยก ขณะนี้มีพรรคการเมืองหนึ่งที่ประกาศอุดมการณ์แน่วแน่ ชัดเจนแม้แต่บนเสื้อยังเขียนว่าคิดถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส ล้มล้างการปกครอง แล้วพรรคแบบนี้จะเปลี่ยนประเทศให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้อย่างไร 

ชัยวุฒิ

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงพรรคการเมืองที่ประกาศต่อสู้การทุจริตและทุนสีเทา แต่เลือกตรวจสอบเฉพาะฝ่ายตรงข้าม ไม่แตะบุคคลหรือเครือข่ายที่ถูกมองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน จึงสะท้อนว่าไม่ได้มองปัญหาทุจริตอย่างรอบด้าน และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายและความแตกแยกของประเทศในที่สุด

“อาเจ็กซื้อเครื่องบินด้วยเงินทุนเทาจากกัมพูชาไม่เคยพูดถึง นายใหญ่นายน้อยก็เกี่ยวข้องกับทุนเทาไม่เคยพูดถึง เพราะอะไรครับ เพราะเป็นพวกเดียวกัน แล้วมันจะแก้ปัญหาเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นได้ยังไงครับ คุณยังไม่เห็นปัญหาที่แท้จริงของการทุจริต สุดท้ายคนเหล่านี้ก็จะมารวมกัน ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ประเทศแตกแยกอย่างแน่นอน” นายชัยวุฒิ กล่าว

ชัยวุฒิ

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาล ก็มีประวัติการทุจริตคอร์รัปชัน และย้ำว่า “นายใหญ่” ยังมีความเกี่ยวข้องกับพรรคดังกล่าวในทุกจุด พร้อมกล่าวหาว่าที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงปัญหาโกง แต่ยังทำให้เกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาและผลประโยชน์ทับซ้อน โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เคยขอโทษประชาชน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดน ทั้งยังตั้งคำถามว่าพรรคการเมืองอีกฝั่งหนึ่งไม่เคยพูดถึงประเด็นนี้ เพราะมุ่งจับมือจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

“ผมถามว่าวันนี้ ‘นายใหญ่’ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคนี้จริงๆ เหรอครับ เขาเกี่ยวข้องกับพรรคในทุกๆ จุดเลยครับ ทุกๆ คนคือคนของเขา ไม่เกี่ยวข้องตรงไหน เอาปากกามาวงได้เลย ไม่มี” หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าว

ชัยวุฒิ

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังกล่าวถึงพรรคสีฟ้าที่ประกาศทวงคืนคะแนนเสียงจากภาคใต้ โดยตั้งคำถามว่าประชาชนภาคใต้เห็นด้วยหรือไม่ และชี้ว่า ที่ผ่านมาเคยต่อสู้กับระบอบทักษิณมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันกลับไม่พูดถึงประเด็นดังกล่าว ที่สำคัญ วันนี้ถ้า ส้ม-แดง-ฟ้า จับมือกัน แล้วไปขับเคลื่อนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ประเทศจะเป็นอย่างไร อีกคนหนึ่งอยากล้มล้าง อีกคนหนึ่งขายชาติ อีกคนไม่เอาทหาร ขายฝันไปวันๆ มาจับมือกันเป็นรัฐบาลแล้วจะแก้รัฐธรรมนูญ ประเทศไปไม่ได้ บ้านเมืองมีวิกฤตแน่นอน

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงพรรคสีน้ำเงินว่าเป็น “พรรคประโยชน์นิยม” และเรียกร้องให้แสดงจุดยืนให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาหลายเรื่องจนประชาชนไม่ไว้วางใจ อีกทั้งยังวิจารณ์ถึงกรณีที่ต้องการมาดึงคะแนนเสียงจากฐานเดิมของ “ลุงตู่” แต่กลับสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปราบโกง 

ชัยวุฒิ

“วันนี้คุณพยายามจะดึงคะแนนของ ‘ลุงตู่’ แต่คุณกลับไปพูดว่า เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปราบโกงของลุงตู่ ใครก็รับไม่ได้ครับ มันไม่มีอุดมการณ์ที่มีความชัดเจน” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงจุดยืนของพรรครักชาติ โดยยืนยันว่า ”พรรครักชาติ“ ตัวตึงหลังตรง ตรงไปตรงมา ไม่เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญปราบโกงต้องคงอยู่ พร้อมประกาศแนวทางทำการเมืองที่ยึดความถูกต้อง “ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ทำการเมืองเพื่อคนรุ่นใหม่ คนที่มีอุดมการณ์  เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่และผู้มีอุดมการณ์เข้ามาทำงานการเมือง โดยเชิญชวนประชาชนร่วมกันสร้างพลังการเปลี่ยนแปลง ให้การเมืองมี “น้ำดี” เข้าไปแทน “น้ำเสีย” และร่วมกันเปลี่ยนประเทศให้มั่นคง เข้มแข็ง เพื่อคนไทยทุกคน จึงอยากเรียกร้องให้มาช่วยกันรักชาติ เพราะรักชาติไม่ใช่แค่เพียงคำพูด เรามาสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน ให้การเมืองดี ให้มี ‘น้ำดี’ เข้ามาไล่ ‘น้ำเสีย’ ในการเมือง และผมเชื่อว่าพวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองนี้ให้ดีขึ้นได้

ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ

ประชาธิปัตย์บุกเมือง 3 คาราวานรถแห่ อภิสิทธิ์ นำทีม มั่นใจเป็นทางรอดที่ปลอดภัย

ประชาธิปัตย์บุกเมือง 3 คาราวานรถแห่ อภิสิทธิ์ นำทีม มั่นใจเป็นทางรอดที่ปลอดภัย

ประชาธิปัตย์บุกเมือง 3 คาราวานรถแห่ อภิสิทธิ์ นำทีม มั่นใจเป็นทางรอดที่ปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.35 น.

7 ก.พ.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการปล่อยแถวขบวนรถแห่หาเสียง วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ โดย นาการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯและแคนดิเดตนายกฯ ไปเข้าขบวนระหว่างทาง พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และแกนนำพรรคฯ พร้อมผู้สมัคร สส.กทม.

โดยนายอภิสิทธิ์ เริ่มด้วยการสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม​ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคฯ ก่อนปล่อยแถว​ขบวนรถแห่รณรงค์หาเสียง​ วันสุดท้าย​ 3 เส้นทาง คาราวานแรก เคลื่อนตัวหาเสียงเส้นทาง กทม.ชั้นใน นำทัพคาราวานโดยนายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ เข้าซอยอารีย์ มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผ่าน ถ.พญาไท เลี้ยวเข้าเส้นทางพระราม 4 สู่ ถ.เยาวราช ตรงไปต่อที่เสาชิงช้า ผ่าน ถ.บำรุงเมือง และ ถ.กรุงเกษม กลับเข้า ถ.พระราม 4 เข้าสู่ ถ.สีลม จากนั้นออกสู่ ถ.เจริญกรุง เลี้ยวเข้า ถ.จันทน์ ออกสู่ ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ เลี้ยวไปที่ ถ.พระราม 3 ผ่านหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มุ่งหน้าสู่ ถ.สุขุมวิท และสิ้นสุดที่ตึก True Digital Park

ประชาธิปัต​ย์

คาราวานที่ 2 เส้นทาง กทม.ชั้นนอกนำทีมโดย นายกรณ์ โดยเริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ ออกทางแยกประดิพัทธ์ ตรงยาวถ.พหลโยธิน เลี้ยวเข้า ถ.สายไหมที่แยก คปอ. มุ่งหน้า ถ.สุขาภิบาล 5  ออกสู่ ถ.วัชรพล ผ่าน ถ.รามอินทรา มุ่งหน้า ถ.นวมินทร์ เลี้ยวเข้าสู่ ถ.รามคำแหง  มุ่งหน้าแยกคลองตัน ออกสู่ ถ.สุขุมวิท สิ้นสุดที่ตึก True Digital Park 

คาราวานที่ 3 มุ่งสู่เส้นทางฝั่งธน นำโดย นางการดี เริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ วิ่งไปตามเส้นทาง ถ.พระราม 6 ผ่านสวนจตุจักร มุ่งสู่สะพานประชานุกูล ออกสู่ ถ.จรัญสนิทวงศ์ และเลี้ยวสู่ถ.เพชรเกษม เลี้ยวเข้าถ.บางแค และมุ่งหน้าไปตาม ถ.เทอดไท และมุ่งหน้าไปสู่วงเวียนใหญ่  ผ่านทาง ถ.ลาดหญ้า และสิ้นสุดที่ Icon Siam 

ประชาธิปัต​ย์

สำหรับบรรยากาศก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะขึ้นรถแห่ง เป็นไปอย่างครึกครื้น เพราะมีการเปิดเพลงประจำพรรค ถึงขั้นทำให้นายอภิสิทธิ์ออกสเต็ปเต้นเบา ๆ หยอกล้อกับผู้สื่อข่าว พี่บรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้น

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมถาษณ์ก่อนเคลื่อนขบวนว่า กรณีเวทีปราศรัยเมื่อคืนวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประกาศว่าถ้าแพ้พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็บอกว่า อยากให้ประชาชนเลือกให้มาก เพื่อที่จะเข้าไปคุมเกมเป็นรัฐบาล ในการแก้ปัญหาทุจริตคุมเทา ตรงนี้คือสิ่งที่ย้ำก็คือว่า ประชาธิปัตย์ไม่ไปไหน เรากลับมาแล้ว และก็อยู่พร้อมทำหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ประชาธิปัต​ย์

“ผมก็ยังเชื่อมั่น ว่าประชาชนจะให้โอกาสเรา เติมพลังเรา ให้เป็นผู้คุมเกมรัฐบาล นั่นหมายถึงว่ารัฐบาลที่มีเราร่วม ก็จะทำให้พี่น้องมั่นใจว่าเรามีทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนแล้ว ปลอดภัยจากการโกง จากความจน จากความเหลื่อมล้ำ จากความขัดแย้ง จากปัญหาภายนอกทั้งหมด แต่ในกรณีที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล เราก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบเต็มที่ แล้วตัวผมเอง เมื่อทางพรรคฯบอกว่าจะอย่างไรก็ตามต้องการให้ผมทำงานต่อ ผมก็ยืนยันว่าแม้อยู่คนเดียว ถ้ามีใครมาโกงกินทุจริต ผมก็เต็มที่ เพราะฉะนั้นอยากให้มั่นใจว่าประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว แล้วก็อยู่ต่อไปคู่กับพี่น้องประชาชน แล้วก็จะทำหน้าที่ดีที่สุด สถานะใดก็ตามเราคือทางรอดที่ปลอดภัยของทุกคน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นอกเหนือจากทางรอดที่ปลอดภัยแล้ว อยากจะฝากอะไรถึงประชาชน เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการหาเสียง เพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้ตัดสินใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งกัน และไปลงประชามติด้วย ของหให้ไปใช้สิทธิกันมาก ๆ ใช้สิทธิโดยอย่าเห็นแก่เรื่องของอามิสสินจ้าง มาทำการเมืองสุจริต เพราะจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเมืองที่ดี เศรษฐกิจที่ดี สังคมที่ดี 

พลังหญิงบุกบางกะปิ ซาบีดา ควง โอ๋ ลุยลำสาลี มั่นใจกระแสภูมิใจไทยเบอร์ 37

พลังหญิงบุกบางกะปิ ซาบีดา ควง โอ๋ ลุยลำสาลี มั่นใจกระแสภูมิใจไทยเบอร์ 37

พลังหญิงบุกบางกะปิ ซาบีดา ควง โอ๋ ลุยลำสาลี มั่นใจกระแสภูมิใจไทยเบอร์ 37

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.32 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.พ. มัสยิดยามิอุ้ลมุตตากีน (ลำสาลี) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือโอ๋ ผู้สมัคร สส. เขตวังทองหลาง เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ , เขตบางกะปิ ในการหาเสียงกับกลุ่มเพื่อนหญิงพลังหญิงตั้งเป้าไว้อย่างไร ว่า เท่าที่ลงมาในพื้นที่เขตนี้เรียกพี่โอ๋ทั้งซอย ไม่ใช่สุดซอย หลายคนบอกว่าเลือกอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเสียงตอบรับดีมากและกระแสพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37ดีมาก

เมื่อถามว่าอยากจะอ้อนคนกรุงอย่างไรบ้างให้เลือกคนทำงานของพรรคภูมิใจไทย น.ส.ซาบีดากล่าวว่า อยากฝากประชาชนชาวกรุงเทพฯ ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยและสส.เขตของพรรค เพราะพรรคเราพูดแล้วทำ และที่สำคัญเราเป็นคนทำเป็น มีประสบการณ์ และตั้งใจทำงาน เข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี จึงอยากฝากขอคะแนนให้พวกเราได้มาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทำหน้าที่แทนท่าน เราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

ซาบีดา

เมื่อถามว่า ครั้งนี้จะขอเสียงประชาชนอย่างไรให้เลือกแบบเสียงไม่แตก น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ความจริงไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็แล้วแต่ เราก็เป็นพรรคที่รักประชาธิปไตยเช่นกันและที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ที่จะเข้ามาดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้านทุกวัยทุกสาขาอาชีพ เพราะทุกคนถือเป็นส่วนสำคัญของสังคมนี้ ที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมองข้ามและไม่เคยละเลย ดังนั้นจึงขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยรวมพลังสร้างปรากฏการณ์สีน้ำเงินในวันที่ 8 ก.พ. เราจะทำงานเต็มที่เพื่อให้ประเทศไทยได้ไปต่อ

ด้าน น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ส่วนตัวมีความตั้งใจในการอาสามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนให้กับประชาชนในเขตบางกะปิ วังทองหลาง เนื่องจากตนเกิดและเติบโตอยู่ในเขตพื้นที่อยู่แล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะเห็นถึงความตั้งใจและนโยบายดีๆของพรรคภูมิใจไทย ที่มีมาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อพิจารณา ไม่ว่าจะเรื่องผู้บริหารมืออาชีพ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่เรามี รวมถึง น.ส.ซาบีดา ที่จะมาเป็นตัวแทนพี่น้องชาวมุสลิม ที่จะมาทำหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัฐบาล

ซาบีดา
ซาบีดา
ซาบีดา

คลองสามวาพร้อม100% ตรวจเข้มอุปกรณ์-บัตรเลือกตั้ง ความปลอดภัยเข้มงวด

คลองสามวาพร้อม100% ตรวจเข้มอุปกรณ์-บัตรเลือกตั้ง ความปลอดภัยเข้มงวด

คลองสามวาพร้อม100% ตรวจเข้มอุปกรณ์-บัตรเลือกตั้ง ความปลอดภัยเข้มงวด

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.15 น.

คลองสามวาพร้อม 100%! ตรวจเข้มอุปกรณ์-บัตรเลือกตั้ง ท่ามกลางการอารักขาความปลอดภัยเข้มงวด

7 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศโค้งสุดท้ายของการเตรียมงานเลือกตั้งคึกคัก สำนักงานเขตคลองสามวาโชว์ความพร้อม ตรวจเช็กอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งครบถ้วน พร้อมรับศึกเลือกตั้งใหญ่ ย้ำมาตรการความปลอดภัยสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการสำนักงานเขตคลองสามวา เจ้าหน้าที่ประจำเขตได้เร่งดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยของวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในหน่วยเลือกตั้งอย่างละเอียด ประกอบด้วยบัตรเลือกตั้ง ตรวจนับจำนวนตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ , หีบบัตรเลือกตั้ง ตรวจสอบสภาพความแข็งแรงและการซีลล็อก , วัสดุอุปกรณ์สนับสนุน อาทิ ปากกา บอร์ดประชาสัมพันธ์ และอุปกรณ์ประจำคูหา

การตรวจสอบในครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% ก่อนจะมีการส่งมอบไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่

ในด้านการรักษาความปลอดภัย มีรายงานว่าทางสำนักงานเขตฯ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยมีการวางกำลังอารักขาบริเวณจุดเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ากระบวนการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรร

สำหรับพี่น้องประชาชนในเขตคลองสามวา สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งของท่านได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมการปกครอง หรือที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ ณ สำนักงานเขตคลองสามวา

ห้วยขวางคึกคัก อนุทิน ขึ้นรถแห่ มั่นใจนโยบายพรรคภูมิใจไทย

ห้วยขวางคึกคัก อนุทิน ขึ้นรถแห่ มั่นใจนโยบายพรรคภูมิใจไทย

ห้วยขวางคึกคัก อนุทิน ขึ้นรถแห่ มั่นใจนโยบายพรรคภูมิใจไทย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.44 น.

จากนั้นเวลา 08.40 น.วันที่ 7 ก.พ.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดประชาราษฎร์ บำเพ็ญ 24 เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.กทม. เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วย

โดยเมื่อเดินทางถึง มีประชาชนมาขอถ่ายภาพโดยนายอนุทิน ได้ทำท่าพลัส ก่อนที่ชาวบ้านถามเปิดด่านไหม นายอนุทินตอบว่า ไม่มี จากนั้นนายอนุทินเดินแวะร้านขนมหวานซึ่งเป็นรถพ่วง ซื้อรวมมิตร 4 แก้ว โดยระหว่างที่นายอนุทินเดินหาเสียงในตลาดได้มีประชาชนเปิดกระจกรถยนต์ พร้อมพูดว่าขอให้สำเร็จ และเลือกพรรคภูมิใจไทย ก่อนเดินแวะร้านขายเบเกอรี่ สวมบทนักรีวิวแนะนำร้านขนมปังเด็ดด้วย

อนุทิน

ต่อมานายอนุทิน ได้เดินแวะไปยังร้านซักแห้งโดยสอบถามเจ้าของร้านว่า เป็นธุรกิจครอบครัวใช่หรือไม่ ธุรกิจนี้ตนเคยใฝ่ฝันว่าอยากทำ ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงประชาชนได้มอบปฏิทินกวนอู เป็นที่ระลึกด้วย โดยนายอนุทินได้หยิบปฏิทินขึ้นมาชูขนาดขึ้นรถแห่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างขึ้นรถแห่หาเสียงตลอดทางนายอนุทิน ได้ขอคะแนนเสียง และขอให้ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง โดยระหว่างทางปรากฎได้มีรถแห่หาเสียงของผู้สมัครสส.เขตวังทองหลาง พรรคประชาชน (ปชน.)ขับสวนรถแห่หาเสียงของนายอนุทิน โดยผู้สมัครสส.คนดังกล่าวทักทายและพูดว่า “สวัสดีนายกฯหนู” โดยนายอนุทิน ยิ้มตอบรับ  จากนั้นนายอนุทิน เดินตลาดเช้าปากซอยพุ่มอุไร ทักทายมีประชาชน ซึ่งมี ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของภายในตลาดหลายคนให้กำลังใจนายอนุทินบริหารประเทศ

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

มธ กาง 4 จุดแข็ง มัดใจยักษ์ชิป ASML ปักฐานผลิต

มธ กาง 4 จุดแข็ง มัดใจยักษ์ชิป ASML ปักฐานผลิต

มธ กาง 4 จุดแข็ง มัดใจยักษ์ชิป ASML ปักฐานผลิต

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.41 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ไทยมี 4 จุดแข็งดึง “ASML” ยักษ์ใหญ่ด้านชิปที่สุดของโลกมาลงทุน แนะรัฐบาลใหม่เร่งทำ “Grand strategy” เชื่อมต่อทุกอุตสาหกรรม “ผลิต-ส่งออก-ขายในประเทศ” ชูสร้างฐานการผลิตในไทยคุ้มทุนไวที่สุด หนุนเสริมอุตฯ เซมิคอนดักเตอร์เข้มแข็งระยะยาว พร้อมชงปรับแก้กฎระเบียบเปิดช่องเกิด “Venture Capital” เอื้อนำความรู้ที่ได้ต่อยอดสร้างนวัตกรรม-ธุรกิจต่อ
 
ศ. ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การที่บริษัท ASML ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีความสนใจและได้เข้ามาหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการสร้างซัพพลายเชนในประเทศไทย มาจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ 1. ไทยมีจุดแข็งที่มีความศักยภาพมากพอจนได้รับความสนใจ 2. ยุทธศาสตร์ของทาง ASML เองที่ต้องการกระจายความเสี่ยง (Risk Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาจากจีน

มธ

สำหรับจุดแข็งของไทย แม้หลายฝ่ายจะมองไทยเป็นประเทศที่อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ทั้งในทางการเมือง และเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ล่าสุดที่ Financial times ยังวิเคราะห์ว่าไทยเป็นคนป่วยของเอเชีย (Sickman of Asia) แต่หากมองให้ลึกลงไป ไทยยังมีจุดเด่นที่หลายคนอาจจะมองข้ามและเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจจาก ASML 

ทั้งนี้ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยค่อนข้างมีศักยภาพที่ดี ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือ การประกอบ และทดสอบชิป รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น power sensor แผงวงจรพิมพ์ (PCB) หรือฮาร์ดดิสก์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องพิมพ์ต่างๆ 2. มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการทำงานของเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า และมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม 3. ไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงจะเกิดสงครามในระดับภาพใหญ่ 4. ฐานการผลิตของไทยเป็นน่าเชื่อถือ (Trusted Production Base) หากมาลงทุนสร้างฐานการผลิตที่ไทย ความลับทางธุรกิจของบริษัทเหล่านั้นจะไม่รั่วไหล เพราะไทยเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาที่นำเข้ามา

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ หรือ BOI ควรจะต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ใหญ่ (Grand strategy) ของประเทศไทยในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมทางเซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์แห่งอนาคต และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด เพื่อทำให้บริษัทต่างชาติใหม่ๆ ที่จะมาลงทุนในไทยเห็นภาพว่ามีการผลิตที่สามารถส่งออก และขายในประเทศได้ด้วย และทำให้บริษัทเหล่านั้นเกิดความคุ้มทุนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความดึงดูดให้บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติอื่นๆ ให้ความสนใจไทยมากขึ้นอีก

“จุดที่ดึงดูดที่สุดคือทำให้นักลงทุนมองว่าการลงทุนในประเทศไทยมีความคุ้มทุนเร็วที่สุด การคุ้มทุนตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของการให้สิทธิประโยชน์ เช่น ยกเว้นภาษี 10 – 20 ปี เท่านั้นแต่ถ้าไทยมี Grand strategy และทำไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดก็จะช่วยสร้างให้เกิดทิศทางทางนโยบายที่เข้มแข็ง รวมถึงจะส่งผลให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เราเติบโตได้จริงในระยะยาว ที่สำคัญคือต้องไม่มีการเปลี่ยนนโยบายที่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ  ซึ่งอันนี้ต้องอาศัยแรงจากฝ่ายการเมืองด้วย เพราะถ้าเกิดการย้ายฐานการผลิตแล้วจะไม่มีการย้อนกลับมาที่ไทยอีกเลย” ศ. ดร.อาชนัน กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า หาก ASML เข้ามาลงทุนในไทยเพื่อสร้างซัพพลายเชนจริงๆ คาดว่าจะเป็นการทำชิ้นส่วนประกอบบางชิ้น ไม่ใช่เครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงทั้งเครื่อง และการหวังให้บริษัทข้ามชาติถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ก็คงเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญของความอยู่รอดของธุรกิจ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การหวังให้บริษัทถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ แต่คือการสร้างความรู้ให้กับคนที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งซัพพลายเชน หรือต่อยอดความรู้นั้นไปสู่นวัตกรรม หรือธุรกิจต่อไป ซึ่งรัฐบาลใหม่และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรจะต้องสร้างสภาพแวดล้อม และอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่ให้คนเหล่านั้นใช้ความรู้ไปกับบริษัทข้ามชาติเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น การปรับแก้กฎระเบียบให้เกิดการเปิดให้สามารถระดมทุนเพื่อสร้างธุรกิจ (Venture Capital) ซึ่งที่ผ่านมา Venture Capital ของไทยส่วนใหญ่ผูกกับบริษัทใหญ่ๆ หรือธนาคารพาณิชย์ ซึ่งยังไม่ใช่บทบาท Venture Capital จริงๆ ที่กล้าเสี่ยงตั้งแต่เห็นแนวความคิดเกี่ยวกับธุรกิจ และกล้าปล่อยในส่วนที่ไปต่อไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาไทยมีแต่การอาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างบุคคล (Personal Connection) ส่วนคนที่ไม่รู้จักใครก็ไปต่อไม่ได้ 

เอกสิทธิ์เช็กอินสวนลุมฯ หาเสียงโค้งสุดท้าย มัดใจทาสหมาแมวเบอร์ 23

เอกสิทธิ์เช็กอินสวนลุมฯ หาเสียงโค้งสุดท้าย มัดใจทาสหมาแมวเบอร์ 23

เอกสิทธิ์เช็กอินสวนลุมฯ หาเสียงโค้งสุดท้าย มัดใจทาสหมาแมวเบอร์ 23

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.31 น.

ฟิตไปให้สุด! “หน.เอกสิทธิ์“ นำผู้สมัครพรรคปวงชนไทย จูงน้องหมูเด้ง เดินออกกำลังสวนลุมฯ ขอคะแนนคนรักสัตว์เททั้งใจให้เบอร์ 23  

7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.00 น. เป็นอีกหนึ่งพรรคที่ทำงานเต็มที่ ใช้เวลาจนถึงวินาทีสุดท้ายในการรณรงค์หาเสียงขอคะแนนจากพี่น้องประชาชน  ก่อนถึงวันเลือกตั้ง โดยเช้าวันนี้ 
นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 23 นำคณะผู้สมัครสส.กทม.ทั้ง 24 เขต และผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กราบขอพรให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้  ก่อนจะพาน้องๆ เดินออกกำลังกายโดยรอบสวนลุมพินี และทักทายขอคะแนนพี่น้องประชาชน ที่มาเดินและวิ่งออกกำลังกายในช่วงเช้าวันหยุด ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 

โดยหัวหน้าอาร์ท เอกสิทธิ์ ได้พาน้อง “หมูเด้ง” สุนัขพันธุ์เชาเชา สีดำขนฟูๆ มาเดินออกกำลังกายหาเสียงที่ สวนลุมพินีด้วย สร้างความชื่นชอบให้กับประชาชนที่มาวิ่งและเดินออกกำลังกายเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน ผู้สมัครสส.ของพรรคปวงชนไทย ก็ได้พาน้องสุนัขสัตว์เลี้ยงคู่ใจมาเดินออกกำลังกายที่สวนลุมพินีด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

นายเอกสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้คนไทยเป็นคนที่รักสัตว์มาก เลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นสมาชิกในครอบครัว ซึ่งภาระค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูง นโยบายบัตรทองเพื่อน้องหมาแมวของพรรคปวงชนไทยต้องการอยากจะดูแลเจ้าของลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาล ซึ่งจะมีการเปิดลงทะเบียนฝังชิพและมอบบัตรทองให้ โดยจะได้รับสิทธิ์ฉีดวัคซีนและทำหมันฟรี ผ่านคลินิกสัตวแพทย์ชุมชน รวมถึงมีการจัดโซนนิ่ง สร้างศูนย์รับฝากเลี้ยงสุนัขและแมวหากเจ้าของต้องไปทำงานที่อื่นเป็นการลดภาระจัดระเบียบปัญหาประชากรสุนัขและแมวจรจัด เมื่อเจ้าของภาระไม่สูงมากก็สามารถเลี้ยงต่อได้ ไม่ต้องนำสัตว์ไปปล่อยทิ้ง

นอกจากนี้ นายเอกสิทธิ์ ฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้จัดการเลือกตั้งให้ได้มาตรฐาน โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม ขอให้ปราบปรามและป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง 

พร้อมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเองกำหนดอนาคตของประเทศไทยด้วยกัน 

“วันนี้หากเลือกแบบเดิมก็จะเป็นเหมือนเดิม จึงขอโอกาสพรรคปวงชนไทย หมายเลข 23 เข้ามาแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจ ดูแลคนทำงานแรงงานทั้งในและนอกระบบ ถึงเวลาอวสานหนี้ เพิ่มรายได้ให้คนไทย สู้แล้วรวยทั้งประเทศได้ทันที มั่นใจ พรรคปวงชนไทย ตัวจริงทำเป็นล้านเปอร์เซ็นต์” นายเอกสิทธิ์ ย้ำ

จัดหนักโค้งสุดท้าย ไทยก้าวใหม่ ปูพรม LCD 39 จุดทั่วกรุง

จัดหนักโค้งสุดท้าย ไทยก้าวใหม่ ปูพรม LCD 39 จุดทั่วกรุง

จัดหนักโค้งสุดท้าย ไทยก้าวใหม่ ปูพรม LCD 39 จุดทั่วกรุง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.09 น.

7 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงของ พรรคไทยก้าวใหม่ ในช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างเข้มข้น  โดยพรรคได้เดินหน้าใช้กลยุทธ์การสื่อสารครบทุกมิติ ทั้งการลงพื้นที่พบประชาชน การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียของพรรค และการโฆษณาผ่านจอ LCD และจอดิจิทัลบิลบอร์ดในพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ

โดยพรรคได้ขึ้นจอ LCD และบิลบอร์ดดิจิทัล รวม 39 จุดทั่วกรุงเทพฯ ตอกย้ำหมายเลขพรรค บัตรสีชมพู เบอร์ 49 พร้อมสโลแกน “เลือกเบอร์ 49 พรรคไทยก้าวใหม่ ก้าวใหม่ให้ไทยสตรอง” และชูนโยบายหลัก “เปลี่ยนการศึกษาไทย” เป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารกับประชาชนช่วงก่อนวันเลือกตั้ง

ไทยก้าวใหม่

การสื่อสารผ่านจอ LCD ครั้งนี้ เน้นพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านธุรกิจ แยกสำคัญ และเส้นทางคมนาคมหลัก เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง สะท้อนความพยายามของพรรคในการเร่งสร้างการจดจำหมายเลขพรรคและแนวนโยบายหลักในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการตัดสินใจทางการเมือง

สำหรับ จอ LCD และดิจิทัลบิลบอร์ดของพรรคไทยก้าวใหม่ทั้ง 39 จุดในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

1. ทางด่วนเฉลิมมหานคร ท่าเรือ–บางนา

2. ทางด่วนเฉลิมมหานคร เลียบทางด่วนพระราม 4–บ่อนไก่

3. สามเหลี่ยมดินแดง

4. อโศก–สุขุมวิท

5. รัชดาภิเษก (ห้วยขวาง)

6. สาทร

7. QNSCC–พระราม 4 คลองเตย

8. สุขุมวิท–King & I

ไทยก้าวใหม่

9. อโศก–เพชรบุรี

10. ทองหล่อ

11. อโศก–สุขุมวิท 2

12. แยกรัชดาภิเษก–อโศก (FORTUNE)

13. RCA มุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ

14. BALCONY

15. แยกมิตรสัมพันธ์

ไทยก้าวใหม่

16. ดินแดง–อนุเสาวรีย์

17. สามแยกคลองเตย

18. เชิงสะพานอโศก มุ่งหน้ารัชดาภิเษก

19. ยมราช

20. สะพานไทย–เบลเยี่ยม

21. ทางลงทางด่วนอนุเสาวรีย์ฯ

22. ถนนเยาวราช

23. ทางลงทางด่วนสีลม

ไทยก้าวใหม่

24. อาคารเสริมมิตร อโศก

25. พระราม 4 สะพานไทย–ญี่ปุ่น

26. รับรถจากพระราม 4 มุ่งหน้าคลองเตย (A)

27. อาคารย่านประตูน้ำ ด้าน A (ขาออก)

28. ตึก MD Clinic เลียบทางด่วนรามอินทรา

29. เกษตรนวมินทร์ มุ่งหน้าแยกเกษตร (Big Apple)

30. สี่แยกไฟแดงไปมีนบุรี

31. ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า)

ไทยก้าวใหม่

32. ถนนอโศก เยื้องอาคาร GMM Grammy (มศว.)

33. อาคารมีสุข เรสิเดนซ์ (แยกพงษ์เพชร)

34. ถนนพระราม 4 ทางด่วนเชื้อเพลิง แยกไทย–เบลเยี่ยม คลองเตย

35. สี่แยก อสมท. หน้า C ดินแดง มุ่งหน้ารามคำแหง

36. ถนนพัฒนาการ ซอย 22

37. อาคารจัสมินซิตี้ ถนนสุขุมวิท 23

38. สี่แยกสะพานเหลือง ถนนพระราม 4

39. สี่แยกเจริญผล ถนนพระราม 1 (บรรทัดทอง)

ไทยก้าวใหม่

ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ย้ำว่า การสื่อสารเชิงรุกในช่วงโค้งสุดท้าย มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนถึงจุดยืนและแนวนโยบายของพรรค โดยเฉพาะการปฏิรูปและยกระดับ การศึกษาไทย ซึ่งพรรคมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันประเทศให้ “ก้าวใหม่” อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ไทยก้าวใหม่