เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.05 น.

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน “อ.เจษฎ์” ทักทาย “พิธา” กลางวงล้อมแฟนคลับ โชว์มิตรภาพต่างพรรค  ชี้ ทุกฝ่ายควรมองบวก รักชาติร่วมกัน-อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก พร้อมชม FC ส้มน่ารัก เชื่อ ทุกคนรักชาติ 

1 ก.พ.69 เวลา 16.00 น. บรรยากาศการหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกลับมาคึกคักและเป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์สุดเซอร์ไพรส์ ที่บริเวณร้านกาแฟชื่อดัง ‘โกปี๊ คิวคูตอน’ เมื่อ นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครักชาติ ได้พบกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยบังเอิญ ในขณะที่นายพิธา กำลังอยู่ระหว่างภารกิจลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้ ทันทีที่ นายเจษฎ์ เห็นนายพิธา ท่ามกลางวงล้อมของแฟนคลับจำนวนมากที่มารอให้กำลังใจ นายเจษฎ์ ก็ได้แสดงสปิริตทางการเมืองเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สร้างความตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนคลับพรรคประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง นายเจษฏ์ ก็ทักทาย และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน โดยมีเหล่าแฟนคลับต่างพากันเข้ามาขอถ่ายภาพกับทั้งสองนักการเมืองด้วยความประทับใจ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นถึงสปิริตของนักการเมือง โดยมีแฟนคลับของพรรคประชาชน เข้ามาขอถ่ายรูป กับนายเจษฎ์ กันอย่างคึกคัก ซึ่งหลายคนก็ไม่คิดว่าจะเจอนายเจษฎ์ที่นี่ ซึ่งอาจารย์และทีมพรรครักชาติ ได้แวะมาทาน กาแฟและชาที่ร้านโกปี๊ คิวคูตอน

ทั้งนี้ นายจษฎ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชนที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้ไป วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อกราบสักการะพระบรมธาตุ ก่อนเดินทางผ่านร้านกาแฟชื่อดังในพื้นที่และได้พบกับบรรยากาศของผู้สนับสนุน พรรคประชาชน ที่มารวมตัวกันจำนวนมาก ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนน่ารักมาก มีท่าทีเป็นมิตรและบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก จึงได้เข้าไปสังเกตการณ์และพบว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กำลังพูดคุย และถ่ายภาพร่วมกับประชาชนกันอยู่

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นี่คือบรรยากาศของการที่พี่น้องประชาชนจะไปช่วยกันบริหารราชการแผ่นดิน ช่วยกันปกครองบ้านเมือง เราต้องคิดในทางดี คิดในทางบวกร่วมกัน เราต้องรักชาติและร่วมกันพัฒนาชาติ ตั้งมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่งเสริมความรักชาติ ทุก ๆ คนรักชาติเหมือนกัน เราเห็นบรรดาคนที่เป็นแฟนคลับของพรรคประชาชนโอภาปราศรัย อยากช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง นี่คือบรรยากาศที่อยากเห็น อย่าไปแยกว่านี่คือพวกรักชาติ นี่คือพวกไม่รักชาติ แล้วก็มองกันในทางบวก สิ่งที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของบ้านเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือความรักชาติ รักในสิ่งที่บรรพชนเราหวงแหนมาจนถึงวันนี้ เราเห็นต่างกันได้ครับ 

“เราคิดไม่เหมือนกันได้ครับ แต่อย่าพากันทำบ้านเมืองแตกแยก อย่าใช้สถานการณ์ทำให้ทุกฝักทุกฝ่ายกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน วันนี้ไม่รบกันเองครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติยังกล่าวอีกด้วยว่าเราต้องต่อสู้กับกัมพูชา เราต้องต่อสู้กับบรรดาประเทศที่รายล้อมเรา และคิดไม่ดีต่อเรา เราต้องต่อสู้กับประเทศที่อยู่ไกล และกำลังคิดไม่ซื่อ สงครามในวันข้างหน้าไม่ใช่สงครามรบกันเอง เป็นสงครามระดับภูมิภาค สงครามระดับโลกที่เราต้องสามัคคีกัน ไม่ว่าจะสีอะไรต้องจับมือร่วมกัน เราก็เป็นไทยด้วยกัน รักชาติเหมือนกัน ช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.46 น.

‘สุรเดช’ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เผยประชาชนออกมาใช้สิทธิคึกคัก ชี้เป็นสัญญานดีที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศแบบยาวๆ มีเสถียรภาพ ให้เศรษฐกิจดีต่อเนื่อง แนะกกต.คุมซื้อสิทธิขายเสียงเข้มข้น หวั่น’สแกมเมอร์’  แทรกซึมเป็นนายทุนพรรคการเมืองแจกเงินชาวบ้าน แล้วถอนทุนคืน แซะ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’สักครั้ง หลังสะพัดมีการถอนเงินสดจากธนาคารนับร้อยล้าน เบรคประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไม่มีการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้จากปัญหาไทย-เขมร ขอเตรียมพร้อมใช้สิทธิตัวเองก่อน แต่หากเกิดอุบัติเหตุจริง ก็ถือว่า ‘สุดวิสัย’ คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้  รอกกต. พิจารณา เลือกตั้งได้หรือไม่ 

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ อดีตสว.และสส.จากการเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้(1 ก.พ.)ว่า วันนี้ ตนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแถวถนนสุขุมวิท ซึ่งบรรยากาศดูแล้วคึกคักมาก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนคนไทยตื่นตัวมากขึ้น ในการที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มีประชาชนออกไปใช้สิทธิจำนวนมาก น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนที่อยากจะเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนคิดว่าขณะนี้ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่ที่สามารถเข้ามาทำงานแบบยาวนานหน่อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานในระยะเวลาที่สั้นมาก ซึ่งการเมืองจะมีผลต่อชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือคนทำงานทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนอยากได้จากพรรคการเมืองก็คือนโยบายที่ยั่งยืน จับต้องได้ และยาวนานหน่อย ไม่ใช่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา พอเปลี่ยนขั้ว ก็เปลี่ยนนโยบาย ตนจึงคิดว่าประชาชนคาดหวังอยากให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ได้อยู่ยาวและมีเสถียรภาพ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหน แต่ส่วนตัวคิดว่าพรรคใหญ่อาจจะได้เปรียบพรรคเล็ก แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละพรรคด้วยว่าเป็นนโยบายที่จับต้องได้หรือไม่ และเป็นนโยบายที่จะเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ ดังนั้นใครที่มาเป็นรัฐบาลก็จะต้องทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการผิดสัญญากับประชาชน

นายสุรเดช กล่าวว่าขณะนี้สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่สำคัญมากในระบอบประชาธิปไตย ที่จะต้องตรวจสอบการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง ดังนั้นการทำงานจะต้องเข้มข้น และต้องจับคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาลงโทษให้ได้ โดยเฉพาะพวกที่ซื้อสิทธิขายเสียงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย ต้องลงโทษทั้งคู่ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา รู้สึกว่ากกต.ไม่สามารถจับคนซื้อสิทธิ ขายเสียงได้เลย ทำให้เสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์  ผู้สื่อข่าวถามว่าดังนั้นครั้งนี้จึงน่าจะเป็นความท้าทายการทำหน้าที่ของกกต.ในการที่จะจับคนที่ซื้อสิทธิ ขายเสียงให้ได้ หรือต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักครั้งหนึ่งหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนเองก็คาดหวังเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่ตนเป็นสว.และสส.อยู่ในสภามา 10 กว่าปี ตอนเป็นสว. ก็แต่งตั้งองค์กรอิสระหลายองค์กร และเราก็ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระด้วยความเข้มข้น เพราะเราต้องการเห็นประเทศชาติได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ถ้าเราได้คนที่เก่ง ที่ดี มีอุดมการณ์เข้ามาในสภาเยอะๆ ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ผู้แทนของประชาชนก็จะเป็นผู้แทนที่แท้จริงที่จะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะคนเหล่านี้จะต้องเสียสละตัวเองพอสมควร และต้องมีองค์ความรู้ มีประสบการณ์และทุ่มเทให้กับประชาชน แต่ถ้าเราได้คนที่ทุจริตคอรัปชั่น ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะเข้ามาถอนทุนคืน ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรชาติบ้านเมืองและประชาชนเลย แถมยังผลาญงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นจึงอยากสื่อไปถึงประชาชนทุกคนว่า ‘ขอเถอะ อย่าไปรับเงินคนเหล่านี้เลย ถ้ารับก็อย่าไปลงคะแนนให้เขา ซึ่งไม่ผิดอะไร เพราะถือว่าเขาให้ด้วยความเสน่หา แต่ถ้ารับเงินเขาแล้วไปลงคะแนนให้เขา แล้วถูกจับได้ ตรงนี้จะมีความผิดแน่นอน ดังนั้นจึงอยากบอกประชาชนว่าขอให้ตื่นตัว และทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี ใครให้เงินอย่าไปเลือก ขอให้เลือกคนที่ไม่ให้เงิน  เลือกคนที่มาหาเสียงด้วยความสุจริตและด้วยความตั้งใจจริง ตนอยากให้สนับสนุนคนเหล่านั้น

‘ส่วนตัวคิดว่า กกต.เป็นกลไกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง หรือรุ่งริ่ง ตอนนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือเรื่องของ สแกมเมอร์ ซึ่งการซื้อสิทธิ ขายเสียง อาจมีสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจเข้ามาเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมือง  มาอัดฉีดเงินอย่างเต็มที่ ทำให้เงินสะพัดลงไปในพื้นที่ต่างๆ ส่วนประชาชนที่ไม่รู้ ไปรับเงินเขา แล้วตัดสินใจเลือกพรรคเหล่านั้น ซึ่งถ้าคิดอย่างนี้บ้านเมืองจบเห่แน่นอน เพราะพวกสแกมเมอร์เหล่านี้ถูกรัฐบาลที่ผ่านมากดดันอย่างหนัก และต้องตอบโต้เราแน่นอน ด้วยการเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย’

นายสุรเดช กล่าวว่าในส่วนของ กกต. ก็คงจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่โดยเฉพาะล่าสุดที่มีข่าวว่ามีการไปเบิกเงินสดจากธนาคารนับ 100 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงนี้กกต.ยิ่งต้องเคลื่อนไหวเพราะไม่เช่นนั้น กกต.อาจจะโดนข้อหา ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะประชาชนสามารถเข้าชื่อร้องเรียนได้ อย่าคิดว่าเป็นองค์กรอิสระแล้วจะทำอะไรตามอิสระของตัวเองได้  จะคิดอย่างนั้นไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีความกังวลว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวอยากแนะนำประชาชนให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และให้เต็มที่ ยังไม่ต้องไปคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แม้แต่กกต.เองก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ดูแลการเลือกตั้งให้ดีที่สุด แต่หากมันจะมีอุบัติเหตุที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกินความคาดหมาย ก็ต้องถือว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือกกต.แต่ตอนนี้อย่าพึ่งไปตื่นตระหนกหรือไปทึกทักว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถไปคาดการณ์ได้หรือคาดเดาได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด แม้ว่าเราไม่อยากให้เกิดก็ตาม แต่ส่วนตัวคิดว่ามาถึงขนาดนี้แนวโน้มไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร น่าจะสามารถเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ กกต. ควรให้ความสำคัญกับ 7 จังหวัดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มากเป็นพิเศษ โดยกกต.กลางจะต้องสั่งการหรือกำชับกกต.จังหวัดเหล่านั้นให้เข้มงวดในพื้นที่ โดยไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจก่อน  และถ้าจะเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นจริง ก็ค่อยมาพิจารณากันอีกที

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้ สนับสนุนโฮมสเตย์ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองหลัก พร้อมแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 1 ก.พ.69 เวลา 13.00 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ตลาดนัดวินเทจ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1

รวมถึงคณะพรรคเพื่อไทยที่มาช่วยหาเสียง ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2, นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1, นายคงกฤช หงษ์วิไล ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 เบอร์ 1, นายรัฐชานนท์ คาดหมายดี ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 เบอร์ 3, นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 2, นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 เบอร์ 1, นายพิเชษฐ์ โพธิสาร ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 เบอร์ 3, นายธนชัย วสุอนันต์กุล ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 5 เบอร์ 1, นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

โดยก่อนการขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้พบกับชาวสวนมะพร้าว ที่มาร้องเรียนเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ และกลุ่มอาสาพิทักษ์ช้างป่า ขอให้ช่วยดูเรื่องการดูแลป้องกันช้างป่ารุกพื้นที่การเกษตร เสนอสานต่อการสร้างรั้วกั้นระหว่างป่าและพื้นที่การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวแบบซาฟารี 

นายยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวแปดริ้วที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนได้รับพวงมาลัยลูกมะพร้าว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จากราคาที่ตกต่ำจากปกติขายลูกละ 10 บาท ตอนนี้เหลือลูกละ 3-4 บาท เพราะราคาไปอ้างอิงกับประเทศจีน รวมถึงมีปัญหาเรื่องชลประทาน และศัตรูพืชที่ระบาดหนัก เราต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พ่อแม่พี่น้อง ซึ่งหลายชิ้นส่วนของมะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำเป็นยาได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวได้ 1,000 เท่า โดยจะเสริมให้ฉะเชิงเทราเป็นหมุดหมายเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ในพื้นที่เขต 3 มีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกรุก ทำลายพืชสวนไร่นา รวมถึงทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต โดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้เข้าไปผลักดันในสภาฯ ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการสร้างรั้วกั้นช้างไปแล้วกว่า 40 กม. พร้อมเยียวยาเกษตรกรที่ถูกรุกที่ชุมชน โดยพรรคเพื่อไทยจะสร้างรั้วต่อให้ครบ รวมถึงเราจะรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช้างจะได้ไม่ออกมารุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน

นายยศชนัน กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดว่า หลายคนมองว่าฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน เราจะทำให้นักท่องเที่ยวมาอยู่ที่นี่ทั้งอาทิตย์ หากเราเชื่อมโยง สวน หมู่บ้าน ตลาด วัด เข้าด้วยกัน เราสามารถทำเป็นโฮมสเตย์ได้ เพียงปรับปรุงเล็กน้อย โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรในโฮมสเตย์ได้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าสร้างความเจริญ พี่น้องจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายยศชนัน กล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยยกระดับชีวิตของประชาชน เช่น นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% คูปองปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์, นโยบายล้างหนี้เพื่อคนไทย, นโยบายยิ่งกว่าพลัส รัฐออก 70% ประชาชนออก 30%, นโยบาย Smart City ด้วย AI For All, นโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

“เราจะเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา วันที่ 8 กุมภา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นวันที่นำความหวัง ความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง“ นายยศชนันกล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน  ไม่มาถึงขนาดนี้ได้ เพราะหนู (นายอนุทิน) กินส้ม (พรรคประชาชน) หนูก็เลยเป็นราชสีห์ ส้มตกลงกับหนูว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา แต่ว่าอยู่ได้เพียง 2 กว่า รัฐธรรมนูญก็ไม่แก้ และยุบสภาหนี เรียกว่าเป็น“ หนูต้มส้ม”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยช่วงนี้หาเสียงแปลก ว่าพรรคท่านรักชาติ พรรคอื่นไม่รักชาติ ตนบอกว่าท่านนายกฯ ใจเย็นๆ อย่าหาเสียงแบบนี้ ใจคอท่านจะวิ่งราวชาติไปรักคนเดียวหรือไง ตยไม่เชื่อว่าจะมีพรรคใดเกลียดชาติ หรือต้องรักชาติแบบท่าน ที่เอาชาติไปครอบครอง เช่น เป็นเจ้าของเขากระโดง เป็นเจ้าของ สว. 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทราของเราพูดชัดเจนว่าอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนกับผู้สมัครอีกพรรคที่ไม่กล้าพูดชื่อพรรคของตัวเอง ฉะนั้นต้องกาให้พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นเหมือนสายน้ำบางปะกง ให้ชนะยกจังหวัดทั้ง 4 เขต

จากนั้น เวลา 15.00 น. นายยศชนันและคณะ เดินทางไปยัง ตลาดโรงสี อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมีประชาชนรอพบปะเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนได้มอบพวงมาลัยมะม่วง ที่ติดหมายเลข 9 ไว้ด้วย

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.17 น.

เป็นงง!! “ทนายไพศาล” เดือด โพสต์จี้ กกต. หลังชื่อ หายจากบอร์ดรายชื่อผู้สมัคร เขต 1 ระยอง พบใช้แม็กเย็บติดหน้าผู้สมัครพรรคอื่นทับ  ลั่น ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์ !  โวย จทน.หน้าหน่วยทำประชาชนสับสน

1 ก.พ.69 เวลา 13.35 น. นายไพศาล  เรืองฤทธิ์  ผู้สมัคร สส.จ.ระยอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังมีผู้ใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ศูนย์โทรคมนาคม นนทบุรี แจ้งพบปัญหา ว่ามีการนำภาพผู้สมัครจากพรรคอื่นปิดทับหน้าของตนเอง และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้คำตอบว่า นายไพศาล ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว 

โดย นายไพศาล ได้โพสต์ภาพหลักฐาน พร้อมระบุข้อความ ว่า “กกต.ว่ายังไง ชี้แจงด้วยครับ มีภาพผู้สมัครพรรคอื่นปิดทับหน้าผม คล้ายตั้งใจให้ประชาชนสับสน ผู้ใช้สิทธิ์ถามทางหน่วยเลือกตั้งได้คำตอบว่า ทนายไพศาลถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่ผมไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์” 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ที่ติดบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ดังกล่าว มีการนำรูปผู้สมัครจากพรรคอื่น เบอร์เดียวกัน แต่เป็นผู้สมัครจากคนละเขต มาแปะทับหน้าของ นายไพศาล โดยใช้แม็กเย็บติด  โดยไม่ปรากฏชื่อของทนายไพศาลบนบอร์ดรายชื่อผู้สมัครแต่อย่างใด 

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน’หมอสุภัทร’ กาส้ม 2 ใบ

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน'หมอสุภัทร' กาส้ม 2 ใบ

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน’หมอสุภัทร’ กาส้ม 2 ใบ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

“พิธา” ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบไม่ปันใจ ส่ง “หมอสุภัทร” เบอร์ 5 พร้อมทีมสงขลา 9 คน 9 เขต เข้าไปโหวต “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลประชาชนฟื้นฟูหาดใหญ่พัฒนาสงขลาไปด้วยกัน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปที่ จ.สงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 เบอร์ 5 พรรคประชาชน 

นายพิธา กล่าวว่าซาบซึ้งใจที่พี่น้องมารอต้อนรับ ทั้งที่แจ้งล่วงหน้าแค่วันเดียวว่าจะมาที่นี่ ตนมั่นใจในคุณหมอสุภัทรในฐานะนักบริหารที่คิดเป็นระบบ ทำงานเป็นระบบ เชื่อมั่นว่าเมื่อได้เป็น สส. จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการซับน้ำตาพี่น้องหาดใหญ่และชาวสงขลาเหมือนที่คุณหมอรักษาคนเจ็บคนไข้มาตลอดกว่า 30 ปี

ผมเห็นใจและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะเราเคยผ่านการถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงนาทีสำคัญ จากคู่ต่อสู้ทางการเมืองที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจน ย้อนไปช่วงโควิดเป็นช่วงวิกฤตของประเทศ ต้องมีคนกล้าหาญลุกขึ้นมาช่วยชีวิตผู้คน แม้ต้องเสี่ยงกับระบบราชการที่ไม่เอื้อต่อความเร่งด่วน คุณหมอสุภัทรคือหนึ่งในคนเหล่านั้น

ตนมั่นใจในทีมกฎหมายและทีมบริหารของรัฐบาลประชาชนที่จะเข้ามาเสริมทัพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขอยืนยันกับพี่น้องชาวสงขลาว่ากาเบอร์ 5 หมอสุภัทร ได้อย่างสบายใจ ให้คุณหมอและผู้สมัคร สส. ของเราทั้ง 9 คน 9 เขตเข้าไปโหวต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลประชาชน พวกเราจะเดินหน้าแก้ไขระเบียบราชการ ให้ข้าราชการทำงานได้อย่างสบายใจ เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการรับใช้ประชาชน 

นายพิธาทิ้งท้ายว่า เหลือเวลาอาทิตย์สุดท้าย ขอให้พรรคประชาชนเป็นคำตอบสุดท้ายของพี่น้องชาวหาดใหญ่ ของชาวสงขลา และของชาวใต้ 8 กุมภาพันธ์ กาส้ม 2 ใบส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งรัฐบาลประชาชน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

1 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

       บอกหัวหน้าเท้ง พรรคประชาชน ผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน ไม่ใช่ปัดให้ไปดูเว็บไซต์ เมื่อหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า

       “เรื่องให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดประกันสังคม ไม่มีในนโยบายพรรค 100% ให้ไปดูในเว็บไซต์พรรคได้”
จะปัดกันง่ายๆ แบบนี้จริงหรือ
ทั้งที่คำถามของสังคมวันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ว่า เว็บไซต์พรรคเขียนอะไร แต่อยู่ที่นโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเปรียบเสมือนฝาแฝดทางการเมืองของพรรคประชาชน และถือกำเนิดจากผู้นำคนเดียวกัน คือ คุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งนโยบายของทีมประกันสังคมฯ ในข้อ 14 ระบุชัดถึงการ “ปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม” ถูกใช้หาเสียงจริง และชนะการเลือกตั้งจริง

       เมื่อทั้งพรรคและทีมการเมืองถือกำเนิดจากผู้นำและการสนับสนุนชุดเดียวกัน เดินเคียงคู่กันทุกฝีก้าว สังคมย่อมคาดหวังคำอธิบายถึงความเกี่ยวข้องที่ดีกว่านี้ การตอบเพียงว่า

       1) “ไม่ใช่นโยบายพรรค”
จึงยังไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพอ ไม่พอที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจในความคิดของพรรคประชาชนว่าจะเอาอย่างไรแน่ เพราะที่ผ่านมามีอาการ “ไม่อยู่กับร่องกับรอย” เป็นระยะๆ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร

       2) การเชิญให้ประชาชนไปดูนโยบายในเว็บไซต์พรรค ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าใช้หาเสียงและอาจส่งผลต่อโครงสร้างประกันสังคมได้

       ดังนั้น หากไม่ได้เป็นเพราะถูกวิจารณ์จึงต้องออกมาปฏเสธ แต่มันไม่เกี่ยวข้องกันจริง พรรคควรตรวจสอบและชี้แจงให้ชัด ว่านโยบายดังกล่าวเป็นจุดยืนของใคร และทางพรรคคิดอย่างไร ที่สำคัญหัวหน้าพรรคประชาชนต้องยอมรับในสิทธิของสังคมต่อการตั้งคำถามและการเรียกร้องความชัดเจน ไม่ใช่ออกมาตอบโต้ข้อสงสัยด้วยการกล่าวหาว่าคนอื่นบิดเบือน เพราะนั่น “ไม่ใช่ท่าทีของผู้นำตัวจริง!”

ทวี คุย พีมูฟ รับปากช่วยเร่งแก้ปัญหายากจน-ปลดหนี้ กยศ.

ทวี คุย พีมูฟ รับปากช่วยเร่งแก้ปัญหายากจน-ปลดหนี้ กยศ.

ทวี คุย พีมูฟ รับปากช่วยเร่งแก้ปัญหายากจน-ปลดหนี้ กยศ.

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ กล่าวภายหลังพูดคุยและร่วมเวทีสัญญาประชาคมเครือข่ายพีมูฟ (P-Move) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อเร็วๆ นี้ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบาย 3 ชุด 10 ด้าน ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่ดินทำกิน และสวัสดิการรัฐ มุ่งหวังสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเท่าเทียมว่า การแก้ปัญหาความยากจน ต้องเริ่มด้วยการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม ซึ่งนโยบายหลักของพรรคประชาชาติคือการผลักดันให้มีการศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาตรี เพื่อให้การเรียนคือการสร้างอนาคตที่ไม่ทิ้งภาระหนี้สินไว้เบื้องหลัง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ปัญหาของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นหนึ่งในข้อกฎหมายที่โหดร้ายที่สุด เพราะมีกลไกที่มุ่งตรวจสอบและยึดทรัพย์สิน จนกลายเป็นภาระหนักหนาของประชาชน พรรคประชาชาติ จึงมีนโยบายล้างหนี้ กยศ.ให้กับผู้กู้กว่า 3 ล้านคน โดยที่ผ่านมาพรรคได้พยายามเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ แม้ว่าในชั้นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะยังคงให้มีอยู่ก็ตาม แต่พรรคยังยืนหยัดในเจตนารมณ์ที่ว่าการเรียนต้องไม่มีหนี้ เพื่อคืนศักดิ์ศรีและอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนไทยอย่างแท้จริง

“การดำเนินงานของพรรคประชาชาติมิใช่เพียงกิจกรรมช่วงเลือกตั้ง แต่คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้แก่ประเทศ พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกระจายทรัพยากรและสร้างความเสมอภาคอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรายืนยันที่จะคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐโดยเฉพาะปัญหาเขตป่าทับซ้อนที่ดินทำกิน ซึ่งหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล ภายใน 6 เดือน จะเร่งผลักดันการนิรโทษกรรมคดีที่ดินให้แก่ประชาชน

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ลุยหาเสียงแปดริ้ว ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ลุยหาเสียงแปดริ้ว ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ลุยหาเสียงแปดริ้ว ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.33 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2 , นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 , นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1 และ นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1 เข้าสักการะหลวงพ่อโสธร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนลงพื้นที่ อ.พนมสารคาม และ อ.บางปะกง ช่วยผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย หาเสียง

ทันทีที่นายยศชนันเดินทางถึงหน้าวัดโสธรวรารามวรวิหาร ประชาชนที่มารอให้การต้อนรับจำนวนมากต่างเข้าไปห้อมล้อมขอถ่ายภาพและมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยขนมป๊อกกี้ และพวงมาลัยของดี จ.ฉะเชิงเทรา เช่น มะม่วง ข้าวหลาม ทั้งนี้ นายยศชนันได้พบปะประชาชนที่มาทำบุญและได้ขอคะแนนให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ต้องฝากเต็มใจให้ ขอให้ได้” นอกจากนี้ นายยศชนันยังได้อุดหนุนดอกป๊อปปี้ของทหารผ่านศึก อีกทั้งมีประชาชนได้นำหนังสือ “ยศชนัน The Possible Leader” มาให้เซ็นอีกด้วย

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบร้องเรียน

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบร้องเรียน

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบร้องเรียน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.06 น.

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบข้อร้องเรียน พร้อมรับมือปัญหาจราจร

1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณโครงการตลาดนัดตะวันนา  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขตบางกะปิ เพื่อติดตามความเรียบร้อยของการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยระบุว่า ในช่วงเช้าได้เดินทางไปตรวจการลงคะแนนที่สำนักงานเขตคลองสามวา ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 16 พบว่ามีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก

นายณรงค์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปัญหาด้านการจราจรบริเวณโดยรอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากเส้นทางเข้า – ออกเป็นทางเดียวกัน ส่งผลให้เกิดสภาพคอขวดในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้ประสานงานกับผู้อำนวยการเขตแต่ละเขตให้มีการประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และปรับแผนการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยภาพรวมสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิ์ของประชาชน

ทั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งได้จัดการให้บริการประชาชนตามจุดต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เป็นไปตามแนวทางและขั้นตอนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครกำหนดไว้ มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงสถานที่อย่างครบถ้วน โดยกรุงเทพมหานครได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีรายงานปัญหาในพื้นที่ จะประสานกับผู้อำนวยการเขตในแต่ละเขต และรายงานเข้าสู่ศูนย์ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้า ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า อย่างต่อเนื่อง

สำหรับเขตบางกะปิ ถือเป็นเขตพื้นที่ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญในการดูแลสถานที่ การจัดระเบียบการจราจร การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมถึงการกำหนดแนวทางและขั้นตอนการใช้สิทธิ์ในแต่ละจุดอย่างชัดเจน ซึ่งได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติงานมาในระดับหนึ่งแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขล่วงหน้า รวมถึงการจัดพื้นที่จอดรถ โดยได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า

นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาหรือข้อร้องเรียนใด ๆ การดำเนินการเป็นไปตามมาตรการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ โดยกรุงเทพมหานครจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในวันนี้พื้นที่กรุงเทพมหานครมีสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อยู่ในระดับสูง ปลัดกรุงเทพมหานครจึงขอฝากถึงประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้ง ให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองดังกล่าว

อ.เจษฎ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ฝากผู้มีสิทธิ จำเลขผู้สมัครให้แม่น

อ.เจษฎ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ฝากผู้มีสิทธิ จำเลขผู้สมัครให้แม่น

อ.เจษฎ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ฝากผู้มีสิทธิ จำเลขผู้สมัครให้แม่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.04 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ที่สำนักงานเขตราชเทวี โดยระบุว่า กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนมาใช้สิทธิจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดระบบการบริการค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่การให้ผู้มาใช้สิทธิสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อทราบจุดที่ต้องไป และกำหนดทิศทางการเดินภายในพื้นที่ไว้เป็นลำดับ ทำให้การเข้าคูหาเป็นระเบียบ

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ผู้มีสิทธิสามารถตรวจดูเอกสารบริเวณด้านหน้าคูหา เพื่อทบทวนว่ามีรายชื่อพรรคหรือผู้สมัครในเขตของตนเป็นใครบ้าง โดยมองว่าขั้นตอนโดยรวมทำให้ผู้มาใช้สิทธิเข้าแถวและลงคะแนนได้อย่างราบรื่น

นายเจษฎ์ ระบุว่า ผู้มีสิทธิควรจำชื่อพรรค หมายเลขพรรค และหมายเลขผู้สมัครในเขตให้ชัดเจน โดยการลงคะแนนครั้งนี้ใช้บัตร 2 ใบ คือบัตรสีเขียว สำหรับลงคะแนนเลือก สส.เขต และบัตรสีชมพู สำหรับลงคะแนนเลือก สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งบัตรสีชมพูจะเป็นบัตรของพรรค มีการระบุชื่อพรรคไว้ด้วย ขณะที่บัตรสีเขียวจะมีเฉพาะหมายเลข

นายเจษฎ์ กล่าวด้วยว่า หากผู้มีสิทธิจำหมายเลขพรรคไม่ได้ แต่จำชื่อพรรคได้ ก็ยังสามารถลงคะแนนในบัตรสีชมพูได้ถูกต้อง แต่สำหรับบัตรสีเขียวจำเป็นต้องจำหมายเลขผู้สมัครในเขต เนื่องจากในบัตรไม่ได้ใส่ชื่อพรรคหรือชื่อผู้สมัครไว้ อีกทั้งหมายเลขผู้สมัครในเขตและหมายเลขพรรคเป็นคนละเลขกัน

นายเจษฎ์ ฝากถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ก่อนเข้าคูหาให้ตรวจดูว่าผู้สมัครของพรรคที่ต้องการเลือกในบัตรสีเขียวเป็นหมายเลขใดและจดจำหมายเลขนั้นไว้เป็นหลัก ส่วนบัตรสีชมพูสามารถใช้ทั้งการจำชื่อพรรคหรือจำหมายเลขพรรคได้ เพราะมีข้อมูลช่วยจำมากกว่า

“ผมคิดว่าบัตรสีชมพูเนี่ย ความสับสนจะน้อยมาก เพราะว่าจำชื่อพรรคเอาก็ได้ จำเลขพรรคเอาก็ได้นะครับ สัญลักษณ์ก็มี แต่ในบัตรที่เป็นบัตรสีเขียวนี่แหละ จะต้องจำเลขอย่างเดียวเลยนะครับ ก็อาจจะมีความขลุกขลัก ก็ต้องฝากพี่น้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่านนะครับว่า บัตรสีเขียวเนี่ย ท่านต้องไปดูว่าพรรคไหนเลขอะไร แล้วก็จำเลขที่ท่านจะไปเลือกเป็นหลักนะครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

ในช่วงท้าย นายเจษฎ์ กล่าวถึงบรรยากาศการลงคะแนนที่เขตราชเทวี ว่า เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิจำนวนหนาแน่น โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตแจ้งว่าครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิที่จุดดังกล่าวมากกว่าครั้งที่ผ่านมา และได้ระดมกำลังอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งการกระจายเจ้าหน้าที่คอยแนะนำจุดเข้าคูหาตามชุดจังหวัดเพื่อความรวดเร็ว การติดตั้งลำโพงประชาสัมพันธ์ และการจัดเก้าอี้สำหรับพักคอยเพิ่มเติม