หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ จี้ อนุทิน ล่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน-เบรก พิพัฒน์ นั่ง ผอ.ศบก.

หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ จี้ อนุทิน ล่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน-เบรก พิพัฒน์ นั่ง ผอ.ศบก.

หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ จี้ อนุทิน ล่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน-เบรก พิพัฒน์ นั่ง ผอ.ศบก.

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.07 น.

“หมอตุลย์”ยื่นหนังสือจี้”อนุทิน” หาตัวไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน หวัง”ครม.-รมว.พลังงานใหม่”ทำหน้าที่เร่งด่วน ชงเปลี่ยนตัว ผอ.ศบก. ระบุ”พิพัฒน์”มีการขัดกันของผลประโยชน์

31 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน และหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมถึงเสนอมาตรการการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและราคาสินค้า โดยมีที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนมารับหนังสือ

โดย นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายอนุทิน และคณะมนตรี (ครม.) ทุกคนที่ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็น ครม.ในวันนี้ ตอนนี้ทุกคนมีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเลือกท่านหรือไม่เลือกท่านก็ตาม ตนเคยประกาศไว้แล้วว่า ตนเองไม่สามารถไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเก่าได้ และตนเองไม่ได้มาเพื่อไล่รัฐบาล แต่มาเพื่อนำเสนอมาตรการที่ให้ นายกฯ และ ครม.ทำหน้าที่ต่อไปอย่างถูกต้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

นพ.ตุลย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.หลังจากนายกฯ ประชุม ศบก.และให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีไอโม่งกักตุนน้ำมัน การขาดแคลนน้ำมันเกิดจากการที่ประชาชนมีความกังวลแล้วแห่ไปเติมจนน้ำมันหมดเอง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวที่ตนไม่อาจไว้วางใจนายกฯ ได้ ตนหวังว่า นายกฯ จะนำข้อเสนอต่างๆ ทั้งจาก สส.ในสภา และของตนเพื่อทำหน้าที่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า การที่นายกฯ ออกมาบอกว่าไม่มีการกักตุนน้ำมัน โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าปั๊มน้ำมันต่างๆ ไม่ได้รับโควตาตามปกติ จากที่ได้น้ำมันปั๊มละ 10,000 – 12,000 ลิตรต่อวัน เหลือแค่ 3,000 – 6,000 ลิตรต่อปั๊ม ทำให้เป็นเหตุผลที่ชาวบ้านไม่ได้รับน้ำมันใช้ แต่อีกมุมหนึ่งโรงกลั่นแจ้งนายกฯ บอกกลั่นเต็มที่ไม่ขาดแคลน ดังนั้น ระหว่างทางจึงมองว่ามีการกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน

นพ.ตุลย์ กล่าวว่า จึงขอให้มีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ตั้งแต่ 28 ก.พ.ตั้งแต่มีสงคราม สหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่าน ราคาเพิ่มขึ้น แต่ที่รับไม่ได้ เพราะมีการกักตุนน้ำมันแล้วชาวบ้านเดือดร้อน เพราะหลักฐานที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากขึ้นราคา 6 บาท ทุกปั๊มมีน้ำมันเติมทันที แสดงว่า มีผู้กักตุนน้ำมันทำกำไร 6 บาททันที และเมื่อวันที่ 30 มี.ค.เส้นทางตั้งแต่ จ.เชียงราย ถึง จ.นราธิวาส หรือ จ.บุรีรัมย์ ถึง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถ้านายกฯ ไม่ได้ขับรถไฟฟ้าแล้วขับรถไปเติม จะพบว่าไม่มีน้ำมันจำหน่าย เพราะมีการกักตุนน้ำมัน ก่อนที่วันนี้จะมีการขึ้นน้ำมันอีก 1.8 บาท

นพ.ตุลย์ ระบุว่า ตนจึงมีข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน ที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการทันที โดยขอให้ตรวจสอบปริมาณน้ำมันทุกขั้นตอน ตั้งแต่โรงกลั่น ปั๊ม และจ๊อบเบอร์ ป้องกันการกักตุน สั่งให้มีการส่งน้ำมันถึงทุกปั๊มตามโควตาเดิมก่อนสงคราม ประชาชนจะได้มีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลน และเป็นการป้องกันการกักตุนไปในตัว เพราะราคาขึ้นยอมรับได้ แต่การขาดแคลนขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล ดังนั้น ขอให้ตั้งแต่ 1 เม.ย.ปั๊มได้จำนวนน้ำมันเท่าเดิม การทยอยขึ้นราคาน้ำมัน แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 2 – 3 บาท เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกปรับตัวได้ทัน และก่อนขึ้นราคา ควรจะต้องตรวจสอบสต็อกก่อนเสมอ ควบคุมราคาน้ำมัน โดยการลดภาษีสรรพสามิต หาแหล่งเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันเพื่อลดราคาน้ำมันให้ต่ำที่สุด และคำนวณราคาต้นทุนที่แท้จริง ควบคุมค่าการกลั่นไม่ให้สูงเกิน พร้อมทั้งหาน้ำมันดิบราคาถูก ขณะที่กระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายในต้องตรวจสอบราคาสินค้าอย่างเคร่งครัด ไม่มีการกักตุน

นพ.ตุลย์ ยังกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งข้อเรียกร้องสำคัญคือ เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว ต้องตั้ง ศบก.ใหม่ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ คำนึงถึงการขัดกันของผลประโยชน์ หรือ Conflict of interest ซึ่งใครที่มาทำหน้าที่ ผอ.ศบก.ต้องไม่มีเรื่องนี้ เพราะมองว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม มีเรื่องนี้อยู่ จึงขอให้เริ่มรัฐบาลใหม่อย่างถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น นพ.ตุลย์ ยังปราศรัยสั้นๆ โดยพูดถึงรัฐบาล ว่า หลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว และมีการเปลี่ยน รมว.พลังงาน หวังว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงานคนใหม่ จะมานั่งประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) แล้วหาทางช่วยเหลือประชาชน ตนมองว่า ตอนนี้นโยบายคนละครึ่งพลัส ก็คงไม่พอ แต่ควรเริ่มจากไม่ให้ราคาสินค้าสูงเกินไปก่อน เพราะค่าขนส่งแพงขึ้น สงกรานต์นี้คงเป็นสงกรานต์ที่ไม่ค่อยมีใครแจ่มใสนัก จึงอยากให้นายกฯ ใช้ความเป็นนักบินของท่าน และจำวันที่ท่านเข้าห้องซิมมูเรเตอร์ในภาวะวิกฤต ท่านกำลังปั๊มหัวใจคนไทยทั้งชาติที่กำลังมีราคาน้ำมันบีบคั้นหัวใจ และขอให้ท่านทำหน้าที่โดยด่วน ย้ำว่า ตนเองไม่ได้มาไล่นายกฯ แต่มาเพื่อเสนอมาตรการและให้กำลังใจ ครม.

เปิดขั้นตอน นายกฯ เตรียมนำครม. อนุทิน 2 เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย.

เปิดขั้นตอน นายกฯ เตรียมนำครม. อนุทิน 2 เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย.

เปิดขั้นตอน นายกฯ เตรียมนำครม. อนุทิน 2 เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย.

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.

เปิดขั้นตอน นายกฯ เตรียมนำครม. อนุทิน 2 เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย. พร้อมถกครม.นัดแรก เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยขั้นตอนหลังจากนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งกำหนดการเบื้องต้นว่านายกรัฐมนตรีเตรียมนำครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันจันทร์ที่ 6 เม.ย.นี้ 

ขณะที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้เตรียมนัดหมายครม.ชุดใหม่ ให้เดินทางมาพร้อมกันที่ตึกสันติไมตรี ในเวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรี และตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อนจะขึ้นรถยนต์ที่สลน.จัดเตรียมไว้ ออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลาประมาณ 17.00 น. ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเวลาประมาณ 21.00 น.เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา และหารือถึงมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ไม่มีทีท่าจะยุติแต่อย่างใด 

ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมัน เข้าสู่ระยะที่ 2.2 หลัง 2 ช่องแคบหลักเสี่ยงถูกปิดตาย

ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมัน เข้าสู่ระยะที่ 2.2 หลัง 2 ช่องแคบหลักเสี่ยงถูกปิดตาย

ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมัน เข้าสู่ระยะที่ 2.2 หลัง 2 ช่องแคบหลักเสี่ยงถูกปิดตาย

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.43 น.

ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 หลัง 2 ช่องแคบหลักเสี่ยงถูกปิดตาย แจงขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก ป้องกันกักตุน-ลักลอบ เผยกองทุนฯ แบกหนี้อ่วม แต่ยังติดล็อกอำนาจอนุมัติในช่วงรัฐบาลรอยต่อ

31 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวเป็นครั้งแรก หลังได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษก ศบก.เมื่อวันที่ 30 มี.ค.โดยปรับรูปแบบการแถลงข่าวใหม่เป็นแถลงคนเดียว และให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตอบคำถามของสื่อมวลชน

โดย น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า ประเทศไทยต้องยืนระยะให้ได้ เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องบริหารทรัพยากรให้ดี ไม่ทุ่มกำลังจนหมดตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถพาทุกคนในประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปได้พร้อมกัน โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกกับ กลุ่มเปราะบางหรือผู้ที่มีกำลังน้อย รูปแบบการแถลงข่าวจะเน้นความกระชับ เข้าใจง่าย โปร่งใส และใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง โดยมีการเปิดรับฟังคำถามและความคิดเห็นจากประชาชนผ่านการถ่ายทอดสด (ไลฟ์) ทางช่องยูทูป ส่วนข้อมูลเชิงลึกจะถูกรวบรวมไว้ที่เพจเฟซบุ๊ก ศบก.ที่เพิ่งเปิด

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบด้านพลังงาน จากที่มีความเสี่ยงด้านการเดินเรือที่ช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจุบันมีความเสี่ยงยกระดับขึ้นที่ช่องแคบบาบเอลมันเดบ ในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและน้ำมันที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ฉากทัศน์และระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกระทรวงพลังงานแบ่งสถานการณ์วิกฤตน้ำมันเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 มีผลกระทบไม่รุนแรง การเดินเรือชะลอตัว ระดับ 2 ปิดช่องแคบฮอร์มุส เกิน 1 เดือน แต่ยังคงนำเข้าน้ำมันดิบได้ และโรงกลั่นรับมือได้ และระดับ 3 ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้เลย เกิดปัญหาขาดแคลนและเกินขีดความสามารถของโรงกลั่น โดยสถานการณ์ปัจจุบันของไทย อยู่ในระดับ 2.2 ซึ่งอาจปรับลงหรือรุนแรงขึ้นเป็นระดับ 3 ได้ มาตรการรับมือในขณะนี้คือ การเร่งนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง เดินเครื่องเต็มกำลังสูงถึง 109 – 110% เพิ่มการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ , จำกัดการส่งออกเฉพาะที่จำเป็น และส่งเสริมมาตรการ Work from Home รวมทั้งการใช้น้ำมันดีเซล B20 เฉพาะกับรถที่ผู้ผลิตรับรองเท่านั้น

โฆษก ศบก.กล่าวว่า หลายประเทศได้ยกระดับมาตรการรับมือ เช่น เกาหลีใต้ จำกัดการใช้รถยนต์ 5 วัน/สัปดาห์ เหลื่อมเวลาทำงาน ลดเวลาอาบน้ำเพื่อประหยัดไฟฟ้า ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร อุดหนุนราคาพลังงานเฉพาะกลุ่มและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จอร์แดน ห้ามเปิดแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่นในสถานที่ราชการ และ ฟิลิปปินส์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติจากวิกฤตพลังงาน นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ของไทย มีการลงพื้นที่ตรวจสอบการติดป้ายราคาสินค้า ป้องกันการฉวยโอกาส หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 และจะมีการเปิดตัวโครงการไทยช่วยไทย ร่วมกับห้างค้าปลีกเอกชน เช่น แม็คโคร โลตัส เพื่อจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชน ในวันที่ 1 เม.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า แผนรองรับระดับ 3 ของกระทรวงพลังงาน คืออะไร นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สำหรับแผนระดับที่สาม เป็นแผนที่เตรียมไว้ในช่วงวิกฤต หมายความว่า ช่วงนั้นไม่สามารถจัดหาน้ำมันได้ตามที่ต้องการ อย่างเช่น ระดับที่ 1 ยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้ตามปกติ ระดับที่สอง แหล่งพลังงานเริ่มลดน้อยลง แต่เรายังสามารถจัดหาได้ พอขึ้นไป 2.2 ตอนนี้เรื่องการจัดหามีความยากขึ้น และตอนนี้มีเหตุการณ์ที่จะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ที่ทะเลแดง ตรงนั้นกำลังการผลิตที่จะส่งผ่านช่องแคบ อยู่ที่ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถ้าซัพพลายตรงนั้นหายไปจะกระทบการจัดหา จะทำให้เกิดการแย่งกันในเรื่องการจัดหาน้ำมันดิบ แต่พอมาในระดับ 3 ซึ่งเป็นระยะการจัดหาน้ำมันดิบ ไม่ว่าจะมีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีของ ตอนนั้นต้องมาพิจารณาว่า ถ้าเราขาดแคลนไม่สามารถจัดหาได้ ต้องมามองว่า เราจะมีการบริหารจัดการใช้น้ำมันในประเทศอย่างไร เพื่อให้มันสอดรับกับพลังงานที่หายไป

เมื่อถามต่อว่า แสดงว่า แผนเรายังไม่มีใช่หรือไม่ อยากทราบว่า แผนมีอะไรบ้าง นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า มีแผน จริงๆ ในอดีตมีเรื่องของการจำกัดการใช้พลังงาน เช่น การปันส่วนน้ำมัน ตอนนั้นถึงขั้นมีการปันส่วน เพราะน้ำมันที่เข้ามามีน้อย ซึ่งการปันส่วน คือ การมองว่า น้ำมันควรจะใช้กับใครบ้าง ซึ่งหน่วยงานที่ใช้ก่อนเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ ค่อยมาดูว่า เราจะปันส่วนอย่างไร เรื่องของการปิดไฟ หรือปั๊มเปิด-ปิดกี่โมง เหมือนในอดีตที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งการปิดห้างสรรพสินค้า เป็นการบริหารจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับพลังงานที่หายไป

เมื่อถามว่า ที่ยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ ที่ให้ใช้รถแค่ 5 วันต่อสัปดาห์ ประเทศไทยจะใช้แบบนั้นหรือไม่ น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ ขึ้นกับว่า สถานการณ์ที่ตะวันออกกลางจะอยู่ในระดับไหน เพราะฉะนั้น เราเตรียมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเอาไว้ ซึ่งสถานการณ์สมมุติที่เลวร้ายที่สุด รัฐบาลต้องเตรียมตรงนั้น แต่ความเห็นส่วนตัวมองว่า ประเทศคู่ขัดแย้งได้รับแรงกดดันทั่วโลก รวมถึงได้รับแรงกดดันจากในประเทศตัวเองด้วย ดังนั้น ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะพยายามทำให้สถานการณ์นั้นลดระดับลงมา แต่ประเทศไทยจะเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดเอาไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ ศบก.เคยบอกว่า จะไม่ขึ้นราคาตอนดึก แต่เมื่อคืนวานกลับประกาศขึ้นราคา อยากทราบเหตุผลและหลักการ และหลังจากนี้ประชาชนจะเจอการประกาศกลางดึกหรือไม่ น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า ใครเป็นคอนเฟิร์มว่า จะไม่ขึ้นกลางคืน เพราะตามหลักแล้วควรจะขึ้นกลางคืน และตามหลักแล้วไม่ควรประกาศล่วงหน้า เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดหน้าปั๊ม ในอดีตอาจจะมีการบอกล่วงหน้า เพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติ บอกล่วงหน้าคนก็ไม่ได้รู้สึกว่า จำเป็นอะไรมากมายที่จะต้องไปกักตุน แต่วันนี้พูดกันตามตรงถ้าบอกล่วงหน้า เราจะเจอสถานการณ์แบบที่ผ่านๆ มา วันนี้นิว นอร์มอลอย่างหนึ่งคือ เราอาจจะเจอการขึ้นราคาน้ำมันเรื่อยๆ แบบนี้ และทุกครั้งที่ขึ้นมันจะไปช่วยลดการพยายามการกักตุน และความพยายามลักลอบส่งออกทั้งหลาย

เมื่อถามย้ำว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก.เป็นผู้ระบุว่า จะไม่มีการประกาศกลางดึกอีก จะชี้แจงกับประชาชนอย่างไร น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สถานการณ์เปลี่ยน มาตรการและแนวทางจำเป็นต้องเปลี่ยน ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแล้วมาตรการไม่เปลี่ยนจะมีปัญหา เชื่อว่า ณ เวลาที่นายพิพัฒน์บอกนั้น ซึ่งตนไม่ยืนยันข้อมูล เพราะจำไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้โกหก แต่วันนี้สถานการณ์ที่ 2 ช่องแคบ เกิดขึ้นในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทุกประเทศยกระดับมาตรการขึ้นหมดเลย ดังนั้น ณ วันนี้เป็นต้นไป ถ้ามีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมก็ต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้า และยืนยันว่า มันจะมี แต่เราจะพยายามสื่อสารถึงเหตุและผลให้ดีที่สุด เพราะ ศบก.เชื่อว่า ประเทศเราขับเคลื่อนด้วยเหตุผลได้ และเราจะใช้สิ่งนั้นเป็นหลักในการทำงาน ข้อเท็จจริง เหตุผล และสื่อสาร แค่นี้เลย จะไม่มีอะไรหลุดจากมาตรฐานนี้นับจากวันนี้

เมื่อถามอีกว่า หลังจากนี้ประชาชนต้องรอไปเติมน้ำมันในช่วงกลางดึก ก่อนจะกลับเข้าบ้านใช่หรือไม่ น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า เป็นทางเลือกของประชาชน พิจารณาว่ารถของตัวเองควรจะเติมน้ำมันในวันนั้นหรือไม่ เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีแนวทางแจ้งเตือนประชาชน ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นหรือไม่ เพื่อให้เกิดการเตรียมตัว น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ปัจจัยการขึ้นลงของราคาน้ำมันไม่ได้อยู่ในประเทศ เราไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าวันไหนราคาจะปรับตัวแรง หากราคาตลาดโลกเหวี่ยงแรง ก็ต้องมีการปรับขึ้นราคาในประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมา นอกเหนือจากการตรึงราคาน้ำมัน

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ ตอนสถานการณ์รัสเซียยูเครน เราสามารถติดลบได้มากกว่านี้ เพราะตอนนั้นรัฐบาลมีอำนาจเต็ม สามารถมีมติขยายวงเงินได้ และเข้าใจความเครียดของประชาชน โชคร้ายที่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ในจังหวะเวลาที่รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจเต็มทำบางอย่างได้ เช่นการลดภาษีสรรพสามิต รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการที่ทำได้เลยก่อน

ด้าน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชี้แจงถึงการที่ กบน.ประกาศขึ้นราคาน้ำมันช่วงกลางกลางดึกว่า ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกช่วงนี้ มีความผันผวนเยอะ เราจึงต้องดูข้อมูลรอบด้าน โดยเฉพาะราคา ในอดีตที่ผ่านมาเป็นช่วงปกติ สามารถคำนวณราคาในช่วงเวลากลางวันได้ แต่ปัจจุบันราคาช่วงกลางวันกับช่วงกลางคืนเปรียบเทียบกันไม่ได้  กลางวันติดลบ กลางคืนกลับมาเป็นบวก เช่นเมื่อคืนนี้ ( 30 มี.ค.) ช่วงกลางวันติดลบอยู่ที่ 20 – 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่พอช่วงกลางคืน เพิ่มมาอีก 14 ดอลลาร์สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปิดตามราคาตลาดโลก นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องดูคือราคาของประเทศเพื่อนบ้าน ฐานะของกองทุนน้ำมันว่าจะมีสภาพคล่องอย่างไร และต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ รวมถึงภาระที่จะกระทบต่อประชาชน พร้อมยกตัวอย่างว่า เมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) เราประกาศขึ้นราคาดีเซล 1.80 บาท หากดูเทียบกับค่าการตลาดในวันนี้ ก็ยังติดลบ แต่กองทุนน้ำมันคิดว่ายังสามารถแบกได้ครึ่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนมากเกินไป

นายพรชัย กล่าวว่า กบน.จึงต้องมีการประชุมในเวลา 20.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ตลาดสิงคโปร์ ปล่อยราคาน้ำมันออกมา และเราต้องมาคำนวณเป็นเงินบาท ทำเป็นโครงสร้างราคา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร รวมถึงต้องประกาศราคาที่กองทุนน้ำมันชดเชยให้ประชาชนทราบ ในเวลาประมาณ 21.00 น.ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่า กบน.ดูทุกด้านอย่างรอบคอบทุกมิติ ยืนยันว่าเราไม่ได้เอื้อผู้ค้า

นายวีรพัฒน์ ยังกล่าวถึงความผันผวนของราคาน้ำมันว่า ไม่สามารถบอกได้ว่า ราคาน้ำมันจะขึ้นลงวันไหน อยู่ที่ตลาดโลก ซึ่งขณะนี้ผันผวนมาก ดังนั้น กบน.ต้องติดตามและใช้ราคาที่ปิดตลาดถึงจะพิจารณาได้ ส่วนประชาชน จะต้องรอลุ้นถึงช่วง 22.00 น.หรือไม่นั้น เป็นอีกประเด็น เพราะแต่ละวัน กบน.ไม่ทราบว่า จะมีการปรับขึ้นราคาหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์รายวัน แต่หากมองว่าสามารถดูแลได้ ก็จะทำเต็มที่ หากไม่ไหวก็ต้องปรับราคาไปตามกลไกตลาด

เมื่อถามถึงกรณีค่าการตลาดยังติดลบ แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่แนวโน้มราคาน้ำมัน จะปรับตัวในคืนนี้ หรือพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) ใช่หรือไม่ นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า กำลังดูอยู่ เพราะขณะนี้ราคาผันผวน วันนี้อาจจะเห็นว่าราคาขึ้นหรือลงก็ได้ ทั้งนี้ หากราคาลงจนทำให้ค่าการตลาดดีขึ้น อาจมีการพิจารณาว่าจะไม่มีการปรับในวันนี้ แต่หากกองทุนน้ำมันสามารถดูแลได้ และประเมินค่าการตลาดแล้ว ราคาน้ำมันก็มีมีแนวโน้มหยุดนิ่ง อาจจะดูแลไปก่อนอีก 1 – 2 วัน แล้วแต่สถานการณ์ ซึ่งสถานะกองทุนน้ำมันขณะนี้ มีเงินไหลออกวันละประมาณ 1.5 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ติดลบอยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท

เมื่อถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้มากแค่ไหนว่าประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงถึงลิตรละ 58 บาท นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยราคา สถานะกองทุน รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนนํ้ามัน ต้องดูหลายด้านประกอบการ ซึ่งไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ว่าราคาจะขึ้นไปถึงเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานพยายามลดภาระให้มากที่สุด ซึ่งกองทุนน้ำมันมีไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพ ตรึงราคาคงไม่ไหว หากไม่มีกองทุนน้ำมัน ราคาก็คงกระชากไปแล้ว

วุฒิสภา ดันอัพเกรดระบบตรวจสอบเข้า-ออกพื้นที่ เชื่อมโยง แอพไทยดี ช่วยสแกนประวัติอาชญากรรม

วุฒิสภา ดันอัพเกรดระบบตรวจสอบเข้า-ออกพื้นที่ เชื่อมโยง แอพไทยดี ช่วยสแกนประวัติอาชญากรรม

วุฒิสภา ดันอัพเกรดระบบตรวจสอบเข้า-ออกพื้นที่ เชื่อมโยง แอพไทยดี ช่วยสแกนประวัติอาชญากรรม

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.40 น.

‘วุฒิสภา’ ดันอัพเกรดระบบตรวจสอบเข้า-ออกพื้นที่ เชื่อมโยง ‘แอพไทยดี’ ช่วยสแกนประวัติอาชญากรรม ยันไม่ก้าวล่วงล้วงข้อมูลส่วนตัว

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งานระบบบันทึกการเข้า-ออก สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเชื่อมโยงกับแอพลิเคชั่น ไทยดี เพื่อเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกในการยืนยันตัวตนของบุคคลก่อนเข้าสู่อาคาร 

นายมงคล กล่าวว่า ในภาวะการที่โลกมีความผันผวนและมีความเสี่ยงในหลายด้าน การรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการจึงเป็นสิ่งสำคัญ การพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยด้วยการบันทึกการเข้า-ออก ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานภาครัฐดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว โดยมีการตรวจสอบจำนวนและข้อมูลของผู้ที่อยู่ภายใต้อาคารได้แบบเรียลไทม์  และมีการแสดงข้อมูลเชิงสถิติจำแนกตามประเภทบุคคล เพศ วัตถุประสงค์ของการเข้าอาคาร นอกจากนี้ยังสามารถนำฐานข้อมูลที่ได้มาวางแผนดำเนินการอพยพบุคคลเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินได้ และที่สำคัญเพื่อลดใช้กระดาษ

ด้านนายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของวุฒิสภา กล่าวว่า ระบบไทยดีของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยใช้มานานและถูกใช้แพร่หลาย ซึ่งระบบปลอดภัยพอควร วุฒิสภาจึงนำระบบที่พัฒนาแล้วมาเชื่อมโยงกับระบบขอวุฒิสภา และเมื่อพัฒนาแล้วเห็นว่าสามารถเชื่อมโยงได้ชัดเจน ทั้งนี้หากมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตจะสามารถรู้ได้ว่าใครเข้ามาในพื้นที่เมื่อใด และเมื่อเกิดเหตุจะรู้ได้ว่าใครอยู่ในพื้นที่บ้าง

“ในอนาคตคุยกันว่าจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของประเทศ หรือ ตำรวจสันติบาลด้วย เพื่อให้ทราบว่าคนที่เข้ามามีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ ซึ่งจะช่วยฝ่ายรักษาความปลอดภัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนที่กังวลว่าข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหล นั้นไม่เป็นห่วง เพราะเป็นระบบปลอดภัย” นายนพดล กล่าว

เมื่อถามว่าเมื่อใช้ระบบไทยดีเชื่อมโยงการเข้า-ออกอาคาร มีข้อกังวลว่าอาจทำให้ข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อการบันทึกเข้า-ออก ถูกเปิดเผยด้วย นายนพดล กล่าวว่า ไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น แต่อาจมีเฉพาะคนที่มีปัญหาประวัติอาชญากรรมที่ต้องเจาะลึก แต่คนทั่วไปที่ไม่มีระบบ ก็จะไม่มีเข้าไปใกล้ถึงข้อมูลส่วนตัว และเราจะไม่ก้าวล่วง 

ดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI ! นายกฯ เผยไมโครซอฟท์พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ยกระดับทักษะคนไทย

ดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI ! นายกฯ เผยไมโครซอฟท์พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ยกระดับทักษะคนไทย

ดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI ! นายกฯ เผยไมโครซอฟท์พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ยกระดับทักษะคนไทย

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

ดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI  ! นายกฯ เผยไมโครซอฟท์พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ยกระดับทักษะคนไทยสนับสนุนบริการรัฐ ลดต้นทุนดิจิทัล 

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแบรด สมิธ รองประธานกรรมการบริหารและประธาน บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทย สรุปสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมบทบาทของไมโครซอฟท์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาด้านดิจิทัลของไทย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของไมโครซอฟท์ในไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ และพัฒนาการให้บริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายแบรด สมิธ ยืนยันความเชื่อมั่นของไมโครซอฟท์ต่อประเทศไทย ประชาชนไทย และรัฐบาลไทย โดยไมโครซอฟท์เตรียมประกาศแผนการลงทุนในไทยเพิ่มเติมจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI พร้อมทั้งมีความร่วมมือกับภาคเอกชนของไทย และให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของไมโครซอฟท์ต่ออนาคตของประเทศไทย 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญร่วมกัน ดังนี้

ด้านการลงทุน นายกรัฐมนตรีไมโครซอฟท์มีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ในไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและดิจิทัลของประเทศ โดยรัฐบาลสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตลอดจนสนับสนุนให้ไมโครซอฟท์ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค โดยไทยมีความพร้อม โดยเฉพาะในด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งนายแบรด สมิธ ยืนยันที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจและดิจิทัลของรัฐบาล และพัฒนาความเป็นพันธมิตรระยะยาวกับไทย เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีย้ำการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ ภาคเอกชนไทย และภาครัฐ  เพื่อการขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล โดยเชื่อว่าความร่วมมือเหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ของภูมิภาค (AI-First Nation)

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังย้ำความตั้งใจของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาและทักษะของแรงงาน ขอบคุณความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการส่งเสริมทักษะดิจิทัลและ AI ให้กับคนไทย โดยเฉพาะการเสริมศักยภาพครู การยกระดับทักษะแรงงาน และการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ด้านศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี โดยนายแบรด สมิธ กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีการนำ AI เข้ามาใช้งานเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการใช้ AI สูงขึ้นอย่างมาก โดยไมโครซอฟท์พร้อมสนับสนุนรัฐบาล ผ่านโครงการที่ไมโครซอฟท์กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ โครงการฝึกอบรมครู องค์กรไม่แสวงหากำไร และเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เข้าถึงทักษะด้าน AI

มติ!ป.ป.ช.เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ฟันคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดีเสนอแก้ ม.112

มติ!ป.ป.ช.เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ฟันคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดีเสนอแก้ ม.112

มติ!ป.ป.ช.เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ฟันคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดีเสนอแก้ ม.112

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.46 น.

31 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ในข้อหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนทางธุรการในการจัดเตรียมเอกสารพร้อมคำร้องเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยในทางธุรการจะต้องมีการประสานงานกับทางศาลว่ามีความพร้อมเมื่อไหร่เนื่องจากเอกสารประกอบคำร้องมีจำนวน 56 ชุด อีกทั้งจะต้องมีการสำเนาเอกสารให้กับคู่ความด้วย ดังนั้น จะต้องดูความพร้อมของสำนักงานว่าจะสามารถยื่นคำร้องได้เมื่อไหร่ ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการโดยเร็ว

ส่วน สส.ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในนามพรรคประชาชนจะต้องมีการหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะมองเรื่องนี้อย่างไรเนื่องจากในขณะถูกร้อง สส.ดังกล่าวเป็น สส.อยู่ในสมัยเดิม แต่ปัจจุบันได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ จำนวน 10 คน ซึ่งอยู่ในรายชื่อ 44 สส.ด้วย จึงต้องดูว่าศาลฎีกาจะสั่งรับคำร้องและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ หากเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานกฤษฎีกาตีความไว้ หาก สส.ดำรงตำแหน่งอยู่ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้ำว่า จะต้องรอดูคำสั่งของศาลฎีกา ป.ป.ช.คงไปก้าวล่วงไม่ได้ แต่ในส่วนของการจัดทำคำร้องหรือคำขอของสำนักงานป.ป.ช.ก็ต้องเสนอให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยอยู่แล้ว ซึ่งกระบวนการจะไปจบที่ศาลอยู่แล้ว

ทบ.แจงยิบ ค่าเสบียงสนาม 15 บาท/วัน ทหารชายแดน ชี้เป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค ไม่ใช่เงินสด

ทบ.แจงยิบ ค่าเสบียงสนาม 15 บาท/วัน ทหารชายแดน ชี้เป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค ไม่ใช่เงินสด

ทบ.แจงยิบ ค่าเสบียงสนาม 15 บาท/วัน ทหารชายแดน ชี้เป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค ไม่ใช่เงินสด

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.18 น.

ทบ.แจงยิบ ค่าเสบียงสนาม 15 บาท/วัน ทหารชายแดน เป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค ไม่ใช่เงินสด ย้ำหน่วยปฏิบัติตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ ​31 มี.ค.2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าเสบียงสนามของกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงดังนี้

1.​ค่าเสบียงสนาม เป็นงบประมาณที่จัดสรรเพื่อจัดหาอาหารหรือสิ่งของเพิ่มเติมให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน โดยเบิกจ่ายในอัตรา 15 บาทต่อวันต่อคน ทั้งนี้ ตามระเบียบของทางราชการ กำหนดให้เป็นการจัดหาในรูปแบบของอาหารหรือสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่กำลังพลภายใต้วงเงินดังกล่าว ไม่ใช่การจ่ายเป็นเงินสด

2.​ฝ่ายปลัดบัญชี ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้แต่ละหน่วยงานในพื้นที่ครบถ้วนแล้ว ปัจจุบันแต่ละหน่วยอยู่ระหว่างการทยอยเบิกรับงบประมาณ เพื่อไปดำเนินการจัดหาอาหารและสิ่งของตามระเบียบราชการที่กำหนด

​โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา มีหน่วยต้องขึ้นปฏิบัติราชการสนามมากกว่าในอดีตจำนวนมาก จึงอาจทำให้บางหน่วยมีความเข้าใจเงื่อนไขการใช้งบประมาณในส่วนนี้คลาดเคลื่อนไป นำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบราชการ โดยการไปจ่ายในลักษณะเป็นเงินสดตรงให้แก่กำลังพล แทนการนำงบประมาณที่ได้ไปจัดหาของในรูปแบบเสบียง จึงอาจเป็นสาเหตุให้กำลังพลในหน่วยอื่นๆ เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าไม่ได้รับสวัสดิการในส่วนนี้

​อย่างไรก็ตาม กองทัพบกได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งการให้เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับกำลังพลในสังกัด เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทั่วถึงกัน

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.นย.ตราด หลังเผชิญกัมพูชา หน้าตู้คอนเทนเนอร์ทมอดา

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.นย.ตราด หลังเผชิญกัมพูชา หน้าตู้คอนเทนเนอร์ทมอดา

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.นย.ตราด หลังเผชิญกัมพูชา หน้าตู้คอนเทนเนอร์ทมอดา

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.18 น.

วันที่ 31 มีนาคม 2569 พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีคำสั่งพ้นหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดนนายทหารในสังกัด 17 นาย โดยหนึ่งในนั้น มี นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด โดยให้ย้ายไปหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ 

สำหรับคำสั่งดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีของนาวาเอก ธรรมนูญ นั้น สร้างความแปลกใจให้สังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจาก นาวาเอก ธรรมนูญ ถือเป็น ผบ.หน่วยรบคนสำคัญ และมีผลงานมากมายตั้งแต่ไฟใต้จนถึงการสู้รบกับกัมพูชาในรอบที่ 2 ที่นำทัพบุกเข้ายึดแผ่นดินไทยคืนจากกัมพูชาบริเวณบ้าน 3 หลัง และกาสิโนทมอดา จังหวัดตราด 

ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นาวาเอก ธรรมนูญ ถึงสาเหตุการถูกสั่งย้ายในครั้งนี้ โดยนาวาเอก ธรรมนูญ ยอมรับว่ามีคำสั่งย้ายจริง ซึ่งคำสั่งส่งมาเมื่อคืน ตนเองไม่รู้มาก่อน ตอนนี้อยู่ระหว่างเก็บของ และจะรับส่งการทำหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ 

ในส่วนของสาเหตุที่มีการย้าย นาวาเอก ธรรมนูญ ในครั้งนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ นาวาเอก ธรรมนูญ ลงพื้นที่บริเวณตู้คอนเทนเนอร์แนวชายแดนบ้านทมอดา เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา โดย”ผู้กองโทนี่” ผบ.ร้อยสนาม นาวิกโยธินสายบู๊ ซึ่งเป็นทหารคนสนิท นาวาเอก ธรรมนูญ ได้ไล่ นายพลจัตวา กึม โกะซอล ที่มาโวยวายใส่ “กัน จอมพลัง” เพราะเข้าใจว่าจะมาขยับแนวรั้วตู้คอนเทนเนอร์ โดยตามข้อเท็จจริงมาติดธงชาติไทย และธงราชนาวีไทย ทำให้เกิดวาทกรรม “ดูหน้ากูไว้”

คาดเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย. นายกฯ เผยพร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลทันที

คาดเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย. นายกฯ เผยพร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลทันที

คาดเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย. นายกฯ เผยพร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลทันที

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.16 น.

นายกฯ เผยเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ”ครม.อนุทิน2″ คาดเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย.นี้ พร้อมเตรียมร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว

31 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.20 น.ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ พวกเราทุกคนก็ยังทำงานอย่างเต็มความสามารถรับใช้ที่น้องประชาชน

เมื่อถามถึงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เตรียมในสาระสำคัญก็เกือบจะครบถ้วนแล้ว เรายังมีเวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าจะเพิ่มหรือทำให้มันมีความสมบูรณ์มากกว่านี้ เมื่อถามว่า สาระสำคัญของร่างแถลงนโยบายฯ รวมของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรารวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน

เมื่อถามว่า จะต้องมีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุยก่อนแถลงนโยบายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุยแล้ว ระหว่างการจัดทำร่างเราก็มีการเชิญมาพูดคุยกันแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าไม่มีอะไรแก้ไขในสาระสำคัญก็จะส่งให้สภาด้วย เพื่อให้ สส.ได้ไปอ่านและไปศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมในการอภิปราย ซึ่งตนเชื่อว่าในการอภิปรายจะต้องมีข้อแนะนำและข้อเสนอแนะดีๆ นอกเหนือจากการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งรัฐบาลก็จะรับมาดำเนินการ รัฐบาลนี้ฟังประชาชนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะมีการตั้งทีมเพื่อรับฟังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่ เมื่อถามว่า คำแถลงนโยบายจะมีการเพิ่มอะไรเป็นพิเศษอีกหรือไม่นอกจาก 4 ด้านสาระสำคัญที่เขียนไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็นำเสนอเข้าไปและรับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา เพราะเราแถลงต่อสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว ฉะนั้น เชื่อว่าเราจะได้รับข้อเสนอแนะ แนวคิด แนวทางดีๆ จากคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า มีอะไรที่เพิ่มมาเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิมที่เราหาเสียงไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องของพลังงาน เรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการที่ไทยจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปราม การทุจริตคอรัปชั่น การปราบปรามยาเสพติด เป็นสิ่งที่เราต้องทำเพราะเราจะเข้าไปเป็นสมาชิกของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อบอกชาวโลกว่าเราเป็นประเทศที่เชื่อถือได้ เป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาล มีคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ต้องมีความสะอาด ไม่ใช่เข้าไปเปื้อนไปหมดแบบนี้ แบบเปื้อนไปหมดแบบนี้เข้าไปก็เท่ากับเป็นการประจานตัวเอง ไม่ได้หรอก

เมื่อถามว่า ได้วันเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ ว่าน่าจะเป็นวันที่ 6 เมษายน อันนี้สุดแล้วแต่ทางสำนักพระราชวังแจ้งมา ตรงนี้เรากำหนดไม่ได้ ก็รอแจ้งอย่างเป็นทางการมา แต่เบื้องต้นได้รับการประสานมาว่าให้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่จากนี้เป็นต้นไป คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนก็ได้รับการแจ้งว่าต้องมีความพร้อมตลอดเวลาที่จะไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่ว่าวันไหนเวลาไหน ที่แน่นอน เดี๋ยวจะประสาน เรากำหนดไม่ได้ เมื่อถามว่า ภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จจะเรียกประชุม ครม.เลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทันทีครับ และจากนั้นก็เป็นการแถลงนโยบาย

นายกฯมอบ สุชาติ-ปลัดมท. ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ ลั่นต้องเฉีบบขาด

นายกฯมอบ สุชาติ-ปลัดมท. ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ ลั่นต้องเฉีบบขาด

นายกฯมอบ สุชาติ-ปลัดมท. ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ ลั่นต้องเฉีบบขาด

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.12 น.

นายกฯมอบ สุชาติ-ปลัดมท. ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ ลั่นต้องเฉีบบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง ชี้ งานนี้วัด KPI ผู้ว่าฯ 

31 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.25 น. ที่อิมแพคเมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบโดยกระทรวงมหาดไทยจะสั่งการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงมหาดไทย จะขึ้นขึ้นไปกํากับดูแลในพื้นที่ 3-4 จังหวัดภาคเหนือ ที่จะต้องเข้มงวดเรื่องการเผาวัชพืชต่าง ๆ 

เมื่อถามว่า จะต้องมีการคุยกับประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ เพราะตอนนี้มีควันไฟลอยข้ามแดนเข้ามา  นายกฯ กล่าวว่า มีๆ ข้ามจากฝั่งนั้นมา ซึ่งเราก็พูดคุยความร่วมมืออยู่ตลอด แล้วเราก็พยายามบริหารจัดการในส่วนที่เราควบคุมได้ ก็สามารถลดความรุนแรงไปได้ระดับหนึ่ง และย้ําไปว่าต้องทํางานกันอย่างเฉียบขาด เต็มที่เหมือนกับปีที่แล้ว เพราะเราไม่อยากมานั่งทําเหมือนจับปูใส่กระด้ง แต่พอทําเต็มที่ก็หาว่าไปแกล้งเกษตกรเขาอีก หรือทําให้เขาเดือดร้อน แล้วจะทําอย่างไร 

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้รับคําสั่งชัดเจน ต้องดําเนินการอย่างเฉียบขาด ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวัดประสิทธิภาพผู้ว่าฯด้วย