คอนเฟิร์ม! ทำเนียบฯ เหตุการณ์ปกติ สยบเฟกนิวส์ ยัน ไม่มีม็อบใหญ่-ไม่ปิดถนน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:39 น.

คอนเฟิร์ม! ทำเนียบฯ เหตุการณ์ปกติ สยบเฟกนิวส์ ยัน ไม่มีม็อบใหญ่-ไม่ปิดถนน

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล กรณีมีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ปรากฎภาพผู้ชุมนุมจำนวนมาก ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล และมีการอ้างว่าสื่อมวลชนถูกปิดกั้นไม่ให้นำเสนอข่าว

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบโดยรอบทำเนียบรัฐบาล พบว่าไม่มีการชุมนุมของมวลชนตามภาพที่เผยแพร่ มีเพียงกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ประมาณ 200 คน ที่ใช้พื้นที่ถนนพระราม 5 ข้างศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กางเต้นท์ปักหลักติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน และหนี้สิน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้เป็นการกีดขวางการจราจรแต่อย่างใด

ขณะที่การจราจรในพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่แยกพาณิชการ เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ ถนนพิษณุโลก จนถึงแยกมิสกวัน เข้าถนนราชดำเนินนอก และวนเข้าแยกเทวกรรม สะพานอรทัย ไม่มีการปิดการจราจร หรือปิดกั้นทางเข้าออกด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ภาพม็อบดังกล่าวที่ถูกแชร์กันในโลกโซเชียล ถูกตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นภาพจาก AI

ทำเนียบฯม็อบอนุทินแนวหน้าออนไลน์

กองทัพบกแถลง ปม EOD เหยียบกับระเบิดช่องอานม้า ชี้เป็นจุดเคยถูกรุกล้ำ-อยู่ระหว่างเร่งเก็บกู้

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:39 น.

ทบ.แจงปม ทหารเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า ขาขาด เหตุพื้นที่กัมพูชารุกล้ำ ก่อนผลักดันออก เผยพื้นที่อันตราย อยู่ระหว่างเก็บกู้

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีมีกำลังพล ได้รับบาดเจ็บจากการร่วมปฎิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ( TMAC ) บริเวณพื้นที่ ช่องอานม้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด บริเวณใกล้ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ ในอดีตฝ่ายกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาตั้งฐาน ในช่วงที่มีสถานการณ์ฝ่ายไทยได้มีการผลักดันทหารกัมพูชาออกไป หลังจากนั้นได้มีการควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ระบุเป็นพื้นที่อันตราย เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทีมเก็บกู้จากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าขวา มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย ขณะนี้กำลังพลรู้สึกตัวและอาการปลอดภัย อยู่ระหว่างนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์

กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นทางผู้บังคับบัญาได้กำชับทางต้นสังกัด ดูแลกำลังพลที่

EODกองทัพบกช่องอานม้าอุบลราชธานี

จับตาสภากลาโหม 20 ส.ค.นี้ ถกเคาะโผทหารโค้งสุดท้าย รอ ผบ.ทบ.วางไลน์ 5 เสือใหม่

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:13 น.

จับตาสภากลาโหม 20 ส.ค.นี้ ถกเคาะโผทหารโค้งสุดท้าย ก่อนส่งนายกฯ 28 ส.ค.เพื่อนำทูลเกล้าฯ ต่อไป คาด“ศรัณย์”นั่งปลัด กห. ดัน“รบพิเศษ”นั่ง มทภ.4 ดับไฟใต้ รอ ผบ.ทบ.วางไลน์ 5 เสือใหม่ “ระวิน”นักบิน F-16 บินอารักขานายกฯ ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ทอ. ส่วน“บิ๊กโก๋”สานต่อ ผอ.JIC

17 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 20 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมสภากลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม คาดว่าก่อนการประชุมจะมีการหารือคณะกรรมการปราบย้ายนายทหารชั้นนายพล (บอร์ดกลาโหม) เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล เพื่อสรุปการจัดทำโผทหารรอบสุดท้าย ก่อนส่งรายชื่อให้ เจ้ากรมเสมียนตราไปตรวจสอบความถูกต้อง แล้วค่อยส่งต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 28 สิงหาคม เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

สำหรับตำแหน่งสำคัญที่น่าสนใจ คือปลัดกระทรวงกลาโหม คาดว่าจะเป็น พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26)

ส่วนตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ มี 3 แคนดิเดตคือ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ตท.26) , พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (ตท.27) และ พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ตท.26)

ขณะที่กองทัพไทย คาดว่าขยับ พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร (ตท.26) ในฐานะเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร ส่วน พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหารคนปัจจุบัน (ตท.26) ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการฐานสูงสุด

สำหรับกองทัพบกในระดับ 5 เสือ มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง อาทิ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ตท.26) จะขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก จ่อชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปี 2570 ซึ่ง พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อ เพื่อนำไปหารือในบอร์ดกลาโหม

นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อ พลเอก อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก , พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (ตท.26) รวมถึง พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.28) , พลโท สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.28) รวมถึง พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก (ตท.26) อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะต้องมีการขยับ

ในขณะที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คาดว่าจะมีการปรับ พลโท นรธิป โพยนอก (ตท.26) ขึ้นอัตราพลเอก แล้วให้ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน (อุ-จะ-รัต) รองแม่ทัพภาคที่ 4 (รบพิเศษ) (ตท.28) ขึ้นมาแทน

ส่วนกองทัพอากาศ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ จะเกษียณอายุราชการ คาดว่า จะมารับตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหม เพื่อทำหน้าที่ ผอ. ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ต่อ ทั้งนี้ คาดว่า พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ. (ตท.26) ขึ้นมาแทน โดยล่าสุดได้ขับเครื่องบิน F-16 บินอารักขาเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี ในการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

กระทรวงกลาโหม,สภากลาโหม,แต่งตั้ง,โผทหาร,

มท.4 ปัดโยนเผือกร้อน 5,925 ราย ให้ท้องถิ่น ฟันถอดถอนเอี่ยวโกงสอบ ยันส่วนกลางต้องรับผิดชอบ

17 สิงหาคม 2569 เวลา 12:44 น.

17 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวชี้แจงกรณีมีการตั้งข้อสังเกต การส่งรายชื่อผู้ที่พบความผิดปกติจากการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,925 ราย ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จะเป็นการโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่นหรือไม่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การโยนภาระให้ท้องถิ่น แต่เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และส่วนกลางต้องรับผิดชอบในการกำหนดข้อมูล หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจน ดังนั้น กรณีดังกล่าวต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจพบความผิดปกติ กับการดำเนินการด้านสถานะบุคคล เพราะแต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การนำรายชื่อ 5,925 รายไปให้ท้องถิ่นตัดสินเองว่าใครผิดหรือใครต้องออกจากราชการ

“ผมขอพูดให้ชัดว่า นี่ไม่ใช่การโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น ส่วนกลางเป็นคนตรวจสอบข้อมูล เป็นคนกำหนดแนวทาง และเป็นคนส่งข้อมูลที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองเมื่อได้รับข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจน เรื่องนี้ต้องแยกบทบาทกันให้ถูก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าทุกอย่างโยนให้ท้องถิ่น ทั้งที่ระบบราชการแต่ละระดับมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกัน” นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่ม 5,925 รายที่พบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับคะแนนสอบนั้น กระบวนการไม่ได้เริ่มต้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลในกระบวนการสอบแข่งขัน เมื่อพบความผิดปกติจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการกำหนดแนวทางดำเนินการและส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ถ้าส่วนกลางตรวจพบว่าคะแนนมีปัญหาแล้วไม่ดำเนินการ คนก็จะถามว่าทำไมมหาดไทยปล่อยให้คนที่ได้คะแนนมาโดยไม่ถูกต้องอยู่ในระบบต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อเราตรวจพบความผิดปกติ เราต้องแก้ไข แต่การแก้ไขต้องทำตามขั้นตอน ไม่ใช่ใช้อารมณ์ และไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบแทนทั้งระบบ” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเดินไปพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการแก้ไขบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การดำเนินการเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว และการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบในส่วนของความรับผิดทางอาญา ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกัน

“ต้องเข้าใจว่าการที่มีรายชื่ออยู่ใน 5,925 ราย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทุจริตหรือเป็นผู้กระทำความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ รายชื่อดังกล่าวเป็นกลุ่มที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับคะแนนสอบ ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนใครจะมีความผิดทางอาญาหรือมีส่วนร่วมกับการทุจริตหรือไม่ เป็นเรื่องของหน่วยงานสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องพิสูจน์ต่อไป” นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการจากผลคะแนนที่มีปัญหา หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุตั้งแต่ต้น ก็ต้องดำเนินการแก้ไขสถานะให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่สามารถปล่อยให้ความผิดพลาดหรือการทุจริตในกระบวนการสอบกลายเป็นสิทธิถาวรในระบบราชการได้

“หลักของผมง่ายมาก ใครได้สิทธิมาโดยไม่ถูกต้อง ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ใครสอบด้วยความสามารถของตัวเองและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็ต้องได้รับความเป็นธรรม และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งก็ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เราจะไม่เอาคนสุจริตมาเป็นผู้รับผลกระทบจากการทุจริตของคนอื่น” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำให้ชัดเจนคือ อปท.ไม่ได้เป็นผู้ตรวจสอบหรือผู้ชี้ว่าคะแนนสอบของบุคคลใดผิดปกติ แต่เมื่อมีข้อมูลและแนวทางจากส่วนกลางแล้ว หน่วยงานต้นสังกัดมีหน้าที่ดำเนินการด้านบุคคลตามกรอบอำนาจของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่ควรนำคำว่า “โยนเผือกร้อน” มาอธิบายกระบวนการทั้งหมด เพราะจะทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า มหาดไทยผลักภาระให้ท้องถิ่นโดยไม่มีแนวทางรองรับ

“ถ้าจะถามว่าใครต้องรับผิดชอบ ผมตอบว่า ทุกระดับต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ส่วนกลางต้องรับผิดชอบเรื่องข้อมูลและแนวทาง กรรมการที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบเรื่องมติและกระบวนการ และหน่วยงานต้นสังกัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเอง นี่คือระบบ ไม่ใช่การโยนงานให้ใครคนใดคนหนึ่ง” รมช.มหาดไทย กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน มหาดไทยไม่ได้มองเฉพาะกลุ่ม 5,925 ราย แต่ต้องดูแลผู้สอบที่สุจริตซึ่งได้รับผลกระทบจากการจัดทำบัญชีใหม่ด้วย โดยได้เปิดช่องทางให้ผู้สอบที่ไม่ปรากฏรายชื่อในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้สามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบคะแนนของตัวเองได้ ระหว่างวันที่ 13-31 สิงหาคม 2569 เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางราชการได้

“เราไม่ได้มองแค่คนที่มีปัญหา แต่ต้องมองคนที่เสียโอกาสจากปัญหานี้ด้วย คนที่อ่านหนังสือมาสอบอย่างสุจริตต้องไม่กลายเป็นผู้รับกรรมจากการทุจริต เพราะฉะนั้นการเปิดให้ตรวจสอบคะแนนก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบโดยสุจริต” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายของการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำรายชื่อ 5,925 รายออกจากระบบ แต่ต้องทำให้กระบวนการสอบแข่งขันท้องถิ่นกลับมาอยู่บนหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

“เรื่องนี้ผมไม่ได้มองว่าเป็นการจัดการตัวเลข 5,925 คนแล้วจบ แต่ต้องจัดการต้นเหตุของปัญหา และต้องทำให้คนที่สอบในอนาคตเชื่อได้ว่า คะแนนของเขาจะไม่ถูกแก้ ไม่ถูกซื้อขาย และไม่มีใครใช้เส้นสายหรือเงินมาทำให้คนที่ไม่ควรได้สิทธิกลายเป็นคนที่ได้สิทธิ กระทรวงมหาดไทยไม่ปกป้องคนผิด แต่ก็จะไม่ทำร้ายคนสุจริต เราจะไม่ปล่อยให้คนที่ได้สิทธิมาโดยไม่ถูกต้องอยู่ในระบบ และในขณะเดียวกันก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องรับภาระโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เรื่องนี้ต้องเดินให้ครบทั้งกระบวนการ และต้องจบด้วยความถูกต้องและความเป็นธรรม” นายวรศิษฎ์ กล่าว

โกงสอบท้องถิ่น,ท้องถิ่น,วรศิษฎ์เลียงประสิทธิ์,รมชมหาดไทย,

โฆษก กห.ยันสหรัฐฯ คอนเฟิร์มไม่ยื่นเงื่อนไขความมั่นคงไทย แลกลดภาษีทรัมป์

17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:59 น.

“โฆษก กห.”ยัน”สหรัฐฯ” คอนเฟิร์มไม่ยื่นเงื่อนไขความมั่นคงไทย แลกลดภาษีทรัมป์ แจง Pete Hegseth เยือนไทย ลงนามข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม รับมีหารือเรื่องโดรน แต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งโรงงาน

17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกำหนดการเดินทางเยือนไทยของ นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐอเมริกา เพื่อมาลงนามกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมไทย ในข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม หรือ Joint Vision Statement 2026 (JVS 2026) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระยะต่อไปแทนฉบับเดิม ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Elbridge A. Colby รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนไทย โดยได้พูดคุยเรื่องกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าไทย-สหรัฐฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอยู่ เช่นการฝึกคอบร้าโกลด์ รวมถึงการขยายความร่วมมือในอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมยอมรับว่าเรื่องโดรน เป็นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ไทย-สหรัฐฯ มีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะมาตั้งโรงงานในไทย เป็นเพียงการพูดคุยเชิงหลักการ ว่าโดรนคือแนวคิดหนึ่งที่เราจะทำงานร่วมกันได้ รวมถึงปัจจัยอื่น ด้วยตลอดจนถึงการปฏิบัติการร่วมกันต่างๆ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประสบปัญหาภัยคุกคามจาก AI ไซเบอร์ อวกาศ ก็ถือเป็นมิติใหม่ที่ไทยกับสหรัฐฯ จะร่วมมือกัน ถือเป็นประเด็นหลักที่นาย Elbridge A. Colby พูดคุยกับ พลโท อดุลย์

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การเดินทางมาของนาย Elbridge A. Colby ในช่วงที่ผ่านมาเป็นการเตรียมความพร้อมการมาเยือนประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ของนาย Pete Hegseth แต่ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้ โดยอาจมีการลงนามข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม JVS 2026 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ซึ่งทั้ง 4 ประเด็นถือเป็นความร่วมมือความมั่นคงระหว่างไทย-สหรัฐฯ ที่แน่นแฟ้นมากแล้ว เนื่องจาก 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน เรื่องกิจกรรมความร่วมมือทางทหารถือเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อถามว่า การมีผู้แทนรัฐมนตรีความมั่นคงของสหรัฐฯ มาเยือนประเทศไทยในห้วงที่ไทยกำลังจะเจรจาภาษีสหรัฐฯ อาจถูกเชื่อมโยง ว่ามีการใช้เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันร้อย100% ว่าไม่มีการผูกทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน เพราะความมั่นคงไม่สามารถนำไปผูกโยงกับเรื่องอะไรได้ รวมถึงการลดทอนความมั่นคงลง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยประเทศชาติ ความปลอดภัยประชาชน หรือแม้แต่ประเด็นต่อรองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีการนำเรื่องความมั่นคงไปต่อรองภาษี

เมื่อถามว่า ทางรัฐบาลได้ขอรายละเอียดจากกระทรวงกลาโหมเรื่องความร่วมมือทางความมั่นคงกับสหรัฐฯ หรือไม่ เพื่อนำไปตอบคำถามในการเจรจาภาษี หากทางสหรัฐฯ สอบถาม โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่มี ไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงไปเจรจาภาษี

เมื่อถามย้ำว่า เผื่อทางสหรัฐฯ สอบถามกับทีมเจรจาภาษีของไทย โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่มี และตนเคยสอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมคณะไป ก็ยังงงว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร อีกทั้งทางสหรัฐฯ ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงมาผูกกับเรื่องใดทั้งสิ้น

กระทรวงกลาโหม,สหรัฐฯ,ภาษีทรัมป์,ความมั่นคง,

โฆษก กห.โนคอมเมนต์ กัมพูชายาหอมขนคนกลับบ้านหนองจาน ชี้เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา

17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:51 น.

“โฆษก กห.”ไม่ออกความเห็น “กัมพูชา”ยาหอมขนคนกลับบ้านหนองจาน ชี้เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา แม้บรรยากาศไม่เอื้อ รับมีการประท้วงโดรนบินก่อกวนในพื้นที่ชายแดน ชี้เป็นสิทธิ”สหรัฐฯ-กัมพูชา”ฝึกซ้อมรบ”อังกอร์ เซนตินอล”

17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีชาวกัมพูชาเตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่า ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีการยืนยัน ย้ำว่าต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน แต่ก็เป็นการยืนยันหลังมีการพบปะพูดคุยของรัฐบาลและผู้แทนรัฐบาลกับหลายประเทศ และยืนยันเช่นเดียวกันว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ดังนั้น ต้องแก้ไขด้วยเวทีทวีวิภาคี ทั้งสองประเทศพูดคุยเจรจากัน ซึ่งทุกประเทศยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันในลักษณะทวีวิภาคี จะไม่มีการเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ ดังนั้น เรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC/GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดน โดยจะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุย ผ่านทวิภาคีก่อน

ส่วนกรณีที่กัมพูชาบินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการบินโดรน หรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น ไทยก็ใช้แนวทางการประท้วง โดยกองกำลังไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกัน ไทยก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้ แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนก็มีความพร้อมในการสนับสนุนในการปฏิบัติดังกล่าวด้วย แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่าเรามีระบบในเรื่องของการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลาว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย

ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคีและการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะมองข้ามช็อต จะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในกระบวนการ JBC จะมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง ของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจาก นายสีหศักดิ์พงศ์เกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดไปว่ากัมพูชายังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศในเรื่องของการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งทั้งที่สิ่งที่ไทยทำมาปฏิบัติตามมาตรฐานสากลกฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement เราทำตามอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการใช้โดรนและแอนตี้โดนมาก่อกวน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการละเมิด Joint Statement ที่กัมพูชาทำกับไทย ตราบใดที่ยังมีกระบวนการหรือขั้นตอนตรงนี้อยู่ การพูดคุยก็จะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะกัมพูชาแสดงความไม่จริงใจในเรื่องการดำเนินการตรงนี้ เหตุใดเราต้องมาคุย หากคุย ความไม่จริงใจก็ยังคงอยู่ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ ในเรื่องของการเจรจา เพราะมีการละเมิดในสิ่งที่ตกลงไว้

สำหรับการเจรจาไม่เอื้อจะกระทบต่อบรรยากาศตามแนวชายแดน หรือไม่ พล.ร.ต. สุรสันต์ ระบุว่า ก็จะมีกองกำลังหน่วยตามแนวชายแดน พูดคุยระดับพื้นที่กับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งตนดูแล้วในเรื่องความสัมพันธ์ ระดับหน่วยท้องถิ่นตามแนวชายแดน ถือว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ และบางหน่วยก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์มาได้ในระดับหนึ่ง เช่นกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารี มีการพูดคุยระดับ RBC ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเจรจาพูดคุย

ส่วนอาจจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศ หรือไม่ ที่สัญญาว่าชาวกัมพูชาจะกลับไปอยู่บ้านหนองจาน พล.ร.ต.สุรสันต์ ว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถไปแสดงความคิดเห็นไปในเรื่องการเมือง หรือมุมมองของฝ่ายกัมพูชาได้ ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความจริงใจการพูดคุย หากมีความจริงใจพูดคุยกันและปฏิบัติตาม ตามที่ตกลงไว้ก็จะกลับไปสู่สันติภาพได้

สำหรับกรณีกัมพูชาเตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทย หรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณะภัยเป็นหลัก มิติของเรื่องการใช้อาวุธ จะไม่มีในการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม แต่มุมมองของตนเองนั้น มองว่าเป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าไทยมีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน ก็มีการเฝ้าระวังตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ข้ามชายแดน เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา หรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคี ในการพูดคุย

กระทรวงกลาโหม,บ้านหนองจาน,ชายแดนไทยกัมพูชา,

ยศชนัน บอกไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว หากถูกฝ่ายค้านซักฟอกเรื่อง อว. ย้ำพร้อมตอบตั้งแต่วันนี้

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:40 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว. มีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เอาให้ชัดเจน เรามีการตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีการทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอน เป็นไปตามกระบวนการ มันไม่ใช่ว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ เพราะเราทำตามกระบวนการมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของนายยศชนัน นายศชนัน ถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่า จะต้องมีการเตรียมตัว หรือให้พรรคเพื่อไทยติวอะไรหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนในฐานะที่เป็นรองนายกฯ มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้เต็มที่ มาเรื่องนี้ได้ด้วยสิ่งที่ประเทศมอบหมายมาให้ทำ ไม่มีการนำเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้น ทำเต็มที่ เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องการแยกส่วนของการเมืองกับของกระทรวง

ยศชนันวงศ์สวัสดิ์,ฝ่ายค้าน,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,พรรคเพื่อไทย,

โยกย้าย ตร.ไม่มีโผ ผบ.ตร.ยันปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน ชี้ไม่จำกัดรุ่นไหน อยู่ที่ผลงาน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:22 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสเรื่องการแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล โดยชี้ไปที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่เดินทางมาส่งนายกฯเดินทางไปออสเตรเลีย ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า อย่าใช้คำว่าโผเลย ทุกอย่างปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ ก.ตร. ไม่มีโผไม่มีอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่หน่วยพิจารณาตามความเหมาะสม และนำเรื่องขึ้นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อรายชื่อส่งขึ้นมาแล้ว ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีเกณฑ์ และจะนำไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการตามมาตรา 81 (1)(ก) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเราก็ต้องว่ากันไป และพิจารณาตามความเหมาะสมว่าใครมีผลงาน ใครมีประวัติอย่างไรเราก็ว่าไปตามนั้น ไม่ได้มีโผ ไม่ได้มีอะไร เมื่อถามว่า มีกระแสว่าชื่อนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 47 ค่อนข้างนิ่ง แต่นายร้อยตำรวจรุ่น 48 รายชื่อขยับขึ้นระดับ “พล.ต.ท.” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ไม่มีจำกัดว่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหน จะรุ่นพี่รุ่นน้อง อยู่ที่ประวัติและผลงาน ที่จะต้องนำมาเสนอกันในที่ประชุม ทุกอย่างขอให้ทุกคนไม่ต้องกังวล ว่าจะมาจำกัดรุ่นหรืออะไร ยืนยันว่าทุกอย่างไม่มี ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และทุกคนได้รับความเป็นธรรมใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตอบสั้นๆ ว่า “ถูกต้องครับ”

กิตติ์รัฐพันธุ์เพ็ชร์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งตำรวจ

มหาดไทยแจงยิบ ปมคำสั่งปลดข้าราชการทุจริตสอบ ยัน สถ.-ก.กลาง ทำตามขั้นตอน ไม่โยนเผือกร้อน-ไร้สั่งกดดัน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:14 น.

“นิรัตน์”แจงปมคำสั่งปลดข้าราชการทุจริตสอบ ยัน”สถ.-ก.กลาง”ทำขั้นตอนครบ ไม่โยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น พร้อมส่งใบคะแนนสอบประกอบเป็นหลักฐาน ย้ำชัดไม่มีบังคับท้องถิ่นให้เซ็นปลดข้าราชการ ชี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำเพื่อรักษาความถูกต้องระบบราชการ

17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6 ) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน ที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำสั่งส่วนกลาง ที่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเซ็นปลดข้าราชการที่เข้าข่ายทุจริตสอบออกจากราชการ ขาดความชัดเจน เหมือนเป็นการโยนเผือกร้อนมาให้ท้องถิ่น โดยที่คนส่วนกลางไม่ต้องรับผิดชอบในคำสั่งตัวเอง ว่า ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เพราะก่อนที่จะไปถึงในขั้นตอนของจังหวัด ซึ่ง ก.จังหวัด จะไปแจ้งเทศบาล อบต.และ อบจ.ต่างๆ ในจังหวัดตัวเอง ทางส่วนกลางทั้ง สถ.และ ก.กลาง ได้ทำหน้าที่ครบขั้นตอนของตยเองเรียบร้อย จนกระทั่งมีผลคะแนนที่ถูกต้องที่ใช้เทียบกับผลคะแนนที่อ้างว่าถูก แต่มีถูก โดยขณะนี้ได้ส่งแยกไปรายจังหวัด ซึ่งตอนนี้ขั้นตอนอาจจะยังไม่ถึง และแต่ละท้องถิ่นก็จะเห็นข้อมูลดังกล่าว

นายนิรัตน์ ระบุเพิ่มเติมว่า แต่ละจังหวัดก็จะมีการประชุม ก.จังหวัด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ ซึ่งสิ่งนายก อบจ.ลำพูน แสดงความกังวลออกมา ตนเข้าใจว่า ก.จังหวัดลำพูน เขายังไม่ได้เรียกประชุม ท่านอาจจะยังไม่เห็น แต่เราจะส่งข้อมูลไปพร้อมใบคะแนน

ส่วนที่นายก อบจ.ลำพูน มีการแฉว่า ผู้ใหญ่ใน สถ.กดดันอย่าโวยวาย และรีบเซ็นให้จบเรื่อง นายนิรัตน์ ร้องโห ก่อนระบุว่า “ไม่ใช่ผมแน่นอน ต้องมีใหญ่กว่าผมแล้วแหละ ถ้าเป็นแบบนั้น” พร้อมกล่าวด้วยว่า ตนมั่นใจว่า ไม่มี เพราะการเซ็นประเภทนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่เราต้องทำเพื่อรักษาความถูกต้องของระบบการคัดคนในการเข้ารับราชการ จะไปบังคับใครให้เซ็นไปก่อนเป็นไปไม่ได้ และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

ข้าราชการ,ทุจริตสอบท้องถิ่น,กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,

อนุทิน ลั่น ซักฟอก แจงแค่เรื่องผลงาน ย้ำไม่เกี่ยวฮั้วสว. เย้ยปชน.แพ้ก็ต้องยอมรับกติกา

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:10 น.

อนุทิน ลั่น ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก พร้อมตอบเรื่องผลงาน เรื่องอื่นไม่ตอบ ย้ำไม่เกี่ยวเลือกสว.ปี 67 ก่อนรบ.เข้ามา เย้ย ปชน. แพ้เลือกตั้งต้องรับกติกา อย่าอยู่นอกเกม

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง(บน.6 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาฯ ที่จะถึง ว่า รัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัยหรือสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงก็ต้องพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน เราไม่ได้ตอบคนในสภาฯ เราตอบประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อม เมื่อถามว่าธงของพรรคประชาชนในการอภิปรายเหมือนจะเป็นเรื่องฮั้วสว. นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบว่าใครมีธงอะไร รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสว.ใดๆ ทั้งสิ้น สว.เป็นอีกสถาบันหนึ่ง เรื่องฮั้วสว.ก็เป็นคำบัญญัติของใครที่อยากบัญญัติขึ้นมา รัฐบาลนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 สว.เลือกกันปี 2567 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ เมื่อถามอีกว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายจะตอบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบ อะไรไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ตอบ เมื่อถามอีกว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ น และน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยคลิปสนทนา ฮั้วสว. นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องฮั้วสว.ถามตนไม่ได้ ตนอยู่ฝ่ายบริหาร มันมีความพยายามจะให้มาเกี่ยวโยงกับรัฐบาลก็คงเป็นการพยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นต่างๆ ก็เป็นหน้าที่เป็นเกมของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแล้วอยากเป็นรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้นายกฯ หัวเราะในลำคอ “หีหึ” ก่อนกล่าวอีกว่า “อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆ แพ้เลือกตั้งแล้วก็ต้องยอมรับกติกาก็ตรวจสอบไป แต่อย่าอยู่นอกเกม”

ซักฟอกนายกฯพริษฐ์อนุทินฮั้วสว.แนวหน้าออนไลน์ไอซ์รักชนก