Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ชัชชาติ’ตระเวนทั่วกรุง ฝนตกหนักน้ำท่วม ห่วงปชช.ติดเกาะกลับบ้านไมได้

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668129

'ชัชชาติ'ตระเวนทั่วกรุง ฝนตกหนักน้ำท่วม ห่วงปชช.ติดเกาะกลับบ้านไมได้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.36 น.

ไม่หลับไม่นอน! ‘ชัชชาติ’ตระเวนทั่วกรุง ฝนตกหนักน้ำท่วม ห่วงปชช.ติดเกาะกลับบ้านไมได้ ยอมรับวันนี้ฝนตกหนักที่สุด ตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯมา

เมื่อค่ำวานนี้ (20 ก.ค.65) เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้ออกสำรวจพื้นที่ทันที พร้อมเจ้าหน้าที่ประสานงานคลองระบายน้ำ เพื่อเช็คสถานการณ์ระดับน้ำ 

ซึ่งผู้ว่าฯ ได้ไลฟ์สดตลอดการทำงานเพื่อให้ประชาชนเห็นปัญหาน้ำท่วมพร้อมทั้งหาวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมสูงในบางจุดด้วย อาทิ  ถ.รัชดาภิเษก , ถ.อโศกมนตรี บริเวณซอยมศว และ ถ.ประชาสงเคราะห์ บริเวณหอนาฬิกาดินแดง 

ขณะที่นายชัชชาติ ขึ้นรถตระเวนออกสำรวจในพื้นที่ย่านรัชดา , อโศก , สุขุมวิท พบว่าน้ำท่วมขังสูง จนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ รวมถึงประชาชนที่ติดอยู่ตามป้ายรถเมล์ต่างๆไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้  

ซึ่งนายชัชชาติ ยอมรับว่า ไม่เคยเห็นคลองแสนแสบเต็มขนาดนี้มาก่อนจะท่วมทางเดินแล้ว และบอกว่า “ไม่เคยเห็นหนักแบบนี้ นานมาแล้วไม่เคยเห็น” 

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านไม่ได้โจมตีรัฐบาล

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668056

บทความพิเศษ : ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านไม่ได้โจมตีรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ที่ฝ่ายค้านไม่ได้โจมตีรัฐบาลเพราะอาจทำให้ “ไอ้เหลี่ยม” เสียผลประโยชน์ในโรงกลั่นและโรงไฟฟ้าและธนาคารที่เขามีหุ้น ดังนี้

1.ต้องให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไว้ที่ 20 บาทต่อลิตรพร้อมห้ามส่งออกดีเซล กลับสั่งให้ไปตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร แล้วกลับปล่อยให้น้ำมันเบนซิน ลดราคาลงไป แทนที่จะให้น้ำมันเบนซินแนฟต้าน้ำมันเตาขึ้น ตามราคาขึ้นลงของน้ำมันดิบและยังไม่เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อลดหนี้กองทุนน้ำมันที่ก่อขึ้นมา 1 แสนล้านบาทและไม่ลดภาษีสรรพสามิตทั้งหมด เพราะการที่ไม่ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ ที่ 20 บาทต่อลิตรและไม่ลดภาษีสรรพสามิตจะทำให้สินค้าราคาขึ้นมาอย่างน้อย 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

นี่จะเป็นอีกเหตุหนึ่งของเงินเฟ้อโดยที่รัฐบาลจะได้ประโยชน์จากภาษีสรรพสามิตน้อยมาก เพราะมีการหนีภาษี สู้ลดภาษีสรรพสามิตทั้งหมดแล้วราคาน้ำมันลงมาโดยรัฐบาลไม่ต้องนำเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยจนกองทุนน้ำมันเป็นหนี้แสนล้านบาทจะดีกว่า

ข้อ 2.NPL ของประชาชนนับสิบล้านไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้คนจนจนลง แล้วท้ายที่สุดก็จะเกิดกลียุคขึ้น

ข้อ 3.เรื่องเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าที่จะนะ รัฐบาลก็มาทำเต้นแร้งเต้นกา ว่าให้เดินต่อไปและก็บอกข้าราชการให้เร่งรัด แต่ไม่รู้ว่าเร่งรัดอะไรที่เป็นรูปธรรม ที่จริงต้องเร่งรัดให้ โรงไฟฟ้า ที่ครม.อนุมัติแล้วให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน และให้การส่งเสริมกับธุรกิจทุกชนิดที่มีอยู่ในโครงการ แต่ รัฐมนตรีพลังงานที่ดูแลกิจการโรงไฟฟ้า ก็สั่งเบรกไม่ให้มีโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นมวยล้มต้มคนดู

ข้อที่ 4.ขณะนี้นักวิชาการ โดยเฉพาะนายธนาคารทั้งหลาย ต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยโดยอ้างว่า เพื่อลดเงินเฟ้อตามแบบอเมริกา โชคดีที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยังไม่เห็นด้วย ขณะนี้เงินเฟ้อไม่ได้เกิดจากคนมีเงินที่มากเกิน แล้วไล่ซื้อสินค้าต่างๆ เพื่อเก็งกำไร ทำให้เกิดเงินเฟ้อในระบบ แต่ที่ราคาสินค้าต้องขึ้นมา เนื่องจากน้ำมันดีเซลขึ้นมามาก การขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อ

ในทางตรงกันข้าม กลับจะสร้างทุกข์เข็ญให้กับประชาชน ซึ่งเข้าไม่ถึงเงินกู้ เพราะแต่ละคนก็ล้วนเป็น NPL คนที่มีเงินเหลือ ฝากกินดอกเบี้ยก็ได้ดอกเบี้ยจากธนาคารไม่ถึง ครึ่งเปอร์เซ็นต์ต่อปีในขณะที่ คนต้องการใช้เงินเพื่อไปประกอบการค้าก็เจอ NPL ไม่สามารถกู้เงินได้ ต้องไปกู้เงินดอกเบี้ยแขก อย่างน้อยวันละ 1% ปีละ 360 เปอร์เซ็นต์

สำหรับผู้ที่กู้ได้ แบงก์ก็หาวิธีที่จะรีดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยอ้างว่า ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดค่าเงินเฟ้อ ซึ่งไม่เป็นความจริง ในทางตรงกันข้าม จะทำให้ พ่อค้าเพิ่มราคาสินค้าขึ้นเป็นการเพิ่มเงินเฟ้อ มากกว่าลดเงินเฟ้อ ฉะนั้น ไม่ควรให้แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยเด็ดขาด ถ้าต้องการลดเงินเฟ้อ

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : พิษโควิด‘เศรษฐกิจ-สังคม’ ผลตกค้างครัวเรือนแม้โรคหาย

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668028

สกู๊ปพิเศษ : พิษโควิด‘เศรษฐกิจ-สังคม’  ผลตกค้างครัวเรือนแม้โรคหาย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“บทสัมภาษณ์ของน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาบรรยายเกี่ยวกับสภาพของตัวเองในช่วงที่ตกงานโดยไม่ทันตั้งตัว ต้องทำงานหาเงินดิ้นรนเพื่อที่จะรับจ้างทำทุกอย่าง แล้วทำหลายๆ อย่างด้วย อีกทั้งปรับชีวิตในครอบครัวเพื่อให้ตัวเองและครอบครัว พาตัวเองและสมาชิกในครอบครัวอยู่รอดในสถานการณ์ในที่สุด ซึ่งผมเชื่อว่านี่เป็นเรื่องราวเพียง 1 เรื่องราว ในอีกเป็นล้านๆ เรื่องราว เพราะโควิด-19 ไม่ได้สัมผัสกับใครคนหนึ่ง สัมผัสกับทุกคนทุกชีวิต ทุกระดับในครอบครัว”

รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงส่วนหนึ่งจากบทความ “ครอบครัวไทยในวิกฤตโควิด-19”ซึ่งเป็นเรื่องเด่นของ “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2565”ในเวที “Forum รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2565 :ชวนกันปักหมุดจุด Focus เร่งสร้าง ร่วมเสริม”จัดโดย โครงการศึกษาสถานการณ์ด้านสุขภาวะของคนไทยเพื่อจัดทำรายงานสุขภาพคนไทย 2563-2565 โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชื่อมร้อยเครือข่ายขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สำหรับ รายงานสุขภาพคนไทย เป็นการสรุปประเด็นและเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพคนไทยที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา “ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว รายงานปี 2565ที่เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2564 คณะผู้จัดทำไม่ได้เลือกประเด็นโควิด-19 เป็นหัวข้อแรก เพราะในรายงานปี 2564 ที่ว่าด้วยสถานการณ์ในปี 2563 ได้ใช้หัวข้อไปแล้วว่า COVID-19 มหันตภัยร้ายเขย่าโลก” โดยเนื้อหาอัดแน่นไปด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าด้วยโรคอุบัติใหม่ดังกล่าว ประกอบกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมไทย

แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปลายปี 2563 ลากยาวมาจนถึงปี 2564 คณะทำงานจึงตัดสินใจจัดทำรายงานในประเด็นโควิด-19 อีกครั้ง โดยครั้งนี้เจาะลึกไปที่เรื่อง “ผลกระทบของโควิด-19 ต่อครอบครัวไทย” โดยเฉพาะ เพราะยังไม่ค่อยมีการศึกษาเรื่องนี้มากนัก เช่น ในช่วงเดือน ส.ค. 2564 ที่มีข่าวพบผู้ติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์และช่วงใกล้คลอดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชากรกลุ่มนี้อย่างไร

“หลายคนที่ผ่านประสบการณ์การคลอดลูกในช่วงโควิด-19 ที่เป็นคุณแม่คลอดลูก ก็คงจะตระหนักและทราบดีว่าการคลอดลูกในยุคนั้นไม่เพียงแค่หวาดกลัวแต่ยังว้าเหว่ด้วย ปกติครอบครัวที่เกิดลูกจะมีความเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นตื่นเต้น แต่การคลอดลูกในช่วงโควิด-19 คนไปเฝ้าก็จำนวนจำกัด ใครจะไปเยี่ยมจะไปช่วยเลี้ยงดู มีความขัดสน ความติดขัดไปทุกแห่ง นอกจากนี้รายงานยังได้กล่าวถึงจำนวนลูกกำพร้าที่เกิดขึ้นจากการที่เด็กในประเทศไทยเสียพ่อ-เสียแม่ หรือเสียทั้งพ่อทั้งแม่ หรือรวมไปจนถึงปู่ย่าตายายที่เป็นคนช่วยเลี้ยงดูลูก” รศ.ดร.ภูเบศร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม “แม้โควิด-19 เป็นโรคระบาดอุบัติใหม่..แต่ก็ยังไม่ทำให้เครียดเท่ากับปัญหาปากท้อง”รศ.ดร.ภูเบศร์ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่สังคมไทยกังวลมากกว่าเรื่องสุขภาพหรือการติดเชื้อคือเรื่องเศรษฐกิจ อาทิ ผลการสำรวจจากสำนักโพลล์ต่างๆ พบคนไทยกังวลปัญหาหนี้สินมากที่สุด รองลงมาคือ การตกงาน

เช่นเดียวกับปัญหาความเครียดและซึมเศร้า เมื่อสำรวจลึกลงไปก็ยังพบว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ คือมาจากความกังวลรายรับไม่พอกับรายจ่าย ทั้งนี้ “แม้โควิด-19 จะส่งผลกระทบกับทุกคน แต่คนที่มีฐานะยากจนขัดสนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า” หรือก็คือ “คนที่มีรายได้น้อยและเงินออมน้อย” ซึ่งเงินออมนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตอยู่รอดหากต้องตกงานกะทันหัน หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถทำงานหารายได้ได้

“คนที่มีเงินออมมากกว่าก็มีโอกาสที่จะมีช่องทางหรือความยืดหยุ่นทางด้านเวลาและการช่วยกันคิดมากกว่า แต่ช่องว่างระหว่างรายได้กับเงินออม ก็เป็นเรื่องปกติที่คนรายได้น้อยโอกาสในการสร้างเงินออมก็น้อย ถ้าหากรายได้ต่ำกว่า 10,000 โอกาสสร้างเงินออมติดลบอยู่ สร้างเงินออมได้น้อยมาก ถ้าเงินออมน้อย Buffer (กันชน) หรือช่องทางในความยืดหยุ่นของการช่วยเหลือ หรือในการที่จะสามารถอยู่ได้รอดในสถานการณ์ก็ยิ่งจำกัดด้วย” รศ.ดร.ภูเบศร์ ระบุ

รศ.ดร.ภูเบศร์ ยังเล่าถึงสถานการณ์ในช่วง“ล็อกดาวน์” หรือการปิดเมือง-ปิดกิจการต่างๆ เพื่อควบคุมโรค พบว่า “ในย่านหรือเมืองที่เศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวคึกคัก เมื่อต้องเผชิญกับการปิดเมืองและไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยือน พื้นที่เหล่านั้นก็ไปไม่เป็น” ไม่รู้ว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร “แม้จะมีความพยายามปรับตัว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ปรับตัวได้” ทั้งนี้ ยังต้องจับตามองไปที่ “เด็ก-เยาวชน” เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นแบบ “K-Shape”หมายถึงการที่คนรวยฟื้นเร็วส่วนคนจนฟื้นช้า ส่งผลต่อ “โอกาสทางการศึกษา” ของเด็กและเยาวชนด้วย

สอดคล้องกับความกังวลของ จะเด็จ เชาวน์วิไลผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ที่กล่าวเสริมว่าปัญหา “เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา” เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งต้องบอกว่า “วิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540” เพราะแม้วิกฤตต้มยำกุ้งจะทำให้เด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาไปไม่น้อย แต่ช่วงที่เป็นวิกฤตนั้นคงอยู่ประมาณ6-7 เดือน หลังจากนั้นพ่อแม่ก็เริ่มกลับมาทำงาน แต่วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 พ่อแม่ไม่อาจกลับมาทำงานได้โดยง่าย คำถามคือเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้จะไปอยู่ที่ใด

ด้าน สุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ให้ความเห็นเพิ่มเติมในประเด็น “เด็กปฐมวัย” ที่รายงานไม่ได้กล่าวถึงมากนัก ทั้งที่เป็น “สารตั้งต้น” ของความเป็นพลเมืองสร้างสรรค์ในสังคม โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่ปรากฏในรายงานคือปัญหา “เด็กเล็กเข้าถึงสื่อจอได้เร็วขึ้น” ซึ่งส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า รวมถึงปัญหา “ติดเกม-ยาเสพติด” ที่เป็นภัยเร่งด่วน โดยคาดว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้า น่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น

ขณะที่ วันชัย บุญประชา ผู้แทนมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ชวนคิดในประเด็น “ต้นทุน” เพราะวิกฤตต่างๆ จะมีมาเป็นระลอก โควิด-19 ก็เป็นระลอกหนึ่งซึ่งอาจมีระลอกอื่นๆ ตามมาในอนาคต แต่ต้นทุนที่มีจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสามารถรับมือวิกฤตที่ผ่านเข้ามาได้หรือไม่ ตั้งแต่ “ต้นทุนระดับบุคคล” หากวิเคราะห์ให้ชัดจะสามารถคาดการณ์ได้เลยว่าใครจะรอด-ไม่รอด ใครจะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสหรือทำโอกาสให้กลายเป็นวิกฤต

“ต้นทุนระดับครอบครัว” เมื่อคนกลับบ้านมาในสภาพถูกกระทำจากวิกฤตภายนอกบ้านนั้นช่วยเยียวยาหรือยิ่งซ้ำเติม “ต้นทุนชุมชน” ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้เห็นชุมชนมีบทบาทสนับสนุนระบบการรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) และในชุมชน (Community Isolation) แต่ชุมชนก็อาจต้องเผชิญบททดสอบบางอย่าง สุดท้ายคือ “ต้นทุนระดับรัฐ” รัฐไทยสามารถรับมือวิกฤตได้มาก-น้อยเพียงใด

การวิเคราะห์ต้นทุนจะทำให้มองเห็นว่าสิ่งใดควรพัฒนาเพิ่มเพื่อให้ดีขึ้นต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อัปเดต‘ลูกช้าง’ตกบ่อ!ทีมสัตวแพทย์-คณะผู้ช่วยเหลือตั้งชื่อให้แล้ว

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668110

อัปเดต‘ลูกช้าง’ตกบ่อ!ทีมสัตวแพทย์-คณะผู้ช่วยเหลือตั้งชื่อให้แล้ว

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 23.16 น.

อัปเดต‘ลูกช้าง’ตกบ่อ!ทีมสัตวแพทย์-คณะผู้ช่วยเหลือตั้งชื่อให้แล้ว

20 กรกฎาคม 2565 เฟซบุ๊ก “บดินทร์ จันทศรีคำ” ของนายบดินทร์ จันทศรีคำ หรือ “ลุงหมู สาริกา” ประธานชมรมคนรักสัตว์-ป่า และผู้ก่อตั้งทีมอาสาช่วยเหลือสัตว์ป่า อช.เขาใหญ่ โพสต์คลิป ภาพ พร้อมข้อความดังนี้…

“รายงานการติดตามแม่ช้างและลูกช้าง จ.นครนายก

เมื่อคืนนี้ (19 กรกฎาคม 2565) เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13(นางรอง) และกลุ่มเพื่อนช้างนครนายก ออกติดตามเฝ้าระวังช้างโขลงที่ออกหากินนอกเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณหมู่ที่ 1-2-3 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก มีรายงานดังนี้

1. เมื่อเวลา 18:30 น. พบช้างป่า จำนวน 23 ตัว ออกมาหากินนอกเขตอุทยานฯบริเวณท้องที่หมู่ที่ 2(สนามกอล์ฟรอยัลฮิล) พิกัด 47P 0745228 UTM 1584342

2. เมื่อเวลา 20.30 น. ฝนตกหนักพบช้างป่า 1 ตัว (พลายสาริกา) ออกมาหากินนอกเขตอุทยานฯบริเวณวัดถ้ำสาริกา พิกัด 47P 0745310 UTM 1580867

3. เมื่อเวลา 23.00 น. ฝนตกต่อเนื่องอย่างหนักจนเกิดน้ำป่าไหลหลากบางพื้นที่หมู่1-2  พบช้างโขลง จำนวน 23  ตัว และในโขลงนี้พบเห็นแม่ช้างกับลูกช้างที่ตกบ่อพักน้ำออกมาหากินนอกเขตอุทยานฯบริเวณสนามกอล์ฟรอยัลฮิล สำหรับแม่ช้างและลูกช้างสุขภาพแข็งแรงดี พิกัด 47P 0746178 UTM 1582968

ปล. สำหรับลูกช้างอายุประมาณ 2 เดือนเศษ ที่เดินตกบ่อพักน้ำเมื่อเวลา 01.00 น. ของคืนวันที่ 13 ก.ค.65  ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่คณะผู้ติดตามช่วยเหลือลูกช้างได้ตั้งชื่อน้องว่า “พิรุณ”

ขอขอบพระคุณ คุณหนูนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สนับสนุนเสื้อกันฝน จำนวน 25 ตัว มูลค่า 5,500 บาท (พร้อมค่าจัดส่งพัสดุ) มอบให้กับ จนท.เฝ้าระวังช้างป่าตำบลสาริกา จังหวัดนครนายก

หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13(นางรอง) : รายงาน

ขอบคุณครับ

20 กรกฎาคม 2565”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อเฒ่า76ปีหวิดม้วยมรณัง! โดน’ต่อหัวเสือ’ที่ญาติเลี้ยงไว้รุมต่อย โชคดีหมอช่วยทัน

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668088

พ่อเฒ่า76ปีหวิดม้วยมรณัง! โดน'ต่อหัวเสือ'ที่ญาติเลี้ยงไว้รุมต่อย โชคดีหมอช่วยทัน

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.44 น.

พ่อเฒ่าวัย 76 ปี หวิดม้วยมรณัง ‘ต่อหัวเสือ’เลี้ยงรุมต่อยจนปูดบวม โชคดีแพทย์ช่วยชีวิตไว้ทัน เพื่อนบ้านผวาหวั่นฝูงเพชฌฆาตตัวน้อยรุม

20 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ว่ามีคนสูงอายุถูกต่อหัวเสือจำนวนมาก รุมต่อยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งตัวต่อดังกล่าวมีญาตินำมาผูกเลี้ยงไว้ในกิ่งไม้ข้างบ้าน ก่อนจะเรียกรถกู้ชีพในพื้นที่นำส่งโรงพยาบาลนครพนม โดยผู้เคราะห์ร้ายมีอาการปวดแสบปวดร้อนดิ้นทุรนทุราย แพทย์ได้นำตัวผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินดำเนินการรักษาทันที

เวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 54 บ้านนาหลวง หมู่ 8 ต.ท่าค้อ พบรถกู้ชีพ อบต.ท่าค้อ ได้นำคนเจ็บทราบภายหลังว่าชื่อนายศรีเมือง ไตรยะขัน อายุ76 ปี กลับจากโรงพยาบาลพอดี โดยมีภรรยาชื่อนางจันทร์เพ็ง ศรีพรหม อายุ 59 ปี ประคองสามีเดินลงมาจากรถคันดังกล่าว เพื่อกลับมารักษาตัวที่บ้านพัก

คุณตาศรีเมือง เล่าเหตุการณ์เฉียดตายว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ 20 ก.ค.65 ขณะจะเดินไปเก็บยอดมะระขี้นกริมรั้ว เพื่อนำมานึ่งจิ้มแจ่วประกอบอาหารกินกับภรรยา ช่วงกำลังจะก้มลงไปเก็บยอดผักดังกล่าว พบกับฝูงแม่ต่อหัวเสือจำนวนมาก บินแตกฮือออกจากรัง 5 รัง ที่ญาติผูกเลี้ยงไว้ เรียงรายเป็นจุดระยะห่างจุดละ 1-2 เมตร

ทั้งนี้ฝูงต่อบินมารุมเกาะตามร่างกายหลัง ข้อศอก แขน หน้าแข้ง และที่ศีรษะมากสุดรวมแล้วกว่า 30 ตัว เนื่องจากขณะนั้นตนไม่ได้สวมใส่เสื้อ จึงถูกตัวต่อต่อยจนล้มลุกคลุกคลาน มีอาการปวดแสบร้อนทุรนทุราย จึงร้องตะโกนให้เพื่อนบ้านและภรรยามาช่วย ก่อนที่รถกู้ชีพ อบต.ท่าค้อ จะมารับตัวนำส่งรักษาที่ รพ.นครพนม อย่างทันท่วงที

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอและพยาบาลรีบนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน พบเห็นบาดแผลปูดบวมที่ศีรษะและตามร่างกายถึงกับอุทานออกมาว่าน่ากลัว ก่อนฉีดยาระงับแก้ปวดให้ 2-3 เข็ม นอนพักดูอาการนาน2-3 ชั่วโมง กระทั่งพ้นขีดอันตราย จึงเรียกรถกู้ชีพคันเดิมนำตัวไปส่ง เพื่อพักฟื้นกินยาแก้ปวด และยาแก้แพ้ที่บ้านพัก 

คุณป้าจันทร์เพ็ง เล่าว่า สามีเลี้ยงวัว 5 ตัว ห่างรังต่อหัวเสือ  20 เมตร วานนี้วัวไปเล็บหญ้าใกล้รั้ว ก็ถูกฝูงต่อหัวเสือรุมต่อยได้รับบาดเจ็บมาแล้ว ก่อนจะมารุมต่อยสามีตนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ็บปวดร้องทรมาน นึกว่าสามีจะไม่รอดแล้ว เพราะปูดบวมทั้งตัว อีกทั้งอายุมากแล้ว โชคดีนำส่งโรงพยาบาลทัน หากไม่ทันอาจเสียชีวิตก็เป็นได้

ขณะที่ลูกชายอยู่ต่างจังหวัดทราบข่าว ถึงกับร้องไห้พ่อคงจะเจ็บปวด ส่วนลูกสาว 2 คน ที่อยู่ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ทราบเรื่องภายหลังจึงโทรศัพท์มาสงสารพ่อซึ่งอายุมากแล้ว ส่วนญาติที่เลี้ยงต่อหัวเสือข้างบ้าน พูดอะไรได้ไม่มากเพราะเป็นพี่ชายตนและฐานะยากจน  

คุณป้าจันทร์เพ็ง ร่ำไห้ทั้งน้ำตาว่า ลูกชายทำงานที่ จ.บึงกาฬ พบเห็นลูกสาวของพี่ชายคนที่เลี้ยงต่อหัวเสือ ซึ่งเป็นหลานตนลงเฟซบุ๊กโพสต์ด่าครอบครัวตน 2 ครั้ง ลูกชายเห็นในโลกออนไลน์ จึงบอกให้ลบโพสต์ โดยลูกชายตนคอมเม้นท์ไปว่า หากข้องใจอะไรให้มาคุยกัน ซึ่งจะเดินทางกลับกลับมาเยี่ยมพ่อและแม่วันที่ 22 ก.ค.ที่จะถึงนี้

ด้านเพื่อนบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ต่อหัวเสือที่ผูกเลี้ยงไว้ก่อนนี้มีมากประมาณ 8-9 รัง ตนและเพื่อนบ้านรายอื่นได้แต่ผวา มีลูกมีหลานสั่งไม่ให้เข้าใกล้ ก่อนที่คนเลี้ยงจะขายไปทั้งหมดได้เงินมา 4,000-5,000 บาท และกลับมาเลี้ยงล็อตที่สองอีก 5 รัง กระทั่งต่อยคุณตารายนี้ ถือว่าโชคดีที่รอดตายหวุดหวิด

ต่อหัวเสือถือว่าเป็นเพชฌฆาตตัวน้อยที่น่ากลัวมาก สร้างรังโดยกัดใบไม้เคี้ยวกับน้ำลายจนเหนียว ทำเป็นแผ่นแบนๆคล้ายกับกระดาษ สร้างรังโดยการจัดซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆ  สร้างรังได้เร็วมาก  รังมีลักษณะกลมค่อนข้างใหญ่ ต่อหัวเสือส่วนใหญ่นอนพักตอนกลางวัน และออกหากินตอนกลางคืน ต่อหัวเสือต่อยได้หลายครั้ง ดังนั้นผู้ที่ถูกต่อหัวเสือต่อยหลายๆตัว ถ้าได้รับพิษมากๆ การไหลเวียนโลหิตจะล้มเหลวและจะตายในเวลาต่อมา ผู้ที่ถูกต่อหัวเสือต่อย ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.ร.ว.สายสวัสดี สวัสดิวัตน ถึงแก่กรรม สิริอายุ 91 ปี

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668077

ม.ร.ว.สายสวัสดี สวัสดิวัตน ถึงแก่กรรม สิริอายุ 91 ปี

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.54 น.

20 ก.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก สถาบันปรีดี พนมยงค์ Pridi Banomyong Institute โพสต์อาลัยหม่อมราชวงศ์สายสวัสดี สวัสดิวัตน ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 

โดยระบุข้อความว่า “หม่อมราชวงศ์สายสวัสดี สวัสดิวัตน ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 ณ บ้านสวนแก้ว แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สิริรวมอายุ 91 ปี

‘หม่อมราชวงศ์สายสวัสดี สวัสดิวัตน’ ธิดาในหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน (ท่านชิ้น) และ หม่อมเสมอ สวัสดิวัตน ณ อยุธยา

ชีวิตในวัยเยาว์ หม่อมราชวงศ์สายสวัสดีจบการศึกษาจากโรงเรียนราชินี เมื่ออายุ 14 ปีจึงเดินทางไปเรียนในระดับมัธยมต่อ ณ ประเทศอังกฤษ จนจบสำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ภายหลังตัดสินใจใช้ชีวิตคู่และสมรสกับ ‘คุณแกรี ทอมสัน’ และใช้ชีวิตอยู่ประเทศอังกฤษ

‘หม่อมราชวงศ์สายสวัสดี สวัสดิวัตน’ เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมที่ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแก่ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา นับเป็นสมาคมแห่งแรกของคนไทยในสหราชอาณาจักรและเป็นสมาคมคนไทยในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดอีกด้วย”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว’ วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี’

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668075

'การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว' วิสัชนาธรรมโดย 'หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี'

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.41 น.

ปุจฉา – การทำบุญอุทิศให้ผู้มีพระคุณทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้นทำอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้นั้นได้รับหรือเปล่า ถ้าผู้นั้นไม่ได้รับ บุญเหล่านั้นจะเป็นของใคร

วิสัชนา – ปัญหาเรื่องนี้กินความกว้างขวางมากมีผู้ถามปัญหาข้อนี้กับผู้เขียนตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรอยู่ จนมาได้บวชพระนับเป็นเวลา ๖๐ กว่าปี แล้วก็ยังมีคนถามอยู่นี่แหละผู้เขียนหวังว่าถึงผู้เขียนตายไปแล้ว ถ้ายังมีการทำบุญให้ผู้ตายไปแล้วอยู่คงจะมีปัญหาอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุดผู้เขียนจะตั้งประเด็นไว้เป็นข้อๆ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย และกันความหลงลืม ดังนี้

(๑) ทำบุญให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้ว
(๒) ทำอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้นั้นได้รับหรือเปล่า
(๓) ถ้าผู้นั้นไม่ได้รับ บุญอันนั้นจะเป็นของใคร

(๑) ผู้ทำบุญโดยส่วนมาก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เพื่ออุทิศแก่ผู้มีพระคุณทั้งหลาย มีบิดามารดาเป็นต้น

ชาวพุทธมีดีตรงนี้แหละ พุทธศาสนาสอนให้รู้จักบุญคุณของผู้ที่มีพระคุณทั้งหลายแล้วทำดีเพื่อสนองพระคุณของท่านเหล่านั้นถ้าไม่รู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณแล้ว คนเราก็จะกลายเป็นเดรัจฉานไปหมดการทำความดีคือบุญกุศลนี้ ย่อมทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษแก่ตนและคนอื่นทำในที่เปิดเผย ไม่ทำในที่ลับด้วย และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เหมือนกับคนที่ทำความชั่ว ทำความชั่วนั้นทำด้วยความเศร้าหมองไม่ผ่องใสและก็ทำในที่ลับไม่เปิดเผยด้วย ทั้งไม่อุทิศส่วนบาปนั้นให้แก่ผู้มีพระคุณทั้งหลายถึงแม้อุทิศให้แก่ใครก็ไม่มีใครอยากรับ เพราะเป็นของเศร้าหมอง

ทำบุญให้แก่ผู้มีพระคุณที่ตายไปแล้วนี้ จงทำด้วยของบริสุทธิ์อย่าไปฆ่าเป็ด ไก่ ฆ่าวัว ฆ่าควายมาทำ จะบาปหนักเข้าไปอีกทำเล็กๆ น้อยๆ ด้วยใจผ่องใสบริสุทธิ์เป็นต้นว่าตักบาตรถวายอาหารพระสงฆ์ บุญก็มากเองบุญมิใช่เกิดเพราะไทยทานมากๆ แต่เกิดขึ้นจากใจเลื่อมใสศรัทธาต่างหากเปรียบเหมือนเทียนที่เรามีอยู่ แล้วไปขอต่อจากคนอื่นเทียนของคนอื่นก็ไม่ดับ ของเราก็ได้ไฟสว่างมา เหตุนั้นบุญในพุทธศาสนาจึงหมดไม่เป็นคนมากี่ร้อยกี่พัน เอาหัวใจของตนมาตักตวงเอาบุญในพุทธศาสนานี้ก็ไม่มีหมด บุญยังเต็มเปี่ยมอยู่ตามเดิมถ้าทำด้วยความเลื่อมใสแล้ว วัตถุทานมีน้อยก็กลายเป็นของมากเอง

(๒) ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าผู้ตายไปนั้นได้รับหรือเปล่า

เรื่องนี้เป็นของพูดยาก เพราะผู้ที่ตายไปแล้วก็ไม่ได้ตอบรับเหมือนเราส่งจดหมายไปหากันอนึ่ง บุญนั้นก็มิใช่จะส่งไปได้อย่างพัสดุไปรษณีย์ เพราะเป็นของไม่มีตัวตนเป็นความรู้สึกภายในใจว่าบุญที่ตนทำนี้ต้องถึงผู้ตายไปแน่และเราเชื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่าทำบุญให้แก่ผู้ตายไปแล้วต้องทำในพระภิกษุผู้มีศีลและเมื่อต้องการอยากจะให้เขาได้บริโภคอาหาร ก็ต้องทำบุญถวายอาหารเมื่อต้องการอยากจะให้เขาได้เครื่องนุ่งของห่ม ก็ถวายผ้าผ่อนเครื่องนุ่งของห่มแล้วอุทิศกุศลนั้นไปให้แก่เขาเหล่านั้นแล้วของเหล่านั้นก็จะปรากฏแก่เขาเหล่านั้นเองโดยที่ไม่มีใครนำไปให้เขา

(๓) เรื่องนี้บอกได้ชัดเลยว่า บุญเป็นของผู้ทำแน่นอน

เพราะผู้ทำเกิดศรัทธาเลื่อมใสพอใจในการกระทำบุญบุญก็ต้องเกิดในหัวใจของผู้นั้นเสียก่อนแล้วอุทิศส่วนบุญนั้นให้แก่ผู้มีอุปการคุณที่ตายไปแล้วได้ชื่อว่าทำบุญสองต่อ คือเราได้ทำบุญแล้วเพราะศรัทธาเลื่อมใสจึงทำบุญแล้วเราอุทิศส่วนบุญนั้นไปให้แก่ผู้ตายไปอีก เป็นอีกต่อหนึ่ง

ทำบุญให้ผู้ตายนี้ท่านแสดงไว้ว่ายากนักผู้ที่ตายจะได้รับ เหมือนกับงมเข็มอยู่ในก้นบ่อแต่ผู้ยังมีชีวิตอยู่ก็ชอบทำ นับว่าเป็นความดีของผู้นั้นอย่างยิ่งท่านเปรียบไว้ สมมุติว่าบุญที่ทำลงไปนั้นแบ่งออกเป็น ๑๖ ส่วนแล้วเอาส่วนที่ ๑๖ นั้นมาแบ่งอีก ๑๖ ส่วนผู้ตายไปจะได้รับเพียง ๑ ส่วน เท่านั้น ฟังดูแล้วน่าใจหายเพราะฉะนั้นเราทั้งหลายจึงไม่ควรประมาทในเมื่อยังมีชีวิตอยู่นี้ มีสิ่งใดควรจะทำก็ให้รีบทำเสียตายไปแล้ว เขาทำบุญไปให้ ไม่ทราบว่าจะได้รับหรือไม่ถึงแม้ได้รับก็น้อยเหลือเกิน เพราะคนตายแล้ว เขาเรียกว่าเปรตไม่ได้เรียกว่า บิดา มารดา ป้า น้า อา ครูบาอาจารย์ อย่างเมื่อเป็นมนุษย์อยู่นี้หรอก

ในบรรดาเปรตเหล่านั้นมี ๑๑ พวกมีจำพวกเดียวที่จะได้รับส่วนบุญที่คนยังมีชีวิตอยู่อุทิศไปให้เรียกว่า ปรทัตตูปชีวีเปรต เปรตจำพวกนี้ได้รับทุกข์ร้อนลำบากมากเพราะในเปรตโลกนั้นไม่มีการทำนาค้าขาย แม้แต่ขอทานก็ไม่มีเสวยผลกรรมของตนที่ทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่นี้เท่านั้นฉะนั้นเปรตจำพวกนี้แหละ มนุษย์คนที่ยังเป็นอยู่ทำบุญอุทิศไปให้จึงจะได้รับเปรตนอกนั้นแล้วไม่ได้รับเลย เช่น ตายไปเกิดเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้รับนับประสาอะไร บางทีสามีภรรยานอนอยู่ด้วยกันแท้ๆฝ่ายหนึ่งทำบุญขอให้อีกฝ่ายหนึ่งอนุโมทนาด้วย ก็ไม่รับพวกที่ไปเกิดเป็นเดรัจฉานยิ่งไม่รู้กันใหญ่ ไปเกิดในนรกหมกไหม้ทุกขเวทนามากทำบุญอุทิศไปให้ก็ไม่รู้อะไร เพราะกำลังเสวยผลกรรมอันนั้นอยู่หรือไปเกิดเป็นเทวดาชั้นใดชั้นหนึ่งก็เหมือนกัน เขากำลังเสวยผลบุญของเขาอยู่เขาจะมาเอากุศลผลบุญของเราได้อย่างไร

ปรทัตตูปชีวีเปรต ดังเปรตญาติของพระเจ้าพิมพิสารมีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่พระเจ้าพิมพิสารเกิดอาเพศตอนกลางคืนมีเสียงดังขลุกๆ ขลักๆ ทั่วไปหมดในห้องพระตำหนักพระเจ้าพิมพิสารกลัวจะเกิดเหตุเป็นอันตรายแก่ราชบัลลังก์จึงเข้าไปกราบทูลเหตุอันนั้นแก่พระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่าไม่มีอันใดเลย พวกเปรตที่เป็นญาติของพระองค์แต่ครั้งพระพุทธเจ้าชื่อว่าพระปุสสะ โน่น เขามาขอส่วนบุญกับพระองค์ขอมหาบพิตรจงทำบุญให้เขา แล้วอุทิศส่วนบุญนั้นให้เขาเสีย เสียงนั้นก็จะหายไปพระเจ้าพิมพิสารได้ทรงกระทำทักษิณานุประทาน ทำบุญอุทิศให้แก่เปรตเหล่านั้นแล้วพวกเปรตเหล่านั้นได้รับส่วนบุญแล้วก็มีกายอ้วนท้วนสมบูรณ์แต่ยังไม่มีผ้าเครื่องนุ่งห่ม ทีหลังก็มาปรากฏให้พระเจ้าพิมพิสารเห็นอีกพระเจ้าพิมพิสารก็นำเอาเรื่องพฤติการณ์อันเปรตมาแสดงนั้นไปกราบทูลพระพุทธเจ้าอีกพระองค์จึงตรัสว่าเพราะมหาบพิตรไม่ได้ทำบุญผ้าพระเจ้าพิมพิสารจึงทรงทำบุญถวายผ้าแก่พระสงฆ์และอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่เปรตเหล่านั้นพอเปรตเหล่านั้นได้รับแล้วก็ไปเกิดในสุคติภพในสวรรค์

ที่มาเล่าสู่กันฟังพอเป็นทัศนคติที่ว่า ทำบุญให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้วจะได้รับหรือไม่เพราะผู้เขียนก็ไม่สามารถจะไปล่วงรู้เขาได้และผู้ตายไปแล้ว แม้แต่โยมบิดามารดาของผู้เขียนก็ไม่เคยบอกว่าบุญที่ทำแล้วอุทิศไปให้ได้รับหรือเปล่า แต่ผู้เขียนก็ทำบุญอุทิศไปให้เสมอเป็นแต่ได้ฟังมาจากตำรา จะหาว่าเล่านิทานหลอกเด็กให้กลัวเฉยๆแต่ถ้าผู้ใหญ่กลัวอย่างเด็กๆ แล้ว บ้านเมืองก็ไม่เป็นอย่างทุกวันนี้เด็กเชื่อง่ายหัวอ่อน สั่งสอนน้อมใจเชื่อเร็ว ผู้ใหญ่จึงชอบสอนเด็กๆแต่เมื่อโตขึ้นมาแล้ว ถือว่าเรามีสิทธิเสรีเต็มที่ไม่ต้องเชื่อความคิดของคนอื่นเชื่อความคิดของตนเอง หรือเข้าสมาคมกับผู้ใหญ่เลยเป็นผู้ใหญ่ไปหมดความเชื่อและความคิดเมื่อยังเด็กอยู่ที่อบรมไว้เลยหายหมดเลยกลายมาเป็นผู้ใหญ่อย่างผู้ใหญ่ทั้งหลายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

อนึ่ง เรื่องการทำบุญใช้หนี้เจ้ากรรมนายเวร เรื่องนี้ผู้เขียนไม่รู้จริงๆ จึงตอบไม่ได้ขอผู้รู้ทั้งหลายได้เมตตาแนะแนวให้ผู้เขียนได้ทราบบ้าง ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

กรรมที่ตนกระทำไว้แล้ว ไม่ว่ากรรมดีและกรรมชั่วผลของกรรมนั้นย่อมเกิดที่ใจของตนเองมิใช่ผู้ทำกรรมผู้หนึ่ง เจ้ากรรมนายเวรอีกผู้หนึ่งคล้ายๆ กับว่ามีเจ้ากรรมนายเวรเป็นผู้บัญชาการอยู่ทำบุญอุทิศกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรผู้บัญชาการ เพื่อให้เป็นสินน้ำใจแล้วเจ้ากรรมนายเวรก็จะลดหย่อนผ่อนผันให้อย่างนี้ เป็นต้นหรือกรรมเวรที่เราทำแก่คนอื่นนั้น คนนั้นเองเป็นเจ้ากรรมนายเวรเราเห็นโทษความผิดแล้วทำบุญอุทิศไปให้แก่เขาเพื่อเขาจะลดโทษผ่อนผันให้ อันนี้ก็ไม่ถูก เพราะเขาตายไปแล้วไม่ทราบไปเกิดในที่ใด และกำเนิดภูมิใด ดังได้อธิบายมาแล้วในข้างต้น

คนที่ทำกรรมทำเวรแก่กันแล้ว เมื่อยังเป็นคนอยู่นี้ จะพ้นจากกรรมจากเวรได้ก็เมื่ออโหสิกรรมให้แก่กันและกัน ในเมื่อยังเป็นคนอยู่นี่แหละตายไปแล้วจะอโหสิกรรมให้แก่กันและกันไม่ได้เด็ดขาดมิใช่ว่าเราได้ทำกรรมชั่วทุจริต ด้วยจิตที่เป็นบาปมีอกุศลมูลเป็นพื้นมาภายหลัง ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปี หรือเท่าไรก็ตาม ระลึกถึงกรรมอันนั้นแล้วกลัวบาปจึงทำบุญอุทิศไปให้แก่ผู้ที่เราได้กระทำแก่เขานั้น เพื่อให้เขาอโหสิกรรมให้ดังนี้ เป็นการไม่ยุติธรรม เป็นการตัดสินคดีภายหลังจากเหตุการณ์ถ้าถือว่าเราระลึกถึงความชั่วของตนแล้วทำความดีเพื่อแก้ตัวหรือปลอบใจของตัวเอง เป็นการสมควรแท้

การทำบุญให้แก่ผู้ตายไปแล้วจะได้หรือไม่ มีอรรถาธิบายกว้างขวางมากอธิบายมาก็มากพอสมควร พอที่ผู้ฟังจะเข้าใจบ้างตามสมควรจึงขอยุติไว้เพียงแค่นี้เสียก่อนเพื่อจะได้ตอบปัญหาคนอื่นต่อไป

คัดลอกจากหนังสือปุจฉาวิสัชนาในประเทศและต่างประเทศ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องใหญ่แล้ว!ร้องเจ้าคณะภาคสอบปมเงินวัดธาตุทองล่องหน 150 ล.-จี้ปลดไวยาวัจรกรขาคคุณสมบัติ?

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668065

เรื่องใหญ่แล้ว!ร้องเจ้าคณะภาคสอบปมเงินวัดธาตุทองล่องหน 150 ล.-จี้ปลดไวยาวัจรกรขาคคุณสมบัติ?

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.22 น.

กลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว!!! วัดธาตุทองทนไม่ไหวทำหนังสือถึงเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ร้องเรียนพบพิรุธเงินวัด 150 ล้านบาทล่องหนถูกปิดบัญชีแบบไม่ปกติ พร้อมเสนอให้มีคำสั่งทางปกครองปลดไวยาวัจกรปมขาดคุณสมบัติหรือไม่

ความคืบหน้ากรณีญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา และเจ้าหน้าที่วัดได้วิพาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส่ในการบริหารเงินบริจาคของวัดธาตุทองหลังพบมีคนภายในวัดขนตู้บริจาคขึ้นรถไปนับเงินที่บ้าน รวมทั้งความไม่โปร่งใส่ในการจัดงานช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.65 ที่บริเวณลานจอดรถของวัด ตลอดจนมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ภายในวัดบางคนตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 20 ก.ค.65 ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.65 ที่ผ่านมา ทางวัดธาตุทอง ได้มีหนังสือรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติของไวยาวัจกรวัดคนหนึ่งที่ดูแลการเงินของวัดไปยังสำนักงานเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) วัดตรีทศเทพวรวิหาร พร้อมกับขอให้ทางเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีคำสั่งทางปกครองให้เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่ง เนื่องจากได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของไวยาวัจกรคนดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม

โดยหนังสือระบุว่า ด้วยปัจจุบันเกิดปัญหานานัปการภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปัญหาเรื่องเงินของวัดธาตุทองจำนวนประมาณ 150,000,000 บาท (หนึ่งร้อยห้าสิบล้านบ่าท) ถูกปิดบัญชีไปจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาประตูน้ำและสาขาลุมพินี ในขณะที่สมุดคู่ฝาก (บุ๊คแบงค์) ถูกเก็บรักษาไว้โดยเจ้าประคุณ สมเด็จพระวันรัต ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต การปิดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่ไม่ปกติ ทั้งไม่ได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจในการเบิกครบทุกรูป ยิ่งไปกว่านั้น ณ เวลานี้ ไม่เป็นที่ปรากฏว่า เงินของวัดธาตุทองจำนวนประมาณ 150 ล้านดังกล่าว ถูกนำไปฝากในธนาคารใด หรือถูกนำไปใช้ในกิจการใดยังคงเหลืออยู่ตามจำนวนเดิมหรือไม่อย่างไร ทราบว่าผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสวัดธาตุทองให้เป็นไวยาวัจกรวัดธาตุทอง เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการปิดบัญชีเงินฝากธนาคารของวัดธาตุทองดังกล่าว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบคุณสมบัติของไวยาวัจกรคนดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 18 (พ.ศ.2563 ) ว่า ด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร หมวด 1 ข้อ 6 (9) ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือองค์การของรัฐบาลหรือบริษัทห้างร้านเอกชนในความผิดหรือมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงิน จึงเรียนมาเพื่อได้โปรดมีคำสั่งทางปกครองให้เจ้าอาวาสวัดธาตุทองทำการถอดออกจากตำแหน่งไวยาวัจกรวัดธาตุทองโดยเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้ จากตรวจสอบของทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์พบว่า ไวยาวัจกรคนดังกล่าวเคยถูกศาลแขวงธนบุรีพิพากษาในคดีแพ่งมาแล้วเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552 ในความผิดสัญญาค่ำประกัน ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยและพรรคพวกชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พักผ่อนชิวๆ ‘บ้านหลังวัง’ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์ ชูเมนูของว่างชาววังบนชุดเบญจรงค์สวยงาม

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668059

พักผ่อนชิวๆ 'บ้านหลังวัง' คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์ ชูเมนูของว่างชาววังบนชุดเบญจรงค์สวยงาม

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไทย ที่ “บ้านหลังวัง” ตั้งอยู่ที่ 2/39 ถ.เทพารักษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านกาแฟที่เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา บรรยากาศร่มรื่นตกแต่งด้วยของโบราณถ้วยชามเบญจรงค์สมัยอยุธยา มีเมนูอาหารว่างชาววัง และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง “สมูทตี้ขนุน” ภายในนอกจากเป็นร้านกาแฟแล้วยังเป็นพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ กษัตริย์ไทยสมัยอยุธยาเพื่อให้ผู้สนใจมาทานอาหารและได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และได้ตระหนักถึงคุณค่าของมรดกชาติด้วย

 นางอรปภา ภุมมะกาญจนะ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ตนได้บ้านหลังนี้มาจากเจ้าของเดิมที่รักบ้านหลังนี้มากและมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ว่าจะคงความเป็นไทยทุกอย่างไว้และประสงค์ที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ กษัตริย์ไทย สมัยอยุธยา จนได้มาเจอตนซึ่งส่วนตัวรู้จักกันดีและเห็นว่าตนเองชอบความเป็นประวัติศาสตร์ โบราณสถาน เพราะตนเองก็เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศิลปกรด้วย จึงเห็นถึงความตั้งใจว่าเราจะดูแลที่นี่ได้ตรงตามเจตนารมณ์ของเจ้าบ้าน ตนจึงได้บ้านหลังนี้มาครอบครองและสานต่อตามเจตนารมณ์ของเจ้าของบ้านหลังเดิม

โดย“บ้านหลังวัง” ด้านหน้าจะติดกับรั้วพระราชวังจันทร์เป็นสถานที่พระราชสมภพขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้านหลังติดสระสองห้องซึ่งเป็นสระน้ำโบราณของพระราชวังจันทร์ ตัวบ้านเป็นอาคารตึก-ไม้ทรงไทย ด้านบนเป็นห้องพักจำนวน 4 ห้อง เน้นการออกแบบและตกแต่งเป็นสมัยอยุธยา โครงสร้างบ้านก็เป็นโครงสร้างเดิม ไม้ในบ้านก็จะเป็นไม้เดิม มีปรับปรุงซ่อมแซมใหม่บ้างในบางจุด ในโซนร้านกาแฟจะตกแต่งแบบโบราณ มีของเก่าโชว์ พร้อมมีนิทรรศการแสดงประวัติของร้าน และประวัติของพระราชวังจันทร์ ด้านล่างเป็นร้านกาแฟ มีเมนูเครื่องดื่มชา กาแฟ เบเกอรี่ และเมนูซิกเนเจอร์ คือเมนูอาหารว่างชาววังอย่างเมี่ยงคำบัวหลวง / มังกรคาบแก้ว เมี่ยงมะม่วงโชคอนันต์ออแกนิค

และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่างเมนู Royal Jack หรือ หรือเรียกแบบชาวบ้านว่า “สมูทตี้ขนุน” ที่ใช้วัตถุดิบจากขนุนออแกนิค หน้าบ้าน อายุกว่า 50 ปี นำมาทำเมนูนี้ และที่สำคัญถ้วยชามภายในร้านแห่งนี้จะใช้ถ้วยชามเบญจรงค์ สมัยรัตนโกสินทร์มาเสิร์ฟให้กับลูกค้า บริเวณรอบๆบ้านหลังนี้ จะมีป้ายบอกกล่าวเล่าเรื่องที่มาของการปรับปรุงบ้าน นอกจากเป็นร้านกาแฟ ภายในยังจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เพื่อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ และตระหนักถึงคุณค่าของมรดกชาติด้วย

นางอรปภา ภุมมะกาญจนะ บอกต่ออีกว่าตนตั้งใจมุ่งมั่นและจะทำให้บ้านหลังวังได้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานเจตนารมณ์ของเจ้าของเดิม ให้เป็นแหล่งความรู้ด้านประวัติศาสตร์พระมหากษัตริย์ไทย อนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม เผยแพร่ศิลปะไทยในสมัยอยุธยา รัตนโกสินทร์ผ่านถ้วยชามเบญจรงค์ และที่สำคัญคือการทำความดีกลับคืนสู่สังคมผ่านกิจกรรม CSR คือเปิดโอกาสให้กับเด็กๆในชุมชนรอบๆร้าน ได้มาร่วมกิจกรรมเรียนภาษาอังกฤษจากครูชาวต่างชาติฟรี ในทุกๆ วันเสาร์ วันละ 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00-11.00 น.เพื่อส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ กล้าแสดงออก กล้าคุยกับชาวต่างชาติ อาจจะเป็นไกด์เด็กพาชาวต่างชาติเที่ยว จ.พิษณุโลก ได้ในอนาคต

สำหรับราคาอาหารก็ไม่แพง อย่างเมนูของว่างชาววังอย่างเมี่ยงคำบัวหลวง ราคาชุดละ 129 บาท ชุดน้ำชายามบ่าย เสิร์ฟคู่กับเค้กหน้าไหม้ ราคาชุดละ 189 บาท ส่วนเมนูเค้กมีให้เลือกหลากหลายทั้งโลฟบลูเบอรี่ เค้กหน้าไหม้ บันด์เค้กเสาวรส มัฟฟินช็อคโกแลตแครนเบอรี่ ราคาเริ่มต้นที่ 69 บาท เมนูเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ 45 บาท ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ Royal jack ราคาแก้วละ 75 บาท สำหรับใครที่สนใจอยากจะมา “จิบกาแฟชมวัง” ที่ “บ้านหลังวัน” ก็สามารถเดินทางมาได้ร้านตั้งอยู่ภายในพระราชวังจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.ติดตามได้ทาง เพจ Faccbook : บ้านหลังวัง Baan Lhang Wangh หรือโทร 055-000354

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ด่วน ! ‘Zipmex’ ระงับการเพิกถอนเงินบาท-คริปโทฯ เหตุความผันผวนของตลาด

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668037

ด่วน ! 'Zipmex' ระงับการเพิกถอนเงินบาท-คริปโทฯ เหตุความผันผวนของตลาด

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.09 น.

กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เมื่อบริษัท ซิปเม็กซ์ (Zipmex) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ประกาศระงับการเพิกถอนเงินบาท และคริปโทฯ​ โดยระบุเหตุผลจากความผันผวนของตลาด ตลอดจนปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าทางธุรกิจหลัก

โดยรายละเอียดมีดังนี้ “ประกาศระงับการเพิกถอนเงินบาท และคริปโทฯ เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆ รวมถึง ความผันผวนของตลาด เหตุการณ์ต่างๆในอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าทางธุรกิจหลัก อันอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เพื่อรักษาเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม บริษัทฯ จะระงับการถอนทุกกรณีชั่วคราวจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม บริษัทขออภัยและขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจและความอดทนของท่านในระหว่างนี้

ที่ Zipmex การรักษาความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้าทุกท่านคือเรื่องสำคัญ หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อที่ฝ่าย Customer Support ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ Email: support.th@zipmex.com , LINE Official: @zipmex , Facebook: Zipmex Thailand”
.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,940,265 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
ก.เกษตรฯ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d