เบียร์ เดอะวอยซ์ ฟาดกลับชาวเน็ต หลังเจอคอมเมนต์แรงกลางไอจี

เบียร์ เดอะวอยซ์ ฟาดกลับชาวเน็ต หลังเจอคอมเมนต์แรงกลางไอจี

เบียร์ เดอะวอยซ์ ฟาดกลับชาวเน็ต หลังเจอคอมเมนต์แรงกลางไอจี

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.08 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีในโลกออนไลน์ เมื่อ เบียร์ เดอะวอยซ์ นักร้องสาวลุคแซ่บ ออกมาโต้กลับชาวเน็ตรายหนึ่งแบบเจ็บแสบ หลังถูกคอมเมนต์วิจารณ์อย่างรุนแรงใต้โพสต์อินสตาแกรม

       ต้นเรื่องเริ่มจากเบียร์โพสต์ภาพลุคเซ็กซี่ตามสไตล์ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยความมั่นใจในรูปร่างและสไตล์การแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ จนทำเอาแฟนคลับแห่กดไลก์และชื่นชมความสวยเป๊ะกันอย่างล้นหลาม

โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ว่า “ไร้ยางอาย โชว์ดากแบบนี้ พ่อแม่เดินไม่เอาปี๊ปคลุมหัวหรอ” งานนี้เจ้าตัวก็ตอบกลับแบบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “แล้วหนูไปโชว์บนหัวพ่อแม่พี่เหรอคะ”

หมอไทยสร้างเรื่อง Neil Patrick Harris นักแสดงชื่อดังระดับโลกบินอัพหน้าเสริมหล่อที่ไทย

หมอไทยสร้างเรื่อง Neil Patrick Harris นักแสดงชื่อดังระดับโลกบินอัพหน้าเสริมหล่อที่ไทย

หมอไทยสร้างเรื่อง Neil Patrick Harris นักแสดงชื่อดังระดับโลกบินอัพหน้าเสริมหล่อที่ไทย

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.28 น.

กระแส T-Beauty ไทยยังคงมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ล่าสุดสร้างความฮือฮาในวงการความงามระดับอินเตอร์อีกครั้ง เมื่อ Neil Patrick Harris นักแสดงชื่อดังระดับโลก เจ้าของบทบาทสุดไอคอนิกจากซีรีส์ฮิต How I Met Your Mother ในบท “Barney Stinson” ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก และบทบาทพิธีกรเวทีใหญ่อย่าง Academy Awards ได้เดินทางมายังประเทศไทย

ครั้งนี้ไม่ได้มาเที่ยวธรรมดา แต่บินลัดฟ้าพร้อมคู่ชีวิต David Burtka จากฮอลลีวู้ด เพื่อเข้ารับบริการเสริมหล่อกับแพทย์ไทยที่ The Demis คลินิกความงามที่กำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์การปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์ระดับนี้ ไม่เพียงสร้างกระแสในโลกออนไลน์ แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานและฝีมือแพทย์ไทยอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะ Neil Patrick Harris ถือเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับ A-list ของฮอลลีวู้ด มีทั้งรางวัลการันตี และฐานแฟนคลับทั่วโลกมากมายก่อนหน้านี้ ประเทศไทยยังเคยต้อนรับคนดังระดับโลกอย่าง Kim Kardashian ไอคอนแฟชั่นและธุรกิจพันล้าน และ Nicky Hilton ที่ต่างก็เลือกบินตรงมาใช้บริการด้านความงามที่ The Demis เช่นกันตอกย้ำได้ว่าเทรนด์คนดังทั่วโลกที่บินมาทำหน้าที่ไทย ไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังกลายเป็นว่าธุรกิจวงการแพทย์ของประเทศไทย สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับโลกให้ยอมเดินทางข้ามทวีปหลายสิบชั่วโมง เพื่อสัมผัสมาตรฐานความงามที่เชื่อมั่นและเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้จริง

ส่องแฟชั่น ‘คิมเบอร์ลี่’ลงแข่ง HYROX Thailand เปลี่ยนสนามเป็นรันเวย์

ส่องแฟชั่น 'คิมเบอร์ลี่'ลงแข่ง HYROX Thailand เปลี่ยนสนามเป็นรันเวย์

ส่องแฟชั่น ‘คิมเบอร์ลี่’ลงแข่ง HYROX Thailand เปลี่ยนสนามเป็นรันเวย์

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.15 น.

กำลังเป็นกระแสไวรัลสุด ๆ สำหรับการแข่งขัน HYROX (ไฮร็อกซ์) การแข่งขันฟิตเนสสุดโหด ที่เหล่าซุปตาร์สายฟิต  และเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยพร้อมใจกันลงสนามโชว์พลังความอึด ความแกร่ง และวินัยแบบจัดเต็ม งานนี้ไม่ได้มีแค่ความฟิต แต่ยังเต็มไปด้วยสีสัน และโมเมนต์เดือด ๆ ที่ทำเอาแฟน ๆ ตามเชียร์กันสนั่นโซเชียล ฯ รวมไปถึง นางฟ้าสายสตรอง คิมเบอร์ลี่ แอน เวลโทมัส ที่นอกจากจะแท็กทีมแก๊งเพื่อนสาวลงแข่งประเภท Relay ทีม 4 คนแล้ว ยังเสิร์ฟลุคสปอร์ตชิคแบบจัดเต็มสุด ๆ  ออร่าพุ่งสมกับเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ORI  (โอริ) พรีเมียม เอธเลเชอร์แวร์

ขโมยซีนทั้งสนามเมื่อ #ทีมคิมเบอร์ลี่ (TEAM KIMBERLY) มาในลุคเสื้อแจ็คเก็ต สีส้มเพลิง (Burning Lava) ORI-FLY Strive Jacket ที่แค่เดินเข้ามาก็สะกดทุกสายตา ตัดกับบรรยากาศสนามแข่ง ด้านดีไซน์แจ็คเก็ตให้อารมณ์แอคทีฟแวร์ แต่แอบแซ่บด้วยบราสีดำ ORI-FORCE Impact Bra ที่เพิ่มฟีลสปอร์ตแบบตัวมัม แมซต์กับกางเกงรุ่นรัดรูปพอดีตัว ORI-FORCE Momentum Leggings 27 สีดำ ออกแบบด้วยเทคโนโลยีการซัพพอร์ตแบบแรงกระชับสูง ที่ช่วยดึงความสตรองทุกสเต็ป และปิดท้ายดีเทลเล็กๆ ที่ไม่ธรรมดาด้วยถุงเท้าข้อยาว รุ่น Essential Long Socks สีส้มเพลิงคุมโทน บอกเลยว่างานนี้ ทีมคิมเบอร์ลี่ ทำการบ้านมาดีมาก จนสนามแข่งกลายเป็นแคทวอล์คเลยทีเดียว

คอมพลีทลุคให้เป๊ะทุกองศา พร้อมลุยทุกสเตชัน ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ORI ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ชั้น G และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 2 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  Instagram: @oristaytrue ,Facebook:oristaytrue, LINE Official Account: @oristaytrue, Tiktok : @oristaytrue และ http://www.oristaytrue.com 

#ORIStayTrue #Kimmy_Kimberley #HYROX #HYROXTHAILAND #HYROXAPAC #PremiumAthleisure

‘เต้ กันตนา’ จับมือ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’ ดันแฟชั่นไทยสู่เวทีโลกจุดพลังผ้าไทย!

‘เต้ กันตนา’ จับมือ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’ ดันแฟชั่นไทยสู่เวทีโลกจุดพลังผ้าไทย!

‘เต้ กันตนา’ จับมือ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’ ดันแฟชั่นไทยสู่เวทีโลกจุดพลังผ้าไทย!

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.31 น.

“The Face Thailand 2026” จุดพลังผ้าไทย! กันตนาจับมือกระทรวงวัฒนธรรมดันแฟชั่นไทยสู่เวทีโลก เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้บริหารบริษัทกันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะเข้าพบ ซาบีดาไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

การหารือครั้งนี้มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของไทย โดยเน้นการผลักดันผ้าไทยและชุดไทยร่วมสมัยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการบูรณาการสื่อบันเทิงในโครงการ The Face Thailand Universe 2026 ซึ่งครอบคลุม The Face Thailand, The Face Men Thailand และ The Face Teen Thailand เพื่อสนับสนุนการใช้ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมผู้ประกอบการและนักออกแบบไทย นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยในระดับนานาชาตินานาชาติ โดยหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของไทย โดยเฉพาะการผลักดันผ้าไทยและชุดไทยร่วมสมัย ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านสื่อบันเทิงในวงกว้าง   ณ ห้องประชุม ชั้น 7 กระทรวงวัฒนธรรมโดยงานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซาบีดาไทยเศรษฐ์ สวมชุดผ้าไหมไทย ออกแบบโดย สองนักออกแบบผู้ทรงอิทธิพล แฟชั่นสังคมระดับสูง ดร.เกสินี กล่ำอยู่สุข และ คุณสุดจิตร์ สุดจิตต์ แห่งแบรนด์ ฟินาเล่เวดดิ้งสตูดิโอ

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.24 น.

สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ไม่น้อย เมื่อพิธีกรและนักแสดงชื่อดัง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ออกมาเผยโมเมนต์สำคัญของชีวิต หลังโพสต์ภาพในลุคสวมสูทเรียบร้อย นั่งกรอกใบสมัครงาน พร้อมแคปชั่นว่า “สมัครงานและสอบสัมภาษณ์ในรอบเกือบ 30 ปี อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต !” ทำเอาแฟน ๆ ต่างสงสัยกันยกใหญ่ว่า งานอะไรที่ทำให้ “แม่บุ๋ม” ต้องเข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์จริงจังขนาดนี้

       ต่อมาได้มีคำเฉลย เมื่ออินสตาแกรมของ สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือ “แบมบี้ เดอะสตาร์” โพสต์คลิปขณะเดินทางไปสมัครงานพร้อมกับ บุ๋ม ปนัดดา โดยระบุว่า ทั้งคู่ได้สมัครเข้าเป็น “กำลังพลสำรอง กระทรวงกลาโหม” ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ด้าน บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยว่า ไม่ได้สัมภาษณ์งานลักษณะนี้มานานมากแล้ว โดยเฉพาะใบสมัครที่มีรายละเอียดจำนวนมากจนเป็นปึก สะท้อนถึงความจริงจังของกระบวนการ พร้อมเล่าขำ ๆ ว่า เมื่อแจ้งกับคนรอบตัวว่ารับงานไม่ได้เพราะต้องมาสมัครงาน หลายคนถึงกับถามกลับทันทีว่า “ไปสมัครอะไร?”

       ทั้งนี้ ทั้งคู่ได้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นคิวสุดท้ายของภาคเช้า โดยเจ้าตัวเผยว่าแม้จะบอกว่าไม่ตื่นเต้น แต่ถึงกับนอนไม่หลับ และมีอาการมือเย็นตลอดเวลา ก่อนจะใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณ 20 นาที ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แม้จะต้องตอบคำถามจำนวนมาก

       อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ คือคำบอกแรกจากเจ้าหน้าที่ที่กล่าวกับ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ทันทีในห้องสัมภาษณ์ว่า “ห้ามแม่ถามกลับ” กลายเป็นโมเมนต์น่ารักที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล

ที่มา @bambinie_, @boompanadda

งามจับใจ! ใหม่ ดาวิกา สวมชุดไทยสวยสง่าดั่งภาพวาด

งามจับใจ! ใหม่ ดาวิกา สวมชุดไทยสวยสง่าดั่งภาพวาด

งามจับใจ! ใหม่ ดาวิกา สวมชุดไทยสวยสง่าดั่งภาพวาด

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.34 น.

เรียกเสียงฮือฮาได้ทั่วทั้งวงการแฟชั่นและบันเทิง เมื่อ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ปรากฏตัวในลุคสุดสง่างามด้วย ชุดไทยศิวาลัย หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยมอันทรงคุณค่า สะกดทุกสายตาและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นอย่างล้นหลาม

ลุคของ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ในครั้งนี้โดดเด่นด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมยกดอกลำพูนดิ้นทอง ซึ่งสั่งทอพิเศษถึง 4 ผืน นำมาตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมประดับตกแต่งด้วยคริสตัลและองค์ประกอบโลหะที่สะท้อนแสงระยิบระยับ เพิ่มความหรูหราให้กับชุดได้อย่างลงตัว

ภาพจาก : @davikah

รู้จัก หนิง ปัทมา จากนักร้องลูกทุ่งสู่มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026

รู้จัก หนิง ปัทมา จากนักร้องลูกทุ่งสู่มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026

รู้จัก หนิง ปัทมา จากนักร้องลูกทุ่งสู่มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.05 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีทองของนักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี “หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์” ที่พลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิต จากศิลปินบนเวทีคอนเสิร์ต สู่เส้นทางนางงามอย่างเต็มตัว ก่อนจะประสบความสำเร็จคว้ามงกุฎ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 มาครองได้อย่างสง่างาม สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับและวงการบันเทิงไม่น้อย

สำหรับ หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2536 ที่จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันอายุ 32 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรังสิต โดยก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากเวทีประกวดร้องเพลงในรายการ “ศึกวันดวลเพลง” ทางช่องวัน เมื่อปี 2558 ก่อนจะเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด แกรมมี่ โกลด์ เมื่อปี 2561 และปัจจุบันผันตัวเป็นศิลปินอิสระ

ในเส้นทางดนตรี เธอมีผลงานเพลงฮิตมากมาย อาทิ “คำฮักลบบ่ได้”, “เนื้อร้าย”, “เมาสุดท้าย”, “โสดนะคะ” รวมถึงผลงานล่าสุดอย่าง “อยากเป็นแฟนใหม่ของใครสักคน” และ “อ่านไม่ตอบ ตอบไม่อ่าน” นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดงในละคร อาทิ “สะใภ้กาฝาก” ทางช่อง 3 และ “ผาแดงนางไอ่” ทางช่องวัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย

ก่อนจะมาถึงจุดสูงสุดในเวทีนางงาม หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ เคยคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สชลบุรี 2025 แต่ได้สละตำแหน่งในภายหลัง กระทั่งกลับมาสู้ใหม่อีกครั้งบนเวที มิสแกรนด์ชลบุรี 2026 และสามารถคว้ามงกุฎได้สำเร็จ พร้อมเป็นตัวแทนจังหวัดชลบุรีเข้าสู่เวทีระดับประเทศ

ท้ายที่สุด เธอสามารถคว้ามงกุฎ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และเตรียมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ที่ประเทศอินเดีย ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 ที่จะถึงนี้

การเปลี่ยนเส้นทางจากนักร้องลูกทุ่งสู่เวทีนางงามของ หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสามารถและความมุ่งมั่น ที่ทำให้เธอก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จในอีกบทบาทได้อย่างงดงาม

กว่า 20 ปี ‘เบนซ์ พรชิตา’หวนคืนจอภาพยนตร์ ร่วมงาน ‘เหมรย 2’

กว่า 20 ปี ‘เบนซ์ พรชิตา’หวนคืนจอภาพยนตร์  ร่วมงาน ‘เหมรย 2’

กว่า 20 ปี ‘เบนซ์ พรชิตา’หวนคืนจอภาพยนตร์ ร่วมงาน ‘เหมรย 2’

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา” หลังห่างหายจากวงการภาพยนตร์ไทยไปนานถึง 22 ปี ได้ตัดสินใจกลับคืนวงการภาพยนตร์อีกครั้ง ด้วยการรับงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง “เหมรย 2” ของค่าย มูฟวี่ สตูดิโอวีไอพี โดยการกำกับของ เอกชัย  ศรีวิชัย ซึ่ง เบนซ์ พรชิตา ได้เล่าให้ฟังถึงการกลับมารับงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง เหมรย2 ว่า

“เบนซ์ไม่ได้เล่นหนังแบบเต็มๆ มานานมากแล้วค่ะ เรื่องสุดท้ายที่เล่นก็คือเรื่องแจ๋ว ของจีทีเอช ปี 2547 ถึงตอนนี้ก็ 22 ปีแล้ว ที่รับเล่นหนังอีกครั้งเรื่องเหมรย2 นี่ ก็เพราะอาเอกชัย ศรีวิชัย โทรมาค่ะ  แล้วบอกเบนซ์ว่าอามีหนังเรื่องเหมรย2 พอเขียนบทก็คิดถึงเบนซ์เลยต้องเป็นเบนซ์เล่นเท่านั้น รับรองว่าบทดีแน่นอน อาไม่ทำให้เบนซ์เสียชื่อแน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งเบนซ์ก็ยังไม่เห็นบทเลยนะคะว่าอะไรยังไง ทราบแต่ว่าเคยมีหนังเรื่องเหมรย1มาแล้ว แต่ที่เบนซ์จะเล่นนี่เป็นเหมรย2 และจะมีความแตกต่างกันไม่เหมือนกันเลยกับภาคแรก  เอาจริง ๆ ก็คือเบนซ์รับงานก็เพราะว่ารักอาเอกชัย ศรีวิชัย ค่ะ สำหรับบรรยากาศในกองถ่ายก็สนุกสนานมากค่ะ ตอนแรกก็แอบกังวลว่าเราหายหน้าไปจากวงการนานแล้ว น้อง ๆ รุ่นใหม่ๆ เขาจะโอเคกับเราไหม  จะมีใครคุยกับเราไหม แต่ปรากฏว่าบรรยากาศสนุกสนานอบอุ่นไม่ต่างไปจากเมื่อก่อนเลยค่ะ ฝากแฟนๆ ภาพยนตร์ เป็นกำลังใจให้เบนซ์ในเหมรย2 ด้วยนะคะ เร็ว ๆ นี้ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ”

Celebrity Gossip : 29 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 29 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 29 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– คอนเสิร์ตคัมแบ็คของ 7 สมาชิก BTS วงบอยแบนด์ เค-ป็อป เกาหลีระดับโลกเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว สร้างสถิติยอดผู้ชมทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดทาง Netflix สูงถึง 18.4 ล้านคน ติดอันดับ Top 10 ใน 80 ประเทศ และครองอันดับ 1 ใน 24 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ส่วนในสถานที่จัดคอนเสิร์ต มีผู้โชคดีได้รับบัตรเข้าชมฟรี 22,000 คน และแฟนคลับมารวมตัวกันบริเวณรอบงานรวมกว่า 104,000 คน คอนเสิร์ตหนนี้ใช้เวลาแสดง 1 ชั่วโมง จัดขึ้นฉลองเปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ในชื่อ ARIRANG โดยทำยอดขายวันแรกได้เกือบ 4 ล้านก๊อปปี้ เพลงที่นำมาแสดงมีทั้งเพลงใหม่ เช่น Swim และ Body to Body รวมถึงเพลงฮิตอย่าง Dynamite และ Butter แม้ RM หัวหน้าวง มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากการซ้อม แต่ยังคงทำการแสดงโดยปรับท่าเต้นและนั่งบนเก้าอี้ในบางช่วง

– อิวานา ลิเซ็ตต์ ออร์ติซ สาวชาวฟลอริดา มือปืนที่ถล่มบ้าน รีฮันนา นักร้องดัง ปรากฏตัวต่อศาลสูงลอสแอนเจลิสในชุดนักโทษ ทนายความของเธอได้ยื่นคำให้การปฏิเสธใน 14 ข้อหาที่เธอเผชิญ ซึ่งรวมถึงข้อหาพยายามฆ่า 1 กระทง และข้อหาทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ 10 กระทง ขณะที่ผู้พิพากษาก็ปฏิเสธคำขอให้ลดวงเงินประกันตัวของออร์ติซ ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.875 ล้านดอลลาร์ (61.5 ล้านบาท) ออร์ติซ วัย 35 ปี ขับรถมาจอดหน้าบ้านของ รีฮานนา ในย่านเบเวอร์ลีเครสต์ของลอสแอนเจลิสเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และยิงปืนประมาณ 20 นัด A$P Rocky คนรักของ รีฮันนา และลูกเล็กๆ อีก 3 คนของพวกเขาอยู่บ้านในขณะนั้น โชคดีที่ไม่มีใครถูกยิง ก่อนหลบหนีแต่ไม่รอดถูกจับกุมในเวลาต่อมา เจ้าตัวยังไม่เปิดปากว่าก่อเหตุทำไม

– โปรเจกต์ภาพยนตร์ As Deep as the Grave กลายเป็นที่จับตา หลังนำเทคโนโลยี AI ช่วยให้ วัล คิลเมอร์ นักแสดงผู้ล่วงลับ กลับมาปรากฏตัวบนจออีกครั้ง เดิมที คิลเมอร์ถูกวางตัวให้รับบท “ฟาเธอร์ฟินแทน” นักบวชคาทอลิกที่มีความเชื่อทางจิตวิญญาณแบบชนพื้นเมืองอเมริกัน แต่เนื่องจากเขากำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งลำคอ ทำให้ไม่สามารถเข้ากองถ่ายได้เลย อย่างไรก็ดี ผู้กำกับและทีมงานตัดสินใจใช้เทคโนโลยี AI สร้างตัวละครขึ้นมาใหม่ โดยใช้ทั้งภาพในวัยหนุ่มของคิลเมอร์จากครอบครัว รวมถึงฟุตเทจช่วงท้ายชีวิตมาผสมผสาน พร้อมสร้างเสียงพูดจาก AI อิงจากเสียงจริงของเขา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการผ่าตัดเกี่ยวกับหลอดลมในช่วงป่วย ทั้งหมดได้รับความยินยอมจากครอบครัวของนักแสดง รวมถึง เมอร์เซเดส คิลเมอร์ ผู้เป็นลูกสาว

– ไรอัน กอสลิง เปิดเผยความลับเกี่ยวกับ “ห้องโกนขน” (shave room) บนกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Barbie ซึ่งเป็นห้องหนึ่งเดียวที่เขาไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลยตลอดการถ่ายทำ แม้ว่าบทบาท เคน จะทำให้เขาต้องเปลี่ยนลุคอย่างหนัก ทั้งการกัดสีผมเป็นบลอนด์สว่างและการมีผิวที่เรียบเนียนแบบตุ๊กตาพลาสติก แต่กอสลิงระบุว่าเขาจัดการกิจวัตรเหล่านั้นด้วยวิธีอื่น ทั้ง แว็กซ์ขนทั้งตัว และโกนขนขาด้วยตัวเองเพื่อให้ได้ผิวที่ดูเหมือนพลาสติกมากที่สุด แทนที่จะเข้าใช้บริการในห้องโกนขนของกองถ่าย นอกจากการกำจัดขนแล้ว ทีมงานยังใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดพ่นผิวแทน และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายชนิดเพื่อให้ผิวของเขามีความวาวและมีสีแทนแบบ Malibu Ken ที่สมบูรณ์แบบ จนกอสลิงเข้าถึงจิตวิญญาณของเคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเขาเปรียบเปรยความรู้สึกนั้นว่าเหมือน “เป็นไข้”

– ซิดนีย์ สวีนีย์ แชร์ข้อความซึ้งถึง เทรนต์ น้องชายของเธอที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ หลังจากที่เขาถูกส่งไปประจำการในต่างประเทศ โดยโพสต์ภาพหน้าจอขณะวิดีโอคอลกับน้องชายซึ่งสวมชุดลายพรางและหมวกกันน็อก พร้อมแคปชันว่า การได้รับสายจากน้องชายทำให้เธอมีความสุขเสมอเมื่อเขาต้องไปประจำการ พร้อมส่งกำลังใจถึงทหารคนอื่นๆ โดยระบุว่า กำลังคิดถึงหนุ่มๆ สาวๆ ทุกคนที่อยู่ต่างแดน และขอส่งความรักไปให้! ขอบคุณสำหรับการเสียสละของพวกคุณ เทรนต์ วัย 25 ปี รับราชการในกองทัพอากาศตั้งแต่ปี 2020 และเพิ่งได้รับคัดเลือกให้เลื่อนยศเป็น จ่าอากาศเอก เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 โพสต์ดังกล่าวนำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย แฟนคลับส่วนใหญ่เข้ามาชื่นชมในความรักพี่น้องและความเป็นรักชาติของเธอ ขณะที่บางกลุ่มพยายามเชื่อมโยงโพสต์นี้เข้ากับประเด็นทางการเมืองที่เธอมักถูกจับตามองอยู่บ่อยครั้ง

ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ

ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ

ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2569 ที่มีกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมขอม และเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน แสดงถึงเอกลักษณ์ทรงคุณค่าของท้องถิ่นและศิลปะวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์และสืบสานสู่อนุชนรุ่นหลัง บอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกของจังหวัดบุรีรัมย์ และมรดกของชาติ อันทรงคุณค่าอย่างน่าภูมิใจ สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

“ปราสาทพนมรุ้ง”  เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบศิลปะเขมรโบราณที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ ปรากฏให้เห็นจากรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพสลัก การเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขาซึ่งมีแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้างต่างๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน

ปราสาทพนมรุ้งเป็นที่รู้จักของชาวท้องถิ่นเป็นอย่างดี โดยมีนิทานพื้นบ้านเรื่อง “อินทรปรัสถา” กล่าวถึงคู่พระคู่นางซัดเซพเนจรมาพบที่พักพิงซึ่งเป็นปราสาทหินรกร้างงดงามอยู่กลางป่าเขา

แต่สำหรับบุคคลภายนอก ปราสาทแห่งนี้เป็นที่รู้จักครั้งแรก จากบันทึกของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ (Etienne Aymonier) ชาวฝรั่งเศส ในปีพุทธศักราช 2428 ตีพิมพ์เป็นบทความในปี พุทธศักราช 2445

ปีพุทธศักราช 2449 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาที่ปราสาทพนมรุ้ง คราวเสด็จมณฑลอีสาน และเสด็จอีกครั้งในปี พุทธศักราช 2472 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478

และปีพุทธศักราช 2503 – 2504 ได้ดำเนินการสำรวจปราสาทพนมรุ้งอีกครั้ง ต่อมาในปี พุทธศักราช 2514 ได้เริ่มดำเนินการบูรณะปราสาทพนมรุ้ง ด้วยวิธี “อนัสติโลซิส” (Anastylosis คือการนำชิ้นส่วนของปราสาทกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม) และเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน

ชื่อของปราสาทพนมรุ้ง เป็นชื่อดั้งเดิมของโบราณสถานแห่งนี้ คำว่า “พนมรุ้ง” ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกพนมรุ้ง หลักที่ 2 หลักที่ 4 และ K.1090 จารึกว่า “พนมรุ้งเป็นชื่อเทวสถานที่มีขอบเขตกว้างขวาง มีที่ดิน หมู่บ้าน เมือง ซึ่งมีผู้ปกครองหรือข้าราชการได้จัดหามาถวายในลักษณะเป็นกัลปนาของเทวสถาน

จากหลักฐานทางด้านศิลาจารึกและงานศิลปกรรมที่ปรากฏ กล่าวได้ว่า ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย นิกายปศุปตะ โดยนับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด ศิลาจารึกพนมรุ้งหลักที่ 7 และหลักที่ 9 มีเนื้อความเริ่มต้นเป็นบทสรรเสริญพระศิวะ ศิลาจารึกบางหลักกล่าวถึงการสร้างศิวลึงค์ สร้างรูปทองคำของพระศิวะในท่าฟ้อนรำ สร้างรูปทองคำของพระวิษณุขึ้นในเรือนของพระศิวะ

ปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะ พระองค์มีที่ประทับอยู่บนเขาไกรลาส ดังนั้นการสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นบนยอดเขา จึงเป็นการสะท้อนถึงการจำลองที่ประทับของพระศิวะมาไว้บนโลกมนุษย์

อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของปราสาทพนมรุ้ง ไม่ได้สร้างขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน ในช่วงแรกได้มีการสร้างศาสนสถานเพื่อเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อการนับถือศาสนาของชุมชนขึ้นครั้งแรกในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ได้แก่ ปราสาทอิฐ 2 หลัง ที่ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลายเหลือเพียงฐานและกรอบประตู หลังจากนั้นได้มีการก่อสร้างต่อเนื่องกันมาเป็นลำดับ โดยอาณาจักรเขมรโบราณ หรือผู้นำที่ปกครองชุมชน อันมีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง

ปราสาทพนมรุ้ง คงมีความสำคัญสืบเนื่องมาจนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พุทธศักราช 1511 – 1544) พระองค์ทรงนับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เช่นเดียวกับพระราชบิดา (พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2) นอกจากจะมีพระราชโองการให้สร้างจารึกเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของพระราชบิดาแล้ว ยังทรงถวายที่ดินให้กับเทวสถานด้วย ในสมัยนี้เองเทวสถานบนเขาพนมรุ้งเป็นศูนย์กลางของชุมชนโดยรอบอย่างแท้จริง จากข้อความในจารึกที่พบที่ปราสาทพนมรุ้งแสดงให้เห็นว่าเทวสถานบนเขาพนมรุ้ง เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ คือ ศิวลึงค์ มีอาณาเขตกว้างขวาง มีที่ดินซึ่งพระเจ้าแผ่นดิน (พระเจ้าชัยวรมันที่ 5) และข้าราชการระดับต่าง ๆ ถวายหรือซื้อถวายให้กับเทวสถาน พร้อมกับมีพระราชโองการให้ปักหลักเขตที่ดินขึ้นกับเทวสถานเขาพนมรุ้ง พร้อมกับการสร้างเมือง สร้างอาศรมให้กับโยคี และนักพรตด้วย

ในราวพุทธศตวรรษที่ 17 ได้มีการก่อสร้างปราสาทประธานขึ้น จากการศึกษาศิลาจารึกพนมรุ้งหลักที่ 7 และหลักที่ 9 กล่าวว่าปราสาทประธานสร้างขึ้นในสมัย “นเรนทราทิตย์” ท่านเป็นโอรสของพระนางภูปตีนทรลักษมี เป็นผู้มีสติปัญญาหลักแหลม มีความสามารถในการรบ ได้เข้าร่วมกับกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในการรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นจากศึกสงคราม นเรนทราทิตย์คงได้รับความดีความชอบเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเมือง ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์มหิธรปุระ ทรงได้ดำเนินการสร้างปราสาทหลังใหญ่ขึ้นประดิษฐานรูปเคารพ สร้างงานศิลปกรรมปรากฎเป็นงานสลักตามส่วนต่างๆ ที่ล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า มีความประสงค์ที่จะสร้างเทวสถานแห่งนี้เป็นเทวาลัยของพระศิวะ มีศิวลึงค์เป็นองค์ประธานและยังมีการนับถือเทพองค์อื่น ๆ แต่อยู่ในสถานะเทพชั้นรอง นอกจากนี้ข้อความที่ปรากฏขึ้นในจารึกยังแสดงให้เห็นว่า นเรนทราทิตย์ ได้สร้างปราสาทแห่งนี้เพื่อประดิษฐานรูปเคารพของตนเอง เพื่อเตรียมไว้สำหรับการเข้าไปร่วมกับเทพที่ทรงนับถือหลังจากสิ้นพระชนม์ ความเลื่อมใสศรัทธาอันแรงกล้าต่อศาสนา ทำให้ท่านออกบรรพชาถือองค์เป็นนักพรตจวบจนวาระสุดท้ายข้อความที่ปรากฏในจารึกพนมรุ้ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ท่านคงเป็นนักพรตในลัทธิไศวนิกาย ตามแบบนิกายปศุปตะที่มีการนับถือกันมาแล้วแต่เดิม โอรสของนเรนทราทิตย์ คือ หิรัณยะ เป็นผู้ให้จารึกเรื่องราวเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของพระบิดา และได้ให้ช่างหล่อรูปของนเรนทราทิตย์ด้วยทองคำ

สิ่งก่อสร้างสมัยสุดท้าย คือ บรรณาลัย และพลับพลา ซึ่งมีการก่อสร้างเพิ่มเติมซ่อมแซมขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 – 1763) มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเขมร พระองค์ทรงนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ทรงโปรดให้สร้างอโรคยศาล จำนวน 102 แห่ง และที่พักคนเดินทาง หรือธรรมศาลา จำนวน ๑๒๑ แห่ง ขึ้นในดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์ ตามข้อความที่ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหม และจารึกปราสาทพระขรรค์ตามลำดับ โบราณสถานดังกล่าวนี้ ที่อยู่ใกล้เคียงปราสาทพนมรุ้ง ได้แก่ กุฏิฤๅษีโคกเมือง และกุฏิฤๅษีหนองบัวราย ซึ่งเป็นอโรคยศาล และปราสาทบ้านบุ เป็นที่พักคนเดินทางหรือธรรมศาลา

โดยงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีนี้ กิจกรรมจะประกอบด้วย พิธีบวงสรวงองค์พระศิวะมหาเทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย, ขบวนอัญเชิญ พระศิวะมหาเทพ, ขบวนสัตว์พาหนะเทพผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 และขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย เทพพาหนะผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ

การรำถวายชุด “เหนือศรัทธาวนัมรุง” ขบวนแห่สักการะ จากนางรำกว่า 800 คน ที่บรรจงแต่งกายด้วยชุดที่สวยงามร่วมขบวน การแสดง ระบำอัปสราบุรีรัมย์

นอกจากนั้น ยังมี “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ให้ได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้ง ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้เลือกซื้อ เลือกชม และเลือกชิม พร้อมทั้งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้านตลอดงานโดยในช่วงวันที่ 3 – 5 เมษายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ขึ้น สาดแสงส่องตรง 15 ช่องประตู ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.50 ถึงเวลา 06.10 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตตามความเชื่ออีกด้วย“แนวหน้า” ขอเชิญชวนท่านที่สนใจ ไปเยือน “ปราสาทพนมรุ้ง” และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์กัน เพื่อพบกับความสวยงามและความน่าประทับใจในท้องถิ่นไทยของเรา