แถลงข่าวการประกวดร้องเพลงไทยโครงการ เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่ ซีซั่น ๓ ปี ๒๕๖๙

แถลงข่าวการประกวดร้องเพลงไทยโครงการ เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่ ซีซั่น ๓ ปี ๒๕๖๙

แถลงข่าวการประกวดร้องเพลงไทยโครงการ เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่ ซีซั่น ๓ ปี ๒๕๖๙

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.16 น.

สำนักงานพระคลังข้างที่ ร่วมกับโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และหน่วยงานภาคี เปิดเวทีแห่งการอนุรักษ์บทเพลงไทย เดินหน้าจัดการประกวดร้องเพลงไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ เพื่อเฟ้นหาเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่” ซีซั่น ๓ ปี ๒๕๖๙ ชิงถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท พิเศษสุดสำหรับปีนี้  ผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้าสู่รอบภูมิภาคขึ้นไป ไม่ว่าประเภทเพลงใด มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเพื่อรับรางวัลพิเศษ มูลค่ารวมกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท

โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่” จัดโดยสำนักงาน  พระคลังข้างที่ ร่วมกับโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และหน่วยงานภาคี อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ดุริยางค์เหล่าทัพ บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ช่องวัน 31 ช่อง 7HD และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ พัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านทักษะด้านคีตศิลป์ และดุริยางคศิลป์ด้วยการประกวดร้องเพลง พร้อมต่อยอดสืบสานศิลปวัฒนธรรมมรดกเพลงไทยที่ถูกต้องตามหลักภาษาศาสตร์ให้คงอยู่กับประเทศชาติสืบไป เปิดโอกาสให้เยาวชนในทุกพื้นที่ได้แสดงความสามารถขยายโอกาสด้านการศึกษา สามารถเป็นอาชีพได้ในอนาคต รวมถึงเป็นการอนุรักษ์ทั้งเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ซึ่งจะต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ครูสลา คุณวุฒิ คุณรัดเกล้า อามระดิษ และคุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง ในงานแถลงข่าวพบกับการแสดงความสามารถจากผู้เข้าประกวดซีซั่น ๒ นางสาวมนภทริตา ทองเกิด   และเด็กชายพจน์ธน บุญมา พร้อมทั้งรับชมคุณชรัส เฟื่องอารมย์ ศิลปินต้นแบบร่วมขับร้องเพลงไทยร่วมสมัยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ


คุณสมบัติผู้เข้าประกวด

– เยาวชนอายุไม่เกิน ๑๘ ปีบริบูรณ์ หรือกำลังศึกษาไม่เกินระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่า       (ณ วันที่สมัคร)

– ไม่เป็นผู้ที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ หรือรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒           จากการประกวดร้องเพลงในโครงการฯ ไม่ว่าประเภทเพลงใด

– ไม่เป็นผู้ติดสัญญาห้ามกับหน่วยงาน บริษัท ค่ายเพลง หรือรายการใด ในกรณีมีสัญญาผูกมัด ต้องมีหนังสือยินยอมจากต้นสังกัดเป็นลายลักษณ์อักษร

ถ้วยรางวัลและเงินรางวัล

๑. รอบภูมิภาค (๔ ภูมิภาค) ผู้ที่ผ่านเข้ารอบแต่ละประเภทเพลง

– อันดับที่ ๑ ได้รับเงินรางวัล ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท และถ้วยรางวัล

– อันดับที่ ๒ ได้รับเงินรางวัล ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท

– อันดับที่ ๓ ได้รับเงินรางวัล ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท

๒. รอบชิงชนะเลิศ ผู้ประกวดแต่ละประเภทเพลง

– ชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล ๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท

– รองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้รับถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล ๆ ละ ๓๐,๐๐๐ บาท

– รองชนะเลิศอันดับ ๒ ได้รับถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล ๆ ละ ๒๐,๐๐๐ บาท

– ชมเชย ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวนรวม ๖ รางวัล ๆ ละ ๑๐,๐๐๐ บาท

๓. รางวัลพิเศษ

– รางวัลเสน่ห์เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย จำนวน ๓ รางวัล ๆ ละ  ๒๐,๐๐๐ บาท

– รางวัลชมเชยเสน่ห์เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย จำนวน ๓ รางวัล ๆ ละ  ๑๐,๐๐๐ บาท

– รางวัลขวัญใจทีมงาน จำนวน ๓ รางวัล ๆ ละ  ๕,๐๐๐ บาท

โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่” ซีซั่น ๓ ปี ๒๕๖๙ เปิดรับสมัครเยาวชนจากทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้ – ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ โดยกรอกใบสมัครทาง Google form พร้อมแนบรูปบัตรประชาชน จำนวน ๑ รูป รูปถ่ายปัจจุบัน (ภาพถ่ายหน้าตรง) จำนวน ๑ รูป และคลิปวิดีโอร้องเพลงตามประเภทเพลงที่เลือก จำนวน ๑ คลิป ความยาวไม่เกิน ๑ นาที หรือขนาดไฟล์ ไม่เกิน ๑ GB ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย หรือโทร. ๐๙ ๐๙๗๕ ๕๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. (ในวันและเวลาทำการ)

ปิงปอง ธงชัย องค์พ่อลง คัฟเวอร์ลุค เก่ง หฤษฎ์ บนพรมแดงเมืองคานส์ เป๊ะทุกระเบียบนิ้ว

ปิงปอง ธงชัย องค์พ่อลง คัฟเวอร์ลุค เก่ง หฤษฎ์ บนพรมแดงเมืองคานส์ เป๊ะทุกระเบียบนิ้ว

ปิงปอง ธงชัย องค์พ่อลง คัฟเวอร์ลุค เก่ง หฤษฎ์ บนพรมแดงเมืองคานส์ เป๊ะทุกระเบียบนิ้ว

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.07 น.

สร้างตำนานบทใหม่แบบไม่พัก สำหรับเจ้าแม่สายคัฟเวอร์อย่าง ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม ที่ล่าสุดทำเอาโลกโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวขอจัดหนักจัดเต็ม สลัดลุคเดิมมาสวมวิญญาณเป็น เก่ง-หฤษฎ์ นักแสดงหนุ่มสุดฮอตที่เพิ่งไปอวดโฉมบนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์

โดยปิงปองได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัว เผยลุคเปรียบเทียบแบบช็อตต่อช็อตในชุดสูทสีดำสุดเนี้ยบ พร้อมดีเทลผ้าผูกคอสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่หนุ่มเก่งใส่เดินพรมแดงเป๊ะๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าโพสต์ มุมกล้อง หรือแม้กระทั่งอินเนอร์ความมั่นใจ บอกเลยว่าเก็บครบทุกรายละเอียดจนแฟนคลับต้องยอมใจงานนี้ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์สนั่น ถึงความไวและความประณีตในการตัดเย็บชุดที่รวดเร็วทันใจ พร้อมยกฉายา “ตัวแม่แห่งการคัฟเวอร์” ให้ไปครองแบบไม่มีข้อกังขา ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันจากฝั่งคนบันเทิงไทยที่เรียกเสียงหัวเราะและความชื่นชมได้เสมอจริงๆ

ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ปลื้มสุดชีวิต ฌอน ไซม่อน ลูกชายสุดหล่อ คว้าปริญญาตรี ม.ดังอเมริกา สำเร็จ

ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ปลื้มสุดชีวิต ฌอน ไซม่อน ลูกชายสุดหล่อ คว้าปริญญาตรี ม.ดังอเมริกา สำเร็จ

ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ปลื้มสุดชีวิต ฌอน ไซม่อน ลูกชายสุดหล่อ คว้าปริญญาตรี ม.ดังอเมริกา สำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.58 น.

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดในชีวิตของตัวแม่ระดับจักรวาลอย่าง “ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” นางงามจักรวาลคนที่ 2 ของเมืองไทย ที่ล่าสุดมีเรื่องราวสุดน่ายินดีให้คนเป็นแม่ได้ยิ้มแก้มปริและภาคภูมิใจอย่างที่สุด

โดย “ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์” ได้ออกมาเผยโมเมนต์สุดตื้นตันใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว แฟร์ภาพความสำเร็จของลูกชายสุดที่รัก “ฌอน ไซม่อน” ที่ตอนนี้เติบโตเป็นหนุ่มหล่อเต็มตัว แถมยังเก่งรอบด้าน จนสามารถสำเร็จการศึกษาคว้าปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ Marshall School of Business มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (University of Southern California) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาครองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วงานนี้ทำเอาคุณแม่ปุ๋ยปลื้มใจจนกลั้นความรู้สึกไว้ไม่อยู่ ท่ามกลางแฟน ๆ และเพื่อนพ้องในวงการที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จก้าวสำคัญของน้องฌอนกันอย่างล้นหลาม

ฮอตระดับฮอลลีวูด แอลลี่ อชิรญา ดินเนอร์ชิลๆรวมแก๊งสาวอินเตอร์

ฮอตระดับฮอลลีวูด แอลลี่ อชิรญา ดินเนอร์ชิลๆรวมแก๊งสาวอินเตอร์

ฮอตระดับฮอลลีวูด แอลลี่ อชิรญา ดินเนอร์ชิลๆรวมแก๊งสาวอินเตอร์

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.42 น.

จากงานรับปริญญาสุดปัง สู่มีตติ้งแก๊งค์สาวฮอตระดับฮอลลีวูด! แอลลี่ อชิรญา บินไปรับปริญญาที่ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา  แต่ก็ว๊าบแอบมีโมเมนต์น่ารักนัดดินเนอร์ชิลๆรวมแก๊งสาวอินเตอร์จากหนัง Perfect Girl ที่ Los Angeles ทั้ง Arden Cho, Adeline Rudolph ,Emily Mei และ Samantha Cochran แค่เห็นภาพรวมตัวก็สัมผัสได้ถึงเคมีสุดจึ้ง จนแฟนๆ แห่บอก “อยากดูหนังแล้วสิ!” 

ควันหลงคานส์ เผยลุคทักซิโด้สุดเนี๊ยบ อาเล็ก ธีรเดช แท็กทีมโกอินเตอร์

ควันหลงคานส์ เผยลุคทักซิโด้สุดเนี๊ยบ อาเล็ก ธีรเดช แท็กทีมโกอินเตอร์

ควันหลงคานส์ เผยลุคทักซิโด้สุดเนี๊ยบ อาเล็ก ธีรเดช แท็กทีมโกอินเตอร์

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.38 น.

หลังจากที่กลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลสำหรับการปรากฏตัวของหนุ่ม “แบมแบม-กันต์พิมุกต์” บนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ประจำปี 2026 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ล่าสุดมีการเปิดเผยควันหลงเรื่องราวความภาคภูมิใจของภาพยนตร์ไทยเพิ่มเติม เมื่อพระเอกหนุ่มฮอต “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงนำจากภาพยนตร์ระทึกขวัญฟอร์มยักษ์เรื่องเดียวกันอย่าง “คำสารภาพของหมอผี” (The Confession of Shaman) ของค่าย M Studio ได้ร่วมแท็กทีมก้าวสู่พรมแดงอันทรงเกียรติในค่ำคืนประวัติศาสตร์นั้นด้วยเช่นกันเพื่อเป็นตัวแทนประกาศศักดาภาพยนตร์ไทยในเวทีโลก

การปรากฏตัวบนพรมแดงคานส์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของทีมภาพยนตร์ “คำสารภาพของหมอผี ซึ่งหนุ่มอาเล็กมาในลุคทักซิโด้สีดำคัตติ้งเนี้ยบสุดคลาสสิก พร้อมหูกระต่ายผ้าซาติน เผยออร่าความหล่อและความมั่นใจระดับสากลได้อย่างสมศักดิ์ศรี

โรส ศิรินทิพย์ เปิดใจเป็นทอมแต่ที่บ้านไม่ยอมรับกับช่วงเวลาปลดล็อกทลายกำแพงภายในใจ

โรส ศิรินทิพย์ เปิดใจเป็นทอมแต่ที่บ้านไม่ยอมรับกับช่วงเวลาปลดล็อกทลายกำแพงภายในใจ

โรส ศิรินทิพย์ เปิดใจเป็นทอมแต่ที่บ้านไม่ยอมรับกับช่วงเวลาปลดล็อกทลายกำแพงภายในใจ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.19 น.

เมื่อ โรส ศิรินทิพย์ ควง ฟ้า ศุภภัทรา เปิดใจใน Club Friday Show  งานนี้ “โรส ศิรินทิพย์” เปิดใจรู้ว่าตัวเองเป็นทอมแต่ที่บ้านไม่ยอมรับเป็นปัญหามาก รู้สึกอึดอัดใจ ทำให้เกิดกำแพงระหว่างตัวเองและครอบครัว และช่วงเวลาปลดล็อกทลายกำแพงภายในใจกับคนในครอบครัว แม่เปิดใจยอมรับสิ่งที่ลูกเป็น ไม่ใช่ว่าไม่ยอมเปลี่ยน “โรส ศิรินทิพย์” เคยลองคบผู้ชาย แต่ใจก็ยังชอบผู้หญิง…  “ฟ้า ศุภภัทรา” รับเริ่มจีบ “โรส”  ก่อน แต่ที่ “โรส” ยอมเป็นแฟนด้วยเพราะกลัวตายจริงหรือไม่ !? ชอบมาก “ขอหมั้นไว้ก่อน เดี๋ยวให้แม่ไปขอ ……

 โรส รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่

โรส ศิรินทิพย์ เรารู้ตัวตั้งแต่อนุบาล 3 ว่าไม่ชอบเล่นเป็นเด็กผู้หญิง ผู้หญิงที่เราชอบคือตอนอนุบาล 3

ครอบครัวกับการยอมรับเป็นปัญหาไหมเอ่ย?

โรส ศิรินทิพย์ : เป็นปัญหามากเลยค่ะ ไม่ได้นะผู้หญิงเกิดมาต้องคู่กับผู้ชายนะ ก็กลายเป็นครอบเราอยู่ว่าไม่ได้ต่อให้เรารู้สึกยังไง มันก็ไม่ได้ รู้สึกอึดอัดมาก กลายเป็นว่าเราก็ไม่สามารถที่จะสนิทกับที่บ้านได้เพราะเรารู้สึกว่าเรื่องนี้มันคือ กำแพงที่เราพูดกับเขาไม่ได้

 มีความลับอะไรบางอย่างอยู่ในใจตลอดเวลา

โรส ศิรินทิพย์ ใช่ค่ะ

 มีช่วงเวลาไหนไหมเอ่ยที่บ้านมีอาการเริ่มเปิดใจหรือยอมรับได้

โรส ศิรินทิพย์ มีบางคืนที่นอนคุยกันกับคุณแม่แล้วก็เขาก็พูดถึง แม่ที่โทรมาแล้วมีลูกแบบนี้แล้วก็จะร้องละ เราก็บอกเขาไปตามตรงว่าแม่ก็น่าจะรู้เนอะว่าชีวิตเราเป็นยังไง เขาก็บอกว่าเขาก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น พอเขาได้เห็นมุมของลูกสาวที่โทรมาว่าแม่ไม่เข้าใจเลยเขาก็เริ่มเหมือนกับมองเห็นว่า โรส น่าจะทุกข์ใจแบบนี้เหมือนกัน โรส เองไม่ได้มีความสุขกับการแบบไม่บอกเขา

ไม่ใช่ไม่ลองเปลี่ยนบางครั้งก็เลยลองคิดว่า ลองคบแฟนที่เป็นผู้ชายก็ลองดูได้

โรส ศิรินทิพย์ ใช่ค่ะ ลองดู ลองคุยดูก็คุยกันสักพักนึงก็รู้สึกว่าอาจจะยังนะ!! ไม่น่าจะได้เพราะว่าเราก็จะรู้ตัวเองว่าความรู้สึกของเรามันไม่เหมือนความรู้สึกที่เรารู้สึกกับผู้หญิงอะไรอย่างนี้ค่ะ

ความรักครั้งสุดท้าย ใครเริ่มก่อน?

ฟ้า ศุภภัทรา : จริงๆเป็น ฟ้า นะเพราะว่าจริงๆจบงานแล้ว ฟ้า ยังไปคุยกับเขาอยู่เห็นแบบว่าน่ารักดีชอบ

โรส ศิรินทิพย์ ก่อนเจอเขาไม่นานเลย เราไปเห็นโพสต์ของคนคนนึงเขาอยู่คนเดียวแล้วเขาแข็งแรงมาตลอดเลย แล้วอยู่มาวันหนึ่งอยู่ๆเขาเป็นสโตรกแล้วเราเลยมองเห็นตัวเองว่า เราอยู่คนเดียวแล้วจะยังไงดี

สรุปคบกับฟ้าเพราะว่ากลัวเป็นสโตรก

โรส ศิรินทิพย์ ใช่ค่ะ

“ขอหมั้นไว้ก่อน” ยังไงเอ่ย?

ฟ้า ศุภภัทรา : ฟ้าเคยพูดกับเขาตอนที่คบกันตอนแรกๆว่า ชอบๆเดี๋ยวให้แม่ไปขอก็เลยพาเขาไปเลือกแหวนวันเกิดแล้วก็พาไปดินเนอร์แล้วก็บอกว่าขอหมั้นไว้ก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวให้แม่ไปขอ

 แต่เขาเองก็ไม่เจ้าชู้ใช่ไหมเอ่ย

ฟ้า ศุภภัทรา : ไม่ค่ะ คิดว่านะคะ

ส้มเช้ง กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน

ส้มเช้ง กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน

ส้มเช้ง กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.40 น.

“ส้มเช้ง สามช่า” กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน สวนกลับชาวเน็ตแซะของานเอาเงินไปทำหน้า ทำไมไม่ขอ “เท่ง เถิดเทิง”

“ส้มเช้ง สามช่า” ขอเปิดใจ หลังต้องปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเซ่นพิษเศรษฐกิจ ประกาศขอรับงานรีวิวทุกชนิดเพื่อหาเงินมาลงทุน แต่กลับถูกคนบางกลุ่มซ้ำเติมว่าหาเงินไปทำหน้า วันนี้ควงลูกสาวคนเล็ก “น้องคิม” เล่าความภูมิใจ เรียนจบป.โทที่อังกฤษ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย”  และ “เป๊กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ล่าสุดน้องคิมจบป.โทที่อังกฤษ สาขาอะไร?

คิม : ดิจิทัลมาเก็ตติ้งค่ะ 

ไปต่อปริญญาโทกี่ปี?

คิม : ประมาณปีครึ่งค่ะ

 พี่ส้มภูมิใจ?

ส้มเช้ง : สุด เราเด็กต่างจังหวัด เรียนน้อย ลูกไปเรียนถึงต่างประเทศ เรารู้สึกดีใจกับเขาด้วย 

 คิม : ต่อยอดความฝันให้แม่ค่ะ แม่อยากได้แฟนอังกฤษ อยากได้แฟนฝรั่ง 

ส้มเช้ง : ไม่ใช่ความรู้เหรอ

 คิม : แม่เฉลยเขาไปเถอะ (หัวเราะ)

พี่ส้มอยากมีแฟนเป็นคนอังกฤษ?

ส้มเช้ง : ใช่ แม่ไม่ได้ไป ส่งลูกไปแทน (หัวเราะ) 

ความฝันของแม่สำเร็จมั้ย?

คิม : ไม่สำเร็จค่ะ ตอนนี้ส่งแม่ไปอเมริกาสิ้นปีแทน 

ส้มเช้ง : ส่งไปหาผัว (หัวเราะ)

กลับมานานหรือยัง?

คิม : จะสองเดือนแล้วค่ะ 

แพลนอะไรไว้อยู่ไทย?

คิม : คิมมีสมัครแอร์ฯ ไว้ค่ะ จริงๆ อยากช่วยแม่ทำคอนเทนต์ยูทูปให้ได้เหมือนเดิม เขามีเรื่องเครียดด้วย ก็อยากหาแบรนด์ทำกับพี่ส่าวค่ะ 

แต่เบื้องต้นอยากเป็นแอร์โฮสเตส เพราะอะไร?

คิม : จริงๆ เป็นความฝันตั้งแต่เด็กแล้ว แม่พาไปเที่ยว แล้วรู้สึกว่าแอร์ฯ เขาหน้าตาดีกันเนอะ เราก็หน้าตาไม่แย่ เราเป็นได้นี่

แม่ไม่อยากให้เป็น?

ส้มเช้ง : อยากให้เป็น แต่ไปเรียนอังกฤษมาได้ภาษา อยากให้ไปเป็นแอร์ฯ ต่างประเทศ ไปโน่นไปนี่ ไปกาตาร์ แต่น้องบอกว่าไม่ใช่ อยากเป็นแอร์ที่ประเทศไทย 

 คิม : ก็ได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมา รู้สึกว่าชอบตัวเองตอนอยู่ที่ไทยมากที่สุดแล้ว ก็เลยอยากหาสายการบินที่ไทยมากกว่า จะได้อยู่ใกล้แม่ด้วย 

ช่วงไปเรียนปริญญาโท ลองไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก ไม่ชอบหรือยังไง?

คิม : มันไม่ถือว่าไม่ชอบ แต่รู้สึกว่าอยู่ไทยสบายใจกว่าเยอะมาก ทุกอย่างสะดวกกว่า คิมเลือกอาหารการกินเป็นหลัก ฉะนั้นอยู่ไทยเหมาะกับตัวคิมมากที่สุด

ส้มเช้ง : คิมกินเก่ง อาหารไทยได้หมดเลย ส้มตำ ยำ ลาบ น้ำพริก 

ตอนไปเรียนป.โทที่โน่น ทำอาหารกินเองมั้ย?

คิม : ทำค่ะ แต่ให้คนอื่นทำให้ (หัวเราะ)

ช่วงไปเรียนป.โทที่อังกฤษ นอกจากเรียนไปทำพาร์ทไทม์ด้วย?

คิม : ใช่ค่ะ ทำสองที่ ตอนแรกคิมไปไล่ถ่ายรูปตามเอาท์เลตให้เขา อย่างที่สองคือทำที่ร้านอาหารไทย 

แม่ว้าวมาก อยู่บ้านไม้กวาดไม่เคยจับ อยู่โน่นไปล้างจ้าง?

ส้มเช้ง : เราเลี้ยงมา ลูกคนเล็กเนอะ เขาเกิดมาค่อนข้างสบาย มีแม่บ้าน เขาเลยไม่ต้องทำอะไรเลย พอเขาส่งรูปมาเราตกใจ เจ้าของร้านบอกคุณส้ม ต่อไปคุณส้มสบายแล้วนะ ไล่แม่บ้านออกเลย ตอนนี้คิมทำเป็นหมดแล้ว เราช็อกเลย ลูกกูทำได้ขนาดนี้เหรอ (หัวเราะ) ภูมิใจค่ะ ได้หน่อยเดียว กลับมาก็ไม่เห็นทำเหมือนเดิม

พอไปอยู่ต่างประเทศ ต้องช่วยเหลือตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ร้านอาหารเป็นยังไงบ้าง?

คิม : มันสนุกมาก มันเป็นอะไรใหม่ๆ มาก หนูได้ลองคุยกับชาวต่างชาติมากขึ้น ได้เสิร์ฟอาหาร ได้รู้จักเมนูอาหารมากกว่าเดิม สนุกเลย ได้กวาดบ้าน ถูบ้าน

ส้มเช้ง : ทำไมเธอไม่เอาความสนุกมาทำที่บ้านบ้างล่ะ

คิม :   อันนั้นได้เงิน (หัวเราะ) หนูได้เจอสังคมดีๆ จากร้านอาหารเยอะมากค่ะ ถ้าแม่ให้เงิน หนูทำได้นะ (หัวเราะ) 

ทำพาร์ทไทม์ชั่วโมงเท่าไหร่?

คิม :   ชม.ละ 500-600 ประมาณนี้ค่ะ ทำวันนึง 6 ชม.ค่ะ 

ส้มเช้ง :   3 พัน แม่ให้วันละ 300 ได้เลย 

อยู่โน่นไม่เคยขอเงินค่าขนมแม่เลย?

คิม : มีบ้างค่ะ ถ้าเกิดว่าหนูเหนื่อยจากการทำงาน มีวีกที่พักแล้วขอแม่ 

ส้มเช้ง : เราแพลนให้เรียบร้อยแล้วว่าที่ส่งไปเรียน มีเงินก้อนนี้นะ ให้เขาเมเนทเอง ตอนหลังไม่พอ โทรมาขอ นี่ก็โวยไป แล้วก็ส่งไปอยู่ดี 

พอกลับมาไทย ยังไม่ได้มีงาน แต่ไม่ได้ขอเงินคุณแม่?

คิม : ขอพี่สาวแทนค่ะ 

ไปอยู่อังกฤษกับใคร?

คิม : อยู่คนเดียวค่ะ ไม่เหงา เพราะเพื่อนคนไทยเต็มไปหมดเลย 

ก่อนคิมไปเรียนป.โทที่อังกฤษ พี่ส้มเป็นห่วงหนักมาก?

ส้มเช้ง : เขาเป็นลูกคนเล็ก แล้วคิมเป็นคนติดบ้านมาก คิมไม่ไปไหนเลย อยู่บ้านอย่างเดียว หิวก็ออกมากิน กินเสร็จเข้าห้อง 

อินโทรเวิร์ตเหรอ?

ส้มเช้ง : แบบนั้นเลย

คิม : จริงๆ ไม่อินโทรเวิร์ตค่ะ คิมแค่ขี้เกียจ (หัวเราะ)

ส้มเช้ง : ไม่เที่ยวด้วย เราก็คิดว่าลูกฉันโลกจะกว้างกว่านี้มั้ย พอเขาบอกจะไปเรียนอังกฤษ โอ้โห ไปเลยลูก อะไรส่งลูกได้เต็มที่เลย ตอนแรกเป็นห่วงมาก อย่างน้อยตอนได้คุยกัน คิมอยู่ได้เหรอคนเดียว จะไปเรียนได้เหรอ ก็ส่งไปเรียนภาษาก่อน กลับมาบอกว่าแม่ หนูได้ ก็ไปสอบเรียบร้อย พอไปส่ง เห็นที่พักอีก ไปดูไปอยู่กับเขา 10 กว่าวัน แต่ตอนเราจะกลับ เราเห็นแล้วว่าห้องพักใหญ่โอเค สบาย แต่จะมีปัญหา ตอนเขาเลิกเรียน ประมาณ 6 โมง อังกฤษมันมืดแล้ว ลูกต้องเดินข้ามถนน มันค่อนข้างเปลี่ยว ก็โทรหา เราแพลนเวลาลูกเลิกเรียนแล้วก็โทรไป วันไหนโทรไปแล้วไม่รับ จะโทรอยู่นั่นแหละ แล้วส่งสติ๊กเกอร์ ไม่รับสักที ไม่ตอบกลับสักที ลูกตอบกลับผ่านไปสักประมาณ 3-4 ชม. แม่ หนูหลับอยู่ 

ที่เรียนกับที่พักค่อนข้างไกล มีเหตุการณ์อะไรน่ากลัว?

คิม : มีบ้างค่ะ ช่วงรอบัสกลับหอ มีคนเดินมาถามว่าสนใจโอเพ่นรีเลชั่นชิพมั้ย หนูรีบเดินเลยค่ะ น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่คบได้หลายคน 

ส้มเช้ง : หน้าตาเป็นไงลูก

คิม : น่ากลัวค่ะ หนูอยู่คนเดียว หนูถ่ายคลิปแล้วเดินหนีมาเลย 

อีกเรื่องที่พี่ส้มห่วง คิมเรียนคลาสเดียวกับอดีตคู่หู แฟนเก่า?

ส้มเช้ง : คู่หูเขาเป็นผู้หญิง ลูกแนะนำมาคือเป็นเด็กผู้หญิงคนนึงน่ารัก แล้วเราเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา เริ่มซอยผมสั้น เราเข้าใจแล้ว ลูกคบคนนี้ ตั้งแต่โตเป็นสาวเลย คนเดียว กี่ปีนะ

คิม : ประมาณ 6 ปีค่ะ

ส้มเช้ง : เห็นความน่ารักของเขาสองคน เทคแคร์ ดูแลกัน แล้ววันนึงลูกบอกเขามีคนอื่น ลูกก็ร้องไห้ เราก็ปลอบลูก ถ้าเขาไม่เห็นความดีของลูกก็อย่าไปสนใจเลย ทำใจเนอะ คนเรามันไม่ใช่เนื้อคู่กัน ความฝันของเราคือวันใดลูกไปเรียนต่างประเทศ ลูกฉันจะได้แฟนฝรั่ง ฉันจะได้หลานตาสีฟ้า คิดไปต่างๆ นานา แต่นี่ปัญหาคือต้องบินไปเรียนด้วยกัน แต่ก่อนเรียนมีปัญหา แล้วเลิกกัน

ตอนแรกแพลนไปต่อโทด้วยกัน สุดท้ายเลิกกันซะก่อน?

คิม : ใช่ 

ส้มเช้ง : แล้วที่พีกไปกว่านั้น คิมไปสอบติดเรียบร้อยแล้ว จะบิน อีกคนสอบไม่ติด นี่ก็รออยู่กี่เดือน

คิม : ช่วงก.ย. ถึง ม.ค. 

ส้มเช้ง : ตอนนั้นเริ่มระหองระแหง แต่นี่รักเขา ก็รอ แต่ทุกอย่างแพลนไปแล้ว ก็ต้องช้าไปอีก แต่ก็เข้าใจลูก รอก็รอ สุดท้ายแล้ว รอ เลิก 

เขาสอบติดมั้ย?

คิม : ติดค่ะ เรียนอยู่คลาสเดียวกัน หนูไม่อึดอัด หนูรู้สึกว่าหนูเต็มที่กับความสัมพันธ์นี้ไปแล้ว เลยไม่รู้สึกเสียดายอะไรเลย อาจเหลือแค่ความเสียใจ ความเศร้าเท่านั้นเองค่ะ ก่อนไปอินกับครอบครัว อินกับเพื่อน เพราะเขาเป็นฝ่ายให้กำลังใจเราดีมากๆ หนูร้องไห้ก็มากล่อมจนหนูหลับเลย แม่ก็จะไลน์มาถามว่าวันนี้เจอเขาหรือเปล่า เป็นยังไงบ้าง 

ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะมูฟออน?

คิม : จนเรียนจบเลยค่ะ เพราะยังต้องเจอกันทุกวันๆ มันไม่ได้ใช้เวลาลองอยู่ด้วยตัวเองสักครั้ง ก็นั่นแหละค่ะ ใช้เวลาปีครึ่ง

ส้มเช้ง : แอบแย็บถามว่าเป็นยังไงบ้าง เขาบอกว่าแม่ หนูโอเคตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้วนะ เราก็โอเค โล่งใจ 

ระหว่างนั้นเราโสด เป็นสาวไทย ก็ป๊อบปูลาร์ในหนุ่มต่างชาติ?

คิม : มีหนุ่มรัสเซียค่ะ วาเลนไทน์เขาทักมาถามว่าอยากได้ดอกไม้มั้ย เพื่อนก็บอกว่าก็เอาสิ จะได้ถ่ายคอนเทนต์ด้วย หนูก็โอเค เอามาให้ เขาบอกขอขึ้นห้องได้มั้ย หนูบอกว่าไม่ได้ เขากลับไปก็รีบบอกแม่ แล้วตลกมาก ดอกไม้ดอกเดียว ขอขึ้นห้องเลย (หัวเราะ) 

คิมชอบชาวต่างชาติมั้ย สเปกมั้ย?

คิม : จริงๆ ชาวต่างชาติก็หล่อนะคะ หน้าตาดีทั้งนั้นเลย แต่หนูไม่ชอบ รู้สึกว่าด้วยลักษณะนิสัย เคาท์เจอร์ต่างกัน เวลาเล่นมุกไปเขาไม่เก็ต ชอบคนไทยมากกว่า 

ส้มเช้ง : ผิดหวัง ชีวิตจะมีคู่ ทำไมต้องเล่นมุกหรือไง 

คิม : เขาไม่เก็ตเราไงแม่

ส้มเช้ง : ไม่เก็ตก็ไม่เป็นไร ชีวิตคู่ไม่ต้องเล่นมุกกันทุกวันลูก

คิม : มันต้องเล่น หนูชอบไร้สาระ 

ส้มเช้ง : แม่ผิดหวังมาก เพราะอย่างที่บอกอยากได้หลานตาสีฟ้า เขาบอกเขาเปิดใจกับความรักไม่ได้จำกัดว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย พอมีผู้ชายมาจีบเรามีความหวังเลย 

ดันลูกไม่ได้ ทำไมไม่ดันตัวเอง?

ส้มเช้ง : นี่ไง เขาบอกว่าเจ้าของร้าน พี่ตุ้ม เขาบอก แม่ เขาวัยเดียวกับแม่เลยนะ กลุ่มเพื่อนเขาได้ผัวฝรั่ง 70 ทุกคนเลยแม่ แม่มาแม่ได้เลย แม่เข้าก๊วนนี้ได้เลย พี่ตุ้มเขามีก๊วนเพื่อนสามีของเขา 

สนใจมั้ย อายุ 70 หมดเลย?

ส้มเช้ง : ก็ได้อยู่นะ (หัวเราะ)

ช่วงคิมกลับมาอยู่ไทยสองเดือน พี่ส้มน้อยใจ คิมไม่ค่อยได้กลับมาหาพี่ส้ม?

ส้มเช้ง : เห็นหน้าสองครั้ง มาแว็บๆ ด้วย ลูกอยู่โน่นเราคิดถึงอยู่แล้ว พอลูกมาถึงเมืองไทยปุ๊บไปกินปิ้งย่าง หมูกระทะก่อนเลย วันนั้นก็ไม่ได้เจอกัน ก็ผ่านไป จนเข้าอาทิตย์ที่สอง ก็มาเจอกัน เจอได้แค่แป๊บเดียว เรายังโหยหาลูก เรานอยด์ บางอารมณ์ก็อยากข่มอารมณ์ให้ดีๆ ก็โทรหาเขา ก็ถามว่าตกลงกลับจากอังกฤษหรือยัง ฉันไม่เห็นหน้าเธอเลย เขาบอกแม่ว่างวันไหน เดี๋ยวหนูเข้าไป ก็หายไปอีก จนกระทั่งเพิ่งได้มาเจอกัน 

ช่วงนี้ยิ่งนอยด์ สถานการณ์ไม่ค่อยดี ทุกอย่างติดขัดไปหมด?

ส้มเช้ง : พี่มีความดื้ออยู่ในตัว ตั้งแต่ไม่ได้อยู่บริษัท ออกมาปุ๊บ เขาบอกว่าชีวิตแม่พอแล้ว แม่ต้องหยุด ต้องเที่ยว แม่หาความสุขอย่างเดียว แม่อยากไปไหน แม่ไปเลย ทั้งสองคน ลูกเชียร์แบบนี้ แต่พี่ดื้อ พี่อยากทำโน่นทำนี่ พี่เป็นคนขยันคนนึง เห็นช่องทางทำมาหากิน ก็น่าจะได้ เงินจะงอกเงยขึ้นมา พี่มีเงินอยู่ก้อนนึงไว้ทำธุรกิจ ก็เอามาลง แต่พอลงก็ไม่เป็นอย่างที่เราหวัง ก็ขาดทุน หายร่อยหรอไป ก็เจอโปรเจกต์นึงก็เอาไปลง อันนี้แหละ ก็ลงไปเยอะ สรุปคือละลาย 

ล่าสุดคือร้านก๋วยเตี๋ยว?

ส้มเช้ง : ใช่ แล้วมีอีกตัวนึงซึ่งไม่ได้ออกสื่อ เป็นอีกธุรกิจนึง เราก็ไว้ใจคนมากเกินไป ตัวนี้ก็หมด ละลายเลย 

ช่วงที่หนักสุดๆ ถึงแม้ไม่ได้เจอหน้าคิม มีโทรไปร้องไห้กับลูก?

คิม : จริงๆ วันนั้นแม่โทรหาพี่สาว พี่หยกค่ะ พี่หยกก็รีบโทรตามเลย ว่าแม่ไม่ยอมกลับบ้าน ไปนั่งอยู่ร้านอาหาร ก็เลยรีบไป จนรู้เรื่องว่าแม่เครียด แม่เขาไม่ค่อยบอกหนูค่ะ เขาบอกพี่หยก หนูไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอมารู้ทีหลัง ก็รู้สึก…(ร้องไห้) ยากจัง หนูช่วยแม่ไม่ได้เลย 

ให้กำลังใจแม่ยังไง?

ส้มเช้ง : เขากอดก่อน แล้วก็ร้องไห้ หยกก็ร้องไห้ แล้วบอกว่าแม่รู้มั้ย ทุกครั้งที่แม่โทรไปแล้วเสียงแม่เหนื่อยมาก หนูไม่มีความสุขเลย (ร้องไห้) คนที่เหนื่อยมากกว่าแม่คือหนู หนูเครียด (ร้องไห้) หนูไม่อยากได้ยินเสียงแม่ที่เหนื่อยแบบนี้ (ร้องไห้) หนูอยากได้ยินเสียงหัวเราะของแม่ พี่รู้สึกว่าพี่ผิดมาก พี่ทำให้ลูกเสียใจ ร้องไห้ กอดเขาแล้วบอกว่าแม่ขอโทษ เราไม่รู้ว่าลูกเซนซิทีฟ หยกเคยมีภาวะซึมเศร้า หยกต้องกินยา ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เหมือนอย่างที่บอก เขาไม่อยากให้เราทำอะไรแล้ว แม่สบายแล้วนะ ไม่ต้องลำบากก็สามารถมีชีวิตมีความสุขได้แล้ว แม่ก็โทษตัวเอง เป็นเพราะแม่ดื้อ แม่โกรธตัวเอง เขาบอกแม่ไม่ต้องโกรธหรอก เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยมี เรากลับไปอยู่บ้านเช่าก็ได้ เมื่อก่อนเราอยู่บ้านเช่านี่ เราก็บอกว่าไม่ถึงขนาดนั้น ทรัพย์สมบัติเรายังมี เราไม่ได้ขายทรัพย์สมบัติอะไรเลยสักอย่าง เขาก็บอกคนแย่กว่าเรามีตั้งเยอะ แล้วทำไมแม่ต้องเอาเสียงเศร้าๆ มาฝากหนู ก็เลยขอโทษเขา สัญญาว่าโอเค แม่ไม่คิดแล้ว แม่ไม่ทำแล้ว มันจมปลักกับความคิดตัวเอง โทษตัวเอง 

เวลามีอะไรไม่ได้ตามที่หวังก็จะเล่าให้ลูกสาวคนโตฟัง แต่กับคิมไม่ค่อยเล่าให้เขาฟังเพราะอะไร?

ส้มเช้ง : อาจจะอยู่กับหยกตลอด มีอะไรก็โทรหาหยกตลอด หยกจะมีความเป็นผู้ใหญ่ หยกเหมือนเป็นแม่อีกคนของคิมเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้น พี่จะเล่าให้หยกฟัง หยกก็จะไปซัปพอร์ตตัวน้องอีกที เราก็เลยเหมือนสนิทกับหยกมากกว่า แต่รักลูกเท่ากัน คิดว่าหยกมีความเป็นผู้ใหญ่ รับเรื่องของเราได้ ไม่อยากให้เล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกรับรู้แล้วไม่สบายใจ

พอคิมรู้ว่าแม่ไม่ค่อยสบายใจ เศร้าแค่ไหน?

คิม : เศร้าค่ะ หนูกลายเป็นคนใช้ชีวิตปกติอยู่คนเดียว ไม่ได้รับรู้เรื่องเครียดๆ ของที่บ้านเลย (ร้องไห้) ถ้าหนูรู้ หนูอาจใช้ชีวิตระวังกว่านี้ ไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้ค่ะ พี่หยกจะมีความสุขยังไม่กล้ามีเลย แต่หนูมีความสุขทุกวัน (ร้องไห้) 

หลังจากนี้คุณแม่สามารถเล่าให้คิมฟังได้มั้ย?

คิม : ได้ค่ะ แม่บอกหนูได้นะ หนูไม่ชอบมารู้ทีหลังแบบนี้เลย หนูห่วงแม่ค่ะ ตอนที่รู้เรื่องก็ช็อก แม่กับพี่หยกนั่งร้องไห้ หนูแบบ เกิดอะไรขึ้น หนูไม่เคยรู้ดีเทลขนาดนั้นเลย แต่ตอนนี้แค่รู้สึกว่าทุกอย่างมีทางออกหมดแล้วค่ะ เหลือแค่แม่มูฟออน ใช้ชีวิตให้มีความสุขแล้ว แม่ไม่จมปลัก

ส้มเช้ง : แค่ความรู้สึกเท่านั้นเอง 

ร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนจะมาดี เกิดอะไรขึ้น?

ส้มเช้ง : ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าเศรษฐกิจไม่ดี โน่นนี่นั่น ร้านใหญ่เกินไป ลูกน้องเยอะเกินไป แบกภาระไว้เยอะเกินไป จนเกินกว่าเราจะแบกได้ ตอนนั้นเรามีทุนอยู่สบายๆ เราซัปพอร์ตวันละหมื่นสองหมื่นเราไม่สนใจเลย อยากให้ลูกน้องอยู่ แต่พอมันร่วงทุกอย่างสะสม ยิ่งอีกธุรกิจนึงที่เราไปลงแล้วมันสะดุด มาคิดต่อเดือนเราจ่ายหลายแสนมาก ที่เราต้องจ่ายแบบนี้ เป็นโดมิโน่เลย

ร้านก๋วยเตี๋ยวขาดทุนประมาณไหน?

ส้มเช้ง :   เอาชัดๆ เลยมากกว่า 3 เดือนเข้าเนื้อตลอด 6 หลัก เยอะเลย 

รวมตัวเลขในการทำธุรกิจที่ไม่สำเร็จไป สักเท่าไหร่?

ส้มเช้ง : 16 ล้าน ทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวและอีกธุรกิจ 

มันผิดพลาดตรงไหน?

ส้มเช้ง : อีกธุรกิจนึง เราเชื่อใจคนมากเกินไป

โดนโกง?

ส้มเช้ง : ประมาณนั้น เป็นเรื่องการลงทุน 

ก็เลยกระทบกับร้านก๋วยเตี๋ยว ตอนมาโปรโมตร้านก๋วยเตี๋ยวกับน้องหยก ตอนนั้นขายดีมาก?

ส้มเช้ง : ขายดีมาก อันดับหนึ่งคนที่ไป ต้องกินไส้ทอด เป็นสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้านเลย ถ้าปีนี้ 30 คณเกิดมาไม่เคยกินไส้ทอดรสชาติแบบนี้เลย ยอดขายดีมากๆ เลย 

มาไลฟ์สดในติ๊กต๊อก อยากได้งานทำ ติดขัดเรื่องการเงิน ตอนนี้ติดขัดขนาดไหน?

ส้มเช้ง : ต้องบอกว่าเงินที่เก็บไว้เป็นทุนทำธุรกิจ มันละลายหมดเลย มันไม่เหลือเลย พอเราจะเริ่มต้นใหม่ ก็ไม่ใช่กับการที่เราจะไปหยิบในก้อนของลูก ที่เราแบ่งไว้ จะเอามาลงกับตรงนี้มันก็ไม่ใช่แล้ว ก็อยากยืนด้วยตัวเอง ทำด้วยตัวเอง เราต้องหาทุนด้วยตัวเอง ก็เลยบอกว่าใครเห็นศักยภาพของส้ม ไปไลฟ์สดได้ รีวิวได้ ทำอะไรได้ ที่คุณมองเห็น สามารถทักมาได้เลย ตอนนี้อยากได้ทุนหนึ่งก้อน เพื่อลุยต่อ พี่ก็ไม่รู้จะลุยต่อเรื่องอะไร แต่เป็นที่ร้านแน่นอน แต่จะเป็นรูปแบบไหนยังไม่รู้ แต่ในใจพี่ที่คิดไว้ พี่จะไม่ทำเล็กๆ ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 55 บาทแล้ว 

ไลฟ์สดวันก่อน น้ำตาแตก มีคนเข้ามาให้กำลังใจเยอะ?

ส้มเช้ง : ใช่ พี่ค่อนข้างเซนซิทีฟ วันที่เรารู้สึกว่ามันแย่ แล้วมีคนมาซัปพอร์ต แค่อ่านว่าพี่ส้ม พี่เป็นคนเก่งนะ พี่ต้องลุกขึ้นมายืนได้แน่นอน ให้กำลังใจพี่ คอมเมนต์ที่อ่านแล้วซึ้งใจ ก็เก็บความรู้สึกปีติดีใจไม่อยู่

แต่มีบางคอมเมนต์ บอกว่าพี่ส้มหาเงินเอาเงินไปทำหน้า ทำไมไม่ไปขอพี่เท่งบ้าง พี่เท่งก็รวย อยากตอบอะไรกับคอมเมนต์พวกนี้?

ส้มเช้ง : ถามว่าคิดได้ไง ส้มตกงานนะคะ มาขอรีวิวนะคะ ถ้าเห็นศักยภาพของส้มก็ติดต่อมาได้ ส้มจะเอาเงินไปทำหน้าค่ะ มันใช่เหรอ คิดได้ยังไง คุณเมนต์มาอย่างนี้ก็ทำให้คนอื่นเขารู้ว่าคุณไม่ได้รู้จักเราจริง หน้าเราทำมา 9 ปีแล้วค่ะทุกคน แล้วที่ไปเกาหลี ไม่ได้ไปทำหน้า ไปเอเจนซี่ส่งลูกค้าศัลยกรรมที่เกาหลีด้วย อีกหนึ่งการงานที่เราทำอยู่ค่ะ 

 อีกคอมเมนต์ที่บอกทำไมไม่ไปขอพี่เท่ง?

ส้มเช้ง : เพื่อ! เงินเขา เป็นพี่น้องกันก็จริง ให้เขารวยขนาดไหน มองย้อนกลับไป ตั้งแต่เกิดมา พี่เท่งเป็นพี่ชาย เจอเท่งถามเท่งนะคะ แม้แต่สลึงเดียวไม่เคยขอเงินเท่ง เท่งอยู่บริษัทดัง เป็นเท่งเถิดเทิงดังแล้ว พี่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกสองคนอยู่บ้านเช่า ยังหาเช้ากินค่ำ ทำกับข้าวขาย หุงข้าวขาย พี่ลำบากมาก แต่ไม่เคยแบมือขอเงินเท่งแม้แต่บาทเดียว พี่คิดว่าถ้าพี่จะทำ พี่ทำด้วยตัวเอง พี่จะมีความภาคภูมิใจมากกว่า 

สูญเงินไป 16 ล้าน ทำให้เราเหมือนตกตะกอนชีวิต ได้ทำสิ่งนึงออกมา สิ่งนั้นคือ? 

ส้มเช้ง :   พี่ทำเพลงนึงออกมาค่ะ เพลงชื่อว่าตะวันตกดิน คนเราเกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีอะไรแน่นอน ตะวันอยู่สูงเสียดฟ้า ถึงเวลายังตกดิน 

จะได้ฟังเมื่อไหร่?

ส้มเช้ง : วันอังคารนี้ค่ะ ไปฟังที่ยูทูปได้เลย ทำไว้ประมาณครึ่งปีได้แล้ว ยังหาจังหวะออกไม่ได้ พอถึงจังหวะนี้มันสะท้อนตัวเอง มันใช่เลย ก็ขอออกช่วงนี้แหละค่ะ พ่อแหวง เป็นคนแต่งค่ะ เพลงนี้ความหมายดีมากๆ สุดจริงๆ พอได้ฟังที่พ่อเขาร้องแล้วบอกว่าพ่อ หนูอยากได้เพลงนี้เลย มันดีมากๆ ก็เลยทำ 

คิมฟังเพลงเต็มๆ หรือยัง?

คิม : ลองฟังแล้วค่ะ เป็นเพลงปลุกใจ ให้กำลังใจ มีดนตรีไทยสไตล์แม่ค่ะ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เส้นทางชีวิต สังข์ ดอกสะเดา วัย 63 ปี อดีตดาวตลกแถวหน้า สู่วิถีบั้นปลายอันสมถะ

เส้นทางชีวิต สังข์ ดอกสะเดา วัย 63 ปี อดีตดาวตลกแถวหน้า สู่วิถีบั้นปลายอันสมถะ

เส้นทางชีวิต สังข์ ดอกสะเดา วัย 63 ปี อดีตดาวตลกแถวหน้า สู่วิถีบั้นปลายอันสมถะ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.30 น.

เปิดประวัติและเส้นทางชีวิต “สังข์ ดอกสะเดา” สังข์ ดอกสะเดา อายุ 63 ปี  (เกิดปี พ.ศ. 2506 – เสียชีวิต 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) เป็นหนึ่งในศิลปินตลกสู้ชีวิตผู้สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน

สังข์ เป็นลุ่มน้ำมูลตัวจริงโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ.2506 ณ บ้านนิคม 6 ตำบลห้วยใต้ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่ออายุได้เพียง 4 ขวบ ครอบครัวได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านตาปาง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝั่งบิดา ในตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จากนั้นได้ย้ายมาเรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาที่บ้านเกิดของมารดา ณ บ้านหนองบัวบัลลังก์ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ จนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนจะเข้าสู่การสู้ชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง

ในฐานะคนในวงการบันเทิง สังข์ ได้ร่วมสร้างเสียงหัวเราะภายใต้คณะตลกชื่อดัง และมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับคนในวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เด๋อ ดอกสะเดา และ แดนนี่ ศรีภิญโญ

ชีวิตในวงการของสังข์เต็มไปด้วยมิตรภาพรอบด้าน เขาไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพ แต่ยังเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับ แดนนี่ ศรีภิญโญ โดยปลูกบ้านอยู่ติดกับบ่อน้ำของแดนนี่ และพึ่งพาอาศัยใช้น้ำในบ่อน้ำร่วมกันในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ สังข์ยังเป็นธุระช่วยดูแลที่ดินให้กับทั้งแดนนี่และเด๋อ ดอกสะเดา ควบคู่กันไปด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์

หลังจากโลดแล่นสร้างความสุขในเมืองกรุงมานาน ปัจจุบันสังข์ได้เลือกใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบและเรียบง่ายกับครอบครัวที่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

เขาเลือกวิถีชีวิตตามธรรมชาติในชนบท หากินตามวิถีพื้นบ้าน เน้นการรับประทานปลาน้ำจืด น้ำพริกป่นปลา และเก็บผักริมรั้วปลอดสารพิษเป็นอาหารหลัก ซึ่งเป็นภาพจำของความสมถะและรักในธรรมชาติของเขา

ในช่วงปลายเดือนเมษายน พ.ศ.2569 สังข์เริ่มมีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ ปอดไม่ค่อยดี มีอาการเหนื่อยหอบอย่างหนักจนต้องพ่นยาตลอดทั้งวันทั้งคืน และจำเป็นต้องให้ออกซิเจนประคองอาการตลอด 24 ชั่วโมง จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ไม่นาน ในช่วงประมาณวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2569 อาการของเขาได้ทรุดลงอีกครั้งจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งผลเอกซเรย์พบว่าเขาป่วยเป็น “มะเร็ง”

ตลอดระยะเวลาที่รักษาตัว ลูกๆ ได้คอยเฝ้าดูแลอาการของผู้อย่างใกล้ชิดด้วยความรัก จนกระทั่งในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.44 น. ลูกชายได้แจ้งข่าวเศร้าว่า “สังข์ ดอกสะเดา” ได้จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงผลงาน รอยยิ้ม และความทรงจำอันงดงามในใจของครอบครัว เพื่อนพ้องในวงการตลก และแฟนแฟนตลอดไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : คุณสังข์ ดอกสะเดา

วงการตลกเศร้า! สังข์ ดอกสะเดา จากไปอย่างสงบ ลูกชายเผยขอไม่ยื้อให้พ่อทรมาน

วงการตลกเศร้า! สังข์ ดอกสะเดา จากไปอย่างสงบ ลูกชายเผยขอไม่ยื้อให้พ่อทรมาน

วงการตลกเศร้า! สังข์ ดอกสะเดา จากไปอย่างสงบ ลูกชายเผยขอไม่ยื้อให้พ่อทรมาน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.23 น.

นักแสดงตลกชื่อดัง “สังข์ ดอกสะเดา” ได้จากไปอย่างสงบแล้ว ลูกชายโพสต์บีบหัวใจขอไม่ยื้อพ่อให้ทรมาน

18 พ.ค.69 ล่าสุด ลูกชายของ “สังข์ ดอกสะเดา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแจ้งข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่นี้ ระบุข้อความสุดซึ้งและบีบหัวใจว่า “ตอนนี้ พ่อเสียชีวิตแล้วนะครับ จากไปอย่างสงบ พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ จะทำตามทุกอย่างที่เคยคุยกันไว้ จะดูแลแม่อย่างดี”

นอกจากนี้ ก่อนที่ตลกชื่อดังจะเสียชีวิต ทางลูกชายยังได้มีการอัปเดตอาการป่วยและรายละเอียดการรักษาของคุณพ่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวในการตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยระบุว่า แพทย์แจ้งว่าคุณพ่อมีอาการออกซิเจนในเลือดต่ำเหลือเพียง 87% มีไข้ขึ้นสูง และความดันต่ำ ซึ่งการเข้าช่วยเหลือในนาทีวิกฤตมีความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปั๊มหัวใจที่อาจทำให้ซี่โครงหักหรือเกิดอาการเลือดออก

ซึ่งผลลัพธ์ของการยื้อชีวิตมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน คือ หากปั๊มหัวใจขึ้นมาได้ก็อาจต้องอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทา หรือหากปั๊มไม่ขึ้นคุณพ่อก็จากไปอยู่ดี ทั้งนี้ ทางครอบครัวและญาติๆ ได้ปรึกษาหารือกันอย่างถี่ถ้วนแล้ว โดยเห็นพ้องว่าให้ทีมแพทย์ช่วยอย่างสุดความสามารถ แต่หากสุดกำลังแล้วคุณพ่อไม่ไหว ก็ขออย่ายื้อไว้ให้ทรมาน เพราะไม่อยากให้คุณพ่อต้องเหนื่อยอีกต่อไป

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีเหล่าคนบันเทิง เพื่อนพ้องในวงการตลก รวมถึงแฟนคลับจำนวนมาก เข้ามาร่วมแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของ “สังข์ ดอกสะเดา” ต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและสร้างรอยยิ้มให้คนไทยมาอย่างยาวนาน

แนวหน้าออนไลน์ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

แซ่บขึ้นทุกปีจริงๆ สำหรับซุปตาร์สาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ที่ล่าสุดออกมาเสิร์ฟลุคฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 34 ปี แบบจัดเต็มความเซ็กซี่ จนแฟนๆ พากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์สนั่นโซเชียล

       โดยปีนี้ “ใหม่ ดาวิกา” มาในลุคเรียบแต่เผ็ดเกินต้าน กับเสื้อซีทรูสีขาวติดเลข 34 สีแดง แมตช์กับกางเกงในสีแดงตัวจิ๋ว เผยความสวยเซ็กซี่แบบมีคลาส จนแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างพากันเข้ามาอวยพรวันเกิด พร้อมชื่นชมความสวยออร่าของสาวใหม่ที่อายุเพิ่มขึ้น แต่ความหน้าเด็กและหุ่นเป๊ะยังเหมือนสาววัย 20 ต้นๆ

ขอบคุณภาพจาก : @davikah