เดอะ เรนโบว์ รูม เปิดตัวหนังสือ ‘วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต’ คู่มือผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้

เดอะ เรนโบว์ รูม เปิดตัวหนังสือ ‘วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต’ คู่มือผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้

เดอะ เรนโบว์ รูม เปิดตัวหนังสือ ‘วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต’ คู่มือผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม ศูนย์ความเข้าใจความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากประภาคาร เอ็ดดูเคชั่น ในเครือบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด เปิดตัวหนังสือ “วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต” (My Growing Journey) คู่มือพหุสัมผัสเล่มแรกที่ออกแบบมาเพื่อผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้ (เช่น ออทิสซึม ดาวน์ซินโดรม และ ADHD) โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เด็กๆ ก้าวข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ในช่วงก้าวสู่วัยรุ่นได้อย่างมั่นใจ โดยมี อาจารย์สุมิตรา พงศธร ประธานฝ่ายอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิกฯ สภาพการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเป็นประธาน

โรสซาลีน่า อเล็กซานเดอร์ แม็คเคย์ ประธานมูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม เล่าว่า “หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาพัฒนาเกือบ 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ให้ครอบครัวมีเครื่องมือในการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่มีความอ่อนไหวในช่วงวัยก้าวสู่วัยรุ่น อายุ 9-13 ปี เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและเพื่อน ความปลอดภัยทางกายภาพและทางอินเทอร์เน็ต ​ฯลฯ โดยเคารพจังหวะและวุฒิภาวะของลูกด้วย  และพิเศษที่สุดคือ ทุกเล่มจะมีคิวอาร์โค้ดที่ให้เข้าถึงหนังสือฉบับ       ดิจิตัล และกฎหมายที่เด็กและผู้ปกครองพึงทราบจากศาลยุติธรรมเป็นอภินันทนาการด้วย”

หนังสือเล่มนี้ได้รับเกียรติจาก  แอนเดรีย โรเธนเบอร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากนิวยอร์ก  ดร. ขวัญ หารทรงกิจพงษ์ และ ดร.เพลิน ประทุมมาศ  ผู้เชี่ยวชาญแนวหน้าในวงการความหลากหลายทางการเรียนรู้ร่วมเป็นที่ปรึกษา โดยมี  กิ่งไผ่ เอกคณาปราชญ์  อนุวัตร นามเชื้อ เป็นบรรณาธิการ นิคม ชัยวรรณ ผู้วาดภาพประกอบ โดยเน้นการสื่อสารด้วยภาษาที่ง่าย มีภาพประกอบ (Visual Supports) และตารางภาพที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่มีความหลากหลายในการเรียนรู้วัยก้าวสู่วัยรุ่นเข้าถึงข้อมูลได้ตามลักษณะการเรียนรู้ที่เหมาะกับแต่ละคน

“เมื่อผู้อ่านวัย 13 ปีบอกกับเราว่าหนังสือเล่มนี้เปลี่ยน ‘ความอาย’ เป็น ‘ความมั่นใจ’ นั่นคือบทพิสูจน์ว่าเราบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว”  โรสซาลีน่า กล่าว “เป้าหมายของเราคือการทำให้เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย มีสุขภาพดี และมีความสุขที่เป็นตัวเอง”

ด้วยความสนับสนุนจากผู้สนับสนุนที่ไม่ประสงค์ออกนาม มูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือจำนวน 5,000 เล่ม เพื่อส่งต่อให้ถึงมือครอบครัว นักการศึกษา และบุคลากรทางสาธารณสุขที่ต้องการ  โดยสามารถติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ LINE ID @TheRainbowRoom

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม เป็นศูนย์ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ กำลังใจ และพลังเสริม แบบ “พ่อแม่สู่พ่อแม่” โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา, ส่งเสริมความเข้าใจให้กับสังคม และเฉลิมฉลองศักยภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายทางการเรียนรู้ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมของทุกคนอย่างแท้จริง

จุดเด่นของหนังสือ คือ การออกแบบที่เป็นมิตร: ลดความแออัดของเนื้อหาเพื่อให้อ่านได้ง่าย, การเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ: มีทั้งแผนภาพ เช็คลิสต์ และกิจกรรมส่งเสริมการคิด, สร้างความสัมพันธ์: เป็นเครื่องมือให้ “ผู้ใหญ่ที่เด็กไว้วางใจ” ใช้พูดคุยเรื่องยากๆ อย่างเข้าใจ และข้อกฎหมายที่ควรทราบ : มีคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าถึงกฏหมายที่เยาวชนและพ่อแม่ควรทราบจากศาลยุติธรรม

แพทย์เตือน เล่นมือถือ ดูซีรีส์ทั้งวัน เสี่ยงกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย

แพทย์เตือน เล่นมือถือ ดูซีรีส์ทั้งวัน เสี่ยงกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย

แพทย์เตือน เล่นมือถือ ดูซีรีส์ทั้งวัน เสี่ยงกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การใช้สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานานได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการก้มศีรษะเพื่อมองหน้าจอหรือการนั่งดูจอเป็นเวลานานอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ และอาจสัมพันธ์กับการเกิดภาวะ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในบางกรณี

นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล

นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เข้ารับการประเมินอาการปวดคอเรื้อรังมีประวัติการใช้สมาร์ตโฟนหรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในแต่ละวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน

ภาวะกระดูกคอเสื่อม คืออะไร

Cervical Spondylosis คือภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต่างๆ ได้แก่ หมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ เอ็นและเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพทย์พบว่าภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในคนอายุน้อยมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย (Early-onset Cervical Spondylosis) โดยมักสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การก้มคอเป็นเวลานาน การใช้สมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม การใช้กล้ามเนื้อคอและบ่าซ้ ๆ โดยไม่ได้พัก

เมื่อหมอนรองกระดูกหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ การเคลื่อนไหวลดลง และในบางกรณีอาจมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ

ทำไม “ก้มเล่นมือถือ” ถึงทำร้ายกระดูกคอ?

ขณะก้มศีรษะลงเพื่อมองมือถือ น้ำหนักศีรษะที่ปกติประมาณ 4–5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดบนกระดูกคอเป็น 20–27 กิโลกรัม เมื่อก้มคอลงมากยิ่งก้มค้างไว้นานเท่าไร หมอนรองกระดูกถูกกดทับมากขึ้น กล้ามเนื้อคอและบ่าทำงานหนักผิดปกติ แนวกระดูกคอเสียสมดุล พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่า Text Neck Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในคนอายุน้อย

พฤติกรรมการใช้หน้าจอที่อาจเพิ่มความเสี่ยง

นอกจากการใช้มือถือแล้ว การดูซีรีส์หรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอได้เช่นกัน ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบได้บ่อย ได้แก่ นั่งเอนหลังโดยคอพับ นั่งก้มคอบนโซฟาเป็นเวลานาน ดูจอที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา นั่งทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ

เมื่อกล้ามเนื้อคอทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ ความตึงของข้อต่อ และเพิ่มภาระต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง

อาการกระดูกคอเสื่อม

อาการของภาวะกระดูกคอเสื่อมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับระดับของการเสื่อมและโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ อาการที่พบได้ เช่น ปวดคอ บ่า หรือไหล่ คอแข็งหรือเคลื่อนไหวได้จำกัด ปวดร้าวจากคอลงไปที่สะบักหรือแขน ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือปลายนิ้ว ปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ

ในบางกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง ชา หรือการทรงตัวผิดปกติ ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

แนวทางการประเมิน

การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอมักเริ่มจาก การซักประวัติและประเมินพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การตรวจร่างกายระบบกระดูกและระบบประสาท การตรวจภาพทางการแพทย์ เช่น X-ray หรือ MRI ในกรณีที่จำเป็น

กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย รักษาได้หรือไม่?

 หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย สามารถดูแลรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ในหลายกรณี เช่น กายภาพบำบัดเฉพาะทาง ปรับท่าทางการใช้งานในชีวิตประจำวัน บริหารกล้ามเนื้อคอและหลัง ใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบ (ตามดุลยพินิจแพทย์)

แต่หากปล่อยไว้นานจนเกิดการกดทับเส้นประสาทรุนแรง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งปัจจุบันแพทย์จะใช้เทคนิคผ่าตัดแบบแผลเล็ก(Minimally Invasive Spine Surgery)  ขนาดประมาณ 3 เซ็นติเมตร ทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเร็วขึ้น

วิธีป้องกันกระดูกคอเสื่อม

การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ได้ เช่น ยกมือถือให้อยู่ระดับสายตา ไม่ก้มคอ พักสายตาและเปลี่ยนท่าทุก 20–30 นาที จัดจอให้อยู่ในระดับพอดีขณะดูซีรีส์หรือทำงาน บริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือก้มคอนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

เมื่อใดควรพบแพทย์

ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจจากแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้ ปวดคอเรื้อรังต่อเนื่อง ปวดร้าวลงแขนหรือสะบัก

ชาหรืออ่อนแรงที่แขนหรือมือ อาการปวดคอร่วมกับการเคลื่อนไหวลำบาก ทั้งนี้ การประเมินโดยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลังสามารถช่วยระบุสาเหตุของอาการและวางแผนรักษาที่เหมาะสมได้

เวิลด์เมดิคอล เดินหน้านำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยก้าวเดินยุคใหม่ ‘Angel Robot’ ยกระดับการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและผู้มีปัญหาการเดิน

เวิลด์เมดิคอล เดินหน้านำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยก้าวเดินยุคใหม่  ‘Angel Robot’ ยกระดับการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและผู้มีปัญหาการเดิน

เวิลด์เมดิคอล เดินหน้านำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยก้าวเดินยุคใหม่ ‘Angel Robot’ ยกระดับการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและผู้มีปัญหาการเดิน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เปิดตัว “NextStep Robotics Rehab Center” ศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์อย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกกำลังทีมแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมระบบประสาทและสมอง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และทีมนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การดูแลรักษาแบบบูรณาการ  ทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

ศ.นพ. อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยเชื่อมั่นว่า ผู้ป่วยแต่ละรายมีความต้องการและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน จึงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการตรวจ การรักษา ตลอดจนถึงการฟื้นฟูผู้ป่วยของโรงพยาบาล

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพในปัจจุบัน คือ การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฝึกก้าวเดิน มาใช้ในการช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน เทคโนโลยีนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ในการกลับมาเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์จริง ที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น พื้นต่างระดับ การก้าวขึ้น–ลงบันได หรือการเดินในพื้นที่ที่มีความซับซ้อน ซึ่งมักเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย

นวัตกรรมดังกล่าวครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ที่มีภาวะอัมพฤกษ์–อัมพาต ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการทรงตัว ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังการผ่าตัดข้อเข่าหรือข้อสะโพก ตลอดจนผู้ป่วยกระดูกหักที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหว

การฝึกก้าวเดินด้วยหุ่นยนต์ Angel Robot มีจุดเด่น คือ สามารถปรับระดับแรงช่วยเหลือให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ป่วยแต่ละรายแบบก้าวต่อก้าว แม้ผู้ป่วยจะยังมีแรงไม่สม่ำเสมอ ระบบก็สามารถปรับการทำงานได้อย่างแม่นยำด้วยเซนเซอร์ 11 จุดที่ติดตั้งบริเวณฝ่าเท้าและข้อต่อต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลและประมวลผลแบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อคำนวณจังหวะ และรูปแบบการเดินอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์และประเมินความพร้อมของผู้ป่วยก่อนเริ่มฝึก พร้อมให้การช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อในแต่ละจุด ส่งผลให้ “Angel Robot” สามารถจำลองรูปแบบการเดินที่ใกล้เคียงธรรมชาติของมนุษย์ ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ท่าทางการเดินที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก ลดโอกาสการเกิดรูปแบบการเดินที่ผิดปกติในระยะยาว

 ทั้งนี้ทุกกระบวนการฝึก อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัวในทุกก้าวของการฟื้นฟู

กันตพร หาญพาณิชย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายการตลาดภายในประเทศ กล่าวเสริมว่า “Angel Robot” เป็นหุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดิน ที่ออกแบบให้ช่วยผู้ป่วยกลับมาเดินได้ใกล้เคียงธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบสมองและประสาท ผู้ประสบอุบัติเหตุ รวมถึงผู้ที่มีกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง โดยโรงพยาบาลมุ่งมั่นต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความสำเร็จในการฟื้นฟูผู้ป่วยของโรงพยาบาล เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

โรงพยาบาลวางตำแหน่งศูนย์ฯแห่งนี้ ภายใต้แนวคิด “Smart Step Rehab Center” มุ่งสู่การเป็น “Center of Excellence” ด้านการฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์และระบบ AI พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลางรับส่งต่อผู้ป่วยในเครือเกษมราษฎร์ รวมถึงโรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

ในปี 2569 ซึ่งการแพทย์ไทยและทั่วโลกก้าวเข้าสู่ยุค Smart Healthcare 5.0 อย่างเต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนบทบาทเทคโนโลยีจาก ‘เครื่องมือช่วยเหลือ’ สู่ ‘คู่คิดอัจฉริยะ’ (Agentic AI) นั้น ‘Angel Robot’ ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าว ด้วยระบบ Robot-Assisted Gait Training (RAGT) ที่ทำงานประสานกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างไร้รอยต่อ สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานผลการฝึกเดินเป็นตัวเลขและกราฟอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวเห็นพัฒนาการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ท้ายสุด ศ.นพ.อดิศร ย้ำถึงความพร้อมของทีมแพทย์และบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะตลอดที่ผ่านมาว่า เพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่การประเมินและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ป่วยค่อยๆ ฟื้นฟูการเดิน การทรงตัว และความมั่นคงได้อย่างปลอดภัย สร้างความหวังและความมั่นใจให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ เปลี่ยนความกังวลให้เป็นความสบายใจในทุกก้าวเดิน

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการได้ที่ ศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะ ชั้น 3 : NextStep Robotics Rehab Center โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)

คุณแหน : 7เมษายน 2569

คุณแหน:7เมษายน 2569

คุณแหน : 7เมษายน 2569

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

llสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ จัดรายการ FUND-RAISING DINNERครั้งใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหาเงินบริจาคผู้สนับสนุนพรรคริพับลิกันรายใหญ่เข้ากองทุนเพื่อเตรียมรับมือเลือกตั้ง MID-TERMบรรยากาศก็คล้ายๆ กับในเมืองไทยพรรคไหนได้เป็นรัฐบาลก็จะมีบารมีกระตุ้นไปที่ไหนเงินบริจาคก็หลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำมันหล่อลื่น KEYNOTE SPEAKER แน่นอนต้องเป็น ทรัมป์สาระสำคัญของสุนทรพจน์ก็เน้นที่สงคราม สหรัฐ/อิสราเอล กับอิหร่าน เขาประกาศกร้าวกลางงานว่า สหรัฐฯชนะสงครามแล้วอย่างงดงาม สามารถทำลายศักยภาพขุมกำลังอิหร่านลงแล้วอย่างสิ้นเชิงทั้งกองทัพเรือ, กองทัพอากาศ นอกจากนั้นฝ่ายพันธมิตรยังได้สังหารกลุ่มผู้นำประเทศลงไม่เหลือหลอ ถึงจุดนี้วงการรู้ดีว่า ทรัมป์ เป็นนักพูดตัวยงฉวยโอกาสซ้ำเติมเล่นมุข, “ปัจจุบันนี้ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านไม่มีใครกล้ารับ! ผมเองก็ไม่กล้ารับเหมือนกัน” ก็ได้การตอบรับจากผู้ร่วมงานด้วยเสียงฮาทั่วห้อง…

llสอดคล้องกับวิกฤตโลกและบรรยากาศในเมืองไทยอย่างลงตัว แถมท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังมาช่วยโปรโมทให้อุตสาหกรรมรถ EV เพิ่มไปอีก โดยสั่งหนึ่งคันไม่พอต้องสองคันจึงจะเป็นเลขมงคลในงาน BANGKOK INTERNATIONALMOTOR SHOW ครั้งที่ 47 (วันที่ 23 มี.ค. ถึง 5 เม.ย. 2569) ในขณะที่เราปิดต้นฉบับนี้มียอดจองบูมถึง 42,000 คันไปแล้ว โดยมียอดรถยนต์ EV มีสัดส่วนแบบที่ฝรั่งเรียกว่า“LION’S SHARE” ทีเดียว ส่วนประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมหกรรมนี้ เจ้าสัวดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ก็ไม่ได้อยู่เฉยเดินหน้ารับแขกวีไอพีด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มในวันเปิดเป็นทางการ เจ้าสัวเตรียมการต้อนรับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพให้เกียรติมาชมนวัตกรรมใหญ่ด้วยความสนใจ อาทิพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วิโรจน์
แสงสนิท, พล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว และพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตลอดการเยี่ยมชม…

llวันที่ 25 เม.ย.นี้ “กลุ่มเครือญาติราชสกุล อิศรางกูร และราชินีกุล บุนนาค ร่วมกับกลุ่มรำไทยเพื่อสุขภาพวัยเกษียณ” แสดง “ลาวคำหอม” ที่งาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จัดโดย “กระทรวงวัฒนธรรม” แสดง 2 เวที 2 เวลา (19.00 น.และ 19.30 น.)…ที่ “วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร”…รายชื่อผู้แสดง 8 คน ได้แก่เภสัชกรหญิงตวงพร เลาหบุตร, งามขำนิพิฐนรเศรษฐ, พล.อ.ต.หญิง ศ.ยลสลวยวาริทสวัสดิ์, พล.ร.ต.หญิง พรทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, คุณอารยาหาอุปละ, ดาวศิริ ผลอนันต์, ขวัญฤทัยทองสตา และ ธุวดารา อิศรางกูร ณอยุธยา…โดยมี คุณครูผู้ฝึกซ้อม ได้แก่คุณครูสุภาพร เศรษฐสุวรรณ จากรร.นาฏศิลป์สัมพันธ์ และ คุณครูตวงฤดีถาพรพาสี ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร…ขอเชิญชมกันได้ตามวันและเวลาดังกล่าว…

llขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวในการจากไปของ คุณแม่สุดใจศรีสะอาด อดีตผอ.กองการเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ปัจจุบันคือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม)งานฌาปนกิจจัดเสร็จสิ้น ที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา…

llจากอุบัติเหตุหกล้ม เมื่อหลายวันก่อน อนิตา วงศ์ทองศรี วัย 93 ปีถูก ลูกชายสุดโปรด “จูเนียร์” ควบคุมการแสดงอย่างใกล้ชิด ห้ามแอบออกไปซนข้างนอกบ้าน และที่สำคัญไม่ให้ขับรถเองแล้วจะไปไหนมาไหน ให้ลูกพาไปทุกครั้ง…ลูกกตัญญูมีอยู่จริง…

llหลังผ่าตัดจากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท พรพรรณรอดวรรณะ ตอนนี้เริ่มไปเดินออกกำลังแขนขาที่สวนสาธารณะบึงหนองบอน ใกล้บ้านค่อยๆ ออกกำลังกันไปทีละเล็ก ทีละน้อย…กำลังวังชาจะคืนกลับมาด้วยการเอ็กเซอร์ไซส์ !!…

บารอนเนส

DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย

DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย

DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.36 น.

6 เมษายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และกระตุ้นการลงทุนในภาคใต้ที่เพิ่งเผชิญวิกฤตอุทกภัย

งานนี้ยกขบวนแฟรนไชส์คุณภาพกว่า 40 แบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมธุรกิจทุกหมวดฮิตคนนิยมลงทุน เช่น อาหาร-เครื่องดื่ม, บริการ, ความงาม-สปา, การศึกษา และธุรกิจอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ แฟรนไชส์ส่วนใหญ่ผ่านการพัฒนาและส่งเสริมจากกรมฯ จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานและศักยภาพการเติบโตจุด เด่นที่ทำให้งานนี้“ปัง”และน่าลงทุนสุด ๆ Business Matching เจรจาซื้อขายตรงกับเจ้าของแบรนด์ทันที จัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาแพ็กเกจแฟรนไชส์ เฉพาะภายในงานเท่านั้น มีบูธให้คำปรึกษาจากสถาบันการเงินชั้นนำ เรื่องแหล่งเงินทุน การบริหารจัดการ และการวางแผนธุรกิจ เปิดโอกาสให้คนว่างงาน ผู้ประกอบการรายย่อย นักลงทุน และประชาชนทั่วไป “เปลี่ยนจากลูกจ้างเป็นเจ้าของกิจการ” ด้วยความเสี่ยงต่ำ เพราะแฟรนไชส์มีระบบพร้อมใช้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่างาน Roadshow 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ที่จ.ศรีราชา, เชียงใหม่, อุดรธานี ล้วนประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 600 ล้านบาท และล่าสุดครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 ที่หาดใหญ่ เพื่อมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะหลังน้ำท่วมใหญ่ที่กระทบ SME และประชาชนจำนวนมากทุกคนในหาดใหญ่ สงขลา และพื้นที่ใกล้เคียง (พัทลุง, นราธิวาส, ยะลา, สตูล) ได้มาสัมผัสโอกาสทองเมื่อช่วงวันที่ 3–6 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลหาดใหญ่ ซั่งเข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีแฟรนไชส์ทั้งหมด 4,149 แบรนด์ โดยเป็นแฟรนไชส์ไทย 686 แบรนด์ และผ่านการพัฒนาจากกรมฯ 571 แบรนด์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ปที่แข็งแกร่งของธุรกิจรูปแบบนี้ เพื่อให้บริหารกำลังมองหาธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากมีรายได้เสริม หรือต้องการลงทุนที่มั่นคงและขยายตัวเร็ว งานนี้คือคำตอบของการเปลี่ยนชีวิตด้วยแฟรนไชส์คุณภาพจากส่วนกลางสู่ภาคใต้ มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : franchisedbd@gmail.com

สวยสะกดโลก !! ‘โอปอล สุชาตา’ มิสเวิลด์ 2025 แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์รากษสเทวี

สวยสะกดโลก !! ‘โอปอล สุชาตา’ มิสเวิลด์ 2025 แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์รากษสเทวี

สวยสะกดโลก !! ‘โอปอล สุชาตา’ มิสเวิลด์ 2025 แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์รากษสเทวี

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ครั้งแรก! เผยความวิจิตรชุดไทยจักรพรรดิ์ ผลงานการออกแบบโดย ดร.สรรค์ สุดเกตุ แห่ง Vanus Couture พร้อม “มงกุฎ Miss World สีฟ้า” (The Bule Crown) โมเมนต์ประวัติศาสตร์ที่แฟนนางงามทั้งประเทศรอคอย

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ จับมือพันธมิตร ฉลองสงกรานต์มหาบันเทิงสุดยิ่งใหญ่ ในงาน “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2026” สร้างปรากฏการณ์โมเมนต์ประวัติศาสตร์ กับการปรากฏกายของ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ในลุค “นางรากษสเทวี นางสงกรานต์ 2569” พร้อม “มงกุฎฟ้า” (The Blue Crown) ที่สวมคู่กับชุดไทยอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ณ เซ็นทรัลเวิลด์ แลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทการเป็น Global Festival Destination และเป็นแพลตฟอร์มสำคัญขับเคลื่อนความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ

ความวิจิตรของชุดนางสงกรานต์ในปีนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ชุดไทยจักรพรรดิ” หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม นำมาตีความใหม่อย่างประณีตในมิติร่วมสมัย สะท้อนอัตลักษณ์งดงามเหนือกาลเวลา ตัวชุดรังสรรค์จาก “ผ้าไหมยกใหญ่ลำพูน” มรดกหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทย ผสานสไบผ้าไหมปักลวดลายละเอียดด้วยเทคนิคขั้นสูง เสริมมิติด้วยสไบอัดกลีบในเฉดเดียวกับมงกุฎ เกิดเป็นความกลมกลืนระหว่างเครื่องแต่งกายและศิราภรณ์อย่างวิจิตรบรรจง ถ่ายทอดความสง่างามในระดับ Haute Couture ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลงานการออกแบบโดย ดร.สรรค์ สุดเกตุ แห่ง Vanus Couture ผู้เชี่ยวชาญในการยกระดับ “ชุดไทย” สู่เวทีแฟชั่นโลก ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ความรุ่งเรือง และจิตวิญญาณแบบไทย พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล แทนพลังอำนาจและความแข็งแกร่ง พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู สื่อถึงปัญญาและความแม่นยำ สะท้อนสมดุลระหว่างความอ่อนช้อยและพลังภายในได้อย่างงดงาม

‘SOURI’ ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว ‘Hamburger Fatcaron’ กับขนมหวานยอดนิยมที่ทั้งหลอกตาและดึงดูดใจกว่าที่เคย

‘SOURI’ ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว ‘Hamburger Fatcaron’ กับขนมหวานยอดนิยมที่ทั้งหลอกตาและดึงดูดใจกว่าที่เคย

‘SOURI’ ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว ‘Hamburger Fatcaron’ กับขนมหวานยอดนิยมที่ทั้งหลอกตาและดึงดูดใจกว่าที่เคย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

SOURI (ซูรี) แบรนด์ขนมหวานฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสานรสชาติและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สร้างความตื่นเต้นให้วงการขนมหวานอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเมนูใหม่สุดครีเอทีฟ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสนุกของ April Fools’ Day กับ “Hamburger Fatcaron” ที่เปลี่ยนโฉมขนมยอดนิยมให้แปลกใหม่ ท้าทายประสาทสัมผัสและการรับรู้ด้วยรูปลักษณ์หลอกตา ชวนให้สงสัยว่า นี่เป็นเบอร์เกอร์หรือแฟตการองกันแน่

ครั้งนี้ SOURI ท้าทายทุกความคุ้นเคยของแฟนขนมหวาน ด้วยการตีความแฟตการองในมิติที่คาดไม่ถึง เปลี่ยนเมนูของหวานสุดไอคอนิกให้กลายเป็นศิลปะการลวงตาที่ทั้งน่ารักและน่ากิน ด้วยดีไซน์ที่ถอดรายละเอียดของแฮมเบอร์เกอร์มาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ส่วนของขนมปังด้านบนที่ให้สัมผัสนุ่มละมุน ไปจนถึงเลเยอร์ไส้ที่จัดวางอย่างมีมิติ เรียกได้ว่าทุกองค์ประกอบถูกสร้างสรรค์ขึ้นให้หลอกตาด้วยรูปลักษณ์ และดึงดูดใจด้วยรสชาติ เพื่อยกระดับประสบการณ์ขนมหวานให้กลายเป็นโมเมนต์ที่ทั้งสนุกและน่าจดจำ

ภายใต้ภาพลวงตาที่ชวนให้นึกถึงเมนูฟาสต์ฟู้ด “Hamburger Fatcaron” ซ่อนรสชาติที่จริงจังและซับซ้อนไว้ภายใน เริ่มจากเนื้อแฟตการองที่นุ่มเบาละลายในปาก ตามด้วยรสเข้มลึกของช็อกโกแลตชั้นเลิศที่ให้เนื้อสัมผัสชัดเจน ก่อนบาลานซ์ด้วยความเปรี้ยวสดชื่นของสตรอว์เบอร์รี่ แล้วเพิ่มความละมุนด้วยเลเยอร์ครีมมี่เนียนนุ่มที่เชื่อมทุกส่วนผสมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นการไล่ระดับของรสสัมผัสที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกคำที่ลิ้มรสมอบประสบการณ์พิเศษมากกว่าแค่ความอร่อย

“Hamburger Fatcaron” ไม่ใช่เพียงเมนูพิเศษ แต่เป็นการผลักขอบเขตของขนมหนึ่งชิ้นให้ก้าวข้ามความเป็นไปได้เดิม ๆ ด้วยการผสานระหว่างศิลปะ ภาพลวงตา และรสชาติได้อย่างมีชั้นเชิง สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ SOURI ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยความเชื่อว่าความสร้างสรรค์ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิม

บอกเลยว่า April Fools’ Day ปีนี้ SOURI ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่ตั้งใจที่จะหลอกตาไม่หลอกใจ เพื่อนิยามความหมายใหม่ของคำว่า “Dessert Experience” ให้เหนือกว่าทุกความคาดหมายที่เคยมีมา อย่าพลาดไปเซอร์ไพรส์กับ “Hamburger Fatcaron” ที่ SOURI ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 ไม่แน่ว่าเรื่องล้อเล่นหลอกๆ ครั้งนี้ อาจทำให้คุณค้นพบรสชาติที่โดนใจที่สุดก็เป็นได้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IG: souri.bkk และ Facebook: SOURI

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6 ทานอย่างไรให้มีประโยชน์และปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6 ทานอย่างไรให้มีประโยชน์และปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6 ทานอย่างไรให้มีประโยชน์และปลอดภัย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในปัจจุบัน การทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน จนนำไปสู่ค่านิยมที่ว่า “ยิ่งมากยิ่งดี” อย่างไรก็ตาม จากการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบในประเทศออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงการยกระดับการตรวจสอบสื่อดิจิทัลในไทย สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิตามินบี 6 อยู่มาก ซึ่งหากปราศจากความเข้าใจเรื่องปริมาณที่เหมาะสม พฤติกรรมที่ตั้งใจจะดูแลสุขภาพอาจกลายเป็นการทำร้ายร่างกายโดยไม่รู้ตัว

ในขณะที่การทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย วิตามินบี 6 ก็กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง ไม่ใช่เพราะการขาดแคลน แต่เป็นเรื่องของ “ปริมาณ” ที่ได้รับ ซึ่งการอัพเดทกฎระเบียบล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ถือเป็นสัญญาณของการยกระดับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนว่าปริมาณแค่ไหนที่อาจมากเกินความจำเป็น

วิตามินบี 6 คืออะไร และจำเป็นอย่างไร?

วิตามินบี 6 เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มวิตามินบีที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของระบบประสาท การเผาผลาญพลังงาน และการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แม้ว่าเราจะสามารถพบวิตามินชนิดนี้ได้ทั่วไปในอาหารประจำวัน แต่ข้อมูลจากทั่วโลกกลับระบุว่าผู้คนจำนวนมากยังคงได้รับวิตามินบี 6 ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้ผู้คนนับล้านตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการขาดวิตามินบี 6 ซึ่งมักแสดงอาการในรูปแบบของความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงปัญหาทางระบบประสาท เช่น อาการเหน็บชา อาการชาตามปลายมือปลายเท้า และความเจ็บปวดจากการอักเสบของเส้นประสาท

ประโยชน์ของการเสริมวิตามินบี 6 นอกเหนือจากมื้ออาหาร

โดยทั่วไปผู้ใหญ่ต้องการวิตามินบี 6 ประมาณ 1.3 – 2.0 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งร่างกายมักจะได้รับเพียงพอจากการรับประทานอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล โดยแหล่งวิตามินที่หาได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เนื้อสัตว์ปีก ปลา (เช่น ทูน่าและแมคเคอเรล) ไข่ มันฝรั่ง กล้วย ถั่วลูกไก่ และรำข้าว สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ถั่วเหลือง เต้าหู้ และเมล็ดงา ถือเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญ ในขณะที่เอเชียใต้จะเน้นการได้รับจากถั่วเลนทิลและธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole grains) เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ได้รับอาจไม่เพียงพอสำหรับบางกลุ่มคน โดยเฉพาะในช่วงวัยหรือสถานการณ์ที่ร่างกายมีความต้องการสารอาหารสูงขึ้น ซึ่งกลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์จากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและการรักษา ได้แก่ สตรีมีครรภ์ และสตรีที่กำลังให้นมบุตร ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังบางประการ รวมถึงผู้ที่รับประทานยาที่มีผลต่อการดูดซึมสารอาหาร

เมื่อสารอาหารจากมื้ออาหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการ การทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการช่วยเติมเต็มความต้องการในแต่ละวัน หากใช้อย่างถูกวิธีในปริมาณที่เหมาะสม การเสริมวิตามินบี 6 จะช่วยรักษาระดับพลังงานของร่างกาย สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีโดยรวม

ความกังวลเกี่ยวกับการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6

จากรายงานล่าสุดที่เน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6 ในบางประเทศ ส่งผลให้เกิดความกังวลและความเข้าใจผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและบุคลากรทางการแพทย์ เกี่ยวกับเรื่องปริมาณการใช้งาน และความปลอดภัยของวิตามินบี 6

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ วิตามินบี 6 เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และภาวะทางสุขภาพที่หลากหลายอาจมีความเกี่ยวข้องกับระดับวิตามินบี 6 ที่ไม่เพียงพอ ด้วยจำนวนผู้คนนับล้านที่ยังไม่ได้รับวิตามินบี 6 เพียงพอตามความต้องการพื้นฐาน ประกอบกับความชุกของภาวะขาดวิตามินบี 6 ในกลุ่มเสี่ยงสูง (เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะติดสุรา) การสนับสนุนให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและการรักษาด้วยวิตามินบี 6 อย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับผลลัพธ์ทางสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของการใช้วิตามินอย่างปลอดภัยคือ “ความสมดุล” เพราะในตอนนี้ภูมิภาคของเรามีความตื่นตัวด้านสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรเปลี่ยนจากการบริโภคตามกระแส ไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์โดยมี “คำแนะนำทางวิทยาศาสตร์” เป็นเครื่องนำทาง

คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6

เพื่อผลักดันการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คณะผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชาชีพจากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ร่วมประชุมเพื่อประเมินหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบี 6 อย่างปลอดภัย ด้วยการต่อยอดจากประสบการณ์ทางคลินิกอันยาวนาน พวกเขาได้จัดทำ ‘แนวทางปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญ’ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของปริมาณยา ระยะเวลาที่เหมาะสม และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ซึ่งแนวทางนี้ไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงประโยชน์ในการรักษาของวิตามินบี 6 เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดวิตามินและการได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เพื่อสร้างกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมในการยกระดับการดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้และผู้ป่วยที่ได้รับวิตามินบี 6

อ่านฉลากทุกครั้ง และปฏิบัติตามปริมาณที่แนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการทานวิตามินบีหลายชนิดซ้ำซ้อนในเวลาเดียวกัน ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากไม่มั่นใจเรื่องขนาดการใช้ หรือต้องการทานต่อเนื่องในระยะยาว รวมทั้งหยุดใช้ทันทีและรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากพบอาการผิดปกติ เช่น รู้สึกซ่าเหมือนเข็มจิ้ม หรือมีอาการชาตามร่างกาย

แนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเภสัชกร

หากใช้อย่างเหมาะสม การเสริมวิตามินบี 6 สามารถมอบประโยชน์ทางคลินิกที่ชัดเจน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นได้ ดังนั้น หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเสริมวิตามินอย่างมีความรับผิดชอบบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยและผู้บริโภคที่มีความจำเป็น ดังนี้ 1.ประเมินปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โรคประจำตัว และปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้น

2.กำหนดระยะเวลาการใช้และติดตามผลอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ป่วยที่ต้องได้รับวิตามินขนาดสูง โดยคนปกติทั่วไปไม่ควรได้รับวิตามินบี 6 เกินขีดจำกัดความปลอดภัยที่ 100 มิลลิกรัมต่อวัน ในขณะที่การใช้เพื่อการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์สามารถเพิ่มสูงได้ถึง 600 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ต้องมีการติดตามผลอย่างเป็นระบบ 3.สนับสนุนให้ผู้ป่วยสังเกตอาการด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องได้รับวิตามินขนาดสูงในระยะสั้น 4.สร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารที่โปร่งใส โดยให้ข้อมูลทั้งในด้านคุณประโยชน์ทางคลินิกและควบคู่ไปกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

5.ตรวจพบไว แก้ไขได้เร็ว การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติและติดตามผลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผลข้างเคียงส่วนใหญ่หายไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีการปรับปริมาณการใช้หรือหยุดวิตามินเสริม

ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน

การคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ผลิต หน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุข เภสัชกร และผู้บริโภค สำหรับวิตามินบี 6 มาตรการต่างๆ เช่น การแสดงฉลากที่ชัดเจน การเผยแพร่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และการให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย ล้วนมีบทบาทสำคัญในการชี้นำการใช้งานอย่างปลอดภัย ช่วยแก้ไขความเข้าใจผิด และป้องกันอันตรายที่หลีกเลี่ยงได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้วิตามินบี 6 อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์และได้รับประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย

บทความโดย ศ. นพ. ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากร

เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดตัว ‘คาเฟ่สวนสนลอย’ และตลาดนัดชุมชนริมทะเล

เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดตัว ‘คาเฟ่สวนสนลอย’ และตลาดนัดชุมชนริมทะเล

เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดตัว ‘คาเฟ่สวนสนลอย’ และตลาดนัดชุมชนริมทะเล

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดตัว  “คาเฟ่สวนสนลอย” (Suan Son Loi Cafe) พื้นที่พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่  ออกแบบภายใต้แนวคิด Sustainable Experience Destination  ภายใต้ความร่มรื่นของต้นไทรยักษ์อายุกว่า 80 ปี พร้อมเปิด “ตลาดสวนสวนลอย” ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ตลาดนัดชุมชนจำหน่ายสินค้ารักษ์โลก อาหารและขนมพื้นบ้าน งานหัตถกรรมท้องถิ่น  ตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

คาเฟ่สวนสนลอย โดย เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามระหว่างอำเภอชะอำและหัวหิน ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น และโอบล้อมด้วยสายลมทะเลอันเย็นสบาย พื้นที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดด้านความยั่งยืน ที่มุ่งเชื่อมโยงธรรมชาติ วิถีชีวิต และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน  เป็นคาเฟ่เปิดโล่งในบรรยากาศแบบสวนป่า ร่มรื่นด้วยต้นไทรยักษ์อายุกว่า 80 ปี เชื่อมต่อกับชายหาดอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของโรงแรม

ขณะที่เมนูเครื่องดื่มและอาหารของคาเฟ่ รังสรรค์จากเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพ เมนูเด่นคือ กาแฟ Specialty จากชุมชนบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน พร้อมนำเสนอผ่านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดของการพักผ่อนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย พร้อมส่งต่อคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้  รีสอร์ทยังจัดกิจกรรม “ตลาดสวนสนลอย” บนพื้นที่ 1 ไร่ เป็นประจำทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและช่างฝีมือท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้าและภูมิปัญญาด้วยตนเอง โดยมีค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บร้านค้าละ 50 บาท  ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านเส้นทางแนะนำร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง และสนับสนุนการเติบโต ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

อัษฎางค์ สุขวิเศษ ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน  กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าคาเฟ่และตลาดทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดด้านความยั่งยืนของเครือเซ็นทารา     ทั้งคาเฟ่และ ตลาดริมทะเลแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งจับจ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มการเข้าพักของแขกโรงแรมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้มาเยือนสามารถกินอาหารท้องถิ่น ฟังดนตรีสด และนั่งพักผ่อนในบรรยากาศแคมปิ้งริมชายหาด ซึ่งแตกต่างจากการรับประทานอาหารภายในโรงแรมแบบเดิมๆ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตจริงๆ ของท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ให้แวะเวียนเข้ามาด้วย

“การเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ แต่ยังทำหน้าที่โชว์เคสที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวไปสู่การท่องเที่ยวโดยรอบ ผ่านกิจกรรมอย่างการปั่นจักรยานที่โรงแรมจัดไว้ให้ฟรี เพื่อสำรวจเส้นทาง 3 หมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยชายหาด ร้านอาหาร และร้านค้าท้องถิ่น  ซึ่งได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีจากทั้งแขกที่เข้าพัก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียงกับรีสอร์ท” อัษฎางค์ กล่าว

ทั้งนี้ เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน STGs ระดับ 5 ดาว พร้อมขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ Bike for Good, Please Reuse Me และ My Green Day นอกจากนี้ รีสอร์ทยังมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงระบบประหยัดพลังงานภายในพื้นที่รีสอร์ท เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการ การดูแลทรัพยากร และการเติบโตในระยะยาว

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน หรือสำรองห้องพักได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centara-life/th/cch

‘divana Perfumery & Café’ สัมผัสกลิ่นหอม ศิลปะ และพลังสร้างสรรค์ด้วยสองมือ

‘divana Perfumery & Café’ สัมผัสกลิ่นหอม ศิลปะ และพลังสร้างสรรค์ด้วยสองมือ

‘divana Perfumery & Café’ สัมผัสกลิ่นหอม ศิลปะ และพลังสร้างสรรค์ด้วยสองมือ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภายใต้แนวคิด “In Her Hands” divana แบรนด์ลักชัวรีสปา น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เครื่องหอมระดับพรีเมียมของไทย โดยสองหนุ่มผู้บริหาร พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ ธเนศ จิระเสวกดิลก เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ “divana Perfumery & Café” ณ centralwOrld ชั้น 1 อย่างเป็นทางการ นำเสนอพื้นที่ที่ถ่ายทอดพลังของความคิดสร้างสรรค์ การเยียวยา และความละเอียดอ่อน ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยง “กลิ่น ศิลปะ และสุนทรียภาพของการใช้ชีวิต” เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่รีเทล แต่เป็น Destination แห่งความรู้สึก ที่สะท้อนตัวตนของ divana ผ่านงานออกแบบร่วมสมัย ผสานความเรียบง่ายกับความอบอุ่นของวัสดุธรรมชาติ โดยเน้นการสร้างประสบการณ์แบบ Sensory-driven ให้ผู้มาเยือนค่อยๆ  ซึมซับบรรยากาศผ่านแสง เงา และจังหวะของพื้นที่ที่ถูกออกแบบอย่างมีชั้นเชิง

พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร divana กล่าวว่า “เราตั้งใจเพิ่มมิติของประสบการณ์ด้วย Immersive Wall Installation ที่นำเสนอภาพเคลื่อนไหวบนผนัง เสมือนโลกอีกใบที่โอบล้อมผู้มาเยือนให้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศของ divana อย่างเต็มรูปแบบ พื้นที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงร้านค้า แต่เป็นจุดหมายของการพักผ่อน ที่เชื่อมโยงกลิ่น สุนทรียภาพ และความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง”

3 โซนหลักหลอมรวมศิลปะ กลิ่น และการใช้ชีวิต

Retail Boutique นำเสนอผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ divana ไม่ว่าจะเป็น Oil Perfume, Room Fragrance และ Massage Oil แต่ละคอลเลกชันได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน ทั้งในด้านเนื้อสัมผัสและโครงสร้างกลิ่นที่นุ่มลึก ซับซ้อน และจดจำได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการใช้งาน หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของ Ritual ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายและความทรงจำที่อบอุ่น

Atelier โซนเวิร์กชอปที่นำเสนอ Scent Station อันเป็นเอกลักษณ์ของ divana เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมออกแบบกลิ่นในแบบของตัวเอง ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เช่น Perfume Oil, Roller, Inhaler และ Sachet พร้อมการเลือก ผสม และตกแต่ง รวมถึงการ Personalize ลงบนผลิตภัณฑ์ เช่น Charm ห้อย Hand Cream เพื่อให้กลายเป็นของใช้หรือของขวัญที่มีความหมายเฉพาะตัว นอกจากนี้ divana ยังมีบริการเวิร์กชอปแบบ Customize ให้กับองค์กรชั้นนำที่ต้องการรูปแบบกิจกรรม Wellness Community

Café พื้นที่แห่งการหยุดพักอย่างมีรสนิยม ที่นำเสนอประสบการณ์การดื่มและการรับประทานอย่างประณีตในทุกรายละเอียด ไฮไลต์คือ Afternoon Tea Set ที่รวบรวมขนมและของว่างไว้อย่างงดงาม สร้างบรรยากาศของความผ่อนคลาย พร้อมเชื่อมโยงรสชาติและสุนทรียภาพเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด กล่าวเสริมว่า “ในโอกาสเดียวกันนี้ divana ยังได้เปิดตัวผลงานศิลปะจาก นริศรา เพียรวิมังสา ในคอลเลกชัน ‘Silent Lava’ ซึ่งสะท้อนแนวคิด ‘In Her Hands’ ผ่านงานปักร่วมสมัย โดยมอง ‘มือ’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดความคิดและความรู้สึก”

กระบวนการสร้างสรรค์ คอลเลกชัน “ Silent Lava” เริ่มจากโครงร่างเบาบาง ก่อนจะค่อยๆ คลี่คลายไปตามจังหวะของการลงมือทำ สำหรับศิลปิน การปักผ้าเปรียบเสมือนการเยียวยาและการซ่อมแซม เป็นทั้งการกอบกู้สิ่งที่เปราะบาง และช่วงเวลาแห่งสมาธิที่เชื่อมโยงภายใน ขณะเดียวกันยังสะท้อนเสียงของผู้หญิงในฐานะพลังเล็ก ๆ ที่เคยถูกมองข้าม ผ่านเข็มและเส้นด้ายที่บันทึกความรู้สึกอย่างลึกซึ้งและเป็นมนุษย์ แนวคิด “In Her Hands” จึงขยายไปสู่การสร้างสรรค์ที่ไม่จำกัดขอบเขต จากรายละเอียดเล็กๆ สู่ผลงานขนาดใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพลัง และซ่อนความขบถไว้อย่างแยบยลภายใต้ความงดงามแบบจารีต

การจัดวางผลงานศิลปะภายในพื้นที่ของ divana Perfumery & Café เปรียบเสมือนบทสนทนาระหว่าง “กลิ่น” และ “ศิลปะ” ที่เชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ผ่านทั้งประสาทสัมผัสและความรู้สึกภายในอย่างลึกซึ้ง

การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ divana ในการขยายจากแบรนด์ลัคชัวรีสปา น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เครื่องหอม สู่การเป็น Lifestyle Destination ที่หลอมรวมศิลปะ กลิ่น และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์