‘ไดกิ้น’ ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘THANK YOU THAI TEAM’ แสดงความยินดี ขอบคุณทัพนักกีฬาไทย

‘ไดกิ้น’ ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘THANK YOU THAI TEAM’ แสดงความยินดี ขอบคุณทัพนักกีฬาไทย

‘ไดกิ้น’ ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘THANK YOU THAI TEAM’ แสดงความยินดี ขอบคุณทัพนักกีฬาไทย

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.29 น.

บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันอากาศ ด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬา SEA Games ครั้งที่ 33 และ ASEAN Para Games ครั้งที่ 13 ในฐานะ Gold Sponsor ภายใต้พันธกิจ “Perfecting the Air” ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพอากาศที่ดี ควบคู่การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและสมรรถนะของมนุษย์ในทุกมิติ สอดรับกับแนวคิด Green SEA Games และSustainable Paralympics ที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

ภายใต้แนวคิด “Breathe as One – หายใจเป็นหนึ่งเดียว” ไดกิ้นเชื่อมั่นว่า อากาศที่มีคุณภาพคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนศักยภาพของนักกีฬา และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ชมการแข่งขัน โดยตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ไดกิ้นได้มีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ของนักกีฬา รวมถึงการเชื่อมโยงพลังใจของผู้คนทั่วภูมิภาคอาเซียน

สนับสนุน “THANK YOU THAI TEAM” แสดงความขอบคุณทัพนักกีฬาไทยในโอกาสนี้ ไดกิ้นได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุน กิจกรรม “THANK YOU THAI TEAM” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีและขอบคุณนักกีฬาไทย สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างผลงานอันโดดเด่นให้กับประเทศ ในการแข่งขัน SEA Games ครั้งที่ 33 และ ASEAN Para Games ครั้งที่ 13

กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สมาคมกีฬา นักกีฬา ผู้สนับสนุน และตัวแทนไดกิ้น นำโดย ฮุนจัง คิม  ผู้จัดการฝ่ายบริหารแบรนด์องค์กรณ์ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประเทศไทย จำกัด โดยไดกิ้นในฐานะพันธมิตร  ที่ร่วมสนับสนุนตลอดการแข่งขัน

ได้มีการมอบเครื่องฟอกอากาศให้แก่นักกีฬา 15 คน ที่มีผลงานโดดเด่น อาทิ จันทร์เก้า อุดมเพ็ญ นักกีฬาไทยอายุน้อยที่สุดที่คว้าเหรียญทองซีเกมส์จากสเก็ตบอร์ด, ภูริพล บุญสอน นักกีฬากรีฑาที่ทำลายสถิติซีเกมส์และประเทศไทย และ สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ เป็นต้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น เต็มไปด้วยพลังแห่งความภาคภูมิใจ เสียงปรบมือ และรอยยิ้ม สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันวงการกีฬาไทยให้ก้าวไกลในเวทีอาเซียน

ก้าวต่อไปของไดกิ้น

ไดกิ้นขอร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขัน SEA Games ครั้งที่ 33 และ ASEAN Para Games ครั้งที่ 13 พร้อมขอบคุณประชาชนและแฟนกีฬาทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลัง Breathe as One จากสนามกีฬา สู่ชีวิตประจำวัน ไดกิ้นยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันอากาศสะอาดที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของสังคมไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเมื่อเราหายใจเป็นหนึ่งเดียว เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันอากาศที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินหน้าเคียงข้างสังคมไทยในทุกลมหายใจแห่งความสำเร็จ

ชวนชมนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”

ชวนชมนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”

ชวนชมนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.54 น.

บริเวณวงเวียนรอบสระน้ำหน้าอาคารสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พื้นที่ที่บรรยากาศร่มรื่นและมีผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสัญจรผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย ณ เวลานี้ ได้มีการจัดนิทรรศการตั้งตระหง่านเต็มพื้นที่โดยรอบ ที่บอกเล่าเรื่องราวและภาพถ่ายแห่งความทรงจำของพระผู้ทรงเป็นดวงใจแห่งสภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ซึ่งนิทรรศการสุดประทับใจครั้งนี้ มีรายละเอียดมากมายที่รอให้ผู้ที่มาชมได้ติดตาม

จิราพร ศรีสอ้าน ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สภากาชาดไทย เผยถึงจุดเริ่มต้นในการจัดทำนิทรรศการในครั้งนี้ กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นคนทำงานด้านการสื่อสารองค์กร เราอยากให้ทุกคนได้รับทราบถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่มากมายเหลือเกิน ในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทยตลอด 69 ปีที่ผ่านมา เราจึงร้อยเรียงเรื่องราวของพระองค์ท่าน สื่อสารผ่านนิทรรศการกลางแจ้งแห่งนี้

“เนื้อหาของนิทรรศการเราเน้นที่ภาพถ่ายที่เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ก็จะได้เห็นกันที่นี่ ซึ่งแต่ละภาพล้วนเล่าเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงวางรากฐานให้สภากาชาดไทย ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ คือ พระบรมฉายาลักษณ์บริเวณด้านหน้านิทรรศการ ภาพนี้ภาพเดียว สื่อถึงความหมายที่พวกเราสภากาชาดไทยล้วนซาบซึ้งในพระมาหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้”

เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณนิทรรศการ จะได้พบกับพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ขององค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงพระสิริโฉมงดงาม และพระพักตร์เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ซึ่งเบื้องหลังภาพนี้ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวอันทรงคุณค่าต่อสภากาชาดไทย จากการที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและอุทิศพระองค์ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมผู้อพยพชาวกัมพูชาเป็นการฉุกเฉินที่เขาล้าน จ.ตราด ด้วยพระองค์เอง ทรงมีพระเสาวนีย์ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ชั่วคราวเพื่อเป็นที่พักพิงของผู้อพยพ และกลายเป็นศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน ในปัจจุบัน

ท่านผู้หญิงที่เคยตามเสด็จฯ ในครั้งนั้นเล่าให้ฟังว่า “พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่า ต้องช่วยเหลือโดยทันที ถ้ายังไม่ได้ดำเนินการให้เรียบร้อย พระองค์ท่านก็จะไม่เสด็จกลับ” ผู้อำนวยการจิราพร เล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ผ่านพระราชกรณียกิจ ณ เขาล้าน เมื่อปี พ.ศ. 2522 “พระองค์ท่านเตรียมการอย่างละเอียดมากเพื่อช่วยเหลือทุกคน โดยเฉพาะเด็ก ๆ และในทุกวันนี้ ทุกคนยังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านอยู่ ภาพนี้จึงเป็นภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ซึ่งพระเมตตาในครั้งนั้นล้วนเกิดจากพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาชน โดยไม่เลือก ชนชั้น วรรณะ ศาสนา หรือเชื้อชาติ ตามหลักกาชาดสากล เรารู้สึกว่าภาพสามารถเล่าเรื่องได้จริง ๆ จึงได้เลือกภาพนี้เป็นภาพแรกของนิทรรศการที่ทุกคนจะได้เห็น”

เนื้อหาในนิทรรศการจะดำเนินเรื่องราวผ่านพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจขององค์กรกาชาดและสภากาชาดไทยทั้ง 4 ด้าน ทั้งในด้านการแพทย์และสุขภาพอนามัย ด้านการบรรเทาทุกข์ ด้านการบริการโลหิต และด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังรวมไปถึงพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม และการรวบรวมพระราชปณิธานผ่านพระราชดำรัสที่พระองค์เคยพระราชทานไว้ในโอกาสต่าง ๆ และอีกมากมายบรรจุไว้ในนิทรรศการแห่งนี้

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษที่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สอดแทรกอยู่ เช่น ลวดลายที่ประดับโดยรอบนิทรรศการได้รับแรงบันดาลใจของลายผ้าไทย จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่พระองค์ทรงจัดตั้งขึ้นส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ชนบทอันห่างไกล รวมถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่รอให้ทุกท่านได้มารับชม และค้นหาถึงความหมายที่ซ่อนอยู่รอบวงเวียนหน้าอาคารสถานเสาวภาแห่งนี้

แม้พื้นที่จัดแสดงรอบสระน้ำหน้าอาคารเสาวภา จะมีระยะทางที่ทอดยาวเพื่อบรรจุเรื่องราวแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้จำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแสดงได้ทั้งหมด เพราะตลอดทั้ง 69 ปี ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจของพระองค์นับไม่ถ้วน อันเป็นคุณูปการแก่สภากาชาดไทยและพสกนิกรไทยใต้ร่มพระบารมี

จิราพร ศรีสอ้าน

“นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสภากาชาดไทย เราอยากให้ทุกคนได้รับรู้เหมือนกับที่เรารู้ รวมถึงอยากส่งต่อให้คนรุ่นหลัง ๆ แม้จะไม่ได้เห็นพระองค์ทรงงานจริงด้วยตา แต่ว่าเราสามารถที่จะนำพระราชกรณียกิจ พระราชปณิธาน พระราชดำรัสต่าง ๆ มากมายของพระองค์ท่าน มาเป็นแบบอย่าง มาเป็นแนวปฏิบัติ ทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม เชื่อว่าสิ่งที่พระองค์ทรงให้ไว้จะสามารถทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดีได้ และทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนที่สามารถทำอะไรให้กับสังคมได้เช่นกัน” ผู้อำนวยการจิราพร กล่าวทิ้งท้ายถึงแรงบันดาลใจในการจัดทำนิทรรศการนี้

นิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดแสดงบริเวรรอบสระน้ำ หน้าอาคารสถานเสาวภา สภากาชาดไทย และจะตั้งอยู่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามารับชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับรองได้ว่านิทรรศการแห่งนี้จะค่อย ๆ นำพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวอันทรงคุณค่า อย่างต่อเนื่อง เต็มอิ่ม และประทับใจ ที่พระองค์ทรงเป็นผู้ให้แก่ประชาชนใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ ในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตนิเซฟ รวมพลังหญิงเก่งและเชฟมิชลิน ในงาน “ยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า” เพื่อยุติภาวะทุพโภชนาการในเด็ก

นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตนิเซฟ รวมพลังหญิงเก่งและเชฟมิชลิน  ในงาน “ยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า” เพื่อยุติภาวะทุพโภชนาการในเด็ก

นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตนิเซฟ รวมพลังหญิงเก่งและเชฟมิชลิน ในงาน “ยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า” เพื่อยุติภาวะทุพโภชนาการในเด็ก

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.42 น.

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ประกาศจัดงาน “ยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า 2026” (UNICEF Blue Star Gala 2026) งานระดมทุนครั้งสำคัญที่รวมพลังจากสตรีผู้ทรงอิทธิพลของประเทศไทย 4 ท่าน พร้อมเชฟระดับมิชลินจากทั้งในและต่างประเทศ รวม 12 ดาวมิชลิน เพื่อร่วมกันขจัดภาวะทุพโภชนาการในเด็ก และส่งเสริมให้เด็กทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ภายใต้แคมเปญ “กินไรดี #HungryForHope” ของยูนิเซฟ ที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านโภชนาการและกระตุ้นให้สังคมร่วมมือกันเพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่เหมาะสม เติบโตแข็งแรง และมีอนาคตที่สดใส งานกาล่าจะจัดขึ้นในวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อกฯ

นวลพรรณ ล่ำซำ

โดยงาน “ยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า 2026” ได้รับเกียรติจากสตรีผู้มีบทบาทสำคัญของประเทศไทย 4 ท่านมาเป็นกำลังสำคัญของงาน ได้แก่ มาดามแป้ง- นวลพรรณ ล่ำซำ, บุษดี เจียรวนนท์, มาริษา เจียรวนนท์ และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ซึ่งต่างมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสิทธิเด็กและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก โดยเฉพาะด้านโภชนาการ  โดยทั้ง 4 ท่านจะเป็นพลังสำคัญในการระดมความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาคการกุศล และวงการอาหาร เพื่อขับเคลื่อนภารกิจในการสร้างอนาคตที่ดีสำหรับเด็กทุกคน

บุษดี เจียรวนนท์, มาริสา เจียรวนนท์, เคน เลกินส์ และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล

 สำหรับเชฟ จำนวน 8 ท่านจากประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดครอง 12 ดาวมิชลิน ได้แก่ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ จากร้าน บ้านเทพา, เชฟชุมพล แจ้งไพร จากร้าน R-Haan, เชฟโจ – ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ จากร้าน Kwann และ Nawa Thai Cuisine, เชฟปริญญ์ ผลสุข จากร้าน สำรับสำหรับไทย และ เชฟซาชิน พูจารี จากร้าน INDDEE ซึ่งจะร่วมกันรังสรรค์เมนูพิเศษที่ผสานศิลปะการปรุงอาหารเข้ากับคุณค่าทางโภชนาการอย่างลงตัว และภายในงานยังมีเซอร์ไพรส์จาก เชฟชิโนบุ นามาเอะ จากร้านเลฟเฟอร์เวซองส์ ประเทศญี่ปุ่น และ เชฟ โช ฮีซุก จากร้านฮันซิกกงกาน ประเทศเกาหลีใต้ ที่จะมาร่วมรังสรรค์เมนูเพื่อสนับสนุนเด็กทั่วโลก โดยเชฟทุกท่านได้สละเวลาและความสามารถมาร่วมงานครั้งนี้ด้วยหัวใจแห่งจิตอาสาและความเชื่อมั่นร่วมกันว่า เด็กทุกคนควรมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตด้วยโภชนาการที่ดี

เชฟชุมพล แจ้งไพร, เชฟณพล จันทรเกตุ, เชฟซากิ โฮชิโนะ, เชฟปริญญ์ ผลสุข และ เชฟซาชิน พูจารี

เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ภาวะทุพโภชนาการในเด็กยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ทั้งใoประเทศไทยและทั่วโลก เด็กจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและโภชนาการที่เหมาะสม และต้องเผชิญกับทั้งภาวะขาดสารอาหารและโรคอ้วน ความจริงแล้ว โภชนาการที่ดีไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และการมีระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถตัดสินใจเลือกอาหารได้อย่างเหมาะสม งานยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า จึงไม่ใช่เพียงงานระดมทุน แต่เป็นการแสดงพลังความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะภาวะทุพโภชนาการในเด็กไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน ยูนิเซฟขอขอบคุณสตรีผู้ทรงอิทธิพลทั้ง 4 ท่านและเชฟทุกท่าน ที่ได้ใช้บทบาทความเป็นผู้นำ อิทธิพล และเวทีของตนเอง ร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ๆ”

นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ซึ่งเป็นแคมเปญฮีโร่ของ กินไรดี #HungryforHope กล่าวว่า “เราหวังว่างานยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า จะสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาให้ความสำคัญกับอาหารและโภชนาการของเด็กมากขึ้น พร้อมร่วมสนับสนุนการทำงานของยูนิเซฟในการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบ การขาดสารอาหารไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อความมั่นใจ การเรียนรู้ และโอกาสในชีวิต นี่คือเหตุผลที่ปัญหาทุพโภชนาการต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะทรัพยากรบุคคลคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ แป้งขอชวนทุกท่านมาร่วมสนับสนุนยูนิเซฟและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโภชนาการที่ดีให้เด็กทุกคนค่ะ”

แคมเปญ “กินไรดี #HungryForHope” มุ่งส่งเสริมให้พ่อแม่ ผู้ดูแล และเยาวชนหันมาเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น พร้อมผลักดันนโยบายที่ปกป้องเด็กจากการตลาดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รายได้จากงานกาล่าจะนำไปสนับสนุนโครงการด้านโภชนาการและโครงการอื่น ๆ ของยูนิเซฟทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อให้เด็กทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่สุด ได้เติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาพดี และพร้อมก้าวสู่อนาคตที่สดใส

รางวัลการออกแบบนานาชาติ ครั้งที่ 19 พลังขับเคลื่อนความคิดและงานสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก

รางวัลการออกแบบนานาชาติ ครั้งที่ 19  พลังขับเคลื่อนความคิดและงานสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก

รางวัลการออกแบบนานาชาติ ครั้งที่ 19 พลังขับเคลื่อนความคิดและงานสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.35 น.

หลังจากนำพารางวัลเกียรติยศไปสู่นักออกแบบ นักคิด และสถาปนิกในแวดวงงานสร้างสรรค์มาแล้วทั่วโลกกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ปีนี้ International Design Awards (IDA) ประกาศจัดงาน IDA Awards Gala ครั้งที่ 19 ที่กรุงเทพฯ ณ ไอคอนสยาม ภายใต้ความร่วมมือกันกับไอคอนสยาม และ Bangkok Design Week 2026 งานออกแบบสร้างสรรค์ระดับประเทศ ที่ไปเยือนประเทศต่างๆ มาแล้วทั่วโลก เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ขององค์กรในการสนับสนุนและเชิดชูฝีมือของ          นักออกแบบ นักคิด และสถาปนิกจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก ออสโล ไปจนถึงเซี่ยงไฮ้ สะท้อนบทบาทของเวทีรางวัล ที่มีอิทธิพลในระดับนานาชาติในการส่งเสริมนวัตกรรม และแนวคิดสร้างสรรค์ที่กำหนดมาตรฐานในการเป็นศูนย์กลางโดยรวบรวมความเป็นเลิศของอุตสาหกรรมการออกแบบหลากมิติไว้อย่างเป็นระบบล

ปรียนันท์ มงคลศรี,ไชยยง รัตนอังกูร, ฮอสเซน ฟาร์มานี, ปารีสา จาตนิลพันธุ์ และ แอปเปิ้ล ฟาร์มานี

การมาเยือนของ IDA และแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงงานออกแบบและผู้ชนะรางวัลจากนานาประเทศ กว่า 300 ท่าน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก และเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนนักออกแบบไทย ได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างเครือข่ายกับนักออกแบบระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม จุดประสงค์ก็เพื่อมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และการแลกเปลี่ยนปรัชญาทางศิลปะงานออกแบบอย่างลึกซึ้ง เพื่อผลักดันให้ผลงานสร้างสรรค์ของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมตอกย้ำบทบาท ของกรุงเทพมหานครในฐานะ “เมืองสร้างสรรค์”  ที่มีพลังและศักยภาพบนแผนที่โลก

นอกจากเป็นเวทีที่ยกย่องผู้สร้างสรรค์ที่กล้าคิดนอกกรอบในระดับสากลแล้ว IDA ยังเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่จะช่วยขยายความเป็นไปได้ของการออกแบบ ผ่านผลงานที่สะท้อนคุณค่าในเชิงแนวคิด       ความงาม และการใช้งาน ซึ่งเป็นหัวใจของ IDA ในการสนับสนุนอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกในทุกมิติ

สเซน – แอปเปิ้ล ฟาร์มานี และผู้แทนจากสถานทูตนานาชาติประจำประเทศไทย 

ผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขาต่างๆ อาทิ Architectural Design of The Year ได้แก่ Yohoo Museum – Aedas, Ken Wai รางวัลInterior Design of The Year ได้แก่  NTT DATA Milan headquarter De Amicis Architetti – Giacomo De Amicis รางวัล Fashion Design of The Year  ได้แก่ The Error of Perfection – Fashion House Lekeckas, Kestutis Lekeckas      รางวัล Graphic Design of The Year ได้แก่  ADHDesigner – N/A, Zipei Zhang, Calorine Ren, Yuling Zhou และ Product Design of The Year ได้แก่ King Long MH hydrogen-electric truck-tractor

นอกจากนี้ผลงานระดับ “Masterpiece” ที่ชนะรางวัลประจำปี 2568 จากเวที International Design Awards (IDA) และ European Product Design Award (EPDA) กว่า 70 ชิ้น ยังได้รับการนำมาจัดแสดงในงาน Bangkok Design Week 2026 ที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงช่วยสร้างเครือข่ายกับนักออกแบบระดับ นานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

ผลงานผู้ชนะ Fashion Design of The Year

หลังจากจบการจัดแสดงงานแล้ว นิทรรศการของผู้ชนะรางวัล IDA × EPDA จะเดินทางต่อไปยังอีกหลายเมืองทั่วโลก ภายใต้เครือข่ายของ House of Lucie ในเมืองต่างๆ อาทิ บูดาเปสต์ (ฮังการี) เอเธนส์(กรีซ) คาชาน (อิหร่าน) และออสตูนี (อิตาลี) สำหรับประเทศไทยจะได้รับการจัดแสดงงานที่เกาะสมุย (Koh Samui)

ภายในค่ำคืนแห่งงานประกาศรางวัลเกียติยศระดับโลกนี้ ได้รับเกียรติจากแขกคนพิเศษจากหลากหลายวงการทั่วโลก ทั้งนักคิด นักสร้างสรรค์ นักบริหาร สถาปนิก และผู้คนจากแวดวงงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ผู้บริหารจากไอคอนสยาม, ไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), H.E. Ms. Lise Lilian Ferrer Silva  เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย,       Ms. Jacqueline Mourot  ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, และ Mr. Adam Coin ผู้แทนจากสถานทูตเออัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ร่วมงาน

ผลงานผู้ชนะ Architectural Design of The Year

ผลงานผู้ชนะ Product Design of The Year

ผลงานผู้ชนะ Graphic Design of The Year

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ เข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ เข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ เข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.34 น.

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ถือเป็นหลักคิดสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการสร้างอาชีพ ถ่ายทอดความรู้ พัฒนาทักษะ และมอบเครื่องมือในการดำรงชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง มากกว่าการช่วยเหลือเพียงระยะสั้น

จากแนวคิดดังกล่าว การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ช่วยเหลือในระยะยาวที่แท้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านร่างกาย เศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพและการมีอาชีพในอนาคต การเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสมจึงไม่เพียงช่วยเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดพื้นที่ให้ศักยภาพ ความสามารถ และคุณค่าของผู้พิการได้รับการยอมรับในสังคม

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เป็นสถานศึกษาเพื่อคนพิการที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพ ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในทุกมิติ เพื่อพัฒนาสู่การมีงานทำ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม จัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมดูแลด้านที่พัก อาหาร การศึกษา และกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยจัดการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และมีงานทำเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อาทิ หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นด้านการเตรียมพื้นฐานวิชาชีพและคอมพิวเตอร์สำนักงาน ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือคนพิการมาแล้วมากกว่า 5,000 คน

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” จึงเดินหน้าจัดโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมอบเงินสมทบทุนเพื่อการศึกษา พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น ให้แก่นักเรียนพิการประจำวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นางวิภา อรรถจารุสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายธุรการการเงิน วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา พร้อมด้วยคณะครูและตัวแทนนักเรียนผู้พิการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

การลงทุนด้านการศึกษาผู้พิการเป็นการสร้างโอกาสระยะยาว และเสริมพลังให้ผู้พิการก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคม   ผู้มีจิตศรัทธาและสถานประกอบการสามารถร่วมสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอาชีพแก่ผู้พิการ ด้วยการมอบทุนการศึกษา ทุนอาหาร หรือสิ่งของจำเป็น โดยร่วมบริจาคได้ที่บัญชีเลขที่ 342-4-73627-4 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ประเภทออมทรัพย์

-(016)

3 หน่วยงานร่วมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

3 หน่วยงานร่วมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

3 หน่วยงานร่วมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

เมื่อเร็วๆนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์-พันธ์ทิพย์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภริยา เป็นประธานเปิดงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจรักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” ให้แก่เจ้าภาพ 3 หน่วยงาน คือ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดย รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด โดย สุริยน ศรีอรทัยกุล และชมรมเพลินไทยสมัยนิยม โดย ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ที่ผนึกกำลังกันจัดกิจกรรมถวายอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งนำรายได้จากการจัดงานสมทบทุนในกาสร้างศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็ง และรังสีรักษา ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการทำดีถวายเป็นพระราชกุศล ณ อีเว้นท์ฮอลล์ ห้างเซนทรัล ชิดลม

ในงานเริ่มด้วยพิธีกรชื่อดัง นีโน่ เมทนี บุรณศิริ นำเข้าพิธีการถวายอาลัย และการขับร้องบทเพลงถวายอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนักร้อง และนักร้องกิตติมศักดิ์เสียงคุณภาพ อาทิ กมลชนก เขมะโยธิน สันติ วจนพานิช ภัทรกร พันธุมโกมล วทัญญู มุ่งหมาย พญ.เฉลิมขวัญ รื่นอารมณ์ ดร.สุวรรณา วงศ์สุรไกร อดิศร์ เชื้อวงศ์ อธิป เจริญชัยสกุลสุข นภาดา เศรษฐเศรณีกุล ชนภา ณ นคร และการขับร้องเพลงประจำสถาบันจากการประสานเสียงของนักร้องคอรัสมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามด้วยกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ด้วยคณะกรรมการตระหนักในพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทย ที่ได้สะท้อนถึงพระราชอุตสาหะที่ทรงปรารถนาให้การทอผ้าพื้นบ้านของเกษตรกรไทย สามารถเป็นอาชีพเสริมให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงพระราชทานแบบชุดไทยพระราชนิยมให้แก่สตรีไทย ถึง 8 แบบ ซึ่งมีความงดงามวิจิตรเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก และทรงรื้อฟื้นการทอผ้าไทยพื้นบ้านทั้ง 4ภูมิภาค จนกลายมาเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกสังคม

ด้วยการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานชายไทยบนเวที ซึ่งในปีนี้ประชาชนไทยต่างเฝ้ารอข่าวดี ในการจดทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ ในงานยังมีการแสดงวิวัฒนาการแฟชั่นเครื่องแต่งกายในราชสำนัก ยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 4-9 ที่ตัดเย็บโดยผ้าไทยจากศูนย์ศิลปาชีพ ผ้าจากโครงการดอยตุง ผ้ายกดอกจากอำเภอปักธงชัย และผ้าไทยพื้นบ้านจาก 4 ภูมิภาค ด้วยผลงานของ 4 ห้องเสื้อชั้นนำโดย สุดจิตร์ สุดจิตต์ Finale Wedding Studio, สุภาพร เอ็ลเดรจ Supa East Glamor, ศักดิ์สิทธิ์ บุญศักดาพร Tik Couture, นิรมล จิรปิติ Niramon Couture พร้อมหมวกแฟชั่นจาก ชนภา ณ นคร โดยผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์ และนักแสดงอาชีพกว่า 70 ราย อาทิ อุษามณี ไวทยานนท์ ณิชฏา ทองเจือ ญาณิศา ธีราธร ปวีณา ซิงค์ แอนนา เสืองามเอี่ยม ศุภัคญาฎาร์ กัลยาณมิตร ร่วมด้วยนายแบบกิตติมศักดิ์ อาทิ กษิดิศ ดุลยจินดา บุตรชายรูปหล่อของประธานชมรมเพลินไทยฯ นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ ดร.นิริน พลวัน มนฤทัย เตยะราชสกุล ศ.คลินิก พญ.วลัยลักษณ์ ชัยสูตร โชคชัย มณีอนันตเศรษฐ์ พิมนรา บุนนาค ฐิติพร ไพบูลย์ปรีดี ไอโกะ ซาเอกิ เกรียงชัย วิศิษฏ์สรอรรถ สุพนิต วีระกุล กันยาวีร์ ใจบุญ วิลาสิณี เทพหัสดิน ณ อยุธยา นฤดี วรวรรณ ณ อยุธยา ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีการประมูลของสะสมจากผู้ใหญ่ใจดีจำนวน 17 รายการ อาทิ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ มอบพระบรมสาทิสลักษณ์ จากพระราชพิธีอภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคียงคู่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เทคนิคสีน้ำมัน โดยศิลปินชื่อดัง ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ โดยมี คุณกรรณิกา ศิลปะวรางกูร เป็นผู้ประมูลได้ และมอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอัญเชิญติดที่อาคาร 90 ปี ธรรมศาสตร์ ต่อไป และอีกพระบรมสาทิสลักษณ์ ที่เขียนด้วยเทคนิคสีชอล์ก มอบโดยศิลปิน นพแก้ว ประยูรเมธา โดยมี สมพงษ์ เผอิญโชค ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ดีเด่น เป็นผู้ประมูลได้อย่างไม่อั้นราคา ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ – นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ มอบผ้ายกทองขอบสังเวียนลายนกยูงมงคลทอเต็มผืน 4 เมตร โดยมี พรเทพ สามัตถิยดีกุล ตามมาประมูลให้ ศรีภริยาคนสวย ดร.นิริน พลวัน แบบไม่อั้นราคาเช่นกัน สุริยน ศรีอรทัย-กุล มอบกระเป๋า Judith Leiber 2 ใบ มี Mr.Jimmy เป็นผู้ประมูลได้ หมวกแฟชั่นจากต่างประเทศ มอบโดย ชนภา ณ นคร ผู้ประมูลได้คือ จิตรลดา- ศิริหงษ์ และอีกไฮไลท์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมอบมาให้ประมูล คือนาฬิกาข้อมือบุรุษ – สตรี Seiko Monster 90 ปี TU Limited Edition หมาเลยเลขมงคล 099 และ 0999 ฯลฯ ผู้ประมูลได้คือ สมพงษ์ เผอิญโชค เจ้าประจำ และมานิดา วัฒนพนม รายได้ทั้งหมดจากการประมูลสิ่งของ จากนักแสดงกิตติมศักดิ์ผู้ใจกุศล และจากผู้บริจาคสมทบกรณีพิเศษ อาทิ พรทิวา นาคาศัย และประธานร่วมทั้งสอง คือ สุริยน ศรีอรทัยกุล ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ เพื่องานนี้ รวมทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) มอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ประเดิมเป็นทุนในการเพื่อจัดทำศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็ง และรังสีรักษาในการช่วยเหลือและบำบัดรักษาผู้ป่วย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระแม่แห่งแผ่นดิน พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

จึงขอเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปติดต่อ ร่วมบริจาคตรงได้ที่ห้องบริจาค ชั้น 1 อาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ 02-926-9432 065-054-2565

-(016)

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ หมาป่าอินเดียนแดง

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ หมาป่าอินเดียนแดง

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ หมาป่าอินเดียนแดง

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.35 น.

                  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยามค่ำคืน รอบกองไฟ ผู้อาวุโสชาวอินเดียนแดงเผ่าเชอโรกีคนหนึ่ง เล่าเรื่องสอนหลานชายเกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิต ว่า:

                  “หลานรัก… ในใจของคนเราทุกคนนั้น มีการต่อสู้ที่ดุเดือดเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เป็นการต่อสู้ระหว่าง หมาป่าสองตัว ที่อยู่ในตัวเรา”

                  หมาป่าตัวที่หนึ่ง ชื่อ “ ดำ” คือความโกรธ, ความอิจฉา, ความโลภ,ความเกลียดชัง, ความเศร้าโศกเสียใจ,  ความหยิ่งยโส, การสงสารตัวเอง, ความรู้สึกผิด, ความขุ่นเคือง, ความต่ำต้อย, การโกหก, และความทะนงตัวที่ผิดๆ

                 หมาป่าตัวที่ สอง  ชื่อ “ ขาว” คือความรัก, ความเมตตากรุณา, ความร่าเริง, ความสงบสุข, ความหวัง, ความถ่อมตัว, ความเห็นอกเห็นใจ, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความจริง, และความศรัทธา

                 หลานชายนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามปู่ด้วยความสงสัยว่า

                 “แล้วหมาป่าตัวไหนครับ .. ที่จะเป็นฝ่ายชนะในการต่อสู้ ?”

                 ปู่ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วตอบสั้นๆ ว่า: “ตัวที่ชนะก็คือตัวที่เจ้าเลือกเลี้ยง ‘ให้อาหาร’ นั่นแหละ”

                 ปู่อธิบายต่อไปว่า “ จิตใจของคนเรามีทั้งด้านมืดและสว่าง มีทางเลือกในการดำรงชีวิตได้สองทาง คือทางดีและทางร้าย เหมือนกับการเลือกให้อาหารหมาป่า ที่ชื่อ “ดำ”  คือความโกรธแค้น, ความอิจฉาริษยา, ความเศร้าโศก, ความเสียใจ, ความโลภ, ความหยิ่งยโส, หรือ หมาป่าที่ชื่อ “ขาว” คือความร่าเริง, ความสงบสุข, ความรัก, ความหวัง, ความถ่อมตัว, ความเมตตา, ความกรุณา”

                  ปู่ ไม่ได้บอกว่าหมาป่าตัวร้ายจะหายไปอย่างไร หรือหมาป่าตัวดีจะชนะอย่างไร แต่ปู่บอกว่า “พลัง” ของหมาป่านั้นขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะให้อาหารแก่หมาป่าตัวไหน

                  เราเลือกได้ว่าจะตอบโต้สถานการณ์ต่างๆ ด้วยความโกรธ (ให้อาหารหมาป่าดำ) หรือด้วยความดี  ความเข้าใจ ให้อภัย (ให้อาหารหมาป่าขาว)

                  การ “ให้อาหาร” เปรียบเสมือนการฝึกจิต หากเราจดจ่ออยู่กับสิ่งดีๆ การทำความดี สม่ำเสมอ จิตใจฝั่งกุศลก็จะแข็งแรงขึ้น แต่หากจดจ่ออยู่กับสิ่งชั่วร้าย คิดโลภ โกรธ หลง การทำความผิด จิตใจก็จะขุ่นมัว 

                  เราต้องดูแลหมาป่าทั้งสองตัวที่เลี้ยงไว้อยู่ในใจของเราให้ดี เพราะหากเราละเลยตัวที่ดุร้าย มันจะคอยดักซุ่มโจมตี แต่หากเรารู้เท่าทันและควบคุมมันได้ พลังของมันจะกลายเป็นความเด็ดขาดและความกล้าหาญเมื่อจำเป็น

                  นิทานนี้ สอดคล้องกับ บุญกิริยาวัตถุ  ข้อ 3 ภาวนามัย โดยอธิบายว่าการบริหารจัดการจิตใจตนเอง นั้น คล้ายกับการให้อาหารหมาป่า ถ้าเลือกทำความดี โดยให้อาหารหมาป่าสีขาว ด้วยความเมตตากรุณา ก็จะได้รับผลดี ได้ความรัก ความหวัง ความสงบ ถ้าเลือกทำความชั่วโดยให้อาหารหมาป่าสีดำ ด้วยความโลภ โกรธ หลง  ก็จะได้รับผลในทางไม่ดี 

                   เรียบเรียงจากนิทาน เรื่อง หมาป่าสองตัว (The Two Wolves) ของชาวอินเดียนแดงเผ่าเชอโรกี ในประเทศสหรัฐอเมริกา 

อาทร จันทวิมล

แมคโดนัลด์ร่วมสมทบทุนบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์

แมคโดนัลด์ร่วมสมทบทุนบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์

แมคโดนัลด์ร่วมสมทบทุนบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แมคโดนัลด์  มอบเงินจากการจัดกิจกรรม HAPPINESS SHARING WITH HAPPY MEAL ให้กับ  มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย เพื่อส่งต่อรอยยิ้มให้กับครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่เข้าพัก ณ บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์

แมคโดนัลด์ ร่วมส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้กับสังคม พร้อมปลูกฝังแนวคิดการแบ่งปันแก่เยาวชนไทย ผ่านการเปลี่ยนจินตนาการและผลงานศิลปะของเด็กๆ ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา ให้กลายเป็นพลัง แห่งการให้ที่มีความหมายในกิจกรรม ‘HAPPINESS SHARING WITH HAPPY MEAL’  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากน้องๆ ทั่วประเทศ โดยสามารถรวบรวมผลงานสำหรับเปลี่ยนเป็นการสมทบทุนให้แก่มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย เป็นจำนวน 20,000 บาท เพื่อส่งต่อรอยยิ้มให้กับครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่เข้าพัก ณ บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  (รพ. เด็ก), โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ โรงพยาบาลศิริราช ทั้งยังนับเป็นการสะท้อนถึงอีกบทบาทหนึ่งของแมคโดนัลด์ในฐานะ Forever Partner ที่ยืนหยัดเคียงข้างมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย อย่างต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี

ทั้งนี้ สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ง่ายๆ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ ผ่านโปรแกรม Round-Up  หรือสแกน QR Code ที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ และเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ที่ FB • IG • TikTok • LINE @rmhcthailand หรือ http://www.rmhc.or.th  นอกจากนี้ยังสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมดีๆ  จากแมคโดนัลด์ ได้ที่ Facebook.com/McThai

คุณแหน : 13 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 13 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 13 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ห้องประชุมสังคีตวัฒนา อาคารอำนวยการ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา 23 ก.พ. 15.00 น…
  • กลับมาอีกครั้ง งานแฟร์สไตล์สวิสที่หลายคนรอคอย “La Foire Suisse 2026” พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ชวนทุกคนมาพบปะ แลกเปลี่ยนและสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมสวิสในบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเองในงานประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ 22 ก.พ. 10.00 – 18.00 น. ณ The Summer House, ปาร์คนายเลิศ ถ.วิทยุ สอบถามที่โทร. 02-2520010..
  • พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร PWC ประเทศไทย พร้อมกับ ดร. ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ และ ชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ ร่วมต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร Digital CEO#9  ไปดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ณ PWC ประเทศไทย งานนี้ ทศพล เผื่อนอุดม, พล.ท.พงษ์ศักดิ์ หมื่นกล้าหาญ,  อรัญญา พรไชยะ, กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ, สุพจน์ คำเหลือง, ภัทรลดา สง่าแสง, ภิญญู กำเนิดหล่ม, จรัสศรี พหลโยธิน, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, น.ต.หญิง พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์, วิศาล จิรภาพงพันธ์, อนุกูล เย็นใจ, ชุมศิริ ดิสถาพร, ศิริพร โรจนสุกาญจน, ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์, วิไลหงษ์ แซ่เจีย, ธิฐิมา พัฒนวลา, ดร.นริศรา รวมศิริวัฒนกุล, นพ.สุทธิภาศ พงศ์มณี, นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, นัฐพงษ์ ทองสะโคม, ชญาณเดช ปรียวัฒธนากุล, ศิรัส สมบัติศิริ, ปณิธิ ศิริอุทัยกร..
  • สาลินี คุวานันท์ มอบเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โดยมี รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา รับมอบ..
  • ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ เพื่อสมทบทุนโครงการจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจสำหรับ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..
  • พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา วันเกิดปีนี้ได้ไปกราบขอพรจากคุณแม่ แน่งน้อย เสรีวิวัฒนา พระประจำบ้านเป็นประจำทุกปีมากว่า 25 ปีแล้ว..
  • กูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา เป็นผู้แทนเพื่อนๆ BRAIN 2 ไปแสดงความเสียใจกับ นพัฐห์ ปูคะวนัช ที่สูญเสีย คุณแม่สุภา บวรพนมศักดิ์..
  • สวด ไมเคิล มิตร ประมวลวรชาติ บิดา ปริตตาภา ประมวลวรชาติ วัดมหาไถ่  ซ.ร่วมฤดี 11-13 ก.พ. 18.30 น. 14 ก.พ.09.00 น. หลังมิสซาเคลื่อนไปฝังที่สุสานคอทอลิกวัดเซนต์นิโคลัส พัทยา..
  • หลักสูตร Mini Master of Management Program รุ่นที่ 83 #MMM83 เปิดรับสมัครถึง 3 มีค. รายละเอียดหลักสูตรได้ที่ http://gspa.nida.ac.th/th/mmm  โทร 023751297..
  • ม.เกษตรศาสตร์ ขอเชิญนักเรียน นิสิตนักศึกษา ร่วมแข่งขัน Pitching ระเบิดไอเดีย “นวัตกรรม AI ด้านการแพทย์และสาธารณสุข” เน้นเวชศาสตร์การเกษตร และชีวนวัตกรรม เปิดรับสมัครออนไลน์แล้ว วันนี้ – 28 ก.พ. ที่ https://aiih.cs.sci.ku.ac.th/challenge..

น้องใหม่

กรุงเทพประกันภัยมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สนับสนุนโครงการ Give Blood Now ของสภากาชาดไทย

กรุงเทพประกันภัยมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สนับสนุนโครงการ Give Blood Now ของสภากาชาดไทย

กรุงเทพประกันภัยมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สนับสนุนโครงการ Give Blood Now ของสภากาชาดไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.09 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย ธีรยุทธ กิจวรพัฒน์ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขา เป็นตัวแทนมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทย โดยมี เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และรศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบในพิธีแถลงข่าว โครงการ Give Blood Now – ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย เพื่อสนับสนุนการจัดทำเสื้อยืดที่ระลึกให้แก่ผู้บริจาคเลือดครบ 3 ครั้งต่อปี และส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ณ ห้องจุมภฏ ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ