คุณแหน : 12 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 12 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 12 สิงหาคม 2568

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ…
  • ตามที่เราได้เคยเสนอเรื่อง “ขุมทรัพย์มโหฬารใต้ทะเลเกาะกูด” ตั้งแต่ปีที่แล้ว บัดนี้เรื่องดังกล่าวดูจะเด่นชัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน พล.ท.กนก เนตระคเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับบัญชากองกำลังสุรนารี ท่านได้ชี้ให้เห็นจุดประสงค์ประการหนึ่งของ ฝ่ายสมเด็จฮุนเซนในข้อพิพาทครั้งนี้มาจากเรื่องทรัพยากรธรรมชาติล้ำค่าที่เกาะกูด…ขอเท้าความบุคคลผู้ที่น่าจะรู้แบ็คกราวด์เรื่องนี้ดีที่สุดคือ พล.ร.อ. ถนอม เจริญลาภ อดีตเจ้ากรมอุทกศาสตร์และกรรมการการเจรจาเขตแดนทางทะเลมาทุกรัฐบาล เคยปรารภกับเราว่า มูลค่าทรัพยากรใต้ทะเลประกอบด้วยน้ำมันปิโตรเลียม, ก๊าซธรรมชาติ, และแร่ล้ำค่าจำนวนมาก ต่อข้อถามถึงมูลค่า (ESTIMATES) ของทรัพยากรในขณะนั้น ท่านเจ้ากรมฯ ย้ำว่าทุกสิ่งทุกอย่างขณะนั้นฝรั่งเก็บเป็นความลับทั้งหมด ฝรั่งฝ่ายสหรัฐฯผู้เจาะสำรวจเคยเปิดเผยกับท่านเป็นส่วนตัว นัยว่ามีค่ามหาศาลถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งต่อมากูรูเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล ได้คำนวณด้วยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3.5% และชี้ว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจปัจจุบันสูงถึง 22.7 ล้านล้านดอลลาร์ !…
  • อนุสนธิข่าวกัมพูชาเสนอชื่อ ทรัมป์ เป็นแคนดิเดตเข้ารับรางวัล “NOBEL PRIZE” สาขาสันติภาพ ซึ่งแน่นอนเป็นสุดยอดความถวิลหาของเหล่าผู้นำโลก การนี้อารยประเทศกลับมองเป็นเรื่องย้อนแย้ง เสมือนกับ “เจ้าของโรงฆ่าสัตว์เสนอจัดงานเทศกาลกินเจ” ทีเดียว และแน่นอนในระยะหลังเราจะสังเกตได้ว่าสหรัฐฯเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับกัมพูชาไปมาก จากประเทศคนละฝ่ายมาเป็นมิตรในรูปแบบ “STRANGE BED FELLOWS” …ทั้งนี้ทั้งนั้น บารอนเนส อยากจะชี้ให้เห็นว่า AXIOM “เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ” ยังมีความแน่นอน อย่าลืมว่า พล.อ.ฮุน มาเนต ใช้เวลาศึกษา-ฝึกหนัก-กินอยู่-ปรัชญาอเมริกันถึง 5 ปี ในโรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ในสหรัฐฯ ในยุคนั้นก็มีกระแสข่าวว่าฮุนมาเนตเข้าเวสต์พอยต์ได้ เพราะการผลักดันของฝ่ายไทย สถาบันทหารแห่งนี้ยูนิคมากสำหรับชาวต่างชาติไม่มีการสอบรับทั่วไป, ไม่มีโควต้าให้แก่ประเทศพันธมิตร, ทุกอย่างคือคอนเนคชั่น และผลผลิตคือ ว่าที่ ร้อยตรี ฮุน มาเนต แห่ง WEST POINT, USA.…
  • น่าภาคภูมิใจ ที่ศิษย์จากคณะวารสารฯ มธ.ได้รับการยกย่องให้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ” หลายคน อาทิ ดร.ยุทธนา มุกดาสนิท รุ่น 2513 และ ประสาทพร​ ภูสุศิลป์ธร รุ่น 2512 ขอแสดงความยินดีด้วย…
  • ระหว่าง 9-16 ส.ค. เชวง จิตรสมบูรณ์ เกี่ยวก้อย จินตนา สุดที่รักไปท่องเที่ยวจีน เมืองเฉิงตู ตันปา หลี่ถัง (เมืองที่สูงที่สุดในโลกระดับ 4,000-6,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และเมืองย่าติง ที่สมญานามว่า แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย…
  • แล้วลูกหลานสองตระกูลก็ได้มาเจอกันที่หัวหิน ประนอม เฉินบำรุง และ ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล สองเพื่อน มช.ได้มาพบกัน คราวนี้มาแนว อาม่า คุณย่า คุณยาย โดยคุณยายฝ่ายเหนือได้ของฝากเป็นซาลาเปาอร่อยจากเมืองกรุง ส่วนอาม่าจาก กทม. ได้ชุดอาหารเหนือเจ๊ต้อย เจ้าโปรด…ลำแต๊ๆเจ้า…
  • เพราะสมาชิกครอบครัวติดใจบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวและอาหารอร่อยของหัวหิน ประนอม- สมจิต เฉินบำรุง พาลูกหลานรวม13 ชีวิตบินจากเชียงใหม่ตรงไปพักที่ดุสิตรีสอร์ท หัวหินในโอกาสที่ครอบครัวบุตรสาว ดร.สายสกุล-ดร.พงศ์กร กุลแสงเจริญ และหลานๆ มาจากอังกฤษมาเยี่ยมบ้านในช่วงนี้ !!…

บารอนเนส

พระแม่แห่งแผ่นดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระแม่แห่งแผ่นดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระแม่แห่งแผ่นดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และโดยพระชนมพรรษาจึงนับเป็นพระกุลเชษฐ์พระองค์ปัจจุบันในพระบรมราชจักรีวงศ์

ตลอดระยะเวลาแห่งการดำรงพระอิสริยยศ “พระราชินี” จนถึง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติภารกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งในฐานะ “พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย” และในฐานะ “คู่บุญคู่พระราชหฤทัย” ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฏร์ ทั้งโดยเสด็จพระราชดำเนินตาม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบททั่วทุกภูมิภาค แม้จะทรงตรากตรำพระวรกาย เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนในปัจจุบัน  ก็มิได้ทรงย่อท้อแต่อย่างใด 

พระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทุ่มเทอุทิศกำลังพระวรกาย พระสติปัญญา พระราชทรัพย์ ในพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อเกื้อกูลประโยชน์สุขของพสกนิกรนั้นได้ดื่มด่ำอยู่ในหัวใจคนไทยทั้งชาติ และหยั่งลึกลงเป็นรากฐานแห่งความจงรักภักดีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นผลให้เกิดความมั่นคงและนำสันติสุขมาสู่ปวงชนชาวไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ  และความเป็นอยู่ของพสกนิกรในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

โครงการในพระราชดำริที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ ไปทรงเยี่ยมพสกนิกรทั่วทุกภาคของประเทศมากว่า 50 ปีแล้ว จึงได้ทอดพระเนตรเห็นทุกข์สุขทั้งสิ้นในการครองชีพของราษฎร ทรงพบว่าราษฎรซึ่งส่วนใหญ่เป็นกสิกรต้องประสบภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น ฝนแล้ง นาล่ม ศัตรูพืชรบกวน ทำให้การประกอบอาชีพไม่ได้ผล อีกทั้งทรงพบว่าราษฎรไทยหลายท้องถิ่นมีฝีมือเป็นเลิศทางหัตถกรรมหลายชนิดสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ สมควรจะอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติชาติสืบไป พระองค์จึงทรงทุ่มเทพระวิริยะ อุตสาหะ และพระราชทานทรัพย์มาส่งเสริมงานหัตถกรรมแก่ราษฎร

วัตถุประสงค์สำคัญ คือเพื่อหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาในการเพาะปลูก หรือเกษตรกรที่ว่างจากฤดูเพาะปลูกให้ได้มีงานทำอยู่กับบ้าน ซึ่งจะส่งผลให้ราษฎรไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานของตนเข้าไปทำงานรับจ้างในเมืองใหญ่ๆ อันก่อให้เกิดปัญหาชุมชนแออัดในระยะยาวต่อไป นับว่าเป็นการช่วยรักษากรรมสิทธิ์ในที่ดินของราษฎรผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้อีกทางหนึ่งด้วย และสำหรับชาวไทยภูเขาซึ่งเคยมีอาชีพปลูกฝิ่น ก็ทรงส่งเสริมให้หันไปประกอบงานฝีมือที่ชาวไทยภูเขามีความชำนายอยู่แล้ว คือการเป็นช่างเงินหรือช่างทองแทน

วัตถุประสงค์อีกประการหนึ่ง คือเพื่อธำรงรักษาและฟื้นฟูหัตถกรรมแบบไทยโบราณซึ่งกำลังจะเสื่อมสูญไปตามกาลเวลาให้กลับมาแพร่หลาย เช่น การทอผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายโบราณ การทอผ้าแพรวา การจักสานย่านลิเภา การทำเครื่องถมเงินและถมทอง การคร่ำ เป็นต้น เนื่องจากหัตถกรรมประเภทนี้ต้องใช้ฝีมือ เวลา และความอดทนเป็นอย่างมาก จึงหาผู้ที่สนใจสืบทอดวิชาเหล่านี้เป็นอาชีพได้ยากยิ่ง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดสอนหัตถกรรมแทบทุกประเภทแก่บุตรหลานของราษฎรผู้ยากไร้ขึ้นในสวนจิตรลดา และในบริเวณพระตำหนักทุกภาคเวลาที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับเพื่อทรงเยี่ยมราษฎร  โดย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินประทับเคียงข้าง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงช่วยจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผ้า ผู้ทอ และตรวจรับผ้าทอจากสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อการวิเคราะห์และให้ความช่วยเหลือราษฎรได้อย่างถูกวิธี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับเด็กยากจนและการศึกษาน้อยผู้ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางการช่างใดๆ  เข้ามาเป็นนักเรียนศิลปาชีพ ทรงเสาะหาครูผู้มีฝีมือที่ยังหลงเหลืออยู่มาถ่ายทอดผลงานและพระราชทานกำลังใจแก่สมาชิกศิลปาชีพ หมุนเวียนไปทั่วประเทศเป็นประจำทุกปี รวมทั้งโปรดที่จะทรงใช้สอยผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพทุกชนิดเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรทั่วไป  

งานของศิลปาชีพเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสมาชิกศิลปาชีพกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพได้แพร่หลายกว้างขวางเป็นที่นิยมในหมู่ราษฎรไทยและชาวต่างประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี ต้องทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์เพื่อโครงการศิลปาชีพเป็นจำนวนมาก จึงมีผู้กราบบังคมทูลขอให้ทรงจัดตั้งขึ้นเป็นมูลนิธิ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2519 โดยทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของมูลนิธิด้วย ต่อมารัฐบาลได้ประจักษ์ถึงผลงานและคุณประโยชน์มูลนิธิด้วย จึงได้รับเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ โดยจัดตั้งเป็นกองศิลปาชีพขึ้นในสำนักราชเลขาธิการ เมื่อพุทธศักราช 2538 เพื่อสนับสนุนงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Foundation for the Promotion of Supplementary Occupations and Related Technique of Her Majesty Queen Sirikit of Thailand” หรือเรียกย่อๆ ว่า “The SUPPORT Foundation”

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี ทรงสนพระราชหฤทัยงานด้านศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าที่สำคัญของชาติ หนึ่งในนั้นคือ นาฏกรรมโขน ซึ่งมีพระราชประสงค์ให้อนุรักษ์และสืบสานอยู่คู่แผ่นดินไทย ดังพระราชปรารภที่ว่า “ทุกวันนี้ประชาชนชาวไทย ไม่ใคร่มีโอกาสได้ชมโขน เนื่องจากการจัดแสดงโขนแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโขน และงานหัตถศิลป์แขนงต่างๆ เพื่อรื้อฟื้นการแสดงโขนตามโบราณราชประเพณี เริ่มต้นจากการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่ สำหรับใช้ในการแสดงโขนพระราชทาน ทรงกำชับให้ยึดถือรูปแบบเครื่องแต่งกายโขนแบบโบราณ แต่มีความคงทนและสวยงามยิ่งขึ้น

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกลมากในการนำโขนมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง เพราะการฟื้นฟูโขนนั้นไม่ใช่แค่การฟื้นฟูนาฏศิลป์ แต่เป็นการพลิกฟื้นฝีมือช่างหัตถศิลป์หลายแขนง ทั้ง วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ ศิลปกรรม และพัตราภรณ์ของไทย ให้คืนกลับมา ทั้งยังทำให้เกิดสกุลช่างในรัชกาลปัจจุบัน ในเรื่องของพัสตราภรณ์หรือเครื่องแต่งกาย  โดยมี อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เป็นผู้ควบคุมดูแลเรื่องการออกแบบและดูแลช่างที่เป็นสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่ช่วยกันตัดเย็บเครื่องแต่งกายและทอผ้าเพื่อใช้การแสดงโขนโดยเฉพาะ

อาจารย์สมิทธิ ศิริภัทร์ ที่ปรึกษาส่วนพระองค์ด้านศิลปะ ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตสร้างเครื่องแต่งกายโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพอีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับพระราชทานพระราชานุญาต จึงเริ่มดำเนินการในปีพุทธศักราช 2548 โดย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และ กรมศิลปากร สนองพระราชดำริด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นมาใหม่ที่คงความงดงามตามแบบโบราณ และกราบบังคมทูลขอพระราชทานเพื่อใช้ในการแสดงโขนเรื่อง “รามเกียรติ์” ชุด “ศึกพรหมาศ” ถวายทอดพระเนตร และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 

การแสดงครั้งนั้น ได้เชิญ อาจารย์สุดสาคร ชายเสม มาออกแบบฉาก ส่วน อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย จัดแสดงโขนในรูปแบบการบรรเลงคอนเสิร์ต เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  โปรดดนตรีสากล โดยเลือกบทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ใช้ชื่อว่า การแสดงเฉลิมพระเกียรติ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน : พรหมาศ บรรเลงโดยวงโยธวาทิต กองดุริยางค์กองทัพบก และได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการแสดงรอบปฐมทัศน์ วันที่ 25 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 (รอบประชาชนทั่วไปวันที่ 27-28 ธันวาคม) ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หลังจบการแสดง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ยังคงดำเนินงานปรับปรุงเกี่ยวกับโขนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายโขนที่เพิ่มรายละเอียดให้วิจิตรยิ่งขึ้น

จากนั้นในปีพุทธศักราช 2551 มิได้ทำการแสดงโขน เนื่องจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ปีต่อมาจึงได้จัดแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนพรหมาศ ฉบับปรับปรุงใหม่ เป็นครั้งที่ 2 โดยมีวงดนตรีสากลและวงดนตรีไทยเล่นประกอบโขน จัดแสดง 6 รอบ ต่อมาได้มีการเพิ่มรอบในภายหลังตามคำเรียกร้องของผู้ชม และในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกันนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการโขนพระราชทาน ในงานเปิดหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และเป็นครั้งแรกที่ได้พระราชทานการแสดงโขนในปีต่อไปคือ ตอน “นางลอย” จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อจาก “โขนเฉลิมพระเกียรติ” เป็น “โขนพระราชทาน” อันเป็นการแสดงที่พระราชทานลงมาให้แก่ปวงชนชาวไทยได้ชม

สำหรับโขนพระราชทาน ตอน “นางลอย” นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยมีการจัดแสดงถึง 2 ช่วง ในเดือนมิถุนายนและพฤศจิกายน พุทธศักราช 2553 ทั้งยังเป็นปีแรกที่เปิดคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ รวมทั้งเริ่มมีการสร้างฉากที่วิจิตรตระการตาและเพิ่มเทคนิคต่างๆ เพื่อดึงดูดใจผู้ชมมากขึ้น และการแสดงโขนพระราชทานที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีนั้นได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนจนต้องเพิ่มรอบการแสดงขึ้นทุกปี ในปีพุทธศักราช 2554 มีการแสดงโขนพระราชทาน ชุด “ศึกมัยราพณ์”  ต่อมามีการแสดงโขนพระราชทาน ชุด “จองถนน”  ในปีพุทธศักราช2555  การแสดงโขนพระราชทาน ชุด “ศึกกุมภกรรณ” ตอนโมกขศักดิ์ ในปีพุทธศักราช 2556  การแสดงโขนพระราชทานชุด “ศึกอินทรชิต” ตอน “นาคบาศ” ในปีพุทธศักราช 2557  การแสดงโขนพระราชทาน ชุด “ศึกอินทรชิต” ตอน “พรหมาศ” ในปีพุทธศักราช 2558  และต่อมาในปีพุทธศักราช 2559 การแสดงโขนพระราชทาน ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” ต้องยกเลิกการแสดง เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  เสด็จสวรรคต และในปีพุทธศักราช 2560 ได้ว่างเว้นการแสดงไปอีก 1 ปี เนื่องจากอยู่ในห้วงเวลาถวายอาลัย

ในปีพุทธศักราช 2561 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” อันเป็นการสื่อความหมายของความจงรักภักดีและการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริต มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม 2561 และในปีพุทธศักราช 2562 กำหนดแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สืบมรรคา” (สืบ-มัน-คา) ซึ่งจะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน ถึง 5  ธันวาคม  2562  ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การแสดงโขน ตอน “สืบมรรคา” (สืบ-มัน-คา) นี้มีเนื้อหาสนุกสนาน หลากรส และชวนติดตามไปกับการผจญภัยของหนุมานทหารเอกของพระราม เมื่อพระรามต้องยกกองทัพข้ามมหาสมุทรไปทำสงครามกับเหล่าอสูร ณ กรุงลงกา จึงมอบหมายให้หนุมานปฏิบัติภารกิจสำคัญสืบหาหนทางนำพากองทัพของพระราม ฝ่าฟันอุปสรรคและเหล่าอสูรร้ายที่ปกป้องรักษาด่านข้ามทะเลไปยังที่หมาย นอกจากนี้ยังมีตัวละครใหม่ ๆ เช่น นกสัมพาที นางผีเสื้อสมุทร นางอังกาศตไล ยักษ์ปักหลั่น และที่น่าจับตาชม คือเครื่องแต่งกายของตัวละครที่แปลกตากว่าตอนอื่นๆ เช่น ทศกัณฐ์หน้าทอง ที่มีผ้าคล้องไหล่ พวงมาลัยคล้องพระกรขวา และพัดด้ามจิ้วจันทน์ที่ใช้สะบัดประกอบท่ารำ รวมถึงจะได้ชมกระบวนรำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวนที่สวยงาม แสดงความเจ้าชู้ยักษ์ของตัวทศกัณฐ์ที่เข้าไปเกี้ยวพาราสีนางสีดา เป็นต้น

พระราชกรณียกิจเสริมงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  เป็นพระราชกรณียกิจเพื่อทรงช่วยเหลือราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ยากไร้ทั่วประเทศ  การเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้ทรงทราบถึงปัญหาความทุกข์ยากต่างๆ ของราษฎรในแต่ละภูมิภาค ซึ่งมีความแตกต่างกันไป พระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานจึงมีความเหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม ผ่านโครงการอันเนื่องมาพระราชดำริที่พระราชทานให้จัดตั้ง ณ ภูมิภาคนั้นๆ เพื่อทรงแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ ที่สำคัญล้วนเป็นพระราชกรณียกิจเสริมงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร   อาทิ พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ   ที่ทรงปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ มีผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในการอนุรักษ์ คุ้มครอง และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นฐานการดำรงชีวิตของพสกนิกร คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2553 ถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิคุณของรัฐบาลและปวงชนชาวไทยในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ยังทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ผืนป่า เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่าพื้นที่ป่าไม้ มีจำนวนลดน้อยถอยลง ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีสาเหตุจากการที่ชาวบ้านลักลอบตัดไม้ และประการสำคัญคือ ทรงพบว่าสาเหตุจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ามาจากปัญหาความยากจน ชาวบ้านหาที่ทางทำกินโดยการแผ้วถางเผาป่า เผาครั้งหนึ่ง 50-60 ไร่ แต่ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรจริงๆ เพียง 5-10 ไร่เท่านั้น  ทรงห่วงใยปัญหานี้และทรงวิตกว่าประเทศชาติกำลังสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ  จึงพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการป่ารักน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากให้ได้มีอาชีพที่สุจริต มีรายได้เพื่อประทังชีวิต โดยไม่ตัดไม้ทำลายป่าอีกต่อไป

โครงการป่ารักน้ำ เริ่มทดลองครั้งแรกที่บ้านน้ำติ้ว ตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2525 เป็นโครงการปลูกป่าด้วยพันธุ์ไม้ที่เติบโตเร็ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ได้ทรงขอซื้อพื้นที่ที่ชาวบ้านแผ้วถางแล้วถูกทิ้งร้าง โดยนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดเป็นโครงการป่ารักน้ำ โดยราษฎรเป็นผู้ปลูกและดูแลป่าบนพื้นดินที่ทรงซื้อ ทำให้เกิดความรู้สึกหวงแหนและมีสำนึกรักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผืนป่า ทั้งหมดนี้จะให้ราษฎรในพื้นที่ช่วยกันดูแล โดยทรงว่าจ้างราษฎรเป็นรายเดือน จากนั้นค์จะทรงลดความช่วยเหลือไปเรื่อยๆ เมื่อราษฎรในพื้นที่สามารถตั้งตัวและหาเลี้ยงชีพได้ โครงการก็จะชะลอและยุติลง  เมื่อได้ทรงริ่เริ่มโครงการป่ารักน้ำขึ้นแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ยังได้พระราชทานพระราชนโยบายให้จัดตั้งหมู่บ้านป่ารักน้ำขึ้น ให้มีสถานะเป็นบ้านน้อยในป่าใหญ่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างบ้านให้อยู่อาศัยมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นไม้และพระราชทานเงินเดือนให้ครอบครัวละ 1,500 บาท

ปัจจุบันโครงการป่ารักน้ำในพระราชดำริ มีอยู่ทั้งสิ้น 5 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โครงการป่ารักน้ำ บ้านถ้ำติ้ว ตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำ บ้านป่ารักน้ำ ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำ บ้านกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำ บ้านจาร ตำบลม่วง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร และโครงการป่ารักน้ำ บ้านทรายทอง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

พระราชกรณียกิจด้านการทหาร

 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งพันเอกผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยต่อการดำเนินงานของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ตลอดมา โดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 จะเข้ามาถวายรายงานถึงผลการปฏิบัติงาน พร้อมกับรับพระราชเสาวนีย์ตลอดจนพระราชทานคำแนะนำไปดำเนินการปฏิบัติอยู่เสมอ ขณะที่ด้านความมั่นคงของประเทศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหารที่ปฎิบัติการสู้รบต่อสู้ผู้ก่อการร้ายตามชายแดนถึงฐานปฏิบัติการต่างๆ แม้เป็นที่เสี่ยงภยันตราย ก็ทรงพระอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงดูแลทุกข์สุข ปลอบขวัญถึงฐานปฎิบัติการต่างๆ เป็นขวัญกำลังใจให้ทหารต่อสู้ปกป้องผืนแผ่นดิน นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่อาณาประชาชน ให้สามารถทำมาหากินได้อย่างสงบสุข

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนหลายหลายรูปแบบ อาทิ ทรงพระอุตสาหะสอนหนังสือราษฏรด้วยพระองค์เอง พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนจากครอบครัวที่ยากจน ทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน ทรงรับไว้เป็นนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ ส่วนบิดามารดา พี่น้องของเด็ก ก็โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เข้ารับการฝึกอบรม พระราชทานความช่วยเหลือให้ปรับปรุงการประกอบอาชีพให้เป็นผล หรือให้มีความรู้เป็นอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้สามารถช่วยตนเองและครอบครัวให้ดำรงชีวิตเป็นสุขตามอัตภาพ โดยใช้วัตถุดิบพื้นบ้านมาทำประโยชน์ เช่น หัตถกรรมจักสานของโครงการหุบกะพง โครงการจักสานย่านลิเพา และทำเครื่องปั้นดินเผาในภาคใต้ ทั้งยังโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สอดแทรกเรื่องความรักชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การรักษาศิลปวัฒธรรมท้องถิ่น การรู้จักรักษาสุขภาพอนามัย การรู้จักพัฒนาตนเอง การเห็นความสำคัญของการศึกษา และการช่วยเหลือร่วมมือกับส่วนรวม พร้อมทั้งให้ทุกคนตระหนักว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวม ต้องบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์เพื่อความเจริญพัฒนาของภูมิภาค

พระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี มิได้แผ่ปกป้องเฉพาะปวงชนชาวไทย หากแต่ยังทรงแผ่ไปถึงประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ชาวกัมพูชาอพยพลี้ภัยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแดนไทย แถบจังหวัดตราด จันทบุรี และปราจีนบุรี มีพระราชศรัทธาและพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุข ผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยมิได้ทรงเลือกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์

ด้วยพระราชกรณียกิจอันเป็นเอนกอนันต์ ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรอย่างแท้จริง ทำให้องค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โล่เฉลิมพระเกียรติ รางวัล และประกาศเกียรติคุณต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น องค์กรค์การเอฟเอโอ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญซีเรส เทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงยกฐานะของสตรีให้มีระดับสูงขึ้น และทรงเป็นผู้ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พุทธศักราช 2552 ขณะที่มหาวิทยาลัยทัฟฟ์ แห่งรัฐแมสซาซูเซ็ทท์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรม ในฐานะที่ทรงยกระดับฐานะการครองชีพของประชาชน และช่วยบรรเทาทุกข์ของเด็กๆ ในหมู่ผู้ลี้ภัย เมื่อปีพุทธศักราช2523

สหพันธ์เด็กแห่งนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลบุคคลดีเด่นด้านพิทักษ์เด็ก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พุทธศักราช 2524, สถาบันเอเชียโซไซตี้ แห่งกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลด้านมนุษยธรรม เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พุทธศักราช 2528, ศูนย์ศึกษาการอพยพ  ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐนิวยอร์ก กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงรับรางวัลความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยประจำปี ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2533, องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (ยูเนสโก) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ ในฐานะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปหัตถกรรม ณ ศาลาธรรม จังหวัดเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 30 มกราคม พุทธศักราช 2535

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาติ (ยูนิเซฟ) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเกียรติคุณพิเศษในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษ 5 รอบ ในฐานะทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นผลให้แม่และเด็กนับล้านได้รับบริการขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม  พุทธศักราช 2535   

กองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแห่งความเป็นเลิศในฐานะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย  เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พุทธศักราช 2535 มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรม เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2538,  สมาคมไหมโลก ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล หลุยส์ ปาสเตอร์ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเทิดพระเกียรติในพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตไหมไทย จนเป็นที่รู้จักของทั่วโลก รวมทั้งช่วยให้ราษฎรผู้ผลิตไหมไทยมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เมื่อวันที่ 21 กันยายน พุทธศักราช 2545 เป็นต้น นอกจากนี้ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งอังกฤษ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2513 ซึ่งสถาบันแห่งนี้เคยมอบให้แต่เฉพาะผู้ที่เป็นแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเป็นที่รู้จักระดับโลกเท่านั้น

นับได้ว่าเป็นบุญของชาติและประชาชนชาวไทย ที่มี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะแห่งรัตนนารีโดยแท้ พระองค์มิได้ทรงเป็นพระบรมราชินีนาถ ที่มีพระสิริโฉมงดงามเท่านั้น หากแต่ยังทรงพระปรีชาสามารถเชี่ยวชาญในกิจการต่างๆ ซึ่งปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนโดยตลอด ทรงยึดมั่นในพระบวรพระพุทธศาสนา พระคุณธรรม พระปัญญาคุณ และพระเมตตากรุณาคุณ ซึ่งทรงดำรงไว้มั่นคงตลอดมา เป็นปัจจัยส่งเสริมให้พระเกียรติคุณขจายขจรไปทั่วในประเทศและนานาประเทศทั่วโลก  อาจกล่าวได้ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี ทรงเป็นพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงได้รับการสรรเสริญพระเกียรติคุณจากนานาประเทศอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าพระบรมราชินีพระองค์อื่นใดในโลก

“วราวุธ-พม.-ชาวสุพรรณบุรี“ น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชกรณียกิจ ส่งเสริมบทบาทสตรี-สถาบันครอบครัว-ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

“วราวุธ-พม.-ชาวสุพรรณบุรี“ น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชกรณียกิจ ส่งเสริมบทบาทสตรี-สถาบันครอบครัว-ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

“วราวุธ-พม.-ชาวสุพรรณบุรี“ น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชกรณียกิจ ส่งเสริมบทบาทสตรี-สถาบันครอบครัว-ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อนนโยบายการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชนระดับจังหวัด : กิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพระราชดำริ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และส่งมอบกล่องของขวัญ Pink Box แก่ครอบครัวสตรีกลุ่มเปราะบาง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี ดร. สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ นายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ดร.สุจิตรา ทรงมัจฉา เลขานุการนายก อบจ. สุพรรณบุรี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมงาน 

นายวราวุธ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระมหากรุณาธิคุณแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อการอยู่ดีกินดีของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ทรงเป็นแบบอย่างของ “แม่” ที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ยึดมั่นในคุณงามความดี และทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ เนื่องในโอกาสเดือนสิงหาคมเป็นเดือนพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมบทบาทสตรีและธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันครอบครัว อีกทั้งทรงอุทิศพระองค์ในการช่วยเหลือครอบครัวและสตรีกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิตประจำวันและเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้อย่างมีความสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้มีการจัด 2 กิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 

1. กิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชนระดับจังหวัด ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 10 ส.ค. 68 นี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชนระดับจังหวัดให้เกิดการพัฒนารูปแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในครอบครัว พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและพัฒนากลไกการดำเนินงานด้านสถาบันครอบครัวในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ มีการจัด 3 กิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ กิจกรรม “สานสัมพันธ์ชุมชนล้อมรักให้ครอบครัว” โดยนำเสนอเรื่องราวครอบครัวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว , กิจกรรม“น้อมรำลึกพระคุณแม่” โดยถ่ายทอดความรู้สึกต่อแม่ผ่านตัวอักษร  และกิจกรรม “เชื่อมใจ สายใยครอบครัว” โดยเรียนรู้แนวทางสร้างครอบครัวเข้มแข็งตามแนวพระราชดำริ

นอกจากนี้ มีการมอบกล่องของขวัญ Pink Box แก่ครอบครัวสตรีกลุ่มเปราะบางในจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 10 อำเภอๆ ละ 30 คน รวม 300 คน ซึ่งบรรจุสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน และให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาและความต้องการของสตรีกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ โอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

2. กิจกรรมฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติหรือเครื่อง AED (Automatic External Defibrillator) โดยจัดอบรมจำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นที่ 1 วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดศรีสะเกษ สำหรับผู้รับการฝึกอบรมอาชีพหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ บุคลากรของหน่วยงานทีม พม. หนึ่งเดียวจังหวัดศรีสะเกษ เครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่ายภาคประชาชน จำนวน 100 คน ส่วน รุ่นที่ 2 วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่กระทรวง พม. สะพานขาว กทม. สำหรับบุคลากร กระทรวง พม. จำนวน 100 คน ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ประสานความร่วมมือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติของพระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความจงรักภักดีจากรัฐบาล โดยผลสัมฤทธิ์ไปสู่ประชาชน “ครอบครัว สตรีกลุ่มเปราะบาง” ที่อยู่ภายใต้พระบารมีของพระองค์อย่างแท้จริง

คุณแหน :11 สิงหาคม 2568

คุณแหน :11 สิงหาคม 2568

คุณแหน :11 สิงหาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติพุทธศักราช 2568 ความว่า “..คือขุนเขาลำเนาไพรคือสายน้ำ คือความงามความสุขคือทุกสิ่ง คือความรักความห่วงใยอันแท้จริง พระคุณแม่ใหญ่ยิ่งพ้นพรรณนา..”
  • สำนักพระราชวังเรียนเชิญประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 ส.ค.ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซด์ หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9-15 ส.ค. 2568…
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นทรงประธานเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 12 ส.ค.10.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์อิมแพ็ค เมืองทองธานี…
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยราษฎร โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสร้างหลุมหลบภัยชายแดน เพื่อปกป้องราษฎรที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนในอำเภอสังขะ และอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์..นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรในพื้นที่ชายแดน ที่ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนและอันตรายจากสถานการณ์ความไม่สงบ..ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน…
  • ทำดีต้องบอกต่อ ธนาคารกรุงไทย สดุดีวีรบุรุษผู้กล้า ยกหนี้ทั้งหมด ให้ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน ที่เสียชีวิตทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะ จากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัวและสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก…
  • พลอย ธนิกุล ผช.รมต.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมขยายผลภูมิปัญญาศิลปินสู่การพัฒนาอาชีพ ระดับภูมิภาค 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า “ศิลปินสร้างศิลปิน” โดยมี ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ดเข้าด้วย พร้อมการแสดงชุด “สานศิลป์ถิ่นอีสาน”จากศิลปินเเห่งชาติเเละเยาวชน จ.ร้อยเอ็ด…
  • ช่อทิพย์ ประมูลผล ชวนแสดงความยินดีกับศิษย์เก่านิวซีแลนด์ ที่จะเข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ จาก ฯพณฯ โจนาธานคิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยในงาน New Zealand Education Fair 2025งานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ที่รวมทุกคำตอบเรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เสาร์ที่ 30 ส.ค.11.00-17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียนร่วมงานฟรี ที่ https://www.studywithnewzealand.govt.nz/th/education-fair-thailand
  • เพื่อนๆ ชาว MPPM 1 ยินดีกับ วีระพล ศรีวุฒิชาญ ที่จบหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา ม.ราชภัฏสวนสุนันทา หลังพากเพียรเรียนมาจนได้เป็น ดอกเตอร์ป้ายแดง…
  • นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ขอบคุณเพื่อนร่วมงานและพี่น้องชาวเชียงใหม่ ประชาชนภาคส่วนต่างๆ ก่อนไปรับตำแหน่งใหม่ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นอธิบดีกรมการปกครอง คนที่ 42 …

คุณแหน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้อีดำอีแดง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้อีดำอีแดง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้อีดำอีแดง

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีผู้ถามผู้เขียนเรื่องไข้ในเด็กเมื่อเวลาป่วยแล้ว ที่ลิ้นมีตุ่มขึ้นและถ้าไม่ดูแลให้ดีจะกลายเป็นโรคหัวใจ คำถามคือโรคนี้มีจริงไหม และร้ายแรงมากหรือเปล่า เพราะมีลูกหลานยังเด็กเล็กก็จึงเป็นห่วง วันนี้เลยขอนำเสนอไข้อีดำอีแดงให้ทราบ

โรคที่ว่านี้มีอยู่จริง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ไข้อีดำอีแดง หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Scarlet fever พบในเด็กอายุ 5-15 ปี ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ สเตรปโตค็อกคัส ไพโอจีนัส (Streptococcus pyogenes) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สเตรปโตค็อกคัส กรุ๊ปเอ เป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคได้หลายชนิด ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และเมื่อติดเชื้อนี้ก็ก่อโรคได้หลากหลาย

การติดเชื้อชนิดนี้พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยเรียน (อายุ 5-15 ปี) โรคที่พบบ่อย ได้แก่ คออักเสบ จะมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมทอนซิลบวมแดง อาจมีจุดหนองสีขาวหรือฝ้าขาวที่ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมและเจ็บ มักไม่มีอาการไอ แต่หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ไข้อีดำอีแดง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดผื่นแดงทั่วร่างกาย มักเริ่มที่คอ หน้าอก และกระจายไปทั่วตัว ที่ลิ้นมีลักษณะเป็นปุ่มแดงคล้ายสตรอว์เบอร์รี่ ผิวอาจลอกเป็นขุยหลังจากผื่นหายไป
อีกโรคหนึ่งได้แก่ ไข้รูมาติกซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียโดยตรง แต่เกิดจาก ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อ แต่ภูมิต้านทานเหล่านี้กลับไปทำลายเนื้อเยื่อปกติของตัวเองในร่างกายด้วย เช่น หัวใจ ข้อต่อ สมอง และผิวหนัง มักปรากฏขึ้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากมีอาการคออักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว
การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะร้ายแรงมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่า เมื่อเกิดความเจ็บป่วยจากการติดเชื้อเริ่มแรกได้รับการรักษาที่เหมาะสม และทันเวลาหรือไม่ ซึ่งอันที่จริงถ้าเริ่มเป็น ก็รักษาได้ไม่อยาก ยาที่ใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้คือ ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิน หรือใช้กลุ่มอื่นถ้าผู้ป่วยแพ้ยากลุ่มเพนนิซิลิน แต่ที่สำคัญคือ การใช้ยาปฏิชีวนะต้องมีระยะเวลานานพอ โดยทั่วไปต้องรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันนาน 10 วัน ซึ่งถ้าเริ่มมีอาการแล้วรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยได้ถูกต้อง และรับประทานยาปฏิชีวนะนานเพียงพอ ร่วมกับใช้ยาต่าง ๆ ตามอาการ ก็น่าจะมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออันตรายร้ายแรงตามมา
การป้องกันการติดเชื้อก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียน เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การรักษาอนามัยส่วนบุคคลที่ดี จึงเป็นด่านแรกของการป้องกัน ต้องสอนเด็ก ๆ ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลังไอ จาม ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า หรือสิ่งของส่วนตัวอื่น ๆ ร่วมกับผู้อื่น และเมื่อไอหรือจาม ควรใช้ทิชชูหรือข้อศอกด้านในปิดปากและจมูก จากนั้นทิ้งทิชชูลงถังขยะทันที แล้วล้างมือให้สะอาด
นอกจากสุขอนามัยส่วนบุคคลแล้ว การหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการอยู่ในบริเวณที่มีคนจำนวนมาก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มาก
การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรค และเมื่อเจ็บป่วย ต้องรักษารับประทานยาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนรักษาได้ยาก

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักพระราชวัง เชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568

นอกจากนี้ สำนักพระราชวัง ยังเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

เคียงข้างทุกวิกฤต! ‘CPF ส่งต่อพลังแห่งการให้’ ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า – ส่งกำลังใจให้ทหารกล้า

เคียงข้างทุกวิกฤต! ‘CPF ส่งต่อพลังแห่งการให้' ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า – ส่งกำลังใจให้ทหารกล้า

เคียงข้างทุกวิกฤต! ‘CPF ส่งต่อพลังแห่งการให้’ ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า – ส่งกำลังใจให้ทหารกล้า

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นใน “พลังแห่งการให้” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคม มอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท จากกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เพื่อสมทบทุนซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารหลักของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา

การสนับสนุนครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ขององค์กรเอกชนไทยที่ไม่เพียงดำเนินธุรกิจเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ยังพร้อมเคียงข้างประชาชนในยามยาก เพื่อให้โรงพยาบาลกลับมาปฏิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยมี พลตรีสุขไชย สาทถาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 11โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ในโอกาสเดียวกัน ซีพีเอฟ ได้ร่วมกับคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจทหารกล้าซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อเสริมพลังใจให้แก่ผู้เสียสละที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยหัวใจเปี่ยมศรัทธาและความกล้าหาญ

“ภายใต้การนำของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ เครือซีพีและซีพีเอฟ ยึดมั่นในหลักปรัชญา ‘3 ประโยชน์’ เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เราเชื่อว่าทุกการสนับสนุนจากหัวใจ จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเยียวยาและฟื้นฟูให้สังคมไทยเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง เราขอขอบคุณทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และขอเป็นอีกหนึ่งพลังใจให้ทุกท่านกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน” ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าว

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการเปิดโอกาสให้บุตร คู่สมรส หรือบุคคลในครอบครัวของทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพื่อสานต่อคุณค่าความกล้าหาญ รวมถึงการส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น เพื่อสนับสนุน ครัวพระราชทาน ครัวกลาง และครัวจิตอาสา ในการปรุงมื้ออาหารแทนความห่วงใย ส่งต่อกำลังใจสู่ประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ ตราด อย่างทั่วถึง

นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ “พลังแห่งการให้” ที่ซีพีเอฟยึดมั่นและพร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต… เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

  • อังคาร 12 สิงหาคม 2568 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ วันแม่แห่งชาติ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ …..
  • หวังว่าการลงนามหย่าศึก 13 ข้อซึ่งมีผู้แทนอาเซียนเป็นพยาน GBC ไทย – กัมพูชา  สำคัญสุดคือห้ามยิงและไม่ปล่อยเฟคนิวส์ ทั้งสองฝ่าย …..
  • ขอแสดงความอาลัยและเสียใจในการสูญเสียชีวิตทหารไทยผู้กล้าหาญ และประชาชนที่เคราะห์ร้ายสูญเสียชีวิต ดวงวิญญาณของพวกท่าน  คงสู่สุคติแล้ว RIP ……
  • รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์  ” หากข้อเสนอทั้ง 8 ข้อที่ฝ่ายไทยเสนอไปทางกัมพูชายอมรับได้เพียงบางส่วน  ก็จะบันทึกเฉพาะส่วนที่กัมพูชาเห็นด้วยตรงกัน  และจะนำประเด็นที่กัมพูชาไม่เห็นด้วยไปประชุมในครั้งต่อไป ” ……
  • ฟังแม่ทัพภาค๒ พล.ท.บุญสิน  พาดกลาง กล่าว “กรณีที่สมเด็จฮุนเซ็น ประธานวุฒิกัมพูชาโพสต์ข้อความไม่อยากให้ไทยใช้ F – 16 ในการปฏิบัติการ  และขอร้องนานาชาติไม่ให้ขายเครื่องบินรบให้กับไทยนั้น  เป็นเรื่องของเราเขาขอไม่ให้ใช้ ก็ไม่เป็นไร แต่เราจะใช้เพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา ”  …… 
  • เมื่อ กุมารแพทย์โรคหัวใจ นพ.เพียรศักดิ์  แซ่หว่อง  รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ อุบลราชธานี  ถาม ” ถึงหัวหน้าพรรคเท้ง ในฐานะหน.พรรคประชาชน ว่า เรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานก่อนคุณเกิด ๕๐ ปี ถ้าต้องเรียนรู้มนุษยธรรม คุณเท้ง มาคลุกคลีคนไข้กับเราแล้วจะไม่ต้องไปอ่านตำรา  หรือสรรหาคำสวยๆมาเป็นวาทะกรรม ฯลฯ  ในวันที่ประชาชนถูกทำร้าย คุณไปอยู่ไหน? และวันที่ประชาชนเดือดร้อนคุณทำอะไร? ฯลฯ …… 
  • เสาร์ 9 ส.ค. เวลา 11.30 น. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์  เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอดีตคณะกรรมมาธิการสาธารณะสุข  ณ ห้องอาหารบ้านลดารมย์  ศรีย่าน  ….. 
  • ขออนุญาติ นำบางส่วน ของ  น.อ.สมโชค   สวัสดิรักษ์ ขจัดพวกขายชาติล้มราชวงศ์  ไทยดำรงเอกราชชาติเสรี ชุมนุม รวมพลังแผ่นดิน ล้ม ระบอบทักษิณ สิ้นศักดิ์ศรี พิทักษ์ชาติราชวงศ์จักรี แพทองโพยเปรียบ คางคกตกวอ  โซ่คล้องคอก่อกรรมชั่วมัวหมอง ทรยศแผ่นดินสิ้นคนปอง จับตัวสองพ่อลูกไปผูกคอ ……  

น้องนิ่ง….นิ่ง…… 

ม.เกษตรฯ ช่วยทหารและผู้อพยพ จัดส่งนมเกษตร รอบ 2 ถึง ม.ราชภัฎสุรินทร์แล้ว

ม.เกษตรฯ ช่วยทหารและผู้อพยพ จัดส่งนมเกษตร รอบ 2 ถึง ม.ราชภัฎสุรินทร์แล้ว

ม.เกษตรฯ ช่วยทหารและผู้อพยพ จัดส่งนมเกษตร รอบ 2 ถึง ม.ราชภัฎสุรินทร์แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.19 น.

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 กำลังใจจากเราชาวศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก.และจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมส่งมอบ ครั้งที่ 2 นมยูเอชที จำนวน 5,670 กล่อง ( 160 ลัง ) และน้ำดื่ม 120 ขวด ( 10 โหล ) ส่งถึงยังศูนย์พักพิงจังหวัดสุรินทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในรอบนี้ได้รับความกรุณาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และทีมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของทางสถาบันฯ ในการขนส่ง ‘นมและน้ำเกษตร’ ไปยังพื้นที่เป้าหมาย

สำหรับประชาชนท่านใดที่มีความประสงค์ร่วมสนับสนุน ผลิตภัณฑ์นม ลังละ 360  บาท ผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม ขนาด 350 มล. โหลละ 48 บาท หรือสามารถร่วมสนับสนุนตามแต่จิตศรัทธา สามารถแจ้งความประสงค์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เบอร์ 02-579-9594 # 301-304 , FACEBOOK : นมเกษตร หรือโอนผ่าน Qr Code หรือ โอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงศรี เลขที่บัญชี 374-1-65641-2 ชื่อบัญชี “ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์”
พร้อมแนบสลิปผ่าน Facebook

ทั้งนี้ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. มีกำหนดส่งมอบรอบถัดไป วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568

-(016)

แหวกฟ้าหาฝัน : Yannis Moralis ใน National Gallery Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Yannis Moralis ใน National Gallery Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Yannis Moralis ใน National Gallery Athens

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใน National Gallery Athens ไม่มีผลงานของศิลปินใดที่โดดเด่นเท่า Yannis Moralis หรือ Yiannis Moralis เขาเกิดวันที่ 23 เมษายน 1916 ที่ Arta กรีซโดยเป็นบุตรคนที่สองของครอบครัวที่มีพี่น้อง 4 คน เมื่ออายุได้ 6 ปี บิดาของเขาได้ย้ายไปอยู่ที่ Preveza เพราะได้รับการจ้างให้เป็นหัวหน้ายิม และอาศัยอยู่ที่นั่น 5 ปีก่อนย้ายไปอยู่เอเธนส์ หลังจากย้ายมาเมืองหลวง เขาตัดสินใจว่าจะเป็นจิตรกร เลยเข้าเรียนศิลปะวันอาทิตย์ที่ Athens School of Arts พร้อมกับบิดา เมื่ออายุได้ 15 ปีเขาได้เข้าเรียนกับ Yiannis Yeorgopoulous ศิลปินที่ภายหลังกลายมาเป็นพี่เขยเพื่อเตรียมเข้าเรียนที่ Athens School of Arts หลังจบการศึกษาในปี 1936 เขาเริ่มอุทิศตัวให้กับงานศิลปะและได้รับรางวัลมากมายก่อนที่จะสามารถเข้าร่วมนิทรรศการ Greek Engraving ที่เช็คโกสโลวาเกียที่ซึ่งผลงานไม้แกะสลักของเขาได้รับคำชื่นชมมากมาย

นอกจากนี้เขายังชนะแข่งขันจนได้ทุนการศึกษาเข้าเรียน Academy of Athens (Modern) ในด้านโมเสส เดือนมีนาคม 1937 เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิต เขาตัดสินใจเดินทางไปโรมพร้อมกับ Nikos Nikolaou เพื่อนสนิทเพื่อหาแรงบันดาลใจและทุนการศึกษา ในที่สุดเขาสามารถเข้าเรียนต่อที่ Ecole Superieur des Beaux-Arts ที่ปารีสทางด้านจิตรกรรมซึ่งสอนโดย Charles Guerian และเรียนภาพเขียนสีน้ำมันกับ Dicaut de l’Ail อีกทั้งยังเรียนเรื่องโมเสสกับ Professor Mani ที่ Ecole d’Arts et Professions เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น เขาเดินทางจากปารีสกลับเอเธนส์ และแต่งงานกับ Maria Roussen แต่ทั้งสองก็อยู่กันได้เพียงแค่ 4 ปี หลังจากนั้น 2 ปีเขาก็แต่งงานใหม่กับ Aglaia Lymberaki นักประติมากรที่ให้กำเนิดบุตรแก่เขา 1 คน ในปีเดียวกันนั้นเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านศิลปะที่ Athens School of Fine Arts

ปี 1949 เขาตั้งกลุ่มศิลปินที่ชื่อ Armos Group ร่วมกับ Panayiotis Tetsis และศิลปินกรีซอีกหลายคน กลุ่มศิลปินนี้ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการที่ Zappeion นับจากนั้นมาพวกเขาก็ร่วมกันออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับการแสดงบันเล่ที่แต่งโดย Manos Hatzidakis ที่จัดแสดง ณ Greek Ballet Company ความสำเร็จในการออกแบบเครื่องแต่งกายนี้ทำให้เขาได้รับเชิญจากรัฐบาลรัสเซียให้ไปเยือนรัสเซีย และเป็นตัวแทนทางด้านวัฒนธรรมของกรีซ ปี 1954 เขาได้ร่วมมือกับโรงละคร Karolos Koun Arts ออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายให้กับละครเรื่อง Naked Masks นับจากนั้นมา เขาได้จัดนิทรรศการร่วมกับศิลปินอื่น ๆ ตามเมืองใหญ่ ๆ หลายครั้ง และสามารถจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในปี 1959 ณ เมืองเวนิส หลังจากนั้นมา เขามีชื่อเสียงมากขึ้นและได้มีโอกาสร่วมงานกับสถาปนิกดัง ๆ จากหลายประเทศหลายคนในการออกแบบและตกแต่งอาคารต่าง ๆ ทั้งของรัฐบาลและของเอกชน ปี 1988 National Gallery ได้จัดแสดงผลงานนิทรรศการเดี่ยวของเขาเพื่อเป็นเกียรติ ปีเดียวกันเขาได้บริจาคผลงานมากถึง 113 ชิ้นให้กับ National Gallery

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน National Gallery จึงได้มีโอกาสศึกษาถึงพัฒนาการของศิลปินทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค Post War อย่างต่อเนื่องตลอด 60 ปีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงชนิดที่ไม่บอกไม่รู้ว่าเป็นผลงานของศิลปินคนเดียวกันอย่างจุใจเลยทีเดียว