4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต คว้าสถิติโลกกินเนสส์ กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน จานใหญ่ที่สุดในโลก

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต คว้าสถิติโลกกินเนสส์ กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน จานใหญ่ที่สุดในโลก

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต คว้าสถิติโลกกินเนสส์ กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน จานใหญ่ที่สุดในโลก

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต ผนึกกำลังร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ในงาน “ภูเก็ต เพอรานากัน 2025” คว้า Guinness World Record กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยนจานใหญ่ที่สุดในโลก

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา 4 แห่งในภูเก็ต ได้ร่วมมือกันเป็นส่วนหนึ่งของงานวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ “ภูเก็ต เพอรานากัน 2025” ที่จัดขึ้น ณ ปลายแหลมสะพานหิน เพื่อร่วมบันทึกประวัติศาสตร์การทำ “ผัดหมี่ฮกเกี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการคว้า Guinness World Record มาให้จังหวัดภูเก็ตพร้อมผู้ประกอบการท้องถิ่น

การรวมพลังครั้งสำคัญนี้นำโดย โรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต,  โรงแรมเซ็นทารา กะตะ รีสอร์ต ภูเก็ต, โรงแรมเซ็นทารา วิลล่า ภูเก็ต และ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ท ภูเก็ต แต่ละโรงแรมได้คัดเลือกเชฟฝีมือเยี่ยม และผู้ประกอบการในท้องถิ่น มาร่วมผัดหมี่ฮกเกี้ยนจานยักษ์จำนวน 800 กิโลกรัม โดยสามารถจัดเสิร์ฟได้จำนวน 508 ถ้วย (ถ้วยละ 100 กรัม) และที่น่าประทับใจคือ หมี่ฮกเกี้ยนทั้งหมดได้ถูกจัดเรียงอย่างประณีตเป็นคำว่า “ภูเก็ต” กลายเป็นภาพสวยงามตระการตา สื่อถึงจิตวิญญาณและวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของจังหวัดอย่างงดงาม

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในท้องถิ่น และผู้จัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมอัตลักษณ์ของภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอันทรงคุณค่าเช่นนี้ และมีโอกาสร่วมถ่ายทอดความงดงามทางวัฒนธรรมของภูเก็ต ผ่านความสำเร็จด้านอาหารที่ทำลายสถิติโลก โดยความร่วมมือในวันนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของชุมชน และความสำคัญของการร่วมกันเฉลิมฉลองมรดกท้องถิ่นของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” นายเดวิด มาร์เทน รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมในเครือเซ็นทารา และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทารากะรน กล่าว

เทศกาลภูเก็ตเพอรานากัน 2025 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ในฐานะงานที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภูเก็ต โดยไฮไลต์สำคัญอย่างการท้าทายสถิติโลกกินเนสส์ได้แสดงให้เห็นถึงศิลปะด้านอาหารและพลังความร่วมมือของชุมชนบนเกาะแห่งนี้อย่างชัดเจน

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2568

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมคิด จันทมฤก ผวจ.ปทุมธานี เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจ.ปทุมธานี..

ll ณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.ตราด เป็นประธานจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ 13 กรกฎาคม ณ วัดบางปรือ  อ.เมืองตราด..

ll วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริม พระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตร ถวายปัจจัย ข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่..

ll นุสรา กาญจนกูล อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้นำชุดที่ตัดเย็บจากผ้าไหมยกดอกลำพูนและผ้าไหมตีนจก แม่แจ่มไปสวมใส่ให้กับ Mannekin Pis (ตุ๊กตาเด็กฉี่) ที่คนไทยรู้จักกันดี ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อให้ชาวโลกรู้ถึงอัตลักษณ์หัตถกรรมผ้า GI ไทย ใครแวะเวียนไปช่วงนี้ไปชมกันได้..

ll เพื่อนๆชาว LSP#2 ยินดีกับ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ที่ได้เป็น ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เริ่ม 1 ส.ค.นี้..

ll ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผอ.สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ ซีอีโอ บจ.ทรูอาย ได้ลงนาม MOU เพื่อร่วมกันวิจัย พัฒนา และทดลองใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทางการแพทย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ โดยมี นพ.เกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา, สมิตา ธนะโสภณ ร่วมด้วย โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการด้านสาธารณสุข ต่อยอดเทคโนโลยีของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ และสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี..

ll แม้ว่าจะจบมา 30 ปีแล้ว ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ได้นำชาว MPPM 1 เกือบ 30 คน ไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง “70 ปี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า” งานนี้ กรกฎ ชาตะสิงห์, ชนะ สืบสิน, ศิริเพ็ญ จันทศิริ, ประภาพรรณ พิชัยคำ, วิภาจรี ศัลยะพงษ์, วิเชียร เอมประเสริฐสุข, พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, เกรียงศักดิ์ ศักดิ์เรืองนาม, อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์,  นันทนา มีประเสริฐ ไม่พลาด..

ll วิรัช เสรีภาณุ กก.บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์  “แม็คยีนส์”  ที่ดำเนินธุรกิจมาเข้าสู่ปีที่ 51 แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง แมทธิว กิจโอธาน เป็น ซีอีโอ บมจ.แม็คกรุ๊ป..

ll ข่าวสุดยินดี ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต (เปปเปอร์ UHT) ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง หลังมาดาม ศุภากร หล่อพิพัฒน์ ได้คลอดลูกสาวคนแรก ตั้งชื่อน่ารัก “น้องเรน่า” เพื่อนๆและแฟนคลับต่างร่วมยินดี..

ll ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี วันเกิดปีนี้ได้ใส่บาตรตอนเช้า แล้วมีประชุมงานตั้งแต่เช้าถึงค่ำเลยได้ฉลองกับครอบครัวที่บ้าน..

ll ณรงวิทย์ ชดช้อย ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สุดปลื้มที่วันเกิด 1 ขวบ “หมูเด้ง” ขวัญใจคนไทย มีทั้ง FC ไทยและเทศมาร่วมฉลองให้ทั้งที่สวนสัตว์และออนไลน์กันคับคั่ง อีกทั้งรอยเท้าหมูเด้งถูกประมูลในราคา 7 แสนบาทอีกด้วย..

โรงพยาบาลนวเวช จับมือ สนามกอล์ฟนวธานี ดูแลสุขภาพนักกอล์ฟ พร้อมบริการดูแลครบวงจร 24 ชม.

โรงพยาบาลนวเวช จับมือ สนามกอล์ฟนวธานี ดูแลสุขภาพนักกอล์ฟ  พร้อมบริการดูแลครบวงจร 24 ชม.

โรงพยาบาลนวเวช จับมือ สนามกอล์ฟนวธานี ดูแลสุขภาพนักกอล์ฟ พร้อมบริการดูแลครบวงจร 24 ชม.

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.24 น.

โรงพยาบาลนวเวช ร่วมมือกับ สนามกอล์ฟนวธานี (World Cup 1975) มุ่งดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของนักกอล์ฟ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยให้บริการดูแลรักษาครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุ และโรคเฉพาะทาง เช่น แม่และเด็ก หัวใจ และสมอง นวเวชได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 7101:2023 และ ISO 9001:2015 จาก AACI สหรัฐอเมริกา ยืนยันคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยทีมบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก

ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการยกระดับการดูแลสุขภาพในชุมชน โดยโรงพยาบาลนวเวช นำโดย ณดณ ณรงค์เดช และ อรณิชา มิ่งสมร PR Marketing Executive ได้หารือร่วมกับ สุขุมา ชยานนท์กรรมการผู้จัดการ และ พัชราภรณ์ จุโลทัย กรรมการบริหาร บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน) เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านบริการทางการแพทย์และความปลอดภัยสำหรับนักกอล์ฟและบุคลากรของสนาม แม้กอล์ฟจะเป็นกีฬาที่ไม่มีการปะทะโดยตรง แต่ก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเรื้อรังจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ทางโรงพยาบาลนวเวชจึงพร้อมให้การดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อกระดูก และข้อ ตั้งแต่การวินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการผ่าตัดแบบครบวงจร

DIPROM – สุขสยาม จัดงาน ‘DIPROM X SOOKSIAM’ อวดโฉมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดจริง

DIPROM - สุขสยาม จัดงาน ‘DIPROM X SOOKSIAM’ อวดโฉมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดจริง

DIPROM – สุขสยาม จัดงาน ‘DIPROM X SOOKSIAM’ อวดโฉมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดจริง

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ร่วมกับ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G เปิดพื้นที่มาร์เก็ตเพลสใจกลางกรุงธนบุรีแม็กเน็ทระดับประเทศ จัดงาน “DIPROM X SOOKSIAM” เสริมพลังผู้ประกอบการไทย นำอัตลักษณ์ไทยเข้าถึงใจทุกคน พร้อมโชว์ศักยภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและสร้างแบร์นกว่า 50 ต้นแบบ เพื่อทดสอบตลาดและเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดจริงได้ ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic & Plug-in Media ระหว่าง    14 – 16 กรกฎาคม นี้ ที่เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G

นางสาวสุวิมล จินตวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชมชน กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต้องสร้างสรรค์ผสมผสานสิ่งใหม่ ๆ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเพิ่มขึ้นของข้อมูลดิจิทัล การนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ มาผสานเทคโนโลยีดิจิทัล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค แนวโน้มของตลาด หรือคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตมาช่วยในการออกแบบ จะช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังช่วยสร้างความน่าสนใจและเพิ่มประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ตระหนักและมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบด้วยกลยุทธ์ 4 ให้ ได้แก่ ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล และให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน ผ่านการดำเนินงานโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic & Plug-in Media เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดจริงได้

นางสาวสุวิมล กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic & Plug-in Medi จะเน้นการเพิ่มศักยภาพในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic ให้มีความโดดเด่น มีคุณภาพมาตรฐาน มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบันแล้ว ยังเป็นการพัฒนาเชิงลึกที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้จริงในตลาด ด้วยแนวคิด ‘Data-Driven Design & Market-Oriented Branding’ ไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบให้สวย แต่คือการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาดในสถานการณ์จริง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน ในงาน DIPROM X SOOKSIAM “เสริมพลังผู้ประกอบการไทย นำอัตลักษณ์ไทยเข้าถึงใจทุกคน” ระหว่าง 14 – 16 กรกฎาคม นี้ ที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G โดย ดีพร้อม ได้ร่วมมือกับ SOOKSIAM เปิดพื้นที่มาร์เก็ตเพลสใจกลางกรุงธนบุรีแม็กเน็ทระดับประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้สามารถทดสอบตลาด พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะโดยตรงจากผู้บริโภค เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เป็นการจำลองสถานการณ์ทางธุรกิจที่สามารถนำไปใช้จริงในการขยายตลาดและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนเพื่อเสริมพลังให้ผู้ประกอบการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ 1) กิจกรรมการสร้างการรับรู้และสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้บริโภค การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ที่ได้ร่วมมือกันระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(DIPROM), เมือง SOOKSIAM และ KOL และ 2) กิจกรรม Analytic & Plug-in Media Show Case เป็นการจัดแสดงผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนากว่า 50 ผลิตภัณฑ์ จากผู้ประกอบการในพื้นที่ส่วนกลางและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1-11 ศูนย์ของดีพร้อมทั่วประเทศ

และมีการจัดจำหน่ายจริงภายในลานเมือง 2 และประตูสุวรรณศาลา เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G  ในรูปแบบ Pop Up Store เพื่อสร้างบรรยากาศที่ทันสมัยและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ THAILAND WE CAN DO ซึ่งจัดร่วมกับโปรโมชันส่งเสริมการขายของเมืองสุขสยาม โดยมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่มาร่วมงานได้เข้าร่วมกิจกรรม DIY (Do It Yourself) ลงมือทำผลิตภัณฑ์ตัวอย่างด้วยตนเอง อาทิ การปั้น การระบายสี หรือการตกแต่งผลิตภัณฑ์ จำนวน วันละ 25 ผลิตภัณฑ์ (จำกัด 1 ผลิตภัณฑ์ต่อลูกค้า 1 ท่าน) เพื่อกระตุ้นการทดลองสินค้าและสร้างประสบการณ์ตรงที่น่าจดจำ พร้อมเชื่อมโยงและสร้างการรับรู้ถึงศาสตร์และวิถีของไทยผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาด้วย Data Analytics ผสานแนวคิด Soft Power ของไทย ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยังเปิดโอกาสให้กัผู้ประกอบการชุมชนกว่า 40 รายจากทั่วประเทศ ในกลุ่มของใช้ ของตกแต่ง และของที่ระลึก ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ได้อย่างโดดเด่นมานำเสนอและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยตรงแก่ผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการรับรู้และร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนอีกด้วย

ทั้งนี้ กิจกรรม DIPROM X SOOKSIAM ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงาน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจชุมชนให้ก้าวสู่ยุคใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของดีร้อมที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ นางสาวสุวิมล กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ มอบเครื่องสำรองไฟและแผงโซล่าร์เซลล์ ในโครงการ “ลูกเสือไทย ส่งไฟให้ชายแดน”

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ มอบเครื่องสำรองไฟและแผงโซล่าร์เซลล์ ในโครงการ “ลูกเสือไทย ส่งไฟให้ชายแดน”

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ มอบเครื่องสำรองไฟและแผงโซล่าร์เซลล์ ในโครงการ “ลูกเสือไทย ส่งไฟให้ชายแดน”

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย พล.อ.อ. ธงชัย แฉล้มเขตร  มอบเครื่องสำรองไฟ Power Box พร้อมด้วยแผงโซล่าร์เซลล์ ให้แก่ พ.ต.ต. วิชัย สิทธิ ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 215 ต.นางรอง อ.นารอง จ.บุรีรัมย์ รับผิดชอบ  อำเภอละหารทราย บุรีรัมย์ ถึงรอยต่ออำเภอตาพระยา สระแก้ว ,พ.ท.ศรายุทธ มาลาสาย  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 22 รับผิดพื้นที่ชายเเดนไทย- กัมพูชาบริเวณ ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์   และ พ.อ.สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี รับผิดชอบปฏิบัติงานด้านพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาตั้งแต่อำเภอน้ำยืนจังหวัดอุบลราชธานีถึงอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  เพื่อใช้ในจุดเฝ้าระวังชายแดนไทย กัมพูชาที่ไม่มีไฟฟ้า หรือไฟฟ้าดับบ่อย

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT แถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Tollway Better Way – ยกระดับคุณภาพชีวิต” และ “Tollway Green Way – ยกระดับสิ่งแวดล้อมและสังคม” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการส่งเสริมการทำนาแบบลดการใช้น้ำ (Alternate Wetting and Drying: AWD) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ โดยเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบ 20 ไร่ ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรรมปลอดสารเคมี เสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และวางรากฐานด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ณ ทับขวัญรีสอร์ท แอนด์ สปา จ. นนทบุรี

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตเสริมความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและเป้าหมายเชิงสิ่งแวดล้อม

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT  เปิดเผยว่า DMT ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการจัดทำบัญชีคาร์บอนขององค์กร (CFO) และแผนลดคาร์บอน (Decarbonization Roadmap) โดยในปี 2565 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,463 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมตั้งเป้าเป็นองค์กร Carbon Neutral ภายในปี 2050 และเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการปล่อยก๊าซ CO₂e ได้กว่า 348 ตันต่อปี นอกจากนี้ DMT ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ “AA” ในกลุ่มธุรกิจบริการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตั้งเป้าภายในปี 2568 ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวก 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และชุมชนโดยรอบ

พันธมิตรผนึกกำลังขับเคลื่อนโครงการต้นแบบ
โครงการ “ทำนาลดคาร์บอน” ดำเนินการโดยบริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ พร้อมความร่วมมือจากบริษัท สไปโร คาร์บอน จำกัด ผู้ให้บริการระบบติดตามและประเมินผลแบบดิจิทัล (dMRV) ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจวัดผลการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแม่นยำ


นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังผลักดัน NBS (Nature Based Solutions) เป็นการนำเอาทรัพยากรในระบบนิเวศน์ที่มีอยู่แล้วมาฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหาสังคม เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) มาตอบโจทย์ในภาคเกษตร การทำนาโดยปรับเปลี่ยนสังคมในหลายมิติ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน เช่นการลดการใช้น้ำ การลดการปล่อยก๊าซมีเทน ลดฝุ่นควัน เพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ ตลอดจนการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร และพัฒนาทักษะความรู้

การใช้วิธี AWD ช่วยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต และลดการปล่อย PM2.5 และก๊าซเรือนกระจก โดยจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ผ่านการทำนาวิธีนี้ และระบบ dMRV นี้เองคือหัวใจสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในระดับสากล เพราะข้อมูลสามารถตรวจสอบได้จากดาวเทียมและ AI ในการนำไปใช้จัดทำรายงานคาร์บอนเครดิตในอนาคต

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง MLA ยกระดับพนักงานแผนกเนื้อสัตว์ สู่มาตรฐานระดับสากล

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง MLA ยกระดับพนักงานแผนกเนื้อสัตว์ สู่มาตรฐานระดับสากล

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง MLA ยกระดับพนักงานแผนกเนื้อสัตว์ สู่มาตรฐานระดับสากล

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ภายในองค์กรอย่างเข้มข้น ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหาร ล่าสุดจับมือ Meat & Livestock Australia (MLA) องค์กรที่ดำเนินงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย จัดอบรมเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญให้แก่ทีมพนักงานแผนกเนื้อสัตว์สู่การเป็น ‘บุชเชอร์’ (Butcher) รับเทรนด์การบริโภคเนื้อที่เติบโตไม่หยุด

นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ประเทศไทย เป็นผู้เปิดการอบรม พร้อมให้การต้อนรับ นายแอนดรูว์ คอกซ์  ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายตลาดต่างประเทศ MLA และมาสเตอร์บุชเชอร์ เกร็ก บัตเลอร์ กูรูผู้ถ่ายทอดความรู้ ในการอัพสกิลพนักงานแผนกเนื้อสัตว์จากทุกสาขาของ โก โฮลเซลล์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการจำหน่ายเนื้อคุณภาพที่มีมาตรฐานระดับสากล

การฝึกอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นเพิ่มพูนความรู้ด้านเนื้อวัวและเนื้อแกะ ทั้งในด้านคุณภาพ การตัดแต่ง และการเข้าใจผู้บริโภค ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การเข้าใจระบบผลิตและความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของเนื้อแดงออสเตรเลีย เทคนิคการตัดแต่งเนื้อ (Butchery) เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดและลดของเสีย การจัดการคุณภาพของเนื้อในกระบวนการจัดเก็บและจำหน่าย การวิเคราะห์รสสัมผัส การเปรียบเทียบเนื้อวัว แช่เย็น-แช่แข็ง-เนื้อที่ได้จากการเลี้ยงแบบต่างๆ การจัดแสดงผลิตภัณฑ์เนื้อที่เคาน์เตอร์เพื่อดึงดูดสายตา การตัดแต่งในรูปแบบใหม่ๆ และการตัดแต่งให้เหมาะสมกับเมนูอาหาร รวมถึงการเพิ่มมูลค่าชิ้นส่วนรอง อาทิ เนื้อลูกมะพร้าว(Knuckle) เนื้อเสือร้องไห้(Brisket) ฯลฯ   

ที่ผ่านมา พนักงานแผนกเนื้อสัตว์ของ โก โฮลเซลล์ สามารถให้บริการตัดแต่งแบบพิเศษ ตามความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยการฝึกอบรมนี้เป็นการเพิ่มทักษะด้านการใช้มีด เช่น การสไลซ์บางด้วยมือ การตัดสเต็กให้ได้น้ำหนักที่แม่นยำ การหั่นเนื้อเป็นลูกเต๋า

เพราะเนื้อแต่ละชิ้นส่วน มีลักษณะและรสชาติไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้ขายจึงต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญในการ แล่ หั่น ตัด อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตามเทรนด์ตลาดให้ทัน รวมถึงสามารถแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ ลูกค้าสมาชิก ในการคัดเลือกวัตถุดิบได้ตรงกับตามความต้องการ

การขายเนื้อในยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่การตัดหั่นชั่งน้ำหนัก แต่คือการเป็น บุชเชอร์ พัฒนาการอีกขั้นของคนขายเนื้อ ที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์การบริโภคเนื้อคุณภาพมาตรฐานสากลให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ

-(016)

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล ‘Best Technical Award’ ในเวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล 'Best Technical Award' ในเวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล ‘Best Technical Award’ ในเวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล “Best Technical Award” ในการแข่งขัน APRSAF 31 Cansat Competition 2025 เวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ส่งตัวแทนเยาวชนไทยที่ได้รับคัดเลือกจาก Thailand CANSAT-ROCKET Competition 2025 เข้าร่วมการแข่งขัน APRSAF 31 CansatCompetition 2025 ณ ประเทศญี่ปุ่น เวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ผลปรากฏว่าตัวแทนเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัล “Best Technical Award” จากการทำภารกิจ Paragliding CanSat ที่สามารถบินหาเป้าหมายได้สำเร็จ โดยมีสมาชิกในทีม ได้แก่ นายณัชฤทธิ์ วิภักดิ์ นายภูริภัทร บุญศิลปไทย นายภูมิใจ รางศรี และนายไอแซก สตีเวน วงศ์รัตนมัจฉา จากโรงเรียนวารีเชียงใหม่ สะท้อนถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศของเยาวชนไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีระดับสากล

ด้าน นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM ร่วมแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนในครั้งนี้ว่า “ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทยในครั้งนี้ ที่สามารถคว้ารางวัลจากเวที APRSAF Cansat Competition 2025 ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจของเยาวชนไทยในการฝึกฝนทักษะและพัฒนานวัตกรรมผ่านการออกแบบและประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก (CANSAT) พร้อมทำภารกิจตามโจทย์ได้สำเร็จ โดย NSM รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนสนับสนุนให้เยาวชนของเราก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ หวังว่าเยาวชนจะนำประสบการณ์ที่ได้รับในครั้งนี้ มาใช้ต่อยอดแรงบันดาลใจในการก้าวไปสู่การพัฒนาตนเองและต่อยอดองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศของเราต่อไป”

การแข่งขัน APRSAF 31 Cansat Competition 2025 จัดโดย Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA) และ Wakayama Universityโดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยวาคายามะ เมืองวาคายามะ จังหวัดวาคายามะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีตัวแทนเยาวชนจาก 4 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ ไทย จีน ญี่ปุ่น และอาเซอร์ไบจาน พร้อมด้วยประเทศฟิลิปปินส์ที่เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอวกาศระดับเยาวชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระดับสากล

-(016)

รพ.พระรามเก้า ฉลอง 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

รพ.พระรามเก้า ฉลอง 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

รพ.พระรามเก้า ฉลอง 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า ก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 สานต่อแนวคิด “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ” ผ่านกิจกรรมรักษ์โลกสุดสร้างสรรค์ “เปลี่ยนกระเช้า” เป็น “ต้นไม้” เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโรงพยาบาล ส่งต่อความสดชื่นและอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ผู้มาใช้บริการ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน

นพ. เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า บอกว่า “ในโอกาสครบรอบ 33 ปีของโรงพยาบาล เราอยากมอบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงกลับคืนสู่สังคม และขอเชิญชวนทุกท่านที่ประสงค์จะร่วมแสดงความยินดี เปลี่ยนจากการมอบกระเช้าของขวัญ มาเป็นการมอบต้นไม้แทน เพราะต้นไม้หนึ่งต้นสามารถช่วยดูดซับมลพิษ เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น ส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีในทุก ๆ วัน”

ในโอกาสพิเศษนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้าขอเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งต่อความใส่ใจเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการมอบ “ต้นไม้” แทน “กระเช้าของขวัญ” เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวที่เติบโตเคียงคู่สุขภาพดีของ  ทุกคน ตามแนวคิด Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ            

ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า สะท้อนความห่วงใยของโรงพยาบาลพระรามเก้าได้อย่างแท้จริง เพราะสุขภาพดีไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของร่างกาย แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เราทุกคนอาศัยอยู่ด้วย

Aura x YPS Pilates Club คอลแลปสุดปังเพื่อสายปาร์ตี้ที่รักสุขภาพ

Aura x YPS Pilates Club คอลแลปสุดปังเพื่อสายปาร์ตี้ที่รักสุขภาพ

Aura x YPS Pilates Club คอลแลปสุดปังเพื่อสายปาร์ตี้ที่รักสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

Aura Bangkok Clinic ฉีกกรอบเดิม ๆ ของวงการเสริมความงามด้วยการจับมือกับ Your PILATES Sister Club จัดกิจกรรมสุดปังรวมทั้งปาร์ตี้และสุขภาพเข้ามาไว้ด้วยกันในงาน “Aura Truth or Care”

นับเป็นการคอลแลปแห่งปี และยังเป็นงานแรกที่รวมเอาสามวงการที่ต่างกันสุดขั้วมาไว้ในงานเดียว ทั้งความงามและสุขภาพ พร้อมยกกิจกรรมทั้งหมดมาไว้ที่ Truth or Dare บาร์ยอดฮิตย่านหลังสวน เปลี่ยนภาพจำเที่ยวบาร์กลางคืน ให้เป็นปาร์ตี้ตอนเช้าสุดชิคได้แบบไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร 

Aura Truth or Care อีเวนท์คอลแลปแห่งปี ระหว่าง Aura Bangkok Clinic x Your PILATES Sister Club ท้าทายให้ทุกคนที่อยากปาร์ตี้ไม่จำเป็นต้องแลกความสนุกกับสุขภาพของตัวเอง แต่สามารถสนุก สุขภาพดี แถมได้สวยเป๊ะไว้ในที่เดียว เพราะงานนี้มีคอนเซปหลักคือ หุ่นเพรียว หน้าเรียว พร้อมเที่ยวบาร์ พาทุกคนขยับร่างกายตอนเช้าด้วยคลาส Cocktail Pilates นำโดย ครูแก้ว Pilates Instructor ที่ KaewPilates และ Your PILATES Sister Club คลับพิลาทิสสุดฮิตที่ไม่ยึดกฎการเล่นพิลาทิสในฟิตเนส แต่นำมาจัดที่สวนสาธรณะและลานกิจกรรมกลางแจ้ง นำทีมสาว ๆ มาออกกำลังกายที่ใจกลางร้าน Truth or Dare บาร์ชื่อดังย่านหลังสวน 

นอกจากสปอนเซอร์กิจกรรมดี ๆ Aura Bangkok Clinic ยังเพิ่มความสนุกในงาน ผ่านการเล่นเกมที่ให้ทุกคนท้าทายลิมิตของตัวเองในหลาย ๆ ด้าน มีรางวัลเป็น Voucher ฉีดหน้าที่ Aura Bangkok Clinic มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท งานนี้เปิดให้ลงทะเบียนฟรี มีผู้สนใจอยากเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งคนดัง Influencers ตัวแม่สายฟิต ตัวแม่สายแฟและหนุ่มสาวออร่า  

Aura Truth or Care อีเวนท์สุดครีเอตที่ออร่ากล้าจัด กล้าทำ กล้านำเทรนด์ เปลี่ยนความคอนทราสต์ของการเที่ยวบาร์และการออกกำลังกาย ให้กลายเป็นกิจกรรมที่ทำพร้อมกันได้แบบไม่รู้สึกผิด ขยายคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพให้กว้างขึ้น มั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความสนุก เรียกได้ว่ารักตัวเองได้ในทุกมิติ ด้วยเบื้องหลังความคิดที่เชื่อว่าสุขภาพที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบที่จำเจน่าเบื่อ ใครที่พลาดงานนี้ไม่ต้องเสียใจ รับรองว่าปีนี้ออร่ามีกิจกรรมใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์ทุกคนแน่นอน 

Aura Bangkok Clinic คลินิกแนวหน้าของประเทศ ผู้นำเทรนด์ความงามของคนยุคใหม่ มาพร้อมกับประสบการณ์ดูแลลูกค้ากว่า 200,000 เคส มาตรฐานการบริการเดียวกันกับสถาบันความงามชั้นนำระดับโลก ให้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 9 ปีเต็ม เปิดบริการทั่วกรุงเทพและปริมลฑลกว่า 15 สาขา กวาดรางวัลจากเวทีระดับประเทศและเวทีระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่องทุกปี และยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกระดับ

เดือนหน้าออร่าจะไปคอลแลปกับใคร อีเวนท์ถัดไปจะสนุกแค่ไหน ติดตามข่าวสารอีเวนท์ใหม่ ๆ ได้ที่ Social Media ทุกช่องทางของ Aura Bangkok Clinic Instagram: aurabangkok.clinic, Tiktok: aurabangkokreview, Line: @Aura Bangkok Clinic,   www.aurabangkokclinic.com และ Facebook: Aura Bangkok Clinic