DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT แถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Tollway Better Way – ยกระดับคุณภาพชีวิต” และ “Tollway Green Way – ยกระดับสิ่งแวดล้อมและสังคม” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการส่งเสริมการทำนาแบบลดการใช้น้ำ (Alternate Wetting and Drying: AWD) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ โดยเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบ 20 ไร่ ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรรมปลอดสารเคมี เสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และวางรากฐานด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ณ ทับขวัญรีสอร์ท แอนด์ สปา จ. นนทบุรี

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตเสริมความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและเป้าหมายเชิงสิ่งแวดล้อม

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT  เปิดเผยว่า DMT ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการจัดทำบัญชีคาร์บอนขององค์กร (CFO) และแผนลดคาร์บอน (Decarbonization Roadmap) โดยในปี 2565 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,463 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมตั้งเป้าเป็นองค์กร Carbon Neutral ภายในปี 2050 และเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการปล่อยก๊าซ CO₂e ได้กว่า 348 ตันต่อปี นอกจากนี้ DMT ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ “AA” ในกลุ่มธุรกิจบริการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตั้งเป้าภายในปี 2568 ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวก 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และชุมชนโดยรอบ

พันธมิตรผนึกกำลังขับเคลื่อนโครงการต้นแบบ
โครงการ “ทำนาลดคาร์บอน” ดำเนินการโดยบริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ พร้อมความร่วมมือจากบริษัท สไปโร คาร์บอน จำกัด ผู้ให้บริการระบบติดตามและประเมินผลแบบดิจิทัล (dMRV) ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจวัดผลการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแม่นยำ


นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังผลักดัน NBS (Nature Based Solutions) เป็นการนำเอาทรัพยากรในระบบนิเวศน์ที่มีอยู่แล้วมาฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหาสังคม เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) มาตอบโจทย์ในภาคเกษตร การทำนาโดยปรับเปลี่ยนสังคมในหลายมิติ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน เช่นการลดการใช้น้ำ การลดการปล่อยก๊าซมีเทน ลดฝุ่นควัน เพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ ตลอดจนการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร และพัฒนาทักษะความรู้

การใช้วิธี AWD ช่วยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต และลดการปล่อย PM2.5 และก๊าซเรือนกระจก โดยจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ผ่านการทำนาวิธีนี้ และระบบ dMRV นี้เองคือหัวใจสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในระดับสากล เพราะข้อมูลสามารถตรวจสอบได้จากดาวเทียมและ AI ในการนำไปใช้จัดทำรายงานคาร์บอนเครดิตในอนาคต

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง MLA ยกระดับพนักงานแผนกเนื้อสัตว์ สู่มาตรฐานระดับสากล

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง MLA ยกระดับพนักงานแผนกเนื้อสัตว์ สู่มาตรฐานระดับสากล

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง MLA ยกระดับพนักงานแผนกเนื้อสัตว์ สู่มาตรฐานระดับสากล

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ภายในองค์กรอย่างเข้มข้น ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหาร ล่าสุดจับมือ Meat & Livestock Australia (MLA) องค์กรที่ดำเนินงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย จัดอบรมเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญให้แก่ทีมพนักงานแผนกเนื้อสัตว์สู่การเป็น ‘บุชเชอร์’ (Butcher) รับเทรนด์การบริโภคเนื้อที่เติบโตไม่หยุด

นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ประเทศไทย เป็นผู้เปิดการอบรม พร้อมให้การต้อนรับ นายแอนดรูว์ คอกซ์  ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายตลาดต่างประเทศ MLA และมาสเตอร์บุชเชอร์ เกร็ก บัตเลอร์ กูรูผู้ถ่ายทอดความรู้ ในการอัพสกิลพนักงานแผนกเนื้อสัตว์จากทุกสาขาของ โก โฮลเซลล์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการจำหน่ายเนื้อคุณภาพที่มีมาตรฐานระดับสากล

การฝึกอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นเพิ่มพูนความรู้ด้านเนื้อวัวและเนื้อแกะ ทั้งในด้านคุณภาพ การตัดแต่ง และการเข้าใจผู้บริโภค ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การเข้าใจระบบผลิตและความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของเนื้อแดงออสเตรเลีย เทคนิคการตัดแต่งเนื้อ (Butchery) เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดและลดของเสีย การจัดการคุณภาพของเนื้อในกระบวนการจัดเก็บและจำหน่าย การวิเคราะห์รสสัมผัส การเปรียบเทียบเนื้อวัว แช่เย็น-แช่แข็ง-เนื้อที่ได้จากการเลี้ยงแบบต่างๆ การจัดแสดงผลิตภัณฑ์เนื้อที่เคาน์เตอร์เพื่อดึงดูดสายตา การตัดแต่งในรูปแบบใหม่ๆ และการตัดแต่งให้เหมาะสมกับเมนูอาหาร รวมถึงการเพิ่มมูลค่าชิ้นส่วนรอง อาทิ เนื้อลูกมะพร้าว(Knuckle) เนื้อเสือร้องไห้(Brisket) ฯลฯ   

ที่ผ่านมา พนักงานแผนกเนื้อสัตว์ของ โก โฮลเซลล์ สามารถให้บริการตัดแต่งแบบพิเศษ ตามความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยการฝึกอบรมนี้เป็นการเพิ่มทักษะด้านการใช้มีด เช่น การสไลซ์บางด้วยมือ การตัดสเต็กให้ได้น้ำหนักที่แม่นยำ การหั่นเนื้อเป็นลูกเต๋า

เพราะเนื้อแต่ละชิ้นส่วน มีลักษณะและรสชาติไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้ขายจึงต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญในการ แล่ หั่น ตัด อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตามเทรนด์ตลาดให้ทัน รวมถึงสามารถแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ ลูกค้าสมาชิก ในการคัดเลือกวัตถุดิบได้ตรงกับตามความต้องการ

การขายเนื้อในยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่การตัดหั่นชั่งน้ำหนัก แต่คือการเป็น บุชเชอร์ พัฒนาการอีกขั้นของคนขายเนื้อ ที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์การบริโภคเนื้อคุณภาพมาตรฐานสากลให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ

-(016)

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล ‘Best Technical Award’ ในเวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล 'Best Technical Award' ในเวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล ‘Best Technical Award’ ในเวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

เด็กไทยสร้างชื่อคว้ารางวัล “Best Technical Award” ในการแข่งขัน APRSAF 31 Cansat Competition 2025 เวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ที่ประเทศญี่ปุ่น

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ส่งตัวแทนเยาวชนไทยที่ได้รับคัดเลือกจาก Thailand CANSAT-ROCKET Competition 2025 เข้าร่วมการแข่งขัน APRSAF 31 CansatCompetition 2025 ณ ประเทศญี่ปุ่น เวทีแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก ผลปรากฏว่าตัวแทนเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัล “Best Technical Award” จากการทำภารกิจ Paragliding CanSat ที่สามารถบินหาเป้าหมายได้สำเร็จ โดยมีสมาชิกในทีม ได้แก่ นายณัชฤทธิ์ วิภักดิ์ นายภูริภัทร บุญศิลปไทย นายภูมิใจ รางศรี และนายไอแซก สตีเวน วงศ์รัตนมัจฉา จากโรงเรียนวารีเชียงใหม่ สะท้อนถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศของเยาวชนไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีระดับสากล

ด้าน นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM ร่วมแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนในครั้งนี้ว่า “ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทยในครั้งนี้ ที่สามารถคว้ารางวัลจากเวที APRSAF Cansat Competition 2025 ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจของเยาวชนไทยในการฝึกฝนทักษะและพัฒนานวัตกรรมผ่านการออกแบบและประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก (CANSAT) พร้อมทำภารกิจตามโจทย์ได้สำเร็จ โดย NSM รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนสนับสนุนให้เยาวชนของเราก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ หวังว่าเยาวชนจะนำประสบการณ์ที่ได้รับในครั้งนี้ มาใช้ต่อยอดแรงบันดาลใจในการก้าวไปสู่การพัฒนาตนเองและต่อยอดองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศของเราต่อไป”

การแข่งขัน APRSAF 31 Cansat Competition 2025 จัดโดย Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA) และ Wakayama Universityโดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยวาคายามะ เมืองวาคายามะ จังหวัดวาคายามะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีตัวแทนเยาวชนจาก 4 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ ไทย จีน ญี่ปุ่น และอาเซอร์ไบจาน พร้อมด้วยประเทศฟิลิปปินส์ที่เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอวกาศระดับเยาวชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระดับสากล

-(016)

รพ.พระรามเก้า ฉลอง 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

รพ.พระรามเก้า ฉลอง 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

รพ.พระรามเก้า ฉลอง 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า ก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 สานต่อแนวคิด “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ” ผ่านกิจกรรมรักษ์โลกสุดสร้างสรรค์ “เปลี่ยนกระเช้า” เป็น “ต้นไม้” เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโรงพยาบาล ส่งต่อความสดชื่นและอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ผู้มาใช้บริการ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน

นพ. เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า บอกว่า “ในโอกาสครบรอบ 33 ปีของโรงพยาบาล เราอยากมอบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงกลับคืนสู่สังคม และขอเชิญชวนทุกท่านที่ประสงค์จะร่วมแสดงความยินดี เปลี่ยนจากการมอบกระเช้าของขวัญ มาเป็นการมอบต้นไม้แทน เพราะต้นไม้หนึ่งต้นสามารถช่วยดูดซับมลพิษ เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น ส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีในทุก ๆ วัน”

ในโอกาสพิเศษนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้าขอเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งต่อความใส่ใจเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการมอบ “ต้นไม้” แทน “กระเช้าของขวัญ” เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวที่เติบโตเคียงคู่สุขภาพดีของ  ทุกคน ตามแนวคิด Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ            

ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า สะท้อนความห่วงใยของโรงพยาบาลพระรามเก้าได้อย่างแท้จริง เพราะสุขภาพดีไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของร่างกาย แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เราทุกคนอาศัยอยู่ด้วย

Aura x YPS Pilates Club คอลแลปสุดปังเพื่อสายปาร์ตี้ที่รักสุขภาพ

Aura x YPS Pilates Club คอลแลปสุดปังเพื่อสายปาร์ตี้ที่รักสุขภาพ

Aura x YPS Pilates Club คอลแลปสุดปังเพื่อสายปาร์ตี้ที่รักสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

Aura Bangkok Clinic ฉีกกรอบเดิม ๆ ของวงการเสริมความงามด้วยการจับมือกับ Your PILATES Sister Club จัดกิจกรรมสุดปังรวมทั้งปาร์ตี้และสุขภาพเข้ามาไว้ด้วยกันในงาน “Aura Truth or Care”

นับเป็นการคอลแลปแห่งปี และยังเป็นงานแรกที่รวมเอาสามวงการที่ต่างกันสุดขั้วมาไว้ในงานเดียว ทั้งความงามและสุขภาพ พร้อมยกกิจกรรมทั้งหมดมาไว้ที่ Truth or Dare บาร์ยอดฮิตย่านหลังสวน เปลี่ยนภาพจำเที่ยวบาร์กลางคืน ให้เป็นปาร์ตี้ตอนเช้าสุดชิคได้แบบไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร 

Aura Truth or Care อีเวนท์คอลแลปแห่งปี ระหว่าง Aura Bangkok Clinic x Your PILATES Sister Club ท้าทายให้ทุกคนที่อยากปาร์ตี้ไม่จำเป็นต้องแลกความสนุกกับสุขภาพของตัวเอง แต่สามารถสนุก สุขภาพดี แถมได้สวยเป๊ะไว้ในที่เดียว เพราะงานนี้มีคอนเซปหลักคือ หุ่นเพรียว หน้าเรียว พร้อมเที่ยวบาร์ พาทุกคนขยับร่างกายตอนเช้าด้วยคลาส Cocktail Pilates นำโดย ครูแก้ว Pilates Instructor ที่ KaewPilates และ Your PILATES Sister Club คลับพิลาทิสสุดฮิตที่ไม่ยึดกฎการเล่นพิลาทิสในฟิตเนส แต่นำมาจัดที่สวนสาธรณะและลานกิจกรรมกลางแจ้ง นำทีมสาว ๆ มาออกกำลังกายที่ใจกลางร้าน Truth or Dare บาร์ชื่อดังย่านหลังสวน 

นอกจากสปอนเซอร์กิจกรรมดี ๆ Aura Bangkok Clinic ยังเพิ่มความสนุกในงาน ผ่านการเล่นเกมที่ให้ทุกคนท้าทายลิมิตของตัวเองในหลาย ๆ ด้าน มีรางวัลเป็น Voucher ฉีดหน้าที่ Aura Bangkok Clinic มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท งานนี้เปิดให้ลงทะเบียนฟรี มีผู้สนใจอยากเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งคนดัง Influencers ตัวแม่สายฟิต ตัวแม่สายแฟและหนุ่มสาวออร่า  

Aura Truth or Care อีเวนท์สุดครีเอตที่ออร่ากล้าจัด กล้าทำ กล้านำเทรนด์ เปลี่ยนความคอนทราสต์ของการเที่ยวบาร์และการออกกำลังกาย ให้กลายเป็นกิจกรรมที่ทำพร้อมกันได้แบบไม่รู้สึกผิด ขยายคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพให้กว้างขึ้น มั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความสนุก เรียกได้ว่ารักตัวเองได้ในทุกมิติ ด้วยเบื้องหลังความคิดที่เชื่อว่าสุขภาพที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบที่จำเจน่าเบื่อ ใครที่พลาดงานนี้ไม่ต้องเสียใจ รับรองว่าปีนี้ออร่ามีกิจกรรมใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์ทุกคนแน่นอน 

Aura Bangkok Clinic คลินิกแนวหน้าของประเทศ ผู้นำเทรนด์ความงามของคนยุคใหม่ มาพร้อมกับประสบการณ์ดูแลลูกค้ากว่า 200,000 เคส มาตรฐานการบริการเดียวกันกับสถาบันความงามชั้นนำระดับโลก ให้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 9 ปีเต็ม เปิดบริการทั่วกรุงเทพและปริมลฑลกว่า 15 สาขา กวาดรางวัลจากเวทีระดับประเทศและเวทีระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่องทุกปี และยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกระดับ

เดือนหน้าออร่าจะไปคอลแลปกับใคร อีเวนท์ถัดไปจะสนุกแค่ไหน ติดตามข่าวสารอีเวนท์ใหม่ ๆ ได้ที่ Social Media ทุกช่องทางของ Aura Bangkok Clinic Instagram: aurabangkok.clinic, Tiktok: aurabangkokreview, Line: @Aura Bangkok Clinic,   www.aurabangkokclinic.com และ Facebook: Aura Bangkok Clinic

Matara x Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls” การบรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบเครื่องประดับ

Matara x Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls”  การบรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบเครื่องประดับ

Matara x Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls” การบรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบเครื่องประดับ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.29 น.

บทใหม่แห่งศิลปะสวมใส่ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อ Matara แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกชั้นนำของประเทศไทย จับมือกับศิลปินระดับนานาชาติ Anna Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls”  ผลงานที่ผสานประติมากรรม สัญลักษณ์ และงานฝีมือเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

พิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคอลเลกชัน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ณ Matara Boutique ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โดยได้รับเกียรติจาก มร.วิคเตอร์ เซเมนอฟ (Mr. Viktor Semenov) อัครราชทูตที่ปรึกษา รักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย  เข้าร่วมในงาน

มร.วิคเตอร์ เซเมนอฟ (กลาง) ร่วมงานเปิดตัวคอลเลคชั่น Shadow Man in Pearls

การปรากฏตัวของท่านถือเป็นสัญลักษณ์ของ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยและยูเครน พร้อมทั้งสะท้อนถึงคุณค่าร่วมกันในการยกย่อง ศิลปะ อัตลักษณ์ และงานฝีมือชั้นสูง ที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายสังคม หลากหลายวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

Matara x Chekh เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์เครื่องประดับไข่มุกที่มีชื่อเสียงของไทย “Matara Studio” และศิลปินนานาชาติ “อันนา เชค” (Anna Chekh) เจ้าของผลงานประติมากรรม Shadow Man ที่เคยจัดแสดงมาแล้วทั้งในเวนิสและนิวยอร์ก

จงจินต์ จึงสุระ ศรีชัยยงพานิช ผู้บริหารแบรนด์ Matara และ Anna Chekh

“Shadow Man in Pearls” จุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือการผสมผสานระหว่าง “ศิลปะ” และ “เครื่องประดับ” ทุกชิ้นทำจากเงินแท้ 925 และตกแต่งด้วยไข่มุกแท้ ออกแบบให้เหมือนเป็นงานประติมากรรมขนาดเล็กที่สามารถสวมใส่ได้ โดยคอลเล็กชันนี้นิยามขีดจำกัดของเครื่องประดับขึ้นไปอีกขั้น ผ่านความประณีตของไข่มุกกับงานศิลปะ จนกลายมาเป็นรูปปั้นขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยปรัชญา ความรู้สึก และเรื่องราวของมนุษย์ผ่านเครื่องประดับ

Connection Brooch

ในคอลเลคชั่น  “Shadow Man in Pearls” ประกอบด้วย Connection — สร้อยคอที่แสดงถึงการสนทนาและประกายแห่งการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ Society — ชุดจี้และแหวนที่สะท้อนถึงสมดุลระหว่างบุคคลและกลุ่ม  Family — ต่างหูและแหวนที่แสดงถึงความลึกซึ้งทางอารมณ์และความกลมกลืนภายในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด Generations — เข็มกลัดที่แสดงถึงมรดก, ความต่อเนื่อง, และประสบการณ์ที่เป็นวงจร และ  Legacy — สร้อยข้อมือที่เป็นเกียรติแก่แสงสว่างภายในที่เราส่งต่อ

Society Ring & Family Ring

นอกจากนี้ยังมี Shadow Man รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากไข่มุก ขยายเรื่องราวของคอลเล็กชันด้วยการเชื่อมโยงศิลปะที่สวมใส่ได้กับประติมากรรมเชิงแนวคิด

Society Necklace

ผู้ที่หลงใหลงานศิลปะและเครื่องประดับ สามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อ Matara x Chekh : “Shadow Man in Pearls” ได้ที่ Matara Boutique, ชั้น 2, Gaysorn Village และ www.matarastudio.com สินค้ามีจำนวนจำกัด 

Generations Brooch

Shadow Man รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

โพรไบโอติกส์กุญแจสำคัญสู่ ‘มดลูกสมบูรณ์’ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

โพรไบโอติกส์กุญแจสำคัญสู่ 'มดลูกสมบูรณ์' เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

โพรไบโอติกส์กุญแจสำคัญสู่ ‘มดลูกสมบูรณ์’ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.34 น.

โพรไบโอติกส์  ดีต่อมดลูก! งานวิจัยเผย “จุลินทรีย์ดีในมดลูกเกิน 80%” เพิ่มโอกาสท้องอย่างมีนัยสำคัญ

สุขภาพของ “มดลูก” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรืออิ๊กซี่ (ICSI) ซึ่งแม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าเพียงใด แต่สภาพแวดล้อมภายในโพรงมดลูกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยมีรายงานวิจัยเปิดเผยว่า การมีโพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือ จุลินทรีย์ชนิดดี อย่าง Lactobacillus และ Bifidobacterium spp. มากกว่าหรือเท่ากับ 80% ในมดลูก มีความสัมพันธ์กับอัตราการฝังตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งเพจให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์ BabyAndMom.co.th ยืนหนึ่งในใจผู้มีบุตรยาก เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ที่ครูก้อยสืบค้นงานวิจัยเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์เพื่อให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์กับผู้มีบุตรยากในเพจ BabyAndMom.co.th ทำให้ครูก้อยได้ทราบถึงปัญหาที่ส่งผลต่อการมีบุตรยาก ว่ามีหนึ่งสาเหตุที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ เรื่องของจุลินทรีย์ในลำไส้ จุลินทรีย์ในช่องคลอด จุลินทรีย์ในรังไข่ และจุลินทรีย์ในมดลูก ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัยใหม่ ๆ ออกมาค่อนข้างมาก เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ชนิดดีที่เรียกว่า โพรไบโอติกส์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือ จุลินทรีย์ชนิดดี คือแบคทีเรียมีประโยชน์ที่อาศัยอยู่ในร่างกาย โดยพบได้ในระบบทางเดินอาหาร ช่องคลอด ผิวหนัง และเยื่อบุโพรงมดลูกของผู้หญิง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการฝังตัวของตัวอ่อนหลังการปฏิสนธิ โดยโพรไบโอติกส์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในมดลูก ซึ่งสมดุลนี้เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้โพรงมดลูกมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมก่อนการย้ายตัวอ่อนจากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรืออิ๊กซี่ (ICSI) การเสริมโพรไบโอติกส์ตั้งแต่ช่วงบำรุงไข่ไปจนถึงกระบวนการเตรียมผนังมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนจึงนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยเตรียมโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์

โดยการมีโพรไบโอติกส์ที่ไม่สมดุลในระบบสืบพันธุ์และลำไส้ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันแย่ลง และเพิ่มค่าการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อโรคทางสูติศาสตร์และภาวะมีบุตรยาก เช่น การติดเชื้อในช่องคลอดเนื่องจากมีจุลินทรีย์ที่ไม่ดี มากขึ้น ทำให้ pH ในช่องคลอดไม่สมดุล ส่งผลต่อการตายของสเปิร์มและทำให้เกิดอัตราการปฏิสนธิที่ต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคทางสูติศาสตร์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ท่อนำไข่อุดตัน การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ทางเดินปัสสาวะ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งหมดนี้เกิดจากความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในระบบสืบพันธุ์

ครูก้อย กล่าวเสริมว่า โพรไบโอติกส์สัมพันธ์กับการฝังตัวของตัวอ่อน จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่อง Does dysbiotic endometrium affect blastocyst implantation in IVF patients. ที่ตีพิมพ์ใน วารสาร Journal of Assisted Reproduction and Genetics ปี2019

ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ในเยื่อบุมดลูกกับผลลัพธ์ของการทำ IVF โดยวิเคราะห์อัตราการตั้งครรภ์ของผู้ที่มีภาวะจุลินทรีย์ในเยื่อบุมดูกอยู่ในสภาวะสมดุล (Eubiotic) เปรียบเทียบกับผู้ที่มีภาวะไม่สมดุล (Dysbiotic) ณ เวลาที่ย้ายตัวอ่อนแช่แข็งเข้าสู่โพรงมดลูก

ทดสอบโดยกำหนดเยื่อบุมดลูกที่เป็น Eubiotic เมื่อมี Lactobacillus และ Bifidobacterium spp. มากกว่าหรือเท่ากับ 80% เพื่อเปรียบเทียบกับเยื่อบุมดลูกที่เป็น Dysbiotic เมื่อมี Lactobacillus และBifidobacterium spp. น้อยกว่า 80% พร้อมกับแบคทีเรียชนิดอื่น มากกว่าหรือเท่ากับ 20%

การศึกษาพบว่า อัตราการตั้งครรภ์จากการทำ IVF มีค่าสูงขึ้น ในเยื่อบุมดลูกของผู้หญิงที่มี Lactobacillus และ Bifidobacterium อยู่มากกว่าหรือเท่า 80% กล่าวคือสภาพที่จุลินทรีย์ในเยื่อบุมดลูกมีสมดุลดี (Eubiotic) สามารถช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ครูก้อยกล่าวด้วยว่า  โพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือ จุลินทรีย์ชนิดดี นอกจากจะมีส่วนช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ชนิดดีในมดลูกแล้ว มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อที่อาจรบกวนมดลูก ปรับความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดให้อยู่ในสมดุลที่เหมาะสมเพิ่มจุลินทรีย์ดีในมดลูก ช่วยให้โพรงมดลูกพร้อมรับตัวอ่อน ลดโอกาสเกิดภาวะลำไส้แปรปรวน ท้องผูก ท้องอืด ที่อาจเพิ่มแรงดันในมดลูกในช่วงใส่ตัวอ่อนสำหรับผู้หญิงที่ทำอิ๊กซี่ (ICSI) หรือ IVF และยังช่วยกระตุ้นการสร้างโฟเลตที่สำคัญต่อการพัฒนาตัวอ่อน ควบคุมน้ำตาลในเลือด เสริมสุขภาพโดยรวมของแม่อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาพบว่าความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอดสามารถก่อให้เกิดการอักเสบ และนำไปสู่ปัญหาทางสูติศาสตร์และภาวะมีบุตรยากได้ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยเรื่อง Biological control of vaginosis to improve reproductive health ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Indian Journal of Medical Research, Supplement เดือนพฤศจิกายน ปี 2014 ศึกษาในผู้หญิงที่มีภาวะอักเสบของช่องคลอด พบว่ามีจำนวนแบคทีเรียแอนแอโรบส์ (Anaerobes) สูง ซึ่งเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ การติดเชื้อในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นผลจากความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอด ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสูตินรีเวช เช่น ภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบ การคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ และอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากได้

ดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการเตรียมตั้งครรภ์ หรือเตรียมผนังมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนควรเลือกทานโพรไบโอติกส์ที่มีสายพันธุ์ Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งเป็นสายพันธุ์สำคัญที่อยู่ในมดลูก แนะนำควรเริ่มทานได้ตั้งแต่ช่วงบำรุงไข่ เพื่อที่จะช่วยปรับและรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในมดลูกให้คงที่อยู่เสมอ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ Ferty Probiotics ที่ครูก้อยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมา โดยคัดเลือกสายพันธุ์โพรไบโอติกส์ 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่ม Lactobacillus และ Bifidobacterium ทั้งหมด 9 สายพันธุ์ ได้ที่ https://www.babyandmom.co.th/all-products/ferty-probiotics-by-krukoy และสามารถศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์ที่ช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ได้ใน รายการ Research​ Talk​ Ep.20 เรื่อง งานวิจัยเผย โพรไบโอติกส์ มีส่วนช่วยส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ได้ที่ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=NapTCqZRTzA  

อย่างไรก็ตามนอกจากจะทานโพรไบโอติกส์แล้ว ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ปรับโภชนาการ เพิ่มโปรตีน ลดคาร์บ ทานกรดไขมันดี เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการเตรียมตัวที่ดี ปรับเปลี่ยนโภชนาการและปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ

และติดตามความรู้เตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยากได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/

TikTok: https://www.tiktok.com/@babyandmom.co.th

Line OA: @BabyAndMom.co.th (ปรึกษาครูก้อยและคัมภีร์บำรุงเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก)

เรย์แบน ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสไตล์อย่างไร้ขีดจำกัด จับมือ A$AP Rocky เปิดตัว Wayfarer Puffer

เรย์แบน ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสไตล์อย่างไร้ขีดจำกัด จับมือ A$AP Rocky เปิดตัว Wayfarer Puffer

เรย์แบน ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสไตล์อย่างไร้ขีดจำกัด จับมือ A$AP Rocky เปิดตัว Wayfarer Puffer

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรย์แบน (Ray-Ban) ผสานพลังสร้างสรรค์กับศิลปินระดับโลกผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค A$AP Rocky เผยโฉมแว่นกันแดด Wayfarer Puffer พร้อมแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนความกล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น กล้าแสดงออก และมีมิติ Wayfarer Puffer เป็นการตีความ Wayfarer อันเป็นไอคอนของแบรนด์ในมุมมองใหม่ผสานกลิ่นอายของฮิปฮอปเข้ากับแฟชันระดับสูงได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือแว่นกันแดดที่ทั้งทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยอัตลักษณ์

การมาเยือนของ Wayfarer Puffer ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่ทั่วไป แต่คือช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกศิลปะ ถือเป็นการพลิกโฉมไอคอนตลอดกาลอย่าง Ray-Ban Wayfarer ด้วยจินตนาการสุดล้ำที่กล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ นำเอาศิลปะ แฟชัน และวัฒนธรรมผสมผสานเข้ากับวิสัยทัศน์อันแรงกล้าของ A$AP Rocky ได้อย่างมีชั้นเชิง แคมเปญนี้ถูกถ่ายทำในย่าน Harlem นิวยอร์ก ซึ่งบ้านเกิดของ Rocky โดยเขาเป็นผู้คัดเลือกนักแสดงจากชาวชุมชน ศิลปิน และผู้คนที่เติบโตเคียงข้างเขาด้วยตัวเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพที่ทั้งดิบ เท่ และสง่างาม ถือเป็นการเฉลิมฉลองสไตล์ส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร และเพื่อให้ทุกเฟรมนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนอย่างทรงพลัง

Wayfarer Puffer เปิดตัวอย่างน่าตื่นตะลึงครั้งแรกในงาน Met Gala 2025 โดย A$AP Rocky ปรากฏตัวพร้อมแว่นรุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพียงชิ้นเดียวจากอิตาลี ด้วยดีไซน์ที่หรูหราจัดจ้าน ประดับโลโก้ทองคำ 18 กะรัตขนาดใหญ่ เพชรแท้ และอัญมณีธรรมชาติ รวมถึงหมุดที่ฝังเพชรอย่างประณีต ชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซนี้ตอกย้ำให้ Wayfarer Puffer กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแฟชั่นสตรีทแวร์ระดับไฮเอนด์

นอกจากนี้ กลุ่มครีเอทีฟของ A$AP Rocky ในนาม AWGE ยังร่วมมือกับ Ray-Ban สร้างสรรค์ประสบการณ์ After-party สุดล้ำผ่าน “AWGE Tailor Shop” ที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียงหนึ่งคืน ณ Jeans NYC โดยผสานงานฝีมือระดับตำนานเข้ากับกลิ่นอายฮิปฮอปและแฟชั่นแนวอนาคตได้อย่างลงตัว

ฟิลิปส์ ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยในช่องท้อง

ฟิลิปส์ ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยในช่องท้อง

ฟิลิปส์ ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยในช่องท้อง

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก มุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลสุขภาพของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึง จึงได้ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยาในงาน “CMU-PSU Abdominal Radiology Collaboration Meeting 2025” ซึ่งเป็นการประชุมด้านวิชาการทางการแพทย์ที่จัดโดยความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และอัพเดทความก้าวหน้าด้านการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาโดยเฉพาะโรคในช่องท้องให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวุฒ ทับทวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยช่องท้อง จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เนื่องจากปัจจุบันโรคมะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในประเทศไทยและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์พบว่าแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับกว่า 16,000 ราย และคร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในเนื้อตับ ซึ่งเกิดจากเซลล์ตับที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกร้าย เรียกว่า มะเร็งเซลล์ตับ (hepatocellular carcinoma) ซึ่งสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจนเกิดภาวะตับแข็ง  โรคอ้วนและภาวะไขมันพอกตับ ตับอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตนเอง และโรคตับคั่งน้ำดี ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะแรกมักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่หากก้อนเนื้อร้ายใหญ่ขึ้น จะมีอาการปวดจุกบริเวณชายโครงขวาหรือช่องท้องส่วนบน มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ท้องโต ขาบวม ปัสสาวะมีเหลืองเข้ม ตาและตัวเหลือง หรือดีซ่าน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวุฒ ทับทวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยช่องท้อง จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “สำหรับในภาคใต้ เราพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งตับเพิ่มมากขึ้นมาเรื่อยๆ จากการศึกษาของคุณสีใส ยี่สุ่นแสงคาดว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งตับในสงขลาจะเพิ่มมากขึ้น โดยในเพศชายจะพบเซลล์มะเร็งตับประมาณ 6.7คน ต่อแสนคน และมะเร็งทางเดินน้ำดีประมาณ 9.4 คนต่อแสนคนในปีค.ศ. 2030 ส่วนในเพศหญิง จะพบเซลล์มะเร็งตับประมาณ 1.5 คนต่อแสนคน และ มะเร็งทางเดินน้ำดีประมาณ 3.9 คนต่อแสนคน ปัญหาของโรคมะเร็งตับที่เราพบมาก คือ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาตรวจเมื่อแสดงอาการและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับระยะลุกลามแล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่ในระยะแรกของโรค มักไม่มีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยจะมาตรวจเมื่อมีอาการปวดท้องไม่หายและมักตรวจพบเนื้องอกมีขนาดใหญ่หรือเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม ซึ่งทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง

เราจึงอยากรณรงค์ให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง หรือมีอายุเพิ่มมากขึ้น เข้ารับการตรวจคัดกรองมากขึ้น ปัจจุบันการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับสามารถทำได้ด้วยการทำอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน ควบคู่กับการตรวจเลือดวัดระดับ alfa-fetoprotein (AFP) หากพบความผิดปกติ แพทย์จะส่งตรวจภาพรังสีวินิจฉัยของตับเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography: CT) หรือภาพเสียงสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging: MRI) เพื่อให้การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง และอาจจะต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางด้านพยาธิวิทยาในบางราย ซึ่งหากเราสามารถคัดกรองผู้ป่วยได้เร็ว หรือวินิจฉัยโรคมะเร็งตับได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีอาการลุกลาม จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยลง  

อีกทั้ง การจัดงานประชุมทางวิชาการในครั้งนี้ เราก็คาดหวังว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาในช่องท้องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากทั่วประเทศ และผู้เข้าร่วมจะสามารถนำความรู้จากงานประชุม กลับไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยได้ เนื่องจากความชุกของโรคแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกัน การจัดประชุมสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้ก็จะเป็นการแชร์ข้อมูลของแต่ละพื้นที่ แต่ละเคสที่เจอที่แตกต่างกันได้ เพราะนอกจากโรคมะเร็งตับที่อาจจะพบมากทางภาคใต้ แต่ก็ยังมีโรคในช่องท้องอื่นๆ อีกที่เราสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ อาทิ มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต เป็นต้น นอกจากนี้ ความร่วมมือของเรากับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ ยังหวังเพื่อเป็นการกระจายความรู้ในการคัดกรองผู้ป่วยเริ่มต้นไปยังหน่วยพยาบาลปฐมภูมิและทุติยภูมิในภาคเหนือและภาคใต้ เพราะหน่วยพยาบาลปฐมภูมิและทุติยภูมิมักไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ยังสามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นได้ด้วยการเจาะเลือดและทำอัลตราซาวด์ ก็จะสามารถตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นได้ ” ผศ.นพ. ธีระวุฒ กล่าว

วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) 

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ฟิลิปส์ เราได้นำเสนอนวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งเครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และเครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่แหล็กไฟฟ้า (MRI) โดยมีทั้งเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ที่ช่วยให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่ช่วยลดการฉีดสารทึบสี และการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น เมื่อเราเป็นผู้นำตลาดในด้านนี้ เราจึงเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการและการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไปพร้อมๆ กัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย และยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการเพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขให้กับผู้ป่วยอีกด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันก็สำคัญเช่นกัน โดยหลักๆ ก็คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลี่ยงอาหารมัน ทอด หวาน เพื่อลดเสี่ยงโรคอ้วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หรือหากพบความผิดปกติก็รีบปรึกษาแพทย์ เพียงเท่านี้ เราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถลดความรุนแรงของโรคได้

CHOL เปิดตัว ‘Spring en Memoire’ แคมเปญกลิ่นหอมแห่งแรงบันดาลใจ

CHOL เปิดตัว ‘Spring en Memoire’ แคมเปญกลิ่นหอมแห่งแรงบันดาลใจ

CHOL เปิดตัว ‘Spring en Memoire’ แคมเปญกลิ่นหอมแห่งแรงบันดาลใจ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

CHOL Aromatique แบรนด์เครื่องหอมที่เชื่อในพลังของ “กลิ่น” ในการเชื่อมโยงความรู้สึก ความทรงจำ และแรงบันดาลใจ เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “Spring en Memoire” พร้อมคอลเลกชันถุงหอม Nature’s Blossom ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฤดูใบไม้ผลิผ่านกลิ่นหอม 3 แบบ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้ “กลับมาอยู่กับตัวเอง” อย่างลึกซึ้ง ผ่านลมหายใจแห่งความทรงจำ

กลิ่นที่ช่วยให้เรา “อยู่กับตัวเอง” ได้อีกครั้ง

CHOL Aromatique แบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ไม่ได้ผลิตแค่ “กลิ่นหอม” แต่สร้าง “พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ” ให้คุณได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ทบทวนความรู้สึก และเติมพลังในแบบที่เป็นธรรมชาติของคุณ เพราะสำหรับเรา…กลิ่นหอม คือศิลปะที่สัมผัสจิตใจ และช่วยให้เรากลับมาเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดอีกครั้ง ลองสัมผัสกลิ่นหอมที่พูดกับหัวใจของคุณได้แล้ววันนี้ ผ่านถุงหอม Nature’s Blossom Collection จาก CHOL Aromatique มี 3 กลิ่นที่ออกแบบตามศาสตร์ Aromachology ซึ่งศึกษาผลของกลิ่นต่ออารมณ์และความรู้สึก Greenspire – กลิ่นชุ่มชื้น สดชื่น จากกลิ่นใบไม้ ฝน และดอกไม้ อ่อนโยนเหมือนเช้าแรกในป่า Imaginest – กลิ่นหวานซ่อนเปรี้ยวที่สดใสราวกับทุ่งผลไม้ พร้อมโน้ตของ Citrus และสมุนไพร Passiontree – กลิ่นสดชื่น มีชีวิตชีวา ผสมผสานชาเขียว ไม้หอม และดอกไม้สีขาว เสริมพลังใจและความสดใส

ศิลปะของกลิ่นและภาพถ่าย: ความร่วมมือกับศิลปินไทย

แคมเปญนี้ยังมีการร่วมมือกับศิลปินไทยหลากหลายแขนง โดยเฉพาะ ปุย สุรชัย แสงสุวรรณ ช่างภาพแนวหน้าจาก Crimson Studio ที่เคยร่วมงานกับ CHOL ตั้งแต่แบรนด์ก่อตั้ง และกลับมาสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายที่ตีความกลิ่นหอมเป็นภาษาทัศนศิลป์ โดยภาพถ่ายในแคมเปญนี้สื่อสารผ่านวัตถุธรรมชาติ เช่น มอส แมกโนเลีย และรังนก เพื่อแทนช่วงเวลาความทรงจำในวัยต่าง ๆ เช่นเดียวกับกลิ่นหอมที่สามารถพาเรากลับไปยังความรู้สึกที่เคยสัมผัส

ถุงหอม 3 กลิ่นพิเศษ คอลเลกชัน Nature’s Blossom วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ http://www.cholaromatique.com และสโตร์ทุกสาขา (CentralWorld ชั้น 2, ICONSIAM ชั้น 1 และ EmQuartier ชั้น 2) ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @cholaromatique และ Facebook: CHOL Aromatique