‘พันธุ์ไทย’ ผนึก ‘กทม.’’ และ ‘เพจหมาจ๋า’ ผุดแคมเปญ ‘Punthai Mission PAWSIBLE’ เนรมิตเมืองแห่งความหวัง หนุนสวัสดิภาพสัตว์จรจัด ต้อนรับวันสุนัขโลก

24 สิงหาคม 2569 เวลา 16:15 น.




บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร, สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และเพจหมาจ๋า (Dog Please) เนรมิตอุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข จัดงานการกุศล “Punthai Mission PAWSIBLE” ต้อนรับ “วันสุนัขโลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 26 สิงหาคมของทุกปี เชิญชวนคนรักสัตว์มาร่วมตระหนักถึงเพื่อนสี่ขาที่ยังรอคอยโอกาส พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนช่วยเหลือสัตว์จรจัด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและยกระดับสวัสดิภาพของสุนัขและแมวจรจัดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองที่น่าอยู่ของคนและสัตว์เลี้ยงต่อไป



ภายในงานเนืองแน่นไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นของเหล่า Dog Lovers ที่พาน้องหมามาร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลู ซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมตราประทับผ่าน Paw Passport ลุ้นรางวัลสอยดาว เวิร์กช็อปดูดวงและวาดภาพสุนัข กิจกรรม Paw VDO Call ส่งความในใจถึงน้องหมา และ Paw Gallery นิทรรศการภาพน้องหมาจรจากช่างภาพ Street Art พร้อมรับฟังมุมมองผ่าน Paw Talk จาก 365 Days Street Photographer นอกจากนี้ยังมี Dog Agility กิจกรรมชวนแอคทีฟกระชับสัมพันธ์กับน้องหมา พบกับสินค้าคอลเลกชัน “พันธุ์ไทย x หมาจ๋า” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของก่อนใคร พร้อมของกิน ของใช้ น่ารัก น่าสะสมสำหรับน้องหมา อิ่มอร่อยกับก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย และรับฟรีคุ้กกี้น้องหมา เมื่อซื้อเครื่องดื่มพันธุ์ไทย 2 แก้ว นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้รับเลี้ยงและบริจาคสิ่งของให้แก่มูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ อาทิ บ้านนางฟ้าของสัตว์จร มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ มูลนิธิเดอะวอยซ์ มูลนิธิเดอะแมนแดทเรสคิวส์ดอกส์ มูลนิธิ





เพื่อสุนัขในซอย นอกจากนี้ โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ยังมาตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงฟรี รวมถึง ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) ได้มาให้บริการฉีดฝังไมโครชิป จดทะเบียนน้องหมา และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฟรี รวมทั้งเปิดโอกาสให้น้องได้มีบ้านที่อบอุ่น โดยศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) สำนักอนามัย กทม. ได้มาออกบูธเปิดบ้านพักพิงฯ ให้ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับอุปการะสุนัขและแมวได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย


พลังขับเคลื่อน… สู่เมืองน่าอยู่ของคนและสัตว์เลี้ย’ ด้านการบริหารเมืองเพื่อคุณภาพชีวิต: นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์การจัดการเมือง และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการแก้ปัญหาสัตว์จรจัด


“เมืองน่าอยู่ ไม่ได้น่าอยู่แค่สำหรับคน แต่ต้องน่าอยู่สำหรับเพื่อนร่วมเมืองของเราด้วย กทม. เหมือนเส้นเลือดใหญ่ แต่หัวใจของความสำเร็จจริงๆ คือพวกเราทุกคน การแก้ปัญหาสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืนคือการสร้างความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูตั้งแต่ต้นทาง เพราะสวัสดิภาพสัตว์คือเรื่องของสุขอนามัยและความปลอดภัยของเมือง ซึ่งเมืองจะน่าอยู่ได้ ต้อง
เกิดจากความร่วมมือของสามภาคส่วน คือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ดังนั้นการที่เอกชนลุกขึ้นมาสร้างความตระหนักรู้และทำงานร่วมกัน จึงเป็นแบบอย่างที่งดงามในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน”



ด้านแนวคิดและบทบาทของภาคเอกชน: คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัดถ่ายทอดเจตนารมณ์ในการขยายวงกว้างแห่งการแบ่งปัน จากการช่วยเหลือช้างไทยสู่สัตว์เลี้ยงในเมือง

“พันธุ์ไทยเชื่อในเรื่องการเติบโตไปพร้อมกับการแบ่งปันมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเราได้ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือสู่สังคมในหลายมิติ ทั้งเกษตรกร ทหาร บุคลากรทางการแพทย์ และช้างไทย และในปีนี้ เราอยากขยายวงกว้างแห่งการแบ่งปันไปสู่สุนัขและสัตว์เลี้ยงเพื่อนร่วมเมืองของเราบ้าง เพราะทุกวันนี้สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เพื่อนคลายเหงา แต่คือสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มบ้านให้อบอุ่น นี่จึงเป็นที่มาของ ‘Punthai Mission Pawsible’ ภายใต้แนวคิด Every Cup Makes Hope Pawsible เพราะเราเชื่อว่าทุกความหวังเป็นไปได้ ด้วยหัวใจของพวกเราทุกคน และทุกการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากการลงมือทำในเรื่องเล็กๆ กาแฟพันธุ์ไทยพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความหวังนี้ให้แก่เพื่อนสี่ขาของเรา โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายสินค้าคอลเลกชัน ‘พันธุ์ไทย x หมาจ๋า’ นำไปสนับสนุนช่วยเหลือสัตว์จรจัด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของสุนัขและแมวจรจัดต่อไป”

ด้านศิลปะ ความผูกพัน และแรงบันดาลใจ: คุณณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ เจ้าของเพจ “หมาจ๋า” เล่าถึงจุดเริ่มต้นความรักสัตว์ ลายเส้นการ์ตูนอันแสนอบอุ่น และความหมายเบื้องหลังผลงานคอลเลกชันพิเศษ


“นัดเริ่มทำแฟนเพจ ‘หมาจ๋า’ เมื่อ 13 ปีก่อน จากความตั้งใจแค่อยากวาดรูปเล่นเกี่ยวกับหมาที่ตัวเองรักและผูกพันมาตลอดชีวิต ความร่วมมือกับกาแฟพันธุ์ไทยในครั้งนี้ ต่อยอดความสำเร็จจากบักเก็ตมาสู่แก้วทัมเบลอร์คอลเลกชัน ‘พันธุ์ไทย x หมาจ๋า’ ซึ่งความพิเศษคือ นัดตั้งใจวาด ‘น้องช้าง’ มาเป็นเพื่อนกับ ‘น้องหมา’ เพื่อสะท้อนถึงดีเอ็นเอการชอบช่วยเหลือสัตว์ของพันธุ์ไทย นัดเชื่อว่าศิลปะจะมีคุณค่าที่สุดเมื่อมันเปลี่ยนเป็นพลังในการช่วยเหลือผู้อื่นได้ และอยากฝากถึงคนมีสัตว์เลี้ยงให้ดูแลพวกเขาอย่างดี เพราะสำหรับเขา…เราคือโลกทั้งใบ”


สำหรับใครที่พลาดงานนี้ ยังสามารถร่วมส่งต่อความหวังให้เพื่อนสี่ขาผ่านสินค้าคอลเลกชัน “พันธุ์ไทย x หมาจ๋า” ได้ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 – 31 ตุลาคม 2569 โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสนับสนุน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและยกระดับสวัสดิภาพของสุนัขและแมวจรจัด พร้อมร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืน

PunthaiMissionPAWSIBLE, กทม., พันธุ์ไทย, เพจหมาจ๋า

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ รมว.อุตสาหกรรม เยี่ยมชมโรงเส้นหมี่ชอเฮง ร่วมถก กมธ.-เอกชน พัฒนาอุตสาหกรรม ภาคกลางปริมณฑล

24 สิงหาคม 2569 เวลา 16:03 น.

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด ตั้งอยู่ ต.ยายชา อ.สามพราน จ.นครปฐม และติดตามการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรม พร้อมประชุมรับฟังความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรคด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของภาคเอกชนในพื้นที่ภาคกลางปริมณฑล เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม, คณะผู้บริหารจังหวัดนครปฐม,คณะสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง, คณะสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม, คณะหอการค้าจังหวัดนครปฐม, กลุ่ม YEC นครปฐม

ศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม เขต1 และ ปธ.กมธ.อุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร, ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร ปธ.จนท.บริหาร บจก.โรงเส้นหมี่ชอเฮง,ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม, ทัตพงศ์ สะสมทรัพย์  ผช.รมว.อุตสาหกรรม, วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม, สาม สส.นครปฐม เผดิมชัย-อนุชา-พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ 

ยงยุทธ สวนทอง รอง ผวจ.นครปฐม,พร้อมด้วย 3 ผู้บริหารโรงเส้นหมี่ชอเฮง ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร, สุทธิวัฒน์ วงศ์สุรไกร และ วาทิต วงศ์สุรไกร ร่วมประชุม

ในการนี้ ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด นำเสนอภาพรวมการประกอบกิจการ กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกแป้งข้าวแปรรูป รวมถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวรายใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ธุรกิจเริ่มต้นจากการเป็นโรงงานผลิตเส้นหมี่ขนาดเล็กก่อนจะจดทะเบียนตั้งเป็นบริษัทจำกัดในเวลาต่อมา โดยยึดมั่นในการนำข้าวไทยมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดไปทั่วโลก ผลิตภัณฑ์หลักของชอเฮงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “ช้างสามเศียร” มีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสำเร็จรูปชนิดต่าง ๆ ตลอดจนเส้นหมี่ขาวและเส้นก๋วยเตี๋ยวคุณภาพสูง

ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร รอง ปธ.จนท.บริหาร บจก.โรงเส้นหมี่ชอเฮง และ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม

ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร และ ธนวัฒน์ เจริญนิเวศนุกูล กรรมการ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม

“การดำเนินงานของบริษัทเน้นย้ำเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารและกระบวนการผลิตอันทันสมัย และการให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งช่วยยกระดับพืชผลทางการเกษตรของไทยให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารระดับสากล นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการให้โอกาสบุคลากรทุกช่วงวัย โดยบริษัทฯ ไม่มีนโยบายการเกษียณอายุ และมีนโยบายพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีโอกาสแสวงหาความรู้ ให้สามารถรับมือกับการตลาดในปัจจุบันได้”

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารโรงเส้นหมี่ชอเฮง นำโดย ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร(ที่ 2 จากซ้าย), นันทวรรณ โชติวิจิตร, สุทธิวัฒน์ วงศ์สุรไกร, วาทิน วงศ์สุรไกร และ วาทิต วงศ์สุรไกร

ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร ปธ.จนท.บริหาร บจก.โรงเส้นหมี่ชอเฮง พร้อมผู้บริหาร วาทิน วงศ์สุรไกร, วาทิต วงศ์สุรไกร, นันทวรรณ โชติวิจิตร,เอริค หว่อง และ อิทธิพล สีมะสิงห์ มอบของที่ระลึกแก่ รมว.อุตสาหกรรม

ในการประชุมได้มีการสะท้อนปัญหาด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดย ศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และมีตัวแทนจากภาคเอกชน ได้แก่ ปภาวี สุธาวิวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง นิธิศ  ซื่อตรง ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม พีรวัฒน์ เวศย์วรุตม์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครปฐม และกลุ่ม YEC ได้มีการนำเสนอข้อมูล สะท้อนปัญหาและอุปสรรคด้านการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมของจังหวัดนครปฐม และกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล โดยให้ความเห็นว่า ปัจจุบันจังหวัดนครปฐมประสบปัญหาข้อจำกัดในการขยายพื้นที่ของภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากติดปัญหาผังเมืองและที่ดินมีมูลค่าสูง แต่ในทางกลับกันจังหวัดนครปฐมก็เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งใกล้จุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ การคมนาคมที่สะดวก อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยในพื้นที่หลายแห่งที่มีงานวิจัยที่มีประโยชน์ มีนักศึกษาจบใหม่ในพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งพื้นที่ทางการเกษตรที่มีความเข้มแข็ง และมีภาคเอกชนที่พร้อมให้การสนับสนุน จึงควรผลักดันการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนี้ เพื่อให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ภาคกลางปริมณฑลต่อไป

นิธิศ  ซื่อตรง  ปธ.สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม และ ปภาวี สุธาวิวัฒน์  ปธ.สภาอุตสาหกรรมภาคกลาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มอบของที่ระลึกแก่ รมว.อุตสาหกรรม

รมว.อุตสาหกรรม เยี่ยมชมห้องวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของโรงเส้นหมี่ชอเฮง

ภายหลังการประชุมหารือ ผู้บริหารโรงเส้นหมี่ชอเฮง นำโดย ไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร ได้นำ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมห้องวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ

วาทิต วงศ์สุรไกร ผู้บริหารโรงเส้นหมี่ชอเฮง แนะนำผลิตภัณฑ์จากการวิจัยและพัฒนาของบริหารแก่ รมว.อุตสาหกรรม

รมว.อุตสาหกรรม วราวุธ ศิลปอาชา ชิมขนมครก จากแป้งขนมครกตราช้างสามเศียร

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า วันนี้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอต่างๆ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม ทั้งเรื่องความต้องการนิคมอุตสาหกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ ตลอดจนปัญหาเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี รวมถึงแนวทางในอนาคตที่จะพัฒนาเรื่องการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งนี้ นครปฐมถือเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยมีขนาด GDP เป็นอันดับ 10 ของประเทศ และเป็นศูนย์รวมของโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโต ย่อมมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามมา อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสวัสดิภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาทางเศรษฐกิจจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน ดังเช่นตัวอย่างการประกอบกิจการของ บริษัท ชอเฮง ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขการค้าระดับโลก

รางวัลแห่งความภูมิใจของโรงเส้นหมี่ชอเฮง ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยสู่สากล

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME และ Micro SME โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers: NTB) และเกณฑ์มาตรฐาน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) ซึ่งแม้จะเป็นภาระในการปรับตัว แต่จะเป็นเปรียบเสมือนพาสปอร์ตหรือวีซ่าที่ช่วยให้สินค้าไทยส่งออกไปได้ทั่วโลก โดยกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนทั้งความรู้และแหล่งเงินทุน พร้อมมอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐมเป็นตัวกลางในการประสานงานและรับฟังข้อเสนอแนะจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าในพื้นที่เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานต่อไป

นครปฐม, วราวุธศิลปอาชา, โรงเส้นหมี่ชอเฮง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งต่อกำลังใจช่วยภัยน้ำท่วม

24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:28 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมส่งต่อกำลังใจให้ชาวบ้าน มอบขนมขบเคี้ยวบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย ผ่านโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน โดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

24 สิงหาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบขนมเค้กเคลือบรสนม จำนวน 6,000 ชิ้น มูลค่ารวม 60,000 บาท เพื่อสนับสนุนภารกิจของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้ “โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก นางสราญจิตร หวัง กรรมการบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด โดยได้รับเกียรติจาก นางธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปส่งต่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตพื้นที่ต่างๆ

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน มูลนิธิฯ ตั้งใจเป็นอีกหนึ่งแรงใจในการบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการสนับสนุนสิ่งของเพื่อส่งต่อไปยังครอบครัวผู้ประสบภัย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิฯ และมีส่วนในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปด้วยกัน

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่าย เพื่อเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิต ตอกย้ำความตั้งใจในการเป็นอีกหนึ่งพลังที่ร่วมดูแลและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงออกแบบชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยในพิธีเปิด Asian Games 2026

24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:16 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา  องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ทรงออกแบบชุดพิธีการสำหรับทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ภายใต้คอนเซปต์ “The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” ตามคำทูลเชิญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เพื่อสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬา Asian Games 2026 ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569

ชุดเครื่องแบบประกอบด้วย 4 ชิ้น ได้แก่ เสื้อสูทผ้าฝ้ายทอมือแบบแจ็กเกต 3 กระเป๋า, เสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีงานปักบริเวณแผงอกถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น, กางเกงขายาวสีเดียวกับเสื้อ และเนกไทที่ผูกด้วย Diamond Knot เอกลักษณ์ของ SIRIVANNAVARI โดยมุ่งถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีเอเชียด้วยงานออกแบบร่วมสมัย สำหรับนักกีฬาและทีมงานกว่า 900 คน

หัวใจของชุดอยู่ที่การนำผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากโครงการหมู่บ้านยั่งยืน “ดอนกอยโมเดล” โครงการภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ จังหวัดสกลนคร และผ้าฝ้ายทอมือจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาใช้ในการตัดเย็บ พร้อมออกแบบให้มีทั้งความสง่างาม สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งชาติ และความคล่องตัวสำหรับนักกีฬา

สำหรับภาพเปิดตัวครั้งนี้ได้นักกีฬาทีมชาติไทยมาร่วมถ่ายทอดคอนเซปต์ ทั้ง วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์, หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง, บีม-พิมพิชยา ก๊กรัมย์ และหญิง-สุธาสินี เสวตรบุตร พร้อมด้วย เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตจอมเตะทีมชาติไทย

AsianGames2026, เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

มงคลสมรสคู่หวาน นรพรรษ เพ็ชรตระกูล – ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์

24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:10 น.

บ่มเพาะต้นรักจนออกดอกเบ่งบาน ก็ได้ฤกษ์ดีกลางฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำ เจ้าบ่าว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล บุตร สุภาพ – ปวีณา เพ็ชรตระกูล ยกขันหมากไปสู่ขอ เจ้าสาวคนสวย ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ บุตรีคนโตของ สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ โดยจัดพิธีหมั้นและยกน้ำชาไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ ANDAZ BALLROOM, ANDAZ ONE BANGKOK และจัดพิธีฉลองมงคลสมรสเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี

หวานชื่น เจ้าบ่าว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล สวมแหวนแก่เจ้าสาว ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ โดยมี คุณแม่เจ้าบ่าว ปวีณา เพ็ชรตระกูล, คุณอา ฐนกร มั่นหมาย เถ้าแก่ฝ่ายชาย และคุณแม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์  เป็นสักขีพยาน

อบอุ่นท่ามกลางครอบครัวเจ้าสาว นำโดย อาม่า สุภา สุพรรณธะริดา, พีระรัสมิ์ สุพรรณธะริดา, เกษกนก สิริโพธิ์, จิรภาลักษณ์ สุพรรณธานิดา, เบญชญา ธนะวัฒนกรณ์, ดญ.ณิชาฐิตต์  ลาภจิราวัฒน์ บ่าวสาว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล – ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์, แม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ ,สิริรัตน์ สุพรรณธะริดา, วรุณพร มาพร้อมลูกๆ วีรนุช สุพรรณธะริดา, ณัฐวัชต์-อภิศรา สุพรรณธะริดา

คุณน้าเจ้าสาว นำโดย วิสูตร – สิริรัตน์ มาพร้อมลูกๆ นิธิภัท-พิชชา สุพรรณธะริดา. และ วิรัตน์ สุพรรณธะริดา มากับลูกสาวกัญญลักษณ์ สุพรรณธะริดา-ธนัฐ เลิศธนไพบูลย์ ร่วมยินดี

เครือญาติเจ้าบ่าวฝั่งคุณพ่อ สุภาพ เพ็ชรตระกูล นำโดย คุณอาและเถ้าแก่ฝ่ายชาย ฐนกร มั่นหมาย และพี่ชาย สรยุทธ เพ็ชรตระกูล

โดยพิธีหมั้นและยกน้ำชา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นท่ามกลางญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทของบ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดี มีคุณอาเจ้าบ่าว ฐนกร มั่นหมาย ทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ฝ่ายชาย มาสู่ขอลูกสาวเพื่อนรัก สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ ด้วยตนเอง ส่วนงานฉลองมงคลสมรสเน้นความเรียบง่ายเพื่อให้แขกผู้มาร่วมแสดงความยินดีได้รับความสุขสนุกสนานไปพร้อมกับบ่าวสาว

พร้อมหน้าครอบครัวเจ้าสาว นำโดย คุณแม่ สิริอนงค์ ธนะวัฒน์กรณ์ น้องสาวน้องเขย  เควิน – ริสา พุฒิบวร, เบญชญา ธนะวัฒนกรณ์ และหลานๆ ดญ.ณิชาฐิตต์ – ดช. วินท์เวทัส ลาภจิราวัฒน์

เครือญาติเจ้าบ่าวฝ่ายคุณแม่ ปวีณา เพ็ชรตระกูล

อาม่า สุภา สุพรรณธะริดา อวยพรหลานสาวหลานเขย

เจ้าบ่าว นอ-นรพรรษ เพ็ชรตระกูล เป็นลูกชายของ สุภาพ – ปวีณา เพ็ชรตระกูล โดยคุณพ่อสุภาพ (ถึงแก่กรรม) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อัลคาซ่าร์ จำกัด โรงละครคาบาเร่ต์ชื่อดังระดับโลกในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามประสิทธิ์ บริษัทรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ทั้งนี้เจ้าบ่าวสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท Master of Science in Finance, American University ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาการคลัง (นักวิชาการคลังทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, กรรมการบริหาร ธนาคารออมสิน, กรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน)

ทองแผ่นเดียวกัน คุณแม่เจ้าบ่าว ปวีณา เพ็ชรตระกูล, บ่าวสาว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล – ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์, แม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์

รองอธิบดีกรมสรรพากร กฤดา กฤติยาโชติปกรณ์,  ทวีลาภ รัตนบุญนิธิ กก.และผจก. ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย, พิชิต มิทราวงศ์ กก.ผจก. SME D Bank, ผยง ศรีวณิช กก.ผจก.ใหญ่ ธ.กรุงไทย, รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ธปท., ฉัตรชัย ศิริไล ผจก. ธ.ก.ส., ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล และ สิทธิกร ดิเรกสุนทร กก.ผจก.ทั่วไป บสย.

จุมพล ริมสาคร อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการ กบข., สุวรรณี เจษฎาศักดิ์  รองผู้ว่าการ ธปท., วรนุช ภู่อิ่ม อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, จุฑาทอง จารุมิลินท ผอ. สวค., สภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน, บุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, อมรรัตน์ จารุรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการคลัง, สมชัย สัจจพงษ์  ปธ.กก. ธปท. และอดีตปลัดกระทรวงการคลัง, บัณฑรโฉม แก้วสอาด อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง, ธีรัชย์ อัตนวานิช อดีตอธิบดีกรมศุลกากร,  พีรกานต์ บูรณากาญจน์  ผอ.สนง. ศุลกากร มาบตาพุด, วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง, ฤชา วราทร รองอธิบดีกรมธนารักษ์ และ อรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง

สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ คุณแม่เจ้าสาว และ ฐกกร มั่นหมาย คุณอาเจ้าบ่าว ต้อนรับเพื่อนๆ ที่มาร่วมยินดี

เพื่อนๆ จาก สมาคมอีโอ (ไทยแลนด์) ทั้ง 5 ท่าน พร้อมด้วย ธีรณัฏฐ์ เผ่าหฤหรรษ์ และ ภาณุ เภตรา ร่วมแสดงความยินดีกับคุณแม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์

เจ้าสาว โบ-ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ ลูกสาวคนโตของคุณแม่ สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์  เจ้าของ บริษัท โรงงานลักกี้สตาร์การทอ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทกระสอบพลาสติกสานและถุงสำเร็จรูปรายใหญ่ของประเทศไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท ENTREPRENEURSHIP MANAGEMENT (INTERNATIONAL PROGRAM) College of Management Mahidol University และ Marketing Management, Kingston University, London และ ปริญญาเอก Human Resource Organization Development (international program),สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Co-Partner ด้าน Sale and Online Development บริษัท โคโรเนท โบรกเกอร์ จำกัด

เพื่อนเจ้าบ่าว จากคณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มธ.

รอยยิ้มสุดปลื้มใจของคุณแม่ สิริอนงค์ ในวันฉลองมงคลสมรสของลูกสาว

เผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีต รมช.คลัง

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต

ทีมเพื่อนเจ้าสาว

เส้นทางความรัก แม้จะเป็นลูกแม่โดม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัย เนื่องจากฝ่ายชายเป็นรุ่นพี่เรียนจบ ในขณะที่เจ้าสาวเพิ่งเข้าไปเป็นเฟรชชี่ปี 1 เมื่อคู่กันแล้วพรหมลิขิตทำให้เจ้าบ่าวได้มาพบกับเจ้าสาว เมื่อมีงานเลี้ยงครอบครัวเจ้าบ่าว คุณแม่สิริอนงค์และเจ้าสาวมาร่วมงานในฐานะเพื่อนสนิทของ ฐนกร มั่นหมาย คุณอาเจ้าบ่าว เพียงได้พบหน้ากันครั้งแรก หนุ่มโสดอย่าง นอ-นรพรรษ ก็ตกหลุมรัก โบ-ชัญญณัท ลูกสาวเพื่อนคุณอาทันที และบอกกับตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เฝ้ารอ ความรักของทั้งคู่ค่อยๆ เติบโต ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของทั้งสองครอบครัว รวมถึงเพื่อนๆ ที่คอยเชียร์ เพราะต่างลงความเห็นว่าเป็นคู่ที่มาเติมเต็มชีวิตของกันและกันอย่างแท้จริง

ชัญญณัทธนะวัฒนกรณ์, นรพรรษเพ็ชรตระกูล

คุณแหน : 24 สิงหาคม 2569

24 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

๐๐ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ.2569..๐๐

๐๐ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เผยความคืบหน้าการกระจายยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าพระราชทาน “IMCRANIB” จัดส่งให้หน่วยบริการแล้ว 2,880 กล่อง มีผู้ป่วยได้รับยา 215 ราย เตรียมส่งมอบเพิ่มอีก 3 งวด ให้ รพ.ต่าง ๆ ครบ 23,000 กล่อง ภายในสิ้น ตค. เพิ่มโอกาสให้ “ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง” เข้าถึงยารักษาที่มีประสิทธิภาพ..๐๐

๐๐วาปี-ท่านผู้หญิงเหมือนจิต ภิรมย์ภักดี บริจาคสมทบศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รพ.จุฬาลงกรณ์..๐๐

๐๐ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ มอบเงินจากงานสวดพระอภิธรรมศพของสามี เศวต สันตานนท์ อดีตรองผู้ว่า กสท. ให้กับ รศ.ดร.นพ. จีรุตน์ ศรีรัตนบัลล์ และ ขรรค์ ประจวบเหมาะ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย รพ.จุฬาลงกรณ์ งานนี้มีเพื่อนร่วมรุ่น เช่น ธนะชัย สันติชัยกูล, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, พรสมจิตร วิโนทัย, รัตนา ภาสเวคิน, ธวัชชัย คูภิรมย์, พรรณทิพย์ เทอดพิทักษ์พงษ์, สุวรรณี ปวุฒิยาพงศ์, ชาตรี วรวณิชชานนท์, รัตนา เกษชุมพล ร่วมไปด้วย..๐๐

๐๐แม้มีภารกิจมากแต่ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ CTO บมจ.เรียล สมาร์ท ยังรับเป็นวิทยากรในงาน BDI Seminar 2026: Human AI Synergy – ค้นหาสมดุลของมนุษย์และ AI จัดโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI)..๐๐

๐๐ดร.ภก.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ต้อนรับเพื่อนๆชาว Digital CEO# 9 กว่า 40 คนที่มาเยี่ยมชมการใช้เทคโนโลยีของโรงงานยา บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา อย่างอบอุ่น พร้อมจัดพาไปล่องเรือทานกุ้งเผาเมืองอยุธยา ก่อนกลับไปทำบุญไหว้พระ ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร อีกด้วย งานนี้ นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, พญ.ชุติมา ดุลย์มณี, วงศ์วิวัฒน์ ศิริทัศนกุล, ยุทธพร จิตตเกษม, มารีย์ โอภาสเสถียร, อนุกูล เย็นใจ, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, วรพล วีระวงศ์, วิไลหงษ์ แช่เจีย, เข็มชาติ สังฆะคาม, ดร.ชานนท์ ชิงชยานุรักษ์, สัณห์ อุทยารัตน์, เจตพันธุ์ ตรีบำเพ็ญ, อรณิชา ศรีชัยธำรง, ธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ ไม่พลาด..๐๐

๐๐ชื่นชม ดร.ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล ซีอีโอ บจ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ที่บริจาคบรรจุภัณฑ์ถุงขยะคุณภาพสูง ตราฮีโร่ (HERO) ให้กับ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนผู้พิการ โดยมี ชิด สุขหนู ผอ. รับมอบ..๐๐

๐๐ ยินดีกับ บมจ.ไทยออยล์ คว้า 2 รางวัลระดับโลก Energy Financing Deal of the Year Thailand 2026 และ Corporate Finance CFO of the Year Thailand 2026 จาก Global Banking and Finance Awards 2026..๐๐

๐๐ ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ วันเกิดปีนี้ควงภรรยาและลูกสาว ไปทำบุญบริจาคหลุมศพ โลงศพ ผ้าดิบ ข้าวสาร ณ มูลนิธิปอเต็กตึ้ง และถวายสังฆทาน ปล่อยปลาหน้าเขียง ณ วัดเทวราชกุญชร..๐๐

๐๐สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยแจ้งบริษัทที่มีแคมเปญที่สร้างผลลัพธ์โดดเด่น เชิญส่งผลงานเข้าประกวดงาน Marketing Award of Thailand 2026 เวทีค้นหาและยกย่องสุดยอดแคมเปญการตลาดของไทย เปิดรับผลงานครอบคลุม 5 หมวดทั้งด้านกลยุทธ์ การสื่อสาร นวัตกรรม ความยั่งยืน และพลังของชุมชนและภูมิภาค ส่งได้ถึง 7 กย. รายละเอียดที่ https://www.marketingthai.or.th/marketing-award-of-thailand-2026/..๐๐

สกู๊ปพิเศษ : เปิดประชุม ‘ASPAC Conference 2026’ เชื่อม ‘วิทย์ – สังคม’ จุดประกายคนรุ่นใหม่ เดินหน้าสู่อนาคตที่เติบโตอย่างเท่าเทียม

23 สิงหาคม 2569 เวลา 06:03 น.

         “พิพิธภัณฑ์ร่วมสร้างอนาคต : การสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมทางวิทยาศาสตร์ในยุคแห่งความไม่แน่นอน (Museums Empowering Futures: Science Engagement in the Age of Uncertainty)” คือแนวคิดหลักของประชุมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569 (Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference: ASPAC Conference 2026) ที่มีผู้แทนพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์จากทั่วโลกเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

         การประชุม ASPAC Conference 2026 องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างวันที่ 19 – 22 สิงหาคม 2569 ควบคู่กับงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ห้อง Amber 2–3 อาคาร IMPACT Exhibition Center ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัด อว.ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM, น.ส.ศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), คณะผู้บริหารเครือข่าย ASPAC และผู้แทนศูนย์วิทยาศาสตร์จากทั่วโลกเข้าร่วม

         ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัด อว. กล่าวเปิดการประชุมว่า กระทรวง อว. มีนโยบายมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดงาน ASPAC 2026 ร่วมกับงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ จึงสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ในการแสดงศักยภาพและความพร้อมของไทย ในการเป็นศูนย์กลางด้านการจัดการแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับสากล

         “สำหรับแนวคิดหลักของการประชุมในปีนี้คือ “Museums Empowering Futures: Science Engagement in the Age of Uncertainty” ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริบทโลกปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ต้องไม่หยุดนิ่ง แต่ต้องปรับบทบาทเป็นพื้นที่เชิงรุกที่สร้างความผูกพันและเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับสังคม เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมและจุดประกายความคิดให้แก่ประชาชนและคนรุ่นใหม่ ท่ามกลางยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่เติบโตอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน” ปลัด อว. กล่าว

         ด้าน นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสากลในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงให้พิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ช่วยเสริมพลังให้ผู้คนก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการรวมตัวของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำเสนอนวัตกรรมการสื่อสารวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สร้างแรงบันดาลใจ และสานสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต

         ขณะที่ น.ส.ศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยขั้นหน้าสู่สาธารณชน ช่วยเปลี่ยนความรู้ที่ซับซ้อนให้เป็นแรงบันดาลใจ ดังนั้น การประชุม ASPAC 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายเครือข่ายงานวิจัย เชื่อมโยงภาควิชาการเข้ากับการสร้างความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

         ในโอกาสนี้ Mr. Lee Song Choon ผู้อำนวยการบริหารเครือข่าย ASPAC ได้ขึ้นกล่าวรายงานผลการดำเนินงานและกิจกรรมของ ASPAC ในช่วงปี 2024–2026 พร้อมอัปเดตข้อมูลสมาชิกใหม่ และการมอบทุนพัฒนาบุคลากร (ASPAC Fellows 2026) เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของบุคลากรในสายงานพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง 

         ขณะที่ Ms. Maria Isabel Garcia ประธานเครือข่าย ASPAC กล่าวเพิ่มเติมในหัวข้อ “Overview of ASPAC Conference 2026: The Reimagined ASPAC Conference 2026″ โดยระบุว่า การประชุมในครั้งนี้ถูกออกแบบขึ้นใหม่เพื่อตอบรับกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน โดยเน้นการสร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยนเชิงรุกที่ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ เพื่อให้พิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วภูมิภาคสามารถปรับตัวและส่งมอบประสบการณ์เรียนรู้ที่มีความหมายต่อชุมชนและสังคมได้อย่างแท้จริง

         สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASPAC Conference 2026 ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพและความเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) ทั้งด้านการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับองค์กรระดับสากล อันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือใหม่ๆ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการขยายโอกาสด้านวิชาการ นวัตกรรม และเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ASPACConference2026, สกู๊ปพิเศษ, อพวช., อว.

ตะลอนเที่ยว : งานศิลปะนานาชาติริมทะเลหัวหิน

23 สิงหาคม 2569 เวลา 06:02 น.

         เมื่อพูดถึงหัวหิน หลายคนที่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะนึกถึงหัวหินในแง่มุมต่างๆ เช่น แหล่งพักผ่อนชายทะเลสำหรับชนชั้นสูงในอดีต หรือบางคนก็จะนึกถึงนวนิยายของไทยที่สุดแสนโรแมนติก อาทิ ปริศนา ของ ว.ณ.ประมวลมารค ราตรีประดับดาว ของ ว.วินิจฉัยกุล และบางคนก็จะนึกถึงวังไกลกังวล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เจ็ด พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ในขณะที่อีกหลายคนก็จะนึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จไปประทับ ณ วังไกลกังวล ในช่วงปลายรัชสมัย 

         ต้องยอมรับว่าหัวหินในความทรงจำของคนหลากหลาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนยอมรับตรงกันก็คือหัวหินเป็นถิ่นของงานศิลปะหลากหลาย ทั้งในแง่ของดนตรี และงานศิลปะในรูปแบบภาพถ่าย ภาพวาด และงานเซรามิก และรวมถึงงานศิลปะแขนงอื่นๆ เช่น งานศิลป์ร่วมสมัย เป็นต้น

         งานศิลป์ที่หัวหินงานล่าสุดที่เพิ่งจบไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคม คือ Hua Hin International Contemporary Art 2026 ซึ่งจะที่เนินชเล เขาตะเกียบ หัวหิน โดยงานนี้รวบรวมศิลปิน 12 คนจากนานาชาติ 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น ตุรกี หรือตุรเคีย ออสเตรเลีย และไทย 

         งานศิลป์ที่นำมาแสดงในครั้งนี้มีทั้งภาพจิตรกรรม งานเซรามิก งานดินปั้น ทั้งดินเหนียวและดินขาว รวมถึงงานศิลปะผสมที่ต้องใช้ภาพและเสียงธรรมชาติเป็นองค์ประกอบร่วมของงาน โดยเฉพาะงานที่ชื่อว่า Pink Sound ที่เป็นการเสพงานศิลปะโดยผ่านการมองไปบนจุดต่าง ๆ ที่กำหนดแล้วติดตั้งไว้บนแผ่นพลาสติกแข็งสีชมพู โดยมีคลื่นเสียงประกอบ เพื่อให้เกิดจินตนาการในการมองและรับรู้ภาพที่เห็นในแต่ละจุด ซึ่งถือเป็นงานศิลป์แบบใหม่อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะมุมมองที่ต่างออกไป จะมีผลต่อการรับรู้ของผู้เสพงานศิลปะ 

         ศิลปินชาวตุรเคีย บอกเล่าถึงความรู้สึกครั้งแรกที่มาถึงเมืองไทยแล้วได้ไปทำงานศิลปะที่หัวหิน โดยเน้นย้ำว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าหัวหินเป็นเมืองที่มีมีเสน่ห์ น่าอยู่ มีความสงบ และที่สำคัญคือมีทะเลที่ใสสะอาด มีหาดทรายที่งดงาม และมีชุมชนที่น่ารัก เขาเล่าให้ฟังว่างานศิลป์ที่สร้างขึ้นมานั้นมาจากมนต์เสน่ห์ของเมืองหัวหินเป็นสำคัญ และเมื่อได้เห็นความงามของเมืองหัวหินแล้วก็ทำให้ตระหนักมากยิ่งขึ้นว่าจำเป็นต้องขอเชิญชวนให้มนุษยโลกร่วมกันดูแลและรักษาโลกของเรา เพราะหากเราปล่อยให้โลกถูกทำร้าย ก็หมายถึงเราก็ถูกทำร้ายด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเราร่วมดูแลรักษาโลก และรักษาสิ่งแวดล้อม เราก็จะได้ระบบชีวิตอยู่ในโลกที่น่าอยู่และเกื้อกูลชีวิตของเราทุกคน

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

งานศิลปะนานาชาติ, ตะลอนเที่ยว, ทะเลหัวหิน, ประจวบคีรีขันธ์, หัวหิน

Around W. By หมูอ้วน : เปิดนิทรรศการ ‘ผลงานครูศิลปะ 6 ภูมิภาค’ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมชุมชนสู่ศิลปะร่วมสมัย

23 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดนิทรรศการโครงการ “พัฒนาศักยภาพครูศิลปะสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยจากทุนทางวัฒนธรรมชุมชน 6 ภูมิภาคกับศิลปินแห่งชาติ” โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกอง กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ ณ ห้องสุมน อมรวิวัฒน์ อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์ของครูศิลปะที่ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพและนำทุนทางวัฒนธรรมในชุมชนของตนเองมาต่อยอดเป็นผลงานศิลปะร่วม ภายในงานมีศิลปินแห่งชาติ 3 ท่าน ได้แก่ ศ.เดชา วราชุน ศ. (เกียรติคุณ) ปรีชา เถาทอง และอาจารย์สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ พร้อมด้วยวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ และครูผู้เข้าร่วมโครงการร่วมงาน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีโอกาสเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาความรู้ความสามารถด้านศิลปะ การออกแบบ กระบวนการจัดเรียนการสอน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากงานศิลปกรรม ผ่านการเชื่อมโยงศิลปะร่วมสมัยเข้ากับทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสรรค์องค์ความรู้และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน การศึกษาทุนทางวัฒนธรรมจากบริบทของชุมชนไม่เพียงช่วยให้เกิดความเข้าใจในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ครูผู้สอนสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ด้านศิลปะในมิติต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

“ในยุคปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้มากมาย แต่งานศิลปะคือสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะศิลปะต้องการความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ความรู้สึก และการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงขอชมเชยคณะผู้จัดโครงการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิลปินแห่งชาติ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการอันทรงคุณค่านี้ รวมถึงขอแสดงความยินดีกับครูผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนที่ได้ทุ่มเทเวลาและความตั้งใจในการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการจัดการเรียนการสอนทัศนศิลป์ และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และชุมชนได้อย่างยั่งยืน” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

อนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกอง กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ทุนในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการ 1 ครอบครัว 1 ทักษะ Soft Power ของรัฐบาล ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดศิลปะในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม และทำให้เกิดการสร้างรายได้เพื่อตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาคน พัฒนางาน การสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ซึ่งปีนี้มีทั้งหมด 25 โครงการ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็น 1 ใน 3 หน่วยงานส่วนกลางร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้รับทุนสนับสนุนดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งใช้เวลารวม 4 เดือน ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกครูทั้ง 30 คน การเปิดโอกาสให้ได้พบกับศิลปินแห่งชาติ และเกิดการต่อยอดอย่างต่อเนื่อง จนเห็นพฤฒิพัฒนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และผลงานที่เป็นรูปธรรมประจักษ์ชัดเจน

“จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือเป็นโมเดลที่เห็นผลจริงและต่อยอดได้ ตั้งแต่การคัดเลือกครูศิลปะทั่วประเทศ แล้วนำมาเพิ่มศักยภาพร่วมกับศิลปินแห่งชาติ จากนั้นครูนำความรู้ไปต่อยอดร่วมกับเยาวชนและชุมชนในพื้นที่ ทำให้เกิดกระบวนการที่ครอบคลุม ครบถ้วน และขยายโอกาสสู่ภูมิภาค ที่สำคัญคือสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ นำไปจำหน่ายและสร้างรายได้จริงในราคาที่เข้าถึงง่าย (40-50 บาท) กระบวนการนี้จึงช่วยให้ครูได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชน ได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่รัก และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นว่าอาชีพครูศิลปะสามารถสร้างสุนทรียะและสร้างรายได้ได้จริง อันเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์ที่จะส่งต่อความรู้และทำให้วงการศิลปะของประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน” คุณอนุกูล กล่าวเพิ่มเติม

รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับศักยภาพครูศิลปะทั้งด้านองค์ความรู้ กระบวนการคิดสร้างสรรค์ และการต่อยอดการจัดการเรียนการสอน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมและศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาฯ ที่มุ่งส่งเสริม อนุรักษ์ และนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ชุมชน รวมถึงการมอบ “ทุนชีวิต” ตามที่ อธิการบดีจุฬาฯ ได้เน้นย้ำไว้ ในการมุ่งบ่มเพาะศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถนำองค์ความรู้และแรงบันดาลใจไปต่อยอดสร้างสรรค์งานศิลปะ ยกระดับการเรียนรู้ของเยาวชน และขับเคลื่อนวงการการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.โสมฉาย บุญญานันต์ หัวหน้าภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ  กล่าวว่า ภาควิชาฯ เชื่อมั่นว่าครูศิลปะคือกำลังสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน โดยการเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และปลูกฝังความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน ศิลปินแห่งชาติ วิทยากร และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการจนประสบความสำเร็จ เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครูผู้เข้าร่วมจะนำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้เรียน ชุมชน และสังคมต่อไป

ผศ.ดร.ธีรวดี ถังคบุตร รองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพครูศิลปะ ผ่านการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งช่วยยกระดับความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนควบคู่กับการตระหนักถึงคุณค่ามรดกท้องถิ่น พร้อมขอชื่นชมผู้ดำเนินโครงการ ศิลปินแห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และยินดีกับครูทุกคน โดยหวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายวิชาชีพเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทางศิลปศึกษาอย่างยั่งยืน

Around W. By หมูอ้วน, นิทรรศการ, ผลงานครูศิลปะ 6 ภูมิภาค, ศิลปะร่วมสมัย

กรมการพัฒนาชุมชน เปิดฉากประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ’ และ ‘บุปผาบรมราชินีนาถ’

22 สิงหาคม 2569 เวลา 18:38 น.

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 (ระดับภาคกลาง) โดยมี สยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คณะกรรมการตัดสิน ผู้แทนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อให้ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีจำนวนผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวดฯ จากทั่วประเทศทั้งสิ้น 10,948 ชิ้นงาน แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า จำนวน 10,341 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 607 ชิ้น สำหรับการประกวดในระดับภาคกลางครั้งนี้ มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองระดับจังหวัดรวมทั้งสิ้น 573 ชิ้นงาน (ประเภทผ้า 466 ผืน และงานหัตถกรรม 107 ชิ้น) จากผู้ส่งเข้าประกวดทั่วทั้ง 26 จังหวัดภาคกลาง

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ Sustainable Fashion (แฟชั่นแห่งความยั่งยืน) ผ่านการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติ เส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง

ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ก่อนที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยจะเริ่มดำเนินการกลั่นกรองและตัดสินผลงานในภาคกลาง เพื่อคัดสรรสุดยอดผลงานผ้าและงานหัตถกรรมไทยของภาคกลาง เพื่อเข้าสู่รอบต่อไป ซึ่งจุดดำเนินการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดำเนินการที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2569 ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 กันยายน 2569 หลังจากนั้นจะเป็นรอบตัดสินระดับภาค ในวันที่ 11 กันยายน 2569 และรอบรองชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 12 กันยายน 2569 เพื่อเข้าสู่รอบตัดสินระดับประเทศต่อไป