สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฉลองเบิรธ์เดย์ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฉลองเบิรธ์เดย์ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฉลองเบิรธ์เดย์ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะกรรมการสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ร่วมฉลอง  Pre Brithday celebration ให้กับ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์นายกสมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา ภายในงานอบอุ่นไปด้วยคณะกรรมการ ที่ปรึกษาสมาคมฯ ศิษย์วัฒนารุ่น 107 และรุ่นพี่รุ่นน้องมาร่วมยินดีอวยพรมอบให้เจ้าของวันเกิดด้วยความรักและความอบอุ่น ณ อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา

Pre Birthday celebration มอบให้ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา ท่ามกลาง ชลลกา เก่งระดมยิง อดีตนายกสมาคมฯ,ลานทิพย์ ทวาทศิน ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, ดวงใจ ตั้งสง่า, ภาวิไล บุราวาศ,  ผาณิต พูนศิริวงศ์, คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, อนิตา พงษ์เภตรา และ บุษกร ณ บางช้าง

ต่อด้วยการประชุมสมาคมฯ ประจำเดือน และการสรุปตัวเลขจากการขายของงานการาจเซลล์ ครั้งที่ 5/2025 จัดโดยสมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา ประธานจัดงาน คือ อนิตา พงษ์เภตรา โดยนำสินค้ามือสองคุณภาพดี อาทิ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ เครื่องครัว เครื่องกีฬา ของเล่นและของใช้ทั่วไปมาจำหน่าย ระหว่างวันที่ 27 – 31 พฤษภา คม 2568 ณ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย  โดยรายได้จากงานนี้ สมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา จะนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมและกิจกรรมสาธารณกุศลต่อไป ส่วนของบริจาคที่เหลือทั้งหมดสมาคมฯ แบ่งไปช่วยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้ บ้านนกขมิ้น, มูลนิธิกระจกเงา, สตรีคริสเตียนภาค 6,คริสตจักรวัฒนา, ทหารพรานที่ 3 จชต. และมอบให้นักเรียนโรงเรียนสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รวม ทั้งบริจาคของให้ ยุวสตรียาตรา ประเทศไทย The Girls’ Brigade Thailand

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมฯ กับคณะกรรมการ และที่ปรึกษา และศิษย์วัฒนาวิทยาลัยรุ่น 107 มาร่วมอวยพรมอบให้เจ้าของวันเกิดอย่างอบอุ่น

ลานทิพย์ ทวาทศิน ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย พร้อม ศศิธร วัฒนกุล ผช.ผจก.โรงเรียน และ ดร.สุภลักษณ์ ไชยสถาน ผู้อำ นวยการโรงเรียน ร่วมอวยพร

เบิร์ธเดย์แบบใกล้ชิด คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ชลลกา เก่งระดมยิง 

ชลัยพร สิมะเสถียร, ณัฎฐา พันธุ์ทรัพย์, ชรริน ญาณนนท์, วิสาขา บรรหารศุภวาท, พรประภา พันธ์บูรณะ, สริสา วรประคุณ

วิสาขา บรรหารศุภวาท, ชรริน ญาณนนท์, สริสา วรประคุณ, ดร.จรรย์จารี ธรรมา, ภาวิไล บุราวาศ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ , ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, พรประภา พันธ์บูรณะ, ชลัยพร สิมะเสถียร, ดร.ชูพรรณ โกวานิชย์, บุษกร ณ บางช้าง และ ณัฎฐา พันธุ์ทรัพย์

วรรณภัทร รัตนนรเศรษฐ , อภิญญา รัตนไตรภพ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ , ดร.อายุศรี สมิติษเฐียร และ ปิยะธิดา ทรงวิช

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ กับ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์ และ ภัทราพร เตชะสุวรรณา

ชลิตา ปัญญางาม และ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์ ร่วมอวยพร

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีดังนี้  รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่า มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวล ในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้ นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

‘ซาโนฟี่’ รวมพลังจิตอาสาสร้างภูมิความรู้เด็กและเยาวชนไทยรู้ทันเบาหวาน

‘ซาโนฟี่’ รวมพลังจิตอาสาสร้างภูมิความรู้เด็กและเยาวชนไทยรู้ทันเบาหวาน

‘ซาโนฟี่’ รวมพลังจิตอาสาสร้างภูมิความรู้เด็กและเยาวชนไทยรู้ทันเบาหวาน

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคเบาหวาน กำลังเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ทั้งจากเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อน ต้องการการรักษาหลักด้วยการฉีดยาอินซูลิน และเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วนและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และการขาดการออกกำลังกาย จากข้อมูลสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) พบว่าในปีพ.ศ. 2565 เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี กว่า 1.52 ล้านคนทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 ล้านคนภายในปี 2588 ด้วยเหตุนี้ การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่เยาว์วัยในโรงเรียนและชุมชน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคนี้เพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแรงให้กับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

วันชัย นนทกิจไพศาล

ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว ซาโนฟี่ ประเทศไทย จึงเดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคมผ่านโครงการ “โรงเรียนสุขสันต์ รู้ทันเบาหวาน” (Kids & Diabetes in Schools: KiDS) เป็นปีที่ 2 โดยล่าสุดได้นำร่องจัดกิจกรรมเวิร์กช้อปให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานแก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ณ โรงเรียนวัดตะพงนอก จังหวัดระยอง  โดยมี คณะผู้บริหารโรงเรียนวัดตะพงนอก พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน ต้อนรับคณะจิตอาสาซาโนฟี่กว่า 80 คน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายวันชัย นนทกิจไพศาล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวเปิดงาน เน้นย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ผ่านการเผยแพร่ความรู้ด้านการนับคาร์บแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ได้มอบทัพพีนับคาร์บมาเป็นของขวัญแก่นักเรียนและคณะครูของโรงเรียนวัดตะพงนอก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง (สสจ.ระยอง) ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ และได้ส่งทีมงานเข้าร่วมถ่ายทอดความรู้และนำทีมจัดกิจกรรมร่วมกับพนักงานจิตอาสาซาโนฟี่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนไทย สร้างภูมิคุ้มกันความรู้ด้านสุขภาพให้แก่ผู้นำเยาวชน

ศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง

กิจกรรมทั้งหมดแบ่งออกเป็น 4 ฐาน เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย อาทิ ฐานที่ 1: บิงโกนับคาร์บ (Carb it Bingo) – พนักงานจิตอาสาซาโนฟี่สอนการนับและคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในอาหารแต่ละชนิดผ่านเกมบิงโก และแพลตฟอร์ม http://www.nubcarb.com เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมปริมาณคาร์บในแต่ละวัน ฐานที่ 2: นักสืบฉลากโภชนาการ (Nutrition Label Detectives) – พนักงานจิตอาสาซาโนฟี่ฝึกทักษะการอ่านฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เด็กๆ รู้เท่าทันและสามารถตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยคำนึงถึงปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมที่ควรได้รับและควรเผาผลาญในแต่ละวัน ฐานที่ 3: ปันปั่น (Bike & Blend) – พนักงานจิตอาสาซาโนฟี่นำกิจกรรมปั่นจักรยานสุดมันส์เพื่อปั่นน้ำผลไม้สด ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายที่สนุกสนานและปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพ ฐานที่ 4: เร่งสูงไว…ไปดื่มนม (Power up with Milk) – จัดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง มุ่งรณรงค์การดื่มนมเพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟัน พร้อมสอนการอ่านกราฟการเจริญเติบโตของตนเอง เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจพัฒนาการทางร่างกาย

มร. ชาร์ลส์ โทลิเอ่ต์ 

มร. ชาร์ลส์ โทลิเอ่ต์ ผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจยา ซาโนฟี่ ประเทศไทย (หรือ Sanofi Thailand) กล่าวว่า “การรักษาสุขภาพที่ดีนั้น ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบของครู แพทย์ หรือผู้ปกครองเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ร่วมกันที่เราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง และเชื่อมั่นว่าการลงทุนในความรู้ด้านสุขภาพของเด็กๆ คือการลงทุนในอนาคตที่แข็งแรงของชาติ โดยโครงการ “โรงเรียนสุขสันต์ รู้ทันเบาหวาน” มีเป้าหมายที่จะสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นในการดูแลตนเองให้กับเยาวชนและในชุมชน เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและห่างไกลจากความเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่นๆ การให้ความรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่เด็กจะช่วยสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีติดตัวไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว”

ด้าน ศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ได้ย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้เรื่องเบาหวานในเด็กจากสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงว่า “ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา เยาวชนไทยมีแนวโน้มเป็นเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเด็กไทย ในสัดส่วน 1 ใน 6 มีภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการที่สมดุล การวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ออกกำลังกายที่เพียงพอ และการนอนหลับพักผ่อนที่เหมาะสมตั้งแต่เด็ก จะช่วยลดความเสี่ยงและเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพวกเขาได้ สร้างอนาคตที่ปราศจากโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น”

ตัวแทนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดตะพงนอก กล่าวถึงความรู้สึกหลังเข้าร่วมกิจกรรมว่า “หนูสนุกกับทุกฐานเลยค่ะ โดยเฉพาะฐานนับคาร์บ ทำให้หนูรู้ว่าอาหารที่เรากินในแต่ละวันมีคาร์บเท่าไร และควรจะกินแค่ไหนถึงจะพอดี ไม่มากเกินไป หนูจะเอาความรู้ที่ได้ไปบอกคุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆ ค่ะ” เช่นเดียวกับคุณครูประจำชั้นที่กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมนี้เป็นประโยชน์มากค่ะ เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องเบาหวานในแบบที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน ทำให้พวกเขาไม่กลัวที่จะเรียนรู้เรื่องสุขภาพที่ซับซ้อน ได้ความรู้ที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีให้กับเยาวชน”

มร. ชาร์ลส์ โทลิเอ่ต์  กล่าวปิดท้ายด้วยการขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง โรงเรียนวัดตะพงนอก และที่สำคัญคือพนักงานจิตอาสาซาโนฟี่ทุกคน ที่ร่วมกันมอบความรู้และแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ในวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและได้รับความรู้ไปพร้อมๆ กัน โครงการ “โรงเรียนสุขสันต์ รู้ทันเบาหวาน” มุ่งส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ใน 3 ปัจจัยหลัก คือ โภชนาการที่สมดุล การออกกำลังกาย และการนอนหลับเพื่อวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ซึ่งสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังอื่นๆ โดยได้ขยายโครงการไปยังระดับโรงเรียน ชุมชนท้องถิ่น ทั้งในประเทศไทยและสังคมทั่วโลก โดยการปลูกฝังทัศนคติเชิงป้องกันตั้งแต่เยาว์วัยเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและการแบ่งปันความรู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

สามารถติดตามแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและวิธีการดูแลตัวเองเกี่ยวกับเบาหวานและความคืบหน้าของโครงการฯ ได้ที่ www.t2dminsulin.com/Kids/

‘ลูกพีช อชิรญา’ และ ‘ป๊อป ปิโยรส คว้ามงกุฎ ‘Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025’

‘ลูกพีช อชิรญา’ และ ‘ป๊อป ปิโยรส  คว้ามงกุฎ ‘Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025’

‘ลูกพีช อชิรญา’ และ ‘ป๊อป ปิโยรส คว้ามงกุฎ ‘Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ค่ำคืนแห่งความงดงาม แข็งแกร่ง และทรงพลังอย่างผู้หญิงยุคใหม่ ได้เปิดฉากต้อนรับและแสดงความยินดีกับสาวงาม 2 เจนเนอเรชั่น  ลูกพีช อชิรญา หนองใหญ่  เจ้าของตำแหน่ง Mrs. Tourism Thailand 2025  ขณะที่  ป๊อป ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์ คว้าตำแหน่ง Mrs. Tourism Thailand 2025 เตรียมพร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปประกวด Miss & Mrs. Tourism World 2025 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) เปิดใจร่วมปฏิบัติภารกิจทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย เพื่อขับเคลื่อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไปกับองค์กร Miss & Mrs. Tourism ตลอด 1 ปี

บรรยากาศการประกวด Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025 (มิส แอนด์ มิสซิส ทัวริซึม ไทยแลนด์ 2025)  เวทีการประกวดความงามของผู้หญิงไทย ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงสถานะ “โสด” หรือ “สมรส” หรือความสวยแค่เพียงกายภายนอก แต่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนที่มีความฝัน ได้ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและผลักดัน Thai Soft Power ภายใต้บริบทและคอนเซปต์ของเวทีแห่งปี 2025 “Beauty With a purpose, Inspiring Global Tourism” ความงามที่มีเป้าหมาย ขับเคลื่อนเสน่ห์ท้องถิ่นไทย สู่การท่องเที่ยวระดับสากล คืนนี้จึงได้เห็น “ตัวแม่-ตัวลูก” 2 Generation ประชันความสวย เก่ง ด้วยสมองแบบเมืองอัจฉริยะ ที่ครบเครื่องและทันสมัยที่สุดนั่นเอง

“หมอกี้” ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้บริหาร บริษัท รีเจน สมาร์ท ซิตี้ จำกัด และ CEO : SHAKIRA SKINCARE (ชากีร่า สกินแคร์)  ผู้ถือลิขสิทธิ์ (ND) เวทีการประกวด Miss & Mrs Tourism Thailand 2025  ทุ่มงบจัดการประกวดรอบตัดสินอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้อง CDC BALLROOM คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา โดยได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้คนดัง  สุริยน ศรีอรทัยกุล ผู้บริหาร Beauty Gems และ ดร. สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ ประธานการตัดสิน ร่วมด้วยกรรมการกิตติมศักดิ์ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ,สุมิตรา กิจกำจาย , สุดจิตร์ สุดจิตต์ แห่ง Finale Wedding Studio, อสิตา วิมลไชยจิต ,มาร์ค ธาวิน พี  เซียวตง ,ชยานิษย์ พฤฒพีระวิทย์ , ดร.ภูวษา วราสิทธิกร ,สุภาวดี ทัพมาลัย ,ภาพิมณ คงเฟื่องฟุ้ง ,เบญจมาศ​ งาม​มี​ศรี , อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง CEO บริษัท ทาเลนท์ดีเทคทีฟ ฯลฯ และอีกมากมาย ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook : MTT Tourism Thailand

ในรอบตัดสินสาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 16 คนต่างประชันกันเต็มที่ทั้งความสวย ความรู้ทัศนคติ  แต่ดาวเด่นของคําคืนนั้นมีเพียง 2 ดวง  และผู้ที่คว้ามงกุฎ Miss Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ลูกพีช อชิรญา หนองใหญ่ เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด Miss Tourism World 2025 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ เกดการะเกด อนันตกุลชาดา

ส่วน Mrs Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ป๊อป ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์ ตัวแทนประเทศไปประกวด Mrs Tourism World 2025 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รองอันดับ 1  ได้แก่ แคท แคทลียา ชูลเซ รองอันดับ 2  ได้แก่ กุ๊บกิ๊บ สุรจนา ศิริภาทธิ์   ตำแหน่ง Classic Mrs Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ยะ ธัชญา จวงสันทัด และ ตำแหน่ง Elite Mrs Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ไปรญา  ไปรยา ธนะศรีสีบวงศ์

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ Best Evening Gown ได้แก่ รางวัล Miss Photogenic  เหมย พิมนภัทร์ เจริญธนันรุจน์,  รางวัล MISS CONGENIALITY (นางงามมิตรภาพ)  เกด การะเกด อนันตกุลชาดา,  รางวัล SHAKIRA QUEEN ไปรญา  ไปรยา. ธนะศรีสีบวงศ์, รางวัล Social Media Queen และรางวัล Ambassador Miss & Mrs Tourism Thailand คิตตี้ ดร.เมปภาวี วรรณ โกมล โคเลนเบอร์ก  และ  เตย เฌอภัทร เจนจบ

รางวัล MISS CONGENIALITY (นางงามมิตรภาพ) ได้แก่ MTT03 “พราว ปัณณรัตน์ วงศ์ภีรักษ์” รางวัล SHAKIRA QUEEN ได้แก่ MTT20 “ไปรญา  ไปรยา. ธนะศรีสีบวงศ์” รางวัล Social Media Queen ได้แก่ MTT15 “กุ๊บกิ๊บ สุรจนา ศิริภาฤทธิ์” รางวัล Ambassador Miss & Mrs Tourism Thailand ได้แก่ MTT 16 คิตตี้ ดร.เมปภาวี วรรณ โกมล โคเลนเบอร์ก  และ MTT15 เตย เฌอภัทร เจนจบ

ทั้งนี้ ทุกตำแหน่งจะได้ปฏิบัติภารกิ ทูตการท่องเที่ยว และ วัฒนธรรมไทย ร่วมกับองค์กร โดย “หมอกี้” ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เป็น “Sustainable Tourism” หรือการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ในระดับโลก ผ่านแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว และสืบสานโครงการผ้าอัตลักษณ์ อย่างยั่งยืนอีกมากมาย สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆของ Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025 ได้ทาง Facebook : MTT Tourism Thailand

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จคนไทย ‘เปลี่ยนชีวิต’ ด้วยทักษะ ‘AI’

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จคนไทย ‘เปลี่ยนชีวิต’ ด้วยทักษะ ‘AI’

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จคนไทย ‘เปลี่ยนชีวิต’ ด้วยทักษะ ‘AI’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเสริมพลังให้มนุษย์สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด หากเราสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มุ่งมั่นเสริมสร้างทักษะ AI ให้กับคนไทยผ่านโครงการ “THAI Academy: ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย”  แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของคนไทยที่ใช้ AI เป็นขุมพลังอันชาญฉลาดขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ได้อย่างที่ใครหลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วย AI

วิวัฒน์ สาทรสวัสดิ์ หรือ เบนซ์ ช่างภาพฟรีแลนซ์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2562 เป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ตัดสินใจมองหาโอกาสใหม่ผ่านการเรียนรู้ทักษะด้านไอที “ผมเริ่มต้นเรียนรู้จาก Microsoft Learn ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีของไมโครซอฟท์ ผมตั้งใจเรียนทุกบทเรียนเหมือนกับว่าอนาคตของผมขึ้นอยู่กับมัน AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาแทนแรงงานมนุษย์ แต่เป็นคู่หูที่ช่วยเราทำงานได้เร็วขึ้น เติบโตได้ชัดเจนขึ้น และเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างแท้จริง”

จากการศึกษาด้วยตนเองและความมุ่งมั่นไม่หยุดพัฒนา ภายในเวลาเพียง 5 ปี เบนซ์ กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และยังมีโครงการสร้าง Startup ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

วิวัฒน์ สาทรสวัสดิ์

ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย

ที่ชุมชนบ้านตำนานดิน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  ธนกฤต วงษ์ศา ผู้นำชุมชนไทยทรงดำ (หรือลาวซ่ง) และ ขวัญ บุตรสาว ได้นำ AI มาช่วยอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมอันเก่าแก่กว่า 200 ปีของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษา จัดทำเนื้อหาประชาสัมพันธ์ และหาข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธนกฤต เล่าว่า “ก่อนที่เราจะรู้จัก AI ต้องรอให้ลูกสาวกลับมาจากที่เรียนในวันหยุดเพื่อช่วยสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหลายๆ ครั้งหากเจอนักท่องเที่ยวพูดภาษาจีน ญี่ปุ่น หรือเยอรมัน พวกเราก็ยังติดขัดอยู่ดี”

ทั้งนี้ ความสำเร็จของชุมชนบ้านตำนานดินยังสอดคล้องกับโครงการพัฒนาทักษะ AI เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ AI Skills for Tourism  ที่ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับสถาบันคีนันแห่งเอเซีย โดยจัดกิจกรรมนำร่องในพื้นที่ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในภาคการท่องเที่ยว

ธนกฤต วงษ์ศา

ปฏิวัติการเรียนรู้ด้วย AI ในห้องเรียน

ที่โรงเรียนศรีสุวิช จังหวัดชลบุรี คุณครูวรรณวิสา หอมสุวรรณ หรือ ครูวิว ได้นำ Microsoft Copilot มาปฏิวัติการสอนคณิตศาสตร์ เปลี่ยนวิชาที่หลายคนมองว่ายากให้มีชีวิตชีวาและเข้าใจง่าย ช่วยให้นักเรียนสามารถเห็นภาพแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นรูปธรรม ทำให้เข้าใจและเรียนรู้ได้เร็วขึ้น สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น “นักเรียนที่ทำโจทย์คณิตศาสตร์ไม่ค่อยได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่ง แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถจินตนาการภาพได้” ครูวิว กล่าว

วรรณวิสา หอมสุวรรณ

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ เสริมว่า “ที่โรงเรียนศรีสุวิช เราเชื่อว่าการผสานรวม AI ในการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างความหวังและสร้างอนาคตที่สดใส ช่วยให้เราสามารถปรับการเรียนรู้ให้เข้ากับสถานการณ์และความเหมาะสม”

ความสำเร็จนี้สอดคล้องกับความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับกระทรวงศึกษาธิการภายใต้โครงการ THAI Academy ที่มุ่งพัฒนาทักษะ AI แก่บุคลากรครู เพื่อถ่ายทอดความรู้ต่อไปยังนักเรียนในทุกระดับชั้นทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บรรจุเนื้อหาจากหลักสูตรพื้นฐานด้าน AI ของไมโครซอฟท์ไว้ในหลักสูตร AI Literacy สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6

ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์

พลิกโฉมอุตสาหกรรมเกษตรไทยด้วย AI

สำหรับธุรกิจส่งออกมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ของไทยอย่าง K-Fresh ก็ได้นำ AI มาปฏิวัติธุรกิจ ทั้งการควบคุมคุณภาพ วิเคราะห์ความสด ขนาด และปริมาณน้ำตาลของผลไม้แบบแม่นยำ รวมถึงทำนายแนวโน้มตลาดเพื่อปรับแผนการผลิตและจัดส่งล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังใช้ AI ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อ และปรับเปลี่ยนข้อเสนอให้เหมาะสม

วราภรณ์ มนัสรังษี กรรมการผู้จัดการของ K-Fresh มองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเพื่อนคู่คิดคนสำคัญที่ช่วยให้เธอสามารถตัดสินใจอย่างแม่นยำ และนำไปใช้ในชีวิตส่วนตัวด้วย เช่น งานประดิษฐ์ ออกแบบภาพประกอบหนังสือนิทาน และวิเคราะห์การลงทุน “ก่อนหน้านี้ เราเผชิญกับความผันผวนของตลาด ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และความจำเป็นในการควบคุมคุณภาพแบบเรียลไทม์ วิธีการแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่สูงขึ้นของผู้ซื้อจากต่างประเทศได้”  วราภรณ์ กล่าว

ความสำเร็จของ K-Fresh สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโครงการ THAI Academy ที่ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกว่า 20,000 คน

วราภรณ์ มนัสรังษี

ยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย AI

ดรุณี วิริยะเอี่ยมพิกุล เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองโบราณอู่ทอง ได้นำ Microsoft Copilot มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การนำเสนอโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์โซล่าฟาร์ม ไปจนถึงการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้การจัดการพลังงานทดแทนที่พุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยสามารถสร้างภาพเสมือนความสำเร็จตามจินตนาการก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง ทำให้ผู้ตัดสินใจเห็นผลกระทบได้อย่างชัดเจน  “เราให้เอไอช่วยจัดการงานประจำที่จำเจ เพื่อให้เราสามารถมุ่งเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์และเพลิดเพลินกับชีวิตได้อย่างแท้จริง” ดรุณี กล่าว

ดรุณี วิริยะเอี่ยมพิกุล

ด้าน ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ อพท. กล่าวเสริมว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายความถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความมั่นใจว่าชุมชนท้องถิ่นจะเจริญรุ่งเรืองไปพร้อมๆ กันด้วย ที่ อพท. เราเห็นว่า Microsoft Copilot เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการท่องเที่ยว ผู้คน และนวัตกรรม”

ทั้งนี้  ดรุณี เป็นหนึ่งในข้าราชการ 120,000 คนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะ AI ของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ THAI Academy ที่ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร. / DGA) เพื่อพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับข้าราชการไทย

THAI Academy: ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย

โครงการ “THAI Academy” เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ที่มุ่งเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ในทุกสาขาอาชีพและทุกระดับทักษะ ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะสำคัญใหม่ๆ ในยุคที่สังคมโลกและเศรษฐกิจไทยต่างมีนวัตกรรม AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายยกระดับทักษะ AI ให้คนไทยกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2568 โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 35 องค์กรจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาภาคการศึกษา การเสริมพลังผู้ประกอบการ และการสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างทั่วถึง

ผู้ที่สนใจเสริมทักษะด้าน AI สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่านแพลตฟอร์ม AI Skills Navigator ที่รวบรวมหลักสูตรและเนื้อหาด้าน AI เป็นภาษาไทยกว่า 200 หลักสูตร ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง เปิดให้เรียนรู้ฟรีที่ https://aiskillsnavigator.microsoft.com/th-th

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568’

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ  ชวนชมนิทรรศการ ‘ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568’

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ชวนชมนิทรรศการ “ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568” ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทชั้นปีสุดท้ายของปีการศึกษา 2567 จากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านศิลปะ 47 แห่งทั่วประเทศ รวม 169 ชิ้น มาจัดแสดงร่วมกัน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระมหาจตุรงค์ จตุวโร (ร้อยกา)

ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่สู่สาธารณชน อีกทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นิสิต นักศึกษา ตลอดจนคณาจารย์ ในการพัฒนาศิลปะไทยให้มีคุณภาพ   หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงจัดนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี 2568 นี้ ซึ่งนับเป็นปีที่ 17 มีสถาบันอุดมศึกษาตอบรับและสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นรวม 47 สถาบัน 56 คณะ โดยคณาจารย์ของแต่ละสถาบันได้คัดเลือกผลงานเข้าร่วมแสดงรวม 169 ชิ้น แบ่งเป็นผลงานของระดับปริญญาโท 12 ชิ้น และระดับปริญญาตรี 157 ชิ้น ประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม งานจัดวาง และงานมัลติมีเดีย เป็นต้น นิทรรศการนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นการแนะนำนิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นใหม่ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนอีกด้วย

พระมหานันฐกานต์ โสภณปญฺโญ (ทับสีแก้ว)

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568 เพื่อร่วมเสริมสร้างกำลังใจและสนับสนุนให้ศิล ปินรุ่นใหม่ ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  ถนนราชดำเนินกลาง  เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ปิดวันพุธ) เวลา 10.00 – 19.00 น. สอบถามข้อมูลติดต่อ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โทร.02-281-5360-1 E-mail: info@queengallery.org, https://www.facebook.com/queengallerybkk/

ปฏิพัทธ์ หงษ์เจือ

อัคคณัฐ อ่วมเนตร

ยศกร ล่ามสมบัติ

รัฐนันท์ ลิ้มกุล

ธวัลรัตน์ เดชอรัญ

กนกวัลย์ คำอาจ

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2568

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..ll มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม มอบเงินบริจาคเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบ 74 ปี การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมสมทบทุนโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบ

..ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ รศ.ดร.ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

..ll ผศ.ดร.ภญ.สุนีย์ จันทร์สกาว รองคณบดีคณะเภสัชฯ มช. ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. โดยมี ผศ.ดร.แผ่นดิน อุนจะนำ คณบดีคณะสถาปัตยฯ ต้อนรับ

..ll ยินดีกับ ไชยยง รัตนอังกูร ที่ได้เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

..ll ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล กก.ผจก.บจ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกชนิดอ่อนแบรนด์“ฮีโร่”ได้บริจาคเงินปรับปรุงห้อง X-ray ให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย โดยมี นพ.นพปฎล พรรณราย ผอ.รพ. รับมอบ

..ll Mr.Matthew Chen ต้อนรับชาวคณะ Digital CEO#8 กว่า 40 คน ไปศึกษาดูงานดิจิทัลเทคโนโลยีของ Ping An Group ณ สำนักงานใหญ่ เมืองเซินเจิ้น

..ll เพื่อนๆ ยินดีกับ อนันต์ ดิสระ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ

..ll วสันต์ ติรางกูร ชวนเพื่อนๆ ปวิช ใจชื่น,สุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง,พิมพ์ชยา บุรินทร์เจริญ,ไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์,สุนันท์ พูลธนกิจ,ไวพจน์ หามาลา,สุนันท์ พูลธนกิจ,สิริวิชญ์ มฤคพิทักษ์ มาสังสรรค์รับหน้าฝนกัน..

..ll ข่าวดี ศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียน(BCC)ที่ประสงค์จะให้บุตร/หลาน สมัครเข้าเรียน ชั้น ป.1 ปีการศึกษา 2569 สมาคมศิษยเก่ากรุงเทพคริสเตียนฯ จะจัดกิจกรรมให้คำแนะนำขั้นตอนการสมัครและให้คำปรึกษาในรายละเอียดอื่นๆ สำหรับสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าฯ 21 มิ.ย.2 รอบ(จำกัดรอบละ 50 ท่าน)09.30-11.30 น.
และ 13.00-15.00 น. ณ สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซ.สุขุมวิท 50 สอบถามที่ ID LINE : BCCAA หรือ FB : สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

..ll สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ ขอเชิญร่วมสนับสนุนการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายได้เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้โรงพยาบาลบางใหญ่ และส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถานหญิงทั่วไป 29 มิ.ย.
10.00-15.00 น. ณ Blu-O สยามพารากอน ชั้น 5 สนับสนุนได้ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ 130-7-55555-5 สาขาบางนา ชื่อบัญชีสมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์

น้องใหม่

Life & Health : ระวัง..กลุ่มโรคที่มาพร้อมหน้าฝน

Life&Health : ระวัง..กลุ่มโรคที่มาพร้อมหน้าฝน

Life&Health : ระวัง..กลุ่มโรคที่มาพร้อมหน้าฝน

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

เมื่อฤดูฝนเริ่มต้นขึ้น หลายคนอาจรู้สึกเพลิดเพลินกับอากาศเย็นสบายและเสียงฝนที่โปรยปรายอย่างต่อเนื่อง แต่ในความชุ่มฉ่ำของฤดูนี้ ยังแฝงไว้ด้วยภัยเงียบที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ “โรคภัยไข้เจ็บ” ที่มักเกิดขึ้นหรือระบาดหนักในช่วงฤดูฝน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

โรคหลายชนิดสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่ชื้น น้ำท่วมขัง และสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหากขาดการป้องกันหรือไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

ข้อมูลจาก แพทย์หญิง วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า เนื่องจากฤดูฝนมีความชื้นสูง น้ำท่วมขัง และอุณหภูมิแปรปรวน ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค การแพร่กระจายของไวรัส และการขยายพันธุ์ของยุงลาย จึงทำให้โรคเหล่านี้พบได้บ่อยขึ้นในช่วงนี้ได้แก่

โรคติดต่อทางน้ำและอาหาร เช่น ท้องเสียเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ หรืออหิวาตกโรค โรคเหล่านี้มักเกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส เช่น Salmonella, E. coli หรือ Norovirus ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลวหลายครั้ง อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีไข้ร่วมด้วย หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจเกิดภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นอันตรายได้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังใช้ห้องน้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกหรือเก็บไว้นานเกินไป

แพทย์หญิง วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ 

โรคติดเชื้อผ่านทางแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง เช่น โรคตาแดงและไข้ฉี่หนู โรคตาแดงสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการสัมผัสน้ำหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ส่วนไข้ฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Leptospira ที่อาศัยอยู่ในน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุ เช่น ตา หรือปาก อาการของไข้ฉี่หนูคือมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง และอาจมีอาการตับหรือไตอักเสบร่วมด้วย วิธีป้องกันคือหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขัง และหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้าบูทกันน้ำและรีบล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ

โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งรวมถึงไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และปอดบวม โรคเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นในอากาศซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาการที่พบได้แก่ คัดจมูก ไอ เจ็บคอ มีไข้ และในกรณีของปอดบวมอาจมีอาการหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย การป้องกันสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบเจอี และมาเลเรีย โดยเฉพาะไข้เลือดออกที่มักระบาดหนักในช่วงฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำขัง ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ส่วนโรคไข้สมองอักเสบเจอีพบมากในพื้นที่ชนบท โดยเชื้อไวรัสจะแพร่ผ่านยุงที่กัดสัตว์แล้วมากัดคน ทำให้เกิดอาการไข้ ซึม ชัก และอาจหมดสติ มาเลเรียแม้จะพบน้อยลงในไทย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในบางพื้นที่ ป้องกันได้โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ ใช้มุ้งหรือยากันยุง และหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรรับวัคซีนตามคำแนะนำ

โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่โรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กมักเกิดการระบาด โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus เช่น Coxsackievirus ติดต่อผ่านการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก หรืออุจจาระของผู้ป่วย อาการเริ่มต้นมักมีไข้ เจ็บปาก ตามด้วยผื่นหรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า และภายในช่องปาก แม้จะเป็นโรคที่หายได้เอง แต่ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่แออัดเมื่อมีการระบาด และรักษาความสะอาดของของเล่นและสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นในช่วงฤดูฝน การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสภาพอากาศที่ชื้นและน้ำขังอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหลายชนิด เพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่มากับฤดูฝน ทุกคนสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้..

เริ่มจากการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หรือช้อนส้อม, ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่ค้างคืนหรือไม่ผ่านการเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะ ควรดื่มน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งหรือน้ำดื่มที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค พร้อมทั้งใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ส่วนอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย คือการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว ควรเข้ารับวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี เป็นต้น

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมช่วยสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

‘ปอดสะอาดคือชีวิต’ โฮปฟูล ชู BETA X+ ร่วมขับเคลื่อนวันงดสูบบุหรี่โลก

'ปอดสะอาดคือชีวิต' โฮปฟูล ชู BETA X+ ร่วมขับเคลื่อนวันงดสูบบุหรี่โลก

‘ปอดสะอาดคือชีวิต’ โฮปฟูล ชู BETA X+ ร่วมขับเคลื่อนวันงดสูบบุหรี่โลก

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.28 น.

เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคมนี้ บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ประกาศรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของควันบุหรี่และมลพิษทางอากาศ ภายใต้แนวคิด “ปอดสะอาดคือชีวิต” พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA X+ เพื่อการดูแลสุขภาพปอด

ควันบุหรี่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อสุขภาพคนไทย ทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กและผู้สูงอายุ องค์การอนามัยโลกประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับควันบุหรี่และควันบุหรี่มือสองกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกต่อปี สำหรับประเทศไทย พบว่ามีผู้สูบบุหรี่กว่า 10 ล้านคน และผู้ใหญ่ร้อยละ 40 ยังคงเผชิญกับควันบุหรี่มือสอง สะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความตระหนักรู้เพื่อสุขภาพที่ดี

อรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการ บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า “แม้คนไทยหลายคนทราบถึงพิษภัยของควันบุหรี่ แต่การเลิกสูบยังคงเป็นความท้าทาย โฮปฟูลจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เพื่อสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ และเสนอแนวทางการดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหมาะสม”

BETA X+ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Glucoraphanin จากผงต้นอ่อนบร็อคโคลี่, สารสกัดขิง, กระชายขาว และ Elderberry ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้เป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่นควัน หรือผู้ที่ต้องการสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม BETA X+ ไม่ใช่ยา และไม่มีสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาโรค แต่เป็นตัวช่วยสำหรับบำรุงร่างกาย และเสริมสุขภาพแบบองค์รวม

อรรคพล กล่าวเสริมว่า “เราต้องการให้คนไทยตระหนักถึงการป้องกันสุขภาพด้วยตนเอง ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเลิกบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง การใช้หน้ากากอนามัยเมื่อเผชิญมลพิษ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบหมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน”

เพื่อความสะดวกของผู้บริโภค BETA X+ มีจำหน่ายผ่านตัวแทนทั่วประเทศ และสามารถหาซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Facebook, Line@, TikTok, Shopee และ Lazada

คุณอรรคพลกล่าวปิดท้ายว่า “BETA X+ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค”

โฮปฟูลเชิญชวนประชาชนไทยร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ด้วยการงดสูบ ลดการสัมผัสควันพิษ และหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.18 น.

พลเรือตรีหญิง ดร.ทพญ.จีระวัฒน์ กฤษณพันธ์ ว่องวิทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ดร. นภัสรพี เทพคุ้มกัน และตัวแทนนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการสร้างเสริมสังคมสันติสุขรุ่นที่ 13 ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568