ฟอร์จูนทาวน์ ระเบิดโปรกลางปี! ชวนช็อปงาน ‘Comtech Mid Year Sale’

ฟอร์จูนทาวน์ ระเบิดโปรกลางปี! ชวนช็อปงาน 'Comtech Mid Year Sale'

ฟอร์จูนทาวน์ ระเบิดโปรกลางปี! ชวนช็อปงาน ‘Comtech Mid Year Sale’

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 11.11 น.

ฟอร์จูนทาวน์ระเบิดโปรกลางปี! ชวนช็อปงาน Comtech Mid Year Sale 5–15 มิ.ย. นี้ ลดกระหน่ำสูงสุด 70% ขนดีลไอทีสุดคุ้ม พร้อมลุ้น iPad และของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท 

5 มิถุนายน 2568 ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9  ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือพันธมิตรและร้านค้าภายในศูนย์ จัดแคมเปญใหญ่ “Comtech Mid Year Sale 2025” ขนทัพสินค้าและอุปกรณ์ไอทีจากแบรนด์ดัง ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมลุ้นรับ iPad Gen 11 และของรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 115,000 บาท ระหว่างวันที่ 5 – 15 มิถุนายน 2568 ณ ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9

กิจกรรมในงานครั้งนี้จัดขึ้นร่วมกับพันธมิตร อาทิ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน), กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ ร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์ฯ โดยมอบสิทธิพิเศษมากมายให้กับนักช็อปที่เข้าร่วมงาน ดังนี้

– ช็อปครบ 700 บาท รับคูปองลุ้น iPad Gen 11 และของรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวมกว่า 115,000 บาท

– ช็อปครบ 2,000 บาท รับฟรี! บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท หรือบัตรศูนย์อาหาร Food World มูลค่า 200 บาท (ของมีจำนวนจำกัด)

– สมาชิกฟอร์จูนพอยท์ รับคูปองชิงโชคเพิ่ม 2 ใบ และสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

– ผู้ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ผ่อนสินค้าไอที 0% นานสูงสุด 15 เดือน และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% เมื่อใช้จ่ายครบ 3,000 บาทขึ้นไป (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)

นอกจากโปรโมชันแล้ว ยังมีกิจกรรมสุดล้ำให้ร่วมสนุกใน 3 โซนไฮไลต์ ที่ตอบโจทย์สายเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ Innovation Zone – ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ลิ้มรสกาแฟและไอศกรีมจากหุ่นยนต์บาริสต้า (Robot Barista) , ชมการสาธิตจาก Intel AI Workshop โดย IT City , สัมผัสประสบการณ์ขับรถแข่งเสมือนจริง Ultimate Racing Cockpit , ทดลองใช้งาน MSI Gaming Handheld Showcase , อัปเดตเทคโนโลยี Smart Home ที่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน

Flash Deals Zone – ลานกิจกรรม ชั้น 2 และโซนกล้อง ชั้น 3 กล้องและอุปกรณ์เสริมจาก EC Mall, Zoom Camera, STM และ Snapshot ไอเทมเสริมสำหรับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ในราคาสุดพิเศษ

Activities Zone – Fortune Event Space ชั้น 4

5–6 มิ.ย. เสวนา “นวัตกรรม AI เพื่อวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสิ่งแวดล้อม” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก มจธ.

7–13 มิ.ย. นิทรรศการศิลปะ “Syn Art” จากนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง

14–15 มิ.ย. ชมการแข่งขันเกม ROV ระดับมืออาชีพ

“Comtech Mid Year Sale 2025” จัดเต็มทั้งโปรโมชันและกิจกรรมตลอด 11 วัน ณ ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 ทางออก 1

หมายเหตุ: ใช้บัตรเครดิตอย่างรับผิดชอบ และชำระคืนตรงเวลา เพื่อไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: http://www.fortunetown.co.th , Facebook | IG | YouTube: fortunetown , LINE Official: @FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG , Application: Fortune Town

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน ‘Connections Through Culture Grants 2568’ ส่งเสริมความร่วมมือทางศิลปะข้ามพรมแดนอย่างสร้างสรรค์

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน 'Connections Through Culture Grants 2568' ส่งเสริมความร่วมมือทางศิลปะข้ามพรมแดนอย่างสร้างสรรค์

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน ‘Connections Through Culture Grants 2568’ ส่งเสริมความร่วมมือทางศิลปะข้ามพรมแดนอย่างสร้างสรรค์

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 10.09 น.

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน Connections Through Culture Grants ประจำปี 2568 ส่งเสริมความร่วมมือทางศิลปะข้ามพรมแดนอย่างสร้างสรรค์ระหว่างสหราชอาณาจักรและนานาชาติ

บริติช เคานซิล ได้เปิดรับสมัครทุนสนับสนุน Connections Through Culture (CTC) Grants สำหรับศิลปินและหน่วยงานด้านความคิดสร้างสรรค์จาก 19 ประเทศพันธมิตรทั่วเอเชียแปซิฟิกและยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักรและประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความสร้างสรรค์ เชื่อมความสัมพันธ์ และผลักดันโครงการทางวัฒนธรรมไปสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 

ในยุคที่ความร่วมมือระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญยิ่งเช่นนี้ ทุน Connections Through Culture Grants พร้อมให้การสนับสนุนด้วยงบประมาณสูงถึง 10,000 ปอนด์ เพื่อส่งเสริมความสร้างสรรค์ข้ามวัฒนธรรม ท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ สร้างแรงบันดาลใจแก่ชุมชน ตลอดจนเปิดพื้นที่ใหม่ๆให้กับวงการศิลปะไม่ว่าจะเป็นโครงการพำนักศิลปินแบบดิจิทัล (Digital art residency) การแสดงระดับนานาชาติ เวิร์กช็อป นโยบายเชิงสร้างสรรค์ หรือนิทรรศการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน โครงการเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อผลักดันให้เกิดการพูดคุย แลกเปลี่ยน และสร้างความเข้าใจระหว่างกัน มุ่งสู่ความร่วมมือในระยะยาวของเหล่าศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก

เมื่อปีที่ผ่านมา มีการให้ทุนสนับสนุนแก่โครงการความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนทั้งสิ้น 84 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 741,000 ปอนด์ สำหรับในประเทศไทยเอง ก็มีโครงการทางวัฒนธรรมหลายโครงการที่ได้รับการสนับสนุนในปีงบประมาณ 2567 อาทิ โครงการ Holding the Door Open โครงการพัฒนาศักยภาพของศิลปินที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความหลากหลายและความครอบคลุม (inclusion) โครงการ Hit the North Chiang Mai นำเสนอเทศกาลสตรีทอาร์ตชื่อดังจากเบลฟาสต์สู่จังหวัดเชียงใหม่ และ โครงการIndigo Flow มุ่งสร้างสรรค์ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสองภาษาและนิยายภาพ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของชาวบ้านนาตอง จังหวัดแพร่ 

ในปีนี้ โครงการได้ขยายขอบเขตสู่ 19 ประเทศทั่วโลก เพื่อเปิดรับความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเร่งด่วนระดับสากล อาทิ ความหลากหลาย (diversity) การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง (inclusion) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ 

มานามิ ยูอาสะ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกของบริติช เคานซิล กล่าวว่า “Connections Through Culture ไม่ใช่แค่การให้ทุนสนับสนุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมมือ และการเปลี่ยนแปลง เรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการที่ไม่เพียงแต่ยกย่องนวัตกรรมด้านศิลปะเท่านั้น แต่ยังสร้างความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมและชุมชนอีกด้วย”

บริติช เคานซิล ขอประกาศรับสมัครโครงการความร่วมมือระหว่างศิลปินจากสหราชอาณาจักรและนานาประเทศ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 21.00 น. โดยทุนที่จะมอบให้มีจำนวนกว่า 90 ทุน สำหรับโครงการที่เกิดจากการประสานความร่วมมือของเหล่าศิลปินผู้มากความสามารถจากสหราชอาณาจักรและประเทศที่เข้าร่วมโครงการ อันได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ จีน จอร์เจีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน มาเลเซีย เมียนมาร์ เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ตุรกี ยูเครน อุซเบกิสถาน และเวียดนาม 

ทุนนี้ยังเปิดกว้างสำหรับผลงานสร้างสรรค์ในทุกสาขา ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงผลงานดนตรี แฟชั่น ภาพยนตร์ เทคโนโลยีสร้างสรรค์ และศิลปะการแสดง ทั้งนี้โครงการที่นำเสนออาจอยู่ในรูปแบบดิจิทัล รูปแบบกายภาพ หรือแบบผสมผสาน ขอเชิญชวนผู้สมัครที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดนอกกรอบและมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงาน ที่เกิดจากความร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมเข้าร่วมโครงการ สามารถเข้าดูรายละเอียดการสมัครได้ที่ https://www.britishcouncil.or.th/programmes/arts/connections-through-culture-grants-2025  

-(016)

‘THAILAND C VISION SUMMIT 2025’ เปิดเวทีจุดประกายการเปลี่ยนผ่านขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ทศวรรษใหม่ที่ยั่งยืน

'THAILAND C VISION SUMMIT 2025' เปิดเวทีจุดประกายการเปลี่ยนผ่านขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ทศวรรษใหม่ที่ยั่งยืน

‘THAILAND C VISION SUMMIT 2025’ เปิดเวทีจุดประกายการเปลี่ยนผ่านขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ทศวรรษใหม่ที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 09.27 น.

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) โดย นิตยสาร Business+ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ THAILAND CVISION SUMMIT 2025 ภายใต้แนวคิด “THAILAND TRANSFORMATION 2025: จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมฉายภาพการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน โดยมองในทิศทางเดียว “ไทยต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ จากผู้รับจ้างผลิตไปสู่เจ้าของแบรนด์” ด้าน 3 สมาคมขานรับ (สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) แนะต้องสร้างแบรนด์ให้จดจำ

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Thailand Transformation for The Next Decade: ทิศทางไทยในการปรับตัวสู่ทศวรรษใหม่ กล่าวว่า โลกได้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแล้ว ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะวิธีคิด ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ให้มากกว่า 30-34% ของจีดีพี หรือราว 6 ล้านล้านบาท เพราะประเทศไทยยังน่าลงทุนในสายตาต่างชาติ สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลในเรื่องของโครงสร้างสาธารณูปโภค เช่น เรื่องของไฟฟ้า เรื่องน้ำ และระบบการขนส่ง รวมถึงความไม่คล่องตัวในการเช่าที่ดินทำให้ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องคุณภาพของแรงงาน

“ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อม กล้าพูด และปฏิบัติให้ได้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โครงสร้างเศรษฐกิจต้องเปลี่ยนจากผู้รับจ้างผลิตไปสู่การมีแบรนด์เป็นของตัวเอง โดยภาคเอกชนต้องปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล โครงสร้างอุตสาหกรรมหลายอย่างต้องเปลี่ยนไป เพื่อเปลี่ยนผ่านซัพพลายเชนในบ้านเรา ภาคเกษตรต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และต้องบริหารซัพพลายไม่ให้ล้นตลาด แต่ที่ต้องทำคู่ขนานกันไปเรื่องไบโอเทคโนโลยี ซึ่งมีหลายประเทศต้องการมาลงทุนในประเทศไทย เพราะเรามีทรัพยากรรองรับเพียงพอ นอกจากนี้ ในเรื่องท่องเที่ยวต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่มากขึ้น รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะทรานส์ฟอร์มประเทศไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า” นายพิชัย กล่าว

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจเกียรนาคินภัทร กล่าวในหัวข้อ Transforming Thailand Economy to Become No.1 in Asean: เจาะแนวทางพลิกไทยให้กลายเป็นที่ 1 อาเซียน ระบุว่า การที่ไทยจะเป็นที่หนึ่งในอาเซียน หากมองในแง่ของจีดีพี และรายได้ต่อหัวคงเป็นเรื่องยากจึงต้องเลือกแข่งในมิติอื่น ๆ เช่น ผู้นำอาหารปลอดภัย หรือประเทศแห่งโอกาส เป็นต้น ซึ่งเป็นการแข่งขันกับตัวเองในการยกศักยภาพของเศรษฐกิจ โดยรัฐต้องมีบทบาทในการส่งเสริมเศรษฐกิจในภาวะที่มีแรงกดดัน ไม่ใช่นโยบายระยะสั้น แต่ต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ทำให้ให้เอื้อต่อภาคเอกชน ในขณะที่เอกชนต้องปรับโมเดลธุรกิจใหม่ไปสู่สินค้าและบริการที่เพิ่มคุณค่า รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน 

“ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนในปัจจุบัน เครื่องจักรเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยเริ่มชะลอตัว และประโยชน์ที่เราเคยได้รับกระแสโลกาภิวัฒน์กำลังเปลี่ยนไปจากเหตุการณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะนโยบายของสหรัฐอเมริกาที่เปลี่ยนไป ทำให้เศรษฐกิจไทยแนวโน้มการเติบโตช้าลง สิ่งที่เคย work มาก่อนในช่วง 30 ปีที่ผ่าน ตอนนี้เราอาจจะต้องมาคิดกันใหม่” ดร.พิพัฒน์กล่าว 

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวถึง แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการแข่งขันด้วยต้นทุน ไปสู่การสร้างมูลค่า โดยการใช้กลยุทธ์ เชิงนวัตกรรม ที่ครอบคลุมทั้ง 5 มิติ ได้แก่ การตลาดแบบแมสไปสู่การตลาดแบบเฉพาะบุคคล การพัฒนาความยั่งยืน จากแค่ทำตามกฎสู่การสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน การยกระดับซัพพลายเชนโลกไปสู่มูลค่าระดับภูมิภาค การแข่งขันจากขนาดสู่ทักษะเฉพาะทาง และการตลาดจาดโปรโมชั่นสู่การสร้างคุณค่าทางจิตใจ โดยแนวคิดนี้ชี้ว่า องค์กรไทย ไม่ต้องแข่งขันกันที่ราคาถูกอีกต่อไปแต่หากต้องแข่งที่ความสามารถ ความแตกต่าง หรือแม้แต่การสร้างคุณค่ายั่งยืนในระยะยาว

“ประเทศไทยต้องสร้างความหวัง ความไว้วางใจ สร้างธีม ไทยคืออะไร ถ้าใครคิดถึงประเทศไทย ต้องนึกถึงภาพเดียวกันกัน  เราต้องไปทางเดียวกัน”

นายอดุล ขาวลออ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มองว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์โลก ความปั่นป่วนของซัพพลายเชนและเทคโนโลยีที่เข้ามาดิสรัป การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด บางอุตสาหกรรมสามารถพลิกเกมและเดินหน้าต่อได้ ขณะที่บางอุตสาหกรรม ต้องดิ้นรนหรือขยับออกไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ

จุดแข็งของเราคือชื่อเสียงของสินค้าไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้า Made in Thailand ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อทั่วโลก สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือการยกระดับสินค้าที่ผลิตในไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล ไม่ใช่แค่รับจ้างผลิต แต่ต้องมีแบรนด์ของตัวเอง มีคุณค่าที่จับต้องได้ทั้งในประเทศและระดับโลก เราต้องผลักดันให้ ‘Made in Thailand’ กลายเป็นเครื่องหมายความภูมิใจของคนไทย และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ดิ้นรนให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ต้องสร้างโอกาสใหม่ที่ยั่งยืน ให้ไทยเป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลกในภาคอุตสาหกรรม และเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่”

คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า “ประเทศไทยไม่อาจพึ่งพาแรงงานราคาถูกได้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจากการผลิตเพื่อปริมาณ สู่การสร้างมูลค่าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม นี่คือแก่นของการทรานส์ฟอร์มประเทศไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ ที่ผ่านมา เราผ่านยุคที่พึ่งพาการเกษตร เปลี่ยนผ่านสู่สิ่งทอ ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ จากการลงทุนของญี่ปุ่น วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ EV, Semiconductor, BCG และ Digital Economy ซึ่งไม่ใช่แค่ผลิตแต่ต้องเชื่อมต่อและคิดค้นตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน ที่จะผลักไทยสู่เศรษฐกิจโลกได้ คือ การพัฒนาคนให้มีทักษะเฉพาะทางในเทคโนโลยีใหม่, การสร้างซัพพลายเชนที่เชื่อมต่อกับโลก และการเตรียมพื้นที่รองรับการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่คือจุดเปลี่ยนของประเทศ เรากำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยไปสู่ยุคใหม่ และเราต้องไปด้วยกัน”

MBK ยืนหยัดเคียงข้างทุกความรัก ร่วมขบวน ‘Bangkok Pride Parade 2025’ ฉลอง Pride Month

MBK ยืนหยัดเคียงข้างทุกความรัก ร่วมขบวน 'Bangkok Pride Parade 2025' ฉลอง Pride Month

MBK ยืนหยัดเคียงข้างทุกความรัก ร่วมขบวน ‘Bangkok Pride Parade 2025’ ฉลอง Pride Month

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 09.02 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ STANDING FOR LOVE #Rhythm of Celebration ยืนหยัดเคียงข้างทุกความรัก ร่วมขบวน Bangkok Pride Parade 2025 เป็นปีที่ 3 สุดอลังตื่นตาคนไทย-ทัวริสต์ร่วมสนุกตลอดถนนสีรุ้ง ผนึกศิลปินคนรุ่นใหม่ MBK X Teayii ฉลอง Pride Month กับแลนด์มาร์กถ่ายรูปเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเฉลิมฉลองความรักในทุกรูปแบบ สนับสนุนทุกความเท่าเทียม ร่วมสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับความหลากหลาย สานความร่วมมือต่อเนื่องกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และ นฤมิตไพรด์ สนับสนุนการจัดงาน Bangkok Pride Festival 2025 และเป็นส่วนหนึ่งของขบวนพาเหรดร่วมฉลองความภาคภูมิใจของชุมชนเพศหลากหลายบนถนนสีรุ้งสุดยิ่งใหญ่ ในกิจกรรม Bangkok Pride Parade 2025 ซึ่งในพิธีเปิดงาน คุณพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมขึ้นมอบธงไพรด์ประจำจังหวัด สัญลักษณ์การเปิดเทศกาลเฉลิมฉลองเดือนไพรด์ให้กับเครือข่าย Pride City Network ในจังหวัดต่างๆ เพื่อปักหมุดไพรด์ทั่วประเทศ ณ เวทีหลัก สนามเทพหัสดิน

พร้อมทั้งร่วมขบวนพาเหรดเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อยู่ในขบวน BORN TO BE PART OF ONE การเป็นส่วนหนึ่งของโลกและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดผ่านกองคาราวานพาเหรดอันตระการตาจากการนำวัสดุใช้แล้วมาประดิษฐ์สร้างสรรค์ผสมผสานความเป็นไทยและสากล ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทางขบวนพาเหรด โดยในขบวนมีผู้บริหารเอ็ม บี เค นำโดย คุณพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณสรัญญา เจริญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณเตยยี่ ประภัสสร กาญจนสูตร ศิลปินแห่งยุค ผู้สร้างแรงบันดาลใจผ่านถ้อยคำตัวอักษร ซึ่งมาร่วมเดินขบวนกับเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และร่วมรังสรรค์ผลงาน MBK X Teayii ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month เป็นอีกแลนด์มาร์กให้ทุกคนได้มาถ่ายรูปในแบบของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจตลอดเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังเป็นหนึ่งใน Hub ของเส้นทางขบวนพาเหรด โดยเนรมิตชั้น G ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A เป็นเวทีแสงสีเสียงของจุดกิจกรรมที่ 1 MBK Center Standing for love : Rhythm of Celebration ต้อนรับกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยสีสันความรักและความสนุกกับจังหวะดนตรีแห่งการเฉลิมฉลอง

นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นพื้นที่ Connect ประสบการณ์ใหม่ ๆ เชื่อมต่อการใช้ชีวิตที่หลากหลายของทุก Generation ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์คอมมูนิตี้สำหรับทุกกลุ่มความชอบได้มารวมตัวทำกิจกรรมและแสดงออกอย่างอิสระ รวมถึง LGBTQ+ Community ที่ร่วมมือกับพันธมิตรจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะในเทศกาล Pride Month เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ตอกย้ำเจตนารมย์ของเอ็ม บี เค ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ที่มาเติมเต็มการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับความหลากหลาย สร้าง Pride District ที่มีความแข็งแรงมากขึ้นสู่การเป็น World Pride Destination จุดหมายปลายทางระดับโลกแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายของชุมชน LGBTQ+ ส่งผลเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ”

โดยตลอดเดือนมิถุนายนนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผนึกกำลังพันธมิตรหลายภาคส่วน จัดอีเวนต์แบบ NON STOP ในกิจกรรม MBK CENTER PRIDE FESTIVAL 2025 ภายใต้แนวคิด STANDING FOR LOVE #Rhythm of Celebration ให้จังหวะความสนุก ร่วมสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม อัดแน่นไปด้วยความบันเทิงเต็มอรรถรส ดังนี้

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2568 เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ GRAVITY MOTION จัดกิจกรรม PRIDE RANDOM DANCE เปิดพื้นที่ให้เป็น Dance Space รวมพลวัยมันส์สายแดนซ์กว่า 500 ชีวิตมาปลดปล่อยความเป็นตัวเองแดนซ์สะบัดกับเพลงฮิตกว่า 100 เพลง บริเวณลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2568 เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ The Diva Thailand จัดงาน THE DIVA’S PRIDE DANCE CEREBRATION 2025 ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month กับงานเต้นออกกำลังกายสุดสร้างสรรค์ ร่วมเต้นไปร้องไปกับบทเพลงที่คุณคุ้นเคย นำทีมโดย The Diva Thailand และครูสอนเต้นมืออาชีพ บริเวณลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A ตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 17.00 น.

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 สนุกกันต่อกับครั้งที่ 2 ของ 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล@เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ การกลับมาอีกครั้งกับเวทีคอนเสิร์ตที่คุณคิดถึง โดยในครั้งนี้ร่วมฉลอง Pride Month กับ ศิลปินสุดยอดพลังเสียงตัวแม่ตัวมัม “อ๊อฟ ปองศักดิ์” พร้อมฟินกับคู่จิ้นคู่ใหม่จากช่อง 7HD ซัน ก้องภพ และ ชาย สมชาย ดำเนินรายการโดย 2 พิธีกรมากเสน่ห์ เจด้า ศรัณย่า และ แอมป์ พีรวัส เปิดให้ชมฟรีตั้งแต่เวลา 15.30 น. – 17.30 น. บริเวณลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A

วันเสาร์ที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ร่วมชมร่วมเชียร์การแข่งขัน FIRST ROUND ของ MBK COVER DANCE 2025 การแข่งขันเต้นโคฟเวอร์รายการใหญ่ระดับประเทศ เวทีที่เปิดโอกาสให้สายแดนซ์ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกความหลากหลายได้โชว์ของแสดงศักยภาพ ชิงทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เริ่มประชันสเต็ปตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 20.00 น. บริเวณชั้น G ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A

พร้อมสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13 % ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘พรพิมล หยาง’ ปั้นแบรนด์ป๊อปคอร์นสัญชาติไทย ‘Pennii’ สู่เวทีโลก

‘พรพิมล หยาง’ ปั้นแบรนด์ป๊อปคอร์นสัญชาติไทย ‘Pennii’ สู่เวทีโลก

‘พรพิมล หยาง’ ปั้นแบรนด์ป๊อปคอร์นสัญชาติไทย ‘Pennii’ สู่เวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Pennii Premium Popcorn แบรนด์ป๊อปคอร์นสัญชาติไทยระดับพรีเมียม นำโดย พรพิมล (ปักเข็ม) หยาง” นำทัพสู้ศึกนำแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของขนมไทยยุคใหม่ที่ “ทั้งอร่อย สุขภาพดี และคุณภาพระดับเวิล์ดคลาส” ด้วยนวัตกรรมการผลิต การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยม และแนวคิด Zero Waste ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก

พรพิมล (ปักเข็ม) หยาง กล่าวว่า  แบรนด์ Pennii Premium Popcorn เริ่มต้นก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประมาณ 1 ปี  มีวางจำหน่ายที่ สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์ เป็นป๊อปอัพสโตร์ ซึ่งได้เสียงตอบรับที่มาก ความพิเศษและแตกต่างของป๊อปคอร์น ก็คือ รสชาติที่หลากหลายและเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ

พรพิมล (ปักเข็ม) หยาง

“เรากล้าพูดได้ว่า เราเป็นป๊อปคอร์นสัญชาติไทยที่มีรสชาติให้เลือกมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรสชาติยอดนิยมและขายดีอย่าง คาราเมลโลว์ซูการ์ ช็อกโกแลต แมคคาเดเมีย อัลมอลด์  ทุกอย่างที่ ตอนนี้เราก็มีส่งออกไปที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ดูไบ และเร็วๆ นี้จะมีที่เซี่ยงไฮทำ เราใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อย่างเช่น  เนย เราก็ใช้เนยแท้จากฝรั่งเศส ตัวชีสเราก็เป็นชีสแท้ เพราะฉะนั้นคนที่เอ็นจอยด์กับการทานชีส ก็น่าจะเหมาะกับการดื่มไวน์ และทานป๊อปคอร์นรสชีสไปด้วย แล้วก็มีรสไข่เค็ม  รสต้มยำกุ้งที่มีกุ้งแก้วเต็มคำ  รสทุเรียนหมอนทอง ก็เป็นทุเรียนฟรีชดราย ซึ่ง 3 รสชาตินี้เราเน้นความเป็นไทย เพื่อส่งออกอัตลักษ์ของความเป็นไทยให้กับคนทั่วโลกได้รู้จักว่าอาหารไทยเรามีชื่อเสียง และรสล่าสุดก็เป็นเนยเค็ม โปรไบโอติก ก็คือจะมีโปรไบโอติกสำหรับคนที่เน้นในเรื่องของสุขภาพและลำไส้ด้วย ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเรียกว่า เป็นนวัตกรรมแอร์ป็อป ก็คือไม่ใช้น้ำมันทอด  เราใช้อบลมร้อน ก็จะดีต่อสุขภาพและหวานน้อยด้วย”

นอกจากป๊อปคอร์น Pennii จะเปิดตัวในเมืองไทยแล้วยังส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ดูไบ และถัดในเร็วๆ นี้ เซี่ยงไฮ้

“ในประเทศ เราเน้นเป็นกลุ่มพรีเมี่ยม ก็คือกลุ่มที่ยังชอบทานขนม ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็จะมีตั้งแต่กลุ่มผู้ปกครองที่ซื้อให้เด็กๆ ได้ทาน เป็นความสบายใจของพ่อแม่ และกลุ่มวัยรุ่นที่ตอนนี้จะเน้นในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น ให้ความสำคัญเรื่องแคลอรี่ เรื่องของน้ำตาล หรือแม้แต่กลุ่มวัยทำงานหรือกลุ่มผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องบอกว่า Pennii สามารถที่จะตอบโจทย์ได้ทุกกลุ่ม  

อีกส่วนก็ซื้อเพื่อเป็นของฝาก ซึ่งตอนนี้เราก็โคแบรนด์ดิ้งกับบริษัทต่างๆ  เพื่อเป็นของฝากให้กับคู่ค้า ลูกค้า เราก็มีเป็นกิ๊ฟเซ็ตพิเศษให้ได้เลือกหลากหลาย อยู่ที่จะตอบโจทย์ว่าอยากได้เป็นกิ๊ฟเซ็ตแบบไหน และอีกกลุ่มก็คือนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย เพราะเรามีรสชาติความเป็นไทยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นต้ายำกุ้ง ทุเรียนหมอนทอง หรือคาราเมลช็อกโกแลต ก็เป็นของฝากที่ส่งออกเหมือนกัน

นอกจากนี้ เรามีช่องทางการขายในส่วนของออนไลน์ คือ ลาซาด้า ช็อปปี้ และแอพของ Pennii Popcorn หรือ ไลน์ ออฟฟิเชี่ยล ก็สามารถที่จะสั่งได้ @pennii popcorn รวมถึงในส่วนของออฟไลน์ขณะนี้มีวางจำหน่ายที่ Gourmet Market , Tops , Big C Tourist , 7 eleven Tourist และ King Power ” พรพิมล กล่าวปิดท้าย

ตพส.ไทย จับมือ NIDA เปิดอบรมหลักสูตร W-LEAD ผู้นำสตรีต้นแบบรุ่นแรก

ตพส.ไทย จับมือ NIDA เปิดอบรมหลักสูตร W-LEAD ผู้นำสตรีต้นแบบรุ่นแรก

ตพส.ไทย จับมือ NIDA เปิดอบรมหลักสูตร W-LEAD ผู้นำสตรีต้นแบบรุ่นแรก

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) ร่วมกับ ศูนย์นวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA Business School) เปิดตัวหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารระดับสูงผู้นำสตรีต้นแบบสู่เวทีสากล หรือ  “W-LEAD: Women’s Leadership Executive and Advanced Management Program” รุ่นที่ 1 สำหรับนักบริหารรุ่นใหม่ระดับสูงในเครือข่ายภาครัฐและเอกชน

หลักสูตร W-LEAD  เป็นหลักสูตแรกแห่งการพัฒนาศักยภาพผู้นำสตรีไทยให้มีความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการระดับสูง เสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ ทรงคุณค่าด้วยจริยธรรมและธรรมาภิบาล พร้อมสร้างเครือข่ายผู้นำสตรีที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไทยสู่ความยั่งยืน โดยคำนึงถึงความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียมกัน (Equity) และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Inclusion) สู่เป้าหมายสูงสุดแห่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยและโลก (Global Citizen) อย่างยั่งยืน

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) กล่าวว่า หลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำสตรีดังกล่าว เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสมาคมฯ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากข้อตกลงในปฏิญญาปักกิ่ง ภายใต้การประชุม The Fourth World Conference on Women 1995 ซึ่งเป็นการประชุมระดับโลกเกี่ยวกับสตรีครั้งสำคัญ ที่ผานมา ตพส.ไทย มุ่งมั่นติดตามการพัฒนาสตรีไทยมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้เป็นการปักหมุดครั้งสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาสตรีไทยในก้าวต่อไป

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย)

“การเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ หรือการเรียนรู้ในเชิงวิชาการและเรียนรู้เชิงประสบการณ์มีความจำเป็นต่อการพัฒนาผู้นำเป็นอย่างมาก เพื่อให้เกิดภาวะผู้นำที่ทรงคุณค่า มีความรู้ทั้งในทางหลักการและการปฏิบัติ ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนสังคมส่วนรวมทุกระดับ ซึ่งหลักสูตรนี้บูรณาการความรู้ในมิติต่างๆ ไว้อย่างครบครัน”

จุดเด่นของหลักสูตร เน้นการเรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ครอบคลุมเนื้อหาด้านภาวะผู้นำ การบริหารองค์กร การพัฒนาศักยภาพส่วนบุคคล การพัฒนาบุคลิกภาพ และการสร้างเครือข่ายมืออาชีพ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.ดร. จุรี วิจิตรวาการ นายกสภา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), รศ.นวรีวรรณ จินตกานนท์ อุปนายกสมาคมฯ, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวางแผน NIDA  และอดีตสมาชิกวุฒิภา, ดร. มัทนา สานติวัตร อุปนายกสมาคมฯ และ อดีตอฺการบดีมหาวทิยาลัยกรุงเทพ, ดร. ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการสมาคมฯ และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม, ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล กรรมการสมาคมฯ, อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และอดีตสมาชิกวุฒิสภา,  ดร. สร้อยเพชร เรศานนท์ กรรมการสมาคมฯ และวายากรพิเศษด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์และการตลาดระหว่างประเทศ, พลตรีหญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล เลขาธิการหลักสูตรร่วม และอดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยการพยาบาลกองทัพบก เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้สมัคร จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี เป็นผู้บริหารภาครัฐ ประเภทบริหารระดับต้นขึ้นไป หรือประเภทอำนวยการระดับสูงและประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป สำหรับภาคเอกชน หากมีอายุน้อยกว่า 35 ปี ต้องมีประสบการณ์ทำงานในระดับบริหารไม่น้อยกว่า 3 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

การอบรมครอบคลุมระยะเวลาระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 4 พฤศจิกายน 2568 ของทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ. NIDA Business School  ค่าลงทะเบียนปกติคนละ 145,000 บาท (ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย) พิเศษ!! กรณีสมัครก่อนวันที่ 22 มิถุนายน 2568 และกรณีเป็นศิษย์เก่านิด้า/หรือสมัครพร้อมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ลดเหลือคนละ 125,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-7273983-5 และ 092-997-5008

LINE สนับสนุนทุกความหลากหลายผ่านแคมเปญ ‘BORN TO SHINE’

LINE สนับสนุนทุกความหลากหลายผ่านแคมเปญ ‘BORN TO SHINE’

LINE สนับสนุนทุกความหลากหลายผ่านแคมเปญ ‘BORN TO SHINE’

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

LINE ประเทศไทย ประกาศจุดยืนเคียงข้างทุกความหลากหลาย เปิดตัวแคมเปญ “BORN TO SHINE” ต้อนรับ Pride Month 2025 ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนทุกตัวตนให้เปล่งประกายในแบบของตัวเองอย่างมั่นใจ ภายใต้พื้นที่ปลอดภัยที่เข้าใจและเคารพความแตกต่าง พร้อมนำ LINE TODAY ผนึกกำลังกับ Bangkok Pride ในฐานะสื่อพันธมิตร และคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งความเท่าเทียม ผ่านบริการและคอนเทนต์คุณภาพตลอดทั้งเดือน ตอกย้ำบทบาทในฐานะ Life Platform ที่ใส่ใจ เข้าถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัลอย่างแท้จริง

นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer) LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเคารพในความหลากหลายทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะในด้านกฎหมาย นโยบายสาธารณะ หรือทัศนคติของคนในสังคม LINE ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานชาวไทยมาโดยตลอด เชื่อมั่นว่าทุกตัวตนล้วนมีคุณค่า และควรได้รับโอกาสในการเปล่งประกายในแบบของตนเอง ภายใต้แคมเปญ “BORN TO SHINE” เราจึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนความหลากหลายอย่างจริงจัง เดินหน้าสร้างพื้นที่ดิจิทัลที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และเข้าใจทุกความแตกต่าง พร้อมใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เชื่อมโยงผู้คน และส่งเสียงให้ทุกกลุ่มในสังคมไทยได้อย่างเท่าเทียม” 

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร

แคมเปญ “BORN TO SHINE” นำเสนอคอนเทนต์คุณภาพแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมยกระดับการสนับสนุนความเท่าเทียมผ่านบริการต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มให้ครอบคลุมและตรงใจผู้ใช้งานชาวไทย ครอบคลุมทั้งการสื่อสาร ข่าวสาร คอมมูนิตี้ และความบันเทิง ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ LINE มุ่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกความสนใจและทุกไลฟ์สไตล์ 

เริ่มที่ LINE TODAY เปิดแท็ป PRIDE ตลอดเดือนมิถุนายน จัดเต็มคอนเทนต์ให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งบทสัมภาษณ์ บทความ ข่าว ไลฟ์สด รวมถึงโพลและควิซที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ ยังจับมือพันธมิตรสำคัญอย่าง BANGKOK PRIDE ผู้จัดงานเทศกาลไพรด์และผู้สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในไทย พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์สื่อชั้นนำอย่าง ThaiPBS  รวทั้งจัดทำคอนเทนต์พิเศษ PEOPLE OF PRIDE จาก LINE TODAY ที่นำเสนอหลากหลายเรื่องราวจากต่างมุมมองไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ฝ่าฟัน ครอบครัว และองค์กรที่ทำงาน เพื่อจุดประกายพลังแห่งความภาคภูมิใจสู่สังคมแห่งความเข้าใจ

LINE OPENCHAT ดันกลุ่มคอมมูนิตี้คุณภาพ เป็นพื้นที่ปลอดภัยแห่งความหลากหลายที่เชื่อถือได้ ให้ผู้ใช้งานได้แลกเปลี่ยน พูดคุย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เช่น กลุ่ม BANGKOK PRIDE, FTM Thailand, รวมคนรัก/สนับสนุน LGBTQ, พรหมลิขิต LGBTQ และอีกมากมาย

LINE STICKERS ยกขบวนสติกเกอร์เซ็ตที่ใช่ให้มาเติมเต็มทุกเรื่องราวและส่งต่อความเปล่งประกายในตัวเองอย่างสร้างสรรค์ผ่านการแชทได้อย่างเต็มที่ตลอดเดือน

LINE MELODY คัดสรรลิสต์เมโลดี้จากศิลปินที่เป็นไอดอลของเหล่า LGBTQ+ และเพลงที่สะท้อนความเปล่งประกายในแบบตัวเอง ให้ผู้ใช้งานสื่อสารผ่านเสียงเรียกเข้า-รอสายได้อย่างสร้างสรรค์และสนุกสนาน

LINE WEBTOON เปิดเวทีประกวดผลงานระดับประเทศ WEBTOON THAILAND 2025 CONTEST ภายใต้แนวคิด “LOVEVERSE” โดยมีหมวด “BORDERLESS LOVE” ที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ทุกรูปแบบ ไม่จำกัดเพศและสถานะ พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.2 ล้านบาท และโอกาสในการแจ้งเกิดในระดับสากล

LINE VOOM ชวนผู้ใช้งานร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Pride ในแบบของตัวเอง เพื่อส่งต่อความกล้า ความจริงใจ และความหวังให้กับสังคมผ่านวิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์ม

ร่วมฉลอง Pride Month บนแอปพลิเคชัน LINE พร้อมติดตามกิจกรรม คอนเทนต์ และความเคลื่อนไหวตลอดแคมเปญ “BORN TO SHINE” ได้ที่ https://line.me/R/nv/news?tab=pride-month

CEA จัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 ต่อเนื่องปีที่ 5 ปั้น ‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ สู่เวทีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

CEA จัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 ต่อเนื่องปีที่ 5 ปั้น ‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ สู่เวทีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

CEA จัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 ต่อเนื่องปีที่ 5 ปั้น ‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ สู่เวทีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับประเทศ  ประกาศความพร้อมจัด “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568” หรือ “Isan Creative Festival 2025” (ISANCF2025) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้ธีม “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 บน 4 พื้นที่สำคัญในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น ย่านกังสดาล, ย่านชุมชนสร้างสรรค์โคลัมโบ, โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, ชุมชนสาวะถี และพื้นที่อื่น ๆ ในภาคอีสาน

นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น 

นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า  “เทศกาล” ไม่ใช่แค่ “กิจกรรม” แต่คือเวทีที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1,590 ล้านบาท และปีนี้เทศกาลฯ พร้อมก้าวสู่ปีที่ 5 อย่างเต็มรูปแบบ โดยยกระดับเทศกาลให้กลายเป็น Creative Business Platform ที่เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์และชุมชนกับภาคอุตสาหกรรม พัฒนาทุนวัฒนธรรมให้เกิดการลงทุน การคืนถิ่นของคนรุ่นใหม่ และสร้างการเติบโตให้เมืองในอีสานกลายเป็น Creative City ที่กระจายโอกาสอย่างยั่งยืน”

“ภายใต้แนวคิด “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” ที่อยากชวนทุกคนมาต่อยอดโอกาสใหม่ของอีสาน ผ่านการใช้กระบวนการซอฟต์พาวเวอร์ทั้งในมิติของ ‘การโชว์โอกาส’ ผ่านต้นทุนวัฒนธรรมที่ต่อยอดได้ทางธุรกิจ และ ‘การโชว์ศักยภาพเชิงพื้นที่’ ที่พร้อมต้อนรับการลงทุน การท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ โดยปีนี้มีมากกว่า 200 โปรแกรมใน 7 รูปแบบกิจกรรม ทั่ว 4 พื้นที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น ซึ่ง CEA ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา ‘คน เมือง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับชีวิตของผู้คนทั่วภูมิภาคให้ทุกคนมาร่วมสัมผัสอีสานมุมใหม่ที่พราวและภาคภูมิใจยิ่งกว่าที่เคย” นายสักก์สีห์ กล่าว

ในปีนี้ เทศกาลฯ ได้ยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรระดับประเทศ เช่น สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) AIS 3BB Fibre3, Copilot by Microsoft, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น และ บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด ฯลฯ เพื่อเน้นบทบาทของเทศกาลฯ ในฐานะแพลตฟอร์มทางด้านธุรกิจ และการใช้ซอฟต์พาวเวอร์อีสานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 3 สาขาหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิงและคอนเทนต์, อุตสาหกรรมหัตถกรรม ศิลปะและการออกแบบ และอุตสาหกรรมอาหาร โดยมุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้คนอีสานได้ ‘โชว์ของ’ ในแบบของตนเอง ทั้งในเชิงวัฒนธรรม ธุรกิจและนวัตกรรม

นางสาวอารีรัตน์ มนตรีปรีชาชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB) 

นางสาวอารีรัตน์ มนตรีปรีชาชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB) กล่าวว่า “TCEB เห็นความสำคัญและความสำเร็จของเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นพลังผลักดันและสนับสนุนมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงได้ถือโอกาสนำ Isan Mice Expo มาสร้างเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอีสาน ผ่านความสำเร็จ 3 เมืองอีสานไมซ์ซิติ้ (ขอนแก่น, นครราชสีมา และอุดรธานี) และการเชื่อมโอกาสไมซ์ภาคอีสานในมิติสร้างสรรค์และนวัตกรรม สู่การลงทุนและการจัดงานจากต่างประเทศ โดย Isan Mice Expo 2025 จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ Modernize in root – Identify in global ในระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2568 ณ TCDC ขอนแก่น โดยมีผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ประกอบการวงการไมซ์จากทั่วโลก กว่า 250 – 300 คน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ เจรจาธุรกิจ และการเปิดพื้นที่ไมซ์ใหม่ ๆ ในภาคอีสาน คาดการณ์มูลค่าการซื้อขายจากงานกว่า 150 – 250 ล้านบาท”

รองศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รองศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “Isan Creativity and Innovation Summit 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘อีสานซอฟต์พาวเวอร์และนวัตกรรม’ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้เป็นอีกหนึ่ง Business Platform ระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงและสร้างโอกาสในการต่อยอดผลงานของนักศึกษา นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์กับภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้สนใจจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยภายในงานจะมีทั้งการแสดงผลงาน นิทรรศการ การจับคู่ธุรกิจ และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติโดยครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญที่ผ่านการผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมและการออกแบบ ได้แก่ Soft Power Novation เช่น อาหาร ดนตรี การแสดง ฯลฯ, Greenovation, Medical and Wellness Novation, Ag-novation และ Tourism Novation ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงการนำเสนอความสามารถของนักวิจัยหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่คือการวางรากฐานใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าในการสร้างผลงาน และพัฒนาภูมิภาคอีสานให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ของอาเซียนในอนาคต”

เตรียมพราวให้สุดกับ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 หรือ Isan Creative Festival 2025 (ISANCF2025) ภายใต้แนวคิด “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” ที่ขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่ 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน ผ่านกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ครอบคลุมทั้งดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร งานคราฟต์ การออกแบบ เทคโนโลยี ธุรกิจสร้างสรรค์ และชุมชน ใน 7 รูปแบบกิจกรรม ทั้งกิจกรรมทางวิชาการสร้างสรรค์, แพลตฟอร์มธุรกิจสร้างสรรค์, การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการที่โชว์ตัวตนใหม่ของอีสาน, เสวนาและเวิร์กช็อป, อีเวนต์และโปรแกรมบันเทิง, ตลาดสร้างสรรค์ D-KAK และโปรเจ็กต์พัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอด 9 วันเต็ม  ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 ที่ TCDC ขอนแก่น ย่านกังสดาล, ย่านชุมชนสร้างสรรค์โคลัมโบ, โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, ชุมชนสาวะถี และพื้นที่อื่น ๆ ในภาคอีสาน มาสัมผัสความเปล่งประกายของอีสานที่จะเป็นภูมิภาคที่รุ่มรวยด้วยโอกาส แล้วคุณจะได้เห็นว่า “อีสานไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังพราวไปด้วยพลังสร้างสรรค์” ที่คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.isancreativefestival.com, Facebook/Instagram: @IsanCreativeFestival

‘ฟัวกราส์- อัษฎางค์ เวชยา’ คว้าสุดยอด Drag Star คนแรกของประเทศ

‘ฟัวกราส์- อัษฎางค์ เวชยา’ คว้าสุดยอด Drag Star คนแรกของประเทศ

‘ฟัวกราส์- อัษฎางค์ เวชยา’ คว้าสุดยอด Drag Star คนแรกของประเทศ

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สุดยอด Drag Star (แดร็ก สตาร์) คนแรกของประเทศไทย  “Foiegras (ฟัวกราส์) อัษฎางค์ เวชยา” จากเวที  “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) ครั้งนี้ มาพร้อมกับการเฉลิมฉลอง Pride Month ในเทศกาล DRAG BANGKOK Festival 2025 ที่ปีนี้ไม่ธรรมดา เพราะรวมสุดยอดฝีมือศิลปินแดร็กหรือแดร็กควีน (DRAG QUEEN) จากทั่วประเทศไทย เวทีประวัติศาสตร์การประกวดแดร็ก “รูปแบบนางงาม” ที่ไม่ระบุเพศ ไม่ระบุแนวทาง และอัตลักษณ์ ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมยกระดับขึ้นสู่เวทีระดับนานาชาติ ตอกย้ำไทยเป็นดินแดนแห่ง LGBTQIAN+ ด้านศิลปะ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว

การประกวด “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025)  เป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ของงาน “DRAG BANGKOK Festival 2025”  ที่ Yellow Channel โดย ภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้จัดงาน “DRAG BANGKOK Festival 2025”  จัดขึ้นควบคู่ไปกับกิจกรรม “Bangkok Pride Festival 2025” (บางกอก ไพรด์ เฟสติวัล 2025) ภายใต้แนวคิด “Born This Way” : การเดินทางจากชัยชนะของกฎหมายสมรสเท่าเทียม สู่จุดมุ่งหมายถัดไป คือการรับรองอัตลักษณ์อย่างเต็มรูปแบบ ในช่วง Pride Month เดือนแห่งการเฉลิมฉลองของชาว LGBTQIAN+

“งานนี้ถือเป็น DRAG Festival ครั้งที่สอง หรือปีที่ 2 ของประเทศไทยและเอเชีย ที่รวมตัวศิลปิน Drag จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 500 ชีวิต ถือเป็นการรวมตัวอย่างยิ่งใหญ่ของชุมชนแดร็กมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะเวทีการประกวด “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) เวทีประกวดแดร็กครั้งแรกในประเทศไทย เวทีที่จะเฟ้นหาสุดยอด Drag Star ยืนหนึ่งและคนแรกในประเทศไทย ถือเป็นเวทีประวัติศาสตร์ของ ‘นางงามแดร็ก’ ก็ว่าได้”  ภัทร เลิศสุกิตติพงศา กล่าว

การประกวด Thailand’s Drag Star 2025 รอบ Finale ร่วมตัดสินโดย  จอม – ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ ประธานคณะกรรมการ Mr.Gay Univerese Thailand และผู้ร่วมก่อตั้ง GCIRCUIT Thailand,  ไจ๋ ซีร่า ศิลปินแดร็กแถวหน้า และ Drag Bangkok Icon ประจำปี 2024, ต้น – ธนษิต จตุรภุช ศิลปินนักร้องระดับประเทศ, ข้าวตู – รณพงศ์ รักยศไทย เมคอัพ อาร์ทติสชื่อดัง ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานการแต่งหน้าแดร็กระดับประเทศมากมาย,  เจมส์ -พัณณภัทร์ ดนัยอรุณพัฒน์ หรือเจมส์หนังหน้าโรง เจ้าของงานประกาศรางวัล Y universe awards, โทนี่ต้น – ทศพร ขุนวงษา Content Creator พร้อมทั้งคณะกรรมการกิตติมศักดิ์และผู้ทรงคุณวุฒิอีกมากมาย ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันศิลปะวัฒนธรรมแดร็กให้ได้มีพื้นที่ และสื่อสารไปยังสังคมในวงกว้าง

ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย หลังฟาดฟันกันหนักหน่วงด้วยไหวพริบ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ตัวตนของแต่ละคน  และผู้คว้าตำแหน่งสุดยอด Drag Star (แดร็ก สตาร์) คนแรกของประเทศไทยไปครอง ก็คือ  Foiegras (ฟัวกราส์) อัษฎางค์ เวชยา จากกรุงเทพมหานคร ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตลอดการแข่งขัน ฝ่าฟันบททดสอบ และโดดเด่นที่สุดในการประกวด เป็น Drag Star ที่พร้อมด้วยไหวพริบ และเสน่ห์อันตราตรึง ครองใจคณะกรรมการและชนะการประกวดการค้นหาแดร็กสตาร์คนแรกของประเทศไทยไปได้ในที่สุด โดยรองอันดับ 1 ได้แก่ Ivory Black (ไอวอรี่ แบล๊ค) รามฤทธิชัย ศรสุวรรณ รองอันดับ 2 Leo Pattra (ลีโอ พัทรา) ศาสตราพชร สายยศ รองอันดับ 3 Kana Warrior (คาน่า วอริเอ้อ) คณาศักดิ์ นักรบ และรองอันดับ 4. Naza (นาซ่า) บริพัฒน์ เยาวพันธุ์

ทั้งนี้ อีกหนึ่งเป้าหมายของการประกวด “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025)   คือการสนับสนุนให้เกิดศิลปิน Drag หน้าใหม่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อให้เกิดเป็น Drag Festival ในจังหวัดหัวเมืองต่าง ๆ รวมถึงผลักดันให้ Drag เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมบันเทิง และพร้อมเติบโตไปสู่เวทีระดับสากล ทั้งการส่งออกช่างฝีมือ นักแสดง ศิลปิน Drag และแบรนด์ Fashion ไทย สร้างการจดจำและตอกย้ำความเป็นฮับ หรือศูนย์กลางของงานสร้างสรรค์ โดยเป้าหมายในปีที่ 2 และปีต่อๆ ไปเวที “Thailand’s Drag Star” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์) จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยจะขยายลิขสิทธิ์ให้ผู้สนใจในจังหวัดต่างๆ ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่ง Drag Star แต่ละจังหวัดเข้าประกวดชิงชัยในเวทีหลักของ Thailand’s Drag Star  พร้อมยกระดับเป็น “เวทีนางงาม” ระดับประเทศ และมุ่งสู่เป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นเวทีระดับนานาชาติต่อไป

ซีพีแรม จับมือ มูลนิธิเชฟแคร์ส เปิดครัวกลาง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารแก่ประชาชน 8 จังหวัดภาคใต้

ซีพีแรม จับมือ มูลนิธิเชฟแคร์ส เปิดครัวกลาง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารแก่ประชาชน 8 จังหวัดภาคใต้

ซีพีแรม จับมือ มูลนิธิเชฟแคร์ส เปิดครัวกลาง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารแก่ประชาชน 8 จังหวัดภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินหน้าสานต่อโครงการเพื่อสังคม ซีพีแรม เคียงข้างคนไทย “ห่วงใยไม่ห่าง”  บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ผนึกกำลังมูลนิธิเชฟแคร์ส (Chef Cares) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 เปิดครัวกลางส่งมอบอาหารคุณภาพ อาทิ อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ติ่มซำ และเบเกอรี่ ให้แก่กลุ่มคนเปราะบางใน 8 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ตรัง ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ยะลา และปัตตานี เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

ที่ผ่านมา ซีพีแรมได้ขับเคลื่อนโครงการสาธารณประโยชน์ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านอาหาร เกษตรกรรม และการสร้างอาชีพ เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมที่เข้มแข็งและเปี่ยมด้วยโอกาส กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของซีพีแรมในฐานะแบรนด์ของคนไทยที่ไม่เพียงใส่ใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ยังยึดมั่นในการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ