อธิบดีกรมการข้าว นำองค์กรชาวนาฯ รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ

อธิบดีกรมการข้าว นำองค์กรชาวนาฯ รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ

อธิบดีกรมการข้าว นำองค์กรชาวนาฯ รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.28 น.

อธิบดีกรมการข้าว นำองค์กรชาวนาฯ รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ4สาขา เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2568

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร นำคณะผู้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ 4 สาขา ประจำปี 2568  ประกอบด้วย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา , สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขากลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว , สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่นๆ เข้าพบนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว. คลัง เพื่อเข้าเยี่ยมคำนับพร้อมรับฟังนโยบายด้านข้าว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเชิดชูเกียรติชาวนาเพื่อรำลึกถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อพี่น้องชาวนาและองค์กรชาวนา ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้เพียงพอและอยู่ดีมีสุข เพราะเกษตรกรชาวนาไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประเทศ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเกษตรกรรมทำนา โดยยกระดับคุณภาพผลผลิตข้าวให้มีคุณภาพสูง ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในการผลิตข้าวไทยให้มีมาตรฐาน เพื่อให้ผลผลิตและคุณภาพของข้าวสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ พร้อมกับต้องรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้ได้เพราะเป็นรายได้ของชาวนา โดยการขับเคลื่อนมาตรการโครงการสำคัญต่าง ๆ ในการบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อาทิ การลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้ ทักษะ เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นำไปสู่ความมั่นคงในอาชีพ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความอยู่ดีมีสุข รวมทั้งส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งขอขอบคุณชาวนาไทยที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อพัฒนาข้าวไทยและเพิ่มผลิตภาพข้าวไทยให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทยมาโดยตลอด

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว  กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของข้าว รวมทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทย กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดการจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2568 ขึ้น ภายใต้ธีมงาน “เทคโนโลยีเกษตรกรรมก้าวหน้า ส่งเสริมการทำนายุคใหม่ สืบสานศิลปาชีพร่วมสมัย ชาวนาไทยยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2568  ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร) ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

-(016)

ฟู้ดแลนด์ จับมือ นวธันเวิร์ดฟรุ๊ต เสริฟ ‘คอสมิค คริปส์’ แอปเปิลฮิตจากวอชิงตัน ใกล้บ้านคุณ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

ฟู้ดแลนด์ จับมือ นวธันเวิร์ดฟรุ๊ต เสริฟ ‘คอสมิค คริปส์’ แอปเปิลฮิตจากวอชิงตัน ใกล้บ้านคุณ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

ฟู้ดแลนด์ จับมือ นวธันเวิร์ดฟรุ๊ต เสริฟ ‘คอสมิค คริปส์’ แอปเปิลฮิตจากวอชิงตัน ใกล้บ้านคุณ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.57 น.

ฟู้ดแลนด์  จับมือกับบริษัทนำเข้าผลไม้ชั้นนำ “นวธันเวิร์ดฟรุ๊ต” นำเข้าแอปเปิลพรีเมียมสายพันธุ์ใหม่ คอสมิค คริปส์ (Cosmic Crisp® ) จากรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา วางจำหน่ายที่แผนกผลไม้สด และยังต่อยอดเป็นเมนูสุขภาพใหม่ในร้านอาหาร “ถูกและดี” ที่มีอยู่ในทุกสาขาของฟู้ดแลนด์ Cosmic Crisp® : แอปเปิลพรีเมียมจากอเมริกา สดจริงเหมือนฟู้ดแลนด์

แอปเปิลคอสมิค คริปส์ คือผลไม้ระดับโลกที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรสชาติและประโยชน์ต่อสุขภาพ ด้วยเนื้อสัมผัสกรอบแน่น รสหวานหอมแบบธรรมชาติ ไม่เลี่ยน ไม่ฝาด และที่สำคัญคือ ไม่เปลี่ยนสีแม้ปอกทิ้งไว้ข้ามคืนด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงและความสดที่ได้มาตรฐาน แอปเปิลพันธุ์นี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพอย่างรวดเร็ว และตอนนี้คุณสามารถหาซื้อได้แล้วที่แผนกผลไม้สดของฟู้ดแลนด์ทุกสาขา  ส่งตรงจากสวนถึงชั้นวาง ด้วยมาตรฐานคัดสรรระดับพรีเมียม

ธีรวี อังกุวรกุล ตัวแทนจาก Washington Apple Commission ประเทศไทย กล่าวว่า “Cosmic Crisp® แอปเปิลสายพันธุ์ใหม่จากรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา คิดค้นโดยมหาวิทยาลัยวอชิงตันนานกว่า 20 ปี โดดเด่นไม่เหมือนใครไม่เปลี่ยนสีแม้หั่นทิ้งไว้ ยิ่งเก็บยิ่งหวาน ถูกใจสายเปรี้ยวและหวาน เหมาะกับคนรักสุขภาพและไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการผลไม้ที่ “ดีจริง” และ “กินแล้วรู้สึกดี” ฟู้ดแลนด์ร่วมกับนวธันเวิร์ดฟรุ๊ต จำหน่ายตลอดทั้งปี ทุกสาขาใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด”

“จากแอปเปิลแดงแบบดั้งเดิมที่รุ่นพ่อแม่เลิฟ สู่สายพันธุ์นวัตกรรมล่าสุด ของคนที่ใส่ใจในภาพลักษณ์และคุณค่า Cosmic Crisp®  วีรินทร์ บุญร่วม CEO เผยว่า ครั้งนี้นำแอปเปิลสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด Cosmic Crisp จากวอชิงตัน มาจัดโปรโมชันพิเศษที่ ฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้สายเฮลท์ได้ลิ้มลองผลไม้คุณภาพ รสชาติดี ตอบรับกลุ่มลูกค้าประจำของฟู้ดแลนด์ที่สนับสนุนวอชิงตันแอปเปิลอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่า Cosmic Crisp® จะถูกใจนักชิมสายสุขภาพ และสร้างกระแสตอบรับได้ดีอีกครั้ง”

จากผลไม้สด สู่จานสุขภาพสุดแซ่บ “ยำแอปเปิลคอสมิค คริปส์”

ฟู้ดแลนด์ไม่ได้แค่ขายผลไม้ดีๆ แต่ยังนำไปต่อยอดเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและแปลกใหม่ กับเมนู “ยำแอปเปิลคอสมิค คริปส์” ที่ร้าน ถูกและดี เมนูนี้ผสานรสหวานกรอบของแอปเปิลเข้ากับน้ำยำรสจัดจ้านแบบไทยๆ กลายเป็นจานที่ทั้งสดชื่นและดีต่อสุขภาพ โดยไม่ต้องเสียรสชาติหรือความจัดจ้านที่คนไทยคุ้นเคย

“ถูกและดี” คือมุมอาหารคุณภาพในซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เสิร์ฟอาหารจานร้อน ราคาจับต้องได้ และเมนูนี้ก็สะท้อนแนวคิดเดิมของฟู้ดแลนด์อย่างชัดเจน: ของดี ต้องเข้าถึงง่าย

อธิพล ตีระสงกรานต์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวย้ำว่า “ฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงรายแรกของไทย ยืนหนึ่งเรื่องสินค้าพรีเมียมและบริการจริงใจ ล่าสุดจับมือ นวธันเวิร์ดฟรุ๊ต นำเข้าแอปเปิลคุณภาพสูง Cosmic Crisp® จากรัฐวอชิงตัน เจาะกลุ่มเฮลท์เลิฟเวอร์ พร้อมเสิร์ฟเมนูสุดพิเศษ “ยำแอปเปิลคอสมิค คริปส์” ในร้าน “ถูกและดี” เอกลักษณ์ของแบรนด์ ฟู้ดแลนด์ยังคงเน้นโปรโมชั่นโปร่งใส ระบบสมาชิกใช้งานง่าย และมีสาขาในทำเลศักยภาพ ลูกค้าสามารถเลือกแอปเปิลเองได้ทุกลูก โดยมีพนักงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อถือได้และเข้าถึงง่าย”

ครอบคลุมเกือบ 30 สาขา ใกล้บ้าน ใกล้ออฟฟิศ ใกล้ชีวิตจริง

หนึ่งในจุดแข็งของฟู้ดแลนด์คือทำเล ทุกสาขาถูกวางไว้ใน ย่านพักอาศัย ย่านสำนักงาน และแหล่งใช้ชีวิตจริงของคนเมือง ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกือบ 30 แห่ง ลูกค้าจึงสามารถเข้าถึงของดีได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นหลังเลิกงาน ก่อนเข้าบ้าน หรือระหว่างพักกลางวัน

การร่วมมือกับ นวธันเวิร์ดฟรุ๊ต ในการนำเข้าผลไม้คุณภาพ และการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งแบบซื้อกลับและเมนูพร้อมทาน จึงเป็นการย้ำจุดยืนของฟู้ดแลนด์อย่างชัดเจน — ของดีต้องไม่ไกลตัว และต้องดีตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สด กรอบ อร่อย ได้สุขภาพ-หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ฟู้ดแลนด์ทุกสาขา

ไม่ว่าคุณจะอยากซื้อแอปเปิลกลับบ้าน หรือแวะชิมเมนูใหม่ “ยำแอปเปิลคอสมิค คริปส์” ที่ร้านถูกและดี ฟู้ดแลนด์ก็พร้อมเสิร์ฟความสดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

6 ทศวรรษแห่งการพัฒนา ต่อยอดสู่งานประชุมวิชาการ ‘สุขภาวะดีอย่างยั่งยืน’ กับมุมมองระดับสากลทางกายภาพบำบัด

6 ทศวรรษแห่งการพัฒนา ต่อยอดสู่งานประชุมวิชาการ ‘สุขภาวะดีอย่างยั่งยืน’ กับมุมมองระดับสากลทางกายภาพบำบัด

6 ทศวรรษแห่งการพัฒนา ต่อยอดสู่งานประชุมวิชาการ ‘สุขภาวะดีอย่างยั่งยืน’ กับมุมมองระดับสากลทางกายภาพบำบัด

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.54 น.

“คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล” หนึ่งในสถาบันการสอนกายภาพบำบัดแห่งแรกของไทย ที่หมายมั่นผลักดันในการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ สร้างสรรค์งานวิจัยคุณภาพสูงรวมถึงผลิตผลงานนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลก กว่าระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ ที่คณะฯ ได้มุ่งมั่นการให้บริการทางสุขภาพแก่ประชาชนในระดับมาตรฐานสากล อีกทั้งยังต่อยอดโครงการเพื่อสังคม ด้วยเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมก้าวสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและพัฒนานวัตกรรมที่จะตอบโจทย์สังคมได้อย่างแท้จริง

เพื่อการเฉลิมฉลองก้าวสู่ 6 ทศวรรษอย่างภาคภูมิและสมเกียรติ คณะกายภาพบำบัด จึงได้จัดนิทรรศการ “เรียนรู้จาก 6 ทศวรรษ นำกายภาพบำบัดมุ่งสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน” เพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผู้มีคุณูปการต่อคณะฯ การบรรยายและการเสวนาในหัวข้อพิเศษจากแขกรับเชิญ อาทิ การบรรยายในหัวข้อเรื่อง กายภาพบำบัดกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กภ.สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนกลยุทธ์ พัฒนาคุณภาพ และพันธกิจเพื่อสังคม, การบรรยายในหัวข้อเรื่อง งานสาธารณสุขไทยเพื่อสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดย นายแพทย์ประสิทธิชัย มั่งจิตร ที่ปรึกษากองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข, การเสวนา กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล: อดีตสู่ปัจจุบัน จากสายธารแห่งเวลาสู่ 60 ปี คุณค่าแห่งความภาคภูมิ, การบรรยาย กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล: ปัจจุบันสู่อนาคต ทั้งนี้ได้รับเกียรติกล่าวเปิดงานโดย แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

และเพื่อให้การก้าวเข้าสู่ 6 ทศวรรษเป็นเกียรติประวัติอย่างภาคภูมิ จึงได้จัดงานประชุมวิชาการฯ ที่รวมความที่สุดด้านกายภาพบำบัดกับหัวข้อที่น่าสนใจจาก Key Speaker เอาไว้อย่างหลากหลาย อาทิ หัวข้อ “Empowering Social Well-Being: Promoting Sustainable Health in Physical Therapy” ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การตรวจประเมินและการออกกำลังกายผ่านแอปพลิเคชัน และจะมีสิทธิ์ขอใช้แอปพลิเคชันฟรี ผ่านระบบการขอใช้นวัตกรรมของคณะกายภาพบำบัดหลังสิ้นสุดการอบรม, หัวข้อ “Applying Advanced Technologies in Physical Therapy; Evidence-Based Practice” ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้เครื่องมืออันทันสมัยที่สามารถใช้ในงานกายภาพบำบัด เช่น TMS, tDCS, Ultrasound imaging, Vascular assessment รวมไปถึง High intensity laser ไม่เพียงเท่านั้น ทางคณะกายภาพบำบัดยังได้เชิญ Key Speaker คนสำคัญอย่าง Professor Dawn Skelton Professor of Ageing and Health, Ageing Well Research Group, Research Centre for Health (ReaCH), School of Health and Life Sciences, Glasgow Caledonian University, Scotland, United Kingdom มาให้ความรู้ผ่านการบรรยายในหัวข้อ “Physical Therapy in Older Adults and Global Social Engagement Mission”

บัดนี้ คณะกายภาพบำบัด ได้เจริญงอกงามและแข็งแกร่งมาร่วม 6 ทศวรรษ โดยมีเป้าหมาย ในการพัฒนาด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการและการบริการสุขภาพ สร้าง REAL WORLD IMPACT รวมถึงการสร้างสุขภาวะที่ดีส่งต่อสู่สังคมและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

-(016)

‘เมกาบางนา’ ตอกย้ำจุดยืนเพื่อความเท่าเทียมผ่านแคมเปญ ‘MEGA PRIDE 2025’ เฉลิมฉลองทุกความงดงาม โอบกอดทุกความต่างด้วยหัวใจ

‘เมกาบางนา’ ตอกย้ำจุดยืนเพื่อความเท่าเทียมผ่านแคมเปญ ‘MEGA PRIDE 2025’ เฉลิมฉลองทุกความงดงาม โอบกอดทุกความต่างด้วยหัวใจ

‘เมกาบางนา’ ตอกย้ำจุดยืนเพื่อความเท่าเทียมผ่านแคมเปญ ‘MEGA PRIDE 2025’ เฉลิมฉลองทุกความงดงาม โอบกอดทุกความต่างด้วยหัวใจ

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.51 น.

เมกาบางนา ตอกย้ำจุดยืนเพื่อความเท่าเทียมผ่านแคมเปญ “MEGA PRIDE 2025” EMBRACE EVERY IDENTITY, CELEBRATE EVERY MOMENT เฉลิมฉลองทุกความงดงาม โอบกอดทุกความต่างด้วยหัวใจ

ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ร่วมฉลองเดือนแห่งไพรด์ เชิญชวนทุกคนร่วมสัมผัสประสบการณ์ความหลากหลายอย่างสร้างสรรค์ในแคมเปญ “MEGA PRIDE 2025” ภายใต้แนวคิด EMBRACE EVERY IDENTITY, CELEBRATE EVERY MOMENT ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ พร้อมเปิดพื้นที่ที่ทุกตัวตนสามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ เฉลิมฉลองในแบบของตนเอง

Mega Pride 2025

มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า “MEGA PRIDE 2025 ไม่ใช่เพียงงานเฉลิมฉลองตามกระแสนิยมเท่านั้น แต่สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรของเมกาบางนา ซึ่งมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ยอมรับในทุกความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ เชื้อชาติ ภาษา ไลฟ์สไตล์ หรือแนวคิดการใช้ชีวิต ทีมงานทุกคนมีสิทธิ์แสดงออกถึงตัวตนของตนเองอย่างเสรี และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมการทำงานที่ สนับสนุน และเปิดกว้างต่อความหลากหลายอย่างแท้จริง”

มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

“สำหรับเมกาบางนา PRIDE MONTH คือการแสดงจุดยืนในการให้คุณค่าและความเคารพในความแตกต่างทุกรูปแบบ เราต้องการให้เมกาบางนาเป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่คือพื้นที่ที่ทุกคนสามารถพบกัน เข้าใจกัน และสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกันได้ทุกครั้งที่มาเยือน แนวคิดนี้สะท้อนผ่านจุดยืนของเมกาบางนาที่จะเป็น ‘YOUR EVERY MEETING PLACE’ พื้นที่ที่ผู้คนจากหลากหลายไลฟ์สไตล์ หรือ คอมมูนิตี้ที่แตกต่างกัน สามารถมาพบกัน แบ่งปันความสุข ความคิดและจินตนาการได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมาเพื่อช้อปปิ้ง ทำงาน พบปะเพื่อนฝูง หรือค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เมกาบางนา คือ พื้นที่แห่งความสุข ความเข้าใจ และการยอมรับในทุกความเป็นไปได้ของชีวิต” มาริส กล่าวย้ำ

มาริส อโบลตินส์ พร้อมด้วย เหล่าผู้บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา

ภายใต้แคมเปญ “MEGA PRIDE 2025” เมกาบางนาได้สร้างสรรค์แลนด์มาร์คศิลปะร่วมสมัยที่ออกแบบโดย  4 ศิลปินรุ่นใหม่ ได้แก่ give.me.museums หรือ ออย–คนธรัตน์ เตชะไตรศร, 22mm.t หรือ มะเหมี่ยว – ฐิติพร กลิ่นทโชติ, shittak หรือ ชายแดน เทียมไสย์ และ Fluffy Omelet หรือ เภรย – ณัชริญา เหล่าศรีสิน  ซึ่งเป็นการต่อยอดจากผลงานที่จัดแสดงภายในงาน MEGA ART JOURNEY 2025 ด้วยการผสานสีรุ้งอันเป็นสัญลักษณ์ของ PRIDE MONTH เพื่อร่วมเฉลิมฉลองถึงความงดงามของอารมณ์ ความรู้สึก และความหลากหลายของผู้คนในสังคม ผลงานเหล่านี้จะจัดแสดงอยู่ในพื้นต่างๆ ของเมกาบางนาถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568

การรวมตัวกลุ่ม RANDOM DANCE

นอกจากนี้ ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ “MEGA PRIDE 2025” ยังมีการแสดงจากกลุ่ม RANDOM DANCE ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้มีใจรักการเต้นที่มาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศ สถาบัน หรืออายุ แต่มารวมพลังกันบนเวทีเพื่อส่งต่อความสนุก ความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทุกคนอีกด้วย

งาน MEGA ART JOURNEY 2025 ที่ผสานสีรุ้งอันเป็นสัญลักษณ์ของ PRIDE MONTH

“แคมเปญ MEGA PRIDE 2025 คือ อีกก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของเมกาบางนาในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความเท่าเทียมและยั่งยืน ผ่านการสร้างพื้นที่ที่เปิดรับทุกความแตกต่าง และให้คุณค่ากับทุกตัวตนอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าการยอมรับและเฉลิมฉลองในความหลากหลาย จะนำไปสู่ความเข้าใจ ความเคารพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจของแนวคิด ‘YOUR EVERYDAY MEETING PLACE’ พื้นที่แห่งการสร้างแรงบันดาลใจ ความสุข และการอยู่ร่วมกันของผู้คนจากทุกมุมของชีวิต” มาริส กล่าวสรุป

#เมกาบางนา #MEGABANGNA #YOUREVERYDAYMEETINGPLACE #MEGAPRIDE2025

สุริยน ศรีอรทัยกุล – ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ร่วมจัดงาน ‘สายใยสองแผ่นดินไทย- จีน 50ปี มิตรภาพยั่งยืน’

สุริยน ศรีอรทัยกุล - ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ร่วมจัดงาน ‘สายใยสองแผ่นดินไทย- จีน 50ปี มิตรภาพยั่งยืน’

สุริยน ศรีอรทัยกุล – ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ร่วมจัดงาน ‘สายใยสองแผ่นดินไทย- จีน 50ปี มิตรภาพยั่งยืน’

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.44 น.

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่เพิ่งผ่านมา ที่อีเว้นท์ ฮอล์ เซนทรัลชิดลม มีการจัดงานเนื่องในวาระที่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาชนจีนครบ 50 ปี ในปี 2568 นี้ สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือบิวตี้เจมส์  และในฐานะนักศึกษาปริญญาเอก รุ่นเจ้าสัว 12  คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาตร์  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU)  ได้ชักชวนเพื่อนๆ อาทิ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์  คุณศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข  พรรณี ซาเอกิ  เรืองเดช  นวสันติ  ดวงใจ มงคลแสงสุรีย์  บัณฑิต พรมแบน  ภาพิมน คงเฟื่องฟุ้ง นรุตม์ชัย บุนนาค   วนาสยาญ์  สิริเหมะเวคิน   ปุญชรัศมิ์ ไทยบัณฑิต  ฉัฐมนต์ สมหา ฯลฯ เพื่อนๆ รุ่น12 -14  มาร่วมกันจัดงานลันช์การกุศล “สายใยสองแผ่นดิน ไทย-จีน 50 ปี มิตรภาพยั่งยืน“

ในการนี้  สุริยน ศรีอรทัยกุล ในนามประธานคณะกรรมการจัดงาน ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า  เพื่อเป็นร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานของสองประเทศ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ที่ได้ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งเรื่องอาหาร เพลง และแฟชั่นโชว์ ตามที่ได้นำเสนอในวันนี้ และเพื่อหารายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนการฝึกซ้อมนักกีฬาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ของมหาวิทยาลัย BTU สู่ทีมชาติและนานาชาติ  และอีกส่วนหนึ่งใช้ในกิจกรรมการกุศลเพื่อสังคมอื่นๆ ซึ่งได้เงินบริจาคตรงตามเป้าหมายที่ต้องการครบแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายหลักต่างๆในการจัดงานครั้งนี้ บริษัทบิวตี้เจมส์ได้เป็นสปอนเซอร์ให้ ด้วยเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกันด้วยจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม

รศ.ดร.กมลพร กัลป์ยาณมิตร ในฐานะประธานที่ปรึกษา และ ดร.พัชรินรุจา จันทโรนานนท์ รองประธานที่ปรึกษาในการจัดงาน กล่าวว่า “พิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติ จาก ศ. ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี   ท่านพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน และส่งเสริมความสัมพันธ์  และ Madam Wang Huan ภริยาเอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีนแห่งราชอาณาจักรไทย กรุณาให้เกียรติเป็นประธานร่วมกัน และถือว่าเป็นงานส่งท้ายในฐานะภริยาฑูตเพราะเป็นเวลาเดียวกับที่ท่านฑูตจีนหมดวาระ ซึ่งท่านก็พึงพอใจที่เห็นพวกเราให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่งดงามนี้ และเจ้าภาพยังได้เลือกใช้กลองจีนมือถือ ให้ประธานเปิดงานทั้ง 3 ได้หมุนเขย่าไปพร้อมกับแขกที่มาร่วมงานทั้งฮอลล์ ให้เสียงกลองกระหึ่มสะท้อนถึงสายใยมิตรภาพอันงดงามของสองแผ่นดิน อันเป็นสัญญานของการเปิดงานนี้

ส่วน ม.ล. ปุญยนุช เกษมสันต์ และคุณศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข สองรองประธานการจัดงาน กล่าวว่า “นักร้องกิตติมศักดิ์เสียงดีในวันนี้ มีคุณวทัญญู มุ่งหมาย มาขับร้องเพลงเฉลิมพระเกียรติในรัชกาลที่ 10 “แผ่นดินไทยในพระราชพิธีราชาภิเษก” ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองโดย คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ และมีเพลงอมตะที่เป็นภาษาจีน และเพลงไทยทำนองจีน โดยนักร้องกิตติมศักดิ์คือ คุณวทัญญู มุ่งหมาย  คุณณัชชา ชัยรุ่งเรือง ดร. พัชรินรุจา จันทโรนานนท์  รศ. ธีรยุทธ พนมยงค์  คุณนิติรัตน์ เปลี่ยนขำ  คุณมยุรี เตยะราชสกุล คุณสุภาพร เอ็ลเดรจ  และ ดร. รมิดา นกไทยเจริญ

อีกหนึ่งความตระการตาในวันนี้คือแฟชั่นโชว์สุดอลังการ ที่ได้นำเสนอความงดงามจาก 4 ห้องเสื้อชื่อดัง  คือ Supa East Glamour.  อาภรณ์พิศวาส  สัญญะลักษณ์ และ Mick Boutique  ที่ได้นำความโดดเด่นของงานศิลปไทย-จีน มาผสมผสานอย่างลงตัวบนผืนผ้าและยิ่งสวยงามสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อได้รวมกับเครื่องประดับของบิวตี้้เจมส์ ที่จะได้นำเสนอลงไปในแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ด้วย”

แสดงแบบโดย  ภัทราพร หวัง Miss Intercontinatal 2014   ณิชา พูลโภคะ รองอันดับ 2 Miss Universe Thailand 2023 พิมพ์นรา บุนนาค Miss world Tourism Thailand  ดร.อังคนางค์ ชากีร่า  Mrs. Tourism Thailand 2022 ร่วมด้วย ดร.ธรรมรัตน์ ธุระทอง  คุณกัญญาวีร์ ใจบุญ นิติรัตน์ เปลียนขำ นันท์นลิน ไพบูลย์ปรีดี ไอศิกา ดุลยจินดา คุณโชคชัย มณีอนันตเศรษฐ์  สุนันท์ สะอาด  อารีรัตน์ ประเมิน  กฤศ โพธา งานนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยจีน แต่สาระของงานได้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆให้สังคมอย่างแท้จริง และมีการประมูล นำรายได้มอบเพื่อกิจกรรมการกุศล ของกลุ่มนักศึกษา BTU รุ่นเจ้าสัว 12  เปิดประเดิมโดย ศ. ดร. บังอร เบญจาธิกุล ประมูลกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ในราคา 150,000.- ม.ล. ปุญยนุช เกษมสันต์ ประมูลเครื่องประดับในราคา 200,000.- คุณพรรณี ซาเอกิ ประมูลเข็มกลัดผึ้งซิกเนเจอร์ของ BG ในราคา 90,000.

-(016)

found & found ชูโมเดลใหม่กลางห้างฯ ปักธงบิวตี้เดสติเนชันสินค้าความงามญี่ปุ่น–เกาหลี เจอครบ จบที่นี่

found & found ชูโมเดลใหม่กลางห้างฯ ปักธงบิวตี้เดสติเนชันสินค้าความงามญี่ปุ่น–เกาหลี เจอครบ จบที่นี่

found & found ชูโมเดลใหม่กลางห้างฯ ปักธงบิวตี้เดสติเนชันสินค้าความงามญี่ปุ่น–เกาหลี เจอครบ จบที่นี่

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.22 น.

found & found” บิวตี้เดสติเนชันสุดฮอตสายญี่ปุ่น–เกาหลี เดินหน้าแตกไลน์สู่โมเดลใหม่ ประเดิมเปิดสาขาแรกภายในศูนย์การค้าใจกลางเมือง ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งสินค้าความงามและสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SIMPLE. EASY. EVERYSKIN.” ที่สะท้อนแนวคิดของการดูแลตัวเองให้เป็นเรื่องง่าย สนุก และเข้าถึงได้จริงสำหรับทุกคน

นายณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด (ORHW) เปิดเผยว่า  จากกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสุขภาพและความงาม found & found จึงก้าวเข้ามาในฐานะบิวตี้รีเทล  เจเนอเรชันใหม่เมื่อช่วงกลางปีก่อน โดยตั้งเป้าสร้างแบรนด์ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและความงามที่ครบจบในที่เดียว พร้อมขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม 500 สาขาภายในปี 2573 ปัจจุบัน found & found เปิดให้บริการแล้วในหลายโลเกชัน ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการพีทีที สเตชั่น อาคารสำนักงาน และคอมมูนิตี้มอลล์ต่าง ๆ  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ล่าสุดได้ยกระดับเข้าสู่พื้นที่รีเทลใจกลางศูนย์การค้า ด้วยการเปิดตัว found & found สาขาที่ 10  ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ซึ่งถือเป็นสาขาแรกภายใต้โมเดลศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ

ด้วยโมเดลที่ชัดเจน found & found มุ่งสู่บิวตี้เดสติเนชันโฉมใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมส่งตรงสินค้า J/K Beauty ถึงผู้บริโภคภายในพื้นที่ศูนย์สรรพสินค้า ที่มีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถพัฒนาแบรนด์เข้าสู่ตลาดค้าปลีกสินค้าความงามและสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับสาขาใหม่นี้ ตั้งอยู่บริเวณชั้น M ของ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค บนพื้นที่ให้บริการกว่า 100 ตร.ม. มาพร้อมดีไซน์ที่สดใสและเป็นมิตร ด้วยการเลือกใช้โทนสี “เขียว-ม่วง” ตกแต่งร้านให้โปร่งโล่ง สบายตา และสะดวกต่อการเลือกซื้อสินค้า การจัดวางสินค้าเน้นแยกหมวดหมู่ชัดเจน พร้อมไฮไลต์การจัดเรียงตาม 5 ขั้นตอนการดูแลผิว (5 Steps) ได้แก่ 1. การทำความสะอาดผิว Cleanser 2. การเตรียมผิว Prep 3. การบำรุงผิว Treat 4. การเติมผิวให้ชุ่มชื้น Moisturize และ 5. การป้องกันผิว Protect ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีผู้ช่วยก็สามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ยังมี 3 จุดเด่น ที่ทำให้ found & found สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง ได้แก่ 1. ความสะดวกสบาย (Convenience) ที่ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าความงามและสุขภาพส่งตรงจากทั้งประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีได้ภายในร้านเดียว 2. การแนะนำดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ (Personal Experience) ที่สามารถแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค้าอย่างละเอียด และให้ข้อมูลอย่างผู้เชี่ยวชาญ  3. ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีเอกลักษณ์จากพันธมิตรระดับโลก (Unique Products from Strategic Partners) อาทิ 7 แบรนด์ดัง OLIVE YOUNG เกาหลี Exclusive Brand คุณภาพจาก Sugi Pharmacy ญี่ปุ่น รวมทั้งแบรนด์ไทยมาแรง และสินค้าจากประเทศอื่นๆ กว่า 500 แบรนด์ 5,000 รายการ

สัมผัสประสบการณ์บิวตี้รูปแบบใหม่สไตล์ J/K Beauty (Japan & Korea) เจอครบ จบที่ found & found พร้อมติดตามกิจกรรมและโปรโมชันสุดพิเศษจาก found & found ได้ที่ Facebook: foundnfound.official หรือ Line Official: @foundnfound

#foundnfound #genderless #SimpleEasyEverySkin #สินค้าเครื่องสำอาง #สินค้าสุขภาพ #เครื่องสำอางญี่ปุ่นเกาหลี

เบาหวานยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องยา ‘โฮปฟูล’ เปิดมุมมองผ่าน BETA HERB สู่การดูแลองค์รวม

เบาหวานยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องยา ‘โฮปฟูล’ เปิดมุมมองผ่าน BETA HERB สู่การดูแลองค์รวม

เบาหวานยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องยา ‘โฮปฟูล’ เปิดมุมมองผ่าน BETA HERB สู่การดูแลองค์รวม

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.02 น.

ภายใต้กระแสสังคมไทยที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะ “เบาหวาน” ยังคงเป็นภัยใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกปี และแนวโน้มความรุนแรงจากภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า คนไทยจำนวนมากกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคเร่งรีบ และอีกส่วนคือการละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย แนวทางดูแลที่เคยเน้นเพียงการใช้ยาจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

อรรคพล หยกยิ่งยง

กระแส “การดูแลแบบองค์รวม” จึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างการใช้ยา การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการพิจารณาทางเลือกเสริมจากธรรมชาติ ที่มีข้อมูลสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์อย่างรอบด้าน

ในกลุ่มผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าว บริษัท โฮปฟูล จำกัด เปิดตัว “Beta Herb” ผลิตภัณฑ์เสริมสมดุลน้ำตาลในร่างกายจากสารสกัดธรรมชาติหลายชนิด อาทิ มะระขี้นก อาร์ทิโชก เจียวกู่หลาน โสมอเมริกัน ยีสต์เบต้ากลูแคน และ ALA โดยมีพื้นฐานจากองค์ความรู้ดั้งเดิมควบคู่กับงานวิจัยสมัยใหม่

ผลิตภัณฑ์นี้อยู่ภายใต้การศึกษาร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อประเมินผลเบื้องต้นในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ซึ่งเชื่อมโยงกับเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างชัดเจน

อรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าองค์ความรู้ด้านสุขภาพควรถูกพัฒนาไปพร้อมกับความเข้าใจผู้บริโภคในชีวิตจริง Beta Herb ไม่ใช่ยา แต่คือทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ภายใต้หลักคิดที่ไม่เน้นการกล่าวอ้างเกินจริง แต่เน้นความปลอดภัยและการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา”

โฮปฟูล มุ่งพัฒนานวัตกรรมสุขภาพบนรากฐานของวิทยาศาสตร์ โดยไม่มองข้ามการใช้ชีวิตจริงของคนไทย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงและใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ “อยู่บนฉลาก”

ทั้งนี้กลุ่มที่เหมาะสม ได้แก่ ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่ามาตรฐาน ผู้ที่มีประวัติในครอบครัว หรือผู้ที่ชอบบริโภคของหวาน อาหารแปรรูป และไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เสริมใด ๆ เสมอ” คุณอรรคพล กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน Beta Herb มีวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook, Line@, TikTok, Shopee และ Lazada โดยโฮปฟูลย้ำว่าผู้บริโภคควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรตรวจสอบฉลากพร้อมเลข อย. อย่างครบถ้วนก่อนการตัดสินใจสั่งซื้อ

ขณะที่สังคมไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพทางเมตาบอลิซึม การมีข้อมูลที่ถูกต้องควบคู่กับทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืน อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในเชิงพฤติกรรม และลดภาระโรคในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม

‘โอซีซี’ชวนช้อปงาน‘สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 29’ลดราคาสูงสุด 80%

'โอซีซี'ชวนช้อปงาน‘สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 29’ลดราคาสูงสุด 80%

‘โอซีซี’ชวนช้อปงาน‘สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 29’ลดราคาสูงสุด 80%

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.59 น.

บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชนชวนช้อปมหกรรมสินค้าลดราคาครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี กับงาน ‘สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 29’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ บิ๊กช้อป บิ๊กโชว์ (BIG SHOP BIG SHOW) พบสินค้านวัตกรรมใหม่ และสินค้าราคาสุดคุ้ม พร้อมโชว์พิเศษจากศิลปินชื่อดังมากมาย ในงานฯ พบบูธสินค้าคุณภาพของเครือโอซีซีกรุ๊ป กว่า 10 แบรนด์ มากกว่า 1,000 รายการ อาทิ COVERMARK, KMA,  PAUL & JOE, SUNGRACE, GUY LAROCHE LINGERIE & SWIMWEAR, GUNZE, G&G, SMILEYHOUND INNERWEAR, DEMI HAIR CARE SCIENCE, BSC HAIR CARE, WELLA PROFESSIONAL, B-ex Thailand, PAON SEVEN-EIGHT, IRIS OHYAMA, VETRESKA และ Black Amber มานำเสนอความพิเศษที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 80%  โดยงานนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอลล์ 98-100 ในวันที่ 26 – 29 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

‘สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี’ ลงพื้นที่ชลบุรี เปิดหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส

'สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี' ลงพื้นที่ชลบุรี เปิดหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส

‘สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี’ ลงพื้นที่ชลบุรี เปิดหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 11.59 น.

5 มิถุนายน 2568 นายพงษ์ธสิทธิ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานเตรียมเปิดโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ ห้องประชุมสุดสุข ชั้น 5 อาคารชลนุสรณ์ 100 ปี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี 

 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริให้มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ดำเนินการโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ร่วมกับ กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพกาอาศ และมูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ซึ่งมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่มกราคม 2558 ในจังหวัดทั่วประเทศ โดยการจัดชุดบริการตรวจรักษาทางทันตกรรม จำนวน 5 ชุด แบ่งเป็นจุดให้บริการบนรถโมบายเคลื่อนที่ 1 จุด และจุดให้บริการภาคสนาม 4 จุด โดยออกหน่วยให้บริการเด็กด้อยโอกาสที่มีปัญหาทางด้านทันตกรรมทั่วประเทศ

นายพงษ์ธสิทธิ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 20 มิถุนายน 2568 เพื่อให้บริการด้านทันตกรรมและส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่เด็กด้อยโอกาสอายุ 8–18 ปี โดยตั้งหน่วยบริการที่โรงเรียนสัตหีบ เขตฐานทัพเรือ อำเภอสัตหีบ และโรงเรียนบ้านบ่อวิน (ลิขิตราษฎร์บำรุง) อำเภอศรีราชา คาดให้บริการวันละกว่า 180 คน รวมเป้าหมายกว่า 700 คนทั่วพื้นที่ โดยมีพิธีเปิดโครงการมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2568 ณ โรงเรียนสัตหีบ 

สำหรับโครงการดังกล่าวจังหวัดชลบุรี ได้รับความร่วมมือหลายหน่วยงาน เช่น กองทัพเรือ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และมูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ โรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้บริการตรวจรักษาฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน พร้อมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน

นอกจากการดูแลรักษาแล้ว โครงการยังมุ่งหวังให้เด็กนำความรู้ด้านสุขภาพช่องปากไปใช้ในชีวิตประจำวัน เสริมสร้างศักยภาพในการดูแลตนเอง และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพในระยะยาว “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการต้นแบบที่เชื่อมโยงพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กไทยอย่างแท้จริง

-(016)

ผลงาน ‘สูตร/กรรมวิธีผลิตครีมทาหน้าฯ’ วว. คว้ารางวัลเหรียญทอง ในเวที ITEX 2025 สหพันธรัฐมาเลเซีย

ผลงาน 'สูตร/กรรมวิธีผลิตครีมทาหน้าฯ' วว. คว้ารางวัลเหรียญทอง ในเวที ITEX 2025 สหพันธรัฐมาเลเซีย

ผลงาน ‘สูตร/กรรมวิธีผลิตครีมทาหน้าฯ’ วว. คว้ารางวัลเหรียญทอง ในเวที ITEX 2025 สหพันธรัฐมาเลเซีย

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 11.39 น.

วว. คว้ารางวัลเหรียญทอง  ในเวที ITEX 2025 สหพันธรัฐมาเลเซีย จากผลงาน “สูตร/กรรมวิธีผลิตครีมทาหน้า ที่มีส่วนผสมสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากสาหร่ายและผลพลอยได้จากจุลินทรีย์โพรไบโอติก”

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  คว้ารางวัลเหรียญทอง (ITEX’s 2025 Gold Medal) จากการนำผลงาน “สูตรและกรรมวิธีการผลิตครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากสาหร่ายและผลพลอยได้จากจุลินทรีย์โพรไบโอติก” (Formula and process for producing facial cream with polysaccharide extracts from algae and by-products of probiotic microorganism) เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในงาน The 36th International Invention, Innovation, Technology Competition & Exhibition 2025  (ITEX 2025)  ซึ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คัดเลือกผลงานร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ 29 – 31 พฤษภาคม 2568  ณ  Kuala  Lumpur Convention Centre (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

วว. โดย  ดร.นารินทร์  จันทร์สว่าง  นักวิจัยอาวุโส  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ  ได้นำผลงาน “สูตรและกรรมวิธีการผลิตครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากสาหร่ายและผลพลอยได้จากจุลินทรีย์โพรไบโอติก” เข้าร่วมจัดแสดงและร่วมประกวดในกิจกรรมดังกล่าว  ซึ่งมีนักวิจัยศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมคิดค้นผลงาน ประกอบด้วย 1.ดร.พงศธร  ประภักรางกูล  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ  2.ดร.จารุวรรณ  สิทธิผล  นักวิจัยอาวุโส  3. นายปัณณธร  ทวีเทพไทกุล  นักวิจัย  4. ดร.ขนิษฐา  นิวาศะบุตร  นักวิจัย  และ 5.นางสาวหนึ่งนุช ไชยวรรณ์  นักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าและช่วยให้รูขุมขนแลดูเล็กลง หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านมีความชุ่มชื้นขึ้น ผิวแลดูเนียนและมีสุขภาพดี  โดยมีวิธีใช้สำหรับทาบริเวณใบหน้าที่สะอาด 2 ครั้งต่อวัน

ทั้งนี้ในการผลิตครีมทาหน้า คณะวิจัย วว. ได้คัดเลือกสาหร่ายสีเขียว ซึ่งสามารถผลิตเมือกหรือสารพอลิแซ็กคาไรด์ที่มีสมบัติเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ และแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสซึ่งเป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติก ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในผลิตภัณฑ์จากนม ช่วยไม่ให้เกิดอาการท้องอืดจากการดื่มนม และทำให้สามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนั้นแบคทีเรียชนิดนี้สามารถปล่อยสารสำคัญ เช่น วิตามินบี 1, 2, 6, 9  กรดแลคติก และกรดแอซีติก เป็นต้น ลงสู่อาหารเพาะเลี้ยง  

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย สามารถต่อยอดองค์ความรู้และก่อให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่และธุรกิจเริ่มต้นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศได้ ทำให้มีการกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจทางด้านการลงทุน เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ เป็นต้น อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ วว. วิจัยและพัฒนาสำเร็จไม่มีการใช้สารต้องห้ามที่ประกาศจากองค์การอาหารและยา จึงมีความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

อนึ่ง งาน ITEX 2025 เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักประดิษฐ์ นักวิจัย และเยาวชนจากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนความรู้ ถ่ายทอดแนวคิดสร้างสรรค์ และนำเสนอผลงานที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ร่วมงานจากทุกมุมโลก ในปีนี้มีผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมมากถึง 900 ผลงาน จาก 15 ประเทศทั่วโลก สำหรับผลงานที่เข้าร่วมจัดแสดงทั้งหมดจากนานาชาติ ล้วนเป็นนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข พลังงาน สิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรมอาหาร โดยนวัตกรรมเหล่านี้ยังขับเคลื่อนด้วยแนวคิด STEAM (Science, Technology, Engineering, Arts, and Mathematics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการยกระดับคุณภาพผลงาน เพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์จาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

-(016)