CP LAND เปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘CICI, NEWS VOICE’ พลิกโฉมการเล่าข่าวให้มีชีวิต ฟังง่าย เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา

CP LAND เปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘CICI, NEWS VOICE’ พลิกโฉมการเล่าข่าวให้มีชีวิต ฟังง่าย เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา

CP LAND เปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘CICI, NEWS VOICE’ พลิกโฉมการเล่าข่าวให้มีชีวิต ฟังง่าย เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 09.55 น.

บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เพิ่มสีสันให้การสื่อสารองค์กร เปิดตัว CICI, NEWS VOICE (ซีซี่ นิวส์ วอยซ์) พรีเซนเตอร์ข่าวเสมือนจริงในรูปแบบ Human Avatar ที่มาพร้อมบุคลิกสดใส น้ำเสียงมีชีวิตชีวา และรองรับหลายภาษา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลา

CICI เริ่มต้นจากบทบาทหนึ่งในมาสคอตคู่ CICI & Paul ที่สะท้อนความเป็นมิตรและเข้าใจความหลากหลาย ก่อนจะพัฒนาเป็น AI Reporter ที่ถ่ายทอดเรื่องราวขององค์กรได้อย่างเป็นธรรมชาติ เข้าถึงผู้ฟังหลากหลายช่วงวัย 

การพัฒนา CICI เกิดขึ้นเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกการสื่อสาร ทั้งในด้านเนื้อหา ช่องทาง และพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยเสียงเสมือนจริง จังหวะพูดลื่นไหล และภาษาทันสมัย CICI ถ่ายทอดข้อมูลได้กระชับ เข้าใจง่าย และรองรับการเข้าถึงของกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดทางการมองเห็น
นางศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND เปิดเผยว่า การเปิดตัว CICI, NEWS VOICE คือการทำให้การสื่อสารขององค์กรมีชีวิต ทันสมัย และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เราไม่ได้มองหาแค่คนอ่านข่าว แต่ต้องการนักเล่าเรื่องที่เข้าใจคนฟัง CICI ถูกคิดและพัฒนาขึ้นจากมุมมองของเจเนอเรชัน Z จาก #TeamCPLAND เพื่อให้เป็นมากกว่าพรีเซนเตอร์ แต่เป็นเหมือนเพื่อนที่ถ่ายทอดเรื่องขององค์กรให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงเเบรนด์เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า หรือคนในชุมชน

นางศศินันท์ กล่าวเสริมอีกว่า เราหวังว่าเสียงของ CICI จะเป็นเสียงที่คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิด และช่วยให้องค์กรสื่อสารได้เร็วขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และจริงใจมากขึ้นในแบบที่เหมาะกับยุคนี้ การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของ CP LAND ในการขับเคลื่อนการสื่อสารองค์กรให้รุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ด้วยแนวทาง Work Smart & Efficiently เพื่อพัฒนารูปแบบที่ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มที่รวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวให้ทันยุคสมัย และดึงดูดความสนใจใหม่จากกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Accessible Communities for Life คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” ที่เน้นการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง ครอบคลุม และคำนึงถึงความหลากหลายของผู้คนอย่างแท้จริง

สามารถติดตามรายการข่าวประจำสัปดาห์ “CP LAND NEWS FLASH” โดย CICI Human Avatar ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางต่อไปนี้ FB : https://bit.ly/4kGnYwR , IG : https://bit.ly/3T10NS8 , X : bit.ly/3HgYrfu , TikTok : https://bit.ly/3FtOaMw , Youtube : https://bit.ly/3Z6NeEi , Linkedin : https://bit.ly/3HvvQTC 

-(016)

ครั้งแรกที่ พาราไดซ์ พาร์ค! กับ ‘ตลาดนัดนักข่าว’ ครั้งที่ 7 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ครั้งแรกที่ พาราไดซ์ พาร์ค! กับ 'ตลาดนัดนักข่าว' ครั้งที่ 7 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ครั้งแรกที่ พาราไดซ์ พาร์ค! กับ ‘ตลาดนัดนักข่าว’ ครั้งที่ 7 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 09.18 น.

นักช้อปเตรียมตัวให้พร้อม! สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จับมือ พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวนคุณมาร่วมเปิดประสบการณ์ช้อปสุดพิเศษกับ “ตลาดนัดนักข่าว ครั้งที่ 7” ครั้งแรกในย่านศรีนครินทร์ ภายในงานพบกับสินค้าคุณภาพที่คัดจากพี่ ๆ น้อง ๆ สื่อมวลชนสายเศรษฐกิจ ให้คุณได้เลือกชม ช้อปอย่างจุใจ กว่า 40 บูธ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้าของที่ระลึก และอาหารทั้งคาว-หวานที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็ม

แวะมาร่วมสนับสนุนสินค้าของพี่ ๆ สื่อมวลชน พร้อมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพใน งานตลาดนัดนักข่าว ครั้งที่ 7 ระหว่างวันเสาร์ที่ 21 – วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ ชั้น 1 ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

-(016)

เปิดเวทีเสวนาเข้มข้น Bangkok Pride Forum 2025 ผลักดัน‘ฮอร์โมน’ ไม่ใช่แค่ยา แต่คือชีวิตของชาว LGBTQIAN+

เปิดเวทีเสวนาเข้มข้น Bangkok Pride Forum 2025  ผลักดัน‘ฮอร์โมน’ ไม่ใช่แค่ยา แต่คือชีวิตของชาว LGBTQIAN+

เปิดเวทีเสวนาเข้มข้น Bangkok Pride Forum 2025 ผลักดัน‘ฮอร์โมน’ ไม่ใช่แค่ยา แต่คือชีวิตของชาว LGBTQIAN+

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Bangkok Pride Forum 2025 เปิดเวทีเสวนาเข้มข้น  “New Era of Trans Health”  ก้าวใหม่ของบัตรทอง เพราะฮอร์โมนคือชีวิตชาว LGBTQIAN+”  ร่วมผลักดัน “ฮอร์โมน” ให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบบ “บัตรทอง” ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้า สยามพารากอน โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ นักวิจัย ตัวแทนภาคประชาสังคม และผู้ใช้ฮอร์โมน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์จริง อันจะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงระบบในการปรับปรุงและพัฒนาสุขภาพที่เท่าเทียมสำหรับทุกเพศสภาพ โดยเฉพาะคนข้ามเพศที่มักถูกมองข้ามในระบบรัฐสวัสดิการ

ด้วยเหตุผล “ฮอร์โมนไม่ใช่แค่ยา แต่คือทั้งชีวิตของชาว LGBTQIAN+”  ทำให้  วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival 2025”  เผยจุดยืนพร้อมผลักดันฮอร์โมนในระบบบัตรทองมาโดยตลอด เพื่อให้การเข้าถึงฮอร์โมนของคนข้ามเพศกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ “บัตรทอง” ชูประเด็นหลัก “ฮอร์โมน” เป็นมากกว่าการรักษา ฮอร์โมนคือหัวใจของการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีของกลุ่มคนข้ามเพศ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทั้งภาครัฐ นักวิชาการ แพทย์ นักเคลื่อนไหว และผู้ใช้ฮอร์โมนจริงได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสิทธิ การเข้าถึง และอนาคตของระบบสุขภาพที่ครอบคลุมทุกอัตลักษณ์ทางเพศ ด้วยบัตรทองต้องก้าวให้ทันอัตลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงของประชาชน

ดังนั้น หัวข้อ “บัตรทองยุคใหม่ ฮอร์โมนคือสิทธิ ไม่ใช่ทางเลือก” จึงถูกหยิบขึ้นมาพูดและถกกันอย่างมีเหตุและผล พร้อมตั้งคำถามเชิงลึกเพื่อกระตุ้นการแลกเปลี่ยนอย่างมีคุณภาพ ทั้งจากฝั่งภาครัฐ อย่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกระทรวงสาธารณสุข  วิเคราะห์วิสัยทัศน์ของรัฐในอนาคต จะนำไปสู่การขยายสิทธิและบริการสุขภาพอย่างครอบคลุมเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงกฎหมายรับรองเพศสภาพ หรือการออกแบบระบบติดตามผลและการประเมินงบประมาณให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงคำถามเชิงยุทธศาสตร์ เช่น รัฐควรส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนในประเทศอย่างไรในบริบทของ Medical Hub และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

บนเวทีเสวนาคับคั่งไปด้วย นักวิชาการ แพทย์ นักเคลื่อนไหว และผู้ใช้ฮอร์โมนจริง อาทิ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผู้นำเสนอวิสัยทัศน์ของรัฐในการยกระดับระบบสุขภาพที่ครอบคลุมและไม่เลือกปฏิบัติ, ดร.ณทยา เป้ามีพันธ์ นักวิจัยอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเชิงระบบ ผู้ให้มุมมองด้านการออกแบบการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเข้าถึงฮอร์โมนในระบบสุขภาพ, ผศ.นพ. สิระ กอไพศาล อายุรแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนที่จะร่วมถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับฮอร์โมนในบริบทของคนข้ามเพศ, ภรัณเมศร์ ฉัตรชินธนเมศร์ ตัวแทนผู้ใช้ฮอร์โมน ผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงด้านการใช้บริการสุขภาพและข้อเสนอถึงภาครัฐและระบบบริการ, หมอหวาย – นพ.นิธิวัชร์ แสงเรือง ตัวแทนจาก สปสช. เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนในเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับงบประมาณและระบบติดตามผลภายหลังการบรรจุฮอร์โมน

ในช่วงต้นของงาน  ตรีชฎาศรี ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองผู้แทนภาครัฐในการประกาศนโยบายด้านสุขภาพสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการบรรจุยาฮอร์โมนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ขึ้นเวทีปาฐกถาพิเศษประกาศนโยบายสนับสนุนกลุ่มหลากหลายทางเพศ พร้อมยืนยันว่า “การมีสุขภาพดีคือสิทธิของทุกคน ไม่ว่าจะมีเพศกำเนิดหรืออัตลักษณ์แบบใด” ถัดจากนั้นคือช่วงเวลาที่อบอวลด้วยพลังจากชุมชน กับสุนทรพจน์โดย  พงษ์พิชร ชื่นพาณิชย์กิจ เควียร์ทรานส์แมน ตัวแทนผู้ใช้ฮอร์โมน ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตและการเข้าถึงฮอร์โมนในระบบสุขภาพ  เคธี่ ประสิทธิ์ สุหงษา ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกระเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ตัวแทนภาคประชาสังคมที่ทำงานผลักดันประเด็นสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มทรานส์ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง การต่อสู้เพื่อสิทธิ และความหวังที่รัฐจะ “มองเห็น” พวกเขาในระบบบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม อนาคตใหม่ของระบบสุขภาพไทย ต้องมี  “ทรานส์” เป็นส่วนหนึ่ง เวที “New Era of Trans Health”

“วันนี้จึงเป็นมากกว่าการพูดคุยเรื่องนโยบาย แต่คือการส่งเสียงให้เห็นว่า สุขภาพคือสิทธิ ไม่ใช่อภิสิทธิ์ และฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศคือการดำรงอยู่ ไม่ใช่แค่ทางเลือก สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่กำลังหันมาใส่ใจอัตลักษณ์ทางเพศอย่างแท้จริง พร้อมเปิดทางให้เกิดระบบที่ ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” วาดดาว – อรรณว์  กล่าวทิ้งท้าย และยังคงยืนหยัดและผลักดัน “ฮอร์โมน บัตรทอง” ต่อไป

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเป็นประธาน การประชุมใหญ่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ประจำปี 2568

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเป็นประธาน การประชุมใหญ่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ประจำปี 2568

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเป็นประธาน การประชุมใหญ่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ประจำปี 2568

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุม ไปยังโถงประชุม ชั้น 9 ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในการประชุมใหญ่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ประจำปี 2568 โดยมี ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ อาทิ ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรีและรองประธานกรรมการกลาง  ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ กรรมการกลาง อาจารย์ นพ.ไพโรจน์ บุญคงชื่น รองประธานคณะกรรมการบริหาร ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี  พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ  และกรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

จากนั้นทรงทอดพระเนตรนิทรรศการ “๖ ทศวรรษรามาธิบดี สู่สถาบันการแพทย์ในระดับสากล” สำหรับนิทรรศการจัดขึ้นในวาระครบ 60 ปี แห่งการสถาปนาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเฉลิมฉลองพัฒนาการและความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยนำเสนอพัฒนาการของสถาบันจากจุดเริ่มต้นในฐานะโรงเรียนแพทย์ สู่การเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ การจัดแสดงแบ่งออกเป็นหมวดหมู่สำคัญ อาทิ ประวัติความเป็นมา วิสัยทัศน์และพันธกิจ การพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตสู่นานาชาติ ความก้าวหน้าด้านวิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม บทบาทด้านการแพทย์เฉพาะทาง การให้บริการรักษาพยาบาลที่ทันสมัยและเข้าถึงประชาชน ตลอดจนผลงานสำคัญในสถานการณ์วิกฤต เช่น การแพร่ระบาดของโรคโควิด–19  ภายในนิทรรศการได้นำสื่อมัลติมีเดียสมัยใหม่มาใช้ในการถ่ายทอดเรื่องราว พร้อมจัดแสดงต้นแบบผลงานวิจัย เทคโนโลยีทางการแพทย์ และความร่วมมือกับสถาบันในระดับสากล โดยมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงบทบาทของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในฐานะ “สถาบันการแพทย์ของประชาชน” ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าเพื่อสุขภาพที่ดีของสังคมไทยและประชาคมโลก 

ต่อมา เสด็จฯ ขึ้นชั้น 9 โดยลิฟต์พระที่นั่ง และเสด็จฯ เข้าสู่โถงประชุม ทรงประทับพระราชอาสน์และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก ก่อนเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในการประชุม โดยมีรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีตลอดปี 2567 ซึ่งสอดคล้องกับโอกาสครบรอบ 60 ปีของรามาธิบดี ทั้งในด้านการศึกษามุ่งผลิตแพทย์นวัตกรและแพทย์นักบริหาร งานวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์ ความก้าวหน้าในการรักษาโรคซับซ้อนระดับนานาชาติ อาทิ การปลูกถ่ายอวัยวะหลายระบบ การผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ การบำบัดยีนสำหรับผู้ป่วยธาลัสซีเมีย รวมถึงความร่วมมือผ่าตัดเปลี่ยนไตใน สปป.ลาว และการจัดตั้งศูนย์ผลิตเซลล์บำบัดและอุปกรณ์ชีวการแพทย์ ขณะเดียวกัน มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานด้านการระดมทุนตามภารกิจ “เพิ่มความหวัง เพื่อทุกคน” โดยในปีที่ผ่านมาได้รับพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อใช้ในการจัดทำของที่ระลึกการกุศลและกิจกรรมระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ สนับสนุนโครงการทางการแพทย์ การศึกษา และงานวิจัย ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมมีมติรับรองรายงานประจำปี พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี 2568 และกราบบังคมทูลขอพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์สำหรับกิจกรรมของมูลนิธิในปีต่อไป

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ จัดทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน ปีที่ 14 สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนกว่า 600 คน จากมูลนิธิเด็กโสสะฯ

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ จัดทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน ปีที่ 14 สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนกว่า 600 คน จากมูลนิธิเด็กโสสะฯ

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ จัดทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน ปีที่ 14 สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนกว่า 600 คน จากมูลนิธิเด็กโสสะฯ

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ โดย ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้งเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ผู้บริหารบริษัท เกษมกิจ จำกัด และรองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เดินหน้าสานต่อกิจกรรรมท่องเที่ยวและทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน “สานสัมพันธ์น้องพี่สามัคคีครอบครัวเดียวกัน” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ในระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม ปี 2568 เพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนกว่า 600 ชีวิตในหมู่บ้านเด็กโสสะแห่งประเทศไทยทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู หาดใหญ่ หนองคาย เชียงราย และภูเก็ต

ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อประสบการณ์อันมีค่าให้กับเยาวชนตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่การเดินทาง กิจกรรมท่องเที่ยว ที่พัก และอาหารจากโรงแรมในเครือ เราเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดจะมีคุณค่าไปกว่าการพาเด็ก ๆ ออกมาสร้างความทรงจำที่งดงามร่วมกันในบรรยากาศอบอุ่นเสมือนครอบครัว ซึ่งการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจะช่วยให้เยาวชนเติบโตอย่างมั่นคงทั้งร่างกายและจิตใจ เราหวังให้กิจกรรมเหล่านี้เป็นความทรงจำที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยจุดประกายความฝันของเด็กๆ นำประสบการณ์นี้ไปต่อยอดและเติบโตเป็นพลังสร้างสรรค์ของประเทศต่อไป”

(ซ้าย) รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, พล.ต.ท.ดร. นรวัฒน์  เจริญรัชต์ภาคย์, พงศ์ศิษฏ์- พงศ์วรุตม์-ธีระพงศ์-ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์

กิจกรรมท่องเที่ยวและทัศนศึกษาภาคฤดูร้อนของเยาวชนจากหมู่บ้านเด็กโสสะฯ ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและทำกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงของหมู่บ้านเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ท่องเที่ยว ค่าอาหาร รวมถึงห้องพักของโรงแรมในเครือ ได้แก่ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง, โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก, โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่, และโรงแรมแคนทารี โคราช ตลอดการเดินทาง เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยวันที่ 21-23 เมษายน 2568 หมู่บ้านเด็กโสสะหนองคาย จำนวน 114 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี โคราช  วันที่ 22-24 เมษายน 2568 หมู่บ้านเด็กโสสะเชียงราย จำนวน 150 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ วันที่ 28-30 เมษายน 2568 หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ จำนวน 106 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง วันที่3-5 พฤษภาคม 2568 หมู่บ้านเด็กโสสะหาดใหญ่ สงขลา จำนวน 137 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก และวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2568 หมู่บ้านเด็กโสสะภูเก็ต จำนวน 135 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก

ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์

นอกจากนี้  ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ พร้อมด้วย ธีรวัลคุ์  ปังศรีวงศ์, พงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวงศ์ และ  พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ เจ้าของธุรกิจกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ยังได้มอบเงินบริจาคในนามเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ในปี 2568 เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวน 400,000 บาท แก่มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาอย่างรอบด้านให้แก่เด็กและเยาวชนในหมู่บ้านเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ทั่วประเทศ  โดยมี พล.ต.ท.ดร.นรวัฒน์  เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ เป็นผู้รับมอบ

(ซ้าย)ศรชัย จำปาเรือง,นันทนา ตั้งจิตรมณีศักดา,พล.ต.ท.ดร. นรวัฒน์  เจริญรัชต์ภาคย์,สุภัคพร พงษ์พันธุ์, อัษณา จันเทพา,กิตติเดช คุ้มม่วง และพลับพลึง ยิ้มเมือง

น้องสายธาร  จากครอบครัวหมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ เล่าว่า   “หนูมีความสุขและสนุกมาก ๆ ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง จนถึงวันกลับ ตลอดทริปนี้ได้ไปเที่ยวหลายสถานที่ ประทับใจทุกอย่าง โดยเฉพาะตอนที่ได้เล่นน้ำทะเล ถึงแม้ตอนเช้าฝนจะตกทำให้หนูกังวลว่าจะไม่ได้เล่นน้ำ แต่พอฝนซาและแดดออก หนูก็ได้ลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสไปไหว้พระธาตุในบริเวณป่าชายเลน ซึ่งสวยมาก ๆ และได้เดินสกายวอล์ก เห็นวิวป่าชายเลนที่กว้างไกลและสวยงามมาก ส่วนกิจกรรมในช่วงเย็นก็สนุกสุด ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เต้นกันน่ารักมาก อาหารก็อร่อย มีของเล่นเยอะ และยังได้ร่วมกันสวดมนต์ ทำให้รู้สึกสงบใจอีกด้วย

หนูขอขอบคุณคุณลุงเล็ก (ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์) ที่พาพวกเรามาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ดูแลอย่างดี มีรอยยิ้มและความอบอุ่นใจ ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ขอบคุณคุณนรวัฒน์ และแขกผู้มีเกียรติทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมและมอบความสุขให้กับพวกเรา ถ้ามีโอกาสอีก หนูอยากกลับมาอีกครั้งค่ะ”

น้องโอบ  จากครอบครัวหมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ เล่าว่า  “ผมรู้สึกดีใจและมีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวทะเลกับครอบครัวในครั้งนี้ครับ ทั้งได้เล่นน้ำในสระว่ายน้ำ อาหารอร่อย ส่วนห้องพักติดทะเลสวยมาก ๆ เลยครับ ผมขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่มอบโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้กับผมและครอบครัวนะครับ และผมหวังว่าในปีหน้าจะมีโอกาสได้มาเที่ยวแบบนี้อีกครั้งครับ”

รับถึงที่… ดีต่อใจ! ทรู คิกออฟ ‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร’ สตาร์ทรถออนทัวร์รับ e-Waste ถึงถิ่นกรุงเก่า – กทม.

รับถึงที่... ดีต่อใจ! ทรู คิกออฟ ‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร’ สตาร์ทรถออนทัวร์รับ e-Waste ถึงถิ่นกรุงเก่า - กทม.

รับถึงที่… ดีต่อใจ! ทรู คิกออฟ ‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ สัญจร’ สตาร์ทรถออนทัวร์รับ e-Waste ถึงถิ่นกรุงเก่า – กทม.

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มือถือที่วางอยู่ในลิ้นชัก หูฟังที่เสียงแตกแล้ว สายชาร์จพัง พาวเวอร์แบงค์เก่าๆ รู้มั้ยว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) เหล่านี้ ล้วนมีพิษ เป็นอันตราย และเติบโตเร็วที่สุดในโลก สวนทางกับการนำมารีไซเคิลถึง 5 เท่า! ความจริงที่น่าตกใจ…ในประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 680,000 ตันต่อปี แต่มีไม่ถึง 20% เท่านั้นที่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี ท่ามกลางความท้าทายนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น เทคคอมปานีไทย ที่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ยังคงเดินหน้าจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ โดยปีนี้ จัดความพิเศษ “ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” สัญจร ไปรับ e-Waste ถึงมือลูกค้า ประชาชน และองค์กรธุรกิจ พร้อมอำนวยความสะดวก เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งการจัดการขยะ e-Waste ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเดินทางไกล

ประเดิมกรุงเก่า แหล่งนิคมอุตสาหกรรม พร้อมเคลื่อนขบวนสู่ กทม. ตลอดปีนี้ โดย ทรู ยกระดับโครงการ “ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” เพิ่มโอกาสนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มารีไซเคิล เปิด “สัญจร” เก็บขยะ e-Waste ปักหมุดแห่งแรกที่พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง และเป็นแหล่งรวมฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 75.5% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการลงทุนมากที่สุด โดยปีนี้ ยังคงเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อย่าง เอสเค เทส ไทยแลนด์ และ ออลล์ นาว โลจิสติกส์ นำขยะ e-Waste ที่จะขับไปรับตามแหล่งชุมชน เช่น ที่พักอาศัย ตลาด ร้านค้า รวมถึงโรงงานและแหล่งนิคมอุตสาหกรรม เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้น ยังเตรียมขยายเส้นทางตระเวนทั่วกรุงเทพมหานคร รับขยะ e-waste ถึงมือชาว กทม. รวมถึงร่วมกับสถาบันการศึกษา และองค์กรภาคธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ห้างสรรพสินค้า รีเทล ระบบขนส่งมวลชน อสังหาริมทรัพย์รับถึงที่ ดีต่อใจต่อเนื่องยาวถึงสิ้นปี 2568 อีกด้วย

ทิ้ง 1 เลือกรับสิทธิพิเศษจาก 8 แบรนด์ดัง ยิ่งไปกว่านั้น อีกหนึ่งความพิเศษของโครงการฯ ที่ยังคงมอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ เพียงนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาทิ้งที่กล่อง e-Waste ณ ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อปทรูสเฟียร์ ทรูสเปซ และศูนย์บริ การดีแทค 155 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสแกน QR Code เพื่อแลกรับของรางวัล “Drop for Reward” จาก 8 แบรนด์ชั้นนำที่แอปพลิเคชันทรูไอดี และ dtac app ตั้งแต่วันนี้–31 ธันวาคม 2568 ได้แก่ Paul ,True Coffee ,Dunkin Donut ,Sukishi Korean Charcoal Grill ,THE KLINIQUE ,นายช่าง ดูโฮม ,Home Service by Home Pro และ ทรูสเปซ

และเนื่องในวันสิ่งแวดล้อม 5 มิถุนายน 2568 ทรู คอร์ปอเรชั่นเชิญชวนทุกคนมาสร้างโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกัน นำสมาร์ทโฟนเก่า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่เลิกใช้งาน รวมถึง e-Waste พันธุ์ใหม่อย่างอุปกรณ์ไอโอทีมาทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ เพื่อนำมารวบรวมและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี 100%  รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ “ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” สัญจร และแคมเปญ “Drop for Rewards” ได้ที่  https://truesustainability.info/sustainability/tinktooktee-d-tor-jai/

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2568

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักข่าวไทยพับลิก้า เชิญ อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการน้ำ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาพูดคุยเรื่องการบริหารจัดการน้ำในกิจกรรม Green Up the World “โลกเดือด!! จะบริหารจัดการน้ำอย่างไร” ในวันนี้ (7 มิ.ย.) เวลา 13.30 -15.30 น.ที่โถงบันได ชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย…ขอเชิญมาฟังกัน…

ll ยินดีกับ สุดาทิพย์ เพชรไตรภพ ที่ลูกชายคนเล็กสอบติดวิศวะฯ จุฬาฯ ส่วนลูกสาวคนโตเรียนที่ม.นเรศวรปีสุดท้ายแล้ว…

ll บ่ายโมงตรง วันพรุ่งนี้(8 มิ.ย.) ขอเชิญพี่น้อง ลูกช้าง มช. เข้าร่วมกิจกรรม รับน้องรถไฟ 68 ที่จัดขึ้นที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง…

ll อานุสรา จิตต์มิตรภาพ ,ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน , พรสมจิตร วิโนทัย ในนาม ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ 2515 มอบเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี จำนวน 30,000 บาท โดยมี อ.นพ.ไพโรจน์ บุญคงชื่น รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ฯ รพ.รามาธิบดี เป็นผู้รับมอบ…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ พันธุ์ทิพย์ สุนันทิยะกุล ที่สูญเสียพี่สาวที่รักไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา…

ll สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ขึ้นเหนือทริปเพชรบูรณ์กับกลุ่มเพื่อนๆร่วมทริป ขสมก. เมื่อหยุดยาวที่ผ่านมา…

ll รศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ เป็นหนึ่งในGuess Speaker หัวข้อ”การประเมินความเสี่ยงเมืองจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วันที่ 11-12 มิ.ย.เวลา9.00-16.00น.ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ถ.พระรามหก กทม…

ll อ.ดนู ฮันตระกูล จัดคอนเสิร์ตแสดงผลงานประจำปี ในTheme “20คนเป่าปี่ตีกลอง” วันที่ 14 มิ.ย.นี้ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมฯ…

ll ฟารีดา บุณยศักดิ์ สาวสองพันปี ระดับตัวแม่ โพสต์ภาพใน FB ซึ่งเธอถ่ายภาพคู่กับ เทวี วงศ์วิทยา (บุตรสาวของ คุณหญิงเทพิน วงศ์วิทยา อดีตประธานมูลนิธิโรคไตฯ)ในงาน”น้ำใจช่วยไต” ของมูลนิธิโรคไตฯ เมื่อหลายปีที่ผ่านมา คุณแป๊ะ – ฟารีดา บอกว่า ตัวเธอยังเป็นกรรมการมูลนิธิฯนี้อยู่ และขอเชิญชวนเพื่อนๆมาร่วมกันบริจาคช่วยผู้ป่วยโรคไตที่ยากไร้ว่า “ใครมีจิตกุศล ติดต่อไปที่ มูลนิธิโรคไตฯ รพ.ศิริราช…คนสวยๆที่ถือกระเป๋าใบละเป็นแสนๆในสังคมคนมีกิน ลองมาทำบุญแบบนี้กันบ้าง คนสวยจะมีความสุขในใจถาวรค่ะ”…คนสวยใจบุญ ตัวจริง เสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง…

ll การกลับมาพบกันของ ดากานดา และ ไข่ย้อย (พระ-นาง ในภาพยนตร์ดังเรื่อง”เพื่อนสนิท”เมื่อหลายปีก่อน)ในมิวสิกวิดีโอเพลง I’m OK // Not OK ของ BOYdPOD และ Billkin กลายเป็นไวรัลที่ถูกพูดถึงกันมากมายในขณะนี้ ถึงกับทำให้หลายคนยกให้เป็นตอนจบในฝันของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว…นอกจากทั้งท่วงทำนอง-เนื้อร้องของเพลง I’m OK // Not OK จากบทประพันธ์ของ บอย-โกสิยพงศ์ ที่สุดแสนไพเราะ และไม่เคยทำให้คนฟังผิดหวังแล้ว การหยิบจับเบื้องลึกความรู้สึกของคนที่เคยมี”เพื่อนสนิท”แล้วไม่ได้พบกันเลยหลายสิบปี การกลับมาพบกัน แบบ MV ที่นำเสนอครั้งนี้ ทำให้ประทับใจมากจริงๆ !!…

บารอนเนส

สสว. เตรียมจัดงาน ‘SME SHOW ของ: ตลาดนัดคนตัวเล็ก’ รวมพลัง Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

สสว. เตรียมจัดงาน ‘SME SHOW ของ: ตลาดนัดคนตัวเล็ก’ รวมพลัง Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

สสว. เตรียมจัดงาน ‘SME SHOW ของ: ตลาดนัดคนตัวเล็ก’ รวมพลัง Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.31 น.

เนื่องด้วยวันที่ 27 มิถุนายนของทุกปี สหประชาชาติได้ยกให้เป็นวัน MSME DAY (Micro Small and Medium-sized Enterprises Day) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงมุ่งเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจสร้างสรรค์ จัดงาน “SME SHOW ของ: ตลาดนัดคนตัวเล็ก พื้นที่สร้างสรรค์ของคนมีของ” ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2568 ณ จุฬา ซอย 5 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ภายใต้แนวคิดการผลักดันพลัง Soft Power ของผู้ประกอบการไทยให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 60 ราย แสดงศักยภาพสินค้าและบริการสร้างสรรค์ในหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น โดยบรรยากาศงานเต็มไปด้วยไอเดียและแรงบันดาลใจเพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า “งาน ‘SME SHOW ของ’ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจ รวมทั้งช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถเข้าถึงตลาดและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง งานนี้ยังมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการที่สะท้อนซอฟต์ พาวเวอร์ของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานนี้มากกว่า 10,000 คน และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในงานนี้มากกว่า 3 ล้านบาท”

ภายในงานยังมีกิจกรรมเวทีเสวนา “Stand-Up Biz Talk” ที่รวบรวมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ อาทิ “เฮียวิทย์” ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์, คุณอาร์ต พศุตม์ บานแย้ม นักแสดงและเจ้าของธุรกิจ และคุณเบียร์ BUFF TALK พิธีกรและนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ การแจกหนังสือ “อารยะแข่งขัน” เขียนโดย ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน และกิจกรรมลุ้นรับส่วนลดสูงสุดกว่า 100 บาท เพื่อส่งเสริมการจับจ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เชื่อมั่นว่างานนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและมั่นคงต่อไป

-(016)

‘มหกรรมสืบสานภูมิปัญญา ผ้าพื้นถิ่น อัตศิลป์ตรัง’ ยกระดับ Soft Power สู่เวทีสร้างสรรค์ระดับประเทศ

‘มหกรรมสืบสานภูมิปัญญา ผ้าพื้นถิ่น อัตศิลป์ตรัง’ ยกระดับ Soft Power สู่เวทีสร้างสรรค์ระดับประเทศ

‘มหกรรมสืบสานภูมิปัญญา ผ้าพื้นถิ่น อัตศิลป์ตรัง’ ยกระดับ Soft Power สู่เวทีสร้างสรรค์ระดับประเทศ

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.20 น.

ณ บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมสืบสานภูมิปัญญา ผ้าพื้นถิ่น อัตศิลป์ตรัง” โดยมี พ.จ.ท. อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่ฯ เครือข่าย OTOP และประชาชน เข้าร่วมฯ

โดยมี นางสาวนวภัทร หองหวล พัฒนาการจังหวัดตรัง ในนามคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความเป็นมา การจัดงานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มภูมิปัญญาท้องถิ่น “อัตศิลป์ตรัง” เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์จากผ้าพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้มั่นคง ตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก ผ่านวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture)

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ครบทั้ง 5 ประเภท จำนวน 77 บูธ
  • นิทรรศการเส้นทางผ้าไทย ถ่ายทอดเรื่องราวและพัฒนาการของผ้าพื้นถิ่น
  • กิจกรรม “ชั่วโมงทอง” ส่งเสริมการขาย
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และการแสดงพื้นบ้านตลอดช่วงการจัดงาน

งานมหกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดตรัง รวมทั้งความร่วมมือจากภาคราชการ เอกชน ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา เครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดตรัง และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอบรมพัฒนาทักษะการออกแบบผ้าลายอัตลักษณ์ประจำอำเภอทั้ง 10 อำเภอ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการต่อยอดทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

งานครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมของผ้าพื้นถิ่นจังหวัดตรังเท่านั้น หากยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

‘Soundcore’ โชว์เทคโนโลยี ANC และ Dolby Audio มอบประสบการณ์เสียงเหนือระดับ

‘Soundcore’ โชว์เทคโนโลยี ANC และ Dolby Audio มอบประสบการณ์เสียงเหนือระดับ

‘Soundcore’ โชว์เทคโนโลยี ANC และ Dolby Audio มอบประสบการณ์เสียงเหนือระดับ

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.10 น.

Soundcore แบรนด์เครื่องเสียงระดับพรีเมียมในเครือของแองเคอร์ อินโนเวชั่น (Anker Innovations) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเสียงไร้สายอันดับ 3 ของโลกด้านยอดจำหน่ายหูฟังไร้สาย ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ล้ำสมัย Soundcore Liberty 5 ANC  “หูฟังตัดเสียงรบกวนสำหรับการสนทนาที่ดีที่สุด” ในราคา 2,999 บาท โดยผสานเทคโนโลยี Adaptive ANC 3.0 อันทรงพลังและเทคโนโลยีระดับโรงภาพยนตร์ Dolby Audio เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำไร้ที่ติ หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมสโลแกน “Liberty On, Noise Off” ที่สะท้อนเป้าหมายในการมอบความเงียบสงบตลอดการเดินทางให้กับนักเดินทางยุคใหม่

จากธุรกิจสตาร์ทอัพสู่ผู้นำระดับโลกในเวลาเพียง 8 ปี Soundcore ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 ในฐานะสตาร์ทอัพน้องใหม่ และในเวลาเพียงแค่ 8 ปี ได้สร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมตลาดที่เคยถูกครองโดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่มานานหลายทศวรรษ จนก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลก

นายลีออน หวู่ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Anker Innovations กล่าวว่า “การที่ Soundcore ติด 3 อันดับแรกของโลก เป็นข้อพิสูจน์ถึงพันธกิจของ Anker Innovations ที่ว่า “จุดประกายความเป็นไปได้ผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย” การเป็นผู้นำที่แท้จริงหมายถึงการให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นอันดับแรก เราจึงสร้างโซลูชันเทคโนโลยีที่ปรับเข้ากับชีวิต ไม่ใช่ให้ชีวิตต้องปรับเข้ากับเทคโนโลยี  ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายในอีโคซิสเต็มของเรา ตั้งแต่เทคโนโลยีการชาร์จล้ำสมัยของ Anker Innovations ไปจนถึงระบบอัจฉริยะสำหรับบ้านของแบรนด์ eufy”

หลังจากซีรีส์ Liberty 4 สร้างปรากฏการณ์และได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Soundcore จึงภูมิใจนำเสนอ Liberty 5 ANC นวัตกรรมหูฟังรุ่นอัพเกรดล่าสุดที่มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียมด้วยความชัดเจนเหนือระดับ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางและการท่องเที่ยวทุกรูปแบบตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง

การตัดเสียงรบกวนที่เหนือชั้น: ประสิทธิภาพการตัดเสียงพูดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เทคโนโลยี Adaptive ANC 3.0 ของ Soundcore Liberty 5 ANC ผสานการออกแบบห้องเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และการประมวลผลขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตัดเสียงพูดได้มากกว่ารุ่นก่อนถึงสองเท่า[2] โดยมุ่งลดเสียงในช่วงความถี่เสียงพูด 30Hz-3kHz ซึ่งเป็นช่วงที่พลังงานเสียงพูดมีความเข้มข้นมากที่สุด ระบบจะลดความถี่ของเสียงพูดอย่างเฉพาะเจาะจงพร้อมกับสแกนสภาพแวดล้อม 180 ครั้งต่อนาทีเพื่อปรับการตัดเสียงแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การเดินทางบนรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินเงียบสงบยิ่งขึ้น มาพร้อมไมโครโฟน หกตัว ซึ่งจะทำงานเพื่อจับเสียงพูดอย่างคมชัด พร้อมกรองเสียงรบกวนรอบข้างอย่างมีประสิทธิภาพ

เสียงระดับโรงภาพยนตร์สำหรับทุกการผจญภัย Soundcore Liberty 5 ANC มอบประสบการณ์เสียงสมจริงราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์ ด้วยเทคโนโลยี Dolby Audio ผู้ใช้สามารถปรับแต่งสภาพแวดล้อมการฟังผ่านแอป Soundcore โดยเลือกจากโหมดที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าสามแบบ ได้แก่ ดนตรี ภาพยนตร์ และพอดแคสต์ เพื่อปรับโปรไฟล์เสียงตามประเภทของคอนเทนต์ที่ชื่นชอบ

หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมไดรเวอร์แบบผสมผสานระหว่างขนแกะและกระดาษขนาด 9.2 มิลลิเมตร ที่ช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียง ทำให้ได้เสียงที่มีความคมชัดในความถี่กลางและสูงมากกว่าหูฟังไร้สายทั่วไปถึงสามเท่า พร้อมรองรับเสียงคุณภาพสูงแบบ LDAC ที่มีบิตเรตสูงกว่าระบบทั่วไปถึง 3 เท่า และได้รับการรับรอง Hi-Res Wireless ช่วยถ่ายทอดรายละเอียดเสียงระดับสตูดิโอในทุกแนวเพลง

เทคโนโลยี Dual Bass Tube เพิ่มเสียงสะท้อนความถี่ต่ำด้วยการปรับการไหลของอากาศให้เหมาะสม ทำให้ได้เสียงเบสที่แน่นลึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งผสานกลมกลืนกับเวทีเสียงได้อย่างลงตัว

ออกแบบมาเพื่อการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด Soundcore Liberty 5 ANC มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นการเดินทางและเน้นพกพา มาพร้อมตัวเครื่องที่บางลงและได้รับมาตรฐาน IP55 ซึ่งรับประกันความทนทานในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ด้วยการชาร์จเพียง 10 นาทีในเคส สามารถใช้งานได้นานถึง 5 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าหูฟังพร้อมใช้งานตลอดเวลา เมื่อชาร์จเต็ม หูฟังสามารถใช้งานได้นานถึง12 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC และ 8 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และเมื่อรวมกับเคสชาร์จ จะสามารถใช้งานได้รวมสูงสุดถึง 48 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC หรือ 32 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC

Soundcore Liberty 5 ANC รองรับ Bluetooth 5.4 เพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียรในระยะไกล 15 เมตร และ รองรับ Google Fast Pair ช่วยให้จับคู่อุปกรณ์ได้ทันทีผ่านการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัปบนหน้าจอ นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จเคสผ่านการชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยเทคโนโลยี SnapCharge เพิ่มความสะดวกในการใช้งานระหว่างเดินทาง