Science Update : นักวิทย์รัสเซียพัฒนา ‘สารเคลือบเครื่องบิน’ รุ่นใหม่

Science Update : นักวิทย์รัสเซียพัฒนา ‘สารเคลือบเครื่องบิน’ รุ่นใหม่

Science Update : นักวิทย์รัสเซียพัฒนา ‘สารเคลือบเครื่องบิน’ รุ่นใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันคูร์ชาตอฟของรัสเซียเปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์รัสเซียได้พัฒนาสารเคลือบเครื่องบินแบบน้ำหนักเบาที่สามารถลดความถี่ในการซ่อมบำรุงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ระบบสีและสารเคลือบรุ่นใหม่นี้ประกอบด้วยสารเคลือบฟลูออรีเนต โพลียูรีเทน (fluorinated polyurethane) ในหลากหลายสี พร้อมด้วยวานิช (varnish) ที่ทนต่อสภาพอากาศ โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนวัสดุโลหะและวัสดุพอลิเมอร์คอมโพสิตที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน

สถาบันฯ ระบุว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวเลือกจากต่างประเทศ สารเคลือบที่พัฒนาขึ้นในรัสเซียสามารถลดความถี่การซ่อมบำรุงได้อย่างน้อยร้อยละ 40 ลดระยะเวลาการพ่นสีกว่าร้อยละ 50 และมีน้ำหนักเบากว่าถึงร้อยละ 35

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยยังระบุว่าความต้องการใช้สารเคลือบเครื่องบินภายในประเทศของรัสเซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แหวกฟ้าหาฝัน : Pablo Picasso in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Pablo Picasso in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Pablo Picasso in Goulandris Museum Athens

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใน Goulandris Museum Athens ไม่เพียงมีผลงานแนว Post Impressionism จำนวนมากเท่านั้น ยังมีผลงานแนว Cubism ของศิลปินชั้นนำแนวนี้อีกจำนวนมากด้วย แนวทางศิลปะแบบ Cubism ที่เริ่มต้นในปารีสนี้ได้ปฏิวัติไม่เพียงงานจิตรกรรม แต่ยังเป็นนวัตกรรมทั้งทางด้านดนตรี วรรณกรรมและสถาปัตยกรรมด้วย Cubism ถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกถูกเรียกจาก Juan Gris ศิลปินชาวสเปนว่า Analytic Cubism เป็นแนวทางการเคลื่อนไหวของศิลปะระหว่างปี 1910-12 ในฝรั่งเศส ช่วงที่สองซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 1912-14 ซึ่งมีรูปทรงที่ง่ายกว่าและใช้สีสดใสกว่าเรียกว่า Synthetic Cubism

ศิลปินแนว Cubism จะทำการวิเคราะห์วัตถุต่าง ๆ แล้วแบ่งแยกออกก่อนจะรวมกันใหม่ในเชิงนามธรรมแทนที่จะเขียนวัตถุตามเห็นกันตรง ๆ อย่างทั่วไป ศิลปินแนว Cubism ที่มีชื่อเสียงที่สุดคงไม่มีใครเกิน Pablo Picasso จิตรกร นักประติมากรรม นักเซรามิค และผู้ออกแบบโรงละครชาวสเปนที่มีอิทธิพลต่อศิลปะในคริสต์ศตวรรษที่ 20 มากที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาเกิดวันที่ 25 ตุลาคม 1881 ที่มะละกา แคว้น Andalusia โดยเป็นบุตรคนโตของ Don Jose Ruisz y Blasco จิตรกรที่มีความเชี่ยวชาญในเกี่ยวกับนกและเกมส์ และเป็นภัณฑรักษ์มิวเซียมท้องถิ่น เมื่อบิดาของเขาย้ายไปอยู่ Coruna ในปี 1891 เพื่อไปเป็นศาสตราจารย์ทางด้านศิลปะที่ School of Fine Arts เขาได้เริ่มหัดเขียนภาพและได้ทำการวาดภาพของบิดาที่ค้างไว้จนเสร็จสมบูรณ์ไปหลายชิ้น หลังจากพี่สาวของเขาเสียชีวิตจากไอกรน บิดาของเขาเลยรีบส่งเขาไปเรียนที่ Real Academia de Bellas Artes de San Fernando แต่เขาไม่ชอบการเรียนในโรงเรียนจึงเข้าไปศึกษาศิลปะที่ห้องภาพ Prado แทน ผลงานของเขาเริ่มเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชนตั้งแต่ปี 1897 พอปี 1901 เขาก็เริ่มผลิตผลงานที่มีอัตลักษณ์ของตนเองได้แล้วโดยใช้สีโทนฟ้าเขียวเป็นหลักจนได้ชื่อว่า Blue Period

Young Man with Bouquet ผลงานที่ถูกรังสรรค์ขึ้นในปี 1905 นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานแนวใหม่ของ Picasso โดยเขาเริ่มใช้รูปแบบที่ง่ายขึ้นและเริ่มมีอัตลักษณ์มากขึ้นโดยใช้สีสันที่จัดจ้านขึ้นจากการที่เขาเยี่ยมเยือนละครสัตว์บ่อยครั้ง แม้ว่างานชิ้นนี้จะเริ่มแปลกแยกกับผลงานรุ่นเก่า แต่เขายังคงวาดส่วนของช่อดอกไม้โดยได้รับแรงบันดาลจากงานของ Manet อยู่ดี สำหรับภาพร่าง Bathers นั้น นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า เขาวาดภาพนู้ดได้อย่างมีอัตลักษณ์ตั้งแต่ช่วงต้นของการเป็นศิลปิน แต่นางแบบของเขาจะออกแนวอวบ ๆ หน่อย ส่วน Nude Woman with Raised Arms เป็นผลงานที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น Cubism อย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าเขาได้ฉีกแนวออกจากศิลปะแบบเดิมอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการให้สีและการวางองค์ประกอบของภาพ อีกทั้งยังเห็นการเริ่มใช้เหลี่ยมมุมที่ชัดเจนในทุกจุดของภาพ ถึงกระนั้นก็ตาม นักท่องเที่ยวจะยังมองไม่เห็นการวางภาพแบบ 3 มิติจากผลงานชิ้นนี้อยู่ดี สำหรับภาพร่าง The Painter and His Model นั้น นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าเขาเริ่มวาด 3 มิติ แบบกลับทางแล้ว แม้จะยังไม่เข้าสู่จุดสุดยอดของการเป็นศิลปินก็ตาม

รับมอบเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟ

รับมอบเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟ

รับมอบเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟ

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมด้วย พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัด กทม. รับมอบเครื่องดื่มตราช้าง และผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟ สำหรับบริการเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาร่วมงานนิทรรศการกรุงเทพมหานคร 2568 (BKK EXPO2025) โดยมี ธารทิพย์ ศิรินุพงศ์  ผอ.โครงการพัฒนาชุมชน ,วิรัช เมฆสัมพันธ์ ผอ.ฝ่ายบริหารโครงการพิเศษ  บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ  และสุรพล อุทินทุ กก.ผจก.บจ.เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ (QSNCC) เป็นผู้แทนมอบ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานจัดงานแถลงข่าวการจัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 ก้าวสู่ปีที่ 20 ภายใต้แนวคิด“Research for All เชื่อมต่ออนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมีงานวิจัยมาแสดงกว่า 1,000 ผลงานจากทั่วประเทศ งานนี้มีนักวิจัยร่วมงานคับคั่ง อาทิ รศ.ดร.มล.พินิตพันธุ์ บริพัตร,ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง, ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ,ทนง ลีลาวัฒนสุข,ดร.สมโรฒ โกมลวานิช ร่วมงาน ทั้งนี้การจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ซีพีเอฟ ขานรับนโยบายผู้ว่าฯ ลำพูน เดินหน้าความร่วมมือ ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5

ซีพีเอฟ ขานรับนโยบายผู้ว่าฯ ลำพูน เดินหน้าความร่วมมือ ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5

ซีพีเอฟ ขานรับนโยบายผู้ว่าฯ ลำพูน เดินหน้าความร่วมมือ ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทุกลมหายใจมีค่า “อากาศดี” จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์จากความตั้งใจร่วมกันของทั้งชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ลำพูน…เราไม่ได้แค่หวังให้อากาศกลับมาสดชื่น แต่ทุกภาคส่วนกำลัง “ลงมือทำ” อย่างจริงจังและหนึ่งในพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็ คือ “ความร่วมมือ” ที่กำลังงอกงามขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด วิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ร่วมกับ ฤทธิชัย ภูมิอมร ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจผลิตและขายอาหารสัตว์ภาคเหนือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารซีพีเอฟ โดยมี ประกอบ ยอดยา นายอำเภอแม่ทาและข้าราชการทุกภาคส่วนร่วมประชุมเพื่อเดินหน้านโยบายของผู้ว่าฯลำพูน ในการมุ่งแก้ปัญหาดังกล่าว โดยตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนและวางแผนบูรณาการทุกด้าน ทั้งการสื่อสารสร้างความเข้าใจ การควบคุมพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สอดคล้องกับการที่รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร ภายในปี 2568 การประชุมครั้งนี้ ผู้ว่าฯลำพูนได้ให้คำแนะนำและให้แนวทางในการรักษาป่า เพิ่มพื้นที่ป่า ลดเผาพื้นที่เกษตร เผาพื้นที่ชุมชน เผาพื้นที่ป่า เพื่อร่วมกันลดฝุ่น PM2.5

ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นสนับสนุนนโยบายในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยขานรับนโยบายของจังหวัดและร่วมขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ผ่าน “โครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหา PM2.5” นำร่องในพื้นที่ จ.ลำพูน ซึ่งบริษัทฯมีฐานการผลิตในพื้นที่ ตั้งเป้าดำเนินงาน 3 ปี ตั้งแต่ ปี 2568 ถึง ปี 2570 

ที่ผ่านมาบริษัทฯ ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่เป้าหมายและคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการ ล่าสุดผู้บริหารซีพีเอฟในพื้นที่ จ.ลำพูน ร่วมกับผู้บริหารด้าน CSR จากส่วนกลาง เปิดเวทีสานเสวนาให้กับประชาชน 5 ชุมชนในตำบลทาปลาดุก เพื่อหารือถึงความต้องการของชุมชนในการแก้ปัญหาสู่ความยั่งยืนด้วยการหาแนวทางในการร่วมมือกันเดินหน้าโครงการป้องกันไฟป่า ทั้งการวิเคราะห์สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดทำแผนที่ความเสี่ยงไฟป่า วางแผนดำเนินงาน และดึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลรักษาและป้องกันไฟป่าพร้อมจัดทำปฏิทินชุมชน ผลจากการหารือได้แนวทางที่เหมาะสมและคาดว่าการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหาหมอกควัน และ PM2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งทำแผนรายหมู่บ้านร่วมกับ 7 ชุมชน ในตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา

ปลุกพลังคนไทย ใส่ใจสุขภาพ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11

ปลุกพลังคนไทย ใส่ใจสุขภาพ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11

ปลุกพลังคนไทย ใส่ใจสุขภาพ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะประธานการจัดโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ภายใต้แนวคิด “ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรก (No Stop No STROKE)” พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ,รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช ,นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และ บรรณพจน์ ดามาพงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิไทยคม แถลงความคืบหน้าการจัดโครงการฯ  ณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ประธานจัดโครงการฯ ศ.นพ.อภิชาติ  อัศวมงคลกุล กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการฯ 3 ประการ ได้แก่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี การให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ตลอดจนมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลัง เดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจและสมองให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน รวมทั้งขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหมกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมทั้งพันธมิตรและภาคีเครือข่าย ที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิไทยคม มูลนิธิโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราช กรมประชาสัมพันธ์ Park Run Thailand บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรม ทั้ง 3 รูปแบบ คือ กิจกรรมจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กิจกรรมให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ผ่านนิทรรศการและสื่อประเภทต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมออกกำลังกาย เดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน โดยในปีนี้คาดว่าจะมีการมอบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แก่ผู้ชนะเลิศในการจัดกิจกรรมทั่วประเทศอย่างที่เคยเป็นมา

รศ. นพ.ยงชัย นิละนนท์  ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช กล่าวเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” โดยในปีนี้ยังคงเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายที่จัดโดยความร่วมมือของทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย สู่แรงบันดาลใจที่ส่งต่อให้คนไทยตระหนักถึงการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองด้วยการออกกำลังกายอย่างเป็นกิจวัตร

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กล่าวขอบคุณคณะผู้จัดโครงการฯ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกัน และรักษาโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ร่วมเปลี่ยนพลังการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง เป็นพลังแห่งโอกาสในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดย 30% ของเงินรายได้มอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อสนับสนุนโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ ให้มีความพร้อมในการทำงานสูงสุดต่อไป

บรรณพจน์ ดามาพงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิไทยคม กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ 3 ด้วยการเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกัน และการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้คนไทยลุกขึ้นมาออกกำลังกาย สร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่เข็มแข็ง และสมองที่ดี พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนในโลกยุคใหม่ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ตลอดระยะเวลา 11 ปี ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านคน คณะผู้จัดกิจกรรมมีปณิธานอันแน่วแน่ที่จะส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดประกายคนไทยทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ได้มีโอกาสสร้างสุขภาพที่แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ภายใต้หัวข้อ “ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรก (No Stop No STROKE)” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 สนามจังหวัดกรุงเทพมหานคร จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เวลา 04:00 น. ค่าลงทะเบียนสำหรับบุคคลทั่วไป 360 บาท และสำหรับเยาวชน อายุ 7-18 ปี เพียง 240 บาท ในทุกประเภทกิจกรรม พร้อมรับเสื้อบิบ  เหรียญที่ระลึกโครงการฯ และประกันอุบัติเหตุฟรี ตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากท่านจะได้สร้างสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญกับศิริราชมูลนิธิ พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31สิงหาคม 2568 ที่ https://WRB11.thai.run ติดตามรายละเอียดกิจกรรมสนามจังหวัดอื่นๆได้ทาง : https://www.facebook.com/walkrunbikefighting

คณะศิลปศาสตร์ มธ. จัดเสวนา ‘Miss World: History and Legacy of the Blue Crown’ ร่วมยินดี ‘โอปอล’ คว้ามงกุฎ Miss World

คณะศิลปศาสตร์ มธ. จัดเสวนา ‘Miss World: History and Legacy of the Blue Crown’ ร่วมยินดี ‘โอปอล’ คว้ามงกุฎ Miss World

คณะศิลปศาสตร์ มธ. จัดเสวนา ‘Miss World: History and Legacy of the Blue Crown’ ร่วมยินดี ‘โอปอล’ คว้ามงกุฎ Miss World

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 20.32 น.

เนื่องในโอกาสที่น้องโอปอล สุชาตา ช่วงศรี (นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) คว้ามงกุฎ Miss World ครั้งที่ 72 ให้กับประเทศไทยเมือวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา คณะศิลปศาสตร์ (มธ.) ขอร่วมแสดงความยินดีกับแฟนนางงามชาวไทยทุกท่านด้วยการจัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “Miss World: History and Legacy of the Blue Crown”

ร่วมฟังบรรยายและเสวนาทางวิชาการเรื่อง (1) ประวัติศาสตร์การประกวด Miss World, (2) ประวัติศาสตร์นางงามไทยและการเมือง,(3) การวิเคราะห์ Miss World ผ่านมิติวิชาการ, (4) Miss World จากสเปน ลาตินอเมริกา, (5) ประวัติศาสตร์ประกวดนางงามในฟิลิปปินส์และนางงามฟิลิปปินส์ในการประกวด Miss World โดย ปราโมช ชนะชัยวิรดา, ณัฐธิดา ทองเกษม, ฐิติพงษ์ ด้วงคง และ ผศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์ หงส์จำรัสศิลป์ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็น

ในวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2568

เวลา 13:00-15:00 น.

ผ่านช่องทางออนไลน์

Zoom: Meeting ID 950 9425 5407

หรือ https://zoom.us/j/95094255407

Youtube Live: Faculty of Liberal Arts

Facebook Live: ศิลป์เสวนา คณะศิลปศาสตร์ มธ.

ท้ายนี้ : ขอกราบขอบพระคุณ คุณจูเลีย มอร์ลีย์ ประธานองค์กรมิสเวิลด์ ที่เล็งเห็นความสามารถของน้องโอปอล และมอบมงฟ้ามงแรกให้กับประเทศไทย และขอแสดงความยินดีกับแฟนนางงามชาวไทยทุกท่านอีกครั้ง

‘SAKON Global Market 2025’ เปิดเวทีใหม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

‘SAKON Global Market 2025’ เปิดเวทีใหม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

‘SAKON Global Market 2025’ เปิดเวทีใหม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.32 น.

จังหวัดสกลนคร โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร จัดงานแสดงสินค้า “สินค้าดี สกลนคร สู่สากล SAKON Global Market 2025” เป็นเวทีที่รวบรวมสินค้าจากจังหวัดสกลนคร เช่น ผ้าคราม ธรรมชาติสกลนคร ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี น้ำหมากเม่าสกลนคร เนื้อโคขุนโพนยางคำ สินค้าเด่น สินค้าดัง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ 

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า จังหวัดสกลนคร เป็นจังหวัดที่มีความสามารถ ในการผลิตสินค้าที่มีศักยภาพหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้า GI ซึ่งจังหวัดสกลนคร ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนสินค้า GI จำนวน 5 ชนิดสินค้า ได้แก่ น้ำหมากเม่าสกลนคร หมากเม่าสกลนคร ผ้าครามธรรมชาติ ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี และเนื้อโคขุนโพนยางคำ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ สร้างงาน จากการผลิต และจำหน่ายสินค้า และสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น  โดยงาน “สินค้าดี สกลนคร สู่สากล SAKON Global Market 2025 ” มีการคัดสรรสินค้าคุณภาพ จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสกลนคร ทั้งสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป เสื้อผ้าพื้นเมือง สินค้า นวัตกรรม  ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก สินค้าสมุนไพร  โดยกิจกรรมสำคัญภายในงาน นอกจากเป็นการ แสดงและจำหน่ายสินค้าแล้ว  ยังมีการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) หรือการเชื่อมโยงการค้า ล้วนแสดงถึง ศักยภาพของผู้ประกอบการจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่นำเสนอสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่งดงามของจังหวัดสกลนคร 

การจัดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า GI และสินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดสกลนคร ภายใต้ ชื่องาน “สินค้าดี สกลนคร สู่สากล SAKON Global Market 2025 ” ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 มิถุนายน 2568 ณ ลาน Super sport ชั้น 1 โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  โดยมีผู้ประกอบการจากจังหวัด สกลนคร  เข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 50 คูหา กิจกรรมการแสดงจากศิลปิน T-REX  ศิลปิน บิว กัลยาณี การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเดินแฟชั่นโชว์ Kram Couture : Local to Global  และกิจกรรมส่งเสริมการขาย แชะ แชร์ โชว์, นาทีทอง ,จับรางวัลลุ้นโชค ทุกวัน  

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ จะพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ สินค้า GI และสินค้าคุณภาพ ของจังหวัดสกลนคร ขยายช่องทางอาชีพ เพิ่มรายได้ สามารถแข่งขันและเชื่อมโยงการค้าได้ทั้งใน และต่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ตรงความต้องการของตลาด และเป็นการประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์สินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความเข้าใจ เข้าถึงสินค้าได้เป็นอย่างดี  ทำให้ผู้ประกอบการได้มี โอกาส และช่องทางการค้ามากขึ้น ตลอดจนเป็นการเชื่อมวัฒนธรรมต่างภูมิภาคสามารถประชาสัมพันธ์ สินค้า GI สินค้าที่มีศักยภาพ ตลอดจนการท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนคร  ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

-(016)

เริ่มแล้ว! มหกรรมสินค้าอัตลักษณ์แดนใต้ มหัศจรรย์ผลไม้ชุมพร ‘UNIQUENESS OF THE SOUTHERN’

เริ่มแล้ว! มหกรรมสินค้าอัตลักษณ์แดนใต้ มหัศจรรย์ผลไม้ชุมพร ‘UNIQUENESS OF THE SOUTHERN’

เริ่มแล้ว! มหกรรมสินค้าอัตลักษณ์แดนใต้ มหัศจรรย์ผลไม้ชุมพร ‘UNIQUENESS OF THE SOUTHERN’

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.54 น.

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานพิธีเปิดงาน“UNIQUENESS OF THE SOUTHERN” ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการสินค้าอัตลักษณ์แดนใต้ มหัศจรรย์ผลไม้ชุมพร การจัดแสดง/จําหน่ายสินค้าและการเจรจาธุรกิจ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร

ชุมพร เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สําคัญของภาคใต้  โดยมีผลผลิตภาคการเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผลิตทุเรียน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา โดยทุเรียน  มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ในปี 2566 มีพื้นที่เพาะปลูก 279,254 ไร่ ผลผลิตรวม 271,470 ตัน ออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม ของปี มังคุด มีพื้นที่เพาะปลูก 44,361 ไร่ ผลผลิตรวม 57,111 ตัน ออกสู่ตลาดมากในช่วงปลายเดือนมิถุนายน – ต้นกรกฎาคม ของปี และจังหวัดชุมพรเป็นศูนย์รวบรวมผลไม้ของภาคใต้ เพื่อส่งไปยังตลาดปลายทาง ทั้งภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะทุเรียนที่มีการส่งออกประมาณ ร้อยละ 80 ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด ตลาดปลายทางหลักคือประเทศจีน มีปริมาณการส่งออกทุเรียนของภาคใต้   ไปยังประเทศจีน จํานวน 283,450 ตัน มูลค่าการส่งออก 40,567,936,500 บาท  ดังนั้น  สํานักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร  ได้ตระหนักถึงความสําคัญในการกระจายผลผลิต ซึ่งไม่ควรพึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียว  ควรที่จะส่งเสริมการตลาดผลไม้ภายในประเทศและสร้างการรับรู้โดยการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การบริโภคผลไม้คุณภาพของจังหวัดชุมพร  นอกจากนี้ยังมีสินค้าอัตลักษณ์ สินค้า GI และสินค้า BCG ที่ควรส่งเสริมประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาดสินค้าของจังหวัดชุมพรให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น  

จังหวัดชุมพร โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร จึงได้ดำเนินการจัดงาน “UNIQUENESS OF THE SOUTHERN” การจัดแสดง/จําหน่ายสินค้าและการเจรจาธุรกิจ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568  โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม ดังนี้

1 เพื่อสร้างโอกาสและขยายช่องการตลาดของเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการของจังหวัดชุมพร 

2 เพื่อเชื่อมโยงตลาด สร้างเครือข่ายการตลาดในภูมิภาคอื่นๆ และต่างประเทศ 

3 เพื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้ของจังหวัดชุมพรให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น 

โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการของจังหวัดชุมพร และจังหวัดอื่น

โดยกิจกรรมภายใต้โครงการสินค้าอัตลักษณ์แดนใต้ มหัศจรรย์ผลไม้ชุมพร จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การเจรจาธุรกิจ และการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า โดยการเจรจาธุรกิจจะจัดขึ้นจำนวน    2 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจทั้ง ณ สถานที่จัดงานและออนไลน์ รวม 20 ราย เป็นคู่ค้าจากประเทศ ญี่ปุ่น และอินเดีย 5 ราย

และเจรจาธุรกิจครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการจัด แสดงและจำหน่ายสินค้า ระหว่างวันที่ 6-10 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.  ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กรุงเทพมหานคร ภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าคุณภาพของผู้ประกอบการจังหวัดชุมพร อาทิ ผลไม้, สินค้า OTOP, SMEs, สินค้า GI, และผลิตภัณฑ์ชุมชนชั้นเยี่ยม จำนวน 50 คูหา มีกิจกรรมร่วมสนุก อาทิ สินค้านาทีทอง แชะแชร์รับคูปองส่วนลด และลุ้นรับของรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมาย พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เก่ง-ธชยะ ก้านตอง ทุ่งเงิน ไม้เมือง ศาล สานศิลป์  นุ้ย สุวีณา  

 จึงขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร จังหวัดใกล้เคียง มาร่วมช้อป ชิมแชร์ ในงาน มหัศจรรย์ผลไม้ชุมพร  เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของจังหวัดชุมพรในครั้งนี้  ให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์.

-(016)

‘หยั่งรากลึกในไทย’ ส.ค้าวิสาหกิจจีน-ไทย เผยรายงานวิสาหกิจจีนสร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย

‘หยั่งรากลึกในไทย’ ส.ค้าวิสาหกิจจีน-ไทย เผยรายงานวิสาหกิจจีนสร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย

‘หยั่งรากลึกในไทย’ ส.ค้าวิสาหกิจจีน-ไทย เผยรายงานวิสาหกิจจีนสร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.06 น.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2025 มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานการมีส่วนร่วมของบริษัทจีนในสังคมไทย ภายใต้หัวข้อ “หยั่งรากลึกในไทย — สร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย” ณ กรุงแบงคอกอย่างยิ่งใหญ่ มีบุคคลสำคัญจากแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจของไทยเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เสริมสร้างความสำคัญให้กับการเผยแพร่รายงานฉบับนี้ ทั้งยังมีสื่อมวลชนกระแสหลักจากทั้งจีนและไทยหลายสิบสำนักมาร่วมทำข่าว สะท้อนถึงความสนใจและความสำคัญของรายงานนี้เป็นอย่างยิ่ง

รายงาน “หยั่งรากลึกในไทย — สร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย” ซึ่งจัดทำและเผยแพร่โดยสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน ได้บันทึกภาพสะท้อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-ไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างครบถ้วน ละเอียดและรอบด้าน ถ่ายทอดเรื่องราวการขยายธุรกิจของบริษัทจีนในไทยอย่างไม่ลดละ ตลอดจนย้อนรำลึกถึงคุณูปการสำคัญของธุรกิจจีนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การพัฒนาสังคม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสร้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย นำเสนอภาพรวมแห่งความสำเร็จและบทบาทสำคัญของธุรกิจจีนที่มีต่อการพัฒนาประเทศไทยในหลากหลายมิติ

ภายในงานมีบุคคลสำคัญจากทั้งสองประเทศจีน-ไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายเจียง เว่ย อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, นายหลิว ฉวนเล่ย ประธานสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน, นายวิบูลย์ สุภาคารพงศ์กุล (Mr. Viboon Supakarapongkul) รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายหลี่ กุ้ยสง รองประธานหอการค้าไทย-จีน, นายหลิน จวิ้นหราน ประธานสมาคมพ่อค้าไทยจีน, นายหลิน เจียหนาน ประธานมูลนิธิมิตรภาพไทย-จีน รวมถึงตัวแทนพนักงานจีน-ไทยจากบริษัทจีนในไทย และผู้บริหารจากหน่วยงานสวัสดิการสังคมของไทยที่ได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทจีน เข้าร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง ทุกท่านได้ให้ความสนใจรับฟังเนื้อหาของรายงานอย่างตั้งใจ พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทและคุณูปการสำคัญของธุรกิจจีนในไทยที่มีต่อสังคมไทย

ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายเจียง เว่ย อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า จีนและไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญของกันและกันมาอย่างยาวนาน มีบริษัทจีนจำนวนมากเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่น สร้างงานให้แก่ประชาชน สนับสนุนการส่งออกของไทย และขับเคลื่อนความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรมระหว่างจีน-ไทย บริษัทจีนในไทยยังหลอมรวมเข้ากับสังคมท้องถิ่นอย่างแข็งขัน มีบทบาทสำคัญด้านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ใส่ใจความเป็นอยู่ของประชาชน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และยึดมั่นในพันธกิจ “หยั่งรากลึกในไทย สร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย” อย่างเป็นรูปธรรม รายงานฉบับนี้จึงเป็นทั้งเวทีในการแสดงออกและเป็นการเชิญชวนให้บริษัทจีนในไทยเดินหน้าสร้างความผูกพันแน่นแฟ้นกับสังคมไทย ร่วมแบ่งปันความสำเร็จและสร้างอนาคตร่วมกัน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายหลิว ฉวนเล่ย ประธานสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน ได้กล่าวว่า รายงานการมีส่วนร่วมฉบับนี้เป็นภาพสะท้อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-ไทยอย่างเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างสำคัญของการที่บริษัทจีนเข้ามาลงทุนในไทยและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของไทยอย่างลงตัว เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายตัวสู่สากลของธุรกิจจีน อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดความผูกพันทางใจและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศอย่างลึกซึ้ง เชื่อมั่นว่าสังคมไทยจะมองเห็นว่า บริษัทจีนที่กำลังขยันขันแข็งประกอบธุรกิจในไทย ล้วนมีจิตใจยึดมั่นต่อการพัฒนาของไทย ใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย และอุทิศตนเพื่อสังคมไทย ดั่งคำกล่าวที่ว่า “หยั่งรากในผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ เจริญเติบโตเบิกบานสู่แสงตะวัน” ซึ่งกลุ่มธุรกิจจีนในไทยถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ขาดไม่ได้ของมิตรภาพจีน-ไทย

ภายในพิธีเปิดตัวรายงาน บรรดาแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการของทั้งจีนและไทยได้ร่วมกันขึ้นเวที ประกอบพิธีเปิดม่านรายงานการมีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงนับถอยหลังสร้างบรรยากาศที่ตื่นเต้นเร้าใจ

ตัวแทนพนักงานไทยของบริษัทจีนในไทย ตลอดจนองค์กรสังคมสงเคราะห์และบุคคลจากสังคมไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทจีน ก็ได้ขึ้นเวทีร่วมถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์จริงของตนเอง ถ่ายทอดถึงบทบาทของบริษัทจีนที่มีต่อการพัฒนาสังคมไทยผ่านมุมมองและประสบการณ์ตรง

คุณนันกะพน (ชื่อภาษาจีน: 张若兰) ครูชาวไทยจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ได้กล่าวบรรยายด้วยภาษาจีนและไทยอย่างคล่องแคล่ว ถ่ายทอดเรื่องราวการที่ธนาคารจีนในไทยได้ให้ความช่วยเหลือโรงเรียนสอนคนตาบอดทั้งด้านการเรียนภาษาจีนและการจัดพิมพ์หนังสืออักษรเบรลล์ภาษาจีนเล่มแรกของประเทศไทย พร้อมย้อนรำลึกถึงความเมตตาและความห่วงใยของบริษัทจีนในไทยที่มีต่อกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกันด้วยสายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง

นายอนันต์ เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังจากระยอง ได้ขึ้นเวทีถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง ถึงการที่บริษัท China National Cereals, Oils and Foodstuffs Corporation (COFCO Biochemical) เข้ามารับซื้อมันสำปะหลังในไทย ทำให้อาชีพเพาะปลูกมันสำปะหลังที่เคยประสบความยากลำบากของเขาได้รับโอกาสครั้งใหม่ COFCO Biochemical ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย แต่ยังช่วยขยายขีดความสามารถในการผลิต แนะนำเทคนิคการเพิ่มผลผลิต พัฒนาสายพันธุ์ และสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจรทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ นำมาซึ่งประโยชน์อันเป็นรูปธรรมแก่เกษตรกรไทยอย่างแท้จริง

นายปวี (ชื่อภาษาจีน: 陈督恩) พนักงานชาวไทยจากบริษัท BYD (Thailand) Co., Ltd. ได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัว หลังเข้าร่วมงานกับ BYD เมื่อสามปีก่อน เขาสามารถพัฒนาศักยภาพการทำงาน ยกระดับทักษะทางวิชาชีพ และมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในโครงการสำคัญของบริษัทในประเทศไทย พร้อมกับเติบโตร่วมกับเพื่อนร่วมงานชาวจีน ก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน ทั้งยังถ่ายทอดให้เห็นเส้นทางความก้าวหน้าของพนักงานไทยในบริษัทจีน จากบทบาท “ผู้ติดตาม” สู่การเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญของบริษัทจีนในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการบ่มเพาะบุคลากรคุณภาพ

การขยายธุรกิจของบริษัทจีนในไทย ไม่เพียงแต่เป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่ลึกซึ้งระหว่างจีน-ไทยเท่านั้น หากยังนำพาโอกาสการพัฒนาที่สำคัญมาสู่ประเทศไทย ด้วยความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างบริษัทจีนกับพันธมิตรในท้องถิ่น เศรษฐกิจไทยได้รับการขับเคลื่อน การจ้างงานขยายตัว เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด จนทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก และเป็นศูนย์กลางกำลังการผลิตชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเผยแพร่รายงาน “หยั่งรากลึกในไทย — สร้างคุณประโยชน์เพื่อไทย” ได้สร้างกระแสความสนใจและความประทับใจอย่างกว้างขวางในหมู่แวดวงเศรษฐกิจไทย สื่อมวลชนไทย รวมถึงสังคมไทยโดยรวม ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนไทยที่มีต่อบริษัทจีนในไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-ไทยในอนาคต เปิดทางให้มีบริษัทจีนเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

-(016)