‘ปริม ปราชญ์นคร’ สาวน้อยวัย 17 ปี ผู้พกความฝันและตุ๊กตานำโชคสู่วงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026’

‘ปริม ปราชญ์นคร’ สาวน้อยวัย 17 ปี ผู้พกความฝันและตุ๊กตานำโชคสู่วงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026’

‘ปริม ปราชญ์นคร’ สาวน้อยวัย 17 ปี ผู้พกความฝันและตุ๊กตานำโชคสู่วงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026’

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.35 น.

ชลบุรี-ท่ามกลางนักกอล์ฟสตรีระดับโลก 72 คน ที่พร้อมประชันวงสวิงในศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” ครั้งที่ 19 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา มีชื่อของเด็กสาววัย 17 ปีคนหนึ่งปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน และเธอคือ “ปริม ปราชญ์นคร” นักกอล์ฟสมัครเล่นเพียงคนเดียวของรายการในปีนี้

สำหรับใครหลายคน นี่คือการแข่งขันระดับโลก แต่สำหรับปริม นี่คือความฝันในวัยเด็กที่กำลังกลายเป็นความจริง ย้อนกลับไปเมื่ออายุเพียง 9 ขวบ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเคยมานั่งดูการแข่งขันรายการนี้กับครอบครัว เธอเงยหน้ามองโปรระดับโลกที่เดินผ่านหน้าแฟร์เวย์ แล้วบอกตัวเองเงียบ ๆ ว่า “สักวันหนึ่ง หนูอยากลงเล่นในสนามนี้บ้าง”

วันนี้ เธอได้ทำตามคำสัญญานั้นกับตัวเองแล้ว ปริมในวัย 17 ปี คือหนึ่งในนักกอล์ฟทีมชาติไทย เจ้าของ 2 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปลายปี 2025 รวมถึงแชมป์ระดับนานาชาติหลายรายการ ทั้ง มันดิรี ชีปูตรา กอล์ฟเพรอเนอร์ จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่อินโดนีเซีย, ยูเออีคัพ, สิงคโปร์ วีเมนส์ โอเพ่น อะเมเจอร์ และ ฟินนิช วีเมนส์ อะเมเจอร์ ปี 2024

เส้นทางของเธอไม่ได้เริ่มต้นจากความตั้งใจจะเป็นนักกอล์ฟตั้งแต่แรก เด็กหญิงที่เคยเล่นกีฬาหลากหลายชนิด ค่อย ๆ หลงรักกอล์ฟอย่างจริงจังเมื่ออายุ 9 ขวบ ภายใต้แรงสนับสนุนของคุณพ่อ ยศวิน ปราชญ์นคร ผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง และผู้ใกล้ชิดวงการกอล์ฟ จากการซ้อมเล็ก ๆ ในวันนั้น สู่การสวมเสื้อทีมชาติไทยในวันนี้ ทุกก้าวคือการเติบโตที่ไม่รีบร้อน

นอกสนาม ปริมยังคงเป็นวัยรุ่นธรรมดา เมื่อว่างจากการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน เธอชอบใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เล่นสเก็ตบอร์ด หรือสนุกเกอร์ รวมถึงติดตามรายการโปรดอย่าง “The Face Thailand” ที่เธอชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก เพราะเธอมีอีกหนึ่งความฝันเล็ก ๆ ว่าอยากลองเป็นนางแบบดูสักครั้งในชีวิต แต่เมื่อก้าวเข้าสู่สนามกอล์ฟ เธอกลับโฟกัสเต็มที่กับทุกช็อต และพกตุ๊กตานำโชคอย่างแพทริก สตาร์ จากการ์ตูน SpongeBob SquarePants และ Monchhichi อีกหลายตัวห้อยติดถุงกอล์ฟไว้เสมอ เพื่อเตือนตัวเองให้ “เล่นให้สนุก” ในทุกครั้งที่ลงแข่ง”

“หนูจะไม่ตั้งความหวังกับตัวเองมากเกินไปค่ะ แค่ออกไปเล่นให้เต็มที่และสนุกกับเกมของตัวเอง หนูเชื่อว่าถ้าเราผ่อนคลาย ผลงานจะออกมาดีที่สุด” คำพูดของเธอฟังดูเรียบง่าย แต่ซ่อนความเข้าใจในเกมและในตัวเองเกินวัย ปริมยอมรับว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” คือหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เธออยากก้าวสู่เวทีโลก “หนูว่ารายการนี้เป็นรายการที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของกอล์ฟหญิงไทย มันทำให้เด็ก ๆ เห็นว่าความฝันไปได้ไกลแค่ไหน หนูก็อยากเป็นนักกอล์ฟอาชีพ และเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ในอนาคต ถ้ายังไม่ผ่านการคัดเลือก ก็อาจเริ่มจากเอปสัน ทัวร์ เพื่อเก็บประสบการณ์ก่อนค่ะ”

เส้นทางของเธอวางไว้ชัดเจน ปริมมีแผนไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ก่อนก้าวสู่การเทิร์นโปรเต็มตัว อนาคตยังอีกยาวไกล แต่ก้าวแรกบนเวทีแอลพีจีเอได้เริ่มต้นแล้ว ในแต่ละสัปดาห์ของแอลพีจีเอ ทัวร์ เรามักเห็นธงชาติไทยปรากฏอยู่ในฟิลด์การแข่งขัน และอาจไม่นานเกินรอ ชื่อของ “ปริม ปราชญ์นคร” จะกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่แฟนกอล์ฟทั่วโลกคุ้นเคย

วันนี้ เธออาจเป็นเพียงนักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 17 ปี แต่ความกล้าฝันของเธอ…กำลังเติบโตเร็วกว่าวัย และตุ๊กตานำโชคที่ห้อยอยู่ข้างถุงกอล์ฟ อาจเป็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของการเตือนตัวเองเสมอว่า ไม่ว่าจะยืนอยู่บนเวทีระดับไหน อย่าลืมเล่นให้สนุก

คอนเสิร์ตรับวาเลนไทน์ ‘ELVIS IN LOVE’ รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

คอนเสิร์ตรับวาเลนไทน์ 'ELVIS IN LOVE' รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

คอนเสิร์ตรับวาเลนไทน์ ‘ELVIS IN LOVE’ รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.27 น.

จบลงด้วยความประทับใจ สำหรับคอนเสิร์ต “ELVIS IN LOVE” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง คอนเสิร์ตแรกแห่งปีต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก โดยนำ บทเพลงรักหลากสไตล์ของ เอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล มาถ่ายทอดผ่านเสียงร้องของเหล่านักร้องเอลวิสชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ที่มาโชว์เสียงร้องอันไพเราะ พร้อมโชว์ลีลาท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ 

นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นำศิลปินนักร้องและนักดนตรี วง Big Band เฉลิมราชย์ ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต โดยมีโก๋รุ่นเก๋า อ.วิรัช อยู่ถาวร(ศิลปินแห่งชาติ) เป็นผู้ควบคุมนักดนตรีฝีมือฉกาจร่วมบรรเลง คอรัสคุณภาพ ศุภกิจ กัลยาณกุล(เข้ม) – นัฏฐ์นลี สุรพลานันท์(น้อง) โกมุท คงเทศ พิธีกรอารมณ์ดี นำเข้าสู่บรรยากาศคอนเสิร์ต พาแฟนคลับย้อนเข้าสู่ยุคเอลวิส เพรสลีย์ ครองตลาดเพลงโลก 

เปิดตัวด้วย วสุ แสงสิงแก้ว, เล็ก เพรสลี่ย์, ผุสดี เอื้อเฟื้อ, จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, วิชญ ผาติหัตถกร, ศตวรรษ ตุงคะรัต และนนทิยา จิวบางป่า พร้อมด้วยเอลวิสรุ่นใหม่แชมป์จากเวที “โก๋หลังวัง” ชลธาร เซ็นเชาวนิช (บาร็อก) และ ณัฐภัท กปิลกาญจน์ (เฟิร์ส) ร่วมถ่ายทอดเพลงรักหลากหลายอารมณ์ ซึ่งเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตเป็นที่รู้จักทั่วโลก มาให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม อาทิ Heartbreak Hotel, It’s now or never, Make me know it, Welcome to my world, The girl of my best friend, Surrender, I Need Your Love Tonight, And I love you so, Let it be me, What’d I say, Blue suede shoes ที่ผู้ชมร้องตามกันได้แทบทุกเพลง 


 
ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงรักจังหวะสนุกๆ ที่นักร้องเอลวิสเมืองไทยออกมาขับร้องหมู่ร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศความสนุกสนาน เต็มอิ่มกันไปทั้งนักร้อง นักดนตรี ผู้ชมและผู้จัด

สำหรับผู้ที่พลาดชมคอนเสิร์ต ELVIS IN LOVE ในครั้งนี้ ท่านสามารถติดตามรับชมข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ ศาลาเฉลิมกรุง เพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสารดีๆ

2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า ‘น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มี.ค. 2569 ณ สยามพารากอน

2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า 'น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'  ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มี.ค. 2569 ณ สยามพารากอน

2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า ‘น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มี.ค. 2569 ณ สยามพารากอน

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.17 น.

สยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ พร้อมด้วยศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ร่วมกันจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการศิลปกรรมอันวิจิตร งดงาม และร่วมสมัย ตั้งแต่วันนี้ถึง  25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

ชฎาทิพ จูตระกูล, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, อ.ปรีชา เถาทอง, ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, อ.ถาวร โกอุดมวิทย์ และผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

ชฎาทิพ จูตระกูล, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, อ.ปรีชา เถาทอง และอ.ถาวร โกอุดมวิทย์

นิติกร กรัยวิเชียร, ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ

อัญชะลี ไพรีรัก ผู้อำนวยการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า, จันทร์จิรา จูแจ้ง และชฎาทิพ จูตระกูล

จรรยา สว่างจิตร, พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ

สำหรับพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อค่ำวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ตลอดจนศิลปินมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ  ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, จรสิริ สุกรเกยูร, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, จรรยา สว่างจิตร, พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ, สลิล ล่ำซำ, ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์,
ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์, นิติกร กรัยวิเชียร และ เสริมคุณ-วาดฝัน คุณาวงศ์ 
เป็นต้น

สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

ครอบครัวบุณยัษฐิติ

ดอย ธิเบศร์, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และธัญลักษณ์ นาคเงิน

ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ และสลิล ล่ำซำ

นิทรรศการครั้งนี้มีความพิเศษยิ่ง ด้วยการนำเสนอผลงานจาก 2 นิทรรศการสำคัญ โดยศิลปินแห่งชาติ 2 ท่าน ได้แก่ นิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” และ นิทรรศการ “กราบ / สักการะ” ซึ่งศิลปินระดับ
ชั้นครูของไทยร่วมถ่ายทอดความหมายแห่งการน้อมรำลึกให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ชวนผู้ชมสัมผัสความซาบซึ้งทั้งในมิติของ “ความงาม” และ “ความหมาย” ที่ประณีตลึกซึ้ง

ย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง

นิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2552 นำเสนอผลงานที่ตั้งอยู่บนแนวคิดหลัก “พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า” อันเป็นพระราชดำรัสที่สะท้อนความสัมพันธ์ของการทรงงานที่เกื้อกูลกัน ระหว่าง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผลงาน อ.ปรีชา เถาทอง

อาจารย์ปรีชา ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านภาพแทน “การพัฒนาคน” เปรียบคนเสมือนต้นไม้ในป่าที่ต้องได้รับสายน้ำหล่อเลี้ยงอย่างพอดีจึงจะเติบโตงอกงาม เชื่อมโยงสู่ศาสตร์พระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดการพัฒนาศักยภาพมนุษย์จากภายใน ทำให้นิทรรศการมิใช่เพียงการแสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ หากเป็นพื้นที่แห่งการ “ถอดรหัสพระราชปณิธาน” ผ่านศิลปะ เพื่อสะท้อนการสร้างคน สร้างวัฒนธรรม และสร้างประเทศอย่างยั่งยืน

ผลงาน อ.ปรีชา เถาทอง

“สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในฐานะ ผู้ทรงเห็นคุณค่าของมนุษย์และภูมิปัญญาท้องถิ่น พระองค์ทรงงานเพื่อฟื้นฟูศักดิ์ศรีของชาวบ้านและช่างศิลป์ ให้สามารถนำรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาสร้างสัมมาอาชีพอย่างยั่งยืน พระราชเสาวนีย์ของพระองค์นำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เพียงงดงามในเชิงรูปแบบ แต่มีคุณค่าในเชิง “ระบบคิด” ตั้งแต่การส่งเสริมครูช่าง การสร้างลวดลายที่เป็นลิขสิทธิ์ของไทย ไปจนถึงการยกระดับศิลปาชีพสู่เวทีสากล” อาจารย์ปรีชากล่าวแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งสำคัญนี้  

ผลงานศิลปินชั้นนำของไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานเด่นที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อนจำนวน 9 ชิ้น รวมถึงการรวมพลังของศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร – ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ.2565, ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง, ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ , ผศ.ดร.อภิชาติ ผลประเสริฐ, สนั่น รัตนะ, สมภพ บุตราช , เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ, สมเกียรติ เสียงวังเวง, เชาวฤทธิ์ เตยขาว, นพแก้ว ประยูรเมธา, พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ, รศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส, จักรี คงแก้ว, อิทธิพล พัฒรชนม์, สุริยา นามวงษ์, ธัฐบดินทร์
บุญเนื่อง, ชุมพล พรหมจรรย์ และ ฐิตาภา รัตนะ
 ร่วมรังสรรค์ผลงานเพื่อถวายความเคารพและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดซึ้ง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ 

นิทรรศการ “กราบ / สักการะ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2564 นำเสนอผลงาน จิตรกรรมเทคนิคผสม ที่จัดแสดงภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระราชปณิธานอันมั่นคง ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่เปี่ยมคุณูปการต่อผืนแผ่นดินและประชาชน

ผลงาน อ.ถาวร โกวิทย์อุดม

ผลงานชุดนี้ถ่ายทอด “ความเคารพจากหัวใจ” ผ่านท่วงทำนองของสี เส้น และชั้นเชิงแห่งวัสดุสร้างบรรยากาศสงบ งดงาม และสง่างาม ชวนผู้ชมวางความเร่งรีบของชีวิตลงชั่วครู่ เพื่อพิจารณาความหมายของคำว่า “กราบ” และ “สักการะ” ในฐานะการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ยังคงสถิตในความทรงจำร่วมของสังคมไทย

ผลงาน อ.ถาวร โกวิทย์อุดม

“ผลงานชุดนี้สร้างสรรค์ขึ้นภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงเวลานั้นผมได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านจากสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายแขนง จึงเกิดความตั้งใจอยากนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยเลือกผสาน 3 เทคนิคเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ และภาพวาด หลอมรวมกัน เพื่อต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเคารพและศรัทธาที่มีต่อพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นดั่ง ‘กายานุปติสถาน’ ด้วยพระบุคลิกที่สงบนิ่ง สำรวม สุภาพ อ่อนโยน และงดงาม พระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาสร้างสรรค์ ล้วนสะท้อนพระสิริโฉมอันวิจิตรและสง่างาม อีกทั้งพระองค์ท่านยังทรงเป็นผู้นำด้านรสนิยมและแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา จึงนับเป็น ‘แบบอย่าง’ ที่ประชาชนพร้อมใจกันกราบสักการะอย่างแท้จริง” อ.ถาวร กล่าวถึงแรงบันดาลใจในรังสรรค์ผลงาน

 สัมพันธ์-ดร.อัญจลา จารุมิลินท

 สุริยน ศรีอรทัยกุล

ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย ) มาร่วมแสดงความยินดี กับ 2 ศิลปินแห่งชาติ

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, วรอมาต อมาตยกุล

ดลชัย บุณยะรัตเวช, จิระนันท์ พิตรปรีชา

 เสริมคุณ-วาดฝัน คุณาวงศ์

นิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งนี้ มิได้นำเสนอเพียงความงดงามทางทัศนศิลป์ หากยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัส “แก่นความคิด” อันเป็นรากฐานของการสร้างคน สร้างโอกาส และการหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินด้วยคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม โดยหวังให้แรงบันดาลใจแห่งพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ได้ส่งต่อเป็นพลังบวกในหัวใจของผู้ชมทุกคน

 รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน

บรรยากาศภายในงาน

ทั้งนี้ภายในนิทรรศการจัดแสดงผลงานจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของไทย รวมทั้งสิ้น 48 ผลงาน พร้อมผลงานพิเศษจากศิลปินแห่งชาติ 2 ผลงาน ซึ่ง สยามพารากอน และศิลปินแห่งชาติทั้งสองท่านมีความตั้งใจมอบรายได้จากการจำหน่ายเพื่อสมทบแก่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

Giorgio Armani ร่วมเฉลิมฉลองเวียนนาโอเปราบอลล์ 2026 ด้วยการออกแบบชุดบัลเลต์ในพิธีเปิด

Giorgio Armani ร่วมเฉลิมฉลองเวียนนาโอเปราบอลล์ 2026 ด้วยการออกแบบชุดบัลเลต์ในพิธีเปิด

Giorgio Armani ร่วมเฉลิมฉลองเวียนนาโอเปราบอลล์ 2026 ด้วยการออกแบบชุดบัลเลต์ในพิธีเปิด

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.07 น.

เวียนนาโอเปราบอลล์ ประจำปี 2026 (The 2026 Vienna Opera Ball) งานสังคมและวัฒนธรรมระดับโลกที่ทั่วโลกจับตามอง ได้เปิดฉากขึ้นอย่างงดงาม ณ Wiener Staatsoper โรงอุปรากรแห่งกรุงเวียนนา โดยนักเต้น 16 คู่ที่ร่วมแสดงในพิธีเปิด สวมใส่ชุดที่ตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษโดย Giorgio Armani

การแสดงบัลเลต์นำเสนอโดย Wiener Staatsballett ภายใต้การกำกับศิลป์ของ Alessandra Ferri ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะการแสดงผ่านการแสดงที่งดงามและเปี่ยมด้วยพลัง

โปรเจกต์นี้นับเป็นหนึ่งในผลงานสุดท้ายที่คุณ Armani ดูแลและวางแผนด้วยตนเอง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างเขากับ Alessandra Ferri ตอกย้ำความเชื่อมโยงของแบรนด์กับวงการศิลปะการแสดง และบทบาทในเวทีวัฒนธรรมระดับโลก

และเพื่อเป็นเกียรติแก่ช่วงเวลาพิเศษนี้ Alessandra Ferri ปรากฏตัวในชุดราตรียาวสีฟ้าอ่อนจาก Giorgio Armani ตกแต่งด้วยรายละเอียดงานปักลายเส้นยาว เผยความสง่างามอย่างโดดเด่น

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จับมือเครือซีพี มอบรางวัล ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568 จุดประกายพลังภาพถ่าย สร้างแรงบันดาลใจอนุรักษ์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืนของผืนป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จับมือเครือซีพี มอบรางวัล 'สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ' ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568 จุดประกายพลังภาพถ่าย สร้างแรงบันดาลใจอนุรักษ์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืนของผืนป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จับมือเครือซีพี มอบรางวัล ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568 จุดประกายพลังภาพถ่าย สร้างแรงบันดาลใจอนุรักษ์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืนของผืนป่า

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.23 น.

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) จัดพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ประจำปี 2568 ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ , ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ , ฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือฯ และ จอมกิตติ ศิริกุล  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯ พร้อมผู้บริหารและคณะกรรมการตัดสินผลงานฯ ร่วมมอบรางวัลในงานดังกล่าว  สะท้อนพลังความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน ที่สืบสานภารกิจการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศมากว่า 3 ทศวรรษ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ สัมผัส และถ่ายทอดคุณค่าของทรัพยากรสัตว์ป่า ป่าไม้ และ ระบบนิเวศทางทะเล เพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

โครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “สัตว์มีค่า” และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานถ้วยรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “ป่ามีคุณ” ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมประกวดทั่วประเทศ โดยผลการประกวดประจำปี 2568 ประเภท “สัตว์มีค่า” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ “วิ่งนี้เพื่อครอบครัว” โดย จักรกฤษณ ตรงดี และประเภท “ป่ามีคุณ” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ “อุดมสมบูรณ์” โดย ธนเกียรติ ธีระกาญจน์ ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่า ความงดงาม และความสำคัญของระบบนิเวศไทยได้อย่างลึกซึ้ง

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีพันธกิจหลักในการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งการอนุรักษ์จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โครงการ ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงนโยบายของกระทรวงฯ สู่การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้ศิลปะการถ่ายภาพเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนัก และความหวงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติ

ความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ เครือซีพี สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่กิจกรรมที่สร้างประโยชน์ในหลายมิติ อาทิ การสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสิ่งแวดล้อม ทั้งช่างภาพมืออาชีพ เยาวชน และประชาชนทั่วไป การปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวอย่างของความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อประเทศอย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม

ทั้งนี้ เครือซีพีดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายผลการอนุรักษ์ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ในรูปแบบการจัดนิทรรศการ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ การสนับสนุนเยาวชน และการสร้างพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศไทย ซึ่งในปีนี้ได้จัดแสดงผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดในนิทรรศการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ณ โถงนิทรรศการ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติผ่านมุมมองของช่างภาพมืออาชีพ พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป

“เรามุ่งส่งเสริมคนรุ่นใหม่เห็นว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกภาพถ่ายที่ถูกถ่ายทอดออกไปสามารถสร้างความตระหนักรู้ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสังคมได้ เครือซีพีจะยังคงยืนหยัดสนับสนุนโครงการนี้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน”

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูปลูกปัญญา โทร. 02-858-6279 หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ: สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ / IG: cp_photocontest หรือ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2579-6666 ต่อ 1641-2

มิราเคิล กรุ๊ป ‘ฉลองตรุษจีน ปันน้ำใจ ให้ชุมชน’

มิราเคิล กรุ๊ป 'ฉลองตรุษจีน ปันน้ำใจ ให้ชุมชน'

มิราเคิล กรุ๊ป ‘ฉลองตรุษจีน ปันน้ำใจ ให้ชุมชน’

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.04 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำครอบคครัว พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กับ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น และพนักงานในเครือ มิราเคิล กรุ๊ป ทำพิธีสักการะไหว้เทพเทวาอารักษ์ฟ้าดิน และบรรพบุรุษในวันตรุษจีน พร้อมทั้งมอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา โดยได้มอบสิ่งของทั้งหมดให้กับชาวบ้านในชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว พร้อมกับเลี้ยงอาหารเช้าให้กับชาวบ้านที่มารอรับสิ่งของ

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมครอบครัว วิน-อนัคพล อิงคะกุล ,เพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล และ จันทจิตา อินทะพงษ์

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมครอบครัว วิน-อนัคพล อิงคะกุล ,เพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล และ จันทจิตา อินทะพงษ์

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

วิน-อนัคพล อิงคะกุล และเพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

วิน-อนัคพล อิงคะกุล และเพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

วิน-อนัคพล อิงคะกุล มอบซองอั่งเปา

วิน-อนัคพล อิงคะกุล มอบซองอั่งเปา

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

ชาวบ้านในชุมชน พร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น

ชาวบ้านในชุมชน พร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนเมฆกับลมพายุ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนเมฆกับลมพายุ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนเมฆกับลมพายุ

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนทวีปอเมริกาเหนือ ถิ่นดั้งเดิมของชาวอินเดียนแดง  ที่มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่บรรจบกับท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต     มี ลมพายุ ผู้หยิ่งทะนงในพละกำลังอันรุนแรง และ ก้อนเมฆ ผู้นิ่งสงบ ถ่อมตน

                  ลมพายุมักจะโอ้อวดเสมอว่าตนคือผู้ที่มีอำนาจที่สุดในแผ่นดิน วันหนึ่งขณะที่ลมพายุมองลงไปเห็นเหล่านักเดินทางที่กำลังข้ามทะเลทรายอันร้อนระอุ ลมพายุก็เอ่ยท้าทายก้อนเมฆว่า

                  “เจ้าเมฆผู้นิ่งเฉย ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าพลังที่แท้จริงเป็นอย่างไร ข้าจะทำให้นักเดินทางพวกนั้นยอมสยบต่อข้าด้วยความเกรงกลัว!”

                   ลมพายุเริ่มพัดกระโชกแรง เข้าใส่นักเดินทางอย่างบ้าคลั่ง หวังจะให้เขาก้มหัวหรือปลิวไปตามแรงลม      แต่ผลกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ยิ่งลมพัดแรงเท่าไหร่ นักเดินทางกลับยิ่งกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น พวกเขาโน้มตัวลงต่ำ ต้านทานแรงลมด้วยความโกรธรวมกับความเหนื่อย        ยิ่งลมพายุออกแรงพัดมากเท่าใด   กลุ่มคนก็ยิ่งแข็งขืนและพยายามหลบหนีไปให้พ้นจากความรุนแรงนั้น

                    เมื่อลมพายุอ่อนแรงและหยุดพักด้วยความเหนื่อยล้า    ก้อนเมฆก็ค่อยๆ ลอยเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ  โดยไม่มีเสียงคำรามหรือแรงสั่นสะเทือนใดๆ   ก้อนเมฆขยายตัวออกอย่างนุ่มนวล   บดบังแสงแดดที่แผดเผาร้อนแรง  มอบร่มเงาอันเย็นสบาย ให้กับเหล่านักเดินทางที่กำลังอ่อนเพลีย     

                    ครั้นเมื่อได้สัมผัสถึงความร่มรื่นและเมตตาจากก้อนเมฆ นักเดินทางเหล่านั้นก็เริ่มผ่อนคลายไหล่ที่ตึงเครียด พวกเขาหยุดพักถอดหมวกออก ยิ้มให้กัน และขอบคุณความเย็นสบายที่ได้รับจากท้องฟ้า

                    เหล่านักเดินทางไม่ได้ถูกบังคับให้ทำ แต่พวกเขาชื่นชมก้อนเมฆด้วยความพึงใจจากส่วนลึกของหัวใจ

                    ก้อนเมฆในนิทานนี้ มีความถ่อมตัว (อปจายนมัย) ตามบุญกิริยาวัตถุ  เพราะลอยนิ่งสงบ ไม่โอ้อวดสรรพคุณ และพละกำลังของตน  ขณะที่ลมพายุ ใช้กำลังบังคับเพื่อให้ผู้อื่นสยบยอม      ความอ่อนโยนของก้อนเมฆสามารถชนะความรุนแรงของกำลังลมพายุได้

                    นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า     ความแตกต่างระหว่าง “อำนาจบังคับ” กับ “บารมีแห่งความเมตตา”   ว่า ความรุนแรงและการบังคับขู่เข็ญ นั้นมักจะสร้างแรงต้านทานและการปกป้องตนเอง   ส่วนความนุ่มนวลสามารถโน้มน้าวใจคนให้เกิดการยอมรับด้วยความเต็มใจ   “ความแข็งกร้าวอาจทำให้ชนะด้วยแรงกาย แต่ความอ่อนโยนอาจชนะหัวใจคน”

                   เรียบเรียงจากนิทานพื้นบ้าน ของชนเผ่าอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาเหนือ  เรื่อง  ก้อนเมฆกับลมเหนือ (The Cloud and the North Wind) ว่าด้วยพลังของความนุ่มนวลอ่อนโยนที่ชนะความรุนแรง    โดย ลมพายุพยายามแสดงอำนาจด้วยการพัดกระโชกรุนแรงใส่คนแต่กลับทำให้คนยิ่งต้านทาน        ส่วนก้อนเมฆที่ลอยนิ่งเฉยให้ร่มเงาอย่างอ่อนโยนจนคนพึงใจ

อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “เทิด ด้วย ทำ ประจำปี 2569” เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร..
  • อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด ติดตามการดำเนินงานและหารือแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภาวะนมล้นตลาด โดยมี นัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ให้การต้อนรับ..
  • ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ พร้อม รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย รับมอบเงินจาก ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ เพื่อ กองทุน บุญเสริม – อำพันธ์ ฤทธาภิรมย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ..
  • วิทูร สุริยวนากุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ พร้อม ภิภพ วาสนาอาชาสกุล และ เข็มชาติ สังฆะคาม ให้การต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ พร้อมชาวคณะหลักสูตร Digital CEO#9 มาศึกษาดูงานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ณ สํานักงานใหญ่ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์..
  • ภายในงาน “วันแห่งความทรงจำ” ที่ทาง รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) จัดขึ้น เป็นประจำทุกปี เพื่อมอบความสุขและความทรงจำที่ดี ให้แด่คุณครูเกษียณที่รัก โดยมี สหรัตน์ เพ็ญกุล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และคณะกรรมการ ไปร่วมงานเพื่อมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับคุณครูเกษียณ งานนี้มีศิษย์เก่าฯ ศิษย์ปัจจุบันมาร่วมกราบระลึกถึงพระคุณครูด้วย..
  • ชื่นชม ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ NER ได้มอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพขั้นสูงให้กับ รพ.บ้านกรวด และ รพ.สำโรงทาบ จ.บุรีรัมย์ เพื่อสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด..
  • ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ จัดสรรเวลามาบรรยาย ให้หลักสูตร Digital Jumpstart#3  ตามคำเชิญของ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์..
  • นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ยามนี้ ควงมาดาม พญ.สุภาณี ไปดูดอกเหมยบานที่นครนานกิง 7 วัน..
  • ดร.ชาญ กุลถาวรากร วันเกิดปีนี้พาครอบครัวไปตะลุยกินอาหารอร่อยที่นครโตเกียว..
  • สวด พ.ต.อ.พงษ์เดช แพทย์เจริญ บิดา ดร.จักกนิตต์  คณานุรักษ์ ผอ.ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สนง.เศรษฐกิจดิจิทัล 19-21 ก.พ.18.30 น. ศาลา 9 วัดลาดพร้าว..พระราชทานเพลิงศพ 22 ก.พ.15.00 น..
  • เพื่อนๆชาว เภสัช มช. รุ่น 18 ดีใจกับ ภญ.ทศนาถ เจริญพงพันธุ์ ที่ได้หลานยายคนที่สองให้ชื่อว่า น้องพรีม เป็นน้องสาวพี่เจสัน ที่อายุ 2 ขวบแล้ว..
  • ขอเชิญเภสัชกรที่สนใจ สมัครเข้าร่วมฝึกอบรมระยะสั้นทางเภสัชกรรมสมุนไพร สาขาการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการวิจัย การจัดการคุณภาพวัตถุดิบ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดย ทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ https://phadb.pha.nu.ac.th/shortcourse  หรือโทร 0055963747..

น้องใหม่

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก พร้อมโซนใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำ ไว้ในฮอลล์เดียว

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก พร้อมโซนใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำ ไว้ในฮอลล์เดียว

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก พร้อมโซนใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำ ไว้ในฮอลล์เดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) เตรียมเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้ซื้อและผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ด้วยโซนไฮไลต์ “International Pavilions” ที่รวมความเป็นเลิศด้านงานฝีมือ คุณภาพการผลิต และนวัตกรรมที่โดดเด่นจากทั่วโลก มอบประสบการณ์และโอกาสการจัดหาสินค้าที่ครบวงจร ในแบบ The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub พร้อมเปิดฟีเจอร์ใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำที่มาเติมเต็มมิติการชมงานและโอกาสทางธุรกิจให้เป็นจริงยิ่งขึ้น ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าแล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ผู้จัดงาน www.jewellerygemaseanbkk.com

ความพิเศษของโซน International Pavilions ทำให้งาน JGAB 2026 ในปีนี้แตกต่างและน่าค้นหามากขึ้น ภายในแต่ละโซนจะรวบรวมจุดแข็งของแต่ละตลาดอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อให้ผู้ซื้อได้เลือกสรรตามความต้องการ ทั้งประสบการณ์ความคุ้มค่า ดีไซน์ งานฝีมือ ไปจนถึงนวัตกรรมและรูปแบบการนำเสนอสินค้า พร้อมเปลี่ยนให้การเดินงานครั้งนี้เป็นเหมือน “ศูนย์กลางจัดหาสินค้าเครื่องประดับ” จากทั่วโลก—The Ultimate Sourcing Hub ที่ถูกรวบรวมไว้ในฮอลล์เดียว

ASEAN Pavilion | ดีไซน์ร่วมสมัยและงานฝีมือเชิงวัฒนธรรม ในราคาที่เหมาะสมเพื่อโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้ศักยภาพการผลิตที่คุ้มค่า ควบคู่กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเงินที่หลากหลาย โดยรวบรวมผู้ผลิตจากอาเซียน ซึ่งนำเสนอทั้งดีไซน์ร่วมสมัย งานฝีมือเชิงวัฒนธรรม และสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อในหลายระดับราคาและหลายกลุ่มตลาด พร้อมช่วยให้ผู้ซื้อมองเห็น “ทางเลือกที่เปิดกว้าง” ตั้งแต่ชิ้นงานที่ขายได้จริง ไปจนถึงชิ้นงานที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์China Pavilion | โดดเด่นด้วย Packaging & Lab-grown Diamonds ที่ครอบคลุม ชูความแข็งแกร่งด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และเพชรสังเคราะห์ (Lab-grown Diamonds) ที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพและช่วงราคา พร้อมนำเสนอสินค้าผ่าน Live Streaming Commerce ให้ผู้ซื้อรับชมการสาธิตแบบเรียลไทม์ สามารถสื่อสารกับผู้ผลิตโดยตรง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกสินค้า—ทำให้การตัดสินใจ “ไวขึ้นและง่ายขึ้น” แม้อยู่ท่ามกลางตัวเลือกมากมาย

Sri Lanka Pavilion | World-class Sapphires จาก ‘Mine to Masterpiece’ นำเสนอไพลินคุณภาพระดับโลก (World-class Sapphires) พร้อมถ่ายทอดเส้นทางตั้งแต่เหมือง มาสู่ผลงานเครื่องประดับสำเร็จรูป (Mine to Masterpiece) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทั้งด้านสีสัน คุณภาพ และมรดกการเจียระไนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน—เหมาะกับผู้ซื้อที่อยากเห็นสตอรี่ “เรื่องราวของที่มา” ควบคู่กับความงดงามของพลอยสี

Japan Pavilion | Made in Japan พร้อมคุณค่าจากประวัติศาสตร์ที่พิถีพิถัน จัดแสดงไฟน์จิวเวลรี่ (Fine Jewellery) และไข่มุก (Pearls) คุณภาพสูงภายใต้มาตรฐาน “Made in Japan” ที่โดดเด่นทั้งความประณีต เทคโนโลยีการผลิต และศิลปะช่างขั้นสูง พร้อมนำเสนอ Second-hand Jewellery และ Antique Jewellery ที่มีคุณค่าด้านความหายาก ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์อย่างพิถีพิถัน—มาเติมมิติแง่คุณค่าที่ “อยู่เหนือกาลเวลา” ให้การจัดหามีความพรีเมียมและหายากในคราวเดียว

Gold Street ฟีเจอร์ใหม่ของ JGAB 2026 ที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นโซนเฉพาะทางด้านทองคำและเครื่องประดับทอง โดยวางบรรยากาศให้เป็นเหมือนถนนสายทองคำที่รวมคอลเลกชันเด่น วัสดุคุณภาพ ดีไซน์ที่หลากหลาย และโซลูชันที่ทำให้ธุรกิจต่อยอดได้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสรรได้ง่ายขึ้น ทั้งในมุมสินค้าและแรงบันดาลใจ

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งาน www.jewellerygemaseanbkk.com
หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://jewellerygemaseanbkk.com Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/ LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/ Line: https://lin.ee/cp9sd85

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.44 น.

เทรนด์การดูแลสุขภาพ Longevity ที่มาแรงในช่วงนี้ ไม่ได้หมายถึง การมีอายุยืนยาว แต่เน้นการมี “อายุสุขภาพที่ยืนยาว” และในชีวิตจริงคนไทยต้องเผชิญกับภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายโรคและสะสมความเสี่ยงแบบเงียบๆ อยู่โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาล  ซึ่งคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน และน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายเราในทันที แต่ค่อยๆ สะสมความเสี่ยงเป็นภัยเงียบแบบไม่รู้ตัว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศนโยบายและร่วมกับภาคเอกชนในการปรับมาตรฐาน “หวานปกติ = หวาน 50%” เพื่อชวนคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลอย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบตัวในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

เมื่อน้ำหนักเกิน ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างและบิวตี้ สแตนดาร์ด

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำการให้บริการสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพแบบครบวงจรในเอเชีย มองว่า การดูแลสุขภาพไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจร่างกายของตัวเองและป้องกันความเสี่ยงก่อนจะลุกลาม จึงส่งต่อมุมมองใหม่ให้คนไทย ลดหวาน ลดอ้วน ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อให้เราดูดีตามบิวตี้ สแตนดาร์ด แต่เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันตัวเราจากภัยร้ายที่อาจเกิดโดยไม่รู้ตัวอย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  อาทิ โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

ข้อมูลด้านสาธารณสุข ระบุว่า BMI ≥ 25 จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกิน BMI ≥ 30 จัดเป็นโรคอ้วน รอบเอวผู้หญิง ≥ 80 ซม. และ ผู้ชาย ≥ 90 ซม. เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานและโรคหัวใจ โดยดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนัก/(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร)x(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร) นอกจากจากนี้ ไขมันที่สะสมบริเวณรอบเอวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงต่อภาวะดื้ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น แม้ภายนอกจะยังดูไม่อ้วนมากก็ตาม

สวย สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องของทางลัด

ในขณะที่เทรนด์รักสุขภาพ การดูแลรูปร่างที่กำลังมาแรง “นวัตกรรมปากกาลดน้ำหนัก  incretin-based therapy ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นทั้งตัวรับ GLP-1 และ GIP” ก็กำลังเป็นกระแสและถูกหยิบมาพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ จากบรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ หรือสายลดน้ำหนัก ในฐานะทางลัดสู่ความผอมและไอเท็มลดหุ่นแบบเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำตรงกันว่า นวัตกรรมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความงามเป็นหลัก แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัดและควรต้องใช้ควบคู่ไปกับการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน เช่น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ไม่เป็นเครื่องดื่มหวาน 100% ไปแล้ว 3 แก้ว กินน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่า ยังเลือกอาหารน้ำตาลและไขมันสูง ไม่นอนดึก ลดเครียดสะสม และขยับร่างกาย การมีสุขภาพดีจึงไม่ใช่เรื่องของทางลัด แต่เป็นการปรับสมดุลหลายอย่างไปพร้อมกัน

ซิลลิค ฟาร์มา เผย 5 อินไซต์สุขภาพที่หลายคนไม่รู้

โรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหัน10  โดยพบว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกายทุก 5 ยูนิตจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหันร้อยละ 16 ขณะที่ น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดอักเสบและเสียความยืดหยุ่นโดยไม่รู้ตัว  ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง หัวใจทำงานหนัก เมื่อนานไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบบ่อย เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง การนอนน้อย กระตุ้นฮอร์โมนความหิว ทำให้กินมากขึ้น ความเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น และการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม ช่วยลดภาระหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ท้ายที่สุด ท่ามกลางเทรนด์การดูแลสุขภาพ ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ย้ำว่า การดูแลน้ำหนักไม่ใช่เรื่องของการผอมให้ทันเทรนด์ แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคต การเข้าใจร่างกาย รวมถึงการเลือกใช้ตัวช่วยอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คือ หัวใจของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน