Pet Us จัดกิจกรรม ‘Pet Us ตลาดทาสใจบุญ’ เปิดพื้นที่ชวนคนรักสัตว์ส่งต่อสิ่งดีๆให้มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์เลี้ยง

Pet Us จัดกิจกรรม 'Pet Us ตลาดทาสใจบุญ' เปิดพื้นที่ชวนคนรักสัตว์ส่งต่อสิ่งดีๆให้มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์เลี้ยง

Pet Us จัดกิจกรรม ‘Pet Us ตลาดทาสใจบุญ’ เปิดพื้นที่ชวนคนรักสัตว์ส่งต่อสิ่งดีๆให้มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์เลี้ยง

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.28 น.

Pet Us (เพ็ทอัส)  ธุรกิจเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจรของ ‘โลตัส’ ผู้นำธุรกิจค้าปลีก ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) จับมือพันธมิตรแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำ จัดกิจกรรม “ Pet Us ตลาดทาสใจบุญ” 17-19 ก.ค. 2569 ณ โลตัส สาขาพัฒนาการ  สานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบสินค้าและบริการที่ครบวงจรให้กับสัตว์เลี้ยง พร้อมย้ำจุดยืนในการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงทุกรูปแบบ พร้อมร่วมส่งเสริมการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ( Soi dog ) ,ป้าจุ๊ บ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร , มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร ด้วยการเปิดพื้นที่ให้บรรดาคนรักสัตว์ ได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษจากแบรนด์พันธมิตรเพื่อบริจาคอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง มอบให้แก่มูลนิธิฯผ่านร้านเพ็ทอัส นอกจากนี้ยังมีบริการหยอดเห็บหมัดฟรีให้แก่สุนัขและแมวในชุมชนที่มาร่วมกิจกรรม อีกทั้งได้เชิญ Pet Influencer คุณมณี แก๊งมอณอ น้องเหมียวชอบเที่ยว และเหมยลี่ สุนัขจรจากจีน มาร่วมรณรงค์และเป็นตัวแทนส่งมอบน้ำใจให้เพื่อนสี่ขา

ทั้งนี้ ‘เพ็ทอัส’ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำเทรนด์ธุรกิจสัตว์เลี้ยง และสร้างเสริมคอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพ ผ่านกิจกรรมดีๆ ตลอดทั้งปี ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของทาง Pet Us ได้ที่เพจ Pet Us (https://www.facebook.com/PetUs.th)

สกู๊ปพิเศษ : ‘PARTNERSHIP SCHOOL’ บ่มเพาะ ‘เมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส’ ลดความเสี่ยงเด็กหลุดออกจากระบบ

สกู๊ปพิเศษ : ‘PARTNERSHIP SCHOOL’ บ่มเพาะ ‘เมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส’ ลดความเสี่ยงเด็กหลุดออกจากระบบ

สกู๊ปพิเศษ : ‘PARTNERSHIP SCHOOL’ บ่มเพาะ ‘เมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส’ ลดความเสี่ยงเด็กหลุดออกจากระบบ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วันนี้ในโรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศ เด็กนักเรียนกำลังเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งใจ หลายคนได้รับทุนการศึกษาครอบคลุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจนสามารถมาโรงเรียนได้อย่างต่อเนื่อง และอีกหลายห้องเรียนที่กำลังขับเคลื่อนกิจกรรมโรงเรียนคุณธรรมร่วมกับชุมชน ภาพเหล่านี้อาจดูเป็นสิ่งเล็กๆ ในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับเด็กนักเรียน ครู และผู้คนในพื้นที่ห่างไกล นี่คือ “โอกาสทางการศึกษาครั้งสำคัญ” ที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของพวกเขาได้จริงๆ

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้เข้าร่วมโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project) โดยร่วมมือกับภาคีทั้งกระทรวงศึกษาธิการและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เดินหน้าภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากกว่าการบริจาค นั่นคือ “การลดความเสี่ยงเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล” โดยมีโรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของประกันภัยไทยวิวัฒน์ทั้งสิ้น 5 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งร่วมดำเนินงานตามโมเดลการพัฒนาแนวใหม่ที่สามารถวัดผลได้และขยายผลได้จริง

โครงการฯ เลือกใช้แนวทาง Co-Creation ในการออกแบบกิจกรรมร่วมกับครูและชุมชนในแต่ละโรงเรียน โดยทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับมูลนิธิยุวพัฒน์ ผ่านการใช้ 3 เครื่องมือหลักเพื่อเปลี่ยน “โอกาส” ไปสู่ “การพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาอย่างแท้จริง” แบบครบวงจร ได้แก่ 1.การมอบทุนการศึกษาที่ “คิดเผื่อ” ค่าใช้จ่ายแฝง ให้ครอบคลุมทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าอุปกรณ์ต่างๆที่อาจกลายเป็นกำแพงผลักเด็กออกจากห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฐานะทางบ้าน , 2.โปรแกรม Winner English เปิดประตูภาษาอังกฤษด้วยเอ็ดดูเทค อินโนเวชั่น บริษัทฯ สนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเอง พร้อมระบบพี่เลี้ยงติดตามผล เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงโลกของภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสการศึกษาต่อและเพิ่มโอกาสการทำงานในอนาคต และ 3.โครงการโรงเรียนคุณธรรม มีการออกแบบแผนงานที่แตกต่างกันในแต่ละโรงเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็กและบริบทของชุมชนนั้นๆอย่างแท้จริง ไม่ใช่แผนสำเร็จรูปแบบเดียวที่นำไปใช้กับทุกที่

นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า ไทยวิวัฒน์ ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้บริจาค แต่ต้องการเป็นผู้ร่วมพัฒนาที่ยั่งยืน และพร้อมเดินเคียงข้างไปกับครู โรงเรียน และชุมชนตลอดเส้นทางนี้ ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิยุวพัฒน์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา การออกแบบกระบวนการทำงาน และการติดตามผล เพราะเราเชื่อมั่นว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงสูตรเดียว หากแต่เริ่มจากความเข้าใจในบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อการออกแบบแผนงานที่สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของเด็กๆอย่างแท้จริง

น.ส.กนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษา ตัวแทนจากมูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลหลายแห่งต้องทำงานท่ามกลางข้อจำกัดมากมาย ทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากร และสื่อการเรียนการสอน ขณะที่ครูเองก็มีภาระล้นมือ โครงการ ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ จึงให้ความสำคัญกับการไม่เพิ่มภาระงานให้โรงเรียน แต่เข้าไปร่วมเสริมในจุดที่ยังมีข้อจำกัดบนแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ มูลนิธิยุวพัฒน์เชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ครูและโรงเรียนสามารถสานต่อได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

โครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” ถูกกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานไว้ 5 ปี และวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ซึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกฝ่าย ก็ได้เริ่มผลิดอกออกผลให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว โดยตัวแทนครูจากทั้ง 5 โรงเรียนในโครงการได้มารวมตัวกันแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน ความสำเร็จ และประสบการณ์การพัฒนาโรงเรียนที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 3 ปี เริ่มจาก 1.โรงเรียนบ้านราชกรูด จ.ระนอง

“เรียนรู้คู่วิถีชุมชน ปั้นทักษะอาชีพด้วยปราชญ์ชาวบ้าน รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม” เสียงสะท้อนจากคุณครูในโครงการ “ความสำเร็จของเราคือการ “ทลายกำแพงห้องเรียน” โดยดึงผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน และชุมชน เข้ามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะอาชีพจากพืชเศรษฐกิจในท้องถิ่น เช่น การนำต้นหมากมาทำกาบหมาก หรือทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ทำให้เกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม สร้างทั้งรายได้ สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นไปพร้อมกัน

2.โรงเรียนหานโพธิ์พิทยาคม จ.พัทลุง

“พลังสภานักเรียน เด็กคิด ครูแนะนำ สู่ความสำเร็จเรียนจบ 100%” เสียงสะท้อนจากคุณครูในโครงการ “การทำงานของเราใช้การสร้าง “พื้นที่จำลองสังคม” ให้เด็กฝึกฝนความเป็นผู้นำผ่านกลไกสภานักเรียนและกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดงานปัจฉิมนิเทศ โดยครูปรับบทบาทจาก “ผู้สั่งการ” มาเป็น “ผู้ให้คำปรึกษา” ปล่อยให้เด็กคิด วางแผน ลงมือทำ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง เมื่อผสานเข้ากับการดูแลนักเรียนทุนอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยอุดรอยรั่ว จึงทำให้นักเรียนทั้งหมดจบการศึกษาได้ 100% โดยไม่มีใครหลุดจากระบบกลางคัน

3.โรงเรียนศรีธรรมวิทยา จ.ยโสธร

“ครูนางฟ้ารักษาใจ สานพลังเครือข่าย สร้างโอกาสให้เด็กกลุ่มเปราะบาง” เสียงสะท้อนจากคุณครูในโครงการ เนื่องจากเราเป็นโรงเรียนการกุศลที่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวและมีฐานะยากจน เราจึงใช้เครื่องมือ “ครูนางฟ้า” ในการทำงานเชิงรุก  สร้างทักษะของครูประจำชั้นและครูแนะแนวในการสังเกต คัดกรอง ทำความเข้าใจเด็ก และค้นพบปัญหาที่ซ่อนอยู่ลึกๆได้มากมาย หลังจากนั้นจึงดึงพลังจากเครือข่ายทุกภาคส่วน รวมไปถึงการมอบทุนการศึกษาและการใช้เครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางนี้ให้เกิดการพัฒนาและเยียวยาปัญหาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

4.โรงเรียนบ้านแก จ.พะเยา

“จิ๋วแต่แจ๋วด้วยเทคโนโลยี พลิกโฉมโรงเรียนขนาดเล็ก สู่ความเป็นเลิศด้านภาษา” เสียงสะท้อนจากคุณครูในโครงการ โรงเรียนขนาดเล็กของเรามีนักเรียนเพียง 72 คน และมีจำนวนครูน้อย แต่เราพลิกวิกฤตการขาดแคลนบุคลากร ด้วยการใช้โปรแกรม “Winner English” เข้ามาอุดช่องโหว่นี้ พร้อมการจัดสรรเวลาเรียนอย่างเป็นระบบ และให้เด็กๆได้ลงมือใช้เครื่องมือด้วยตนเอง ความตื่นเต้นที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยทำลายกำแพงความกลัวภาษาอังกฤษของเด็กชนบทได้อย่างมาก จนหลายคนสามารถสอบแข่งขัน หรือสอบเข้าเรียนต่อในห้องเรียนพิเศษและสายวิชาการได้สำเร็จ

5.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จ.สตูล

“กิจวัตรวิถี 24 ชั่วโมง บ่มเพาะคุณธรรมผ่านชีวิตหอพัก ผสานมนต์เสน่ห์ประเพณีท้องถิ่น” เสียงสะท้อนจากคุณครูในโครงการ การเป็นโรงเรียนประจำคือการดูแลเด็กตลอด 24 ชั่วโมง โรงเรียนจึงนำโครงสร้าง “4+6 โมเดล” มาประยุกต์ใช้ในการบริหาร “19 หอพัก 19 โครงงาน” และสร้างระเบียบวินัยตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน พร้อมนำคุณธรรมไปจับคู่กับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การรวมกลุ่มกันทำ “หมฺรับ” เพื่อร่วมประเพณีวันสารทเดือนสิบ ทำให้การเรียนรู้เรื่องคุณธรรม จิตอาสา และความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่การท่องจำตามตำรา แต่ผสานเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนานของเด็กๆ

เวิร์กชอปครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เวทีรายงานผล แต่ยังเป็น “ห้องเรียนของคุณครู” ที่หยิบยกบทเรียนจริงจากพื้นที่จริง มาต่อยอดและขยายผลร่วมกัน บางโรงเรียนเก่งเรื่องการสร้างความผูกพันกับผู้ปกครอง บางโรงเรียนมีโมเดลการสอนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ บางโรงเรียนเชื่อมงานคุณธรรมเข้ากับวิถีชีวิตชุมชนได้อย่างกลมกลืน และเมื่อความเก่งของแต่ละพื้นที่มาบรรจบกัน ดอกผลที่งอกเงยคือ “องค์ความรู้กลาง” ที่ทุกโรงเรียนสามารถนำกลับไปปรับใช้ได้ทันที และองค์ความรู้นี้จะกลายเป็นต้นแบบดีๆที่ขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆต่อไป

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ทำหมันหมาแมวที่เกาะเสม็ด

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ทำหมันหมาแมวที่เกาะเสม็ด

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ทำหมันหมาแมวที่เกาะเสม็ด

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คนกับสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คู่กันมานานแสนนาน ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ และจะต้องอยู่ด้วยกันไปตราบจนกว่าโลกนี้จะแตกสลาย เพราะโลกใบนี้ไม่ใช่ของคน แต่ทว่าเป็นของสัตว์ด้วย คนกับสัตว์จึงต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเรื่อยไป คนอยู่ได้ด้วยสัตว์ และสัตว์ก็อยู่ได้ด้วยคน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ทั้งคนและสัตว์ก็จะต้องเผชิญปัญหาสาหัสอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ทั้งคนและสัตว์จึงต้องเกื้อกูลกันตลอดไป 

เมื่อคนต้องอยู่กับสัตว์บนโลกใบนี้ ก็มีแนวคิดว่า สังคมที่สัตว์ปลอดโรค คนก็จะปลอดภัยด้วย การที่สัตว์จะปลอดโรคได้ก็ด้วยความดูแลเอาใจใส่ของคน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์ทั้งหลายต้องได้รับความเอาใจใส่จากคน หากปล่อยให้สัตว์ต้องเจ็บป่วยเป็นโรค ก็หมายความว่าโรคจากสัตว์อาจจะแพร่ระบาดไปสู่คนได้ในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ทีมงานหลักผู้ทำโครงการนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งประกอบด้วย คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์แนวหน้า และเสม็ดรีสอร์ดกรุ๊ป จึงมุ่งมั่นทำโครงการทำหมันให้สุนัขและแมวจรจัด รวมถึงสัตว์มีเจ้าของ พร้อมทั้งตรวจสุขภาพรักษาโรคให้สัตว์เลี้ยงโดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ แม้แต่น้อย ขอแค่เพียงให้ช่วยกันนำสุนัขและแมวไปให้เราทำหมั่น และฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำหรือพิษสุนัขบ้าประจำปี พร้อมตรวจสุขภาพ และหยอดยากำจัดเห็บหมัด เพียงเท่านี้ คณะทำงานของเราก็แสนจะชื่นใจ และมีกำลังใจทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยมาตรฐานการรักษาสัตว์ที่มีคุณภาพระดับสากล แม้สภาพของสถานที่ที่คณะของเราออกไปให้บริการจะมีความไม่พร้อม และขาดมาตรฐานของห้องผ่าตัดรักษาโรคตามแบบฉบับของห้องแล็บคุณภาพ แต่เราก็ยังคงตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดด้วยความตระหนักและยึดมั่นในมาตรฐานวิชาการด้านสัตวแพทย์สากลทุกประการ

ทุกครั้งที่ทีมงานได้พบเห็นภาพของคนรักสัตว์ที่ช่วยกันนำสุนัขและแมวไปให้เราทำหมั่น และตรวจรักษาโรค เราทุกคนดีใจและเต็มใจให้บริการ แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการในท้องที่เท่าที่ควร หรืออาจจะกล่าวได้ว่าทีมทำงานของเราไม่ได้รับความร่วมมือใด ๆ แม้แต่น้อยจากข้าราชการในท้องที่โดยเฉพาะจากหน่วยงานที่มีภารกิจดูแลสวัสดิภาพสัตว์ แต่ปัญหาดังกล่าวก็เป็นเพียงอุปสรรคที่เราพยายามจะมองข้ามไป เพราะหากเราใส่ใจกับเรื่องไร้สาระดังกล่าวแล้ว งานสำคัญของเราก็จะล้มเหลว ตัวอย่างที่หน่วยราชการไม่ให้ความร่วมมือคือ ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยทำงาน ไม่เคยอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ ไม่เคยช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับรู้เรื่องราว และไม่เคยสนับสนุนงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่งานที่พวกเราทำคือการตั้งใจช่วยเหลือชุมชน แต่ก็ต้องย้ำว่าอุปสรรคไม่ใช่สิ่งทำให้เราล้มเลิกความตั้งใจทำงานเพื่อสังคม และเพื่อสัตว์ 

ในปีนี้ ทีมงานของเราให้บริการทำหมันสุนัขและแมวทั้งจรจัดและมีเจ้าของรวม 30 ตัว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 60 ตัว พร้อมทั้งตรวจสุขภาพให้สัตว์เลี้ยง ซึ่งในปีนี้เราไม่ได้ไปให้บริการที่เขตอำเภอบ้านเพ จังหวัดระยอง เนื่องจากมีอุปสรรคอันเกิดจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเพ เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือในการทำงาน ทีมงานของเราจึงจำเป็นต้องงดการให้บริการไปโดยปริยาย แม้ในความจริงเราตั้งใจจะให้บริการประชาชนชาวเพที่ตั้งใจนำสัตว์เลี้ยงไปขอรับบริการจากเราก็ตาม แต่ต้องย้ำว่าเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของสถานที่ เราก็จำเป็นต้องตัดใจงดให้บริการ และหากทีมงานยังไม่ได้รับความร่วมมือจาก อบต. เพอีก เราก็จำเป็นต้องงดให้บริการตลอดไป

อย่างไรก็ตาม ทีมงานก็สามารถทำงานในครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี แม้จะมีอุปสรรคบางอย่าง แต่เราก็เอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้ เพราะความตั้งใจทำงาน และเน้นงานเป็นที่ตั้ง จึงทำให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้

ขอขอบคุณ เสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ป ที่อำนวยความสะดวกเรื่องที่พักที่แสนดี พร้อมอาหารที่แสนอร่อยสำหรับทีมงาน ขอบคุณทีมสัตวแพทย์ และนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ให้ใจกับโครงการนี้อย่างเกินร้อย ขอบคุณบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ที่ช่วยสนับสนุนค่าเดินทางบางส่วนให้กับทีมงาน และขอบคุณผู้มีใจรักสัตว์ที่ช่วยสนับสนุนค่าเดินทางส่วนที่ยังขาดให้กับทีม ขอบคุณบริษัทยาและเวชภัณฑ์ที่สนับสนุนโครงการนี้ด้วยดีเสมอมา และขอบคุณชาวบ้านบนเกาะเสม็ดที่รักสัตว์ที่กรุณานำสัตว์ไปทำหมั่น ขอบคุณโรงเรียนเกาะแก้วพิศดารที่อนุเคราะห์พื้นที่ใต้อาคารเรียนให้ทีมของเราทำงานได้ตามอัตภาพ และที่สำคัญคือขอบคุณเจ้าหน้าที่ของเสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ปที่ทุ่มเทการทำงานร่วมกับทีมสัตวแพทย์เป็นอย่างดี  

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

พระเมตตา ‘พระองค์ภา’ สู่สรรพสัตว์ เพื่อมอบชีวิตใหม่และช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

พระเมตตา ‘พระองค์ภา’ สู่สรรพสัตว์ เพื่อมอบชีวิตใหม่และช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

พระเมตตา ‘พระองค์ภา’ สู่สรรพสัตว์ เพื่อมอบชีวิตใหม่และช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 นับเป็นวันที่นำมาซึ่งความโศกเศร้าของคนไทย สำนักพระราชวังประกาศการสิ้นพระชนม์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19 : 48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ถึงแม้ว่าปวงชนชาวไทยจะทราบพระอาการเป็นระยะจากประกาศของสำนักพระราชวัง แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น

พระเมตตา “พระองค์ภา” สู่สรรพสัตว์ เพื่อมอบชีวิตใหม่และช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ พวกเราทุกคนต่างซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณที่มีต่อสัตว์เลี้ยง ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงปฏิบัติอยู่เรื่อยมา คือความสนพระทัยในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ “สุนัข” ทรงเลี้ยงสุนัขด้วยพระองค์เอง มีสุนัขทรงเลี้ยงหลายสุนัข ทรงให้ความเอาใจใส่ต่อสุนัขทรงเลี้ยงทุกสุนัข ด้วยความตั้งพระทัยยิ่ง เพราะถือว่าสุนัขเป็นหนึ่งสมาชิก จากพระเมตตาและความสนพระทัยในสัตว์เลี้ยงนี้แผ่ไปถึงกลุ่มสุนัขจร สุนัขเจ็บป่วยต่างๆ  ทรงช่วยเหลือสุนัขตามสถานที่ต่างๆ ที่เสด็จทรงงานทั่วทุกหนแห่ง

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในการถวายงานดูแลสุนัขทรงเลี้ยง เป็นระยะเวลามากกว่า 30 ปี จากพระรูปคู่กับสุนัขทรงเลี้ยงคุณจอห์นนี่ สุนัขทรงเลี้ยงพันธ์พูดเดิ้ลสีดำ เป็นสุนัขทรงเลี้ยงที่ทรงโปรด พระรูปพระราชทานให้คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และพระรูปถ่ายกับสุนัขทรงเลี้ยงพันธ์บางแก้ว คุณเต้าหู้ (สีดำขาว) และคุณแอลเอ็ม (สีน้ำตาลขาว) อยู่ข้าง บอกถึงความรักที่พระองค์ทรงมีต่อสัตว์เลี้ยง ทรงสนพระทัยในการดูแลสัตว์ ครั้นเมื่อเสด็จไปปฏิบัติพระกรณียกิจที่ใดเมื่อเห็นสัตว์ป่วยทรงนำมารักษาให้หาย โดยหวังให้เขามีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี  ทรงให้การช่วยเหลือสุนัขจรและทรงนำมาเป็นสุนัขทรงอนุเคราะห์และสุนัขทรงเลี้ยงอยู่หลายสุนัข

คุณมิวกี้ (ชื่อพระราชทาน) พันธ์ไซบีเรียนฮัสกี้ผสม เป็นหนึ่งสุนัข ที่รับมาเป็นสุนัขทรงเลี้ยง พบที่ชายหาดริมทะเลหัวหิน และพบเนื้องอกที่อวัยวะเพศ โดยให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ทีมสัตวแพทย์ทำการรักษา และเสด็จเยี่ยมอยู่บ่อยครั้งจนมีความคุ้นเคยและทรงรับเป็นสุนัขทรงเลี้ยง จากสุนัขที่ผอมมีเนื้องอกไม่น่าดูจนเป็นสุนัขที่สมบรูณ์ ขนสวย

คุณฟ้าคราม สุนัขพันธ์บางแก้ว ได้รับอุบัติเหตุจากเจ้าของที่มีปัญหา สุนัขถูกโยนจากตึกชั้น 2 จนได้รับบาดเจ็บเป็นอัมพาตสองขาหลัง ทรงให้เจ้าหน้าที่ดูแลสุนัขทรงเลี้ยงรับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หวังว่าอยากให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนสุนัขทั่วไป ทรงให้กำลังใจกับทีมสัตวแพทย์ในการรักษา คุณฟ้าครามเป็นสุนัขสองขาหลังอัมพาต ใส่วีลแชร์ ทรงพาไปตามงานวิ่งของสุนัขต่างๆเพื่อให้เห็นว่าสุนัขที่ขาพิการเมื่อดูแลเอาใจใส่อย่างดี สามารถกลับมามีชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนและเจ้าของสัตว์เลี้ยง

ทรงช่วยเหลือสุนัขจรจากศูนย์ดูแลสุนัขของกองทัพเรือ สัตหีบจำนวน 11 ตัว เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งสุนัขแต่ละตัวมีโรคของการเจ็บป่วย เช่น โรคทางระบบประสาท โรคไต แม่สุนัขมีลูกสุนัขเพิ่งคลอดลูกมา และเสด็จเยี่ยมสุนัขที่พักรักษาด้วยพระองค์เอง พระราชทานอาหาร ขนม ของใช้ในสัตว์เลี้ยง ให้กับทุกสุนัขเมื่อสุนัขหายดี และทรงรับเป็นสุนัขทรงอนุเคราะห์

ทรงช่วยเหลือสุนัขจรจากจังหวัดลพบุรี ในขณะทรงฝึกการโดดร่มที่หน่วยรบพิเศษ ทรงรับสุนัขจรจำนวน 7 ตัว มารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และรับสุนัขดังกล่าวเป็นสุนัขทรงอนุเคราะห์ ให้การดูแลเหมือนสุนัขทรงเลี้ยง

ทรงรับสุนัขจากปัตตานีที่มีคนทำร้ายโดยลูกกระสุน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 4 ตัว

ทรงรับแมวจากพระตำหนักดอยตุง ที่ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนโดยพามาโรงพยาบาลสัตว์ด้วยพระองค์เอง ทรงรับสั่ง “เราเลี้ยงสุนัขอยู่แล้วคงจะเลี้ยงแมวไม่ได้ เมื่อเขาหายดีจะไปส่งที่เดิม และเราแพ้ขนแมว” ทรงพระราชทานชื่อแมวนั้นว่า “คุณดอยตุง” จากการเสด็จมาเยี่ยมสุนัขที่อยู่โรงพยาบาลสัตว์บ่อยครั้งจะทรงเยี่ยมแมวด้วยทุกครั้ง  คุณดอยตุงก็เขามาคลอเคลียเหมือนรู้ว่าคนที่ช่วยเหลือเขาคือใคร จนพระองค์ท่านเปลี่ยนพระทัยรับแมวคุณดอยตุงเป็นแมวทรงเลี้ยง

จากพระจริยวัตรอันงดงามและพระเมตตาที่มีต่อสัตว์เลี้ยง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นแบบอย่างการเลี้ยงสัตว์แบบมีความรับผิดชอบ ให้ความสนพระทัยกับสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสุนัขจรจัด มีการเจ็บป่วยมากน้อยแค่ไหน พระองค์จะดูแลเอาใจใส่เพื่อให้เขามีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ดีอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญต่อสวัสดิภาพสัตว์เท่าเทียมกัน

ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณต่อสัตว์เลี้ยง สถิตในใจนิรันดร์

น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

การเข้าถวายสักการะในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงอุทิศพระองค์ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และทรงขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสตรี เด็ก และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า พระราชปณิธานในการทรงงานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าในการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเสมอภาค และความเอื้ออาทรต่อกัน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมน้อมนำพระราชปณิธานมาเป็นหลักในการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ โดยมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อไป

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร มีพระราชกิจในขณะเสด็จเยือนไทย อาทิ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569  เสด็จพร้อมด้วย พลเรือโท เซอร์ ทิโมที ลอเรนซ์ พระสวามี ไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเวลา 10.50 น. ในการนี้ทรงมีพระราชกิจร่วมกับ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานทุนและรางวัลแก่สตรีผู้มีผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากนั้นทอดพระเนตรบรรยากาศภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล และเวลา 18.55 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรมไทย–สหราชอาณาจักร และการแสดงจากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โรงละครแห่งชาติ
  • ศ. ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงห่วงใยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีพระดำรัสตอนหนึ่งว่า “อยากเห็นความมั่นคงของทหาร และการที่ทหารสามารถปกป้องแผ่นดินไทย แล้วก็สามารถดูแลประชาชนชาวไทย…มีอะไรต่อก็จะช่วยทำต่อไป กองทุนหทัยทิพย์ ใครจะมาช่วยก็เชิญช่วยได้ ช่วยกองทุนทหัยทิพย์ ก็เหมือนช่วยประชาชนคนไทย ช่วยทหารที่กำลังปฏิบัติงานป้องกันประเทศไทย”
  • ขอเชิญร่วมสมทบทุนกองทุนหทัยทิพย์ได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซา ชื่อบัญชี เงินกองทุนหทัยทิพย์ ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03266-6 และประเภทบัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี 229-4-29977-7 หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า 
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

Victor Lee

Chula – MBK Academy ปั้นนิสิตรุ่นใหม่ ลุยฝึกงานจริง พัฒนานวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ

Chula - MBK Academy ปั้นนิสิตรุ่นใหม่ ลุยฝึกงานจริง พัฒนานวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ

Chula – MBK Academy ปั้นนิสิตรุ่นใหม่ ลุยฝึกงานจริง พัฒนานวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา เพื่อเข้าสู่โลกการทำงานในอนาคต ขานรับความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ Chula – MBK Academy Internship & Development Program โครงการความร่วมมือส่งเสริมพัฒนาทักษะการทำงานของนิสิตจุฬา โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะการทำงานของนิสิต ผ่านระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวสู่การทำงานอย่างมั่นใจและมีศักยภาพในระดับสากล

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล รอง ปธ.กก.บริหาร (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วย วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช (ที่ 5 จากซ้าย)  ปธ.จนท.บริหาร และ กก.ผอ. บมจ.เอ็ม บี เค, ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร (ที่ 4 จากซ้าย) รศ. ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน (ที่ 2 จากซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของเอ็ม บี เค ผู้บริหาร สนง.จัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ตลอดจนคณาจารย์และนิสิต ในพิธี

ภายในงานได้รับเกียรติจาก สุเวทย์ ธีรวชิรกุล  รองประธานกรรมการบริหาร  วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)   ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ นิสิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมงาน ณ  อาคารมหาจุฬาลงกรณ์

รศ. ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน, ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร และ วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช

วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)   กล่าวว่า “ความร่วมมือในโครงการนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือทำงานจริงในโปรเจกต์พิเศษ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ เอ็ม บี เค คอยเป็นพี่เลี้ยงและประเมินผลอย่างใกล้ชิด ถือเป็นโมเดลแบบ Win-Win ที่ตอบโจทย์เจตนารมณ์ของจุฬาฯ ในการสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้นิสิตได้รู้ว่าต้องมีทักษะด้านใดบ้าง ขณะเดียวกัน เอ็ม บี เค ก็ได้เรียนรู้มุมมอง เทคนิค และวิธีคิดใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจสูง ซึ่งหวังว่าโครงการนี้จะช่วยบ่มเพาะทักษะที่พร้อมใช้ในอนาคต และดึงดูดใจให้นิสิตมาร่วมงานกับ เอ็ม บี เค ต่อไปในอนาคต”

ด้าน ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ถือเป็นมิติใหม่ของแวดวงการศึกษาภายใต้แนวคิด Career in University ที่ เอ็ม บี เค นำโจทย์และการทำงานจริงจากภาคธุรกิจเข้ามาให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ช่วยสร้างประสบการณ์รอบด้าน ทักษะพร้อมใช้งาน และพัฒนาตนเองจนพร้อมเริ่มงานได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา ซึ่งในอนาคต เอ็ม บี เค จะไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์การค้าแต่คือพื้นที่แห่งการสร้างประสบการณ์และสร้างคุณค่าให้แก่เยาวชน โดยโครงการนี้จะช่วยทลายรอยต่อระหว่างโลกการศึกษาและโลกแห่งการทำงานจริงให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์”

ตลอดระยะเวลาโครงการ นิสิตทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้บริหารระดับสูงของเอ็ม บี เค คอยให้คำปรึกษา แนะนำ และแชร์ประสบการณ์การทำงานในระดับองค์กร เพื่อให้นิสิตสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ได้อย่างสูงสุด นำไปสู่การวางแผนอาชีพในอนาคตได้อย่างมีทิศทาง ทั้งนี้ หลังจากจบโครงการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ บริษัทฯ จะมอบประกาศนียบัตรรับรองผลงาน เพื่อเป็นเกียรติประวัติและรับรองศักยภาพในการก้าวสู่โลกการทำงานจริงต่อไป

เจ้าหญิงแอนน์ พร้อมพระสวามี เข้าเฝ้าฯ ‘ในหลวง-พระราชินี’ พร้อมติดตามงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ระหว่างเสด็จเยือนไทย

เจ้าหญิงแอนน์ พร้อมพระสวามี เข้าเฝ้าฯ ‘ในหลวง-พระราชินี’ พร้อมติดตามงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ระหว่างเสด็จเยือนไทย

เจ้าหญิงแอนน์ พร้อมพระสวามี เข้าเฝ้าฯ ‘ในหลวง-พระราชินี’ พร้อมติดตามงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ระหว่างเสด็จเยือนไทย

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร (Her Royal Highness Princess Anne, The Princess Royal) พระกนิษฐาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร และพลเรือโท เซอร์ ทิโมที ลอเรนซ์ (Vice Admiral Sir Timothy Laurence) พระสวามี ในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทย

ในโอกาสนี้  เจ้าหญิงแอนน์ พร้อมพระสวามี เสด็จมาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และทรงวางพวงมาลาสักการะพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง  และทรงลงพระนามในสมุดหลวงถวายความอาลัย ณ ห้องรัชกาลที่ 10 อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ทิศตะวันตก

ทั้งนี้ ระหว่างเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  วันที่ 16-17 กรกฎาคม  2569  เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร และพระสวามี  ได้ทรงร่วมภารกิจเพื่อสังคม ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ของ Save the Children การ เสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้  เพื่อทรงติดตามการดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนของ Save the Children พร้อมทอดพระเนตรกิจกรรม Play for Change โครงการที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และการอยู่ร่วมกันในสังคมของเด็กและเยาวชนไทย ที่โรงเรียนชุมชน หมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมรับเสด็จเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร และร่วมติดตามการเสด็จตลอดการเยี่ยมชมกิจกรรมของเด็กและเยาวชน โดยร่วมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ Save the Children และภาคีเครือข่าย ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กไทย

กิจกรรม Play for Change เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนกว่า 60 คน จากกรุงเทพมหานครและภาคเหนือ ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การยอมรับความหลากหลาย และการสร้างความมั่นใจผ่านกีฬา โดยมี Emile Heskey อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและสโมสรลิเวอร์พูล ร่วมมอบประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ

ในโอกาสนี้ เจ้าหญิงแอนน์ มีพระดำรัสว่า  “Save the Children ซึ่งดำเนินงานในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม ความร่วมมือ และการเป็นผู้นำของชุมชน ซึ่งสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของเด็ก ๆ ได้อย่างแท้จริง”

พระองค์ยังทรงเน้นย้ำว่า กีฬาไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างความมั่นใจ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเอง และเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง

Save the Children ดำเนินงานในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการเลือกปฏิบัติ ผ่านโครงการด้านการศึกษา การคุ้มครองเด็ก การส่งเสริมอาชีพ และการขับเคลื่อนสิทธิเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

การเสด็จเยือนของเจ้าหญิงแอนน์ ในฐานะผู้อุปถัมภ์ของ Save the Children UK สะท้อนถึงการทรงติดตามการดำเนินงานด้านเด็กขององค์กรอย่างต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจสำคัญต่อการทำงานของครู โรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศไทย ที่ร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กไทยมาอย่างยาวนาน

S&P ร่วมเปิดร้าน ‘Inspire by PRINCESS @ บำบัดพิเศษกลาง’ ต่อยอดการพัฒนาทักษะวิชาชีพผู้ต้องขัง สร้างโอกาสคืนคนดีสู่สังคม

S&P ร่วมเปิดร้าน ‘Inspire by PRINCESS @ บำบัดพิเศษกลาง’ ต่อยอดการพัฒนาทักษะวิชาชีพผู้ต้องขัง สร้างโอกาสคืนคนดีสู่สังคม

S&P ร่วมเปิดร้าน ‘Inspire by PRINCESS @ บำบัดพิเศษกลาง’ ต่อยอดการพัฒนาทักษะวิชาชีพผู้ต้องขัง สร้างโอกาสคืนคนดีสู่สังคม

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.56 น.

พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นประธานในพิธีเปิดร้านกาแฟและเครื่องดื่ม “Inspire by PRINCESS @ บำบัดพิเศษกลาง” ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง  โดยมี จิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง  ประธานในพิธี, มณีสุดา ศิลาอ่อน, พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล (ที่ 4-6 จากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง  ในพิธีเปิดร้าน Inspire by PRINCESS @ บำบัดพิเศษกลาง

ร้านกาแฟและเครื่องดื่ม “Inspire by PRINCESS @ บำบัดพิเศษกลาง” บมจ.อส แอนด์ พี ซินดิเคท ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพผู้ต้องขัง ผ่านโครงการ “S&P Chance for Change อบรมวิชาชีพ สร้างโอกาสคืนคนดีสู่สังคม” ซึ่งดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มให้แก่ผู้ต้องขัง เสริมสร้างทักษะวิชาชีพ เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ ลดการกระทำผิดซ้ำ และสนับสนุนการกลับคืนสู่สังคมอย่างมั่นคง

พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง  ร่วมแต่งหน้าเค้ก โดยมี มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้บริหาร เอส แอนด์ พี ให้คำแนะนำ

ประธานในพิธีเยี่ยมชมแปลงเกษตรที่นำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารและเครื่องดื่ม

ภายในงาน เอส แอนด์ พี ได้นำเสนอผลงานเบเกอรี่และเค้กหลากหลายรูปแบบ พร้อมกิจกรรมสาธิตการแต่งหน้าเค้ก โดย พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง  ประธานในพิธี จิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานเค้กด้วยตนเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการและผลงานจากการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และการพัฒนาในการเรียนรู้ทักษะวิชาชีพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโอกาส สร้างอนาคตที่มั่นคงหลังพ้นโทษ

มณีสุดา ศิลาอ่อน และผู้มาร่วมงาน อุดหนุนฝีมือผู้ต้องขัง

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของ เอส แอนด์ พี ที่มุ่งใช้ความเชี่ยวชาญขององค์กรสร้างคุณค่าให้สังคม ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพและการสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ก้าวพลาด ได้เริ่มต้นชีวิตอีกครั้งอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ชื่นมื่นอิ่มบุญ สารัชถ์ รัตนาวะดี ทำบุญอายุวัฒน 61 ปี ควงคู่ นลินี รัตนาวะดี จัดพิธีสืบชะตาล้านนาครบรอบ 60 ปี

ชื่นมื่นอิ่มบุญ สารัชถ์ รัตนาวะดี ทำบุญอายุวัฒน 61 ปี ควงคู่ นลินี รัตนาวะดี จัดพิธีสืบชะตาล้านนาครบรอบ 60 ปี

ชื่นมื่นอิ่มบุญ สารัชถ์ รัตนาวะดี ทำบุญอายุวัฒน 61 ปี ควงคู่ นลินี รัตนาวะดี จัดพิธีสืบชะตาล้านนาครบรอบ 60 ปี

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.52 น.

เพราะเกิดเดือนเดียวกันลูกชายคนโต สาริศ รัตนาวะดี จึงเป็นพ่องานจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ให้กับคุณแม่ นลินี รัตนาวะดี ฉลองอายุมงคล 60 ปี ในวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่  8 กรกฎาคม 2569 ณ สนามกอล์ฟสโตนฮิลล์ จังหวัดปทุมธานี ตามด้วยวันคล้ายวันเกิดของคุณพ่อ สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในวัย 61 ปี เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความเป็นสิริมงคล มีสมาชิกในครอบครัว ญาติมิตร แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานจากหลายองค์กรเข้าร่วมแสดงความยินดี

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นประธานจุดเทียนมงคล

สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์

สำหรับวันเกิดฉลองอายุมงคล 60 ปี นลินี รัตนาวะดี ได้นิมนต์พระสงฆ์มีสมณศักดิ์จำนวน 69 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับความเมตตาจากพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมเจริญพระพุทธมนต์และอนุโมทนา อาทิ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พระพรหมวัชรวิมลมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และ พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พร้อมด้วยพระราชาคณะและพระเถรานุเถระอีกหลายรูปร่วมเจริญพระพุทธมนต์

พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีสืบชะตาล้านนาแก่ นลินี รัตนาวะดี

นลินี รัตนาวะดี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

ส่วนพิธีสืบชะตาตามแบบล้านนาได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์สำเนียงกำเมือง ร่วมกับพระสงฆ์มีสมณศักดิ์จาก 8 วัด ขณะที่ พระราชวชิรธรรมสุนทร เจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน (วัดแค นางเลิ้ง) เมตตาเป็นที่ปรึกษาด้านลำดับพิธีและเครื่องประกอบพิธีสืบชะตา เพื่อให้เป็นไปตามจารีตประเพณีล้านนาอย่างครบถ้วน

นลินี พร้อมสามี สารัชถ์ และลูก สาริศ-สิตมน รัตนาวะดี ในพิธีสืบชะตาแบบล้านนา

การประกอบพิธีสืบชะตาในวาระครบ 60 ปี สะท้อนถึงคุณค่าของความกตัญญูกตเวทีที่บุตรมีต่อมารดา ผ่านพิธีมงคลอันเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของล้านนา ซึ่งมีความหมายในการอธิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคล อายุยืน สุขภาพแข็งแรง ความเจริญรุ่งเรือง และความผาสุก อีกทั้งยังเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมไทยที่นิยมประกอบในวาระอายุ 60 ปี 72 ปี และ 84 ปี

ครอบครัวรัตนาวะดี ร่วมกันถวายเครื่องไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 สารัชถ์ รัตนาวะดี ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด 61 ปี ณ พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยนิมนต์พระสงฆ์มีสมณศักดิ์ของวัดสระเกศ เจริญพระพุทธมนต์และฉันเพล มี พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่นภายในครอบครัว หลังจากได้ร่วมประกอบพิธีสืบชะตาครั้งใหญ่พร้อมครอบครัวไปก่อนหน้านี้

พระพรหมสิทธิ ประสงฆ์ในวันทำบุญฉลอง 61 ปี สารัชถ์ รัตนาวดี 

ในโอกาสดังกล่าว สารัชถ์ได้กราบเรียนพระพรหมสิทธิถึงความประสงค์ของครอบครัวในการขอพระราชทานผ้าพระกฐินเพื่อนำไปทอดถวาย ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ประจำปี 2569 เพื่อร่วมอุปถัมภ์บำรุงพระอารามอย่างต่อเนื่อง

 สารัชถ์​ รัตนาวะดี ควงคคู่ภรรยา นลินี รัตนาวะดี

ความตั้งใจดังกล่าวสะท้อนถึงความผูกพันอันยาวนานของครอบครัวรัตนาวะดีที่มีต่อวัดสระเกศ ทั้งจากการที่ สาริศ รัตนาวะดี เคยอุปสมบทและศึกษาพระธรรมวินัยภายในสำนักวัดสระเกศเป็นระยะเวลาร่วมหนึ่งปี การร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการเป็นเจ้าภาพสนับสนุนโครงการบูรณะอาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดสระเกศ ด้วยงบประมาณ 41 ล้านบาทเมื่อปีก่อน ซึ่งล้วนสะท้อนเจตนารมณ์ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสนับสนุนกิจการของพระอารามอย่างต่อเนื่อง