พม. เปิด ‘ศูนย์สร้างสุข’ สกลนคร พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

พม. เปิด ‘ศูนย์สร้างสุข’ สกลนคร พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

พม. เปิด ‘ศูนย์สร้างสุข’ สกลนคร พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.55 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า วันนี้ ตน ได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. และคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. , นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. และ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร , ทีมหน่วยงาน พม.จังหวัดสกลนคร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ในพื้นที่ระดับจังหวัด โดยมีการเปิดงาน Kick Off “ศูนย์สร้างสุขเทศบาลตำบลวังยาง : สานพลังภาคีเครือข่าย เพื่อคนทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมเปิดป้าย ศูนย์สร้างสุขเทศบาลตำบลวังยาง ณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

นอกจากนี้ มีการส่งมอบ “สวัสดิการ สร้างสุข เพื่อคนทุกวัย” ตามภารกิจกระทรวง พม. ให้กับกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่ ได้แก่ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน , เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง , เงินอุดหนุนสภาเด็กและเยาวชน , เงินอุดหนุนศูนย์บริการคนพิการทั่วไป, เงินอุดหนุนโครงการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม , เงินอุดหนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพ , งบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย, งบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ , เงินโครงการ “บ้านสบายเพื่อยายตา” , เงินโครงการ “บ้านอุ่นไอรัก” , และ เงินโครงการ “บ้านปันสุข ร่วมใจ เพื่อมอบให้กลุ่มเปราะบาง” จากธุรกิจเอกชน CSR จังหวัดสกลนคร อีกทั้ง เยี่ยมชมบูธกิจกรรมและผลิตภัณฑ์สินค้าจากทีมหน่วยงาน พม.จังหวัดสกลนคร และเครือข่ายท้องถิ่น  

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า วันนี้ ตนยังได้ลงพื้นที่ ณ ศูนย์เรียนรู้ผ้าคราม บ้านดอยกอย “วิชชาลัยดอยกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและขบวนองค์กรชุมชนท้องถิ่น ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อีกทั้ง มอบเงินงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการของ พอช. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่  1) โครงการขับเคลื่อนงาน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 2)โครงการเสริมสร้างระบบนิเวศชุมชน (Eco – System) ชุมชนท้องถิ่นเทศบาลตำบลบัวสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และ 3) โครงการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน

โอกาสนี้ มีการเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ผ้าคราม บ้านดอยกอย “วิชชาลัยดอยกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งเสด็จทอดพระเนตรขั้นตอนการผลิตผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย ทรงมีพระประสงค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอยให้เป็นที่ต้องการของตลาดไทยและตลาดโลก และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในพื้นที่

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ตนได้ไปลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของศูนย์บริการคนพิการ ชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดสกลนคร อาทิ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก , แปลงเกษตรแบบผสมผสาน , แปลงสาธิตพืชเศรษฐกิจ และผลิตภัณฑ์สินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ผ้าคราม พวงกุญแจและกระเป๋าเป้ยี่ห้อ Lucky Kid เป็นต้น อีกทั้งมอบสื่อศิลปะการเรียนรู้สำหรับบุคคลออทิสติก และพบปะพูดคุยให้กำลังใจสมาชิกและผู้ปกครองชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ มีการเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง 2 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ พร้อมทั้งมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ณ บ้านหนองเบ็น อำเภอไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร

ศูนย์บริการโลหิตฯ ชวนบริจาคโลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ศูนย์บริการโลหิตฯ ชวนบริจาคโลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ศูนย์บริการโลหิตฯ ชวนบริจาคโลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.06 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน ร่วมบริจาคโลหิต  ในโครงการ “โลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า  ด้วยสำนักพระราชวัง ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัยต่อพสกนิกร  ชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยทรงมีพระปรีชาสามารถในหลากหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านการทหาร และการต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย ทั้งในด้านการพัฒนาสังคม การยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ รวมถึง พระกรณียกิจด้านสาธารณสุข ในการส่งเสริมงานด้านการบริการโลหิต เป็นหนึ่ง ใน 4 พันธกิจหลักของสภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงสนพระราชหฤทัยสนับสนุนงานด้านการบริการโลหิต เป็นอย่างมาก ทรงมีพระเมตตาต่อผู้บริจาคโลหิต โดยเมื่อวันที่  20 – 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2539 ได้เสด็จ ฯ แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ไปในการประธานประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต ครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง ประจำปี 2539 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร อันเป็นขวัญกำลังใจสำคัญ และความภาคภูมิใจแก่ผู้บริจาคโลหิตที่ได้สละโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน   

นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตเพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2565 ได้เสด็จ ฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงบริจาคพระโลหิต พร้อมด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย ข้าราชบริพารในพระองค์ เพื่อร่วมสำรองโลหิตสำหรับการรักษาผู้ป่วย ในช่วงวิกฤติขาดแคลนโลหิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อันเป็นพระจริยวัตรแห่งการให้และการเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ ที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน 

ด้วยพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ สะท้อนถึงความกตัญญู ความมุ่งมั่น ความเสียสละ และการทรงยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนพระองค์ ตลอดจนพระปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันเป็นคุณูปการสำคัญต่อประเทศชาติ และเป็นแรงบันดาลใจแห่งการให้ การแบ่งปันและการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในโครงการ “โลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”  ระหว่างนี้จนถึงวันที่  30 มิถุนายน 2569 เพื่อเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต อันเป็นการ “ให้ชีวิตเพื่อชีวิต” บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

CEA จับมือพันธมิตรจัดงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

CEA จับมือพันธมิตรจัดงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

CEA จับมือพันธมิตรจัดงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.05 น.

CEA ประกาศความพร้อมจัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” ผนึกพันธมิตรและเครือข่าย 20 จังหวัดทั่วภูมิภาค เปิดฉาก “NORTHEAST MODERN” ยกระดับอีสานขึ้นแท่นภูมิภาคแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจระดับโลก

นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” หรือ “Isan Creative Festival 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “นอร์ทอีสเดิ้น : NORTHEAST MODERN พร้อมสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร” ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเทศกาล นำโดย นายสถิร ทัศนวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN), นายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด, นางสาววรรณนิภา พิภพไชยาสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 หรือ BOI (Board of Investment)), รศ. ดร.กฤตภัทร ถาปาลบุตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และดร.ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Khon Kaen Innovation Center จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มนักสร้างสรรค์ 20 จังหวัดทั่วภูมิภาค และและแขกผู้มีเกียรติ อีกมากมาย มาร่วมงาน ณ พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อเร็ว ๆ นี้

เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 (ISANCF2026) จัดขึ้น 9 วันระหว่างวันที่ 11 – 19 กรกฎาคม 2569 เพื่อโชว์ศักยภาพของนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ ที่ร่วมกันสร้างอีสานยุคใหม่ สู่การเป็น “ภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต” ผ่านกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ใน 7 รูปแบบ ครอบคลุม 4 พื้นที่หลักในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) รวมถึงพื้นที่สร้างสรรค์อื่น ๆ ในภูมิภาคอีสาน

สถานทูตนิวซีแลนด์ฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน ‘TASTE OF NEW ZEALAND 2026’

สถานทูตนิวซีแลนด์ฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน ‘TASTE OF NEW ZEALAND 2026’

สถานทูตนิวซีแลนด์ฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน ‘TASTE OF NEW ZEALAND 2026’

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.01 น.

สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย และ กูร์เมต์ มาร์เก็ต โดยบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน TASTE OF NEW ZEALAND 2026 ภายใต้แนวคิด ‘New Zealand, Made With Care’ นำแรงบันดาลใจจากความผูกพันในธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใย ความเคารพ และความเข้าใจที่ว่าเมื่อธรรมชาติเจริญงอกงาม เราทุกคนต่างก็เจริญงอกงามเช่นกัน สะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียมจากความเคารพและการดูแลธรรมชาติอย่างยั่งยืน ส่งตรงจากนิวซีแลนด์มาให้ชาวไทยและต่างชาติร่วมสัมผัส ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ตั้งแต่วันนี้ – 24 มิถุนายน 2569

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “งาน Taste of New Zealand ในปีนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่าง กูร์เมต์ มาร์เก็ต และสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ด้วยความตั้งใจร่วมกันที่จะนำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมจากนิวซีแลนด์สู่ผู้บริโภคชาวไทย ภายใต้แนวคิด ‘New Zealand, Made With Care’ หรือ HANGAIA E TE MANAAKITANGA (ฮาง-งา-อีอา เอ เต มา-นา-กี-ตาง-งา) ‘ผลิตด้วยความใส่ใจ’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความผูกพันกับผืนดินและท้องทะเลของชาวพื้นเมือง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใย ความเคารพ และความเข้าใจที่ว่าเมื่อธรรมชาติเจริญงอกงาม เราทุกคนต่างก็เจริญงอกงามเช่นกัน ผสานกับทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดินที่อุดมสมบูรณ์ และสายน้ำที่เย็นใสสะอาดของประเทศ จนเกิดเป็นอาหารที่โดดเด่น รสชาติเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ”

สำหรับงาน TASTE OF NEW ZEALAND 2026 ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมจากนิวซีแลนด์อย่างพิถีพิถันมาให้ฟู้ดเลิฟเวอร์ทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชิม ช้อป อย่างจุใจ โดยมีสินค้าไฮไลต์ชวนลิ้มลอง อาทิ  เซสปรีซันโกลด์กีวี่ กีวี่สีทอง (Zespri Sungold Kiwifruit)  ลูกพลับนิวซีแลนด์ แบรนด์เฟิร์สต์ เฟรช (First Fresh) แอปเปิลเอนวี่ (Envy apple)  แอปเปิลแจ๊ส (Jazz apple) แอปเปิลแดซเซิล (Dazzle apple)  กูร์เมต์ แครกเกอร์ ฟิกและวอลนัท แบรนด์รูเธอร์ฟอร์ด แอนด์ เมเยอร์ (Rutherford & Meyer) ช็อกโกแลต วิทเทคเกอร์ส (Whittaker’s)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Gourmet Market Thailand, IG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.57 น.

โรคซึมเศร้า เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสุขของผู้คนในทุกช่วงวัยและทุกระดับสังคม อาการที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่เป็นความเศร้าหรือความวิตกกังวล แต่ยังสามารถส่งผลต่อร่างกาย จิตใจ และการทำงานในชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้ การรักษาและฟื้นฟูจากโรคซึมเศร้าจึงจำเป็นต้องมีหลายแนวทางที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพอีกครั้ง

โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต Bangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH  ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และได้พัฒนาแนวทางการบำบัดที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกัน โดยหนึ่งในนั้นคือการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการสุขภาพจิตว่าเป็นวิธีการรักษาที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูจิตใจ

การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี: ทางเลือกที่สร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูจิตใจ

การบำบัดด้วยศิลปะ (Art Therapy) และดนตรี (Music Therapy) เป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจผ่านสื่อศิลปะและเสียงดนตรี การแสดงออกผ่านการวาดภาพ การเล่นดนตรี หรือการร้องเพลงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้แสดงความรู้สึกที่อาจจะยากในการพูดออกมาเป็นคำพูด ซึ่งทำให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความเครียด และเพิ่มความเข้าใจในตนเอง

การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี สามารถช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีการตัดสินใจ จึงสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและยอมรับตนเองได้มากขึ้น การสร้างสรรค์งานศิลปะหรือการเล่นดนตรียังช่วยกระตุ้นสมองและกระตุ้นสารเคมีที่มีผลต่ออารมณ์ เช่น โดปามีนและเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น

ประโยชน์ของการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

  • ช่วยปลดปล่อยอารมณ์และความเครียด: การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหรือการเล่นดนตรีช่วยให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกและบรรเทาความเครียดที่สะสมอยู่ในจิตใจ
  • เพิ่มการเชื่อมโยงทางอารมณ์: ดนตรีและศิลปะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมโยงกับตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น
  • กระตุ้นสมองและฟื้นฟูสุขภาพจิต: การใช้ดนตรีและศิลปะกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยเพิ่มสมาธิ ลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล
  • เสริมสร้างความมั่นใจ: การสร้างผลงานศิลปะและดนตรีให้สำเร็จสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกภาคภูมิใจ

ช่วยในการรับมือกับความทรงจำหรืออารมณ์ที่ซับซ้อน: การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและจัดการกับความทรงจำหรืออารมณ์ที่ยากจะเผชิญได้

ทั้งนี้ โรงพยาบาล BMHH มีทีมแพทย์และนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี โดยแต่ละโปรแกรมการบำบัดถูกออกแบบอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการ นอกจากนี้เรายังให้คำปรึกษาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูจิตใจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

พิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

พิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

พิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.49 น.

เนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ ให้ พระราชบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9) เจ้าคณะภาค 10  รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง  เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวชิรบัณฑิต ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569  ในการนี้คณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกาวัดธาตุทอง จัดให้มีพิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ พระอุโบสถวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร        

     หลวงพ่อพระพุทธสัพพัญญู พระประธานประจำพระอุโบสถฯ

พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9) และโยมแม่

ในการนี้มี พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง กล่าวสัมโมยนีกถา และแสดงมุทิตาจิต พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส และ ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี อ่านสัญญาบัตรพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง

คณะสงฆ์ถวายมุทิตาสักการะต่อพระเทพวชิรบัณฑิต

เจ้าหน้าที่เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ประดิษฐาน ในพระอุโบสถ

ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี อ่านสัญญาบัตรพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์

พระครูวินัยวรวัฒน์ ผช.เจ้าอาวาส และเลขานุการวัดธาตุทอง, สมบูรณ์ อเนกพุฒิ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

พล.ต.อ.สันต์ – ยุวเรศ ศรุตานนท์

พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9) มีราชทินนามเต็มตามสัญญาบัตรพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพว่า “พระเทพวชิรบัณฑิต ปริยัติกิจคุณารักษ์ ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสีมีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป ได้แก่ พระครูปลัด, พระครูวินัยธร, พระครูสังฆรักษ์, พระครูสมุห์ และ พระครูใบฎีกา

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และอุบาสิกาที่มาร่วมพิธี

ผู้เคารพศรัทธา พระเทพวชิรบัณฑิตร่วมพิธีมุทิตาสักการะ

สายชิมห้ามพลาด งาน ‘Northern Agri Food & Coffee 2026’ จากยอดดอยสู่เมืองกรุง

สายชิมห้ามพลาด งาน ‘Northern Agri Food & Coffee 2026’ จากยอดดอยสู่เมืองกรุง

สายชิมห้ามพลาด งาน ‘Northern Agri Food & Coffee 2026’ จากยอดดอยสู่เมืองกรุง

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.04 น.

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Northern Agri Food & Coffee 2026” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และผลักดันสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคและตลาดที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น

รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรไทยผ่านการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) การพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ สินค้าแปรรูป และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างความแตกต่าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

งาน “Northern Agri Food & Coffee 2026” ถือเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมสินค้าเด่นจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ มาไว้ในพื้นที่เดียว รวม 100 บูธ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าเกษตรคุณภาพ พร้อมเชื่อมโยงผู้ผลิตกับตลาดโดยตรง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ โซนกาแฟอัตลักษณ์ภาคเหนือ ที่นำเสนอศักยภาพกาแฟไทยคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นนำ รวมถึงกาแฟที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI สะท้อนความสามารถของเกษตรกรไทยในการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดครบวงจร อาทิ การชิมกาแฟ การแข่งขันกาแฟดริป การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงสินค้าคุณภาพจากภาคเหนือ ไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ห้างโมเดิร์นเทรด ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านกาแฟ และไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง

กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่า งานครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการต่อยอดศักยภาพสินค้าเกษตรและอาหารของภาคเหนือ สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และยกระดับสินค้าไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนสินค้าเกษตร สินค้า GI และผลิตภัณฑ์กาแฟไทย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน

จึงเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจร่วมเลือกซื้อสินค้าภายในงาน “Northern Agri Food & Coffee 2026” ระหว่างวันที่ 19–23 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 21.30 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

เคฟล่า จับมือ ปางช้างแม่แตง เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ CEFLAR x SUDA

เคฟล่า จับมือ ปางช้างแม่แตง เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ CEFLAR x SUDA

เคฟล่า จับมือ ปางช้างแม่แตง เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ CEFLAR x SUDA

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.55 น.

ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังสะท้อนคุณค่าและความรับผิดชอบต่อสังคม CEFLAR (เคฟล่า) ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท จี.เอ็ม.เอส.คอร์เปอเรชั่น จำกัด ประกาศร่วมมือครั้งสำคัญกับ ปางช้างแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “CEFLAR x SUDA” คอลเลกชันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผสานงานดีไซน์เข้ากับแนวคิดด้านความยั่งยืน ผ่านลวดลายศิลปะที่สร้างสรรค์จาก “สุดา” ช้างแสนรู้แห่งปางช้างแม่แตง พร้อมส่งมอบรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนการดูแลและร่วมสมทบทุนสร้าง โรงพยาบาลช้าง ประจำจังหวัดเชียงใหม่

คอลเลกชัน “CEFLAR x SUDA” ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ช้าง” ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศไทย โดยนำผลงานศิลปะจากฝีแปรงของ “สุดา” ช้างผู้มีพรสวรรค์ด้านศิลปะแห่งปางช้างแม่แตง มาถ่ายทอดลงบนผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน CEFLAR x SUDA จึงเป็นมากกว่าคอลเลกชันเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นตัวอย่างของการนำพลังแห่งศิลปะ และความรับผิดชอบต่อสังคมมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมระหว่างผู้บริโภค และสัตว์ป่าที่เป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศไทย

นายมาโนช กัมบีร์ ผู้บริหาร บริษัท จี.เอ็ม.เอส.คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “เราต้องการสร้าง
แบรนด์ที่ไม่ได้แค่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นสะพานที่เชื่อมผู้คนเข้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า CEFLAR x SUDA ไม่ได้เป็นเพียงการออกแบบผลิตภัณฑ์คอลเลกชันพิเศษเท่านั้น แต่เป็นการนำเรื่องราวแห่งความเมตตาและการอนุรักษ์สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาส่งต่อผ่านสินค้าที่ผู้คนใช้งานทุกวัน เพราะฉะนั้นสินค้าของเราทุกชิ้นมีความหมาย มีเรื่องราว และมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะเราเชื่อว่างานศิลปะที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องสร้างคุณค่าให้กับชีวิตได้จริง”

ด้าน นายบพิตร ชัยเลิศ ผู้บริหารปางช้างแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “ช้างไทยถือเป็นส่วนสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศของประเทศ การดูแลช้างให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ CEFLAR Care นำความคิดสร้างสรรค์มาผสานกับภารกิจด้านสังคม จนเกิดเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือช้างได้ง่ายขึ้น รายได้ที่ได้รับจะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช้างและการผลักดันการสร้างโรงพยาบาลช้างเพื่อรองรับการรักษาในระยะยาว”

คอลเลกชัน CEFLAR x SUDA ประกอบด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าดีไซน์พิเศษ 3 รายการ ได้แก่

  • หม้อต้มไฟฟ้าอเนกประสงค์ SUDA Collection ความจุ 1.5 ลิตร เคลือบผิว Teflon Non-Stick ป้องกันอาหารติดหม้อ แข็งแรง ทนทาน ปรับความร้อนได้ 2 ระดับ ดีไซน์มินิมอลพร้อมลวดลายจากผลงานศิลปะของช้าง ราคา 599 บาท
  • กาต้มน้ำไฟฟ้า รุ่น SUDA-PT01 ความจุ 1.8 ลิตร มาพร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำเดือด สไตล์มินิมอล ดีไซน์ สวยงาม ใช้งานสะดวก และสามารถถอดแยกออกจากฐานจ่ายไฟได้ ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดง่าย ราคา 499 บาท
  • รางปลั๊กไฟ รุ่น SUDA-PS01 4 ช่อง 4 สวิตช์ รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300 วัตต์ ผลิตจากวัสดุไม่ลามไฟ มีเบรกเกอร์นิรภัยในตัว พร้อมพอร์ต USB และ USB-C เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ราคา 599 บาท
  • โปรโมชันพิเศษสำหรับเซต 3 ชิ้น ราคาเพียง 1,399 บาท

เมื่อผู้บริโภคมองหามากกว่าสินค้า CEFLAR x SUDA คือคำตอบของการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายทุกชิ้น จะถูกนำไปสนับสนุนการดูแลสุขภาพช้างและร่วมสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลช้างแห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะทุกลายเส้นมีเรื่องราว และทุกการสนับสนุนมีส่วนช่วยช้างไทย

คอลเลกชันพิเศษ CEFLAR x SUDA จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Facebook: Ceflar Thailand, Shopee: Ceflar Thailand และ TikTok: CeflarThofficial

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดพิธีเปิด “OR Space” อย่างเป็นทางการ ณ OR Space โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดพิธีเปิด

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดพิธีเปิด “OR Space” อย่างเป็นทางการ ณ OR Space โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.31 น.

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดพิธีเปิด “OR Space” อย่างเป็นทางการ ณ  OR Space โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือในการยกระดับการให้บริการ และอำนวยความสะดวกสบายให้กับบุคลากร ผู้รับบริการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป



ในพิธีได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กร ร่วมตัดริบบิ้นเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และคณะผู้บริหารจาก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นำโดย หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ สุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ 



ทั้งนี้ คณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กร พร้อมด้วยคู่ค้า และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันเยี่ยมชมพื้นที่ OR Space เพื่อสัมผัสถึงความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ตั้งใจรังสรรค์ขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.20 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากรและนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมพิธีและร่วมลงนามถวายความอาลัย เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และพระกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น ๓ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระกรณียกิจนานับประการด้วยความวิริยอุตสาหะ ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถและพระปณิธานอันแน่วแน่ในการใช้ความรู้ด้านกฎหมายขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการส่งเสริมหลักนิติธรรม และยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนในเวทีระหว่างประเทศ นับเป็นคุณูปการสำคัญยิ่งต่อประเทศไทยและประชาคมโลก ในด้านการสาธารณกุศล ได้พระราชทานความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยพิบัติผ่าน “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” พระกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปฏิบัติมาโดยตลอดนั้น ล้วนสร้างประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์และประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอน้อมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้