‘นฤมล’ประสาน’ทูตเกษตร’ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มเป็น 1.9-2 ล้านล้าน

'นฤมล'ประสาน'ทูตเกษตร'ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มเป็น 1.9-2 ล้านล้าน

‘นฤมล’ประสาน’ทูตเกษตร’ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มเป็น 1.9-2 ล้านล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.37 น.

‘นฤมล’ยกระดับรายได้เกษตรกร ด้วยเกษตรมูลค่าสูง ประสาน’ทูตเกษตร’ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มเป็น 1.9-2 ล้านล้านบาท 

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ภายใต้การบริหาร เราได้ให้ความสำคัญและดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 2 เรื่องสำคัญ ตั้งแต่ในช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ เกษตรมูลค่าสูงและเกษตรยั่งยืน ซึ่งในปีนี้เราเดินหน้าในการเพิ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง

โดยให้เกษตรกรเล็งเห็นถึงโอกาสและความสำคัญ หากมีพื้นที่เหมาะสมก็สามารถหันมาเพาะปลูกได้ เช่น กาแฟ ถั่วเหลือง โกโก้ โดยเราพร้อมสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุปทานไปจนถึงช่องทางการจำหน่าย ซึ่งเราพร้อมประสานกับหน่วยงานอย่างกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานทูตเกษตรที่อยู่ต่างประเทศ เพื่อผลักดันการส่งออกต่อไป

นางนฤมล กล่าวอีกว่า เมื่อดูรายได้เกษตรกรในปัจจุบันแล้วจะพบว่า เกษตรกรมีรายได้อยู่ 2 ช่องทาง คือ รายได้จากภาคการเกษตรอยู่ที่ 2.2 แสนบาทต่อปี และรายได้นอกภาคการเกษตรกว่า 2 แสนบาทต่อปี แต่รายได้จากภาคการเกษตร มีเรื่องของต้นทุน ดังนั้น รายได้สุทธิจะอยู่ที่ 89,000 บาทต่อครัวเรือน ทำให้เราเล็งเห็นว่าจำเป็นจะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรเพื่อให้ “กินดีอยู่ดี”

สำหรับภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะการดูแลพี่น้อง เกษตรกร ตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเราให้ความเป็นห่วงและความสำคัญมาก ในช่วงที่ผลผลิตสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดเป็นปริมาณมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ผลไม้ เป็นต้น สำหรับผลผลิตยางพารา ซึ่งเบื้องต้นได้มอบนโยบายให้กับการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ทำโครงการสินเชื่อชะลอการขาย เพื่อจะดูดซับซัพพลายที่จะออกสู่ตลาด เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคายางพาราตกต่ำ

ส่วนสินค้าข้าว กระทรวงเกษตรฯสนับสนุนนโยบายของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ทำโครงการสินเชื่อชะลอการขาย สินเชื่อในการรวบรวมสินค้าข้าว ซึ่งโครงการเหล่านี้ล้วนเป็นการดูแลซัพพลายไม่ให้ออกสู่ตลาดจนเกินไป

นางนฤมล กล่าวสรุปว่า สำหรับสินค้าเกษตรไทยภาพรวมส่งออกในปี 2567 ที่ผ่านมามีมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกผลสด มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ส่วนสินค้าเกษตรแปรรูป มีมูลค่า 8 แสนล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 7.5% และในช่วง 3 ปีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังคงอันดับ 1 ของตลาดการส่งออก รองลงมา คือ ญี่ปุ่น สหรัฐ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และเชื่อว่าในปี 2568 นี้โอกาสที่มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร จะเพิ่มขึ้น 1.9-2 ล้านล้านบาท ก็คาดหวังว่าเราน่าจะทำได้

ก.เกษตรและสหกรณ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมงาน VIV ASIA 2025

ก.เกษตรและสหกรณ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมงาน VIV ASIA 2025

ก.เกษตรและสหกรณ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมงาน VIV ASIA 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.21 น.

ก.เกษตรและสหกรณ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมงาน VIV ASIA 2025 โชว์สินค้าและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ครบวงจร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค (วีเอ็นยู ยุโรป) เตรียมจัดงาน VIV Asia (วิฟ เอเชีย) สุดยอดงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์สู่อาหารเพื่อการบริโภค ครั้งที่ 17 พร้อมจัดงาน Meat Pro Asia (มีท โปร เอเชีย) งานแสดงเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิต การแปรรูป การขนส่ง ระบบควบคุมความเย็น และบรรจุภัณฑ์ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจปศุสัตว์จากฟาร์มถึงมือผู้บริโภค และพิเศษสุดกับการเปิดตัวงานใหม่ล่าสุด HAN Asia (Horti Agri Next Asia ฮอร์ติ อะกริ เน็กซ์ เอเชีย) ที่เน้นสินค้าและเทคโนโลยีด้านการเกษตร ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 มีนาคม 2568 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กทม.ครอบคลุมพื้นที่กว่า 75,000 ตารางเมตร ในชาเลนเจอร์ 1 – 3 และเอ็กซิบิชั่นส์ฮอลล์ 5 – 7

สำหรับงาน VIV ASIA 2025 ถือเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ สัตว์น้ำ การเกษตร และการแปรรูปอาหารมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1,500 บริษัทชั้นนำจากทั่วโลก รวมทั้งพาวิลเลี่ยนนานาชาติ จากประเทศชั้นนำอย่าง ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย เป็นต้น คาดการณ์มีผู้เข้าชมงานและนักลงทุนกว่า 50,000 รายจากทั่วโลก งานดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและเครือข่ายระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสัมมนา กว่า 150 หัวข้อ โดยมีวิทยากรรับเชิญกว่า 300 ท่าน ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดการโรคในปศุสัตว์และสัตว์น้ำ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และการเกษตรที่ยั่งยืน และสัมมนานานาชาติอีกมากมาย

ผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อลุ้นรับบัตรเข้างานมูลค่า 600 บาท ฟรี! ภายในวันที่ 11 มีนาคม 2568 คลิกที่นี่ http://www.databadge.net/viva2025/reg/viv/?card=10004738 หรือสามารถสอบถามและดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.vivasia.nl

ไทย-USDAจับมือด้านเกษตร ขยายการส่งออกสินค้าต่อกัน

ไทย-USDAจับมือด้านเกษตร  ขยายการส่งออกสินค้าต่อกัน

ไทย-USDAจับมือด้านเกษตร ขยายการส่งออกสินค้าต่อกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว ภายหลังร่วมหารือกับ นายแพทริค แพคเน็ท รองอธิบดีกรมการเกษตรต่างประเทศ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ( Mr. Patrick Packnett : Associate Administrator Foreign Agricultural Service (FAS) ) ว่าสำหรับการหารือครั้งนี้เป็นการกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรระหว่าง 2 กระทรวงฯ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างภูมิภาคด้านนวัตกรรมการเกษตร (Regional Agriculture Innovation Network) ได้แก่ การลดการเผา และขยายพันธุ์มันสำปะหลัง รวมทั้งการหารือถึงแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีชีวภาพภาคเกษตรในอนาคต

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกัน โดยเฉพาะสินค้าพืช อาทิ การยกเลิกมาตรการฉายรังสีในสับปะรดของไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายไทยและสหรัฐฯ จะมีความร่วมมือด้านการเกษตรมากยิ่งขึ้น ภายใต้รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 2 ของไทย ในระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 9.09 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับตลาดโลก ซึ่งสินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ อาหารสุนัขหรือแมว ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด ปลาทูน่า และยางธรรมชาติ เป็นต้น

‘นฤมล’ชูไข่ผำ-วานิลลา ตอบโจทย์ธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่

‘นฤมล’ชูไข่ผำ-วานิลลา  ตอบโจทย์ธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่

‘นฤมล’ชูไข่ผำ-วานิลลา ตอบโจทย์ธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว “หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 6” โดยมี นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ผอ.หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.)ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้บูรณาการร่วมกับมูลนิธิเกษตราธิการ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ด้านการพัฒนาภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรสมัยใหม่มุ่งสร้างเครือข่ายธุรกิจด้านการเกษตร เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจรากฐาน ต่อยอดบทบาทเกษตรไทยสู่ผู้นำการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรและประเทศไทย ทั้งนี้ หลักสูตร วกส. รุ่นที่ 6 ได้รับความกรุณาจาก ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โดยกำหนดการฝึกอบรมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์–25 กรกฎาคม 2568 มีผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการฝึกอบรม 113 คน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ สู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดี

เกษตรฯไถกลบตอซังฟื้นฟูดิน-ลดฝุ่น

เกษตรฯไถกลบตอซังฟื้นฟูดิน-ลดฝุ่น

เกษตรฯไถกลบตอซังฟื้นฟูดิน-ลดฝุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่บ้านเตาไห หมู่ 6 ต.ทุ่งรวงทอง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน จัดงานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีจากการเผาสู่การไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมดิน และผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุในท้องถิ่น เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดินทำให้ดินมีคุณสมบัติเหมะสมต่อการปลูกพืชอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อนด้วย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนและป้องกันปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ในเวทีโลก โดยวางแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมปี 2567/68 คือ 1.การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงตัดสิทธิการได้ความช่วยเหลือชดเชยต่างๆ จากภาครัฐ และ 2.การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม นอกจากนี้ยังมีมาตรการเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาลในการรณรงค์ให้ประชาชนลดและเลิกการเผาวัสดุทางการเกษตร โดยได้กำชับหน่วยงานในระดับพื้นที่สร้างแรงจูงใจเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตร พร้อมเสนอทางเลือกและข้อเสนอที่จะสามารถให้เกษตรกรยอมรับแนวทางปฏิบัติการทำเกษตรที่ไม่เผาได้ โดยกรมพัฒนาที่ดินรณรงค์ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสาที่มีอยู่ทั่วประเทศร่วมให้ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อประโยชน์ในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน

เกษตราธิการอบรม หลักสูตรวกส.รุ่นที่6 เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ผู้บริหารรัฐกับเอกชน

เกษตราธิการอบรม  หลักสูตรวกส.รุ่นที่6  เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล  ผู้บริหารรัฐกับเอกชน

เกษตราธิการอบรม หลักสูตรวกส.รุ่นที่6 เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ผู้บริหารรัฐกับเอกชน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว “หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 6” โดยมี นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ผอ.หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.)ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้บูรณาการร่วมกับมูลนิธิเกษตราธิการ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ด้านการพัฒนาภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรสมัยใหม่มุ่งสร้างเครือข่ายธุรกิจด้านการเกษตร เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจรากฐาน ต่อยอดบทบาทเกษตรไทยสู่ผู้นำการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรและประเทศไทย ทั้งนี้ หลักสูตร วกส. รุ่นที่ 6 ได้รับความกรุณาจาก ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โดยกำหนดการฝึกอบรมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์–25 กรกฎาคม 2568 มีผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการฝึกอบรม 113 คน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ สู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดี

สชป.4จัดงานสัมมนา คัดเลือกสถาบันเกษตร ใช้น้ำชลประทานดีเด่น

สชป.4จัดงานสัมมนา  คัดเลือกสถาบันเกษตร  ใช้น้ำชลประทานดีเด่น

สชป.4จัดงานสัมมนา คัดเลือกสถาบันเกษตร ใช้น้ำชลประทานดีเด่น

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานชลประทานที่ 4 จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการคัดเลือกสถาบันเกษตรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2569 (ระดับสำนักงานชลประทาน) โดยมี นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 เป็นประธานเปิดโครงการ นายบุญธรรม ปานเปี่ยมโภช รองผู้อำนวยการฯ นายไชยวัฒน์ กำทอง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายนครินทร์ วงศ์ฟูเฟื่องขจร ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน คณะกรรมการฯ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และ เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ทั้งหมด 9 กลุ่ม จาก 9 โครงการในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 4 ร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุม ไม้ใหญ่ รีสอร์ท จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยสถาบันเกษตรกรฯ ระดับสำนักงานชลประทาน สรุปบทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ และแนวทางนำเสนอการทำงานสังเคราะห์ความรู้ ให้กระบวนการทำงานดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงให้การคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 (ระดับสำนักงานชลประทาน) เป็นไปตามกฎที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้เพื่อให้ได้ตัวแทน ที่มาจากการคัดเลือกในวันนี้ เป็นตัวแทนกลุ่มที่จะเข้าร่วมการประกวดในระดับกรมฯ ต่อไป

‘อธิบดีทวีศักดิ์’นำทีม พด.ร่วมคณะ’รมว.นฤมล’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมบ้านชุมพล จ.สงขลา

'อธิบดีทวีศักดิ์'นำทีม พด.ร่วมคณะ'รมว.นฤมล' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมบ้านชุมพล จ.สงขลา

‘อธิบดีทวีศักดิ์’นำทีม พด.ร่วมคณะ’รมว.นฤมล’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมบ้านชุมพล จ.สงขลา

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.58 น.

เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 11 นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินในสังกัด สพข.11 และเขต 12 ร่วมคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมบ้านชุมพล ของนายอภิชาติ ยุพยงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 เจ้าของสวนผู้ใหญ่เอ็ม และรับฟังปัญหาด้านการเกษตร ณ ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ซึ่งเดิมพื้นที่นี้เป็นแปลงนาข้าวที่ปรับเปลี่ยนเป็นมะพร้าวน้ำหอม และมีการรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่าย “สงขลามหานคร” โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการหน่วยงานในสังกัดร่วมเสริมศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงจัดอบรมเกษตรกรให้มีความพร้อมในการปลูกมะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นระบบ รวมถึงจัดหาตลาดรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมในช่วงออกผลผลิต เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาด

กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินสงขลา ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างดินไปตรวจวิเคราะห์เพื่อหาธาตุอาหารและความเป็นกรดเป็นด่างในดิน และให้คำแนะนำในการปรับปรุงบำรุงดินโดยการใช้โดโลไมต์เพื่อลดความเป็นกรดของดิน ทำให้ดินมีสภาพดีขึ้นและโปร่งขึ้น และดำเนินการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรในเรื่องของการทำปุ๋ยหมักจากผลิตภัณฑ์ของ พด.เพื่อปรับโครงสร้างของดิน และการใช้น้ำหมักชีวภาพบำรุงต้นช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีการส่งเสริมการปลูกตาลโตนด ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นของจังหวัดสงขลาที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรและชุมชน และมีพื้นที่ปลูกบริเวณคาบสมุทรสทิงพระเป็นส่วนใหญ่ มีการรวมกลุ่มเพื่อกิจกรรมการแปรรูปจากผลผลิตตาลโตนดในพื้นที่ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนและพัฒนามะพร้าวน้ำหอม และตาลโตนดในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระให้มีความก้าวหน้าและมีศักยภาพในการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน เพื่อช่วยให้เกษตรกรในจังหวัดสงขลาและภาคใต้มีรายได้มั่นคงและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้อีกด้วย

– 006

‘นฤมล-อิทธิ’ลงพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เล็งขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 2 พันไร่ในปีนี้

'นฤมล-อิทธิ'ลงพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เล็งขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 2 พันไร่ในปีนี้

‘นฤมล-อิทธิ’ลงพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เล็งขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 2 พันไร่ในปีนี้

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.52 น.

‘นฤมล-อิทธิ’ลงพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ประกาศพร้อมส่งเสริมศักยภาพให้เกษตรกรปลูกมะพร้าวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เล็งขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 2,000 ไร่ในปีนี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมบ้านชุมพล และรับฟังปัญหาด้านการเกษตร ในพื้นที่ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนามะพร้าวน้ำหอม รวมถึงตาลโตนดในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา ให้มีความก้าวหน้าและเกษตรกรมีรายได้มั่นคง โดยมี นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้การต้อนรับ

โดย นางนฤมล กล่าวว่า วันนี้เราลงมาดูความสำเร็จของแปลงนาข้าวที่ปรับเปลี่ยนเป็นมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่าย สงขลามหานคร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น โดยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดวางแผนขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพ จำนวน 2,000 ไร่ในปีนี้ รวมถึงจัดอบรมเกษตรกรให้มีความพร้อมในการปลูกมะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นระบบ อีกทั้ง จัดหาตลาดรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมในช่วงออกผลผลิต เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาด นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ผลักดันพืชมูลค่าสูง อาทิ ตาลโตนด กาแฟโรบัสต้า และอื่น ๆ ให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่ที่เหมาะสม และจัดหาตลาดรองรับตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ด้าน นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุข และสามารถทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น เราจะทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมและตาลโตนดได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด

สำหรับจังหวัดสงขลามีการปลูกมะพร้าวน้ำหอม จำนวน 11,575 ไร่ มากเป็นอันดับ 7 ของประเทศ และเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม จำนวน 5,733 ครัวเรือน โดยส่วนใหญ่มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอมในคาบสมุทรสทิงพระ (อำเภอสทิงพระ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอระโนด และอำเภอสิงหนคร) เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล มีแหล่งน้ำธรรมชาติ มีระบบชลประทานที่ดี สภาพภูมิประเทศ และดินที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมของจังหวัดสงขลา มีรสชาติหอมหวานเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และภาคเอกชนส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมคุณภาพในพื้นที่ศักยภาพบริเวณคาบสมุทรสทิงพระและพื้นที่ราบลุ่มบริเวณทะเลสาบสงขลา ส่งเสริมเกษตรกรให้ได้รับความรู้และมีทักษะบริหารจัดการสวนมะพร้าวด้วยเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนาคุณภาพสินค้าและการตลาดให้กับเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม จำนวน 4 แปลง เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 152 ราย ครอบคลุมพื้นที่รวม 624.5 ไร่ มะพร้าวน้ำหอมมีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.2 (เทียบกับปี 2563) ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยลดลงร้อยละ 15.7 เกษตรกรผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 113 ราย ในพื้นที่ 310 ไร่ สามารถผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดี ได้ปีละประมาณ 59 ล้านผล เกษตรกรกรสมาชิกแปลงใหญ่มีรายได้สุทธิ รวม 6.29 ล้านบาท/ปี

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีการส่งเสริมตาลโตนด ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นของจังหวัดสงขลาที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรและชุมชนไม่น้อยกว่า 3.7 ล้านบาท/ปี ปัจจุบันจังหวัดสงขลา มีจำนวนต้นตาลโตนดยืนต้น ประมาณ 744,573 ต้น ให้ผลผลิตแล้ว 494,707 ต้น มีพื้นที่ปลูกบริเวณคาบสมุทรสทิงพระเป็นส่วนใหญ่ มีการรวมกลุ่มเพื่อกิจกรรมการแปรรูปจากผลผลิตตาลโตนดในพื้นที่ จำนวน 14 กลุ่ม เกษตรกร 148 ราย ซึ่งการขับเคลื่อนและพัฒนามะพร้าวน้ำหอม และตาลโตนดในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จะช่วยให้เกษตรกรในจังหวัดสงขลาและภาคใต้มีความก้าวหน้าและมีศักยภาพในการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน เป็นเกษตรกรที่มีรายได้มั่นคง และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้ อีกด้วย

‘นฤมล’หนุนพื้นที่ปลูกมันฯ เพิ่มผลผลิต-สร้างรายได้ที่มั่นคง

‘นฤมล’หนุนพื้นที่ปลูกมันฯ  เพิ่มผลผลิต-สร้างรายได้ที่มั่นคง

‘นฤมล’หนุนพื้นที่ปลูกมันฯ เพิ่มผลผลิต-สร้างรายได้ที่มั่นคง

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับฟังการนำเสนอรายงานผลการจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โอกาสและความท้าทายในธุรกิจพืชมูลค่าสูงภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา (กรณีศึกษาพืชมันฝรั่ง) โดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน”รวมทั้งหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานการพัฒนาการผลิตมันฝรั่ง ร่วมกับนางสุริวัสสา สัตตะรุจาวงษ์ ผอ.ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจประจำประเทศไทยและเวียดนาม พร้อมคณะผู้บริหารบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด โดยมีนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อลดการนำเข้าให้มากที่สุด ซึ่งมันฝรั่งเป็นพืชที่ทำรายได้สูง แต่การปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในประเทศไทยยังมีผลผลิตที่ไม่เพียงพอในการบริโภคภายในประเทศ จึงนำเข้ามันฝรั่งหัวและพันธุ์มันฝรั่งจากต่างประเทศจำนวนมากทุกปีดังนั้น จึงหารือความร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เหมาะสมเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก เพิ่มผลผลิตให้เพียงพอ ลดการนำเข้า โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดิน ศึกษาพื้นที่เหมาะสม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุน เพื่อเพิ่มศักยภาพพื้นที่ปลูกและผลผลิตต่อไร่ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง สร้างแรงจูงใจผ่านระบบเกษตรพันธสัญญาการประกันภัยความเสี่ยง ส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเพื่อผลผลิตมันฝรั่งที่มีคุณภาพ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ แนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่เกษตรกร สนับสนุนการวิจัยพัฒนาหัวพันธุ์มันฝรั่ง สนับสนุนทุนวิจัยในรูปแบบโครงการเพื่อผลิตหัวมันฝรั่งพันธุ์ และการพัฒนาหัวพันธุ์ให้เหมาะสมต่อสภาพอากาศประเทศไทย พร้อมทั้งติดตามประเมินสถานการณ์การผลิต การตลาด ต้นทุนและความคุ้มค่าของการปลูกมันฝรั่งในประเทศไทย

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกมันฝรั่งในปี 2567 ในประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 41,374 ไร่ เนื้อที่เก็บเกี่ยว 41,083 ไร่ (แยกเป็นมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน 37,762 ไร่ และพันธุ์บริโภค 3,585 ไร่) โดยรวมผลผลิตตลอดทั้งปี 119,501 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 2,890 กิโลกรัม มีความต้องการใช้ 185,000 ตันต่อปีซึ่งผลิตได้ในประเทศ 111,000 ตัน (ร้อยละ 60) และนำเข้า 75,000 ตัน (ร้อยละ 40) โดยในปี 2570 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าจะมีความต้องการมันฝรั่งเพื่อแปรรูป เพื่อบริโภคในประเทศและการส่งออกถึงประมาณ 280,000 ตัน