‘อิทธิ’นำทัพKickOff ไถกลบตอซัง

‘อิทธิ’นำทัพKickOff ไถกลบตอซัง

‘อิทธิ’นำทัพKickOff ไถกลบตอซัง

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปี 2568 ที่บ้านหนองปาตอง หมู่ 2 ต.หนองยาว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา การจัดงานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีจากการเผาสู่การไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมดิน และผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุในท้องถิ่น เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ดินมีสมบัติเหมะสมต่อการปลูกพืชอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะยาว และยังช่วยลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อนด้วย

นายอิทธิ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2613 ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ในเวทีโลก โดยการไถกลบตอซังพืชแทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ การเผาตอซังและเศษพืชที่เกษตรกรทิ้งหลังเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดินจำนวนมาก ซึ่งการไถกลบตอซังพืชจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ดินมีความโปร่งร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ความหนาแน่นของดินลดลงเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และหมุนเวียนธาตุอาหารพืชคืนสู่ดิน การงดเผาในพื้นที่ 1 ไร่ จะเพิ่มธาตุอาหารลงดิน ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) คิดเป็น มูลค่า 900 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้

เกษตรฯเร่งติดตาม การของบประมาณ โครงการกรมประมง ใช้แก้ปัญหากุ้งทะเล

เกษตรฯเร่งติดตาม  การของบประมาณ  โครงการกรมประมง  ใช้แก้ปัญหากุ้งทะเล

เกษตรฯเร่งติดตาม การของบประมาณ โครงการกรมประมง ใช้แก้ปัญหากุ้งทะเล

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการของบประมาณโครงการของกรมประมงเพื่อแก้ปัญหาด้านกุ้งทะเล เร่งด่วน ในปีงบประมาณ 2568–2569 รวม 7 โครงการ อาทิ โครงการขยายฐานการผลิตจุลินทรีย์เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรด้วยนวัตกรรมด้านพลังงานและด้านชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน (Shrimp Tech) และโครงการยกระดับการนำนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการผลิตกุ้งทะเลตามแนว Go Green ด้วย BCG Model เป็นต้น

พร้อมกันนั้นได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการรณรงค์บริโภคสินค้ากุ้ง ปี 2567 โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มช่องทางการตลาด/เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นการบริโภค เป้าหมาย 5,450 ตัน โดยรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) เป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้ ที่ประชุม คบท.เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยขยายระยะเวลาดำเนินการ
จากเดิมสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567 เป็น 31 กรกฎาคม 2568 และขยายระยะเวลาโครงการ จากเดิมสิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 เป็น 31 ตุลาคม 2568 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

รมว.เกษตรฯหารือเอกชน ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รมว.เกษตรฯหารือเอกชน  ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รมว.เกษตรฯหารือเอกชน ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะหารือกับนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หน่วยงานบริษัท ซีพี เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อหาแนวทางระบบการตรวจสอบย้อนกลับการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากแปลงที่ไม่เผาตามมาตรการปลอดฝุ่น PM2.5 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการนำเสนอระบบการตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีการเชิญชวนเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร ลด เลิก การเผาแปลง อันเป็นต้นเหตุของฝุ่น PM2.5 อีกทั้งมีการนำเสนอโครงการปรับเปลี่ยนพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับการปลูกพืชในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเพาะปลูกพันธุ์พืชมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดการเผาป่า ลดมลภาวะ สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ

ทนายโต้เดือด!! โฉนดสนามกอล์ฟได้มาถูกต้อง ซัด’ธนดล’เป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ

ทนายโต้เดือด!! โฉนดสนามกอล์ฟได้มาถูกต้อง ซัด'ธนดล'เป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ

ทนายโต้เดือด!! โฉนดสนามกอล์ฟได้มาถูกต้อง ซัด’ธนดล’เป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.59 น.

‘ทนายแรนโช ชาญวีร์’ ยันโฉนดที่ดินได้มาถูกต้อง โอด ‘ธนดล’ ลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทบเศรษฐกิจปากช่อง โคราชหลายหมื่นล้าน ซัดเป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ ชี้หน่วยราชการยังไม่ชัดเจน ไม่ควรออกมาพูด

18 ก.พ.2568 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจาก “แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ” กล่าวถึงกรณีที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินบริเวณปากช่อง และแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ทฯว่า สนามกอล์ฟแห่งนี้มีโฉนดที่ดินถูกต้อง การลงทุนของนักลงทุนวันนี้เขาเชื่อมั่นอะไร เชื่อมั่นในระบบราชการ ทุกคนมาลงทุนเป็นร้อยเป็นพันล้าน วันนี้เขาต้องอาศัยเอกสารสิทธิ์เพื่อไปดําเนินการในเรื่องของแหล่งสนับสนุนเงินทุนด้วย ดังนั้นการที่หน่วยงานภาครัฐทะเลาะกันเอง แล้วหาข้อชัดเจนไม่ได้ และพยายามจะพูดถึงการเพิกถอนโฉนดอยู่ตลอดเวลา

“ผมเรียนถามว่าคุณมาเพื่อเศรษฐกิจของเรา หรือคุณกําลังจะมาทําลายพื้นที่นี้ต่างหาก นี่คือประเด็นที่เป็นข้อสงสัย ผมพูดในฐานะที่ว่าดูแลกฎหมายพิจารณาเพียงเรื่องเดียวว่า การลงทุนที่นี่เราพิจารณาเป็นหลักก็คือโฉนดที่ดิน สนามกอล์ฟแห่งนี้ซื้อที่ดินมามือ 2 มือ 3 เป็นอย่างต่ำ ถามว่าเราจะไปรู้เรื่องทะเลาะกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐหรือไม่ วันนี้เราต้องพูดถึงการลงทุนในมหภาค ปากช่องเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมไปแล้ว ไม่ใช่เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งมันเป็นภาคเกษตรกรรม ทุกอย่างเปลี่ยนก็ต้องเข้าใจบริบทด้วย วันนี้จะมาเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจ หรือจะมาทําลายเศรษฐกิจ มาพูดถึงแต่เรื่องต้องเพิกถอนเอาของที่ดินกลับคืนไป ผมไม่รู้หรอก ผมรู้แต่ว่าโฉนดที่ดินนี้ออกมาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ประเด็นคือคุณจะเอาที่ดินที่มีผู้ลงทุนจํานวนมหาศาลไปปลูกเผือก ปลูกมัน หรืออย่างไร  นี่คือเรื่องที่จะต้องคิดให้มาก ก่อนที่จะมาทําอะไรอย่างนี้ ผมตําหนิเรื่องเดียวคือตราบใดหน่วยราชการเขายังไม่ชัดเจน คุณไม่ควรพูด อย่าลืมว่ามันมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขอให้คิดสักนิดถ้าใช้สมองคิดก็จบ” นายชนินทร์ กล่าว

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า ถ้าคุณเป็นนักลงทุนกําลังจะมาที่นี่ จะกล้าลงทุนหรือไม่ และหากกําลังเจรจาซื้อขาย หรือวางมัดจํากัน เขาคงไม่กล้าจ่ายเงินแล้ว เพราะธนาคารก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินด้อยค่าแล้ว ใครจะรับผิดชอบชีวิตพวกที่มาลงทุนที่นี่ เศรษฐกิจโดยรวมหลายหมื่นล้านต่อปี แต่คุณสามารถทําลายมันภายในพริบตา ด้วยคําพูดคุณว่าจะเพิกถอนคุณบ้าหรือไม่  ส่วนเรื่องการได้ที่ดินมาโดยชอบหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ ไม่ใช่เรื่องของผู้ทรงสิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะเราซื้อมาโดยสุจริต ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกโฉนด คนที่มาซื้อที่ดินต่อก็ไม่รู้ จะดำเนินการอะไรก็ต้องรอให้ระบบทุกอย่างลงตัวก่อน ไม่ใช่แค่คิดว่า น่าเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นโดยนักการเมือง มาแลกกับความเสียหายของอําเภอปากช่องมันคุ้มหรือไม่

เมื่อถามว่า ตอนนี้สนามกอล์ฟได้รับความเสียหายอย่างไรบ้าง นายชนินทร์ กล่าวว่า “ตอนนี้ถ้าจะไปชวนใครมาลงทุนหรือทรัพย์สินที่จํานองธนาคาร ต้องมีปัญหาเพราะถูกตีเป็นทรัพย์สินด้อยค่า ซึ่งต้องมองภาพรวมทั้งปากช่องซึ่งเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปแล้ว ไม่ใช่แหล่งเกษตรกรรม ฉะนั้นจะทำอะไรอยากให้คิดให้มากๆ  ยังเป็นเด็กอยู่ต้องคิดแบบผู้ใหญ่ และเรื่องนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ถูกตรวจสอบ เราไม่เคยมีปัญหากับราษฎร ถ้าจะไปตรวจสอบก็ต้องไปตรวจสอบหรือไปคุยกันเอง เพราะเราจะไปรู้หรือว่าพวกคุณทําอะไรกันมา” 

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.16 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการการส่งเสริมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังปัญหาแนวทางการแก้ไขและการพัฒนาของผู้นำชุมชน โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.06 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เขต 9 ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการการส่งเสริมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังปัญหาแนวทางการแก้ไขและการพัฒนาของผู้นำชุมชน ในการนี้กรมปศุสัตว์ได้มอบปัจจัยการผลิตทางด้านปศุสัตว์ ได้แก่ พืชอาหารสัตว์ จำนวน 100 ฟ่อน อาหาร TMR และท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรที่มาร่วมงานฯ โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

– 006

‘ธนดล’บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง’ปิดกิจการ’ ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว’อนุทิน’

'ธนดล'บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง'ปิดกิจการ' ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว'อนุทิน'

‘ธนดล’บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง’ปิดกิจการ’ ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว’อนุทิน’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.52 น.

“ธนดล”ยกทีมเข้าตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอปากช่อง รวม  3 จุด หลังพบว่าอาจมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ พบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ดิน ส.ป.ก.ชัดเจน สั่งส.ป.ก.โคราชทำหนังสือแจ้งเตือนให้ปิดกิจการ จับตาลุยสอบที่ดินสนามกอล์ฟของครอบครัว“อนุทิน”ยันไม่ใช่เกมการเมือง

18 ก.พ.68 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโดยได้เข้าตรวจสอบพื่นที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 

โดยนายธนดล กล่าวว่าสำหรับจุดแรก เนื้อที่ 31 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนเขาใหญ่-วังน้ำขียว บ้านตะเคียนงาม ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน แต่มีการก่อสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว บ้านพักและรีสอร์ท พบว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเกี่ยวข้องกับการครอบครอง ก่อนมีการซื้อขายเปลี่ยนมือสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เบื้องต้นทาง ส.ป.ก.นครราชสีมาจะทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ครอบครองให้ปิดกิจการ เนื่องจากเป็นการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ โดย ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้เพื่อทำการเกษตรเท่านั้น

ส่วนจุดที่ 2 ที่เข้าตรวจสอบเป็นสนามกอล์ฟ อยู่ในตำบลโป่งตาลองเช่นกัน โดยเจ้าของถือครองถูกต้องตามกฎหมาย แต่จุดที่เข้าตรวจสอบ มีโฉนดที่ดินอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สองพันกว่าไร่ เบื้องต้นพบว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินจากเอกสาร นค. 3  ซึ่งเป็นที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่กลับตรวจพบว่า เป็นโฉนดที่ดิน ที่พบพื้นที่ขยายเพิ่ม หรืองอกจากเขตนิคมฯ  หรือเรียกกัน นค. 3 บวมแล้วทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด และอาจนำไปสู่การเพิกถอนโฉนดหากพบว่าขั้นตอนการออกโฉนดไม่ถูกต้อง

จากนั้น คณะทำงานจะเข้าตรวจสอบ สนามกอล์ฟของครอบครัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจุดที่ 3 ซึ่งทางนายอนุทินเองก็ได้ยืนยันว่าครอบครัวได้มาอย่างถูกต้องและพร้อมให้ตรวจสอบ

โดยนายธนดล ยืนยันว่า ดำเนินการในครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองโดยเจ้าของกิจการซื้อขายที่ดินที่มีโฉนดถูกต้อง แต่ตามแผนที่เขตปฏิรูปที่ดิน ตรวจพบว่าสนามกอล์ฟอยู่ในเขต ส.ป.ก. จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องการออกโฉนด เพราะที่ดินของสนามกอล์ฟออกเอกสาร นส 3 ก.ตั้งแต่ปี 2519 และมีการออกโฉนดเกือบทั้งหมด ก่อนจะประกาศเขตปฏิรูปที่ดินปี 2534

“สำหรับการตรวจสอบแปลงที่ดินเขต ส.ป.ก. และสนามกอล์ฟทั้ง 2 แห่ง ในวันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนี้จะตรวจสอบแปลงที่ดินที่คาดว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินในเขตนิคมฯ ที่รุกล้ำเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอปากช่อง ใน 8 ตำบล โดยมีการออกโฉนดไปแล้ว 2 หมื่นกว่าไร่ และที่ออกเอกสารสิทธ์ เพื่อรอยื่นขอออกโฉนดอีก 2 หมื่นกว่าไร่เช่นกัน”นายธนดล กล่าว

ขณะที่นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากสนามกอล์ฟ แรนโชชาญวีร์ ฯ ยืนยันว่า โฉนดที่ดินแปลงนี้ออกตามกฎหมาย และเชื่อว่าเป็นปัญหาความขัดแย้งของหน่วยงานรัฐในเรื่องพิกัดแผนที่ ที่ควรตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะเมื่อเป็นกระแสข่าวได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน’ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง’

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน'ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน’ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.35 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน”ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง” พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมและตรวจติดตามการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของศูนย์ฯ โดยมีนายประสบพร ทองนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลด้านการวิจัย การชันสูตรโรคสัตว์ และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ ที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล มุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนงานด้านปศุสัตว์ในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเชิงรุก เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ด้านปศุสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

– 006

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดอบรมหลักสูตรการส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichumsiamense (ใบร่วงชนิดใหม่) ประจำปี 2568 โดยมี ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ วิทยากร และเกษตรกรชาวสวนยางพารา เข้าร่วม ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู ว่ากยท.ได้จัดทำโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ในการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยฟื้นฟูต้นยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถสำรวจต้นยางและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคระบาดในสวน
ยางพาราของตนเองได้ ซึ่งแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาโรคระบาดในสวนยาง โดยเฉพาะโรคใบร่วงชนิดใหม่ ปัจจุบันเรียกว่า โรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum
siamense ทั้งนี้ กยท.ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ศึกษาและทบทวนแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาตามมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง อาทิ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต และพันธุ์ยางต้านทานโรคให้แก่เกษตรกร เป็นต้น

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า นอกจากการสนับสนุนการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราแล้วยังเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องเกษตรกรภาคประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี  จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ศิรินภา ช่วงชัย (น้องอ้อม) อายุ 28 ปี อาชีพวิศวกรโยธา โครงการต่อเติมท่าอากาศยานตรัง ได้ใช้เวลาว่างและพื้นที่ว่างข้างบ้านเช่าเลขที่ 108/3 หมู่ 10 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง มาปลูกผักเคลซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียวทั้งปลูกแบบลงดินและใส่ในกระถาง เพื่อยกขายง่าย กระถางละตั้งแต่40-300 บาท และมีการตัดใบผักเคลขายถุงละ 2 ขีด ราคา 60 บาท 2 ถุง 100 บาท หากซื้อใบผักเคล 15 ถุงแถมฟรีให้ 1 ถุงด้วย

ซึ่งจุดเริ่มต้นของการหันมาปลูกผักเคลในกระถาง มาจากคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคไต เมื่อปี 2566 น้องอ้อมจึงคิดปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน เพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ทานผักปลอดภัย ประกอบกับเป็นคนชอบปลูกผักต่างๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะผักเคล ที่พบว่ามีคุณประโยชน์มากมาย และดีต่อสุขภาพของผู้ป่วย จึงไปศึกษาวิธีการปลูกเพิ่มเติมในกลุ่มต่างๆ จนกระทั่งได้สูตรการปรุงดิน การทำน้ำหมักชีวภาพและการขายตลาดออนไลน์ จึงเริ่มปลูกมากขึ้นทั้งผักเคลใบหยิกและผักเคลไดโนเสาร์ ซึ่งทุกขั้นตอนปลอดสารเคมีเพราะคุณแม่และคนในครอบครัวรับประทานด้วย ทำให้มีลูกค้ากลุ่มคนรักสุขภาพ ทั้งใน จ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียง สั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้เสริมไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 บาทต่อเดือน

สำหรับผักเคล มีสรรพคุณด้านการบำรุงสายตา บำรุงหัวใจ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงบำรุงผิวพรรณ ลดภาวะเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน ไฟเบอร์ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และนิยมทานสดในเมนูสลัด หรือทำสมูธตี้ ผักลวกจิ้มกับน้ำพริก แกงเลียงและอื่นๆ ทั้งยังนำไปประดับตกแต่งอาคาร บ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ได้สวยงาม และเก็บกินได้ตลอดทั้งปีไว้

ด้าน น.ส.ศิรินภา ช่วงชัย เกษตรกรผู้ปลูกผักเคลกล่าวว่า เริ่มปลูกผักเคลมาประมาณปีกว่าแล้ว เนื่องจากคุณแม่ไม่สบายเกี่ยวกับเรื่องไต จึงต้องการให้แกได้ทานผักที่ดีๆ ที่ต้องคุมเรื่องอาหาร จึงคิดว่าถ้าเราเอาราชินีผักใบเขียว คุณสมบัติเยอะอยู่แล้วมาปลูกเพื่อเอาไปให้แม่ และคิดต่อไปว่าถ้าเราปลูกเพื่อส่งต่อให้กับคนที่เขารักสุขภาพน่าจะเป็นเรื่องดี จึงใช้โอกาสนั้นปลูกเพื่อที่จะขายด้วย

โดยขายทั้งเป็นใบและเป็นต้น ถ้าเป็นใบถุงละ 2 ขีด ราคา 60 บาทถ้า 2 ถุงขาย 100 บาท ตอนนี้มีโปรโมชั่นซื้อครบ 15 ถุงแถมฟรี 1 ถุง ส่วนเป็นกระถางขายตั้งแต่กระถางละ 40-300 บาทพร้อมทาน ผลตอบรับดี มีทั้งคนตรังที่สนใจเรื่องสุขภาพและตัดส่งทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ รายได้รวม 5,000-6,000 บาทต่อเดือน ส่วนประโยชน์มีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาและอีกหลายอย่าง ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียว SuperFood Thailand แนวโน้มดีมาก ส่วนใครสนใจสามารถติดต่อได้ทางเพจ/เฟซบุ๊ก บ้านฮักแพง Sirinapha chaungchai หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-5071706

ทรงวุฒิ นาคพล