‘ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.’ร่วมเปิดตัว’RID UNITED’ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

'ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.'ร่วมเปิดตัว'RID UNITED'ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

‘ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.’ร่วมเปิดตัว’RID UNITED’ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ ได้เข้าร่วมการเปิดตัว “RID UNITED” ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ โดย นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2580” โดยมี รองอธิบดีกรมชลประทาน ทั้ง 4 สายงาน เป็นผู้รับมอบนโยบายและนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแต่ละด้านต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

'อธิบดีกรมการข้าว'เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

‘อธิบดีกรมการข้าว’เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.44 น.

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ฟื้นฟูเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลังน้ำลด โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์เหลว (ชนิดน้ำ) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบอุทกภัย ช่วงการเกิดภัยระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2567

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตั้งแต่งคณะกรรมการบริหารโครงการและคณะทำงานโครงการฯ พร้อมทั้งขออนุมัติจัดสรรเงินงบประมาณ และจัดทำร่างคู่มือการปฏิบัติงานโครงการฯ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกับแผนงานของโครงการฯที่วางไว้

– 006

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่ สร้างการเติบโตภาคเกษตร

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่  สร้างการเติบโตภาคเกษตร

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่ สร้างการเติบโตภาคเกษตร

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือทวิภาคี กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายเรมี เอเจล (Mr. Remy Ejel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียโอเชียเนีย และแอฟริกา (Chief Executive Officer Zone Asia, Oceania and Africa) บริษัทเนสท์เล่ (Nestle) ในการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 (WEF AM25)

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้ขอให้บริษัท เนสท์เล่ สนับสนุนเกษตรกรไทย มุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่ และการเป็น Smart Farmers โดยเฉพาะเรื่องการวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรม ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุน ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมโคนมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตร และร่วมผลักดันเป้าหมายของไทยในการส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน นอกจากนี้ความตกลงเขตการค้าเสรี FTA ไทย-EFTA ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยและต่างประเทศที่ลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

“บริษัท เนสท์เล่ แสดงความมุ่งมั่นว่าจะลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทยโดยช่วงปี 2561-2567 ได้ลงทุนขยายสายการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ เครื่องดื่ม UHT และอาหารสัตว์ รวมสูงถึงกว่า 22,800 ล้านบาท ในปี 2568 และอนาคต บริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อขยายสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ  ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และหารือการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม โดยมีนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ว่าได้ศึกษาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกร เช่น การจัดทำโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” สนับสนุน “ปลานักล่า” ให้เกษตรกรใช้ควบคุมปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยง หลังจากปล่อยปลาลงเลี้ยง 2-3 เดือน เกษตรกรจะส่งคืนปลานักล่า 10% (สิบหยิบหนึ่ง) ให้กับสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปปลาหมอคางดำ อาทิ น้ำหมัก ปุ๋ย ตลอดจนปลาร้า ซึ่งมอบหมายกรมประมง เร่งหาจุดรับซื้อที่เหมาะสมในการรับซื้อปลาหมอคางดำ

ทั้งนี้ จากผลการขับเคลื่อนภารกิจการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ตามแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ พ.ศ.2567–2570 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และรักษาความหลากหลายทางระบบนิเวศ พบว่ามาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยวิธีการลงแขก-ลงคลอง จับปลาหมอคางดำ ซึ่งสามารถกำจัดออกจากแหล่งน้ำได้ 55,302.55 กิโลกรัม และการกำจัดปลาหมอคางดำจากบ่อเลี้ยงด้วยกากชาและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นร่วมด้วย มาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปลากะพงขาว และปลาอีกง สู่แหล่งน้ำธรรมชาติ นับตั้งแต่ที่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่ไปแล้วกว่า 673,500 ตัว

มาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ อาทิ โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางโครงการสร้างแรงจูงใจในการนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกไปใช้ประโยชน์โดยการหมักปลาร้า พ.ศ.2567 รวมการนำปลาหมอคางดำ มาใช้ประโยชน์ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2567-มกราคม 2568 รวม 331,282 กิโลกรัม อีกทั้ง ยังได้ดำเนินการตามมาตรการสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจาย ปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน รวมถึงส่งเสริมการรับรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้แก่กลุ่มเกษตรกร

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบพันธุ์ปลาผู้ล่า 5,000 ตัว ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” และร่วมปล่อยพันธุ์ปลาผู้ล่าที่เกษตรกรคืนมา หลังจากนำไปกำจัดในบ่อเลี้ยงลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา เป็นประธาน ที่กรมพัฒนาที่ดิน โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนและปรับปรุงแผนการดำเนินงานในปี 2568–2570 ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) เพื่อให้โครงการเกษตรวิชญา เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างครบวงจรโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม พล.อ.กัมปนาท เน้นย้ำให้การจัดทำแผนการดำเนินงานสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง รวมถึงมีการประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำในมิติของผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสังคมเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา ในปี 2567 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราสัญลักษณ์โครงการเกษตรวิชญา

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ การใช้ที่ดินมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ โดยดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้และสาธิตด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงแบบชุมชนมีส่วนร่วม สำหรับเกษตรกรในโครงการและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสืบสาน รักษา และต่อยอดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘กรมชลประทาน’เปิดตัว’RID UNITED’ ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

'กรมชลประทาน'เปิดตัว'RID UNITED' ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

‘กรมชลประทาน’เปิดตัว’RID UNITED’ ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.17 น.

“กรมชลประทาน”เปิดตัว”RID UNITED” ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน มอบนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2580” โดยมีรองอธิบดีกรมชลประทานทั้ง 4 สายงาน เป็นผู้รับมอบนโยบายและนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแต่ละด้านต่อไป

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ทุ่มเททำงานเพื่อสานต่องานด้านชลประทานอย่างไม่หยุดนิ่ง มุ่งมั่นเดินหน้างานตามภารกิจหลักภายใต้ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) โดยการขับเคลื่อนกรมชลประทานภายใต้นโยบาย RID UNITED ยึดหลักนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี 4 ด้าน และพันธกิจกรมชลประทาน 4 พันธกิจ ประกอบด้วย 8 นโยบายหลัก ได้แก่

นโยบายที่ 1 : เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

นโยบายที่ 2 : บริหารจัดการน้ำ ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

นโยบายที่ 3 : ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วนต่องานชลประทาน

นโยบายที่ 4 : ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

นโยบายที่ 5 : รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านน้ำ อย่างเป็นระบบ

นโยบายที่ 6 : พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

นโยบายที่ 7 : ปรับปรุงกรอบโครงสร้างอัตรากำลัง ให้เหมาะสมต่อการส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากร

นโยบายที่ 8 : ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

กรมชลประทาน จะดำเนินการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวทางการบริหารงาน ตามนโยบาย “RID UNITED” ซึ่งมีการเน้นการทำงานในลักษณะของความสามัคคี (Unity) การปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (Norm) การบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน (Integration) รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology & Innovation) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ (Empathy) พร้อมทั้งยกระดับการทำงานในองค์กรให้ทันสมัยและสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก (Diversity & Dynamic)

ทั้งนี้ นโยบาย “RID UNITED” จะดำเนินงานเพื่อตอบสนองกับนโยบายของรัฐบาล และนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ความสำคัญกับโครงการชลประทานตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่ชลประทาน ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งโดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับทุกภาคส่วน รวมถึงส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายให้กรมชลประทานเป็นองค์กรที่สร้างประโยน์สูงสุดให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

“กรมชลประทาน มุ่งมั่นเดินหน้าในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สามารถตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” นายสุริยพลฯ กล่าวปิดท้าย
ในการนี้อธิบดีกรมชลประทาน ได้นำทีมคณะผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกรมชลประทาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมภายในองค์กร โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่บุคลากรในกรมชลประทาน รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงราชการ การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างพลังร่วมกันของบุคลากรกรมชลประทานในการปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรที่ปราศจากทุจริตคอร์รัปชัน โปร่งใส และมีคุณธรรมอย่างยั่งยืน

– 006

‘นฤมล-อิทธิ’ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

'นฤมล-อิทธิ'ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

‘นฤมล-อิทธิ’ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.04 น.

‘นฤมล-อิทธิ’ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร รักษาเสถียรภาพราคาสุกรในประเทศ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 

โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การผลิตเนื้อสุกรของโลกในปี 2568 จะลดลงร้อยละ 1 เป็น 115.1 ล้านตัน จากเดิมปี 2567 ผลิตได้ 116.02 ล้านตัน เนื่องจากแหล่งผลิตเนื้อสุกรลำดับต้นของโลก (จีนและสหภาพยุโรป) มีการปริมาณแม่พันธุ์และการบริโภคเนื้อสุกรลดลงในปี 2567 ในขณะที่สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และบราซิลมีการผลิตเพิ่มขึ้น 

สถานการณ์การผลิตสุกรขุนของไทย ปี 2567 ผลิตได้ 23.46 ล้านตัว ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 14.67 หรือ 20.46 ล้านตัว เป็นผลจากการปรับตัวของฟาร์มสุกรที่ทำระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ และราคาสุกรมีชีวิตมีเสถียรภาพในปี 2566 สำหรับปี 2567 สุกรมีชีวิต มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 72.91 บาท เนื้อสุกรชำแหละ มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 132.26 บาท และคาดว่าปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับผลการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร มีการปราบปรามเนื้อสุกรเถื่อนอย่างจริงจัง และตัดวงจรลูกสุกรทำหมูหัน ปี 2567 จำนวน 43,262 ตัว รวมถึงเปิดตลาดส่งออกสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาสุกร 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ (ร่าง) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือคุมปริมาณสุกรให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ระหว่างกรมปศุสัตว์ และผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ 16 ราย ซึ่งมีสาระสำคัญให้หยุดการขยายฟาร์มแม่พันธุ์ใหม่ คงระดับจำนวนแม่พันธุ์สุกรให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.2 ล้านตัว ในปี 2568 เพื่อลดความผันผวนของราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรใรภาพรวมทั้งประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมาย โดยสำนักกฎหมาย กรมปศุสัตว์

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อร่วมคัดเลือกเป็นคณะกรรมการภาคเอกชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการฯ (pig board) อีกด้วย

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

'อธิบดีทวีศักดิ์'ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.42 น.

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายวิรุธ คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พร้อมด้วย นายวัชระ สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งหน่วยทหารในพื้นที่ค่ายจิรประวัติได้ดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดีค่ายจิรประวัติ เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาดำเนินการให้เป็นรูปธรรมในค่ายทหาร และเป็นการสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ ได้ลงพื้นที่สำรวจดิน รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงดินด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับดินในพื้นที่ และร่วมวางแผนในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯ ในโครงการทหารพันธุ์ดีค่ายจิรประวัติ ที่ใช้สำหรับเพาะปลูกพืชปลอดภัย เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการปลูกพืชในโครงการให้เจริญเติบโตได้อย่างดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน มอบหมายให้ สถานีพัฒนาที่ดินนครนายก จัดเตรียมข้อมูลการปรับปรุงดินด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน สำหรับการถวายรายงาน และร่วมเตรียมความพร้อมการรับเสด็จฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

'อธิบดีทวีศักดิ์'รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

‘อธิบดีทวีศักดิ์’รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.37 น.

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เข้ารับโล่รางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ประจำปี 2567 ประเภทนักบริหารภาครัฐ/ราชการ จาก ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธี จัดโดยสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์ ณ อาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ รางวัลนิสิตศิษย์เก่าดีเด่นของ ม.เกษตรศาสตร์ มอบให้เพื่อเชิดชูเกียรตินิสิตเก่าของสถาบันที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่องค์กร สังคมและประเทศ สร้างความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กรและมหาวิทยาลัย

– 006

72ปีอสป.มุ่งมั่นพัฒนาภาคประมงไทย

72ปีอสป.มุ่งมั่นพัฒนาภาคประมงไทย

72ปีอสป.มุ่งมั่นพัฒนาภาคประมงไทย

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาองค์การสะพานปลา ครบรอบ 72 ปี โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่องค์การสะพานปลา ว่าได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการค้าสัตว์น้ำของประเทศ เพื่อสนับสนุนภาคประมงไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งมุ่งมั่นเป็นศูนย์กลางการค้าสัตว์น้ำที่มีมาตรฐาน ให้กับชาวประมงผู้ประกอบการ เศรษฐกิจของประเทศ และสามารถขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรให้เติบโตเพื่ออนาคตของภาคการประมงไทยและประเทศชาติ

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2568 องค์การสะพานปลา พร้อมเดินหน้าพลิกฟื้นการประมงของไทยให้กลับมาเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศและประชาชนอีกครั้ง อีกทั้งช่วยฟื้นคืนความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวประมง และสร้างความมั่นคงด้านอาหารทะเล ให้แก่ประชาชนในประเทศ รวมถึงระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมภาคการประมงให้เป็นที่ยอมรับของประเทศคู่ค้าและขยายตลาดการส่งออกสินค้าประมงของตลาดไทย ผ่านการขนถ่ายท่าเทียบเรือประมงขององค์การสะพานปลานำออกสู่ตลาดในประเทศโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และชาวประมงผู้ประกอบอาชีพประมงโดยสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรมพร้อมพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนสามารถพัฒนาศักยภาพและนำมาซึ่งการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์แปรรูปสัตว์น้ำสู่ผู้บริโภค และสามารถพัฒนาตลาดปลาเชิงท่องเที่ยวของไทยในอนาคต โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณพนักงานดีเด่นประจำปี 2567 พร้อมทั้งปล่อยพันธุ์ปลาสวาย73 ตัว เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี องค์การสะพานปลา