เกษตรฯจัดงานรวมใจภักดิ์ฯ สืบสานการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/847177

เกษตรฯจัดงานรวมใจภักดิ์ฯ  สืบสานการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน

เกษตรฯจัดงานรวมใจภักดิ์ฯ สืบสานการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง)เปิดโครงการรวมใจภักดิ์ หลอมรักษ์สืบสานการพัฒนาที่ยั่งยืน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบฯ ที่ศูนย์วิจัยยางหนองคายและสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.หนองคาย เป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชาด้าน “สวนยางอารยเกษตร” จัดการสวนยางแบบเกษตรผสมผสาน พร้อมชูนวัตกรรมยางลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวสวนยาง ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการมอบโฉนดต้นยางพาราเพื่อเป็นหลักประกันสินเชื่อแก่เกษตรกรสวนยาง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและต่อยอดอาชีพเกษตรกรได้มากขึ้นโดยภายใต้การขับเคลื่อนภารกิจของ ศ.ดร.นฤมล จะเดินหน้าศึกษาแนวทางการพัฒนาและขยายโอกาสการค้าภาคการเกษตร เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร มีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้าน ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับโฉนดต้นยางพารา เปรียบเหมือนเอกสารสิทธิความเป็นเจ้าของต้นยางต้นนั้น ซึ่งสามารถนำไปเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ และเพิ่มรายได้จากการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตได้ รวมถึงได้สิทธิ์ในการรับความช่วยเหลือจากมาตรการของภาครัฐ

ขณะที่นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท.กล่าวว่า มีแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจตามแนวคิด “สวนยางอารยเกษตร” คือการประกอบอาชีพทำสวนยางแบบผสมผสานสมดุลใน 3 ส่วน ได้แก่ “สืบสาน” ในสิ่งดี, “รักษา” ในสิ่งเดิม และ “ต่อยอด” สู่สิ่งใหม่ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพันธุ์ยางใหม่ RRIT 3904 ซึ่งเป็นพันธุ์ยางที่คิดค้นและพัฒนาโดยสถาบันวิจัยยาง กยท.นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมยางพารา ที่จะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการสวนยาง และการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าจากยางพาราเหลือใช้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์กรีดยางพารา เครื่องกลั่นน้ำมันไบโอดีเซลจากยางพารา (ระบบไพโรไลซิส) เป็นต้น

โอกาสนี้โฆษกเกษตรฯ (ฝ่ายการเมือง) และคณะ ได้มอบต้นพันธุ์ยางชำถุง พันธุ์ RRIT 3904 รวม 904 ต้นพร้อมทั้งมอบโฉนดต้นยางพาราให้กับเกษตรกร 20 ราย รวมถึงมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร 30 ราย เพื่อสร้างโอกาสการเข้าแหล่งทุนทางการเกษตรเพิ่มขึ้นต่อไป

‘นฤมล’เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024

https://www.naewna.com/local/847132

'นฤมล'เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024

‘นฤมล’เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.48 น.

“นฤมล”เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวและกาแฟไทย ย้ำต้องดึงภาคเอกชนมาร่วมมือช่วยให้เกษตรกรพ้นจากความยากจน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดโดยเว็บไซต์ The Cloud [www.readthecloud.co] ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว และมูลนิธิข้าวไทย ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย ดำเนินการจัดงานขึ้นภายใต้ชื่องาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลกินข้าวใหม่และตลาดรวมสินค้าของเกษตรกรเพื่อยกระดับวงการข้าวไทยและสร้างความต่อเนื่องในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย ด้วยการนำเสนอศักยภาพข้าวไทยผ่านความหลากหลายของพันธุ์ข้าว มุมมองใหม่ของข้าวไทยและสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างองค์ความรู้จากข้าวไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับงาน Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 มหกรรมของคนกาแฟ เว็บไซต์ The Cloud ได้ร่วมมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) โดยภายในงานได้รวบรวมร้านค้าและธุรกิจที่เกี่ยวกับกับกาแฟทั้งในและนอกประเทศอย่างครบวงจรและนำเสนอกิจกรรมที่มีความหลากหลาย อาทิ การเล่าเรื่องราวผ่านเวทีเสวนา การแข่งขัน หรือมอบความรู้ผ่านกิจกรรมเวิร์คช้อป รวมถึงตลาดสินค้ากาแฟ และอุตสาหกรรมที่รายล้อมกาแฟเพื่อการพัฒนาและยกระดับวงการกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวและกาแฟไทย ผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยคุณค่าจากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรประเภทข้าวและผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟไทย รวมถึงส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ต่อการนำข้าวและกาแฟไปใช้ประโยชน์ในฐานะ Soft Power ของประเทศไทย

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนในการพัฒนาและเสริมศักยภาพให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความร่วมมือให้เกษตรกรพ้นจากกับดักความยากจน อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าภาคการเกษตรอีกหลายชนิดที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ กล้วยหอมทอง สินค้าหม่อนไหม และยังรวมถึงเมล็ดพันธุ์กาแฟ และพันธุ์ข้าวใหม่ๆ เป็นต้น ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพเพื่อแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ และช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”

– 006

‘ประมงจังหวัดตราด’ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกัน’ปลาหมอคางดำ’ และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

https://www.naewna.com/local/847101

'ประมงจังหวัดตราด'ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกัน'ปลาหมอคางดำ' และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

‘ประมงจังหวัดตราด’ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกัน’ปลาหมอคางดำ’ และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.43 น.

ประมงจังหวัดตราดชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกันปลาหมอคางดำ และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด และ สำนักงานประมงจังหวัดตราด โดยมี นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง นายชัชวาลย์ วุฒิเมธี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมงจังหวัดตราด นำคณะผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดสลัก พร้อมกับผู้แทนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ ปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวจำนวน 5,000 ตัว ลงสู่แหล่งน้ำในชุมชนบ้านสลัก ตำบลท่าโสม กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเสริมแนวกันชนด้วยปลานักล่า ปกป้องระบบนิเวศจังหวัดตราดปลอดจากปลาหมอคางดำ ตลอดจนเพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่

จังหวัดตราดได้ดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอเขาสมิง อำเภอแหลมงอบ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน “ยังไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ”​ ในจังหวัดตราด อย่างไรก็ตาม ประมงจังหวัดตราดดำเนินการมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันปลาหมอคางดำรุกล้ำเข้ามาในแหล่งน้ำของจังหวัดอย่างเข้มแข็ง

การปล่อยลูกพันธุ์ปลานักล่าในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นหนึ่งในมาตรการของกรมประมงเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัตราดกับจังหวัดอื่นที่พบปลาหมอคางดำ โดยการเพิ่มจำนวนปลานักล่าที่เป็นปลาพื้นถิ่นลงในแหล่งน้ำธรรมชาติในจำนวนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างปราการปกป้องระบบนิเวศและสัตว์น้ำพื้นถิ่น รักษาความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ ปลากะพงขาวยังเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับมาจำหน่ายได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ประมงจังหวัดตราดและคณะทำงานฯ ยังไม่นิ่งนอนใจ โดยจัดให้มีการสำรวจและเฝ้าระวังปลาหมอคางดำอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้เรื่องปลาหมอคางดำ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยกันเป็นเครือข่ายสอดส่องหากพบปลาหมอคางดำเร็ว จะสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้ การชักชวนให้น้องๆ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยปลานักล่า ยังช่วยปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของความหลากหลายของระบบนิเวศ และร่วมเป็นพลังช่วยรักษาความสมดุลในระบบนิเวศ

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

https://www.naewna.com/local/847092

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.25 น.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

https://www.naewna.com/local/847090

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.20 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” แก่หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” แก่หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน แถลงโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด ผู้บริหารสูงสุดองค์การมหาชนในสังกัด เข้าร่วมงานแถลงนโยบายฯ

– 006

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

https://www.naewna.com/local/847079

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.29 น.

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง”

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

https://www.naewna.com/local/847078

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.26 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง”

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ

เคาะเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ลดต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ

https://www.naewna.com/local/846999

เคาะเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ลดต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ

เคาะเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ลดต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 10.14 น.

‘ปลัดเกษตร’เปิดเผยการปรับเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ช่วยลดภาระต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำนมดิบ

12 ธันวาคม 2567 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการอนุมัติปรับเพิ่มราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพิ่มขึ้นถุงหรือกล่องละ 0.46 บาท ให้มีผลตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป เป็นผลจากมติของที่ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน (มิลค์บอร์ด) ที่เห็นชอบการปรับราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยปรับราคานมโรงเรียนเพิ่มขึ้น 0.46 บาท/หน่วย เพื่อให้สอดคล้องกับราคากลางน้ำนมดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นกิโลกรัมละ 2.25 บาท

ทั้งนี้ จะเป็นการช่วยลดภาระด้านต้นทุนของเกษตรกรและผู้ประกอบการในโครงการนมโรงเรียน โดยการปรับเพิ่มราคากลางนมโรงเรียนดังกล่าวจะส่งผลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อนมโรงเรียน ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น / สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน /กรุงเทพฯ และ เมืองพัทยา ต้องได้รับการอุดหนุนงบประมาณเพิ่มเติมกว่า 777 ล้านบาท ซึ่งนมโรงเรียนชนิดพาสเจอร์ไรส์ จะมีราคากลางใหม่อยู่ที่ 7.35 บาท/ถุง จากราคากลางเดิม 6.89 บาท/ถุง และนมโรงเรียน ชนิดยูเอชที จะมีราคากลางใหม่อยู่ที่ 8.59 บาท/กล่อง จากราคากลางเดิม 8.13 บาท/กล่อง

“ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้มีการจัดสรรโควตาสิทธินมโรงเรียน ในอัตรา 50 : 50 สำหรับสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเอกชน ในการประกอบการโครงการนมโรงเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะในสัดส่วนร้อยละ 50 ที่ให้สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการโครงการนมโรงเรียน ที่จะส่งผลให้เกษตรกรโคนมได้รับประโยชน์โดยตรงด้วย” นายประยูร กล่าว

ที่ปรึกษาฯประชุมสหกรณ์ฯ มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง

https://www.naewna.com/local/846897

ที่ปรึกษาฯประชุมสหกรณ์ฯ  มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง

ที่ปรึกษาฯประชุมสหกรณ์ฯ มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบจาก รมว.เกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมหารือและรับฟังข้อเรียกร้องชะลอการนำร่างกฎกระทรวงเสนอต่อคณะรัฐมนตรีร่วมกับชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ จำกัด (ชสร.) โดยมีนายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โอกาสนี้ นายบุญสิงห์ มอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ทบทวนหลักเกณฑ์และระเบียบการให้เงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์ รวมถึง (ร่าง) กฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และ (ร่าง) กฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตามข้อชี้แจงความคิดเห็นของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ จำกัด (ชสร.) เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานด้านสหกรณ์ให้บรรลุวัตถุประสงค์ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มสหกรณ์อย่างแท้จริง

‘ถาวร’เยี่ยมชม ประมูลดอกไม้ ดันกล้วยไม้ไทย ส่งออกตลาดจีน

https://www.naewna.com/local/846898

‘ถาวร’เยี่ยมชม  ประมูลดอกไม้  ดันกล้วยไม้ไทย  ส่งออกตลาดจีน

‘ถาวร’เยี่ยมชม ประมูลดอกไม้ ดันกล้วยไม้ไทย ส่งออกตลาดจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเยี่ยมชมบริษัทศูนย์กลางการค้าและการประมูลดอกไม้นานาชาตินครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน (Kunming International Flora Auction Trading Center Co., Ltd. หรือ KIFA) ในห้วงการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ว่าสมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย(Thai Orchid Exporters Association: TOEA) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับบริษัทศูนย์กลางการค้าและการประมูลดอกไม้นานาชาติแห่งนครคุนหมิง (KIFA) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ในการส่งเสริมให้กล้วยไม้จากไทยเข้าประมูลในตลาด KIFA เพื่อจำหน่ายในตลาดจีน โดยรวบรวมกล้วยไม้ นำพันธุ์และผลผลิตคุณภาพดี มาแนะนำและประมูลในตลาด

ทั้งนี้ KIFA เป็นตลาดประมูลดอกไม้ที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของโลก ก่อตั้งเมื่อปี 2544 เป็นกิจการรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลนครคุนหมิง และมณฑลยูนนาน มีแพลตฟอร์มให้บริการอุตสาหกรรมไม้ดอกครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีการจัดการระบบการประมูลจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีพื้นที่ 160,000 ตารางเมตร มีห้องประมูลดอกไม้ 2 ห้อง ปัจจุบันมีเกษตรกรลงทะเบียนเป็นผู้นำดอกไม้เข้ามาประมูล 33,000 ราย และมีผู้ลงทะเบียนสมาชิกเพื่อเป็นผู้ประมูลดอกไม้มากกว่า 3,100 ราย จุดเด่นของ KIFA คือ บริษัทจำหน่ายดอกไม้และผู้เข้าประมูลที่เป็นรายย่อยสามารถเข้าร่วมการประมูลได้ โดยดอกไม้ที่นำเข้าไปประมูลกับ KIFA ร้อยละ 90 เป็นดอกไม้ภายในประเทศ ในจำนวนนี้เป็นดอกไม้จากยูนนาน ร้อยละ 80