‘กรมการข้าว’ร่วมตักบาตร กษ. เนื่องในวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796616

'กรมการข้าว'ร่วมตักบาตร กษ. เนื่องในวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี

‘กรมการข้าว’ร่วมตักบาตร กษ. เนื่องในวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 13.54 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหาร และบุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร – อาหารแห้ง พระสงฆ์ 80 รูป และพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ กษ. เนื่องในวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะผู้บริหารกรมการข้าว เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ก.เกษตรฯ ครบรอบ 132 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796607

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ก.เกษตรฯ ครบรอบ 132 ปี

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ก.เกษตรฯ ครบรอบ 132 ปี

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 13.43 น.

เมื่อเวลา 06.40 น.วันที่ 1 เมษายน 2567 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร , นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯด้านปฏิบัติการ , นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯด้านบริหาร พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมทำบุญตักบาตร พระสงฆ์จำนวน 77 รูป และร่วมพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 132 ปี โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน

– 006

‘ธรรมนัส’เป็นปธ.มอบผ้าไตรและแห่นาค พิธีบรรพชาอุปสมบท พระสงฆ์ 77 รูป กระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796560

'ธรรมนัส'เป็นปธ.มอบผ้าไตรและแห่นาค พิธีบรรพชาอุปสมบท พระสงฆ์ 77 รูป กระทรวงเกษตรฯ

‘ธรรมนัส’เป็นปธ.มอบผ้าไตรและแห่นาค พิธีบรรพชาอุปสมบท พระสงฆ์ 77 รูป กระทรวงเกษตรฯ

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 11.09 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงหลวงปู่สรวง พิธีมอบผ้าไตรและแห่นาค พิธีบรรพชาอุปสมบท พระสงฆ์ 77 รูป ในโอกาสที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทหมู่ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบ 132 ปี โอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมพิธี ณ วัดเทพสรธรรมาราม ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

– 006

นายกฯนำทีมครม.ลงพื้นที่ ตรวจราชการภาคเหนือตอนบน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796493

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ต้อนรับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รวมทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่)และร่วมประชุม ครม.นอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2567 ที่ จ.พะเยา เมื่อเร็วๆ นี้ โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายกฯ ได้หารือแผนการพัฒนาพื้นที่เป็นสนามบิน จ.พะเยา ในพื้นที่ ต.ดอนศรีชุม และ ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ โดย จ.พะเยา เป็นจังหวัดสุดท้ายในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือที่ยังไม่มีสนามบิน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้มีการศึกษาในเบื้องต้นแล้วว่ามีความเหมาะสมในการสร้างสนามบิน เพราะเป็นจุดศูนย์กลาง ประชาชนในพื้นที่หลายอำเภอใน จ.พะเยา และจังหวัดใกล้เคียง สามารถเดินทางได้สะดวก

จากนั้นได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน และพัฒนาพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่ทำการด่านชายแดน CIQ ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านฮวก ต.ภูซาง อ.ภูซาง โดยกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการในส่วนของด่านนำเข้า-ส่งออก ทั้งด้านพืช ประมงและปศุสัตว์ ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ซึ่งจุดผ่านแดนถาวรบ้านฮวก มีศักยภาพเป็น Hub ด้านการกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยไปสู่ประเทศลาว และประเทศในกลุ่มสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยสามารถเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ เมืองเชียงรุ้ง และคุนหมิง ผ่านทางจุดผ่านแดนบ่อเต็น-โมฮัน โดยใช้เส้นทาง R3A และสามารถยกระดับการเชื่อมโยงฝั่งตะวันออกกับเมืองเดียนเบียนฟูและฮานอย ประเทศเวียดนาม ผ่านจุดผ่านแดนเมืองขัว (ขวา)-เดียนเบียนฟู โดยใช้เส้นทาง R2 และมุ่งสู่เมืองฮานอย ซึ่งสถิติมูลค่าการค้าชายแดนมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2566 พบว่ามีมูลค่ารวม 904,679,761 บาท แบ่งเป็นมูลค่านำเข้า 108,455,296 บาท มูลค่าส่งออก 796,224,465 บาท สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องอุปโภค-บริโภค และวัสดุก่อสร้าง สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ หินปูนบด มันสำปะหลัง และลูกเดือย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการพัฒนาช่องทางการส่งออกให้มีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานสากล และส่งเสริมให้มีการกระตุ้นการส่งออกไปยังต่างประเทศมากขึ้นเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการเกิดโรคระบาดระหว่างประเทศ และป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย

“นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แล้ว ยังมีการพัฒนาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำของกว๊านพะเยา ที่เป็นแหล่งทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดยอยู่ในแผนพัฒนาโครงสร้างของ จ.พะเยา ทั้งการพัฒนาลำน้ำปิงตอนบนและตอนล่าง ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงอย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า จ.พะเยา จะเป็นจังหวัดสำคัญที่จะสร้างรายได้ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลัก โดยการสร้างพะเยาโมเดลในภาคการเกษตร มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาทั้ง 9 อำเภอ และจะมีการส่งเสริมอาชีพ โดยใช้ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” มั่นใจว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรจะดีขึ้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

รองปลัดฯถกคณะอนุฯ ใช้เงินกองทุนจัดรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796498

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกองทุนจัดรูปที่ดิน ครั้งที่ 2/2567 โดยมีนายสุรพงศ์ เจริญการยนต์ ผอ.สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุม 1403 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบ VDO Conference โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานะเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน (ข้อมูล ณวันที่ 31 ธันวาคม 2566)

นอกจากนี้ ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ แผนงานและโครงการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ปี 2567 (เพิ่มเติม) ประกอบด้วย งานก่อสร้างจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม 9 รายการ และงานปรับปรุงจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม4 รายการ เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะอนุกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ 1 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567

กรมชลฯคุมเข้ม จัดส่งน้ำตามแผน ขอความร่วมมือ งดการทำนาปรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796491

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 52,974 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 69% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ14,867ล้าน ลบ.ม. (60% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 13,216 ล้าน ลบ.ม. (53%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 4,743 ล้าน ลบ.ม. (55%)

ด้านสถานการณ์การเพาะปลูกข้าวนาปรัง พบว่าทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 8.41 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 145 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการทำนาปรังไปแล้วประมาณ 5.64 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ186 ของแผนฯ จะเห็นได้ว่ามีการทำนาปรังเกินกว่าแผนที่วางไว้มาก ทำให้ต้องปรับแผนการส่งน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกร หากเก็บเกี่ยวนาปรังแล้ว “ไม่ทำนาปรังรอบ 2”เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่จำกัด เนื่องจากต้องสำรองน้ำไว้สำหรับอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ เพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้า ตามแผนฯที่วางไว้ พร้อมร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำ

‘ธรรมนัส’เดินหน้าชะลอขายลำไยสด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796496

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิตลำไยคุณภาพ ครั้งที่ 1 /2567 โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และผู้แทนเกษตรกรสวนลำไย เข้าร่วมโดยทาง รมว.เกษตรฯ ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ผนึกกำลังร่วมกันส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างความหลากหลายทางสายพันธุ์ลำไยเพื่อเป็นการต่อยอดผลผลิตและสร้างคุณค่าใหม่เป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงสนับสนุนการผลิตลำไยคุณภาพปลอดศัตรูพืชกักกัน ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กลไก “คณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิตลำไยคุณภาพ” โดยมี รมว.เกษตรฯ เป็นประธานกรรมการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการเพาะปลูกและพัฒนาผลผลิตลำไยของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงขึ้น รวมทั้งรักษาเสถียรภาพโดยรวมของการประกอบกิจการเกี่ยวกับลำไยของเกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมสร้างความมั่นคงในอาชีพการปลูกและผลิตลำไยที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด รวมถึงมีการปรับปรุงระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถกำกับปริมาณและคุณภาพของสินค้าลำไยให้ได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตลอดจนให้มีการศึกษาและทบทวนแนวทางการขับเคลื่อนโครงการชะลอการขายลำไยสดช่อ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำและลดการกระจุกตัวของผลผลิตในตลาด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งคณะทำงานฯ ที่เกี่ยวข้อง 4 คณะ รับทราบผลการบริหารจัดการผลไม้ (ลำไย) พบว่าปี 2566 ปริมาณผลผลิตลำไย (ภาคเหนือ) มีทั้งหมด 633,141.53 ตัน แบ่งเป็นลำไย (สดช่อ) 167,315.61 ตัน และลำไย (รูดร่วง) 465,825.92 ตัน ซึ่งมีราคาลำไยสดช่อ เกรด AA+A ช่วงกลางฤดูกาล (28 กรกฎาคม–3 สิงหาคม 2566)มีราคาสูงสุดเฉลี่ยเท่ากับ 33.85 บาท/กิโลกรัม

อธิบดีปศุสัตว์พบเอกอัครราชทูตทูตจีน หารือเปิดตลาดส่งออกโคมีชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796049

อธิบดีปศุสัตว์พบเอกอัครราชทูตทูตจีน หารือเปิดตลาดส่งออกโคมีชีวิต

อธิบดีปศุสัตว์พบเอกอัครราชทูตทูตจีน หารือเปิดตลาดส่งออกโคมีชีวิต

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 09.24 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าพบเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหารือความคืบหน้าความร่วมมือการเปิดตลาดโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ของไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แนวทางการจัดทำพื้นที่ปลอดโรค (Regionalization) หวังสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคไทยเป็นอย่างมาก

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์และคณะ เข้าพบหารือกับนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ณ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อขอคำปรึกษาและหารือความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการขอเปิดตลาดการส่งออกโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากไทยไปจีน ภายใต้แนวทางการจัดทำพื้นที่ปลอดโรค (Regionalization) ซึ่งเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้แจ้งให้ทราบว่าหน่วยงาน GACC ปักกิ่ง ได้รับเอกสารเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคที่กรมปศุสัตว์จัดส่งไปแล้ว และอยู่ในระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญของจีน   ทำการพิจารณาเอกสารดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการพิจารณา พร้อมยืนยันว่า จะติดตามประเด็นความร่วมมือนี้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้แจ้งเอกอัครราชทูตจีนว่า เร็วๆนี้ จะนำคณะไปเยือนมณฑลยูนนานเพื่อสำรวจเส้นทางส่งออกและธุรกิจการค้าโคมีชีวิตรวมถึงเยี่ยมคารวะและหารือรายละเอียดมาตรการการนำเข้าโคมีชีวิตกับสำนักงานศุลกากรคุนหมิง สำนักงานเกษตรยูนนาน และสำนักงานพาณิชย์ยูนนาน โดยเอกอัครราชทูตจีนเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุน เนื่องจากจะแสดงให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนตระหนักถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อนการค้าโคมีชีวิตไทย-จีนของกรมปศุสัตว์และรัฐบาลไทย

ทั้งนี้การขับเคลื่อนการผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์รับสนองนโยบายของรัฐบาลซึ่งจัดทำแผนยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาดและนโยบายในการเตรียมตัวส่งออกโค มีชีวิต ผ่านการรับรองคุณภาพ “ปลอดโรคปลอดภัย” เพื่อสร้างหลักประกันและความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าว่า สินค้า  ปศุสัตว์ไทยปราศจากโรค พร้อมกันนี้เร่งเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศในตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อให้ผู้เลี้ยงโคสามารถเติบโตในอาชีพได้อย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2566 มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน มีมูลค่าประมาณ 19,224 ล้านบาท โดย เป็นสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง ประมาณ 16,917 ล้านบาท สินค้าอื่นๆ เช่น กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์ น้ำผึ้ง และรังนกรวม 1,015 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง 1,292 ล้านบาท

ที่ปรึกษาฯถกบริหารจัดการผลไม้ปี’67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/795987

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 1/2567 ที่กรมส่งเสริมการเกษตร โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2567 เพื่อรองรับผลผลิตผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ 10 ชนิด (ทุเรียน มังคุด ลำไย เงาะ ลองกอง ลิ้นจี่ มะม่วง สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ) ตามที่กระทรวงเกษตรฯ พยากรณ์ปริมาณผลผลิตผลไม้ปี 2567 ซึ่งมีประมาณ 6.97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 3 และเพื่อเสริมศักยภาพการแปรรูปสินค้าผลไม้และขยายตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ โครงการบริหารจัดการผลไม้ มีอยู่ 4 กิจกรรมหลัก

นอกจากนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) แนวทางการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2567 – 2570 ซึ่งสอดรับกับแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรฯ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) แนวทางการพัฒนาผลไม้ไทย ปี 2565-2570 และแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ.2564-2570 โดยที่ประชุมได้มอบหมายขอให้มีการทบทวนเพิ่มเติมในรายละเอียด เพื่อเป็นกรอบการทำงานให้แก่จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามบริบทของพื้นที่

รวมทั้งที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การผลิตไม้ผลปี 2567 (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2567) คาดการณ์มีผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยทุเรียนมีปริมาณ 823,898 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีปริมาณ 776,914 ตัน มังคุดมีปริมาณ 139,916 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีปริมาณ 121,168 ตัน เงาะมีปริมาณ 154,646 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีปริมาณ 140,921 ตัน ส่วนลองกอง มีผลผลิตลดลงอยู่ที่ 7,105 ตัน ลดลงจากปี 2566 ที่มีปริมาณ 7,251 ตัน เนื่องจากเนื้อที่ให้ผลลดลงจากการโค่นสางต้นลองกองที่ปลูกรวมกับไม้ผลอื่นๆ และส่วนใหญ่เป็นสวนผสม เกษตรกรลดการดูแล ขณะที่ผลผลิตไม้ผลจะออกสู่ตลาดกระจุกตัวในเดือนพฤษภาคมนี้

‘ธรรมนัส’ตรวจพื้นที่ศรีสะเกษ แก้ปัญหาเกษตรกรจากฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/795990

‘ธรรมนัส’ตรวจพื้นที่ศรีสะเกษ  แก้ปัญหาเกษตรกรจากฐานราก

‘ธรรมนัส’ตรวจพื้นที่ศรีสะเกษ แก้ปัญหาเกษตรกรจากฐานราก

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แก้ปัญหา : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ศรีสะเกษ รับฟังปัญหาเกษตรกรกลุ่มสมัชชาคนจนเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนาโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาที่ค้างคาอยู่ ศึกษาและวางแผนการแก้ไขตั้งแต่ฐานราก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรอย่างรวดเร็ว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ศรีสะเกษ และพบปะพี่น้องเกษตรกรสมัชชาคนจนเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา โดยมีผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารส่วนราชการ จ.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนเครือข่ายทามมูล จ.ศรีสะเกษ

ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรกลุ่มสมัชชาคนจนเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา โดย
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในฐานะที่ได้รับหน้าที่กำกับดูแลและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดทุกภาคส่วน เร่งแก้ปัญหาที่ค้างคาอยู่ให้หมดสิ้น โดยศึกษาและวางแผนการแก้ไขตั้งแต่ฐานราก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ร่วมกิจกรรมบุญกุ้มข้าวใหญ่ซึ่งเป็นการสืบสานประเพณีพื้นบ้านอีสานอันดีงามให้คงอยู่ต่อไป