ชป.รุกคืบ! ติวเข้มนาเกลือสมุทรสงคราม-ปั้น‘เกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น’สู่ตลาดโลก

ชป.รุกคืบ! ติวเข้มนาเกลือสมุทรสงคราม-ปั้น‘เกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น’สู่ตลาดโลก

ชป.รุกคืบ! ติวเข้มนาเกลือสมุทรสงคราม-ปั้น‘เกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น’สู่ตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.11 น.

กรมชลประทานรุกคืบ! เปิดเวที Focus Group ติวเข้มนาเกลือสมุทรสงคราม มุ่งลดต้นทุน-ปั้น ‘เกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น’ สู่ตลาดโลก

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายวุฒิชัย บุญผ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 พร้อมด้วย นายธนิสร์ ส้มเกลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเวที Focus Group วิเคราะห์ต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น (หารือระบบการผลิตและตลาดเกลือทะเลไทย) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยด้านต้นทุน การผลิต แนวทางการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกลือทะเล ณ จังหวัดสมุทรสงคราม

กรมชลประทานได้ร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับมูลค่าเพิ่มเกลือทะเลไทย ปี 2569 ประเด็นที่ 4 การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเกลือคุณภาพ มิติการลดต้นทุนการผลิต โดยกำหนดพื้นที่นาเกลือเพื่อพัฒนาเป็นแปลงต้นแบบในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และปัตตานี จึงบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตและจัดทำร่างแนวทางในการสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเกลือคุณภาพให้สอดคล้องตามบริบทในแต่ละพื้นที่ต่อไป

‘ชป.-ปทุมธานี’ผนึกกำลัง! นำนวัตกรรมแก้ปัญหาผักตบชวา-ฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

‘ชป.-ปทุมธานี’ผนึกกำลัง! นำนวัตกรรมแก้ปัญหาผักตบชวา-ฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

‘ชป.-ปทุมธานี’ผนึกกำลัง! นำนวัตกรรมแก้ปัญหาผักตบชวา-ฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.23 น.

‘กรมชลฯ-ปทุมธานี’ผนึกกำลังนำนวัตกรรม‘สวพ.62 (ชป.1)’ แก้ปัญหาผักตบชวา ฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กรมชลประทาน จับมือจังหวัดปทุมธานี เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ นำนวัตกรรมสารผสมสูตร สวพ.62 (ชป.1) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการผักตบชวา ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทุกภาคส่วน และได้นำร่องโครงการฯ ในพื้นที่คลองเชียงราก–บางขัน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ในเขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ มุ่งหวังสู่การฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยมี นายดงพล รุจิธรรมรัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 เปิดเผยว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของผักตบชวาในแหล่งน้ำถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เนื่องจากกีดขวางทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ คุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำของประชาชนในพื้นที่ กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาว

จากการศึกษา วิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน ได้คิดค้นนวัตกรรม สารผสมสูตร สวพ.62 (ชป.1) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของผักตบชวา มีประสิทธิภาพในการกำจัด ต้นทุนต่ำ ไม่ทิ้งสารพิษตกค้าง และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยได้ผ่านการทดสอบและทดลองใช้ในพื้นที่จริงจนเห็นผลเป็นรูปธรรม

ดังนั้น เพื่อขยายผลและต่อยอดการใช้นวัตกรรมดังกล่าวสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 จึงได้จัดกิจกรรม Kick off กำจัดวัชพืชและผักตบชวา โดยใช้สาร สวพ.62 (ชป.1) พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและภาคประชาชนในพื้นที่ โดยกำหนดให้คลองเชียงราก–บางขัน เป็นพื้นที่นำร่อง

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะมีการติดตามและประเมินผลโครงการฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนารูปแบบการจัดการผักตบชวาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงในระยะยาว

/////////-026

สมุทรสาครลุย! ใช้กลไก ‘สหกรณ์ช่วยสหกรณ์’ ระบายมะพร้าวน้ำหอม-สกัดราคาตก

สมุทรสาครลุย! ใช้กลไก ‘สหกรณ์ช่วยสหกรณ์’ ระบายมะพร้าวน้ำหอม-สกัดราคาตก

สมุทรสาครลุย! ใช้กลไก ‘สหกรณ์ช่วยสหกรณ์’ ระบายมะพร้าวน้ำหอม-สกัดราคาตก

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.12 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ลุยสมุทรสาคร! ใช้กลไก ‘สหกรณ์ช่วยสหกรณ์’ ระบายมะพร้าวน้ำหอม 1 ล้านลูก สกัดราคาตกต่ำเหลือลูกละ 2 บาท

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และชี้แจงมาตรการกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรเข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนเฉลี่ยอยู่ที่ลูกละ 23-28 บาท แต่ปัจจุบันราคาลดลงเหลือเพียง ลูกละ 2 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 7 บาทต่อลูก ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาวะขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน กรมฯ ได้ใช้กลไกเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยกระจายผลผลิต โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.รวบรวมมะพร้าวจาก จ.สมุทรสาคร และ จ.ราชบุรี จำนวน 1,000,000 ลูก 2.สหกรณ์ต้นทางรับซื้อจากสมาชิกที่ 5 บาท/ลูก (สูงกว่าราคาตลาด) และส่งขายปลายทางที่ 6-7 บาท/ลูก และ 3.ปล่อยรถบรรทุกมะพร้าว 20,000 ลูก สู่เครือข่ายในภาคอีสาน (ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ยโสธร) และมีออเดอร์จากนครราชสีมาและอุดรธานีตามมาอย่างต่อเนื่อง

จ.สมุทรสาคร มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 50,000 ไร่ ในรอบการผลิตนี้ (ธ.ค. 68 – ก.พ. 69) คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาไม่น้อยกว่า 5,000,000 ลูก ซึ่งกรมฯ ได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านอุปกรณ์การตลาด โรงคลุม และการส่งเสริมมาตรฐาน GAP เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ความร่วมมือครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบสหกรณ์ เราไม่ได้แค่ระบายผลผลิต แต่เรากำลังสร้างระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้กับเกษตรกร เพื่อไม่ให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางหรือล้งต่างชาติ’ นายนิรันดร์ กล่าวทิ้งท้าย

///////////-026

อธิบดีกรมชลประทาน รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ปี 69 จากสมาคมนิสิตเก่า ม.เกษตรศาสตร์

อธิบดีกรมชลประทาน รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ปี 69 จากสมาคมนิสิตเก่า ม.เกษตรศาสตร์

อธิบดีกรมชลประทาน รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ปี 69 จากสมาคมนิสิตเก่า ม.เกษตรศาสตร์

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.43 น.

อธิบดีกรมชลประทาน รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น ปี 69 จากสมาคมนิสิตเก่า ม.เกษตรศาสตร์

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เข้ารับรางวัล “นิสิตเก่าดีเด่น ประจำปี 2569” จากสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธีและผู้มอบรางวัล ณ ห้องนนทรี เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน นายชัยยะ พึ่งโพธิ์สภ เลขานุการกรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และผู้บริหารจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้

รางวัลอันทรงเกียรตินี้มอบแก่ศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จ มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
 

ชป.เปิดปฏิบัติการ! ‘หยุด เก็บ บ่อย’ ปูพรมกำจัดผักตบชวา-วัชพืชทั่วไทย

ชป.เปิดปฏิบัติการ! ‘หยุด เก็บ บ่อย’ ปูพรมกำจัดผักตบชวา-วัชพืชทั่วไทย

ชป.เปิดปฏิบัติการ! ‘หยุด เก็บ บ่อย’ ปูพรมกำจัดผักตบชวา-วัชพืชทั่วไทย

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.08 น.

กรมชลประทานเปิดปฏิบัติการ ‘หยุด เก็บ บ่อย’ ปูพรม 10 จังหวัด กำจัดผักตบชวา-วัชพืชทั่วไทย เสริมประสิทธิภาพส่งน้ำช่วยเกษตรกร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทานประกาศเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้แนวทาง ‘หยุด เก็บ บ่อย’ เพื่อจัดการกับปัญหาผักตบชวาและวัชพืชที่สะสมหนาแน่นในทางน้ำชลประทาน โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่ในการดูแลคันคลองส่งน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและส่งน้ำให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง

จากการรายงานผลการดำเนินงานล่าสุด พบว่ามีการกระจายกำลังเครื่องจักรลงพื้นที่หลายจุดสำคัญ อาทิ , จ.พิษณุโลก: โครงการแควน้อยบำรุงแดน (อ.วังทอง) และโครงการพลายชุมพล (อ.พรหมพิราม, อ.เมือง) , จ.ชัยนาท-สิงห์บุรี: โครงการพลเทพและบรมธาตุ จัดเก็บวัชพืชบริเวณปากคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง และคลองส่งน้ำสายหลัก , จ.นครปฐม-นนทบุรี-สุพรรณบุรี: ลุยคลองพระยาบรรลือ, คลองลากฆ้อน และคลองบางใหญ่ เพื่อป้องกันผักตบชวาอุดตันประตูระบายน้ำ , จ.ลพบุรี-อยุธยา: สำนักงานชลประทานที่ 10 เร่งจัดเก็บคลองส่งน้ำและคลองระบายใหญ่ในพื้นที่รอยต่อ และ จ.นราธิวาส: สำนักงานชลประทานที่ 17 ลุยคลองศรีพงัน-ปูยู อ.ตากใบ

กรมชลประทานได้วางมาตรการการจัดการที่เป็นระบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดดังนี้ ใช้ทุ่นดักหรืออาคารชลประทานสกัดการแพร่กระจายของผักตบชวาไม่ให้ออกสู่ภายนอก , ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ (แบ็คโฮลงโป๊ะ) จัดเก็บวัชพืชที่สะสมหนาแน่นตามแนวคลอง และใช้นวัตกรรมเรือขนาดเล็กที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เข้าจัดเก็บเศษวัชพืชย่อยๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้กลับมาขยายพันธุ์ซ้ำ นอกจากนี ยังมีการนำสาร ‘สวพ.62’ มาฉีดพ่นควบคู่ไปกับการกำจัดทางกายภาพ เพื่อควบคุมการเติบโตของวัชพืชอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กรมชลประทานจึงขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกร หากพบเห็นผักตบชวาหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1460 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

////////////-026

คลายทุกข้อสงสัย! ชป.ชี้แจง ‘แก้มลิงบ้านไร่ใหญ่’ มุ่งแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

คลายทุกข้อสงสัย! ชป.ชี้แจง ‘แก้มลิงบ้านไร่ใหญ่’ มุ่งแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

คลายทุกข้อสงสัย! ชป.ชี้แจง ‘แก้มลิงบ้านไร่ใหญ่’ มุ่งแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.00 น.

คลายทุกข้อสงสัย! กรมชลฯชี้แจงแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่‘ตรัง’โปร่งใส มุ่งแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งอย่างยั่งยืน

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว“สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่ อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ของกรมชลประทาน” ซึ่งมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการก่อสร้างบนที่ดินเอกชน และข้อสังเกตในประเด็นต่าง ๆ นั้น

กรมชลประทาน โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 16 ขอชี้แจงว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยในระยะแรกของโครงการ ได้รับหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินทุกแปลงที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเข้าดำเนินการก่อสร้างเป็นการชั่วคราว ระหว่างอยู่ในกระบวนการจัดหาที่ดิน ซึ่งมิได้เป็นการโอนกรรมสิทธิ์หรือกระทบสิทธิของเจ้าของที่ดินแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนเร่งรัดการจัดซื้อที่ดินและการเวนคืนตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม พร้อมมีมาตรการรองรับในกรณีที่ต้องขยายระยะเวลาหนังสือยินยอม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน

สำหรับงบประมาณที่เบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 106 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันอุทกภัยและเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะโดยรวม และหากเกิดเหตุสุดวิสัย กรมชลประทานจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อให้รัฐสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า

ในส่วนของข้อสังเกตเรื่องป้ายโครงการและสำนักงานสนาม กรมชลประทานขอชี้แจงว่า โครงการมีการติดตั้งป้ายและจัดตั้งสำนักงานสนามตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แต่เนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ป้ายโครงการและสำนักงานสนามได้รับความเสียหาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งป้ายใหม่

กรมชลประทานขอยืนยันว่า การดำเนินโครงการแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งหวังประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ

สำนักงบฯไฟเขียว ธนาคารที่ดิน ใช้เงินสะสมลุยโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน

สำนักงบฯไฟเขียว ธนาคารที่ดิน ใช้เงินสะสมลุยโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน

สำนักงบฯไฟเขียว ธนาคารที่ดิน ใช้เงินสะสมลุยโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

สำนักงบประมาณไฟเขียว“ธนาคารที่ดิน” ใช้เงินสะสมเพื่อดำเนิน ‘โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน’ (ต่อเนื่อง) ปีงบประมาณ 2568 เพื่อการจัดหาและพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกรผู้ยากจน ชี้ต้องใช้จ่ายให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้รับจัดสรรงบฯ ตามพ.ร.บ.งบประมาณ

วันที่ 30 มกราคม 2569 นายอภิชาติ รัตนราศรี รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มีหนังสือตอบข้อหารือของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. มายังผู้อำนวยการ “ธนาคารที่ดิน” เรื่องการดำเนิน ‘โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน’ (ต่อเนื่อง) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยใช้เงินสะสมของ  “ธนาคารที่ดิน” โดยมีเนื้อหาดังนี้

ตามที่ “ธนาคารที่ดิน” ขอหารือสำนักงบประมาณ ในกรณีบอร์ดธนาคารที่ดิน มีมติเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2568 เห็นชอบให้ใช้เงินสะสมของ “ธนาคารที่ดิน” มาดำเนิน ‘โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน’ จำนวน 68,827,342 บาท แต่ไม่ได้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีตามข้อบังคับธนาคารที่ดิน ว่าด้วยการงบประมาณ การเงิน
และการบัญชี พ.ศ.2559 

สำนักงบประมาณ พิจารณาแล้วเห็นว่า “ธนาคารที่ดิน” ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุน ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โครงการ ‘บริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน’ งบเงินอุดหนุนรายการเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน จำนวน 470,410,000 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้สินเชื่อวิสาหกิจชุมชนเพื่อการจัดหาและพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกรผู้ยากจน ผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินองค์กรชุมชน หรือเครือข่ายองค์กรชุมชน ตามพ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 มาตรา 10 (3) และมาตรา 11กำหนดให้เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของ “ทุนและทรัพย์สิน” ในการดำเนินกิจการของ ”ธนาคารที่ดิน“ และไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน 

โดย “ธนาคารที่ดิน” ได้ดำเนินการเบิกเงินงบประมาณจำนวน 470,410,000 บาท ตามที่ได้รับจัดสรร ออกจากคลังเสร็จสิ้นแล้ว เงินงบประมาณจำนวนดังกล่าวจึงเป็นรายได้ของสถาบันฯ ที่ต้องใช้จ่ายให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี

ดังนั้น หากการใช้จ่ายเงินสะสมดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ก็ให้ไปดำเนินการ
ตามอำนาจหน้าที่ของ “ธนาคารที่ดิน”  ตลอดจนปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสถาบันฯ ให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน

กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด

กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด

กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า ในเช้านี้เกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่เวลา 07.00 น.เว็บไซต์ IQAir จัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุด พบว่า กรุงเทพฯ ประเทศไทย ติดอันดับ 12 ของเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากสุดของโลก วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ได้ 154 ประกอบกับในช่วงนี้ข้อมูลการระบายอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า การระบายอากาศอยู่ในระดับอ่อน ทำให้ฝุ่นยังคงสะสมอยู่ จึงสั่งการให้หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ระยอง วางแผนระบายฝุ่นออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด

นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า เช้านี้ทิศทางลมมีลักษณะการเคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีแนวโน้มเคลื่อนตัวจากพื้นที่กรุงเทพฯ ไปยัง จ.สุพรรณบุรี หน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงวางแผนบินปฏิบัติการโดยเครื่องบิน Caravan จำนวน 3 ลำ ในเวลา 10.30 น.โดยลำที่ 1 บินปฏิบัติการด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 700 กิโลกรัม บินที่ความสูง 8,300 ฟุต บริเวณ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ลำที่ 2 บินปฏิบัติการบริเวณ อ.ปากท่อ จ.เพชรบุรี และลำที่ 3 บินปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหลวงสูตร AR23 จำนวน 700 กิโลกรัม บินที่ความสูง 6,500 ฟุต บริเวณ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ถึง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบบริเวณ จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี กรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยฯ จ.ระยอง วางแผนบินปฏิบัติการในเวลา 10.30 น.ใช้เครื่องบิน CN235-2222 จำนวน 1 ลำ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 1,200 กิโลกรัม บินที่ความสูง 8,300 ฟุต บริเวณ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อช่วยระบายฝุ่นออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลด้วยอีกทางหนึ่ง

ขณะที่ทางด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานด้วยเช่นกัน โดยในเช้านี้ หน่วยฯ จ.ขอนแก่น วางแผนบินปฏิบัติการเวลา 11.15 น.ใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 1,000 กิโลกรัม บินที่ความสูง 8,500 ฟุต บริเวณ อ.เอราวัณ จ.เลย เพื่อช่วยพื้นที่เป้าหมายบริเวณ จ.เลย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เริ่มปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ได้ปฏิบัติการไปทั้งสิ้น จำนวน 58 วัน ช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองได้ จำนวน 46 วัน คิดเป็นร้อยละ 85 ที่สามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์และทำให้ค่าฝุ่นละอองลดลงได้ ทั้งนี้ สำหรับบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ กรมฝนหลวงฯ เตรียมแผนรับมือโดยจะมีการเปิดหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็กบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นต้นไปด้วย

– 006

เลยผนึกศรีสะเกษ! เชื่อมโยงตลาดหอมแดง-บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร

เลยผนึกศรีสะเกษ! เชื่อมโยงตลาดหอมแดง-บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร

เลยผนึกศรีสะเกษ! เชื่อมโยงตลาดหอมแดง-บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

เลยผนึกศรีสะเกษ! เชื่อมโยงตลาดหอมแดง GI บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร-พยุงราคาไม่ให้ตกต่ำ

วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลานกิจกรรมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้ นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงพื้นที่เป็นประธานในกิจกรรมประชาสัมพันธ์และกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรข้ามจังหวัด

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง นายนคร บุตรดีวงศ์ พาณิชย์จังหวัดเลย และ นางแพวิพา ภูสงัด ผู้อำนวยการ สพป.เลย เขต 1 ในการนำหอมแดงเกรดคุณภาพจากจังหวัดศรีสะเกษมาจำหน่ายโดยตรงแก่ประชาชน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงที่กำลังประสบปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดกระจุกตัวในช่วงต้นปี จนอาจส่งผลให้ราคาจำหน่ายในพื้นที่แหล่งผลิตลดต่ำลง

นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักคือการเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างจังหวัด ซึ่งในวันแรกนี้เบื้องต้นสามารถจำหน่ายให้กับบุคลากรและประชาชนในพื้นที่ สพป.เลย เขต 1 ได้แล้วกว่า 700 กิโลกรัม ถือเป็นการช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตรและลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้บริโภคในจังหวัดเลยไปพร้อมๆกัน

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสั่งซื้อหอมแดงศรีสะเกษ ได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย โดยจำหน่ายในราคา 3 กิโลกรัม ราคา 100 บาท ยกถุง 25 กิโลกรัม ราคา 830 บาท

/////////////-026

ชป.เผยน้ำต้นทุน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาพุ่ง 86% มั่นใจน้ำเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง

ชป.เผยน้ำต้นทุน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาพุ่ง 86% มั่นใจน้ำเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง

ชป.เผยน้ำต้นทุน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาพุ่ง 86% มั่นใจน้ำเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

ชป.เผยน้ำต้นทุน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาพุ่ง 86% มั่นใจน้ำเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง

วันที่ 29 มกราคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์น้ำล่าสุด พบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 62,923 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุรวม โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ภูมิพล, สิริกิติ์, แควน้อยฯ และป่าสักฯ) มีน้ำทุนสำรองสูงถึงร้อยละ 86

ปัจจุบัน มีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 13,979 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตามกรมชลประทานยอมรับว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีปริมาณน้ำสะสมน้อยเนื่องจากฝนทิ้งช่วงที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่าง “ประณีต” โดยมุ่งเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการรักษาระบบนิเวศเป็นอันดับแรก พร้อมแนะเกษตรกรในพื้นที่น้ำน้อยให้เลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน

ในส่วนของคุณภาพน้ำ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามค่าความเค็มในแม่น้ำ 4 สายหลัก ได้แก่ เจ้าพระยา, บางปะกง, ท่าจีน และแม่กลอง อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่กระทบต่อการผลิตน้ำประปาและการเกษตร นอกจากนี้ยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งน้ำให้ถึงปลายทางอย่างทั่วถึง

สำหรับประชาชนหรือพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ กรมชลประทานได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำไว้คอยสนับสนุนช่วยเหลือทันที โดยสามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1460 ได้ตลอดเวลา