‘กรมการข้าว’ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร’เราทำความดี ด้วยหัวใจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746178

'กรมการข้าว'ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร'เราทำความดี ด้วยหัวใจ'

‘กรมการข้าว’ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร’เราทำความดี ด้วยหัวใจ’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.16 น.

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ จัดโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร​ โดยมี​ ดร.เฉลิมชั​ย​ ศรีอ่อน​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน และมี นายประยูร​ อิน​สกุล​ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​​ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วยผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และคณะจิตอาสา​กว่า​ 700​ คน​ เข้าร่วมพิธี ณ​ บริเวณริมคลองเปรมประชากร​ ต.เชียงรากน้อย​ อ.บางปะอิน​ จ.พระนครศรีอยุธยา

ในโอกาสนี้​ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ พร้อมด้วยคณะจิตอาสา​ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 100,000 ตัว ลงสู่คลองเปรมประชากร กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณหน้าวัดเปรมประชากรและการเก็บวัชพืชรอบคลองเปรมประชากร ตลอดจนนิทรรศการให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน คณะจิตอาสา และประชาชนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมตามจุดต่างๆ

– 006

เกษตรฯจัดงานจิตอาสา ฟื้นฟูคลองเปรมฯพื้นที่กรุงเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746056

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมการจัดงาน โครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณคลองเปรมประชากร ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีกองประสานงานโครงการพระราชดำริ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง เข้าร่วม

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ กองประสานงานโครงการพระราชดำริ ในฐานะเป็นศูนย์ประสานงานจิตอาสา 904 กระทรวงเกษตรฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการขยายผลโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ และการจัดทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” จึงได้จัดทำโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตรพื้นที่ดังกล่าว โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 (พระชนมพรรษาครบ 71 พรรษา) และปลูกฝังจิตสำนึกในด้านจิตสาธารณะและจิตอาสาพัฒนา ให้บุคลากรของส่วนราชการ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนเพื่อปรับภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่สาธารณะ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมกิจกรรม 700 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ บุคลากรส่วนราชการ/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จิตอาสา บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่/จังหวัด ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/เทศบาล เกษตรกร และประชาชนจิตอาสา

รองปลัดฯหารือ บริษัทเอกชนจีน มุ่งขยายการผลิต สินค้าเกษตรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746050

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้หารือร่วมกับนายฝาง เจี้ยนจู กรรมการผู้จัดการ บริษัท Yili Group (Thailand)Co., Ltd. และคณะ โดยมี ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ สำหรับการหารือดังกล่าว ทางฝ่ายจีนได้แนะนำบริษัท Yili Group (Thailand)Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่ที่สุดของจีนและขณะนี้ได้เข้ามาลงทุนในกิจการผลิตไอศกรีมในประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้หยิบยกประเด็นหารือถึงความเป็นไปได้ในการขยายการผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อสนับสนุนสินค้าเกษตรของไทยโดยเฉพาะนมและผลไม้โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะให้การดูแลเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัย ซึ่งฝ่ายจีนยินดีที่จะพิจารณาขยายการผลิตรวมถึงให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ ในอนาคตต่อไป

ปลัดฯถกร่วมมืออินโดฯ ด้านเกษตร-อาหารในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746052

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับนายเบอร์นาดิโน เวก้ารองประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน(ASEAN Business AdvisoryCouncil : ASEAN-BAC) และ ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (Indonesian Chamber of Commerce and Industry : KADIN) พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อนำเสนอประเด็นสำคัญ วิสัยทัศน์ และแผนสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ที่จะผลักดันให้ภาคธุรกิจของอาเซียนมีความมั่งคั่งยั่งยืน ตลอดจนหารือถึงความเป็นไปได้ในการเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบ ASEAN Business and Investment Summit (ABIS)

สำหรับการหารือครั้งนี้ มีการผลักดันมาตรการ 5 ด้าน เพื่อดำเนินงานและขับเคลื่อนความมั่นคงอาหารอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสู่ความยั่งยืนด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งฝ่ายอินโดนีเซีย แลกเปลี่ยนการดำเนินงานด้านการเกษตร โดยให้ความสำคัญด้านการประเด็นความมั่นคงของอาหาร การส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยเชื่อมโยงกับการตลาดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดย ASEAN-BAC กำหนดเป้าหมายที่จะลดการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในภูมิภาคอาเซียน การลงทุนในโครงการพื้นฐานภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งทาง ASEAN-BAC ได้นำเสนอโครงการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการ Inclusive Closed-Loop Model for Agricultural Product ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมภาคสาธารณูปโภคภาคเกษตร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือ

นายประยูรกล่าวอีกว่า ฝ่ายไทยพร้อมจะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับทางอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตร ด้านความมั่นคงทางอาหารและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และยินดีให้การสนับสนุนประเด็นด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในวาระประธานอาเซียนปี 2566 ที่จะผลักดันในอาเซียนให้ร่วมกันขับเคลื่อนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2566 (PriorityEconomic Deliverables: PEDs)ซึ่งเกี่ยวข้องภายใต้กรอบการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (Senior Officials’ Meeting of theASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: SOM-AMAF) โดย SOM-AMAF ของไทยได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการในภาวะวิกฤตแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการอาเซียนจะเสนอให้รัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ชาวประมง จ.กาญจนบุรี ร่วมกับหน่วยป้องปรามฯ เฝ้าระวัง ลอบจับสัตว์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746057

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ธิดาวรรณ โพธิเพ็ชร หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยอาสาสมัครกลุ่มใบไม้ ลงเรือเร็วออกตรวจการลักลอบทำประมงด้วยเครื่องมือประมงต่างๆ ในพื้นที่ ลำห้วยบีคลี่ ตั้งแต่บริเวณสามประสบ หรือจุดที่แม่น้ำซองกาเลีย รันตี และบีคลี่ ไหลลงมาบรรจบกัน เพื่อป้องกันการลักลอบจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูปลาวางไข่ ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ส.ค.2566 ตามประกาศของประมงจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากช่วงนี้เริ่มมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปลาอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณเริ่มขึ้นไปวางไข่บริเวณต้นน้ำห้วยบีคลี่ ซึ่งพื้นที่บริเวณแม่น้ำบีคลี่เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่วางไข่และอนุบาลลูกปลา และสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะปลาประจำถิ่นสำคัญ รวมทั้งตะพาบน้ำ เนื่องจากมีแหล่งอาหาร แร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นแหล่งอาศัยหลบภัยโดยเฉพาะบริเวณประตูเมือง ซึ่งกรมประมงและจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำห้ามจับสัตว์น้ำทุกชนิด โดยในพื้นที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นทุ่งกว้าง ที่ชุ่มน้ำที่มีพื้นที่กว้างใหญ่หลายพันไร่ ตลอดสองฟากฝั่งของลำห้วย ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่เหมาะในการขยายพันธุ์ของปลาในฤดูวางไข่ และอนุบาลลูกปลาวัยอ่อน ลูกปลาระยะแรก เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ก่อนจะเดินทางลงมาสู่ด้านล่างของอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณซึ่งปัญหาที่ผ่านมามักพบการลักลอบเข้าไปจับปลาในพื้นที่ดังกล่าวมาตลอด 

สศก.ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กองทุนFTA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746053

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์กองทุน FTA ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2570) ว่ามีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ 1.สนับสนุนเงินทุนค่าใช้จ่ายให้หน่วยงานราชการและสถาบันเกษตรกรสำหรับการดำเนินโครงการเพื่อลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าทุกข้อตกลง และสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าเกษตรไม่น้อยกว่า 10 โครงการ และ 2.เน้นช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าให้ได้รับประโยชน์และเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่น้อยกว่า 1,500 ราย เพื่อมุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่เกษตรกร ลดผลกระทบจากเปิดเสรีทางการค้า โดยมีการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล ด้วยวิสัยทัศน์ “มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่เกษตรกร ลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยมีการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล”

ทั้งนี้ จากการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) ครั้งที่ 3/2566 มีการติดตามผลการดำเนินงานกองทุน FTA ตั้งแต่ปี 2562-2565 ซึ่งมีโครงการเสนอขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA แล้วประมาณ 10 โครงการ โดยกองทุนฯ ได้พิจารณาให้การสนับสนุนเรียบร้อยแล้ว 6 โครงการ มีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ5,000 ราย จากโครงการสินค้าโคเนื้อ 3 โครงการสินค้าโคนม 2 โครงการ และสินค้าข้าว 1 โครงการ รวมงบประมาณ 296.92 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเร่งพิจารณาโครงการที่เสนอเข้ามา

อย่างไรก็ดี สศก.โดยกองทุนฯ FTA ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ให้เกิดประโยชน์ทุกภาคส่วนช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม และมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain)

วัตถุดิบอาหารสัตว์ส่อบานปลาย สวนทางราคาหมูดิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745966

วัตถุดิบอาหารสัตว์ส่อบานปลาย สวนทางราคาหมูดิ่ง

วัตถุดิบอาหารสัตว์ส่อบานปลาย สวนทางราคาหมูดิ่ง

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.54 น.

วัตถุดิบอาหารสัตว์ส่อบานปลาย สวนทางราคาหมูดิ่ง 

ความมั่นคงทางอาหารทั่วโลกสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อรัสเซียตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงซึ่งอนุญาตให้ยูเครนส่งออกธัญพืชผ่านทางทะเลดำ หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีสะพานสำคัญที่เชื่อมไครเมียกับแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งต่อมารัสเซียก็โต้กลับด้วยการโจมตีโกดังเก็บธัญพืชหลายจุดที่ท่าเรือติดทะเลดำของยูเครนทำให้ธัญพืชเสียหายถึงกว่า 60,000 ตัน  ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ข้อตกลงธัญพืชทะเลดำซึ่งมีสหประชาชาติกับตุรกีเป็นตัวกลางเจรจา ทำให้ยูเครนสามารถส่งออกธัญพืชได้มากกว่า 32 ล้านตัน แต่การปฏิเสธต่ออายุสัญญาของรัสเซีย อาจทำให้การส่งออกต้องหยุดลง และนั่นหมายถึงปริมาณผลผลิตธัญพืชในตลาดโลกย่อมได้รับผลกระทบ 

เมื่อผนวกปัญหาเอลนิโญก็ยิ่งต้องคิดหนัก เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและความแห้งแล้ง กำลังส่งผลลบโดยตรงต่อธัญพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์และผลผลิตทางการเกษตรในหลายๆพื้นที่เกษตรของโลก เมื่อความต้องการไม่ได้ลดลงแต่ผลผลิตหายไป ประเมินได้ไม่ยากเลยว่า ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์จะพุ่งสูงขึ้น และมีแนวโน้มสูงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า หรืออย่างน้อยก็ถึงช่วงที่สถานการณ์เอลนีโญสงบลง รวมถึงการยุติสงครามสองประเทศ ยูเครน-รัสเซีย และก็เป็นดังคาด เมื่อราคาข้าวสาลี, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาสัญญาล่วงหน้าข้าวสาลีที่มีการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ทะยานขึ้นกว่า 8% ขณะที่ราคาสัญญาล่วงหน้าข้าวโพดพุ่งขึ้นเกือบ 5% ส่วนราคาสัญญาล่วงหน้าถั่วเหลืองดีดตัวกว่า 1%

เมื่อราคาพืชวัตถุดิบต่างๆ ของทั้งโลกมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์สูงเช่นนี้ คงถึงเวลาที่ประเทศไทยของเราต้องกลับมาทบทวนโยบายวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศที่ซ้ำเติมภาวะต้นทุนให้คนเลี้ยงสัตว์บอบช้ำเสมอมา  การที่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูมีต้นทุนการผลิตสูงมาก ล่าสุด สูงถึง 96 บาท/กก. แต่ขายหมูหน้าฟาร์มได้เพียง 58-62 บาท/กก.  ไม่สอดคล้องกับต้นทุนแบบนี้ นับเป็นหายนะไม่ใช่เพียงของเกษตรกร แต่ของประเทศไทยทั้งประเทศ เพราะไม่มีธุรกิจใดจะอยู่รอดได้ และหากรัฐเพิกเฉยไม่พยายามลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร อาจล้มกันระเนระนาดกันทั้งระบบ  

จริงอยู่ว่าราคาหมูที่ดิ่งลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “หมูเถื่อน” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะต้นทุนที่สูงของหมูไทยจึงเป็นช่องว่างให้หมูเถื่อนแทรกตลาดเข้ามาได้ง่าย การจัดการเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งเป็น 60-70% ของต้นทุนทั้งหมด จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยอยู่รอดได้

ปัญหาลูกโซ่เช่นนี้เรียกได้ว่าวัดกึ๋นการบริหารจัดการของรัฐบาล จะอ้างว่าเพราะเป็นรัฐบาลรักษาการก็คงฟังไม่ขึ้น เพราะเรื่องนี้มีสัญญาณเตือนมานานโข  หรือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทั้งข้าราชการและบรรดารัฐมนตรีต้อง “เกียร์ว่าง”  ปล่อยเกษตรกรเดือดร้อนต่อไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะได้ ครม.ชุดใหม่ ซึ่งไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ คนเป็นเกษตรกรคงทำได้เพียง วาดฝันกับ “รัฐบาลใหม่” ที่จะเข้ามาเผชิญความท้าทายนี้ และฝันต่อไปถึง “เจ้ากระทรวงพาณิชย์คนใหม่” ที่หวังว่าจะเร่งแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้รอบคอบ กวาดบ้านตัวเอง ปรับโครงสร้างราคาวัตถุดิบในประเทศให้เรียบร้อย ก่อนลุกลามบานปลายเป็นความไม่มั่นคงทางอาหารของชาติ

โดย สมรรถพล ยุทธพิชัย

‘ประภัตร’ส่งโคเนื้อไปเวียดนามครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745804

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีปล่อยคาราวานโคเนื้อไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ลุงเชาวน์ฟาร์ม จ.สุพรรณบุรี ว่าประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีด้านการค้ากับทางสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในการส่งออกสินค้าหลักที่สำคัญ เช่น ชา กาแฟ เครื่องเทศ น้ำมันสำเร็จรูป และสินค้าทางการเกษตรอีกหลายรายการ สำหรับในรายสินค้าโคเนื้อ ทางสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยคณะกรมสุขภาพสัตว์ (Department of Animal Health: DAH) กระทรวงการเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม ได้ส่งหนังสือแจ้งความสนใจที่จะนำเข้าโค–กระบือ จากประเทศไทย พร้อมทั้งได้เดินทางมาดูงานด้านโคเนื้อในไทย และส่งหนังสือแจ้งข้อกำหนดและระเบียบการส่งออกโค-กระบือของไทยไปยังเวียดนาม รวมถึงแจ้งอนุมัติให้ฟาร์มโค-กระบือ 14 ฟาร์มของประเทศไทย ส่งออกโคเนื้อไปยังเวียดนามได้ตามจำนวนที่กำหนด 7,000 ตัว มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-28 กันยายน 2566

“ที่ผ่านมาประเทศไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีความร่วมมือด้านการค้าระหว่างประเทศอย่างดียิ่ง และถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการส่งออกโคเนื้อจากประเทศไทยไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยเริ่มต้นการส่งโคเนื้อ 180 ตัว ถือเป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดี โดยผลจากความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนในการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวไทยให้มีรายได้ที่มั่นคง ทั้งเป็นขวัญและกำลังใจอันดีที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรยึดถือในอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อได้อย่างยั่งยืน และสุดท้ายนี้จะขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อให้หยุดการใช้สารเร่งเนื้อแดง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการส่งออกโคเนื้อไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม” นายประภัตร กล่าว

ปลัดฯเรียกประชุม หน่วยงานในสังกัด เร่งเบิกจ่ายงบปี’66 ตามที่ตั้งเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745799

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ นายสุรเดช สมิเปรมนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ และนายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการใช้จ่ายและเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2566 ของกระทรวงเกษตรฯ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 ประกอบด้วย ผลการใช้จ่ายและเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมของกระทรวงเกษตรฯ ผลการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี และผลการเบิกจ่ายงบกลาง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนด สิ้นไตรมาส 4 สำหรับภาพรวม ร้อยละ 93 รายจ่ายประจำ ร้อยละ 98 และรายจ่ายลงทุนร้อยละ 75 ดังนั้น จึงมีการเบิกจ่ายภาพรวม 119,234.3355 ล้านบาท รวมถึงให้เร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายเงินเหลื่อมปี และงบกลางให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เตรียมทบทวนข้อเสนองบประมาณประจำปี 2567 และเตรียมความพร้อมเสนอคำของบประมาณประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการนำสินค้าเกษตร ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ออกสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

จ.บุรีรัมย์ เร่งเตรียมงานแห่เทียน แกะสลักตัวละครในพุทธประวัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745805

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นายไชยวัฒน์  จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พระครูสิริคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอประโคนชัย  พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ ปลัดอำเภอประโคนชัย นายเสริมศักดิ์ ทองศรี รองนายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีตำบลประโคนชัย  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประโคนชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรประโคนชัย แถลงข่าวการเตรียมจัดงาน ประเพณีแห่เทียนพรรษาประโคนชัย ประจำปี  2566 “มรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่า มหัศจรรย์เทียนพรรษาประโคนชัย”  ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2566 นี้ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งงานแห่เทียนเข้าพรรษาอำเภอประโคนชัย เทียบชั้นงานแห่เทียนระดับประเทศ จากการจัดอันดับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถือเป็นการจัดงานยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ จ.อุบลราชธานี และ จ.นครราชสีมา ซึ่งการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอประโคนชัย ประจำปี 2566  เกิดจากความร่วมมือทั้ง  ชุมชน  วัด และโรงเรียน เป็นที่มาของคำว่า “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ร่วมในการแกะสลักเทียนซึ่งต้นเทียนหรือการตกแต่งรถเทียนพรรษา ร่วมขบวนแห่เทียน มีขบวนแห่เทียนพรรษา เข้าร่วมในงานจำนวน 6 ขบวน คือ วัดโคน  วัดชัย  วัดโพธิ์ วัดแจ้ง วัดจำปาและวัดกลาง  ซึ่งแต่ละวัดก็จะมีโรงเรียนและชุมชนร่วมขบวนแห่เพื่อแสดงถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ ในวันที่ 2  สิงหาคม2566 

ภาคเช้าจะมีพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลประโคนชัย พร้อมขบวนแห่เทียนของทั้ง 6  คุ้มวัด การแสดงของชุมชนและนักเรียนจากทุกโรงเรียนในเขตอำเภอประโคนชัย ภาคค่ำชมมินิคอนเสิร์ตลำเพลิน วงศกร และชมการโปงลางขุนหาญอีสานศิลป์ จังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่  3  สิงหาคม  2566  ภาคค่ำชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมชาวประโคนชัย การประกวดธิดาเทียนพรรษา การประกวดขวัญใจชุมชน