เกษตรฯรุดเตรียมพร้อม งานสีสรรพรรณไม้ฯครั้งที่15

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746948

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการร่วมจัดงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 15 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 1/2566 พร้อมผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งการจัดงานดังกล่าว เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา ภายใต้แนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสอดคล้องร้อยเรียงกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานรักษา และต่อยอด โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-15 สิงหาคม 2566 ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯเขตจตุจักร ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบแนวคิดการจัดงานของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้หัวข้อ “91 พรรษา สืบสานสายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างวิถีเกษตรสมัยใหม่ สู่อาหารปลอดภัย สร้างรายได้ ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน” พร้อมทั้งแนวทางและรูปแบบการจัดนิทรรศการฯ 13 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย กรมการข้าว กรมประมงกรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตรกรมหม่อนไหม กรมชลประทานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน)

‘อภัย’เรียกประชุม หน่วยงานเกี่ยวข้อง บูรณาการเชิงพื้นที่ ดันโครงการสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746279

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบูรณาการเชิงพื้นที่ภายใต้โครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้แผนแม่บทฯ ประเด็นการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีประเด็นหารือ คือ 1.กรอบแนวทางการบูรณาการโครงการสำคัญปี 2567 และ 2568 โดยการกำหนดให้นำพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายของโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ 2566 ที่มีการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านด้านการเกษตร เป็นพื้นที่เป้าหมายให้หน่วยงานนำกิจกรรม แผนงาน และโครงการ หรือหน่วยงานสามารถพิจารณารายชนิดสินค้าได้ตามความเหมาะสม

2.กรอบแนวทางการขับเคลื่อนโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มุ่งสู่ความสำเร็จ ให้เกษตรกรมีรายได้ไม่น้อยกว่า 180,000 บาทต่อคนต่อปี และมีรายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี โดยกำหนดกรอบเวลา และ 3.การขับเคลื่อนโครงการ BCG Model ภาคการเกษตร ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะคือ ควรมีการกำหนดพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายที่จะลงไปดำเนินการ รวมทั้งนำเสนอแบบฟอร์มข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานฯ ในพื้นที่จังหวัดนำร่อง 5 จังหวัด โดยจะการกำหนดพื้นที่นำร่องดำเนินการต่อไป

‘พีรพันธ์’ร่วมมอบต้นไม้ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746272

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ ให้เข้าร่วมกิจกรรมมอบต้นไม้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 1 เขตจตุจักร กทม.โดยมีนายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นประธานในพิธี

โดยภายในงานมีกิจกรรมดังนี้1.การชมนิทรรศการ พัฒนาพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “สวนหน้าบ้าน” ของชุมชนที่สะท้อนวิถีริมคลอง 2.การมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่ชุมชนฯ และ 3.การปลูกต้นไม้ในกระถางสวนครัว และการบำรุงดิน เพื่อมอบให้แก่ชุมชนฯ

สาธารณสุขตราดเร่งระดมป้องกัน ไข้เลือดออก สูงอันดับ 1 ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746277

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย เจียมกูล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จังหวัดตราดเป็นจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยในขณะนี้ โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566-15 กรกฎาคม 2566 พบว่า มีผู้ติดเชื้อจำนวน 973 คน โดยอำเภอบ่อไร่ เเละอำเภอเกาะช้าง เป็นอำเภอที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือ อ.บ่อไร่ ติดเชื้อจำนวน 378 คนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทั้งหมด พบว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อมากที่สุดก็คือ วัยเรียน 637 คน วัยเด็ก 92 คนวัยทำงาน 221 คน และผู้สูงอายุ 26 คน โดยยังไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่อำเภอเกาะช้าง แม้จะมีผู้ติดเชื้อมาก แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะนี้ “จังหวัดตราดเป็นจังหวัดที่พบเชื้อไข้เลือดออกติดอันดับต้นๆของประเทศ ปีนี้พบผู้ป่วยมากที่สุดในประเทศไทยทีเดียว แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งจากสถิติพบว่า จังหวัดตราดจะมีการแพร่ระบาดในลักษณะปี/ปี หรือปีเว้น 2 ปี ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นทางจังหวัดตราดและสำนักงานสาธารณสุขจ.ตราดจึงเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดเป็นการด่วนโดยเน้นไปที่อำเภอบ่อไร่และอำเภอเกาะช้าง เพื่อหยุดยั้งตัวยุงที่เป็นพาหะ ซึ่งจะมีอสม.เเละเจ้าหน้าที่สาธารณาสุขในแต่ละอำเภอเข้ามาดูแลในระดับพื้นที่ ซึ่งน่าจะ 1-2 เดือนนี้การแพร่ระบาดจะค่อยๆ ลดลงสู่ระดับปกติ “

นายสุเมธ ตะเพียนทอง ปลัดอาวุโส อำเภอบ่อไร่ เปิดเผยว่า อำเภอบ่อไร่พบมีผู้ป่วยไข้เลือดออกมากที่สุดในจังหวัดตราดโดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2566 มียอดผู้ป่วยสูงสุดในจังหวัด และมี 2 ตำบลที่พบมากที่สุดคือ ต.หนองบอนและตำบลบ่อพลอย จึงได้เร่งดำเนินการร่วมกับทั้งสองเทศบาล และองค์กรปกครองท้องถิ่นโดยร่วมกันในการป้องกันทั้งการอบรมให้ความรู้ การลงพื้นที่ทุกครัวเรือนเพื่อกำจัดยุงลาย แต่มีปัญหาในเรื่องการเข้าบ้านเรือนที่บางครัวเรือนไม่ยินยอม จึงได้หาทางแก้ไข และสามารถดำเนินการแก้ไขได้ทั้งหมด

จ.เชียงราย สอนเด็กดำนาปลูกข้าว สืบสานภูมิปัญญาตามแบบวิถีบ่ะเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746278

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันชัย จงสุทธานามณีนายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วย นางณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย และสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เด็กนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว โรงเรียนเทศบาล 3 ศรีทรายมูล โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า และโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย รวมทั้งชาวบ้านชุมชนดอยสะเก็นร่วมกันเปิดกิจกรรม “ดำนาปลูกข้าว สืบสานภูมิปัญญาตามวิถีบ่ะเก่า”  ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนดอยสะเก็น เทศบาลนครเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมี นายสมบุญ หิรัณยโชติ ปลัดเทศบาลนครเชียงราย นำ ผู้อำนวยการกอง สำนักการศึกษา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย ผู้อำนวยการสถานศึกษา ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมในกิจกรรมฯ เพื่อเป็นการสอนเด็กให้รู้ถึงการทำนาแบบดั้งเดิม และการสืบทอดภูมิปัญญาการทำนา

นอกจากนี้ ก่อนดำนา ปลูกข้าว ได้มีพิธีแฮกนา หรือแรกนา เป็นพิธีกรรมที่ทำก่อนจะเริ่มไถนา บ่งบอกฤกษ์งามยามดีสำหรับการเริ่มต้นทำนา ทำพิธีนี้กันในแต่ละครอบครัว เพื่อบวงสรวง หรือบูชาเทพยดาที่คุ้มครองเกี่ยวกับการทำนาเพื่อให้เกิดสิริมงคล ให้การทำนาเป็นไปด้วยดี ช่วยให้กล้าในนาพ้นจากแมลง หอย ปู ที่จะมาเบียดเบียน ตลอดจนผลผลิตงอกงามดี เป็นสิ่งช่วยสร้างขวัญแก่ชาวนาให้เกิดความมั่นใจการทำนา พิธีกรรมต่างๆ ที่ชาวนาในแต่ละพื้นที่ยึดถือปฏิบัติ เป็นเอกลักษณ์และวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ปฏิบัติสืบต่อกันไป จากนั้น นายวันชัย จงสุทธานามณีนายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้นำชาวบ้าน น้องๆ เด็กนักเรียนร่วมกันปลูกข้าว โดยทั้งถอนกล้าข้าวเพื่อเตรียมนำไปปลูก การโยนข้าว และการดำนาปลูกข้าว สร้างความสนุกสนานให้กับเด็กนักเรียนอย่างมาก เพราะเด็กหลายคนพึ่งได้เคยสัมผัสการลงนาปลูกข้าวและการโยนข้าว นายวันชัย กล่าวว่า “เทศบาลนครเชียงราย ในวันนี้มีความมุ่งหวังที่จะทำให้จากเมืองเกษตรกรรมไปสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ชาวเชียงราย แต่เราจะขับเคลื่อนไปพร้อมกับเมืองเกษตรกรรม จึงได้จัดกิจกรรม “ดำนาปลูกข้าว สืบสานภูมิปัญญาตามวิถีบ่ะเก่า” เพื่อให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน ได้รู้จักการทำนาแบบอดีต ว่าเราทำกันอย่างไร เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้หายไป”

ปลัดฯหารือศุลกากรจีน ตรวจสอบกักกันสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746275

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังต้อนรับนายหวัง ลิ่งจวิ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of the People’s Republic of China: GACC) และคณะในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือประเด็นการผลักดันความร่วมมือด้านการตรวจสอบกักกันสินค้าเกษตรระหว่างไทย-จีน ว่า การพบปะกันครั้งนี้เป็นโอกาสในการหารือประเด็นการผลักดันความร่วมมือด้านการตรวจสอบกักกันสินค้าเกษตรระหว่างไทย-จีน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ ที่จะสามารถส่งออกผลผลิตทางการเกษตรทั้งผลไม้และปศุสัตว์

สำหรับประเด็นหารือเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคด้านสุขอนามัยพืชไทย-จีน (JTC-SPS) ครั้งที่ 7 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ประกอบด้วย 1.การเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ เนื้อจระเข้ กุ้งก้ามกรามมีชีวิตเพื่อบริโภค อินทผลัม สละ และเสาวรส ซึ่งสินค้าเกษตรทั้ง 5 ชนิด อยู่ระหว่างกระบวนการทางเอกสารและการพิจารณาจากจีนในการนำเข้า รวมทั้งการเปิดตลาดสินค้าเกษตรใหม่ และขยายตลาดเดิม 2.มาตรการการระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและชิ้นส่วนสัตว์ปีกแช่แข็งไปจีน ซึ่งฝ่ายไทยได้ส่งเอกสารประกอบการพิจารณายกเลิกการระงับการส่งออกของสถานประกอบการ/โรงงานดังกล่าวแล้ว และทั้งสองฝ่ายจะติดตามความคืบหน้าและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด

3.การขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมของโรงงานเพื่อการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ และโรงงานเพื่อการส่งออกรังนกจากไทยไปยังจีน ผ่านระบบCIFER และการขอขึ้นบัญชีรายชื่อบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ เพื่อส่งออกจากประเทศไทยไปยังจีน ฝ่ายจีนยินดีให้การสนับสนุนการจัดอบรมและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น 4.การเชื่อมโยงระบบใบรับรองสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Phyto ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มหารือและแลกเปลี่ยนการดำเนินการระหว่างกันบ้างแล้ว คาดว่าจะสามารถเชื่อมต่อระบบ e-Phyto ระหว่างกันได้โดยเร็วและ 5.การประชุม JTC-SPS ครั้งที่ 8 ซึ่งฝ่ายจีนโดย GACC จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม JTC-SPS ครั้งที่ 8 ปี 2567 และฝ่ายไทยแสดงความพร้อมที่จะร่วมหารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

นายประยูรกล่าวต่อว่า มีนโยบายอำนวยความสะดวกการค้าสินค้าเกษตร โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดขั้นตอนและระยะเวลาการขออนุญาตการส่งออก ให้ใช้เวลาสั้นลง พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทดแทนการทำงาน ได้แก่ การจัดทำแบบคำขอและการยื่นขอ ตรวจสอบและพิจารณาคำขอ การอนุมัติ การชำระค่าธรรมเนียม การออกใบอนุญาตและเอกสารอื่น รวมทั้งการจัดส่งใบอนุญาตและเอกสารอื่น เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่เกษตรกรตลอดจนผู้ส่งออกไทย

นายกฯ ทม.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746273

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสกล ไกรรณภูมิ หรือ “นายกอ๋อง” นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ธีระวิวัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรี นายสมเกียรติ พลรัมย์เลขานุการนายกเทศมนตรี นางสาวภรภัทร สงวนสิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม และเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์  ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่งจำนวน 7 ราย ในชุมชน เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ประกอบด้วย ชุมชนฝั่งละลม ชุมชนหลักเมือง ชุมชนหลังศาล ชุมชนละ 1 ราย และชุมชนหน้าสถานีรถไฟ กับชุมชนโคกกลางชุมชนละ 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ได้รับเงินสงเคราะห์ผู้ที่มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ประจำปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้ ด้วยศูนย์ คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ ได้โอนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งให้กับผู้ประสบปัญหาทางสังคม รายละ 3000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ไปยังบัญชีธนาคารของผู้ประสบปัญหาในชุมชนเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ทั้งสิ้นจำนวน 7 ราย

นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า “เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนและผลกระทบที่ประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้รับจากปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนยากจน ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่ง ซึ่งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้รับการช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง”

กอล์ฟ-อัครนันท์ สส.เพื่อไทย ไฟแรง เตรียมจัดทำโครงการ พัฒนาบ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746276

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 1 ได้นำรูปภาพรถยนต์ตู้ที่มีรูปของตนเองติดอยู่ด้านข้างมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับระบุว่า “ผมกับทีมงาน เตรียมความพร้อม ทำโครงการ สส.กอล์ฟ พบประชาชน ไปทุกพื้นที่ ของเขต 1 ไปทำงานเหมือนตอนเราไปหาเสียง ไปฟัง ไปดูปัญหาของพี่น้องในทุกๆ พื้นที่ และกลับมาช่วยแก้ไขให้กับพี่น้องเขต 1 ทุกท่าน #วันนี้ผมอาสามาแล้วผมอยากพัฒนาบ้านผม ผมจะทำให้เต็มที่ครับแล้วพบกันครับ!!”

ทั้งนี้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ หรือ สส.กอล์ฟ เปิดเผยว่า “หลังจากเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี อย่างสมบูรณ์ ตนได้ยื่นกระทู้สดต่อสภาผู้แทนราษฏรเพื่อขอหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนใน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการแก้ไขปัญหาน้ำป่าไหลบ่าจากพื้นที่สูงและจากภูเขาไหลลงสู่พื้นที่ราบลุ่มรับน้ำในเขตชุมชนเมือง ทำให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนต่างๆ และเกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในเขตชุมชนเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เทศบาลเมืองปากแพรก เทศบาลตำบลแก่งเสี้ยน อบต.แก่งเสี้ยน และเขตเทศบาลตำบลท่ามะขาม เรื่องที่สอง คือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของราษฎรที่ทับซ้อนกับที่ดินรัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ก่อผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนชาวกาญจนบุรีจำนวนมาก อาทิ การปลูกสร้างบ้านในที่ดินที่เป็นเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) ที่ไม่สามารถขอใช้ไฟฟ้าได้ อีกเรื่องคือการทับซ้อนระหว่างที่ทำกินกับการประกาศกฎหมายที่ดินของรัฐที่ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดกาญจนบุรีจำนวนมาก ทำให้จังหวัดกาญจนบุรีเกิดปัญหากับประชาชนทั่วไป และที่สำคัญอีกประการคือการเจริญเติบโตภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาค ด้านการพัฒนาของภาคธุรกิจและการลงทุน”

รองปลัดฯถกคณะทำงานไทย-ฟิลิปปินส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746271

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 2 (The 2nd Thailand – Philippines Joint Agriculture Working Group (JAWG) Meeting) โดยมีการติดตามความก้าวหน้าโครงการซึ่งเป็นผลจากการประชุมคณะทำงานร่วมฯ ครั้งที่ 1โดยมีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ 1.โครงการ Project on Promotion and Development of Coconut Supply Chain Management โดยกรมส่งเสริมการเกษตร 2.โครงการ Application of Geographic Information System (GIS) Technology for Sustainable Soil and Water Conservation โดยกรมพัฒนาที่ดิน และ 3.โครงการ The Study Exchange Programme on Potential Development of Farm Women โดยกรมส่งเสริมการเกษตร และมีโครงการของไทยที่ฝ่ายฟิลิปปินส์สนใจจะดำเนินการต่อในระยะที่ 2 คือโครงการ Knowledge Exchange Project on “Participatory Irrigation Management” (PIM) ของกรมชลประทาน

นอกจากนี้ ยังรับทราบข้อเสนอโครงการใหม่ 6 โครงการ ที่เสนอโดยฝ่ายไทย 3 โครงการ และเสนอโดยฝ่ายฟิลิปปินส์ 3 โครงการ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายหารือและพัฒนาโครงการร่วมกันต่อไป ซึ่งฝ่ายฟิลิปปินส์แจ้งความประสงค์ให้มีการต่ออายุข้อตกลง Implementing Arrangement (IA)
on Specific Areas of Cooperation between the Department of Fisheries of the Kingdom of Thailand and the Department ofAgriculture Bureau of Fisheries and Aquatic Resources (BFAR) of the Republic of the Philippines เพื่อเป็นกลไกในการดำเนินการพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย โดยที่ประชุมขอให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังเห็นชอบให้จัดการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายด้วย

‘อธิบดีกรมชลฯ’มั่นใจพื้นที่ EEC ผันน้ำเพียงพอ อุปโภคบริโภคแม้ไทยเจอผลกระทบเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746255

‘อธิบดีกรมชลฯ’มั่นใจพื้นที่ EEC ผันน้ำเพียงพอ อุปโภคบริโภคแม้ไทยเจอผลกระทบเอลนีโญ

‘อธิบดีกรมชลฯ’มั่นใจพื้นที่ EEC ผันน้ำเพียงพอ อุปโภคบริโภคแม้ไทยเจอผลกระทบเอลนีโญ

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.48 น.

26 กรกฎาคม 2566 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง โดยมี นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายสุรชัย นำนาผล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานระยอง นายจิรพงษ์ ศาสตร์แย้ม ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ นายประสพโชค มั่งจิตร ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายราม ธนาคุณ ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักรกล และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานสรุป 

นายประพิศ เปิดเผยว่า จากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ซึ่งคาดว่าจะยาวนานไปจนถึงกลางปี 2567 และอาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจได้ กรมชลประทาน จึงได้วางแผนรับมือเพื่อสร้างความมั่นใจด้านน้ำให้กับพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจภาคตะวันออกและเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการใช้โครงข่ายน้ำภาคตะวันออกที่มีอยู่ ผันน้ำจากคลองสะพานมาเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ซึ่งมีศักยภาพสูบผันน้ำได้ประมาณ 470,000 ลบ.ม./วัน จากนั้นจะใช้อ่างฯ ประแสร์เป็นศูนย์กลางในการสูบผันส่งกระจายน้ำไปยังอ่างฯ คลองใหญ่ และผันน้ำต่อไปยังอ่างฯ หนองปลาไหล เพื่อกระจายน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค  และอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ได้อย่างทั่วถึงเพียงพอ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่บริเวณปากคลองผันน้ำเชื่อมอ่างฯคลองใหญ่-อ่างฯ หนองปลาไหลเพิ่มเติม เพื่อเร่งการผันน้ำ(Gravity)จากอ่างฯ คลองใหญ่ ไปเติมอ่างฯ หนองปลาไหล ได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมกำชับให้ใช้ระบบชลประทานและโครงข่ายการสูบผันน้ำที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่ EEC สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ