รองปลัดฯติดตามพัฒนาระบบราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734210

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่รับผิดชอบในด้านการพัฒนาระบบบริหาร ในฐานะคณะทำงาน โดยมีสำนักพัฒนาระบบบริหาร สป.กษ.เป็นฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน เข้าร่วมประชุม

ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการรับทราบความก้าวหน้าตัวชี้วัดในการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2566 (รอบ 6 เดือน) พร้อมหารือในประเด็นเพื่อพิจารณาที่สำคัญ เรื่อง การจัดทำตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPIs) ของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2567 ใน 5 Agenda ที่สำคัญ ได้แก่ Agenda 1.การบริหารจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟูน้ำทั้งระบบ, Agenda 2.การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, Agenda 3.รายได้จากการท่องเที่ยว, Agenda 4.รายได้จากผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP, และ Agenda 5.การลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM 10

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนและให้ความเห็นชอบในหลักการของตัวชี้วัด ตามที่ฝ่ายเลขาฯ เสนอ และมอบหมายหน่วยงานรับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ประชุมไปปรับปรุงรายละเอียดตัวชี้วัดให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.ร.เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมเวิร์กช็อป ร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร.หน่วยงานเจ้าภาพ/หน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุน เพื่อกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของ Joint KPIs ในแต่ละประเด็น พร้อมทั้งมอบหมายฝ่ายเลขาฯ รับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ประชุมเพื่อประสานการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เกษตรฯรุดติดตาม โครงการสร้างอาชีพ ผลิตสินค้ามูลค่าสูง ใช้แผนธุรกิจเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734209

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมการสนับสนุนโครงการสร้างอาชีพผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อขับเคลื่อนแผนธุรกิจเกษตรรายสินค้าของหมู่บ้านผ่านแหล่งเงินทุนจากการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าโครงการโครงการสร้างอาชีพผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อขับเคลื่อนโดยใช้แผนธุรกิจเกษตรรายสินค้าของหมู่บ้าน ผ่านแหล่งเงินทุนจากการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 6 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการแปลงใหญ่ผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดี 2.โครงการแปลงใหญ่ผลิตมันสำปะหลังระบบน้ำหยด 3.โครงการแปลงใหญ่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ธาตุอาหารสูง 4.โครงการแปลงใหญ่หมู่บ้านผลิตอาหารสัตว์ 5.โครงการแปลงใหญ่หมู่บ้านโคบาลไทย และ 6.โครงการแปลงใหญ่หมู่บ้านเลี้ยงไก่ไข่

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว และพิจารณาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนแผนธุรกิจเกษตรรายสินค้าของหมู่บ้านตามภารกิจที่รับผิดชอบ รวมทั้งขับเคลื่อนโครงการฯ ต่อไป

‘อภัย’ประชุมร่วมคกก. เพิ่มเป้าหมายผลิตข้าวปี’66/67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734211

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2566 ว่าตามนโยบายตลาดนำการผลิต และยุทธศาสตร์ข้าวไทยด้านการผลิตปี 2563–2567 กำหนดให้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้าว เพื่อให้ปริมาณการผลิตข้าวมีความสมดุลกับความต้องการของตลาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณค่าโภชนาการสูง ปลอดภัย เป็นที่ไว้วางใจและความต้องการบริโภคมากที่สุด โดยเน้นต้นทุนการผลิตข้าวทุกชนิด เฉลี่ยไม่เกินไร่ละ 3,000 บาท หรือเฉลี่ยไม่เกินตันละ 6,000 บาท ในปี 2567

ในปี 2566 คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) รับทราบความต้องการใช้ข้าว (Demand) 29.296 ล้านตันข้าวเปลือก ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบการกำหนดเพิ่มเป้าหมายการผลิตข้าว (Supply) ปีการผลิต 2566/67 จำนวน 31.632 ล้านตันข้าวเปลือก พร้อมทั้งเห็นชอบการวางแผนการผลิตข้าว ปีการผลิต 2566/67 พื้นที่ 68.622 ล้านไร่ คาดการณ์ผลผลิต 31.632 ล้านตันข้าวเปลือก แยกเป็นรอบที่ 1(นาปี) พื้นที่ 59.480 ล้านไร่คาดการณ์ผลผลิต 25.662 ล้านตันข้าวเปลือก และรอบที่ 2 (นาปรัง) พื้นที่ 9.142 ล้านไร่ คาดการณ์ผลผลิต 5.970 ล้านตันข้าวเปลือก โดยพื้นที่และผลผลิตข้าวรอบที่ 2 สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ภายใต้นโยบายการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรตามแผนการเกษตรเชิงรุก

สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้ในการเพาะปลูก ปีการผลิต 2566/67 รวมทั้งสิ้น 1,411,000 ตัน มาจาก 4 หน่วยงานรวม 721,660 ตัน โดยกรมการข้าวร่วมส่งเสริมให้ชาวนาเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง หรือซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเอง ประมาณ 689,340 ตัน ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวจะมีเพียงพอกับการเพาะปลูก

กรมข้าวยัน 2 พันธุ์ข้าวดี ทั้งกข85-กข95ให้ผลผลิตสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734212

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวให้งดปลูกข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) และ กข85 (เบา อายุสั้น) เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น จริงแล้วประเด็นดังกล่าวสำหรับข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) จากการวิจัยพบว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย นอกจากนั้นยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 885 กก./ไร่ มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก./ไร่ ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกษตรกรที่นำข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) ไปปลูกขายให้โรงสีนั้นแท้จริงแล้วใช่พันธุ์แท้หรือไม่

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของข้าวพันธุ์ กข85 ลักษณะประจำพันธุ์นั้น ถือเป็นข้าวเมล็ดยาว ที่มีการอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 115-120 วัน ซึ่งไม่ตรงกับพันธุ์ที่มีการแอบอ้างว่าเป็นข้าวอายุเบาและเมล็ดสั้น

“ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าข้าว กข95 (ดกเจ้าพระยา) และ กข85 ทั้ง 2 พันธุ์เป็นพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ
ให้ผลผลิตสูง และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นก็อยากชี้แจงให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบถึงข้อมูลและข้อเท็จจริงของลักษณะประจำพันธุ์ข้าวแต่ละพันธุ์ที่กรมการข้าวได้ให้การรับรอง ว่าแท้จริงแล้วมีลักษณะเป็นอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด อีกทั้งในขณะนี้ผมได้มอบหมายให้ นางสาวชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ผู้วิจัยข้าวพันธุ์ กข85 และ กข95 พร้อมด้วยสารวัตรข้าว ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องการปลูกข้าวพันธุ์ กข85 และ กข95 บนพื้นที่แนะนำโดยเมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วให้รายงานมายังผมโดยด่วน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

ทั้งนี้ ข้าวพันธุ์ กข85 นั้นมีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ความสูง 104 เซนติเมตร กอตั้ง ลำต้นแข็งใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง อายุเก็บเกี่ยว115-120 วัน ผลผลิต 862 กิโลกรัมต่อไร่เมล็ดเรียวยาว ข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดข้าวกล้องยาว 8.0 มิลลิเมตร ปริมาณอมิโลส 27-28 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูง ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย

ส่วนข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) มีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-100 วัน ความสูง 110 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง ลำต้นค่อนข้างแข็ง รวงแน่นปานกลาง คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อยปริมาณอมิโลสสูง ร้อยละ 29.78 มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 885 กก./ไร่ มีศักยภาพให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก./ไร่ ต้านทานโรคไหม้ และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบแนวทางปฏิบัติด้านมาตรการส่งออกลำไยไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734271

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบแนวทางปฏิบัติด้านมาตรการส่งออกลำไยไปจีน

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบแนวทางปฏิบัติด้านมาตรการส่งออกลำไยไปจีน

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 22.39 น.

เมื่อวันที 30 พฤษภาคม 2566 ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบแนวทางปฏิบัติ ด้านมาตรการส่งออก และขั้นตอนการตรวจสอบศัตรูพืช ในโรงคัดบรรจุลำไย เพื่อการส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบศัตรูพืชในโรงคัดบรรจุในพื้นที่ภาคเหนือ มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการตรวจสอบศัตรูพืช แนวทางการแก้ไขกรณีแจ้งเตือนการตรวจพบศัตรูพืช รวมถึงมาตรการป้องกันโควิด – 19 ในโรงคัดบรรจุลำไยส่งออกสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการตรวจพบศัตรูพืชในผลผลิตลำไย และเตรียมความพร้อมรับการสุ่มตรวจประเมินจากสำนักงานศุลกากรจีน

พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและมีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างผู้ประกอบการจากสมาคมการค้าผู้ประกอบการผลไม้ไทยภาคเหนือ โดยมีผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน เข้าร่วมประชุม จำนวนทั้งหมด 55 ราย ซึ่งสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 ได้การจัดประชุมหาแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการส่งออก และการตรวจศัตรูพืชในโรงคัดบรรจุลำไยเพื่อการส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน รุ่นที่ 2 ประจำฤดูการผลิตลำไยในฤดูปี 2566 ณ ห้องประชุม 1 สวพ.1 จ.เชียงใหม่

เกษตรฯถกคกก.พิจารณา อุทธรณ์คำสั่งฯการปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733988

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองในการปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 1/2566 มีประเด็นสำคัญ อาทิ 1.ที่ประชุมรับทราบ ร่างระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ …) พ.ศ. …ซึ่งดำเนินการยกร่างโดยคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายและระเบียบ โดยบรรจุแนวทางการสั่งให้เกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่รับมอบจาก ส.ป.ก.ไว้ในร่างระเบียบฯ

2.ที่ประชุมรับทราบ กรณีการอุทธรณ์คำสั่งให้สิ้นสิทธิที่อยู่ระหว่างพิจารณานำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองในการปฏิรูปที่ดิน และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) 19 ราย เนื่องจากอยู่ระหว่างรอแนวทางที่ชัดเจนตามร่างระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ …) พ.ศ. …

3.ที่ประชุมพิจารณา กรณีนาง จ อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน จ.ร้อยเอ็ด (คปจ.ร้อยเอ็ด) ที่สั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากนาง จ ผู้ยื่นคำขอรับมรดกสิทธิ์ ได้ปกปิดข้อความจริงที่เป็นสาระสำคัญซึ่งควรบอกให้แจ้งเพื่อให้ตนเองได้รับมรดกสิทธิทั้งแปลง โดยที่ประชุมเห็นตามความเห็นของ ส.ป.ก.และให้นำเสนอ
คปก.พิจารณาเพิกถอนมติ คปจ.ร้อยเอ็ด ที่สั่งให้นาง จ สิ้นสิทธิในที่ดิน และภายหลังจากที่ คปก.มีมติเพิกถอนคำสั่งให้นาง จ สิ้นสิทธิ ให้มีหนังสือแจ้งปฏิรูปที่ดิน จ.ร้อยเอ็ด พิจารณาทบทวนการอนุมัติให้นาง จ ได้รับมรดกสิทธิที่ดินเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

4.ที่ประชุมพิจารณา กรณีการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินของเกษตรกรรายนาง น เนื่องจากนาง น ไม่ได้เป็นผู้ถือครองและทำประโยชน์ในที่ดินจริง เป็นเพียงผู้ครอบครองที่ดินแปลงพิพาทแทน โดยที่ประชุมเห็นตามความเห็นของ ส.ป.ก.และให้นำเสนอ คปก. พิจารณาเพิกถอนมติ คปจ.นครราชสีมา ที่สั่งให้นาง น
สิ้นสิทธิในที่ดิน และภายหลังจากที่ คปก.มีมติเพิกถอนคำสั่งให้นาง น สิ้นสิทธิ ให้มีหนังสือแจ้งปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาทบทวนการอนุมัติให้นาง น ได้รับมรดกสิทธิที่ดินว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบหรือไม่ต่อไป

5.ที่ประชุมพิจารณา กรณีนางสาว ร อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี (คปจ.เพชรบุรี) ที่สั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ เนื่องจากข้อเท็จจริง อันเป็นเหตุให้เกิดอำนาจดำเนินการสั่งให้นางสาว ร สิ้นสิทธิ ยังไม่ชัดแจ้งว่าเข้าข้อยกเว้นการสั่งให้เกษตรกรสิ้นสิทธิโดยไม่ต้องมีการแจ้งเตือนโดยที่ประชุมเห็นชอบให้เพิกถอนมติ คปจ.เพชรบุรี ซึ่งมีมติและคำสั่งให้นางสาว ร สิ้นสิทธิ และเสนอ คปก.เพื่อพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป

กรมข้าวจัดงานใหญ่ งานวันข้าว-ชาวนา ลดต้นทุนการผลิต ช่วยเหลือเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733987

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านเกษตร สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลาง จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 5-7 มิถุนายน 2566 ที่กรมการข้าวภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ขณะที่ส่วนภูมิภาค จัดงานวันข้าวและชาวนาที่ จ.พิษณุโลก ในวันที่ 16-17 มิถุนายน 2566 จัดขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งภายในงานจะมีการนำนิทรรศการด้านข้าวต่างๆ มากมาย มาจัดแสดง อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ 91 พรรษา นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนา นิทรรศการด้านข้าวของกรมการข้าว แปลงสาธิตพันธุ์ข้าว เทคโนโลยีการผลิตข้าว และเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนผู้ร่วมงานสามารถ ชม ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์จากข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกชิงรางวัล อาทิ กิจกรรมการประกวดธิดาชาวนา กิจกรรมแข่งขันฝัดข้าวสาลีและหุงข้าวหม้อดิน กิจกรรมแข่งขันตอบคำถามองค์ความรู้ด้านข้าว

“นอกจากนั้นการจัดงานในส่วนของภูมิภาค ยังมีการจัดที่ จ.นครราชสีมา ที่ Korat Hall ชั้น 4 เซ็นทรัลนครราชสีมา วันที่ 22-23 มิถุนายน 2566 จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

‘กรมการข้าว’พร้อมจัดใหญ่! งาน’วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ’ 3 จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733911

'กรมการข้าว'พร้อมจัดใหญ่! งาน'วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ' 3 จังหวัด

‘กรมการข้าว’พร้อมจัดใหญ่! งาน’วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ’ 3 จังหวัด

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.31 น.

“กรมการข้าว”พร้อมจัดใหญ่! งาน”วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” 3 จังหวัด ขนทัพงานวิชาการทั่วไทย พร้อมเสิร์ฟถึงมือชาวนา

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมการข้าวมีการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการจัดงานในส่วนกลางนั้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2566 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน และในส่วนของภูมิภาคอีก 2 แห่ง ซึ่งจัดใหญ่ไม่แพ้กัน คือ จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นที่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ในวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 และจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566

นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ , นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนาและสถาบันชาวนา , นิทรรศการวิชาการ จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน , การจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนาในหัวข้อเวทีเสวนา เรื่อง การลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม , การจำหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ โดยเป็นสินค้าประเภทข้าวสารและสินค้าแปรรูป , การแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านข้าวและชาวนาและการแสดงวัฒนธรรม 4 ภาค กิจกรรมสาธิตและแข่งขันส่งเสริมงานวิชาการในข้าวไทย ตลอดจนกิจกรรมการประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ ภายใต้หัวข้อข้าวและชาวนาไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น , การประกวดงานศิลปะเรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้หัวข้อ กสิกรรมนำไทยยั่งยืน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  อีกทั้งภายในงานยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตร

นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2566 กรมการข้าวจะมีการจัดพิธีบวงสรวงบูชาแม่โพสพ เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการสร้างสิริมงคล รำลึกถึงความสำคัญของข้าว โดยจะมีการถ่ายทอดสัญญาณสดให้ทุกท่านได้รับชม ผ่าน Facebook Fanpage Rice News Channel

ด้าน นางสาวชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เปิดเผยว่า ในส่วนของการจัดงานที่จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นที่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ในวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา , นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนา , ขบวนแห่และบูชาพระแม่โพสพ , การเสวนาหัวข้อ ทางรอดชาวนาไทย ลดต้นทุนการผลิต ภายใต้วิกฤตปุ๋ยแพง ค่าแรงสูง และหัวข้อ คาร์บอนเครดิตไทย ก้าวไกล ได้ราคา ตลอดจนการสาธิตต่างๆ เช่น การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร , การจัดแปลงสาธิตการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์ , กิจกรรมประกวดธิดาชาวนา, กิจกรรมแข่งขันฝัดข้าวลีลาและหุงข้าวหม้อดิน , กิจกรรมแข่งขันตอบคำถามองค์ความรู้ด้านข้าว ตลอดจนเปิดให้ช้อป ชม ชิม ผลิตภัณฑ์จากข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่ นางเนตรนภา หัตถ์ฐาปนวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับการจัดงานในจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566 ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ 91 พรรษา , ขบวนแห่อัญเชิญพระแม่โพสพ , การแสดงเปิดงานชุด ยอน้อมวันทา บูชาพระแม่โพสพ , การสาธิตจัดแสดงนวัตกรรมข้าวในรูปแบบต่างๆ , นิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าว , กิจกรรมการประกวดหนุ่มข้าวเหนียว สาวข้าวหอม ปี 2566 , กิจกรรมการแข่งขันกินข้าว ตลอดจนเปิดให้ช้อป ชม ชิม ผลิตภัณฑ์ข้าวจากกลุ่มชาวนาทุกภาค มากกว่า 50 บูธ

“ที่สำคัญ การจัดงานทั้ง 3 แห่งนั้น จะเปิดโอกาสให้ชาวนา ผู้ที่สนใจ ได้รับความรู้ในเรื่องคาร์บอนเครดิต ซึ่งสามารถขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง โดยกรมการข้าวจะเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขายคาร์บอนเครดิต ตลอดจนขนขบวนนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การแสดงวิถีชีวิตชาวนา รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับข้าวและชาวนา และที่สำคัญจะมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศ กิจกรรมภายในงานให้ทุกท่านได้รับชม ผ่าน Facebook Fanpage Rice news Channel อีกด้วย” อธิบดีกรมการข้าว กล่าวทิ้งท้าย

กาฬสินธุ์แจงรับแจก’เมล็ดพันธุ์ข้าว’ จัดขายนำเงินเข้ากองทุนโปร่งใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733775

กาฬสินธุ์แจงรับแจก'เมล็ดพันธุ์ข้าว' จัดขายนำเงินเข้ากองทุนโปร่งใส

กาฬสินธุ์แจงรับแจก’เมล็ดพันธุ์ข้าว’ จัดขายนำเงินเข้ากองทุนโปร่งใส

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 09.21 น.

ประธานกรรมการกลุ่มผู้จัดทำแปลงขยายพันธุ์และประธานกลุ่มเกษตรชุมชน ในตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ แจงได้รับแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับสมาชิกและชาวนาทั่วไป นำรายได้มาบริหารจัดการในกลุ่ม ระบุกลุ่มที่ได้รับแจกเป็นกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนเป็น “กลุ่มเกษตรชุมชน” กับ “ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์” เท่านั้นถึงมีสิทธิ์ได้รับแจก ส่วนกรณีข่าวอธิบดีกรมการข้าวสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่อาจส่อทุจริตนั้น ตนไม่ทราบเรื่อง

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีกระแสข่าว อธิบดีกรมการข้าวสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 งบประมาณกว่า 1 พันล้านบาท ดำเนินการทั่วประเทศ อาจส่อทุจริต หลังมีผู้ร้องเรียนว่า เบิกจ่ายเมล็ดพันธุ์เกินสิทธิที่เกษตรกรได้รับ และเกษตรกรที่มีชื่อรับเมล็ดพันธุ์กลับไม่ได้รับจริง ขณะที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ เร่งติดตามตรวจสอบผลการดำเนินโครงการ

โดยข่าวระบุว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 และข้าวจ้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งผลิตโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ จำนวนกว่า 2,800 ตัน ถูกทยอยส่งให้กับกลุ่มเกษตรกร และศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ใน จ.กาฬสินธุ์ จ.มุกดาหาร และ จ.มหาสารคาม ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา คาดว่าภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ก็จะจัดส่งครบทั้งหมด เพื่อให้เกษตรกรใช้ทำพันธุ์เพาะปลูกข้าวนาปี แต่ล่าสุด นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการนี้ เนื่องจากอาจส่อทุจริต

ขณะที่นายฉันทลักษณ์ ฆารไสว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ระบุว่า กรมการข้าวได้รับเรื่องร้องเรียนว่า โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว มีการเบิกจ่ายเมล็ดพันธุ์เกินสิทธิที่เกษตรกรได้รับ โดยชาวนาที่ขอเข้าร่วมโครงการ ต้องใช้ข้อมูลพื้นที่ทำนาตามที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อขอรับสิทธิ์ซื้อเมล็ดพันธุ์ ในราคากิโลกรัมละ 3-5 บาท จากราคาขายปกติอยู่ที่กิโลกรัมละ 18-25 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ข้าว เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ มีสิทธิ์ซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ 15 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งช่วยประหยัดค่าต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ แต่กลับพบว่ามีเกษตรกรบางคนสามารถซื้อเมล็ดพันธุ์ได้เกินกว่าสิทธิ์ ขณะที่เกษตรกรบางคนอ้างว่าที่มีชื่อรับเมล็ดพันธุ์ แต่ไม่ได้รับจริง

ฉันทลักษณ์ระบุว่าเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบผลการดำเนินการ หลังส่งมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จ.มุกดาหาร และจ.มหาสารคาม แต่ยังไม่สามารถระบุว่ามีการกระทำผิดในส่วนใดบ้าง ซึ่งทางกรมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางมาร่วมตรวจสอบ ตามคำสั่งของอธิบดีกรมการข้าว ที่กำหนดให้มีการสรุปผลการตรวจสอบภายใน 15 วัน หากพบผู้กระทำผิดจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เอาผิดทั้งวินัยและอาญาทันที

ด้านนายทองยอด ภูยางตูม อายุ 74 ปี ประธานกรรมการกลุ่มผู้จัดทำแปลงขยายพันธุ์ และประธานกลุ่มเกษตรชุมชน บ้านโนนแดง ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตข้าวของศูนย์ขยายพันธุ์ข้าว หรือบางคนเรียกว่า “ข้าวเกษตร” มาประมาณ 30 ปี มีพื้นที่ทำนา 18 ไร่ ซึ่งทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ฯ ให้โควต้ารับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกไร่ละ 4 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 82 กก. รับซื้อในราคา กก.ละ 18-25 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ราคา ก.ก.ละ 18 บาท ตามคุณภาพข้าว โดยพื้นที่ทำนา 18 ไร่ได้ผลผลิต 72 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 5.9 ตัน  มีรายได้ปีละประมาณ  1 แสนบาท ซึ่งยังถือว่าได้กำไรมากกว่าชาวนารายอื่นที่ปลูกข้าวทั่วไป อย่างไรก็ตาม ตนยังยืนหยัดเป็นสมาชิกของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ และมีการรวมกลุ่มกับเพื่อนชาวนาชุมชนเดียวกันที่เข้มแข็ง ต่อมาได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ฯ ตั้งกลุ่มเกษตรชุมชนขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่งมีสมาชิก 13 ราย พื้นที่เพาะปลูก 240 ไร่

นายทองยอด กล่าวอีกว่า ทราบว่าชาวนาที่ปลูกข้าวเกษตร หรือที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ และมีการจัดตั้งเป็น “กลุ่มเกษตรชุมชน” กระจายอยู่หลายอำเภอ ซึ่งทราบว่ากลุ่มนี้จะได้รับสิทธิพิเศษจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ ในการรับแจก “เมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์หลัก” เพื่อจัดจำหน่ายให้สมาชิกและชาวนาทั่วไปนำไปขยายพันธุ์ ในราคา กก.ละ 20 บาท น้ำหนักกระสอบละ 20 กก. ตกกระสอบละ 400 บาท โดยในปีนี้กลุ่มเราเพิ่งได้รับเป็นปีแรก จำนวน 3 ตัน ซึ่งจำหน่ายไปหมดแล้ว

“ในส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว อธิบดีกรมการข้าวสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่อาจส่อทุจริต หลังมีผู้ร้องเรียนว่า เบิกจ่ายเมล็ดพันธุ์เกินสิทธิที่เกษตรกรได้รับ และเกษตรกรที่มีชื่อรับเมล็ดพันธุ์กลับไม่ได้รับจริง ขณะที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ เร่งติดตามตรวจสอบผลการดำเนินโครงการ ตนไม่ทราบเรื่องด้วย แต่อาจจะมีกระแสที่เกิดขึ้นในชุมชน ที่สมาชิกปลูกข้าวเกษตรไม่ได้รับเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์หลัก เนื่องจากไม่ได้จัดตั้งกลุ่มเกษตรชุมชน จึงไม่ได้สิทธิ์รับแจกก็อาจเป็นได้ ยืนยันกลุ่มของเราดำเนินการด้วยความโปร่งใส สมาชิกยอมรับเงื่อนไขการบริหารจัดการภายในกลุ่ม ส่วนประเด็นอื่นหรือกลุ่มอื่นจะคิดอย่างไร ตนไม่ทราบ” นายทองยอดกล่าว.012

รองปลัดฯร่วมวงถก ปัญหาแพร่ระบาดโรค แก้ปัญหาใบร่วงยางฯ พิจารณาใน5ประเด็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733726

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะทำงานบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพาราครั้งที่ 1/2566 พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบคำสั่งกระทรวงเกษตรฯ ที่ 351/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพารา และคำสั่งกระทรวงเกษตรฯ ที่ 663/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพารา (เพิ่มเติม)

2.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราที่ผ่านมา 3.ที่ประชุมเห็นชอบการทบทวนร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพารา 4 คณะโดยเห็นชอบให้เพิ่มผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมในแต่ละคณะทำงานให้ครอบคลุมการทำงานในทุกด้าน พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ จัดทำร่างคำสั่งฯ

4.ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำมาตรการควบคุมโรคของแปลงขยายพันธุ์ยางเพื่อการค้า โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาสาเหตุและกลไกของการเกิดโรคเชิงลึกตามหลักการทางระบาดวิทยา เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำแนวทางการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ และ 5.ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนบริหารจัดการโรคใบร่วงยางพารา ประจำปี 2566-2567 โดยมอบหมายให้คณะทำงานย่อยเพื่อบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพารา 4 คณะข้างต้น ไปร่วมกันร่างแผนบริหารจัดการฯ