เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ รวมพลังชาวสวนทุเรียน 3 จว.โชว์กระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728102

เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ รวมพลังชาวสวนทุเรียน 3 จว.โชว์กระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพ

เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ รวมพลังชาวสวนทุเรียน 3 จว.โชว์กระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.39 น.

เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ รวมพลังชาวสวนทุเรียน 3 จังหวัด เปิดบ้าน โชว์กระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพ พร้อมกับแสวงหาพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันผลักดันทุเรียนใต้สู่สากลด้วยความมั่นใจในคุณภาพที่ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 นายเอกพล เพ็ชรพวง ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของวิสาหกิจทุเรียนคุณภาพ 20 วิสาหกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันจัด “มหกรรมเปิดบ้านเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้” ขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ณ แปลงตัวอย่างของนายแจ้ง อินทิมา ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

“งานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนทั้ง 3 จังหวัด เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในการผลิตทุเรียนให้ได้คุณภาพ รวมทั้งเชิญชวนให้ผู้บริโภคและผู้รับซื้อทุเรียนเข้ามาชมกระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีของเครือข่ายฯ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุเรียนของเราดีจริง ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การดูแลไปจนถึงการเก็บเกี่ยว คู่ค้าของเรานอกจากจะมั่นใจได้ในคุณภาพว่าดีที่สุดแล้ว ยังมั่นใจได้ในกำลังการผลิตรวมกันของเครือข่ายฯ ว่า จะมีมากที่สุดในสามจังหวัดอีกด้วย โดยคาดการณ์ปริมาณผลผลิตในปีนี้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,203 ตัน”

นายเอกพล กล่าวด้วยว่า ทุเรียนคุณภาพในปีนี้ ติดดอกเกือบ 100% ปริมาณผลผลิตจึงจะมีมากกว่าปีที่แล้วกว่า 2 เท่า แม้ปีนี้จะเกิดภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ภาคใต้ แต่ระบบน้ำที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน ทำให้เกษตรกรสมาชิกเครือข่ายไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเลย

“ที่สำคัญ ในปีนี้เรามีการดูแลคุณภาพของทุเรียนอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ผลผลิตหนามเขียว ไม่มีหนอน มีการอบรม ติดตามผล ให้คำแนะนำ เก็บข้อมูล ประเมินผลการผลิตทุเรียนทั้ง 4 ระยะ ตั้งแต่ระยะเตรียมต้นสะสมอาหาร ระยะดอก ระยะผล จนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต ฉะนั้น รับประกันได้ว่า ทุเรียนที่มาจากเครือข่ายฯ คือ ทุเรียนคุณภาพจริงๆ”

การเปิดบ้านทุเรียนฯ ครั้งนี้ ทางเครือข่ายยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้รับองค์ความรู้ ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น  สถานที่จำหน่ายสินค้า และการบรรจุแผนงานของเครือข่ายฯ ไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อผลักดันให้ทุเรียนคุณภาพสามชายแดนใต้ สามารถต่อยอดการดำเนินงานและการรวมกลุ่มเครือข่ายออกไปให้กว้างขวางและยั่งยืน

ทั้งนี้ “มหกรรมเปิดบ้านเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้” ประกอบด้วย กิจกรรมเยี่ยมชมแปลงตัวอย่าง และพบปะพูดคุยกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เวทีเสวนากลุ่มเครือข่ายฯ ผู้ผลิตทุเรียนในจังหวัดชายแดนใต้ ในหัวข้อ “ทิศทางการผลิตทุเรียนคุณภาพจังหวัดชายแดนใต้” และเวทีเสวนาล้งทุเรียนในจังหวัดชายแดนใต้ ในหัวข้อ “แนวโน้มการตลาดทุเรียนชายแดนใต้”

โครงการเสริมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือโครงการทุเรียนคุณภาพ เป็นโครงการที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับหลายหน่วยงานพื้นที่ เช่น จังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ฯลฯ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนสมาชิก ใน 20 วิสาหกิจชุมชน รวมกัน 253 ราย จำนวน 10,020 ต้น

– 006

อธิบดีกรมการข้าว ชวนชาวนา กทม. ร่วม BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727931

อธิบดีกรมการข้าว ชวนชาวนา กทม. ร่วม BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก

อธิบดีกรมการข้าว ชวนชาวนา กทม. ร่วม BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.03 น.

อธิบดีกรมการข้าว ชวนชาวนา กทม. ร่วม BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก แนะแนวทางสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายอภิชาติ เนินพลับ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษรักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านปรับปรุงพันธุ์ข้าว นางสาวกิตติมา  รักโสภา รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน และรับฟังปัญหาอุปสรรคของพี่น้องเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานคร  พร้อมพบปะหารือกับนายยงยุทธ เทียนรุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร และสมาชิก 5 ศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนลำกระดาน ศูนย์ข้าวชุมชนลำมดตะนอยสร้างสรรค์ ศูนย์ข้าวชุมชนลำผักชีก้าวหน้า ศูนย์ข้าวชุมชนคลองสิบ และศูนย์ข้าวชุมชนแขวงขุมทอง 

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อพบปะหารือกับประธานศูนย์ข้าวชุมชนและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคของพี่น้องเกษตรกรศูนย์ข้าวชุมชน และได้เชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model ซึ่งเป็นการปลูกข้าวปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลายตอซังฟางข้าว ลดการเผาตอซังที่อาจเป็นปัญหาเรื่องหมอกควัน  รวมถึงจุลินทรีย์ช่วยลดการใช้สารเคมี ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ นอกจากนั้น กรมการข้าวยังได้มีการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ เพื่อลดภาวะโลกร้อน เน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริมต่อไป โดยมีกรมการข้าว ศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง เป็นที่ปรึกษา

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ข้าวชุมชนแขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง ซึ่งมีนายประเมิน  สวนสมุทร ประธานศูนย์ข้าวชุมชนให้การต้อนรับ มีสมาชิกทั้งสิ้น 20 รายพื้นที่ 200 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข41 และพิษณุโลก2  พร้อมทั้งยังเป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727914

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.20 น.

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน ด้วยค่านิยม ‘ผลไม้ไทย ผลไม้คุณภาพ’

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ติดตามผลการปฏิบัติงานสถานการณ์การค้าชายแดน และการส่งออกผลไม้ผ่านทางด่านตรวจพืชนครพนม โดยมีนายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสาวสายสุณี ปั้นพงษ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม เข้าร่วมติดตามผลการปฏิบัติงาน  ณ ห้องประชุมศุลกากรนครพนม โดยนางจินตนา สุมขุนทด หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม รายงานผลการปฏิบัติงานรวมถึงสถานการณ์การส่งออกผลไม้ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงต้นฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก

ด่านตรวจพืชนครพนมเป็นด่านนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรทางบก  1 ใน 6 ด่านตรวจพืชของไทย ที่ได้รับการอนุญาตให้นำเข้า และส่งออกผลไม้ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ตาม “พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย” ด่านตรวจพืชนครพนม ดำเนินการในระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยเริ่มนำร่องใช้กับการส่งออกผลไม้สดไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ส่งออก เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ในการดำเนินการด้านเอกสาร รวมถึงการแจ้งตรวจสินค้า ณ โรงคัดบรรจุ เป็นกระบวนการที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลการส่งออกต่างๆ ได้ เช่น ที่มาของผลผลิตจากสวนที่ได้รับการรับรอง GAP การคัดบรรจุจากโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร (GMP, DOA)

การปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชนครพนมจัดเป็นด่านตรวจพืชปลายทางของสินค้าก่อนที่จะมีการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการส่งออก รวมถึงหลักฐานประกอบการส่งออกจากผู้ส่งออก ในระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อป้องกันการแสดงหลักฐานเท็จ และการสวมสิทธิ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากตรวจสอบแล้วถูกต้องจะส่งข้อมูลเพื่อแจ้งตรวจสอบสินค้า ณ โรงคัดบรรจุไปยังด่านตรวจพืชต้นทางของสินค้า เช่น การส่งออกทุเรียนสดของพื้นที่ภาคตะวันออกจะส่งข้อมูลไปยังด่านตรวจพืชจันทบุรี ด่านตรวจพืชท่าเรือคลองใหญ่ และด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบศัตรูพืชและตรวจรับรองสุขอนามัยพืชผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และหากผ่านการตรวจรับรอง ด่านตรวจพืชนครพนมจะเป็นผู้ออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ให้แก่ผู้ส่งออก

ขั้นตอนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชนครพนมจะตรวจสอบการปล่อยรถสินค้าทุเรียนสดไปยังนอกราชอาณาจักร ณ ฝั่งขาออกของด่านศุลกากรนครพนม บริเวณสะพานมิตรภาพ 3 อีกครั้ง เพื่อป้องกันการนำใบรับรองสุขอนามัยพืชของไทยไปใช้เพื่อสวมสิทธิ์ผลผลิตที่ไม่ได้มาจากประเทศไทย สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่า ผลผลิตทุเรียนสดมาจากแหล่งผลิตประเทศไทยเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพจากสวนและคัดบรรจุจากโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

สถิติการส่งออกทุเรียนสดปี 2564 ที่มีการลงนามและประกาศใช้พิธีสารการส่งออกผลไม้ไทย-จีน มีการส่งออกทุเรียนสดผ่านด่านนครพนม จำนวน 24,533 ตู้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 47,500 ล้านบาท ปี 2565 ที่มีการระบาดของเชื้อโควิด–19 ประกอบกับจีนใช้มาตรการ Zero-Covid กับสินค้าที่นำเข้า ทำให้มูลค่าการส่งออกทุเรียนลดลงจากปี 2564 กว่าร้อยละ 70 เหลือ 7,445 ตู้ มูลค่า 6,008 ล้านบาท

ในฤดูกาล 2566 นี้ พบว่าการส่งออกทุเรียนคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการยกเลิกมาตรการ  Zero-Covid มีการส่งออกทุเรียนสดตั้งแต่เดือนมกราคม – 15 เมษายน 2566 จำนวน 4,012 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 8,400 ล้านบาท และพบว่ามีแนวโน้มในการส่งออกเพิ่มขึ้น เส้นทางการขนส่งในปัจจุบันถือว่ามีความคล่องตัวและมีเส้นทางการขนส่งตามที่กำหนดในพิธีสารฯ ที่ผู้ส่งออกสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม และเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมาได้มีการนำเข้าทุเรียนสด จำนวน 12.18 ตัน ทางด่านเหอโข่ว (Hekou) ของจีนเป็นตู้แรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีด้านการเพิ่มเส้นทางการขนส่งผลไม้ให้มีความหลากหลายและสามารถกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างทั่วถึง

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการให้การส่งออกทุเรียนสดไทยมีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร  ภารกิจการติดตาม “แนวทางการปฏิบัติการส่งออกทุเรียนสดของไทยไปจีนผ่านประเทศที่สาม” จึงเป็นภารกิจที่กรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งในการส่งออกทุเรียนไทย รวมถึงการป้องกันการสวมสิทธิ์ เพื่อรักษาสัญญากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เรามาร่วมกันทำให้ ผลไม้ไทย เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในโลก ด้วยค่านิยม “ผลไม้ไทย ผลไม้คุณภาพ” (Premium Thai Fruits)” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าว 

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยปากน้ำโพ ชวนเกษตรกรร่วม BCG Model

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727783

'อธิบดีกรมข้าว'ลุยปากน้ำโพ ชวนเกษตรกรร่วม BCG Model

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยปากน้ำโพ ชวนเกษตรกรร่วม BCG Model

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.32 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และรับฟังปัญหาอุปสรรคที่เกษตกรกำลังประสบ และแนะนำเชิญชวนให้หันมาทำนาแบบ BCG Model โดยมี นายสิทธิชัย ม่วงงาม ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ พร้อมด้วยสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน เจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีอุทุมพร จังหวัดนครสวรรค์

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อพบปะหารือรับฟังการดำเนินงาน/ปัญหาของสมาชิกพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ และแนะนำเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบBCG Model ซึ่งเป็นการปลูกข้าวปลอดภัย ลดละเลิกการใช้สารเคมี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมาผสมผสานในการเพาะปลูก ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ นอกจากนั้น กรมการข้าวยังได้มีการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ เพื่อลดภาวะโลกร้อน อีกทั้งจะกรมการข้าวสนับสนุนในเรื่องเครื่องจักร เช่น เครื่องอบข้าว เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว เครื่องอัดฟางข้าว รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่พี่น้องศูนย์ข้าวชุมชนต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มากขึ้น

“จากการที่ได้พูดคุยกับพี่น้องชาวนานั้น มีกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกรมการข้าวอย่างเต็มที่และยินดีที่จะร่วมกันพัฒนาการปลูกข้าวให้เป็นไปอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่3จังหวัด ชวนร่วม BCG Model หวังเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนาให้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727680

อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่3จังหวัด ชวนร่วม BCG Model หวังเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนาให้ยั่งยืน

อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่3จังหวัด ชวนร่วม BCG Model หวังเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนาให้ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.54 น.

“อธิบดีกรมข้าว”ลงพื้นที่ทีเดียว 3 จังหวัด พูดคุยพบปะพี่น้องชาวนาในวันหยุด ชวนร่วม BCG Model หวังเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนาให้ยั่งยืน 

29 เม.ย. 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าวลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยมีนายสุวิทย์ เผือกจีน ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท พร้อมด้วยสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน เจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาทให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ตำบลโรงช้าง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี , ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี และ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโคกสามัคคี จังหวัดนครสวรรค์

อธิบดีกรมการข้าว เล่าให้ฟังว่า วันนี้ผมลงพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดสิงห์บุรี อุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคที่เกษตรกรกำลังประสบ และรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์ฯ อีกทั้งแนะนำแนวทางการผลิตข้าวรักษ์โลกแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต ลดละเลิก การใช้สารเคมี ทำให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดีต่อสุขภาพ ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยในด้านการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกรมการข้าวจะสนับสนุนในเรื่องเครื่องจักร เช่น เครื่องอบข้าว เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว เครื่องอัดฟางข้าว รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่พี่น้องศูนย์ข้าวชุมชนต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มากขึ้น อีกทั้งสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์ข้าว การเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว การดูแลรักษา ตลอดจนการลดต้นทุนการผลิต “ผมเป็นลูกชาวนา ดังนั้น ชาวนาคือพี่น้องของผม ผมต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องและต้องช่วยเหลือพี่น้องของผมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน” อธิบดีกรมการข้าวกล่าว

ด้านนายสันทัด วัฒนกูล ประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีและตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านอธิบดีกรมการข้าวให้เกียรติ ลงพื้นที่มอบความรู้และรับฟังเสียงของพวกผมด้วยตัวท่านเองแม้ในวันหยุดท่านก็ยังทำงานเพื่อพี่น้องชาวนาเสมอ ขอขอบคุณที่ท่านนึกถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเรา ที่อยากจะให้มีสุขภาพที่ดี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งที่ท่านไม่ต้องมาลงพื้นที่เองด้วยซ้ำแต่ท่านก็ยังมาเพื่อมาแนะนำโครงการดีๆ มอบสิ่งดีๆ ให้พวกเรา ขอบคุณท่านที่ไม่เคยละทิ้งพวกเรา และมองว่าพวกเราคือครอบครัวเดียวกันครับ”

กรมการค้าภายใน คิกออฟ Fruit Festival 2023 จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727559

กรมการค้าภายใน คิกออฟ Fruit Festival 2023 จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

กรมการค้าภายใน คิกออฟ Fruit Festival 2023 จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.59 น.


ช่วยเกษตรกร!“กรมการค้าภายใน” คิกออฟ “Fruit Festival 2023” จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กว่า 1,000 ตัน หมดเกลี้ยงในพริบตา หวังช่วยระบายผลผลิตให้กับเกษตรกร กระตุ้นการบริโภคดันราคามะม่วงปีนี้เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง 

วันที่ 29 เม.ย.2566 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับชมรมทายาทห้างค้าปลีก-ค้าส่งแห่งประเทศไทย (ห้างท้องถิ่น) ซึ่งมีสาขาร่วมกันกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ แยกเป็นภาคอีสาน 69 สาขา ภาคใต้ 52 สาขา ภาคกลาง 41 สาขา ภาคเหนือ 38 สาขา ทำการ Kick off กิจกรรม Fruit Festival 2023 โดยนำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จากแหล่งผลผลิตในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก กว่า 1,000 ตัน หรือ 1 ล้านกิโลกรัม มาเปิดจุดจำหน่ายในราคา 30 บาท/กิโลกรัม (กก.) เพื่อช่วยพี่น้องชาวสวนได้มีตลาดรองรับผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดมากในขณะนี้ และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาบริโภคผลไม้เพิ่มขึ้น และผลักดันให้ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง 

โดยจากการติดตามกิจกรรมเปิดจุดจำหน่ายมะม่วงร่วมกับห้างท้องถิ่นกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พบว่า ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเดินทางมาซื้อมะม่วงตลอดทั้งวัน และบางจุดมะม่วงจำหน่ายหมดเกลี้ยงในพริบตา และผลผลิตที่เหลือคาดว่าจะจำหน่ายหมดเร็ว ๆ นี้ และเมื่อจำหน่ายหมด กรมฯ จะเข้าไปรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรในพื้นที่ ๆ ผลผลิตออกมาก มาเปิดจุดจำหน่ายต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่เปิดจุดจำหน่ายผ่านห้างท้องถิ่น แต่ในห้างค้าส่งค้าปลีก เช่น โลตัส บิ๊กซี แมคโคร ท๊อป ได้เปิดจุดจำหน่ายมะม่วง และผลไม้อื่น ๆ ในโครงการ Fruit Festival 2023 ด้วย 

ทั้งนี้ ผลจากการนำผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นฤดูกาลผลิตและกระจายออกนอกแหล่งผลิตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ เกรด AB ปัจจุบันอยู่ที่ 20-25 บาท/กิโลกรัม (กก.) สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ 15-20 บาท/กก. ส่วนมะม่วงฟ้าลั่น ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 9-10 บาท/กก. สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ 6-7 บาท/กก.

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2566 ที่ผ่านมา นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดงาน “พาณิชย์ Fruit Festival 2023” ซึ่งเป็น 1 ใน 22 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 เป็นครั้งแรก ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อจำหน่ายผลไม้สดและแปรรูปมากกว่า 100 ชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด สับปะรดภูแล ส้มสายน้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป ไอศกรีมทุเรียนและผลไม้ บ้าบิ่นทุเรียน พิซซ่าหน้าผลไม้ เป็นต้น และได้ร่วมมือกับพันธมิตรเอกชนและผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เช่น สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (พีที พีทีทีสเตชัน บางจาก เชลล์) นิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการแปรรูป การเคหะแห่งชาติ ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ส่วนราชการท้องถิ่น เข้ามาช่วยระบายผลผลิตมะม่วงผ่านช่องทางที่ตัวเองมีอยู่ ทั้งการนำไปจำหน่ายในปั๊มน้ำมัน รับพรีออเดอร์ผลไม้จากนิคมอุตสาหกรรม นำไปเปิดจุดจำหน่ายที่การเคหะแห่งชาติ ส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการระบายผลไม้ และช่วยให้ประชาชนสามารถหาซื้อผลไม้ไปบริโภคได้ง่ายขึ้น 

ในปี 2566 คาดการณ์ผลผลิตผลไม้ในประเทศจะมีปริมาณ 6.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.2 ล้านตัน จากผลผลิต 6.56 ล้านตันในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 3% โดยผลผลิตที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทุเรียน เพิ่ม 18% มังคุด เพิ่ม 22% เงาะ เพิ่ม 4% ลองกอง เพิ่ม 80% และลำไย เพิ่ม 0.8% ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับภาคเอกชนและเกษตรกร ประชุมกำหนดแผนบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 ไว้ล่วงหน้าแล้ว และกำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ปี 2566 จำนวน 22 มาตรการ มีเป้าหมายการรับซื้อผลผลิตรวม 700,000 ตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มนำมาตรการต่าง ๆ มาขับเคลื่อน เพื่อดูแลผลไม้ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว ทำให้ราคาผลไม้อยู่ในเกณฑ์ดีตั้งแต่ต้นฤดู เช่น มะม่วงฟ้าลั่น ราคาสูงกว่าปีก่อน 46% มะม่วงน้ำดอกไม้ เพิ่ม 29-40% มังคุด เพิ่ม 80-146% เงาะโรงเรียน เพิ่ม 94% ทุเรียนหมอนทอง เพิ่ม 5% เป็นต้น

 

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก พระราชทาน‘วันพืชมงคล’ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727507

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก  พระราชทาน‘วันพืชมงคล’  เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก พระราชทาน‘วันพืชมงคล’ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก พระราชทาน‘วันพืชมงคล’ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล เปิดให้ลงทะเบียนได้แล้ว

รัฐบาลเตรียมแจก “6 พันธุ์ข้าว”ทรงปลูกพระราชทาน ใน“วันพืชมงคล” ปีนี้ เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวออนไลน์ได้แล้ว ถึงวันที่ 3 พฤษภาคมนี้

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 6 พันธุ์ จำนวน 2,244 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 – 17 พฤษภาคม 2566 และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล

ผู้ที่สนใจรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถรับพันธุ์ข้าว ได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 16 มิถุนายน 2566 ณ จุดที่ลงทะเบียนไว้ โดยกรุงเทพมหานคร รับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ที่ อาคารที่ทำการกรมการข้าว ชั้น 1

และส่วนต่างจังหวัด รับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ทั้ง 29 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าว ทั้ง 27 แห่ง และ สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี

สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน 6 พันธุ์ ประกอบด้วย 1.ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 80,000 ซอง 2.ปทุมธานี 1 เป็นข้าวเจ้าผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง จำนวน 60,700 ซอง

3. กข 43 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จำนวน 72,500 ซอง 4. กข 85 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ทนต่อสภาพอากาศเย็น ให้ผลผลิตสูง จำนวน 98,600 ซอง 5.กข 87 เป็นพันธุ์ข้าวประเภทพื้นนุ่ม เมล็ดทางกายภาพดี คุณภาพการสีดีมาก เหมาะปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 75,300 ซอง และ6.กข 6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล จำนวน 12,900 ซอง

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’สนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727271

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’สนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.30 น.

ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกข้าวมากที่สุด แต่ด้วยปัญหาของน้ำไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าวนาปัง ทางกรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ ส่งเสริม สนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย อีกทั้งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มนอกเหนือจากอาชีพหลักได้อีกด้วย คลิกชมคลิป https://youtu.be/cQpXMtbv5J4

กรมตรวจบัญชีฯเดินหน้า สร้างความเข้มแข็งสหกรณ์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727234

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชี ซึ่งถือเป็นงานสำคัญกับความมั่นคงของระบบสหกรณ์ ทั้งด้านการวางระบบการตรวจสอบบัญชี เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างความโปร่งใสผ่านการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี การเสริมสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดี ซึ่งนับเป็นกลไกพื้นฐานสำคัญของกระบวนการกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสหกรณ์ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

พร้อมกันนั้น ได้ให้คำปรึกษาแนะนำแก่สหกรณ์ด้านการเงินการบัญชีและจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในที่ตรวจพบ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคดิจิทัล มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างครบวงจร จึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานเพื่อให้ก้าวทันกับยุคสมัย โดยพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับสหกรณ์ได้นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยบริหารจัดการงานสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพและให้บริการสมาชิกได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว อาทิ แอปพลิเคชั่น Smart4M เครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการสหกรณ์ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ ติดตามการดำเนินการของสหกรณ์ รวมไปถึงนวัตกรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ในยุคดิจิทัล อาทิ โปรแกรมเฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (CFSAWss v.2) ระบบบริการข้อมูลสารสนเทศทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (Web Service) เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้สหกรณ์มีระบบบริหารจัดการและระบบการควบคุมภายในที่ดี สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงภายในองค์กรและแก้ไขข้อสังเกตตามที่ได้รับคำแนะนำ ส่งผลให้สหกรณ์มีความมั่นคง สมาชิกและบุคคลภายนอกที่ทำธุรกรรมกับสหกรณ์มีความเชื่อถือสหกรณ์มากขึ้น ซึ่งเป็นการป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

น.ส.อัญมณี กล่าวอีกว่า นอกจากการดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์ผ่านการสร้างระบบการตรวจสอบบัญชีและระบบควบคุมภายในที่เข้มแข็ง ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านบัญชี โดยพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้จัดทำบัญชีและงบการเงิน และนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้ในการบริหารจัดการ สามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมทั้งส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกรและกลุ่มเป้าหมายได้สามารถใช้บัญชีเป็นรากฐานสำคัญในการวางแผนการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีหรือครูบัญชีอาสา เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีต่อยอดไปถึงการปลูกฝังให้เยาวชนมีองค์ความรู้ด้านบัญชี สู่การเป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) โดยใช้บัญชีเป็นรากฐานสำคัญในการวางแผนการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ สร้างวินัยทางการเงิน รู้จักวางแผนทางการเงิน

กรมข้าววอนชาวนาลดเผาแก้ฝุ่นพิษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727235

กรมข้าววอนชาวนาลดเผาแก้ฝุ่นพิษ

กรมข้าววอนชาวนาลดเผาแก้ฝุ่นพิษ

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลดเผา : นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว มอบหมายให้ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ขอความร่วมมือชาวนาที่เป็นสมาชิก ลดการเผาในพื้นที่ทำกิน เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายจังหวัดอยู่ในขณะนี้

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางส่วนมาจากการเผาพื้นที่ทำกินในการทำการเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 และยังส่งผลต่อชั้นบรรยากาศจากการปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผา ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และเกิดปัญหาค่ามลพิษทางอากาศ โดยมีฝุ่น PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายจังหวัด

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวต่อว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน และเกษตรกรที่ประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 จึงรณรงค์และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนลดการเผา โดยกรมการข้าว มอบหมายให้ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ ขอความร่วมมือสมาชิกนาแปลงใหญ่ สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มชาวนา และชาวนาอาสา ช่วยรณรงค์ให้สมาชิกและชุมชนลดการเผาพื้นที่ทำกิน เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่สูงเกินมาตรฐานในขณะนี้

นอกจากนี้ สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ได้ส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตให้กับชาวนา ซึ่งจะสร้างการรับรู้ถึงข้อดีและประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับจากการสร้างคาร์บอนเครดิต โดยนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา เป็นการนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เข้ามาใช้ในการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (Laser Land Levelling) ช่วยให้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำนาดังกล่าวจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นอกจากนั้นหลังการเก็บเกี่ยว กรมการข้าว ตั้งเป้าในการรณรงค์ให้ชาวนาลดการเผาตอซังข้าว ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริม

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัท บริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด ครั้งที่ 3/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ)ที่ห้องประชุม บริษัทอ้อยและน้ำตาลไทยจำกัด อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 32เขตราชเทวี กทม.โดยมี นางวรวรรณชิตอรุณ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาในประเด็น 1.เห็นชอบงบการเงินของบริษัท ประจำปี 2565 สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2565, 2.เห็นชอบการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท และกำหนดค่าตอบแทน ประจำปี 2566, 3.เห็นชอบการงดจ่ายเงินปันผลของบริษัท ประจำปี 2565 และ 4.เห็นชอบรายงานผลการดำเนินการของบริษัท ในรอบปี 2565