‘เฉลิมชัย’เพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687078

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่นเพื่อให้ผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร รับทราบนโยบายการพัฒนาบทบาทของสตรีในภาคการเกษตร เสริมสร้างศักยภาพ ความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์และตลาดโมเดิร์นเทรด ได้แลกเปลี่ยนองค์ความเรียนรู้ ประสบการณ์ การเชื่อมโยงเครือข่าย และศึกษาดูงานผลสำเร็จของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทั่วประเทศ ให้ผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ได้กำหนดนโยบายให้ ปี 2566 เป็น “ปีแห่งการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร” โดยจะขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผ่าน 5 แผนงานได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร พัฒนากลุ่มเป็น Smart group มีความสามารถในการวิเคราะห์และวางแผน เพื่อการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ 2.การส่งเสริมด้านตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรและให้ตรงกับความต้องการของตลาด 3.การส่งเสริมและพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในช่วงฤดูกาล

4. การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือนและชุมชน สร้างแหล่งอาหารในพื้นที่เพื่อการบริโภค และ 5.การสร้างภาวะผู้นำในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่

‘มนัญญา’มอบนโยบาย 50ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้กระจายความเข้มแข็ง เกษตรกรมีรายได้มั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687079

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ และมอบนโยบายการทำงานเพื่อพัฒนาสหกรณ์และขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2566 โดยมีนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ ว่าตามที่ได้ให้นโยบายเพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีจึงได้กำหนดนโยบายต่างๆ ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์นำไปแนะนำส่งเสริมเกษตรกร

“การมอบนโยบายสำหรับปี 2566 ได้เน้นย้ำให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ นำนโยบายเดิมที่เคยดำเนินการเมื่อปี 2565 กลับมาทบทวน ฟื้นฟู เสริมสร้าง และกระจายความเข้มแข็ง โดยให้พิจารณาว่านโยบายในเรื่องใดที่มีความก้าวหน้า สามารถนำมาต่อยอดได้อย่างไรบ้าง ส่วนนโยบายที่ประสบปัญหาหรืออุปสรรค ก็ขอให้นำมาพิจารณาแก้ไข ปรับปรุง และสร้างความเข้มแข็งให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีมีรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืนต่อไป” น.ส.มนัญญา กล่าว

โอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้อ่านสารของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 50 ปี พร้อมกับมอบรางวัลเลิศรัฐ รางวัลพัฒนาการบริการ สาขาบริการภาครัฐ รางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม และรางวัลร่วมใจแก้จน สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ให้กับผู้แทนสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่ได้รับรางวัล

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ! รัฐบาลแจ้งเช็คด่วน สิทธิประกันรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687110

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ!  รัฐบาลแจ้งเช็คด่วน  สิทธิประกันรายได้

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ! รัฐบาลแจ้งเช็คด่วน สิทธิประกันรายได้

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ! รัฐบาลแจ้งเช็คด่วนสิทธิประกันรายได้ รับส่วนต่างปี 65/66

รัฐบาลแจ้งชาวนาเช็คสิทธิประกันรายได้ปี65/66 ได้แล้ว ย้ำแก้ปัญหาอย่าง เข้าถึง-เข้าใจ เพื่อให้ชาวนามีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมเดินหน้ามาตรการใหม่ๆ ต่อไป

                เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี2565/2566ว่าเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้ที่แน่นอนตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สามารถตรวจสอบสิทธิประกันรายได้ปี 2565/2566 ผ่านออนไลน์ได้แล้วโดยจะทยอยจ่ายเงินส่วนต่างราคาประกันรายได้ข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)

                น.ส.ทิพานัน กล่าวว่าสำหรับขั้นตอนตรวจสอบสิทธิผ่านออนไลน์ มี 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. คลิกไปที่เว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com 2. กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13หลัก 3. หลังจากกรอกเลขบัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก จะมีรายละเอียดเปิดบัญชีจำนวนเงิน และ โครงการช่วยเหลือที่ได้รับ

                ทั้งนี้ หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว หากมีข้อมูลขึ้นว่า ได้รับเงินโอน สามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเอง ผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile จากธนาคากรเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน และ สามารถเช็คผลโอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเงินเข้าบัญชีแล้วสามารถรับทราบทันทีที่ https://chongkho.inbaac.com/

                น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นอกจากชาวนาผู้ปลูกข้าว 4.68 ล้านครัวเรือน จะได้รับเงินโดยโอนตรงเข้าบัญชีอย่างโปร่งใสจากรัฐบาลทุกมาตรการแล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังเดินหน้ามาตรการเสริมอื่นๆ เพื่อให้พี่น้องชาวนาไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการประกอบอาชีพอย่างเข้าถึงและเข้าใจเช่นมีมาตรการป้องกันข้าวเปลือกราคาตกในช่วงระยะเวลาที่ข้าวประดังกันออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยมีเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,500 บาทต่อรายต่อข้าว 1 ตัน ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชะลอการขายข้าวในช่วงระยะเวลาดังกล่าวและยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นเงินไร่ละ1,000บาท เพื่อช่วยชาวนาอย่างยั่งยืน

                “การตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์เรื่องประกันรายได้ เป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่รัฐบาลช่วยในการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวก และ รวดเร็วขึ้นของเกษตรกร ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยเกษตรกรทุกภาคส่วนและพร้อมเดินหน้ามาตรการใหม่ๆ เพื่อให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดีขึ้น”น.ส. ทิพานัน กล่าวทิ้งท้าย

เกษตรฯขยายองค์ความรู้ครูบัญชีอาสา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687081

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนา
องค์ความรู้และสร้างอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี รองรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่สวนนงนุช ว่าการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน เกษตรกรต้องมีการจดบันทึกกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่ ที่สำคัญคือการบันทึกบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ เพื่อขอรับรองมาตรฐาน ซึ่งทำให้เกษตรกรทราบถึงต้นทุนการผลิตที่แท้จริงนำไปวิเคราะห์รายได้ รายจ่าย ผลกำไรของตนเองโดยมีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนการนำบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร “ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ห่างหายจากการทำบัญชี จึงทำให้เกิดหนี้สินจึงอยากรื้อฟื้นให้ทุกคนหันกลับมาให้ความสำคัญกับการทำบัญชีให้มากขึ้น เพราะการทำบัญชีคือการห่างไกลเงินกู้ จึงได้มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งสร้างแกนนำเกษตรกรเป็นครูบัญชีอาสา โดยเชิญชวนผู้ที่สนใจและมีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดทำบัญชีและการนำบัญชีมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการผลิต พร้อมขยายเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนเองและพื้นที่ต่างๆ ในทุกจังหวัด” น.ส.มนัญญา กล่าว

ด้านนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่ม
เป้าหมาย คืออาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี (ครูบัญชี) 230 คน ได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายของรัฐบาลและแผนงาน/โครงการสำคัญที่เร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้ นโยบายเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ และการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ระยอง และตราด

‘อลงกรณ์’เล็งยกระดับตลาด ส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687082

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดงาน VICTAM and Animal Health and Nutrition Asia 2022 โดยมีนายชยานนท์ กฤตยาเชวง อุปนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และนายจิรัตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สนับสนุนการจัดงาน ว่าท่ามกลางวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระทบภาคการผลิตอาหารสัตว์ และสุขภาพสัตว์ ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเฉพาะกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ จากความต้องการของอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ในปี 2020 ประเทศไทยมีมูลค่าตลาดอาหารสัตว์ อยู่ที่ 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเป็น 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2026 ซึ่งมีอัตราเติบโต ที่ 4.2% (CAGR:
Compound Annual Growth Rate) โดยผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์ประเทศไทยมีการ
ปรับตัวได้เป็นอย่างดี ประกอบกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ สนับสนุนการแปรรูปผลิตโปรตีนอาหารสัตว์ สำหรับคนและการแปรรูปผลิตอาหารสำหรับสัตว์ (FOOD AND FEED) และนโยบาย FUTURE FOOD

สำหรับงาน VICTAM เป็นการจัดงานร่วมกันครั้งแรกโดยบริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารงานจาก Victam International BV ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับ บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารสัตว์ เมล็ดพันธุ์ เวชภัณฑ์สัตว์ พันธุ์สัตว์ และห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังเป็นบันไดขั้นแรกของความพยายามร่วมกันระหว่างไทยและเวียดนาม ที่จะช่วยเหลือชาวนาให้ได้ราคาข้าวที่เป็นธรรมจากกลไกการค้าข้าวในตลาดโลก โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์จากผลกระทบของวิกฤตซ้อนวิกฤต แต่ราคาข้าวปรับตัวน้อยมากไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตข้าว

“ในส่วนของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายให้ความสำคัญกับชาวนามาโดยตลอด ทำทุกอย่างเพื่อดูแลชาวนา ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันรายได้ชาวนาการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ครัวเรือนละ 15,000 บาทการสนับสนุนปัจจัยการผลิต การยกระดับนาแปลงใหญ่ การพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การส่งเสริมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน เป็นต้น ล่าสุดคือการผนึกความร่วมมือระหว่างไทยกับเวียดนาม ในฐานะผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 และอันดับ 3 ของโลก เพื่อต่อสู้ต่อรองยกระดับราคาข้าวในเวทีโลก” นายอลงกรณ์ กล่าว

นักวิชาการเตือน‘หมูเถื่อน’อาจปนเปื้อนเชื้อดื้อยา-สารตกค้าง มากกว่าสารเร่งเนื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686988

นักวิชาการเตือน‘หมูเถื่อน’อาจปนเปื้อนเชื้อดื้อยา-สารตกค้าง มากกว่าสารเร่งเนื้อแดง

นักวิชาการเตือน‘หมูเถื่อน’อาจปนเปื้อนเชื้อดื้อยา-สารตกค้าง มากกว่าสารเร่งเนื้อแดง

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.01 น.

นักวิชาการเตือน‘หมูเถื่อน’อาจปนเปื้อนเชื้อดื้อยา-สารตกค้าง มากกว่าสารเร่งเนื้อแดง

17 ตุลาคม 2565 ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.รุ่งทิพย์ ชวนชื่น หัวหน้าศูนย์ติดตามการดื้อยาของเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ โดยความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง สถานการณ์การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเข้าสู่ประเทศไทยที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี จนกระทั่งถึงปัจจุบันว่ากำลังส่งผลให้มีปริมาณหมูที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพที่รวมถึงเเบคทีเรียก่อโรค สารตกค้างหรือสารปนเปื้อนต่างๆ เข้ามากระจายสู่ผู้บริโภคชาวไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคไทย

“นอกเหนือจากอันตรายจากสารเร่งเนื้อแดงที่หลายประเทศต้นทางหมูเถื่อนอาจยังมีการอนุญาตให้ใช้ได้ ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล นับเป็นอีกปัจจัยอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้เนื่องจากประเทศต้นทางหมูเถื่อน เช่น บางประเทศในแถบอเมริกาใต้ ยังคงมีการนำโคลิสตินซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะทางเลือกสุดท้ายสำหรับมนุษย์ มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อควบคุมและป้องกันโรค และอาจทำให้เชื้อดื้อยาโคลิสตินปะปนมาในเนื้อสัตว์ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องมาถึงผู้บริโภคได้” ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.รุ่งทิพย์ กล่าว

ทั้งนี้ เชื้อดื้อยาคือ แบคทีเรียที่สามารถต่อต้านยาปฏิชีวนะ ทำให้การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเหล่านี้ไม่ได้ผลดีดังเดิม อาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงขึ้น หรือผู้ป่วยอาจเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น  แม้สาเหตุหลักประการหนึ่งของเชื้อดื้อยาจะมาจากพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะของผู้ป่วยเอง เช่น การซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง หรือการกินยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง แต่ผู้บริโภคอาจได้รับเชื้อดื้อยาจากการบริโภคเนื้อสัตว์ได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกบริโภคเนื้อหมูที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างถูกต้อง จะลดโอกาสติดเชื้อดื้อยาและป้องกันการสะสมสารตกค้างในร่างกายได้อีกด้วย

ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญกับกระบวนการเลี้ยงสัตว์ภายใต้ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่การจัดการตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) และการเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อให้สัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดี ปลอดภัย รวมถึงสิ่งแวดล้อมปลอดภัยด้วย ดังเช่น ผู้ผลิตอาหารของไทยที่ได้มาตรฐานและคำนึงถึงการลดปัญหาเชื้อดื้อยาทั้งในคนและในสัตว์ จะยกเลิกรายการยารักษาสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มยาต้านจุลชีพที่ใช้ได้ทั้งในคนและในสัตว์ (share-class antimicrobials) โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวนะที่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่ใช้รักษาโรคในคน เช่น โคลิสติน ออกจากระบบ และหันไปมุ่งเน้นวิธี “ป้องกันโรค” ให้สัตว์เลี้ยงในฟาร์มแทน ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยาได้ทั้งในสัตว์และในคนไปพร้อมกัน

“กระบวนการเลี้ยงสุกรของไทย มีขั้นตอนการตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษที่สำคัญและสารตกค้าง ทั้งที่ฟาร์ม โรงชำแหละ จนถึง ณ จุดขาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคที่จะได้บริโภคเนื้อหมูที่ปลอดภัย ดังนั้น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงหมูเถื่อนที่ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยปราศจากการตรวจโรคหรือสารตกค้างใดๆ ควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือพิจารณาง่ายๆ จากจุดจำหน่ายที่มีสัญลักษณ์ ปศุสัตว์ OK รวมถึงการสังเกตว่าเนื้อหมูนั้นต้องไม่มีราคาถูกผิดปกติ ซึ่งจะมีความเป็นไปได้ว่าเป็นผลผลิตที่มาจากหมูเถื่อน” ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.รุ่งทิพย์ กล่าว

รัฐบาลแจ้งชาวนาเช็คสิทธิ‘ประกันรายได้’ปี65/66ได้แล้ววันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686942

รัฐบาลแจ้งชาวนาเช็คสิทธิ‘ประกันรายได้’ปี65/66ได้แล้ววันนี้

รัฐบาลแจ้งชาวนาเช็คสิทธิ‘ประกันรายได้’ปี65/66ได้แล้ววันนี้

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 12.26 น.

รัฐบาลแจ้งชาวนาเช็คสิทธิ “ประกันรายได้” ปี65/66 ได้แล้ววันนี้ ย้ำแก้ปัญหาอย่างเข้าถึง-เข้าใจ เพื่อให้ชาวนามีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

17 ตุลาคม 2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2565/2566 ว่า เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้ที่แน่นอน ตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบสิทธิประกันรายได้ปี 2565/2566 ผ่านออนไลน์ได้แล้ว โดยจะทยอยจ่ายเงินส่วนต่างราคาประกันรายได้ข้าว ไร่ละ 1,000 ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนตรวจสอบสิทธิผ่านออนไลน์ มี 3 ขั้นตอนดังนี้

1. คลิกไปที่เว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com

2. กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก

3. หลังจากกรอกเลขบัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก จะมีรายละเอียดเปิดบัญชีจำนวนเงิน และ โครงการช่วยเหลือที่ได้รับ

ทั้งนี้หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน สามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน และสามารถเช็คผลโอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเงินเข้าบัญชีแล้วสามารถรับทราบทันทีที่ https://chongkho.inbaac.com/

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นอกจากชาวนาผู้ปลูกข้าว 4.68 ล้านครัวเรือนจะได้รับเงินโดยโอนตรงเข้าบัญชีอย่างโปร่งใสจากรัฐบาลทุกมาตรการแล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังเดินหน้ามาตรการเสริมอื่นๆ เพื่อให้พี่น้องชาวนาไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการประกอบอาชีพอย่างเข้าถึงและเข้าใจ  เช่น มีมาตรการป้องกันข้าวเปลือกราคาตกในช่วงระยะเวลาที่ข้าวประดังกันออกสู่ตลาดจำนวนมาก  โดยมีเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,500 บาทต่อรายต่อข้าว 1 ตันให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชะลอการขายข้าวในช่วงระยะเวลาดังกล่าว และยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นเงินไร่ละ 1,000 บาท เพื่อช่วยชาวนาอย่างยั่งยืน

“การตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์เรื่องประกันรายได้ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่รัฐบาลช่วยในการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกและรวดเร็วขึ้นของเกษตรกร  ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  มีความห่วงใยเกษตรกรทุกภาคส่วน และพร้อมเดินหน้ามาตรการใหม่ๆ เพื่อให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดีขึ้น” น.ส. ทิพานัน กล่าว

กรมข้าวเปิดตัว4พันธุ์ ชูจุดเด่นให้ผลผลิตสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686851

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่าคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวมีมติรับรองข้าวพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ได้แก่ กข93 กข95 กข97 และ กข101 โดยพันธุ์ข้าว กข93 (พุ่มพวงเมืองสองแคว) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก กข95 (ดกเจ้าพระยา) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท กข97 (หอมรังสิต) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี และ กข101 (ทุ่งหลวงรังสิต) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ทั้ง 4 พันธุ์มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน

สำหรับพันธุ์ กข93 ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 767 กก./ไร่ เหมาะสำหรับนาน้ำฝนในเขตภาคเหนือตอนล่าง และเกษตรกรที่ต้องปลูกข้าวอายุปานกลาง ส่วนพันธุ์ กข95 มีอายุการเก็บเกี่ยว 95-100 วัน มีลักษณะเด่นคือผลผลิตสูงเฉลี่ย 885 กก./ไร่เหมาะสำหรับนาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง แต่มีข้อจำกัดคือ อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว ขณะที่พันธุ์ กข97 ผลผลิตสูงเฉลี่ย 767 กก./ไร่ ควรปลูกพื้นที่นาชลประทาน และพันธุ์ กข101 มีอายุการเก็บเกี่ยว 118 วัน (ปักดำ) ผลผลิตสูงเฉลี่ย 779 กก./ไร่

มีลักษณะเด่น คือต้านทานต่อโรคไหม้ พื้นที่แนะนำควรปลูกในพื้นที่นาชลประทาน แต่ส่วนใหญ่ทั้ง 4 พันธุ์ มีข้อจำกัดคืออ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว

‘อลงกรณ์’ขับเคลื่อน นวัตกรรมการบริหาร จัดการงานชลประทาน 2รูปแบบพื้นที่เพชรบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686848

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ เครื่องดันน้ำ รถ เรือ เครื่องปั่นไฟและกำลังพลคนชลประทานและท้องที่ท้องถิ่น เพื่อพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย จ.เพชรบุรี ปี 2565 ซึ่งได้เคลื่อนย้ายมารวมศูนย์ที่บริเวณพื้นที่วัดเขาตะเครา โดยมีนายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผอ.โครงการชลประทานเพชรบุรี และผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับและรายงานผลการดำเนินการ ที่บริเวณวัดเขาตะเคราต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และเริ่มดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จุดมัสยิดหมู่ 13 ต.บ้านกุ่ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นจุดแรก

“2 ปีที่ผ่านมา เพชรบุรีสามารถบริหารจัดการรับมือกับปัญหาอุทกภัยได้เป็นอย่างดี มีการดำเนินโครงการขนาดใหญ่เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานอีกกว่า 53 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พัฒนาคลอง ดี.9 สามารถรับน้ำได้ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็นต้น ยิ่งกว่านี้ยังได้เริ่มดำเนินการโครงการชลประทานชุมชนของคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลครบ 93 ตำบล 8 อำเภอ มีหน้าที่จัดทำแผนและขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทุกหมู่บ้านตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งน้ำท่วม ด้วยแนวทางบริหารโดยชุมชนเพื่อชุมชนของชุมชน เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการชลประทานเชิงรุก พร้อมกัน 2 รูปแบบ คือการบริหารจัดการอุทกภัยประจำปีล่วงหน้าแบบเฉพาะกิจกับการบริหารจัดการระบบน้ำ และชลประทานแบบยั่งยืนด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนภายใต้เพชรบุรีโมเดล เป็นจังหวัดแรก” นายอลงกรณ์ กล่าว

เกษตรฯสตาร์ทที่เพชรบุรี พัฒนาเกษตรยั่งยืนระดับตำบล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686849

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวว่า ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล 7,255 ตำบล ใน 76 จังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ (อพก.) ได้ดำเนินการร่วมกับเกษตรจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลแล้ว นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าว จากนายอลงกรณ์พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน ว่าได้เริ่มการประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารและการขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ร่วมกับ ผวจ.เพชรบุรี ที่ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นจังหวัดแรก ถือเป็นการคิกออฟโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล

ด้านนายอลงกรณ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล นับเป็นครั้งแรกของประเทศ ควบคู่กับโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองเพื่อสร้างฐานใหม่ที่เข้มแข็งในการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับท็อปเทนของโลก

ทั้งนี้ การจัดประชุมได้สร้างการรับรู้แนวทางการบริหารจัดการคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนที่ จ.เพชรบุรีเป็นจังหวัดแรก ภายใต้แนวคิด “บริหารโดยชุมชน เป็นของชุมชน และเพื่อชุมชน” ซึ่งเป็นกลไกปฏิรูปภาคการเกษตรเพื่อสร้างศักยภาพใหม่ในระดับฐานรากเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและชุมชนตำบลหมู่บ้านและแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้เกษตรกรรมยั่งยืน 5 สาขา มีภารกิจ 2 ประการ คือเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในทุกจังหวัด และ กทม.ด้วยการยกระดับภาคเกษตรกรรมสู่เกษตรมูลค่าสูง

นายอลงกรณ์ได้มอบแนวทางในการบริหารโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล จ.เพชรบุรี ในระยะตั้งต้นไว้ 6 ประเด็น ดังนี้ 1.จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล โดย อบต.จัดสถานที่มีเจ้าหน้าที่ของ อบต.ทำหน้าที่กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการ เป็นผู้ดูแลและมีอาสาสมัครที่สรรหาในตำบลช่วยปฏิบัติงาน 2.จัดให้มีสภากาแฟเกษตรกรรมยั่งยืนประชุมเดือนละครั้งเป็นเวทีปรึกษาหารือไม่เป็นทางการ 3.คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลควรประชุมเดือนละ 1 ครั้ง ในช่วง 6 เดือนแรก จากนั้นประชุมทุก 2 เดือน

4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนก่อนหมดหน้าที่ 5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน และ 6.การจัดทำระบบฐานข้อมูล ซึ่งหวังว่าจะเป็นแนวทางที่สามารถยกระดับอัปเกรดให้แก่ภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน