ถกสมัชชาฯภาคอีสาน เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686181

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ตัวแทนจากกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม ที่นำมวลชนประมาณ 1,000 คน มาชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ หรือจ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินแปลงอพยพให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ โดยมีข้อเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ จัดประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน พิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานระดับจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ นายประยูร แจ้งต่อที่ประชุมและกลุ่มเกษตรกรทั้ง 2 กลุ่ม ว่าเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 กระทรวงเกษตรฯ ได้ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาดังกล่าว แล้ว ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายกรมชลประทานดำเนินการ 3 ประเด็น และแจ้งฝ่ายเลขานุการฯพิจารณานำเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณา ดังนี้ 1.ให้ตรวจสอบความถูกต้องของระเบียบต่างๆ ว่าสามารถใช้หลักเกณฑ์ใดได้บ้างในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 2.ขอให้ตรวจสอบโครงการฝายราษีไศลว่าเป็นโครงการขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ และ 3.ขอให้จัดทำฐานข้อมูลของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน ได้มีหนังสือขอให้หน่วยงานชลประทานในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ให้ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและจัดทำข้อมูลตามมติที่ประชุม หากดำเนินการเสร็จสิ้นจะมีการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป

ผู้เลี้ยงสุกรส่งสัญญาณราคาหมูจีนพุ่งสูง หวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำสอง เตือนไทยป้องกันเข้มงวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686115

ผู้เลี้ยงสุกรส่งสัญญาณราคาหมูจีนพุ่งสูง หวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำสอง เตือนไทยป้องกันเข้มงวด

ผู้เลี้ยงสุกรส่งสัญญาณราคาหมูจีนพุ่งสูง หวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำสอง เตือนไทยป้องกันเข้มงวด

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งสัญญาณเตือนภาครัฐและเกษตรกรป้องกันโรค ASF เข้มแข็ง หลังจีนผลผลิตขาดแคลนหนักหวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำ ทำราคาหมูจีนพุ่งสูง ขณะที่ราคาหมูไทยตามกระแสยืนแข็งทั้งปีนี้ ตามสถานการณ์ในภูมิภาคผลผลิตน้อยไม่เพียงพอต่อการบริโภค ดันราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาดต่อเนื่องในปี 2566

12 ตุลาคม 2565 นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า สถานการณ์ราคาสุกรในประเทศปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมทั้งผู้เลี้ยงและผู้บริโภครับได้ โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มยืนราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม ต่อเนื่องมามากกว่าครึ่งปี ขณะที่ราคาขายปลีกเนื้อแดงเฉลี่ยอยู่ที่ 200 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าราคาจากนี้ไปจะยังทรงตัวสูง เนื่องจากผลผลิตยังออกสู่ตลาดน้อย ประกอบกับหลังเทศกาลกินเจและเข้าสู่ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น ก่อนเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี ทำให้ความต้องการบริโภคอาหารสูง ราคาจึงปรับขึ้นตามกลไกตลาด

นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกภาระต้นทุนและปัจจัยการผลิตสูงขึ้นทั้งจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ พลังงาน ยารักษาโรคและปุ๋ย และการปรับปรุงฟาร์มให้ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันโรค อาจทำให้เกษตรกรไม่กล้าเสี่ยงนำหมูเข้าเลี้ยงใหม่ ทำให้ผลผลิตในประเทศไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลให้ราคาหน้าฟาร์มปรับขึ้นบ้างช่วงตามอุปสงค์-อุปทาน

ทั้งนี้ สำนักข่าว นิกเคอิ ของญี่ปุ่น รายงานสถานการณ์ราคาสุกรในประเทศจีน ว่า จากสารพัดปัจจัยทั้งโรคระบาดในคน โรคระบาดในหมู และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ดีดตัวอย่างแรง ส่งผลให้ราคาหมูสดของจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 94.7% เทียบกันปีต่อปี ราคาหมูมีชีวิตท้องถิ่นอยู่ที่ 23.15 หยวน ต่อกิโลกรัม หรือ 122 บาทต่อกิโลกรัม และเป็นราคาที่ไม่มีเสถียรภาพ ขณะที่ต้นทุนการผลิตในเดือนสิงหาคมปีนี้ เพิ่มขึ้น 22.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2564 ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เกิดผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค จนรัฐบาลต้องระบายสต๊อกหมูแช่แข็งสำรองในคลังห้องเย็นของรัฐบาลออกมาเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวจีน

“ราคาเนื้อสุกรของไทยขณะนี้ ไม่ถือว่าแพง เป็นราคาที่ปรับขึ้นสอดคล้องกับราคาในประเทศจีนที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 122 บาทต่อกิโลกรัม หลังผลผลิตในประเทศขาดแคลนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่มากกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาทรงตัวใกล้เคียงกับไทย และมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

นายสิทธิพันธ์ กล่าวต่อว่า อาจประเมินได้ว่าตอนนี้หมูทั่วโลกขาดแคลน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาราคาสุกรอ่อนลงเล็กน้อย เนื่องจากฝนตกชุกเกษตรกรเร่งจับหมูหนีน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่เป็นช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ความต้องการบริโภคลดลง ราคาจึงปรับลงตามกลไกตลาด แต่หลังจากนี้ ราคาจะปรับสูงขึ้นซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศยังคงให้ความร่วมมือภาครัฐมาโดยตลอดในการตรึงราคาสุกรหน้าฟาร์มที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม     

สำหรับราคาเนื้อหมูในปี 2566 ต้องติดตามสถานการณ์ดูปริมาณผลผลิตหมูในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าด้วย จะสามารถผลิตได้ตามเป้าหมายและสามารถขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปไปจีนหรือเวียดนามได้อย่างไร ก็จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ราคาหมูไทยทรงตัวในระดับสูงได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาต้นทุนผลิตเป็นสำคัญเพราะปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยของไทยสูงเกือบ 100 บาทต่อกิโลกรัม แล้ว เมื่อบวกค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นทำให้ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ถือว่าเป็นไปตามกลไกตลาด

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ลดต้นทุนมุ่งพัฒนาสู่Smart Farmer

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685909

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนแปลงใหญ่  ลดต้นทุนมุ่งพัฒนาสู่Smart Farmer

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ลดต้นทุนมุ่งพัฒนาสู่Smart Farmer

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สนับสนุน : ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานขับเคลื่อนแปลงใหญ่ จ.เพชรบุรี เพื่อสร้างการรับรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ สู่เกษตรกร เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต พัฒนาสู่ Smart Farmer และการเชื่อมโยงการตลาด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “สร้างการรับรู้สู่เกษตรกรและการขับเคลื่อนงานแปลงใหญ่ จ.เพชรบุรี” โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ลานอเนกประสงค์ชายทะเลหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สู่เกษตรกร รวมถึงนำเสนอความสำเร็จจากการขับเคลื่อนงานแปลงใหญ่ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มศักยภาพในการผลิต ขยายพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงทำการวิเคราะห์เชิงลึกต่อความต้องการของกลุ่มสมาชิกเพื่อจัดทำแผนธุรกิจและรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ Smart Farmer และการเชื่อมโยงการตลาด ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ใช้การตลาดสมัยใหม่เพื่อให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลก

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ดำเนินงานทั้งสินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ เน้นการสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรรายย่อย ด้านการผลิตและการจำหน่าย มีผู้จัดการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน มีการรวมกลุ่มกันสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้การสร้างการรับรู้ และใช้พื้นที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนา มองเป้าหมาย พื้นที่ คน สินค้า มีการตั้งศูนย์เรียนรู้ต่างๆ เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตทางการเกษตร มี Smart Farmer และ Young Smart Farmer เป็นเกษตรกรต้นแบบของชุมชน เป็นแบบอย่างในการพัฒนาให้เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาด

ทั้งนี้ จ.เพชรบุรี ดำเนินการเกษตรแปลงใหญ่ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน มีแปลงใหญ่ทั้งสิ้น 51 แปลงแบ่งเป็นข้าว พืชไร่ ไม้ผล ปศุสัตว์ เกลือทะเล และแมลงเศรษฐกิจ มีเกษตรกร 2,248 ราย พื้นที่ 43,579.5 ไร่ โดยกิจกรรมภายในงาน มีการจัดสถานีสร้างการรับรู้สู่เกษตรกร 3 สถานี ได้แก่ 1.การอารักขาพืชเพื่อรับมือกับโรคและแมลงศัตรูพืชในฤดูฝน 2.การปรับปรุงบำรุงดิน และการจัดการดิน-ปุ๋ย ในภาวะปุ๋ยเคมีราคาแพง โดยสถานีพัฒนาที่ดิน จ.เพชรบุรี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี และ 3.การบริหารจัดการเครื่องจักรกลเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อทดแทนแรงงานและลดต้นทุนการผลิต โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.เพชรบุรี สหกรณ์การเกษตร กลุ่มแปลงใหญ่กล้วยหอม และเครือข่ายแปลงใหญ่ข้าว นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการความรู้ต่างๆ จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ การออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ด้วย

เกษตรฯใช้มรดกวัฒนธรรม ฟื้นท่องเที่ยวช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685907

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิด“ลานวัฒนธรรม” งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาด จ.นครศรีธรรมราช ปี 2565 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “99 ปี มหานครแห่งศาสตร์ ศิลป์ และศรัทธา กตัญญุตาต่อบรรพชน อนุรักษ์สืบสาน เสน่ห์วันวาน สู่อนุชนรุ่นหลัง”เพื่อสร้างช่องทางการตลาดสำหรับจำหน่ายสินค้าของพี่น้องเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F ทั้ง Film Food Fashion Fighting Festival โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือนจ.นครศรีธรรมราช สามารถชม ชิม ช้อป ชิล สิ่งดีๆ ที่เป็นSoft Power ทั้ง 5 F จาก 23 อำเภอทั่วจังหวัด

“รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมผลักดันทุกภาคส่วน
ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว ซึ่งการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของมรดกทางวัฒนธรรม ถือเป็น Soft Power อย่างหนึ่งที่จะทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดวัฒนธรรมให้มีศักยภาพได้ โดยมุ่งหวังให้แต่ละพื้นที่ นำวัฒนธรรมท้องถิ่นไปสู่การเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

กรมประมงโร่เตือน ให้ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำ รับมือน้ำท่วมหนัก ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685908

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องจนแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่มีปริมาณมากกว่าปกติ อาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน จึงมีการติดตาม เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านการประมง ผ่านศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง หรือ ศปภ.ปม.มีการแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ เตรียมพร้อมรับมือเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำเฝ้าระวังการเลี้ยงจระเข้ ให้มีการตรวจสอบสถานที่เลี้ยง ตรวจนับจำนวนจระเข้ เพื่อป้องกันการหลุดรอดออกจากฟาร์มเลี้ยง และให้ประมงจังหวัด เข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

สำหรับความเสียหายด้านประมงในขณะนี้ จากการสำรวจพบพื้นที่ความเสียหายแล้ว 31 จังหวัด มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งในบ่อดิน บ่อซีเมนต์และกระชัง ได้รับความเดือดร้อน 5,076 รายประมาณการพื้นที่เสียหาย 6,283.75 ไร่1,004.77 ตารางเมตร ประมาณการมูลค่าความเสียหายวงเงิน 66,149,954.86 บาทประมาณการมูลค่าความช่วยเหลือ วงเงิน30,567,360.57 บาท

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง หากได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย สามารถขอรับความช่วยเหลือได้โดยให้หน่วยงานกรมประมงภายในจังหวัดพิจารณาดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง

สศก.รุกพัฒนาใช้พลังงานทางเลือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685906

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า จากการขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) หรือการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว จึงวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการนำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนมาใช้

ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องและพลังงานทางเลือก เพื่อศึกษาแนวทางในการส่งเสริมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนตามแนวทางของ BCG Model รวมทั้งเก็บข้อมูลจากเกษตรกรโรงคัดบรรจุ ผู้รวบรวมเปลือกมะพร้าวอ่อนโรงไฟฟ้าชีวมวล กลุ่มทำปุ๋ย และกลุ่มทำถ่าน พบว่าเกษตรกรมีการนำสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยนำสิ่งเหลือใช้ในสวนมะพร้าว ทำเป็นปุ๋ย ช่วยลดค่าปุ๋ยได้ ขณะที่บริษัท/โรงคัดบรรจุมะพร้าว จะมีสิ่งเหลือใช้ เช่น เปลือก จั่น และทะลายมะพร้าว เอาไปถมที่บางส่วนมีผู้รวบรวมเปลือกมะพร้าวนำไปแปรรูปเป็นใยมะพร้าวก่อนนำไปเป็นชีวมวลของโรงไฟฟ้า หรือนำไปผลิตเพื่อได้ขุยมะพร้าวสำหรับผสมดินขาย และบางกลุ่มนำไปเผาเพื่อทำถ่านอัดแท่งขาย และได้น้ำส้มควันไม้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่าน

นอกจากนี้ ในการศึกษาวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการนำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนมาใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องและพลังงานทางเลือกนั้น สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเพิ่มมูลค่าสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อน เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการอภิปรายผลงานวิจัย และมุมมองจากคณะวิทยากรภาคส่วนต่างๆ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองในการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่าของสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวและเชื่อมโยงเครือข่าย BCG ในการเพิ่มมูลค่าจากสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนร่วมกัน

ลุยต่อ!! เฉลิมชัยสั่งการกรมปศุสัตว์ให้รวมพลช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685190

ลุยต่อ!! เฉลิมชัยสั่งการกรมปศุสัตว์ให้รวมพลช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจาก

ลุยต่อ!! เฉลิมชัยสั่งการกรมปศุสัตว์ให้รวมพลช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจาก

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.35 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรูที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุโนรู จนส่งผลให้เกิดอุทกภัยเป็นวงกว้าง กระทบต่อสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในหลายพื้นที่ จนทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง บางพื้นที่มีการอพยพสัตว์เลี้ยงไปบนพื้นที่สูงที่มีความปลอดภัย มีสัตว์เจ็บป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที จึงสั่งการด่วนยกระดับการช่วยเหลือเกษตรกรโดยให้กรมปศุสัตว์ระดมเจ้าหน้าที่ออกให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งด้านการอพยพสัตว์ เสบียงสัตว์ ตลอดจนการรักษาพยาบาลสัตว์ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนเสบียงสัตว์รวมไปถึงความช่วยเหลือด้านการปศุสัตว์ ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่ หรือติดต่อศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ (ศปภ.ปศ.) กรมปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ โทร. 0-2653-4444 ต่อ 3315 และที่ Application DLD 4.0 เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีต่อไป

‘ประภัตร’นำทีมเข้าช่วย เยียวยาเกษตรกรร้อยเอ็ด โครงการฯมอบโค-กระบือ เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684892

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยโรคลัมปี-สกิน และมอบโค–กระบือ ให้เกษตรกรในโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ พร้อมชี้แจง “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร”ที่โรงเรียนอุดมศึกษาพัฒนาการร้อยเอ็ด โดยมีนายภูสิต สมจิตต์ ผวจ.ร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าได้ส่งมอบโคในโครงการดังกล่าวให้แก่เกษตรกร 54 ตัว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการประกอบอาชีพ ลดรายจ่ายและทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมอบเงินเยียวยาผู้ประสบภัยโรคลัมปี-สกิน วงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 118,350,250 บาท ให้แก่เกษตรกร 6,172 ราย มีโค-กระบือที่ตายทั้งสิ้น 6,770 ตัว สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ที่ประสบภัยโรคลัมปี-สกิน 599 ราย มีโค-กระบือป่วยตาย 669 ตัว มูลค่าความเสียหาย 12,619,000 บาท

ทั้งนี้ นายประภัตร ยังชี้แจง “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร” ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการปล่อยสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร อาชีพนอกภาคเกษตร หรือการลงทุนค้าขาย เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต โดยวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100,000 บาท แต่ต้องไม่เกินค่าใช้จ่ายและหรือค่าลงทุนจริงของลูกค้าแต่ละราย

บอร์ดเกลือเร่งพัฒนายุ้งฉาง ยกระดับผลิตขายตลาดต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684894

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 4/2565 ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีนโยบายเดินหน้าแผนพัฒนาเกลือทะเลไทยปี 2566 พร้อมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นอกจากนี้ได้มอบหมายฝ่ายเลขาฯ ประสานสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ (ทูตเกษตร) เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยในการประชุมครั้งหน้า เพื่อให้ข้อมูลด้านเกลือ ผลิตภัณฑ์เกลือและตลาดเกลือในต่างประเทศ รวมทั้งข้อเสนอแนะจากทูตเกษตร ในด้านการขยายความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างประเทศ

นายอลงกรณ์ ได้แจ้งถึงการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมและพัฒนาแบรนด์ จ.เพชรบุรี และการคิกออฟโครงการส่งเสริมสาหร่ายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ตามนโยบายอาหารแห่งอนาคต ใน จ.เพชรบุรี มีศูนย์วิจัยทรัพยากรประมงชายฝั่งและศูนย์เพาะเลี้ยงน้ำจืด กรมประมง เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ การแปรรูป และการตลาด โดยสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายหรือทำนาสาหร่ายประกบคู่กับนาเกลือ นากุ้งเป็นรายเสริมแบบเกษตรไฮบริดจ์

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบ 1.รายงานผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรนาเกลือทะเล 2. ผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ปีงบประมาณ 2565 และ 3.แผนปฏิบัติการพัฒนาเกลือทะเลไทย ปีงบประมาณ 2566 และที่ประชุมได้นำเสนอปัญหาหนี้สินของเกษตรกร จ.เพชรบุรี จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะนำเสนอเรื่องการขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ของเกษตรกรดังกล่าวให้ทางกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรพิจารณาต่อไป

ที่ประชุมยังพิจารณาเห็นชอบ 1.โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเกลือทะเลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน และ 2.โครงการสินเชื่อชะลอการขายเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/2566 และได้เห็นชอบในการปรับแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ในปี พ.ศ.2565-2566 เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและมีความคล่องตัวมากขึ้นด้วย และในการจัดงานพิธีแรกนาเกลือ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลเป็นมรดกทางการเกษตรของโลกเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ประเพณี สู่การท่องเที่ยว ให้ประสานทาง ททท.ร่วมด้วย ทั้งนี้อาจจะจัดให้มีการจัดกิจกรรมอื่นเสริม

ส่วนวาระการประชุมอื่นๆ ผู้แทนจากกรมการค้าต่างประเทศ รายงานการนำเข้าเกลือจากต่างประเทศทั่วโลกปี 2565 ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม มีปริมาณการนำเข้าเกลือ 98,985 ตัน มูลค่า 164,399,917 บาท มีพบว่าปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2564 ในช่วงเวลาเดียวกัน มีปริมาณการนำเข้า 80,750 ตัน มูลค่า 151,481,437 บาท ซึ่งนายอลงกรณ์ ได้เสนอแนวทางในการยกระดับการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าและให้ทางสถาบันเกลือทะเลไทย ศึกษาในรายละเอียดต่อไป

‘ซีพี’เติมเสบียง ส่งอาหารจากใจ ร่วมสู้ภัยน้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684896

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล นายอำเภอกบินทร์บุรี รับมอบน้ำดื่มซีพี 1,200 ขวด และไข่ไก่ซีพี 3,600 ฟอง จากซีพีเอฟ โดยมี นายวีระ เหลืองอร่าม ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจไก่พันธุ์ 2 (กทม.) และนางสาวสุพรรณษา ตาถาวรรณ์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจสุกร นำทีมงานจิตอาสาร่วมกันส่งมอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและนายอำเภอกบินทร์บุรี กล่าวขอบคุณน้ำใจและความห่วงใยที่ชาวซีพีเอฟมอบให้กับชาวกบินทร์บุรีเสมอมา และขอให้ช่วยเหลือดูแลกันเช่นนี้ตลอดไป 

ขณะที่ น.สพ.คุณวุฒิ  เครือลอย รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟพร้อมด้วย นายธนวัฒน์ ทองอ้ม ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ และพนักงานจิตอาสา ลงพื้นที่มอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด และข้าวสารอาหารแห้ง 100 ชุด แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยมี นายวสันต์ ดรชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาว และ นายรังสรรค์ ดวงลูกแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าดินดำ พร้อมเจ้าหน้าที่ และชาวชุมชนท่ามะนาวและท่าดินดำ ร่วมรับมอบ ซึ่งมีชาวชุมชนถึง 600 หลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ นายกองค์การบริหารตำบลท่ามะนาว กล่าวว่า ตำบลท่ามะนาวพื้นที่ค่อนข้างต่ำ ที่ผ่านมาจึงพบปัญหาน้ำท่วมทุกปี ได้ซีพีเอฟเข้ามาช่วยตลอด ขอบคุณซีพีเอฟและทีมงานที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี สำหรับของที่ได้รับจะนำไปแจกอย่างทั่วถึงทุกครัวเรือน  

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังได้เดินสายส่งมอบไข่ไก่ซีพี น้ำดื่มซีพี และข้าวสาร ในพื้นที่ประสบอุทกภัยอีกหลายจังหวัด เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน