เกษตรกรจี้รัฐล้างบางหมูเถื่อน แถมน้ำท่วมซ้ำ แทบหมดตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686459

เกษตรกรจี้รัฐล้างบางหมูเถื่อน แถมน้ำท่วมซ้ำ แทบหมดตัว

เกษตรกรจี้รัฐล้างบางหมูเถื่อน แถมน้ำท่วมซ้ำ แทบหมดตัว

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.14 น.

เกษตรกรจี้รัฐล้างบางหมูเถื่อน แถมน้ำท่วมซ้ำ แทบหมดตัว  

14 ตุลาคม 2565 นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ  เปิดเผยว่า การที่ภาครัฐดำเนินการตรวจจับหมูเถื่อนถี่ขึ้น  เป็นสัญญาณที่ดีกับเกษตรกร  ซึ่งฟาร์มสุกรในภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นฟาร์มรายย่อย จึงต้องยกระดับการป้องกันโรค ด้วยระบบBiosecurity ในฟาร์ม กลายเป็นต้นทุนแฝง ที่ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นถึง 300-500 บาทต่อตัวหมูขุน และขณะนี้ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเข้ามาอีกในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้เลี้ยงลำบากมากต้องมีต้นทุนในการฟื้นฟูฟาร์มและต้องเสริมการป้องกันโรคให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่มากับน้ำ

“การตรวจจับหมูเถื่อน ของกรมปศุสัตว์และกรมศุลกากรที่ดำเนินการอย่างเข้มงวดมากขึ้น  ถือเป็นภารกิจที่ช่วยให้ผู้เลี้ยงมีกำลังใจมากขึ้น  ขอให้ภาครัฐเห็นถึงความสำคัญ และเร่งปราบปรามขบวนการทำร้ายเกษตรกรไทยและคนไทยต่อไป และกวาดล้างให้สิ้นซาก ที่สำคัญจากปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผู้เลี้ยงในบางพื้นที่จำเป็นต้องจับหมูขายก่อนกำหนดเวลาและน้ำหนักที่เหมาะสม ช่วงนี้จึงมีปริมาณหมูขุนออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่เกษตรกรกลับต้องแบกรับภาระต้นทุนสูง” นายสุนทราภรณ์  กล่าว

สำหรับการปราบปรามหมูเถื่อนนั้นภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมปศุสัตว์ และกรมศุลกากร ต้องทำอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามานั้นขายในราคาเฉลี่ย 135-145 บาทต่อกิโลกรัม  เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาหมูในประเทศมาก และเป็นการทำลายกลไกราคาหมูไทย ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เลี้ยงทั้งประเทศ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายย่อยและรายเล็กที่มีภาระต้องกู้เงินมาฟื้นฟูกิจการ หากจะต้องขายหมูขาดทุน ก็ยากที่จะไปต่อในอาชีพได้

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มกลับมาเลี้ยงรอบใหม่ แต่มีไม่มากจากต้นทุนการผลิต ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ และพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง  รวมทั้งมีความกังวลกับหมูเถื่อนที่ยังมีเข้ามาในพื้นที่  ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือประสบปัญหาหมูเถื่อนเข้ามาแทรกแซงตลาดในหลายจังหวัด ทำให้ยอดขายหมูในพื้นที่ไม่ได้ปรับขึ้นตามธุรกิจท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น

“ผู้เลี้ยงต่างกังวลกับหมูเถื่อนที่ทะลักเข้ามาว่าจะนำโรคต่างถิ่นมาด้วย โดยเฉพาะโรคสำคัญอย่าง ASF รวมถึงสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมาทำอันตรายต่อคนไทย  รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อราคา ซึ่งขณะนี้มีหมูเถื่อนกระจายใส่กล่องโฟม ส่งกระจายไปทั่ว จึงต้องการให้ภาครัฐกวดขันจับกุมอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้หมูเถื่อนเหล่านี้หมดไปโดยเร็ว หากปล่อยให้หมูเถื่อนเหล่านี้ยังสามารถกระจายขายได้ทั่วไป เท่ากับเป็นการทำร้ายผู้เลี้ยง โดยเฉพาะรายย่อย รายเล็ก ที่จะหายไปจากระบบในที่สุด เพราะไม่สามารถแข่งขันได้  หรือแม้แต่รายใหญ่ก็อาจได้รับความเสียหายไปด้วย” นายสุนทราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ไทย-สเปนร่วมมือส่งเสริมด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686351

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายเฟลิเป เด ลา โมเรนา กาซาโด (H.E. Mr. Felipede la Morena Casado) เอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย หารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและสเปน โดยมีนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเข้าร่วม ที่กระทรวงเกษตรฯ

สำหรับการหารือในครั้งนี้ ประเทศไทยและสเปน ได้กระชับความสัมพันธ์และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน อาทิ การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การวิจัย หรือการฝึกอบรมและดูงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของทั้งสองประเทศรวมทั้งความร่วมมือด้านประมง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal, Unreportedand Unregulated: IUU) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมประมงอย่างยั่งยืน

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า สินค้าเกษตรของไทยมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงขอฝากท่านเอกอัครราชทูตฯ ช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้แก่ชาวสเปนต่อไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ส่งสินค้าออกไปยังสเปน โดยในปี 2564 มีมูลค่าการค้า 7,593 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 4,580 ล้านบาท และไทยนำเข้า 3,013 ล้านบาท ซึ่งสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยส่งออกสเปน ที่สำคัญ ได้แก่ 1.ยางแผ่นรมควัน 2.ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค 3.ข้าว 4.สับปะรด มีค่าบริกซ์เกิน 20 ไม่ได้หมักและไม่เติมสุรา และ 5.ปลาทูนา ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโต (ชนิดซาร์ดา)

‘เกาะช้าง’แน่นขนัดประชาชนทะลักแห่ท่องเที่ยวรับวันหยุดยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686356

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเริ่มต้นของวันหยุดยาว ที่ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนำรถยนต์มาต่อคิวลงเรือเฟอร์รี่ เพื่อเดินทางไปยัง อ.เกาะช้างทำให้รถยนต์ที่จะเดินทางไปต้องต่อคิวกัน จนล้นออกมาจากบริเวณลานจอดรถยนต์ที่สามารถรับได้ 350 คัน ทำให้มีรถยนต์ต้องต่อคิวอยู่บริเวณถนนมีความยาวกว่า 200-300 เมตร

นายสัคศิษฐ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.เป็นต้นมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ส่วนใหญ่จะจองมาล่วงหน้า ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักของ อ.เกาะช้าง นั้น จะเป็นชาวยุโรปและสแกนดิเนเวียนั้นยังเดินทางมาไม่มากนัก เพราะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามาก และได้จองห้องพักมาแล้วร้อยละ 80 และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะมีมากกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

นายสัคศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงปลายปี 2565 ตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไปสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ตราด ได้จัดกิจกรรมวิ่งบิกินีรัน ที่หาดไชยเชษฐ์ และมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการลดราคาห้องพัก ส่วนสมาคมโรงแรมรีสอร์ท จ.ตราด ก็จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการเปิดบูธร้านค้า และกิจกรรมอื่นๆเพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ขณะที่ท่าเรือแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด เรือโดยสารที่นำนักท่องเที่ยวไปเกาะกูด ทั้งเรือบุญศิริ เรือเกาะกูดเอกซ์เพรส และเกาะกูด ปริ้นเซสที่มีเที่ยวเดินเรือวันละ 6 เที่ยว /วัน ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากตามที่มีการคาดหมาย แม้จะเป็นช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวของ จ.ตราด แล้ว

โดยผู้จัดการเรือบุญศิริ แจ้งว่าช่วงนี้ยอดการจองเดินทางไปเกาะกูดยังมียอดจองปกติไม่มีเพิ่มขึ้นเหมือนที่ผ่านมา และเรือโดยสารทุกลำก็มีนักท่องเที่ยวลงไปแต่ละเที่ยวยังไม่เต็มลำ ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากช่วงนี้เป็นที่อากาศตอนบนของประเทศมีอุณหภูมิลดลงจึงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวยังจังหวัดภาคเหนือ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดที่มีความรุนแรงทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้ เพราะเกรงว่าทรัพย์สินที่อยู่ในบ้านจะได้รับความเสียหายและไม่ปลอดภัย

‘ประภัตร’นำคกก.ดูงาน จัดการเกษตรครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686352

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังนำคณะกรรมาธิการ (คกก.) แก้ไขราคาผลิตผลเกษตรกรรม ศึกษาดูงานเรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตรและเกษตรกรรมแบบครบวงจร” ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรีว่าจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและผลกระทบจากภัยพิบัติทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จึงมีนโยบายเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร โดยส่งเสริมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เป็นการทำเกษตรสมัยใหม่ เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยี พัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ

ทั้งนี้ ได้นำคณะกรรมาธิการฯ ศึกษาวิธีปลูกฟักทอง เพื่อนำองค์ความรู้ไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชทดแทน ซึ่งฟักทองมีระยะการปลูกและเก็บเกี่ยวเพียง 90 วัน ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะสั้น พร้อมทั้งจะขยายผลไปยังพืชชนิดอื่น จากนั้นได้เยี่ยมชมการดำเนินงานจุดคัดแยกและจุดแพ็กสินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้มีสถานที่รองรับผลิตผลทางการเกษตรที่ได้มาตรฐาน

สวพส.คว้ารางวัล องค์กรต้นแบบปี’65 ด้านสิทธิมนุษยชน เกษตรกรมีส่วนร่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686357

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) พร้อมคณะ เข้ารับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2565 (Human Rights Awards 2022) ดีเด่น ประเภทส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในการที่ สวพส.มีความโดดเด่นในการดำเนินงานตามภารกิจ โดยเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่นๆ ในการส่งเสริมสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ในการเข้าร่วมโครงการองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2565 สวพส.ได้นำเสนอการดำเนินงานพัฒนากระบวนการ “การสร้างสิทธิและการเข้าถึงการพัฒนาของชุมชนบนพื้นที่สูง ด้วยแผนที่รายแปลงของเกษตรกร อย่างมีส่วนร่วม” โดยมุ่งเน้นให้ “ชุมชนเป็นจุดศูนย์กลาง” ตามหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มีการใช้ฐานข้อมูล แผนที่ องค์ความรู้ภูมิปัญญา และเทคโนโลยี ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้ตรงตามบริบทสังคม สามารถแก้ปัญหาและความต้องการของชุมชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ระเบียบ และกฎหมาย ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานทุกขั้นตอน ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลชุมชน, การกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน, การคิด วิเคราะห์ และวางแผนการพัฒนาชุมชน, การยกระดับสิทธิ ในการดำรงชีพและเข้าถึงการพัฒนาของชุมชน และการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผน สร้างสิทธิและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและทำกิน

รวมพลประมงพื้นบ้าน ตั้งองค์กรพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686354

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ครั้งที่ 4 โดยที่ประชุมรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงพื้นบ้าน รายงานผลการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ทั้งสิ้น 2,776 องค์กร สมาชิก 104,891 ราย และความคืบหน้าโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ องค์กรชุมชนประมงด้านชายฝั่ง 80 ชุมชน ด้านน้ำจืด 84 ชุมชน ด้านแปรรูป 36 ชุมชน และได้อนุมัติโครงการและกิจกรรมตามความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาอาชีพประมง 200 องค์กร เรียบร้อยแล้ว เป็นเงินทั้งสิ้น 20 ล้านบาท และจะสนับสนุนงบประมาณทุกปี ปีละอย่างน้อย 200 องค์กร องค์กรละ 100,000 บาท

“ภายใต้นโยบายสร้างความเข้มแข็งชุมชนและองค์กรเกษตรกร โดยเฉพาะประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นชาวประมงรายย่อยของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ คณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กรมประมง โดยนายเฉลิมชัย สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมประมง ได้บูรณาการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วนร่วมมือกันเร่งดำเนินการพัฒนาชุมชน และหมู่บ้านประมงพื้นบ้าน เพื่อเพิ่มรายได้ด้วยโครงการใหม่ๆ โดยจัดตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการพัฒนาผลิตผลผลิตภัณฑ์ประมงและการพาณิชย์ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการด้านสุขลักษณะที่ดีในการแปรรูปสัตว์น้ำ มีการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์และน้ำอุปโภค-บริโภคมาตรวจคุณภาพ รวมทั้งถ่ายทอดเทคนิคการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ในองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 25 แห่ง จาก 18 จังหวัด ซึ่งอยู่ในภาคต่างๆ ได้แก่ ภาคใต้ 6 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 แห่ง ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกจำนวน 2 แห่ง และภาคกลาง 6 แห่งและการออกหนังสือรับรองมาตรฐานการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนและการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน พร้อมกับการพัฒนาแบรนด์โดยให้การรับรองมาตรฐานการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน 128 ราย และการรับรองสินค้าประมงที่จำหน่ายบนเว็บไซต์ Fisheries Shop ของกรมประมง

สำหรับการพัฒนาหมู่บ้านประมงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้โครงการฟิชเชอร์แมนวิลเลจ รีสอร์ท มีความคืบหน้า โดยกรมประมงได้ส่งเสริมชุมชนประมงชายฝั่งที่มีศักยภาพ 22 จังหวัด สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ 53 แห่ง โดยมอบหมายให้กรมประมงขยายความร่วมมือกับทุกภาคีภาคส่วนพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชนประมงด้วย

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686353

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล  เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ลงนามความร่วมมือการพัฒนาย่านนวัตกรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ย่านศรีจันทร์-กังสดาลจ.ขอนแก่น ให้เป็น “ย่านนวัตกรรมอาหาร การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ” รวมถึงเป็นศูนย์กลางการต่อยอดองค์ความรู้และเศรษฐกิจระดับนานาชาติ การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งย่านนวัตกรรมแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลบีซีจี (Bio-Circular-Green Economy)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานNIA กล่าวว่า NIA มีแผนยกระดับนวัตกรรมในภาคอีสาน โดยตั้งเป้าผลักดันจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมในภูมิภาคนี้ ผ่านโครงการย่านนวัตกรรมจังหวัดขอนแก่น ทั้งย่านศรีจันทร์และย่านกังสดาลเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับสนับสนุนการสร้างอัตลักษณ์ของเมืองให้มีความโดดเด่น การทำกิจกรรม การลงทุนด้านนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและคุณค่าใหม่ให้กับภาคอีสาน

โดยมุ่งเป้าให้เป็น 1. ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรมเกษตร อาหาร และ เทคโนโลยีชีวภาพ พื้นที่แห่งโอกาสของผู้ประกอบการ, 2.ศูนย์กลางด้านการเรียนรู้และการศึกษาในระดับภูมิภาคยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน,3. เมืองน่าอยู่ เชื่อมโยงการใช้ชีวิตและการทำงานสร้างเศรษฐกิจสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ โดย NIA จะเป็นตัวกลาง ในการเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมขับเคลื่อน

นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผล และบริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศไทย โดยกลุ่มมิตรผล และ บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จะนำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ มาสนับสนุนการพัฒนาย่านนวัตกรรมขอนแก่น ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับการพัฒนาธุรกิจสู่โมเดลเศรษฐกิจBio-Circular-Green หรือ BCG โดยมีศูนย์นวัตกรรมและวิจัยของกลุ่มมิตรผล ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 9 ของอาคารแห่งนี้ พร้อมด้วยพื้นที่แสดงผลงาน สินค้า การจัดประชุมและโรงแรม ซึ่งนับเป็นการสร้าง Innovation Ecosystem และการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดขอนแก่น

เกษตรฯชูเมืองนครปฐม อุตสาหกรรมเกษตรพัฒนายั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686182

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.นครปฐม โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู รอง ผวจ.นครปฐม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า โครงการสำคัญที่เป็นอีกคานงัดการปฏิรูปภาคเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ คือโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ภายใต้แนวคิด “บริหารโดยชุมชน เป็นของชุมชน และเพื่อชุมชน” โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนทุกตำบลของจังหวัดนครปฐม ซึ่งจะเป็นกลไกพัฒนาหมู่บ้านตำบลแบบบูรณาการทุกภาคส่วนตามแผนพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ควบคู่กับการเดินหน้าโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ มีการวางโครงสร้างและระบบแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่เมืองและพื้นที่ชุมชน ซึ่งทั้ง 2 โครงการขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งชาติ ซึ่งมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน และมีที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุม 77 จังหวัด

สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตามนโยบาย 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายของ รมว.เกษตรฯ มีโครงการสำคัญที่ดำเนินการใน 5 เรื่อง มีสินค้าสำคัญ ได้แก่ ข้าว กล้วยไม้ มะพร้าวน้ำหอม กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปลานิล สุกร โคนม และไก่ไข่

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง (Next Normal) โดยมี 12 ก้าวใหม่ที่กล้าเดิน เป็นคานงัดสำคัญ ได้แก่ 1.ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) 2.ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ 3.ดิจิตอล ทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) 4.เกษตรอัจฉริยะและตลาดออนไลน์ 5. เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง-ชนบท 6.เกษตรแห่งอนาคต อาหารแห่งอนาคต 7.โลจิสติกส์เกษตรเชื่อมไทย-เชื่อมโลก 8.เกษตรแปลงใหญ่ สตาร์ทอัพเกษตร 9.ยกระดับเกษตรกรก้าวใหม่ 10.เกษตรสร้างสรรค์ สู่เกษตรมูลค่าสูง (The Brand Project) เน้นแปรรูปสร้างมูลค่าและพัฒนาแบรนด์ 11.การพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area base) ไม่มีเหลื่อมล้ำ และ 12.เปิดกว้างสร้างหุ้นส่วน (Partnership platform) ในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ มีแผนพัฒนาการเกษตรอย่างรอบด้านตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.นครปฐม ฉบับ 5 ปี (2566-2570) ฉบับทบทวน รอบปี 2567 ในการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตร

‘มนัญญา’ดูงานอิตาลี โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม มีคุณภาพปลอดเชื้อโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686179

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมดูงานบริษัท Mariani Srl. เพื่อศึกษากระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อสำหรับเครื่องดื่มเมืองวินเซนซา ประเทศอิตาลี พร้อมด้วยนายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และคณะ โดย Mr. Roberto Ciambetti ประธานสภาแคว้นเวเนโต กล่าวชื่นชม รมช.เกษตรฯ ในการแบน 3 สารอย่าจริงจัง ซึ่งส่งผลให้สภาพดินในอนาคตมีความสมบูรณ์ จนอาจเรียกว่า “หญ้าก็ยังหวานได้”

ในโอกาสนี้ บริษัท Mariani Srl. ได้เชิญ Mr. Erik Umberto Pretto รองวุฒิสภาอิตาลี (Camera dei Deputati) Mr.Roberto Ciambetti ประธานสภาแคว้นเวเนโต (Presidente del Consiglio Regionale Veneto) Mr.Giacomo Possamai สมาชิกสภาภูมิภาคเวเนโต (Consigliere Regionale Veneto) Ms.Valentina Maculan นายกเทศมนตรีเมืองแคร์เร (Sindaco Carré) และ Mr.Roberto Marianiผู้ช่วยนายกสภาอุตสาหกรรมการผลิตเมืองแคร์เร (Ass. Con delega alleattivitá productive Carré) ร่วมต้อนรับ รมช.เกษตรฯ และประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตโดยใช้นวัตกรรมเพิ่มผลการผลิต ทดแทนการใช้สารเคมี อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค ซึ่งอิตาลีให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน โดยบริษัท Marinani อิตาลี และบริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค ประเทศไทย ได้ร่วมผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษปลอดเชื้อสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่มีคุณภาพสูง

‘เฉลิมชัย’พัฒนาผลผลิตข้าวที่อุบลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686180

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2565 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงเรียนม่วงสามสิบ (อำนวยปัญญา) จ.อุบลราชธานี ซึ่งกรมการข้าว จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกของศูนย์ข้าวชุมชน เกษตรกรทั่วไป ได้เรียนรู้และมีความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในรูปแบบศูนย์ข้าวชุมชน และการนำเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเหมาะสม และยกระดับมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพและเพิ่มผลตอบแทน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว การผลิตข้าวคุณภาพดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น การบริหารจัดการศูนย์ข้าวชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ นิทรรศการทางการเกษตรอื่นๆ การมอบรางวัลแปลงใหญ่ข้าวดีเด่นระดับประเทศ กลุ่มเกษตรกรดีเด่น และเกษตรกรดีเด่น จ.อุบลราชธานี มอบหนังสือให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) มอบพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิต และมอบรางวัลคนดีศรีม่วง

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกันจัด “งานฉลอง 139 ปี เกษตรอินทรีย์ อ.ม่วงสามสิบ” ขึ้นด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระที่ อ.ม่วงสามสิบ ก่อตั้งครบ 139 ปี และสมโภชพระบรมพุทธโธ พระพุทธรูปประจำเมืองม่วงสามสิบ นำผลผลิตมาแสดงและจำหน่าย ถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรและปศุสัตว์ให้ชาว อ.ม่วงสามสิบ ได้ศึกษาเรียนรู้ นำไปประกอบอาชีพ มีประกวดแข่งขันเต้นบาสโลบของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รพ.สต.24 แห่ง ใน อ.ม่วงสามสิบ