‘เฉลิมชัย’พอใจเจรจาข้าวกับเวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684897

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พอใจกับผลการเจรจาขยายความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างประเทศไทยกับเวียดนาม โดยเฉพาะการยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก ที่สามารถตกลงกันได้อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจระดับสูง ที่มีนายอลงกรณ์ พลบุตรที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นประธานขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว และได้สั่งการให้จัดประชุมระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสมาคมชาวนา ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร สันนิบาตสหกรณ์ สมาคมโรงสีข้าว สมาคมผู้ค้าข้าว สมาคมผู้ส่งออกข้าว สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงและรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับถึงความตกลงระหว่างไทยกับเวียดนาม

นอกจากนี้ ถือเป็นบันไดขั้นแรกของความพยายามร่วมกันระหว่างไทยและเวียดนามที่จะช่วยเหลือชาวนาให้ได้ราคาข้าวที่เป็นธรรมจากกลไกการค้าข้าวในตลาดโลก โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น ราคาปุ๋ย ราคายา และราคาน้ำมัน รวมทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์จากผลกระทบของวิกฤติซ้อนวิกฤตคือไวรัสโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ราคาข้าวไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตข้าว

“ในส่วนของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายให้ความสำคัญกับชาวนามาโดยตลอดทำทุกอย่างเพื่อดูแลชาวนาไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันรายได้ชาวนา การมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาโควิดครัวเรือนละ 1.5 หมื่น การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การยกระดับนาแปลงใหญ่ การพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การส่งเสริมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน เป็นต้น และการผนึกความร่วมมือระหว่างไทยกับเวียดนามในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 และอันดับ 3ของโลก เพื่อต่อสู้ต่อรองยกระดับราคาข้าวในเวทีโลก” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

‘มนัญญา’ร่วมงานชูอัตลักษณ์ หนุนผ้าทอกะเหรี่ยงร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684898

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “อัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยงร่วมสมัย” ภายใต้โครงการส่งเสริมการต่อยอดผ้ากะเหรี่ยงร่วมสมัย จ.อุทัยธานี ปีงบประมาณ 2565 โดยมีนายขจรเกียรติรักพานิชมณี ผวจ.อุทัยธานี นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ถนนตรอกโรงยา อ.เมือง จ.อุทัยธานีโอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้รับชมแฟชั่นโชว์อัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยงร่วมสมัย และเดินชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือจากศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.อุทัยธานี ลำปาง ลำพูน ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และพิษณุโลก

ทั้งนี้ โครงการส่งเสริมการต่อยอดผ้ากะเหรี่ยงร่วมสมัย จ.อุทัยธานี นับเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มพี่น้องราษฎรบนพื้นที่สูงได้แสดงศักยภาพ ภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ถ่ายทอดภูมิปัญญาผ่านวิถีการทอผ้า และได้รับการพัฒนายกระดับ ส่งเสริมพัฒนาช่องทางการจำหน่าย และเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่งเสริมการตลาด และแสดงอัตลักษณ์ประเพณีวัฒนธรรมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

‘ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช’-‘ซี.อี.เอส.’ ปรับปรุงสนามเด็กเล่นวัดเอี่ยมประชามิตร พัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน-ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684893

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ พร้อมด้วย นางอาภรณ์ วิมลรัตนชัยศิริ พัฒนาการอำเภอพระสมุทรเจดีย์ นายเฉลิมพล สิทธิพันธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลแหลมฟ้าผ่า นายธนเดช สู่ความดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.แหลมฟ้าผ่า ร่วมกันรับมอบการปรับปรุงสนามเด็กเล่นวัดเอี่ยมประชามิตร (วัดแหลมฟ้าผ่า) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอำเภอพระสมุทรเจดีย์ พื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านวัดแหลม ต.แหลมฟ้าผ่า จาก นายเพชร หวั่งหลี  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด (กุ๊ก) นายกมล จิตพัฒนกุล นายวิรัฐ ธำรงวราภรณ์ กรรมการที่ปรึกษา บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด และ นางสาวสุภาภร ศรีวราเกียรติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด 

โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการพัฒนาปรับปรุงลานกีฬาและสนานเด็กเล่น เป็นการส่งเสริมคนอายุ 6 ขวบ ขึ้นไป ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที และส่งเสริมครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย จากระบบ TPMAP Logbook กลุ่มคนที่ตกหล่นจากระบบ (ExclusionError) และกลุ่มครัวเรือนเปราะบางมิติสุขภาพ หันมาออกกำลังกาย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ได้รับงบประมาณจาก กลุ่มบริษัทพูลผล โดย บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชจำกัด (กุ๊ก) และ บริษัท ซี.อี.เอส จำกัด ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีพื้นที่ในออกกำลังกาย ให้เด็ก เยาวชนและประชาทั่วไปใช้เวลาที่มีประโยชน์ เสริมสร้างร่างกายและสุขภาพให้แข็งแรงอีกด้วย 

นายเพชร กล่าวว่าทางบริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เป็นบริษัทที่อยู่คู่กับท้องถิ่นมานานกว่า 40 ปี และยังได้ทำโครงการให้กับชุมชนมาหลากหลายโครงการเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยชุมชนแห่งนี้เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับบริเวณบริษัทและยังมีพนักงานและครอบครัวพักอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ จึงเล็งเห็นว่าสนามเด็กเล่นแห่งนี้เดิมอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม เครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายชำรุดเกือบทั้งหมด จึงได้หารือกับทาง นายขจิตเวชแก้วน้อย นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์และผู้นำชุมชนในพื้นที่ว่าจะทำการปรับปรุงสนามเด็กเล่นใหม่ทั้งหมดเพื่อจะได้ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะให้เด็กๆ และประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงได้ใช้สอยและออกกำลังกายทุกวัน

สกู๊ปพิเศษ : วัยรุ่นสร้างตัว ‘มาคัส กูลดาร์ฮัฟฟ์’ หนุ่มหล่อ วัย 20 ปี เปิด ‘Amassing cafe & Restaurant’ แลนด์มาร์คใหม่ที่คลองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684899

สกู๊ปพิเศษ : วัยรุ่นสร้างตัว ‘มาคัส กูลดาร์ฮัฟฟ์’ หนุ่มหล่อ วัย 20 ปี  เปิด ‘Amassing cafe & Restaurant’ แลนด์มาร์คใหม่ที่คลองหลวง

สกู๊ปพิเศษ : วัยรุ่นสร้างตัว ‘มาคัส กูลดาร์ฮัฟฟ์’ หนุ่มหล่อ วัย 20 ปี เปิด ‘Amassing cafe & Restaurant’ แลนด์มาร์คใหม่ที่คลองหลวง

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายมาคัส กูลดาร์ฮัฟฟ์ หรือ น้องเกมส์ วัย 20 ปี กล่าวว่า ผมเรียนจบชั้นมัธยมปลาย จากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต โดยผมเป็นคนที่ชอบเรียนรู้เรื่องการทำอาหาร และศึกษาเรื่องการบริหารการจัดการ และหวังว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสก็จะเปิดร้านอาหารเป็นของตนเอง และแล้วโอกาสก็มาถึงตามความฝัน โดยทางครอบครัวทั้งคุณแม่ คุณพ่อ และพี่ชาย ต่างก็เห็นความตั้งใจของผมทุกคนจึงให้การสนับสนุน

และ “น้องเกมส์” ได้มีการพัฒนาใส่ใจเรื่องอาหาร รสชาติความอร่อย ความสะอาด โดยคัดสรรเกี่ยววัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน แม้แต่ภาชนะก็ต้องคัดเลือกอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ที่มาใช้บริการร้านอาหารชื่อ “Amassing cafe & Restaurant” ตั้งอยู่ที่ 24/21 ม.12 ซอยไอยรา 6 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

มีบริการทั้งอาหารไทย อิตาลี จีน หลากหลายสไตล์ และยังมีการตบแต่งร้าน ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ลูกค้ามาแล้ว จะต้องไปถ่ายเซลฟี่เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงาม นับว่าเป็นจุดเช็คอินที่แห่งหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งบริเวณจุดเซลฟี่นั้น นับว่ามีการออกแบบได้สวยงาม เป็นเหมือนธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสะพานข้ามธารน้ำ สวนพฤกษาดอกไม้ หรือน้ำตกขนาดใหญ่

ด้วยการเอาใจใส่ของ“น้องเกมส์” ที่ได้พัฒนาเรื่องอาหาร ความอร่อย ความสะอาด จนเป็นที่ยอมรับของลูกค้าที่มาใช้บริการ จนมีโอกาสเข้าประกวด
แข่งกับร้านอาหารในจังหวัดปทุมธานี กว่า 30 รายจนได้รับรางวัล“ร้านอาหารเลือกใช้วัตถุดิบปลอดภัย” จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้อันดับ 1ของจังหวัดปทุมธานี โดยได้รับประกาศนียบัตรจากนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี อีกด้วย

สำหรับลูกค้าหรือผู้ใดต้องการเดินทางมาทานอาหารที่อร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย ในสถานที่สุดคลาสสิก และมีจุดเซลฟี่แบบสวยงาม สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลข 082-9478697 หรือทางเพจ เฟซบุ๊ค Amassing cafe & Restaurant ได้เลยครับทางน้องเกมส์ จะคอยให้บริการลูกค้าด้วยความเต็มใจและทุกคนจะได้รับความประทับใจทุกท่านครับ 

ถกจัดงานพืชสวนโลกอุดรฯ คาดการณ์รายได้ 1.1 พันล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684685

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปี 2569 โดยติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและพิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการด้านสถานที่ภูมิสถาปัตย์ และสิ่งก่อสร้าง และ 2.คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ ต่างประเทศ และกิจกรรม นอกจากนี้ ได้เห็นชอบแผนงาน/โครงการ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามกรอบวงเงิน 2,500 ล้านบาท และผู้รับผิดชอบในแต่ละแผนงานอาทิ การออกแบบและแผนการจัดงาน การจัดตกแต่งภูมิสถาปัตยกรรม ฯลฯ พร้อมกับเห็นชอบในหลักการการเสนอของบกลาง ปี 2566 ของแต่ละหน่วยงาน โดยเตรียมแผนล่วงหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จ.อุดรธานี ได้ประมาณการรายได้จากสิทธิประโยชน์จากการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก แบ่งเป็นรายได้จากการขายบัตร 919.39 ล้านบาท และรายรับจากการสนับสนุนการจัดงานและการให้เช่าพื้นที่ 251.34 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,170.73 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นการต่อยอดในการสร้างงานสร้างรายได้ รวมถึงนำมาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่และกลุ่มจังหวัดรอบข้างด้วย

กรมการแพทย์แนะนักเที่ยว ไม่รับเครื่องดื่มคนแปลกหน้า ระวังตกเป็นเหยื่อถูกมอมยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684686

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในปัจจุบันเรามักจะได้รับทราบข่าว การถูกมอมยาเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมหรือคุกคามทางเพศบ่อยครั้ง  ซึ่งตัวยาที่ใช้มักจะเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กลุ่มยานอนหลับ หรือยาระงับประสาท กลุ่มยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ซึ่งมีคุณสมบัติออกฤทธิ์เร็วหลังจากการใช้ไม่เกิน 30 นาที ละลายได้ดีในน้ำ ง่ายต่อการผสมในเครื่องดื่ม ทำให้มึนงง วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม ร้อนวูบวาบ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่มีสติ หรือสลบได้ และทำให้ผู้ถูกวางยาสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ ไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

โดยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเหล่านี้อันตรายมาก มีฤทธิ์กดการหายใจ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งนี้หากมีการใช้ในปริมาณมากร่วมกับยานอนหลับซึ่งออกฤทธิ์ทำให้หลับเร็ว หรือใช้ร่วมกับสารเสพติดอื่นๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้ถูกวางยาเสียชีวิตได้

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ยาหรือสารเสพติดต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมหรือมอมเมาผู้อื่น มีความผิดตามกฎหมาย และมีผลต่อร่างกายเหยื่อ ร้ายแรงที่สุดอาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงขอเตือนกลุ่มสุภาพสตรีที่นิยมเที่ยวหรือต้องทำงานในสถานบันเทิงให้ระมัดระวังตนเองให้มาก อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี

‘มนัญญา’หนุนโครงการชุมชนคนทำบัญชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684683

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ส่งเสริมการจัดทำบัญชีรายบุคคล ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ชุมชนคนทำบัญชี เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” ระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ที่สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ บึงพระชนก ต.เกาะเทโพ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ว่าการคิกออฟโครงการนี้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการจัดทำบัญชีให้ขยายผลไปในทุกกลุ่มเป้าหมาย นับเป็นการวางรากฐานสำคัญและเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสู่ความยั่งยืน ตามนิยาม “ชุมชนอยู่ดีมีสุข” ด้วยการพัฒนาความเป็นอยู่ อาชีพ และรายได้ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการนำระบบบัญชีไปวางรากฐาน สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ผ่านเครือข่ายครูบัญชีอาสา ซึ่งเป็นตัวแทนขับเคลื่อนการถ่ายทอดความรู้การจัดทำบัญชีให้เกษตรกรและเยาวชน รวมถึงประชาชนได้มีความรู้พื้นฐานในเรื่องบัญชี รับรู้สถานะทางการเงินของตนเอง สร้างวินัยทางการเงิน สามารถนำข้อมูลไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในครอบครัวและชุมชน เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการใช้จ่ายเงินได้ในอนาคต

ด้านนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม การจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน หรือบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ กลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ 70,000 คน มีการกำหนดหลักสูตรการอบรม สนับสนุนสมุดบัญชีและสื่อการสอน จัดครูบัญชีอาสา ถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดทำบัญชีตามหลักสูตรที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด และติดตามประเมินผลการจัดทำบัญชี ในส่วนขององค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น คัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ10-30 คนต่อรุ่น/ชุมชน และสนับสนุนด้านงบประมาณการจัดอบรม

‘อลงกรณ์’ถกสภาฯชูทำเกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684407

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นวิทยากรการสัมมนาและบรรยายในหัวข้อเรื่อง “การแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร โดยการเพิ่มมูลค่าด้านการผลิตการแปรรูป และการตลาด” ร่วมกับ นายวีระกร คำประกอบ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร และผู้เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ร่วมสัมมนา 200 คน จัดโดยคณะกรรมาธิการฯที่รัฐสภา มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ และระดมข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มมูลค่าด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด เพื่อแก้ปัญหาราคาผลิตผลทางการเกษตร และยกระดับรายได้เกษตรกรให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

นายอลงกรณ์กล่าวว่า สินค้าเกษตรของไทยพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก เช่น ราคาปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง และวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพงทำให้ต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรจึงต้องขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนที่เรียกว่า “คานงัด” เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของโลก

ทั้งนี้ ได้สร้างจุดเปลี่ยนแบบองค์รวมเป็นกลไกแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพภาคเกษตรของไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ โดยมีตัวอย่างที่ดำเนินการ อาทิ 1.การสร้างหุ้นส่วนทาง
ยุทธศาสตร์ด้านเกษตร 2.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต “เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด” 3.สร้างโอกาสตลาดใหม่และลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้วยแนวทาง “เชื่อมไทย เชื่อมโลก”4.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ด้วยนโยบายเทคโนโลยีเกษตรและนโยบายคุณภาพและมาตรฐาน เป็นต้น

‘เฉลิมชัย’ดันสินค้าฮาลาล เพิ่มรายได้เกษตรกรพื้นที่ชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684409

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล ในระดับพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา

สำหรับแนวทางการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐาน “ฮาลาล” ในพื้นที่ชายแดนใต้นั้น มีเป้าหมายการขับเคลื่อนในด้านต่างๆ คือ 1.การเพิ่มศักยภาพการผลิตเพื่อการบริโภคภายในและการส่งออกสินค้าเกษตร อาหารและบริการฮาลาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล) 2.ยกระดับสินค้าเกษตร อาหาร และบริการให้มีการรับรองตามมาตรฐานและฮาลาล 3.การเปิดตลาดใหม่สำหรับสินค้า อาหารและบริการฮาลาลจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน/ประเทศโลกมุสลิม/ประเทศที่มีมุสลิมร่วมอาศัยตามกรอบแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะพหุภาคี/ไตรภาคี/สหภาคี และ 4.สินค้าเกษตรและอาหารของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีภาพลักษณ์ความเป็นฮาลาลพร้อมกับอาหารรสชาติดีมีคุณภาพและดีต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ มี 3 กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และมีนโยบายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพร้อมจะร่วมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ผ่านโครงการสำคัญตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ/เห็นชอบ เช่น โครงการเมืองปศุสัตว์ชายแดนภาคใต้โครงการเมืองปูทะเลโลก และเมืองแห่งผลไม้ เป็นต้น โดยผลิตผลการเกษตรมาตรฐาน “ฮาลาล” ในพื้นที่ชายแดนใต้ พัฒนาโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ โดย รมช.มหาดไทย เป็นผู้แทนในการมาทำงานร่วมกับพื้นที่ใน
1 เดือนให้แล้วเสร็จ

อย่างไรก็ดี ตั้งใจจะให้ทุกจังหวัดของชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อการบริโภคในพื้นที่บริโภคภายในประเทศ และเป็น “ครัวฮาลาลของโลก” โดยเฉพาะการส่งผลผลิตทางการเกษตรไปยังพี่น้องผู้นับถือศาสนาอิสลามกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ สามารถเจรจาการค้าและการลงทุนร่วมกับประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรและอื่นๆ ที่มีฐานวัตถุดิบจากพืชผลทางการเกษตรเข้าสู่ประเทศซาอุฯ มีการจัดตั้งหอการค้าไทยและซาอุฯ จึงเป็นโอกาสที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลฯ จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ไทย-เวียดนามจับมือ ยกระดับให้ราคาข้าว ชงรมว.เกษตรฯ2ชาติ ขับเคลื่อนการค้าโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684406

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการหารือด้านข้าวกับนายเจิ่น แทงห์ นาม รมช.เกษตรและพัฒนาชนบท ประเทศเวียดนาม และคณะผู้บริหารระดับสูง ว่ามีการยืนยันอย่างแข็งขันและมุ่งมั่นในการร่วมมือยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก

“การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจารอบที่ 2 จากที่ฝ่ายไทยเสนอข้อริเริ่มให้ยกระดับราคาข้าวและรายงานให้ รมว.เกษตรฯ ทั้ง 2 ฝ่าย รับทราบ และเห็นด้วยในหลักการ จนนำมาสู่การเจรจาครั้งนี้ซึ่งนับเป็นความสำเร็จ และเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับที่ 2 และ 3 ของโลก ร่วมกันยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก เป็นงานที่ยากและยังมีภารกิจที่ท้าทายรออยู่เบื้องหน้า ส่วนจะสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่ได้เริ่มเดินก้าวแรกร่วมกันแล้วในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร”นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะนำเสนอผลสรุปของการประชุมเสนอต่อ รมว.เกษตรฯ ของ 2 ประเทศ เพื่อตั้งกลไกขับเคลื่อนร่วมกันในรูปของคณะทำงานเฉพาะกิจ และแจ้งสมาคมชาวนา สมาคมผู้ค้าข้าว สถาบันอาหารและสมาคมผู้ส่งออกข้าว ได้ทราบถึงแนวทางความร่วมมือดังกล่าว รวมทั้งจะเจรจาความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ทั้งสองฝ่าย ยังเห็นตรงกันที่จะเพิ่มการค้าสินค้าเกษตรให้มากขึ้นและสมดุลมากขึ้น