กรมชลฯติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกของกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681221

กรมชลฯติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกของกทม.

กรมชลฯติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกของกทม.

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.37 น.

กรมชลฯติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกของกทม.

20 กันยายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จึงได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และสำนักงานชลประทานที่ 11 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบ Hydroflow ขนาด 42 นิ้ว (3.5 ลบ.ม./ วินาที) เพิ่มเติมอีก 2 จุด ได้แก่ บริเวณประตูน้ำคลอง 19 จำนวน 3 เครื่อง และบริเวณประตูน้ำคลอง 20 อีก 3 เครื่อง คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้ในวันนี้ (20 ก.ย. 65) พร้อมกันนี้ยังได้เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและขุดลอกคลองเพิ่มเติม ได้แก่ คลองหกวา คลอง 19 คลอง 20 และคลอง 21 เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทยได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว (0.3 ลบ.ม./วินาที) จำนวน 2 เครื่อง บริเวณหมู่บ้านฟลอร่าวิวล์ แขวงลำผักชี เขตหนอกจอก กรุงเทพมหานคร เพื่อสูบน้ำระบายน้ำท่วมขังในหมู่บ้านฟลอร่าวิวล์ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว (0.3 ลบ.ม./วินาที) เพิ่มอีก 2 เครื่อง บริเวณหมู่ 2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว สำหรับในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง ที่บริเวณคลองบ้านกล้วย เทศบาลเมืองบางบัวทอง  อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กรมชลประทาน  จะเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง ไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุด หากหน่วยงานหรือประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1460 ได้ตลอดเวลา

‘เฉลิมชัย’สั่งกรมชลฯ จับตาสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมรับมือฝน ช่วยเหลือพื้นที่ถูกท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681136

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จึงสั่งการให้กรมชลประทาน เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด พิจารณาปรับลดหรือเพิ่มการระบายน้ำ ในอ่างเก็บน้ำ
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และกำชับให้จัดเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดัน ประจำจุดเสี่ยง ให้สามารถใช้งานได้ทันที พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ประจำจุดประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและพนังกันน้ำให้อยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น ตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ กำหนด พร้อมกำชับให้เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจนกว่าเหตุการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 49,320 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 26,769 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน13,643 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 11,228 ล้าน ลบ.ม.

กรมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือ ชาวสวนภาคเหนือส่งขายลำไย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681139

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผลผลิตลำไยในภาคเหนือกำลังออกสู่ตลาดพร้อมกัน คาดการณ์ว่าผลผลิตปีนี้เป็นลำไยในฤดู 812,818 ตัน นอกฤดู 259,746 ตันเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ประมาณ 20% และเกษตรกรยังต้องประสบปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัจจัยการผลิตที่มีราคาสูงขึ้น ทั้งนี้ สถาบันเกษตรกรที่รวบรวมและจำหน่ายลำไย 20 แห่ง ใน 6 จังหวัด ปี 2564 สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวบรวมลำไย 5,282.53 ตัน มูลค่า 81,064,333.51 บาท สำหรับในปีการผลิต 2565 มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในภาคเหนือดำเนินธุรกิจรวบรวมและจำหน่ายลำไย 17 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา และลำพูน รวม 4,780.77 ตัน มูลค่า 76,900,641.01 บาท โดยจำหน่ายผ่านช่องทางคู่ค้าเอกชน 61.90% Modern trade 7.28% ส่งออกผ่านตัวแทน 4.80% เครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่างๆ 2.24% และตลาดออนไลน์ 2.47%

สำหรับในปี 2565 ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือสถาบันเกษตรกร โดยจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 95 ล้านบาท พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) ให้กับสหกรณ์ที่รวบรวมผลไม้ 2 แห่ง ใน จ.เชียงราย นอกจากนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ คชก.14 ล้านบาท จัดสรรตะกร้าบรรจุลำไยให้สหกรณ์ในภาคเหนือ นำไปใช้รวบรวมผลผลิตและขนส่งเพื่อกระจายสู่ตลาด โดยขณะนี้มีสหกรณ์ใน จ.เชียงใหม่ น่าน ลำพูน และพะเยา ได้รับการจัดสรรไปแล้ว 10 แห่ง 90,200 ใบและได้สนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการผลิตและการตลาด โดยมีการจับคู่ค้า 192 คู่ค้า ปริมาณ 17,010.30 ตัน มูลค่า 217.33 ล้านบาท ขณะนี้ได้มีการจำหน่ายลำไยจากสหกรณ์ต้นทางแล้ว 6 แห่ง ไปสู่คู่ค้า 22 แห่ง ปริมาณ 64.07 ตันซึ่งสถานการณ์ลำไยในเขตภาคเหนือ จะมีผลผลิตมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม ผลผลิต 377,567 ตัน และในเดือนกันยายน 132,923 ตัน

“ได้สั่งการให้สหกรณ์ทุกจังหวัดช่วยประสานเครือข่ายสหกรณ์แต่ละพื้นที่ สั่งซื้อลำไยจากสหกรณ์ผู้ผลิตภาคเหนือ เพื่อเร่งกระจายสู่ผู้บริโภค โดยให้สหกรณ์ต้นทางในภาคเหนือเปิดจุดรวบรวมลำไยจากสมาชิกและเกษตรกรในราคานำตลาด เพื่อนำมาคัดเกรดบรรจุลงตะกร้าและเร่งจัดส่งให้สหกรณ์ที่เป็นตลาดปลายทาง เพื่อให้ถึงผู้บริโภคโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยระบายลำไยได้ทันเวลาในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกมาพร้อมกันจำนวนมาก และดึงราคาลำไยในพื้นที่ไม่ให้ตกต่ำ เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยอีกทางหนึ่ง ปีที่ผ่านมา ได้อุดหนุนงบประมาณจัดซื้อตะกร้าบรรจุผลไม้และรถบรรทุกสินค้าให้เครือข่ายสหกรณ์ ใช้ในการขนส่งผลผลิตการเกษตรทำให้การจัดส่งสินค้าในเครือข่ายสหกรณ์เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วทันใจและช่วยยืดอายุของผลผลิตให้ยาวนานก่อนถึงมือผู้บริโภค”นายวิศิษฐ์ กล่าว

อ.ต.ก.จัดงานสินค้าเกษตร คุณภาพดีส่งถึงมือผู้บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681137

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ได้จัดกิจกรรม “สินค้าเกษตรเกรดคุณภาพ” ที่ตลาด อ.ต.ก.พื้นที่ทางเดินริมคลองบางซื่อ จนถึงวันที่ 26 กันยายน 2565 ตั้งแต่โซน 3 ถึง 12 ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นตามโครงการส่งเสริมตลาดผู้บริโภคผลไม้ไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสร้างช่องทางการจำหน่ายผลไม้สดและผลไม้แปรรูป ช่วยกระจายผลผลิตผลไม้จากแหล่งปลูกสู่ผู้บริโภคโดยตรง เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ อ.ต.ก.คัดสรรสินค้าเกษตรเกรดคุณภาพทั้งผลไม้สดและผลไม้แปรรูปหลากหลายชนิด จากเกษตรกร สถาบันเกษตรกร มาจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง ในราคาที่เหมาะสม อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้ ลำไย น้อยหน่าเพชรปากช่อง แก้วมังกรภูเรือ ฝรั่งกิมจู ฝรั่งหงเป่าสือ ส้มโอทองดี มะพร้าวน้ำหอม มะละกอฮอลแลนด์ กล้วยน้ำว้า มะม่วงอบแห้ง ลำไยอบแห้ง และพืชผักสวนครัวมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการแจกคูปองเงินสด 50 บาท เพียงกด Like & Share เพจ อตก.เดลิเวอรี่ http://www.ortorkor.com เพื่อใช้เป็นส่วนลดภายในงานจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันสนับสนุนผลไม้ไทยเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรไทย

ปลัดเกษตรฯลุยงาน17จว.ภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681138

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และตรวจเยี่ยมส่วนราชการใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ว่าสหกรณ์แห่งนี้เป็นตัวอย่างของการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพิ่มความเข้มแข็งในธุรกิจภาคเกษตร สร้างมูลค่าให้กับสินค้าไข่ไก่ สอดคล้องกับนโยบายและโครงการต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ โดยสหกรณ์ดังกล่าวขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร มีสาขาอยู่ใน จ.เชียงใหม่ และลำพูน 4 สาขา สำหรับการสนับสนุนของกระทรวงเกษตรฯ ได้เข้าไปดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหกรณ์ ตลอดจนสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้มีความร่วมมือในการทำศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไข่ไก่ในรูปแบบฟาร์มกลาง โดยจะมีการสร้างโรงเรือนและติดตั้งกรงไก่แบบอัตโนมัติ เพื่อเลี้ยงไก่รุ่นและไก่ไข่ ติดตั้งระบบไบโอแก๊ส เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
ไว้ใช้ภายในโรงเรือน มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงไข่ไก่ให้กับคนที่สนใจในอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ และเพื่อทดแทนปริมาณไข่ไก่ของสมาชิกที่เลิกเลี้ยง รวมถึงเพื่อใช้อุปกรณ์การตลาดที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่ – ลำพูน จำกัด เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะราคาไข่ไก่ตกต่ำ และต้นทุนวัตถุดิบและอาหารสัตว์มีราคาที่สูงขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกสามัญทั้งหมด 66 ราย สมาชิกสมทบ 110 ราย มีทุนดำเนินงาน 114,634,800 บาท อาชีพหลักของสมาชิกคือการเลี้ยงไก่ไข่ โดยมีไก่ไข่ประมาณ 800,000 ตัว สำหรับธุรกิจของสหกรณ์ มี 5 ธุรกิจ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจรวบรวมผลผลิตไข่ไก่ 2.ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย 3.ธุรกิจแปรรูป (อาหารสัตว์และผลผลิต) 4.ธุรกิจสินเชื่อ และ 5.ธุรกิจบริการรับฝากเงิน

‘เฉลิมชัย’ลุยอุบลฯเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681027

‘เฉลิมชัย’ลุยอุบลฯเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว

‘เฉลิมชัย’ลุยอุบลฯเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.46 น.

‘เฉลิมชัย’ลุยอุบลฯเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว

19 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยมีนายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุลรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ โรงเรียนม่วงสามสิบ (อำนวยปัญญา)อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เพื่อผู้เข้าร่วมงาน ได้เรียนรู้และมีความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการนำเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเหมาะสม และยกระดับมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพและเพิ่มผลตอบแทนในการผลิตข้าวคุณภาพ

นายเฉลิมชัย กล่าวว่าจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ทำนามากที่สุดในประเทศไทย คือ 4.1 ล้านไร่ โดยปลูกข้าวหอมมะลิเป็นหลัก ถึง 3.7 ล้านไร่ ข้าวหอมมะลิของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นข้าวที่มีคุณภาพสูงจึงทำให้ผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิมุ่งมาที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นอันดับแรกการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรทั่วไปและเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมงาน ให้รับรู้และเข้าใจความสำคัญของศูนย์ข้าวชุมชนที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการผลิตข้าวคุณภาพของประเทศ ตลอดจนเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในรูปแบบศูนย์ข้าวชุมชน การนำเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตและยกระดับมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมไปถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและเพิ่มมูลค่าทางการค้าจากการผลิตข้าวคุณภาพดี ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนและมาให้กำลังใจหลังจากที่ร่วมกันฝ่าฟันสถานการณ์โควิด-19 และกำลังที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยยืนยันว่าจะทำให้ดีขึ้น และให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสดีที่พี่น้องชาวอำเภอม่วงสามสิบได้ร่วมกันจัด “งานฉลอง 139 ปีเกษตรอินทรีย์ อำเภอม่วงสามสิบ” ขึ้นมาพร้อมกันด้วยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระที่อำเภอม่วงสามสิบก่อตั้งมาครบ 139 ปี และเพื่อสมโภชน์ “พระบรมพุทธโธ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำเมืองม่วงสามสิบ ที่ชาวอำเภอม่วงสามสิบให้ความเคารพบูชา งานฉลองฯ นี้ จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 24 กันยายน 2565

ภายในงานเปิดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาชน สถาบันการศึกษา ได้นำผลผลิตมาแสดงและจำหน่าย ถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรและปศุสัตว์ให้พี่น้องชาวอำเภอม่วงสามสิบและอำเภอใกล้เคียงเข้ามาศึกษาเรียนรู้นำไปประกอบอาชีพ มีประกวดแข่งขันเต้นบาสโลบของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อ.ส.ม) สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล จำนวน24แห่งในอำเภอม่วงสามสิบ และมีการแข่งขันตำส้มตำด้วยซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นการส่งเสริมให้พี่น้องชาวอำเภอม่วงสามสิบมีความสมัครสมานสามัคคีกัน มีช่องทางการจำหน่ายสินค้า มีรายได้เพิ่มมากขึ้น  และดำรงประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวอำเภอม่วงสามสิบต่อไป

-005

กรมชลฯระดมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังลงสู่อ่าวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680997

กรมชลฯระดมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังลงสู่อ่าวไทย

กรมชลฯระดมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังลงสู่อ่าวไทย

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.21 น.

‘กรมชลประทาน’ ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมในเขตรอยต่อกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและปริมณฑล ลงสู่ทะเลอ่าวไทย ตามข้อสั่งการ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรเทาความเดือนร้อนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

19 กันยายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในขณะนี้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพในการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนี้

+ จังหวัดสมุทรปราการ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบ Hydroflow เพิ่มเติม 2 เครื่อง ที่สถานีสูบน้ำนางหงษ์ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จากเดิมที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 3 ลบ.ม./วินาที ไว้แล้ว 6 เครื่อง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยให้เร็วยิ่งขึ้น

+ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ได้มีการรับน้ำต่อจากพื้นที่น้ำท่วมขังเขตลาดกระบัง ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบ  Hydroflow ขนาด 2 ลบ.ม./วินาที  จำนวน 2 เครื่อง ที่สถานีสูบน้ำท่าไข่ 1 ตำบลท่าไข่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลงสู่แม่น้ำบางปะกง และระบายออกสู่อ่าวไทยตามลำดับ

+ จังหวัดนครนายก ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 3 ลบ.ม / วินาที จำนวน 6  เครื่อง  และขนาด 12 นิ้ว จำนวน 4 เครื่อง  รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบ Hydroflow ขนาด 30 นิ้ว อีก 2 เครื่อง ที่บริเวณสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ อ.องครักษ์ ช่วยเร่งระบายน้ำในคลองหกวาสายล่าง ซึ่งรับน้ำมาจากพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครและปทุมธานี ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำนครนายกในลำดับถัดไป ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านกรุงเทพมหานคร และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตจังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือจนกว่าจะสิ้นฤดูฝน เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด หากหน่วยงานหรือประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1460 ได้ตลอดเวลา

ปลัดเกษตรฯรุกพัฒนางานที่เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680901

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการมอบแนวทางการบริหารงานกระทรวงเกษตรฯ และลงพื้นที่ตรวจราชการภาคเหนือ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม ว่ามุ่งหวังให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าใจแนวทางการดำเนินงานและพัฒนาการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาคการเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ดังนั้นนโยบาย “Agri challenge Next Normal 2022” ของกระทรวงเกษตรฯ จึงเป็นนโยบายที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร

สำหรับการขับเคลื่อนต้องดำเนินงานในเชิงบูรณาการภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงการบริหาร แปลงสารให้ชัด จัดสรรให้ถูก” ซึ่งหมายถึงการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์กับพันธกิจของกระทรวงเกษตรฯ สร้างการสื่อสารนโยบายไปยังผู้ปฏิบัติ และการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับภารกิจ ขับเคลื่อนงานใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ภารกิจเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย 2.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร และ 3.วางรากฐานการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าหมายครอบคลุม 4 ด้านในปี 2565 คือ 1.ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตร เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.8%

2.ผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.2% 3.เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ลดลงไม่น้อยกว่า 10% และ 4.พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 350,000 ไร่รวมทั้งเตรียมการผลักดันเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (2566-2570) ของกระทรวงเกษตรฯ อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ภาคการเกษตร จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้ง 25 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 1,854,294 ไร่ คิดเป็น 14.76%

‘อลงกรณ์’นำทีมลงพื้นที่ ขับเคลื่อน เพชรบุรีโมเดล คิกออฟพืชเศรษฐกิจใหม่ ช่วยสร้างอาชีพเพิ่มรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680900

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กล่าวว่า เริ่มคิกออฟขับเคลื่อนโครงการพืชเศรษฐกิจใหม่สาหร่าย : อาหารแห่งอนาคต (FutureFood) ที่ จ.เพชรบุรี เป็นจังหวัดแรก เพื่อสร้างอาชีพเพิ่มรายได้เกษตรกร โดยกรมประมง เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารโครงการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ

สำหรับการเลือกเพชรบุรีเป็นจังหวัดคิกออฟโครงการ เนื่องจากมีพื้นฐานการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในพื้นที่ อ.บ้านแหลม และเป็นต้นแบบในยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์การพัฒนาสาหร่ายให้เป็นหนึ่งในจังหวัดต้นแบบภายใต้แนวทาง “เพชรบุรีโมเดล” ซึ่งจะส่งเสริมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาการผลิตด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างศักยภาพผู้เพาะเลี้ยงสาหร่าย การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มโดยวิสาหกิจชุมชน องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและผู้ประกอบการภาคเอกชน การสร้างแบรนด์และการส่งเสริมการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยกรมประมงได้ผนึกความร่วมมือกับภาครัฐภาคเอกชน ภาควิชาการ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.เพชรบุรี ที่แหลมผักเบี้ย ดำเนินการวิจัยและพัฒนาสาหร่ายทะเลหลายสายพันธุ์ และเยี่ยมชมกิจการฟาร์มเลี้ยงสาหร่าย เช่น แฟมิลิฟาร์ม เบญจมาศฟาร์ม และฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมวิชาการฯเตือนภัย โรคใบจุดเน่าในผักช่วงฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680903

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศรุต สุทธิอารมณ์ ผอ.สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ช่วงฤดูฝนขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดหรือใบจุดตากบ สาเหตุจากเชื้อรา Cercospora lactucae-sativae ทำลายผลผลิตผักสลัดทุกระยะการเจริญเติบโต โดยเฉพาะผักที่มีใบกว้าง เช่น กรีนคอส บัตเตอร์เฮดโดยเริ่มแรกแผลมีลักษณะเป็นจุดฉ่ำน้ำ สีน้ำตาลอ่อน ต่อมาแผลขยายใหญ่มีลักษณะกลมหรือค่อนข้างกลม เรียงซ้อนกันเป็นชั้น กลางแผลมีสีเทาหรือสีขาว ขอบแผลมีสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายตากบ แผลมีหลายขนาดตั้งแต่จุดเล็กถึงจุดใหญ่ ขนาด 1-10 มิลลิเมตร เกิดกระจายทั่วใบ ถ้าอาการรุนแรงแผลจะลามขยายติดกันทำให้ใบไหม้ หากเกิดกับใบอ่อนอาจทำให้เกิดอาการใบหงิกงอ

สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดให้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปลอดโรค หรือฆ่าเชื้อที่อาจติดมากับเมล็ด โดยแช่ในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส นาน 20-25 นาที และก่อนการปลูกควรไถพรวนดินลึกๆ ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้เศษซากพืชและวัชพืชย่อยสลาย จัดการแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี ควรมีอากาศถ่ายเท หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอเมื่อพบโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเช่น เบโนมิล 50% WP อัตรา 12 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% WP อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีถ้าพบโรคระบาดรุนแรง ให้ปลูกพืชอื่นสลับหมุนเวียนอย่างน้อย 3 ปี

นายศรุตกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด อาจถูกการทำลายจากโรคเน่าเละ โดยอาการเริ่มแรกแผลมีลักษณะเป็นจุดฉ่ำน้ำเล็กๆ บนใบหรือบริเวณลำต้น ต่อมาแผลจะขยายลุกลาม เนื้อเยื่อพืชบริเวณแผลจะยุบตัวลง มีเมือกเยิ้ม มีกลิ่นเหม็น ก่อนเน่าทั้งต้น โรคนี้พบระบาดมากในฤดูฝน