ส.ป.ก.ใช้เงินกองทุนฯพัฒนาแปลงที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678064

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 5/2565 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ 1.งานถนน การเห็นชอบอนุมัติเงินกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการปรับปรุงถนนสายหลัก ผิวจราจรหินคลุก ระยะทาง 1.605 กิโลเมตร 1 สาย ในแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 แปลงที่ดิน NO 601 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ งบลงทุน 1,565,000 บาท และ 2.อนุมัติการสำรวจออกแบบงานพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 แปลงที่ดิน NO 83 จ.ชุมพร ระยะที่ 1 เป็นงบดำเนินงาน 236,960 บาท เพื่อเป็นการช่วยให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำสำหรับแก้ปัญหาภัยแล้งและการอุปโภค-บริโภค รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน

นอกจากนั้น ยังมีการอนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดซื้อและอนุมัติราคาที่ดิน ต.จรเข้ร้อง และ ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง รวมเนื้อที่ประมาณ 63-0-09 ไร่ วงเงินจัดซื้อทั้งสิ้น 8,316,425 บาท

ดร.วิณะโรจน์กล่าวว่า ได้อนุมัติโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลเพื่อการอุปโภค-บริโภค มีโครงการสร้างและปรับปรุงถนนทั้งสายหลักและสายซอยในแปลงเกษตรกรรม เพื่อการสัญจรและการขนส่งสินค้าทางการเกษตรออกสู่ตลาดได้อย่างสะดวก นอกจากนั้นยังอนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดซื้อและอนุมัติราคาที่ดิน โดย ส.ป.ก.จะนำมาวางผังแปลงที่ดินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน แหล่งน้ำ รวมถึงการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่ผ่านมาได้จัดสรรที่ดินและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรผ่านโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ

‘หม่อนไหม’ร่วมงาน ส่งเสริมสินค้าเกษตร มุ่งหน้าตลาดยุคใหม่ จัดการผ้าไหมคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678062

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ได้จัดงานส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นสู่ตลาดยุคใหม่ด้านหม่อนไหม ที่ไอคอนสยาม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 รวมถึงเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม ให้ผู้สนใจและคนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของผ้าไหมไทย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร กลุ่มผู้ทอผ้าไหม และผู้ประกอบการผ้าไหม และเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับงานหม่อนไหมในด้านต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการตลาดนำการผลิตด้านสินค้าหม่อนไหม นิทรรศการผลงานการออกแบบและตัดเย็บผ้าไหม การแสดงแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหมศิลปาชีพฯ ร่วมสมัย จากการประกวด The 3rd Next Big Silk Designer Contest และชุดผ้าไหมไทยของคณะทูตานุทูตหลายประเทศ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตด้านหม่อนไหมที่น่าสนใจบนเวที พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าหม่อนไหมจากทั่วประเทศ และร้านค้ามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ไทยเชื่อมต่อระบบอินโดนีเซีย อำนวยความสะดวกส่งสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678063

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ได้ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ประชุมผู้ประสานงานด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ASEAN SPS Contact Points: ASCP) ครั้งที่ 10 และการประชุมคณะทำงานด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ASEAN Committee on SPS: AC-SPS) ครั้งที่ 12 โดยมีประเทศอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งที่ประชุมมีการหารือประเด็นการดำเนินการด้านมาตรการ SPS ภายในอาเซียน เช่น ผลการดำเนินการความร่วมมือด้าน SPS ของอาเซียนภายใต้คณะทำงานต่างๆ การแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประสานงาน กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือด้าน SPS ระหว่างอาเซียนกับประเทศอื่นๆความคืบหน้าการจัดทำระบบใบรับรองสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-SPS) ของอาเซียน การเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) เป็นต้น

นายพิศาลกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการส่งเสริมความร่วมมือด้าน SPS ภายในอาเซียน ไทยในฐานะผู้ริเริ่ม
และผู้ดูแลระบบการแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารของอาเซียน (ARASFF) ได้แจ้งความคืบหน้าการพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบการแจ้งเตือนของไทยกับของอาเซียน เพื่อเป็นต้นแบบแก่ประเทศสมาชิกอาเซียน ในการนำไปพัฒนาระบบ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกการใช้งานระบบ ลดความซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล โดยไทยคาดว่าจะทดสอบระบบดังกล่าวภายในปี 2565 และยังขอให้ประเทศสมาชิกเข้าใช้งานระบบ ARASFF และนำเข้าข้อมูลแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อตรวจพบสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเตือนภัยสินค้าเกษตรและอาหารของอาเซียน เพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ ไทยในฐานะผู้ดูแลเว็บไซต์เครือข่ายกลางของอาเซียนด้านความปลอดภัยอาหาร (AFSN) ได้สอบถามความคิดเห็นในการใช้งานเว็บไซต์จากประเทศสมาชิก เพื่อนำปัญหา อุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอแนะในการใช้งานมาวิเคราะห์ประกอบการปรับปรุงเว็บไซต์ดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ AFSN เป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านความปลอดภัยอาหารที่มีข้อมูลครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน สะดวกต่อการสืบค้นข้อมูลทั้งสำหรับภาครัฐและเอกชน ทั้งภายในและภายนอกอาเซียน โดยปัจจุบันเว็บไซต์ดังกล่าวได้รวบรวมกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยอาหารของอาเซียน สามารถเข้าใช้งานและสืบค้นข้อมูลได้ที่ http://www.afsn.net

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’จี้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งหาทางกำจัด‘หญ้าแม่มด’ภัยคุกคาม‘ไร่อ้อย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678046

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’จี้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งหาทางกำจัด‘หญ้าแม่มด’ภัยคุกคาม‘ไร่อ้อย’

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’จี้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งหาทางกำจัด‘หญ้าแม่มด’ภัยคุกคาม‘ไร่อ้อย’

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.39 น.

วันที่ 5 กันยายน 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย. ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย โพสต์ข้อความระบุว่า

#หญ้าแม่มด …มหันตภัยร้ายแรงในไร่อ้อย

สมาคมฯเตือนภัยมาหลายปีแล้ว..ว่าพบการระบาดของหญ้าแม่มด (Witch weed) ชนิดดอกสีขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Striga angustifolia พบในแหล่งปลูกอ้อยจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ ปี 2560 แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่มีการเตือนภัยจากหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรง ด้วยเหตุผลว่า “เกรงจะมีผลกระทบต่อการส่งออก..หากประเทศคู่ค้าทราบว่าประเทศไทยมีการระบาดของหญ้าแม่มด”

การเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะเกรงจะกระทบการส่งออก แต่ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ต้องทำอะไรเลย  เพราะหญ้าแม่มด ไม่ใช่วัชพืชกาฝากในอ้อยเท่านั้น แต่สามารถดูดกินน้ำเลี้ยงในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวอื่นๆได้ด้วย เช่น ข้าวไร่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง วัชพืชใบแคบ (เช่น หญ้าคา หญ้าตีนกา หญ้าตีนกา หญ้ารังนก หญ้าปากควาย หญ้าตีนติด หญ้านกสีชมพู และหญ้าพง เป็นต้น)

ทำไมทั่วโลกกลัวอันตรายร้ายแรงของหญ้าแม่มด

เพราะหญ้าแม่มด..เป็นกาฝากที่ราก (root parasite) หลังจากงอก จะแทงรากที่เรียกว่า haustorium  เข้าไปในรากพืชอาศัยเพื่อดูดกินน้ำเลี้ยงในขณะที่ยังอยู่ใต้ดินไม่มีแสงแดด หลังจากแข็งแรงดีแล้ว.หญ้าแม่มด จะโผล่ขึ้นมาพ้นผิวดินเป็นต้นเล็กๆสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตรอยู่รอบๆพี่อาศัยได้จะออกดอกติดเมล็ดอยู่ในดิน
หญ้าแม่มด 1 ต้นสามารถสร้างเมล็ดได้สูงสุดถึง 200,000 เมล็ด

สิ่งที่น่ากลัว‼คือเมล็ดหญ้าแม่มดจะมีชีวิตอยู่ในดินได้นาน 15-20 ปี  เนื่องจาก เมล็ดมีขนาดเล็กมากคล้ายฝุ่น.จึงสามารถติดไปกับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดข้าวฟ่างหรือ ข้าวได้.. ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทั่วโลกตั้งข้อรังเกียจเมล็ดหญ้าแม่มด.. ไม่ต้องการให้ติดไปกับเมล็ดพันธุ์ที่จะเข้าไปขายในประเทศของเขา

หญ้าแม่มดมดในอ้อย..ไม่ใช่มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีรายงานพบในหลายประเทศ เช่นอินเดีย อินโดนีเซีย และ ออสเตรเลีย  น่าสนใจว่า.วิธีการแก้ปัญหาหญ้าแม่มดในอ้อยของประเทศออสเตรเลียทำอย่างไร แต่ที่แน่ๆคือ ออสเตรเลียไม่ได้เก็บเป็นความลับเหมือนประเทศไทย ทำไมเค้าไม่กลัวถูกกีดกันทางการค้า..โปรดติดตามตอนต่อไป

#หญ้าแม่มดชนิดดอกสีขาว #วัชพืชกาฝากที่รากอ้อย
#quarantineweed 
#sugarcane 
#Striga 
#maize 
#sorghum

ปศุสัตว์ลุยค้น 7 จุดเชียงใหม่ อายัด‘ซากสุกรเถื่อน’ 5.3 ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677979

ปศุสัตว์ลุยค้น 7 จุดเชียงใหม่ อายัด‘ซากสุกรเถื่อน’ 5.3 ตัน

ปศุสัตว์ลุยค้น 7 จุดเชียงใหม่ อายัด‘ซากสุกรเถื่อน’ 5.3 ตัน

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.38 น.

‘เฉลิมชัย’ สั่งปศุสัตว์ตรวจสอบแหล่งที่มาลงโทษผู้ทำความผิด พร้อมอายัดซากสุกรหลังพบลอบนำเข้าในพื้นที่เชียงใหม่กว่า 5.3 ตัน

5 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันการเกิดโรคระบาดในสัตว์และโรคระบาดสัตว์ที่สามารถติดต่อสู่คนได้ จึงได้กำชับแจ้งไปยังกรมปศุสัตว์ตรวจสอบคุมเข้มสถานประกอบการเก็บซากสัตว์อย่างเข้มงวด โดยล่าสุดมีรายงานมายังตนได้ตรวจสอบห้องเย็นที่เชียงใหม่ จำนวน 7 แห่ง พบจำนวน 1 แห่ง ที่สงสัยมีการนำเข้าซากสัตว์ผิดกฎหมายจากต่างประเทศเป็นซากสุกร รวมทั้งหมด 5,375 กิโลกรัม จำนวน 475 กล่อง ภายใต้อำนาจตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 จึงได้ทำการอายัดซากสัตว์ที่สงสัยไว้ทั้งหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 7 แห่ง ตรวจพบในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 แห่ง โดยพบซากสุกรต้องสงสัยลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ 4 รายการ ประกอบด้วย ไส้ตันสุกร ระบุข้างกล่องประเทศเยอรมัน จำนวน 130 กล่อง , ตับสุกร ระบุข้างกล่องอาร์เจนติน่า จำนวน 100 กล่อง , ไส้สุกร ไม่ทราบแหล่งที่มา จำนวน 75 กล่อง และราวนมสุกร ระบุข้างกล่องเนเธอร์แลนด์​ จำนวน 90 กล่อง เป็นซากสุกรรวมทั้งหมด 475 กล่อง รวมน้ำหนัก 5,375  กิโลกรัม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดซากสุกรทั้งหมดดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบเอกสารการนำเข้า และเอกสารเคลื่อนย้ายซากสุกรดังกล่าวมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  และได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานไว้ที่ สภ.สารภี หากพบการกระทำความความผิดตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำความผิดที่ สภ.สารภีต่อไป

-005

เปลี่ยนพื้นที่จัดมหกรรมพืชสวนโลกโคราชปี 72 หลังที่เดิม’โคกหนองรังกา’ดินน้ำเค็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677956

เปลี่ยนพื้นที่จัดมหกรรมพืชสวนโลกโคราชปี 72 หลังที่เดิม'โคกหนองรังกา'ดินน้ำเค็ม

เปลี่ยนพื้นที่จัดมหกรรมพืชสวนโลกโคราชปี 72 หลังที่เดิม’โคกหนองรังกา’ดินน้ำเค็ม

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.37 น.

งานมหกรรมพืชสวนโลกปี 2572 ในนครราชสีมาเปลี่ยนพื้นที่จัดงานใหม่หลังพื้นที่เดิม “โคกหนองรังกา” อำเภอคงพบดิน-น้ำเค็ม ทางจังหวัดเสนอพื้นที่สำรอง “โคกหนองกุง-หนองแก้ว ตำบลหนองตะไก้ อำเภอสูงเนิน” ผู้แทนสมาคมพืชสวนโลก รุดตรวจสอบเพื่อหาข้อสรุป

วันที่ 5 ก.ย.65 ที่ห้องลำตะคอง โรงแรมแคนทารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากสมาคมพืชสวนโลก และคณะ ร่วมกันประชุมหารือและตรวจสอบพื้นที่ที่สาธารณประโยชน์แปลงโคกหนองกุง-หนองแก้ว หมู่ที่ 6 ต.หนองตะไก้ อ.สูงเนิน และพื้นที่โคกหนองรังกา ต.เทารักษ์ อ.คง จ.นครราชสีมา อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อรองรับพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา ในปี 2572 หลังจากก่อนหน้านี้ในการประชุมรายละเอียดของคณะกรรมการพืชสวนโลกแห่งประเทศไทยพบว่าพื้นที่โคกหนองรังกา ต.เทารักษ์ อ.คง จ.นครราชสีมา ซึ่งเดิมจะเป็นพื้นที่จัดงานพืชสวนโลกนั้นมีคุณภาพดินและน้ำที่เค็มและอาจจะไม่เหมาะสมในการใช้เป็นพื้นที่จัดงานจึงมีการหาพื้นที่สำรอง โดยทางจังหวัดได้เสนอพื้นที่โคกหนองกุง-หนองแก้ว หมู่ที่ 6 ต.หนองตะไก้ อ.สูงเนิน เพื่อให้ผู้แทนสมาคมพืชสวนโลกช่วยพิจารณาและตรวจสอบความเหมาะสม

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาได้เสนอตัวจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 และได้ผ่านมติของคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่เมื่อมีการประชุมในรายละเอียดของคณะกรรมการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ มีข้อกังวลในเรื่องของคุณภาพของดินและน้ำที่โคกหนองรังกา ต.เทพารักษ์  อ.คง ทางจังหวัดจึงได้มีการเสนอที่สำรองขึ้นมา ได้แก่พื้นที่โคกหนองกุง-หนองแก้ว ต.หนองตะไก้ อ.สูงเนิน 

ดังนั้น ผู้แทนจากสมาคมพืชสวนโลก เดินทางมาติดตามและมาให้ข้อแนะนำอย่างไม่เป็นทางการและมาตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 2 แห่งไม่ว่าจะเป็นโคกหนองรังกา อ.คง และโคกหนองกุง-หนองแก้ว อ.สูงเนินว่าพื้นที่ไหนมีความเหมาะสมหากจะต้องมีการเปลี่ยนพื้นที่ที่จะจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 โดยหลังจากการลงพื้นที่แล้วจะมีการประชุมเพื่อสรุปถึงความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ก็ต้องมีการเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งและจัดเตรียมข้อมูลเสนอตัวในช่วงกลางปี 2566 เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกต่อไป – 003

กรมชลฯขับเคลื่อนแผน พัฒนาแหล่งน้ำที่ลำน้ำชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677812

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ พัฒนาแหล่งน้ำสองฝั่งลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่กรมชลประทาน โดยการประชุมครั้งนี้ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสองฝั่งลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีอยู่ทั้งหมด 99 โครงการ แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 5 โครงการ ประตูระบายน้ำที่อยู่ระหว่างการศึกษา EIA ปี 2566 จำนวน5 โครงการ ส่วนอีก 89 โครงการที่เหลือ เป็นงานขุดลอกแก้มลิง ซึ่งดำเนินการเสร็จแล้ว 26 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 6 โครงการ อีก 2 โครงการ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในปี 2567 อีก 55 โครงการ หากดำเนินการโครงการต่างๆ แล้วเสร็จทั้งหมด จะสามารถเพิ่มความจุกักเก็บน้ำได้รวมกันประมาณ 423.76 ล้านลูกบาศก์เมตรมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 361,692 ไร่

ทั้งนี้ นายประพิศ ได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบเตรียมความพร้อมให้ครบทุกด้าน เพื่อเร่งรัดโครงการต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

‘มนัญญา’หนุนสหกรณ์เลี้ยงแพะ แก้หนี้สินเกษตรกรชาวบางมูลนาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677809

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มแพะของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบางมูลนาก จำกัด พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ โดยมี นายธวัชชัย เลี้ยงประเสริฐ รอง ผวจ.พิจิตร น.ส.เบ็ณยทิพย์ อ่ำดิษฐ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบางมูลนาก จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ว่าได้ส่งเสริมให้สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ สร้างอาชีพที่มั่นคง และมีความเข้มแข็ง ซึ่งจากภาวะภัยพิบัติต่างๆ ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาการทำเกษตร จึงส่งเสริมให้หันมาทำอาชีพเสริมหลังการทำนา โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะสร้างรายได้ เนื่องจากเป็นสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับการค้าและบริโภค เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและให้ผลตอบแทนเร็ว

ทั้งนี้ จ.พิจิตร ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวอันดับต้นๆ ทางภาคเหนือ แต่ในพื้นที่ อ.บางมูลนาก เกษตรกรบางส่วนสามารถทำนาได้เพียงปีละครั้ง เนื่องจากภาวะขาดแคลนแหล่งน้ำ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอ และก่อให้เกิดหนี้สินระยะยาว ในปี 2560 สหกรณ์ฯ จึงดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกสหกรณ์ เพื่อเพิ่มรายได้ในช่วงหลังฤดูทำนาแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร โดยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในรูปเงินกู้แก่สมาชิกเพื่อจัดเตรียมโรงเรือน จัดหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แพะ และอาหารสัตว์ รวมทั้งจัดหาตลาดให้แก่สมาชิกอีกทั้งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตรได้สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์พิจิตรสอนแนะการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนการผลิตแก่สมาชิก และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร ให้การสนับสนุนด้านเวชภัณฑ์การอภิบาลและการเลี้ยงดูแพะ

“กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาหนี้สิน ซึ่งทำให้สหกรณ์ไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเข้มแข็ง ดังนั้นการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงแพะร่วมกับการทำการเกษตรหลักด้วย จะทำให้สามารถสร้างรายได้แก่สมาชิกอีกทางหนึ่ง เห็นได้จากเดิมสมาชิกมีภาระหนี้สินจำนวนมาก แต่เมื่อหันมาเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริม ก็ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากการเลี้ยงแพะเนื้อแล้ว ก็ต้องส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์แพะให้เป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งส่งเสริมอาชีพอื่นๆ อาทิ การเลี้ยงแพะนม การปลูกพืชผักชนิดต่างๆ ซึ่งก็จะมีส่วนช่วยให้สมาชิกมีความกินดี อยู่ดีมากยิ่งขึ้น” น.ส.มนัญญา กล่าว

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบเครื่องเวชภัณฑ์พันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์แก่สมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนได้ให้อาหารแพะของสมาชิกสหกรณ์ พร้อมพบปะและให้กำลังใจสมาชิกผู้เลี้ยงแพะของสหกรณ์ ที่บ้านโพธิ์แดน ต.บางไผ่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร

ปศุสัตว์ตรวจห้องเย็น 2แห่งพื้นที่สมุทรสาคร คุมเข้มนำเข้าซากสัตว์ มีเนื้อผิดก.ม.6.4หมื่นกก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677807

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 ตรวจสอบการนำเข้าซากสัตว์และการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า-ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรไทย และป้องกันการลักลอบเคลื่อนย้ายซากสัตว์ผิดกฎหมายเพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมาย เข้าตรวจสอบ รายงานและดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกัน ร่วมกับด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี และด่านกักกันสัตว์นครปฐม ได้เข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 2 แห่ง

จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิด 1 แห่ง โดยพบซากสัตว์ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ 5 รายการ รวม 64,000 กิโลกรัม ไม่มีใบอนุญาตนำเข้า 3 รายการ และไม่ทราบแหล่งที่มา 2 รายการประกอบด้วยซากสุกร (ตับสุกร) จากประเทศเกาหลี 936 กล่อง น้ำหนัก 9,360 กิโลกรัม, ซากสุกร กล่องน้ำตาล ระบุข้างกล่องจากประเทศบราซิล 895 กล่องน้ำหนัก 10,740 กิโลกรัม, ซากสุกร(ตับสุกร) กล่องขาวจากเยอรมนี 1,120 กล่องน้ำหนัก 11,200 กิโลกรัม, ซากสุกร (กระเพาะหมู) กล่องน้ำตาล ไม่ทราบแหล่งที่มา 560 กล่อง น้ำหนัก 5,600 กิโลกรัม และซากสุกรบรรจุถุงใส ไม่ทราบแหล่งที่มา น้ำหนัก 23,500 กิโลกรัม ซึ่งซากสัตว์ทั้งหมดถูกอายัดไว้เพื่อตรวจสอบหาแหล่งที่มา พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.โคกขาม จ.สมุทรสาคร และแจ้งให้ผู้ประกอบการนำเอกสารใบอนุญาตนำเข้า ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ ใบรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์ และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำมาแสดงภายใน 15 วัน

ส.ป.ก.แจงปมเหมืองทองใน5จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677811

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า จากกรณีกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ขอให้เร่งตรวจสอบการเอากฎหมายป่าไม้ มาครอบลงไปบนที่ดินอยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้าน 5 จังหวัด (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ลพบุรี และสระบุรี) บนเส้นทางแร่ทองคำ ซึ่งตกอยู่ใต้คำขอและอาชญาบัตรพิเศษ ของบริษัทเหมืองทองคำข้ามชาติ ที่ระบุว่าที่ดิน 5 จังหวัดดังกล่าว เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ต่างชาติ จึงมีการตรวจสอบและขอชี้แจงว่าไม่เคยเห็นชอบให้มีการอนุญาตให้ทำการสำรวจหรือทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ ส.ป.ก.กับ บมจ.อัครารีซอสเซส แม้แต่จังหวัดเดียว ซึ่งหากมีการดำเนินการจะต้องขออนุญาตจาก ส.ป.ก.ก่อน ทุกกรณี

ส่วนกรณีพื้นที่ 150,000 ไร่ ใน จ.ลพบุรี ที่อ้างว่ามีการนำกฎหมายป่าไม้มาบังคับใช้ ซึ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.นั้น ข้อเท็จจริงไม่ใช่พื้นที่ ส.ป.ก.แต่เป็นพื้นที่ในความดูแลของกรมป่าไม้ แต่เดิม (ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอเช่าจากกรมป่าไม้เพื่อจัดตั้งนิคมสหกรณ์ชัยบาดาลและหมดสัญญาเช่าเมื่อปี 2560) และปัจจุบันกรมป่าไม้กำลังนำมาดำเนินการให้สิทธิ์แก่ราษฎรในพื้นที่ในรูปแบบของ คทช.

นอกจากนี้ ยังมีกรณีชาวบ้านกล่าวอ้างว่ามีเอกสาร สค.1 มาตั้งแต่ปี 2495-2498 และต้องการออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน สามารถติดต่อขอเข้าสู่กระบวนการได้ที่สำนักงานที่ดิน จ.ลพบุรี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ สามารถดำเนินการได้ โดยนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) เพื่อพิจารณาออกเอกสารสิทธิต่อไป

“ส.ป.ก.จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้คลายความวิตกกังวล โดยจะนำปัญหาไปนำเรียนท่าน รมว.เกษตรฯ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้ง 5 จังหวัด ได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด” เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าว