กรมข้าวจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงสินค้าข้าว ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ส่งขายให้ผู้บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676993

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานในพิธีเปิดงานการจัดงานจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)สินค้าและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ ตลาดอ.ต.ก.ปี 2565 โดยมีนายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ที่ตลาด อ.ต.ก.กรุงเทพมหานคร โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การจับคู่ธุรกิจสินค้าและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต เกษตรกร กับผู้ประกอบการค้าข้าว จัดหาและขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากข้าวคุณภาพ มีตลาดรองรับผลผลิตของชาวนา และเป็นการประชาสัมพันธ์การบริโภคข้าวไทยที่มีคุณภาพให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค โดยมีกลุ่มเกษตรกรสมาชิก 12,102 ราย พื้นที่นา 313,712 ไร่นำสินค้าร่วมจำหน่ายและจับคู่ธุรกิจ 1,178.8 ตัน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) สินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยมีการนำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลาย โชว์สินค้าผลิตภัณฑ์จากข้าว ให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจเยี่ยมชมและการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร กิจกรรมฝึกปฏิบัติการใช้งานแพลตฟอร์ม Application Farms Fair ในการจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ กิจกรรมสาธิต โชว์ ชิม เมนูผลิตภัณฑ์ข้าว อาทิ ข้าวคุณค่าโภชนาการสูง กข83 ข้าวมะลิดำหนองคาย ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าว กข43 และผลิตภัณฑ์จากข้าว อาทิ พิซซ่าจากข้าวสังข์หยด เครื่องดื่มจากข้าว ขนมต่างๆ ตลอดจนร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์มากกว่า 20 ร้านค้า

เกษตรกรทวงถาม‘บอร์ดกุ้ง’แก้ราคาตก หลังปล่อยกุ้งต่างชาติรุกรานกุ้งไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676956

เกษตรกรทวงถาม‘บอร์ดกุ้ง’แก้ราคาตก หลังปล่อยกุ้งต่างชาติรุกรานกุ้งไทย

เกษตรกรทวงถาม‘บอร์ดกุ้ง’แก้ราคาตก หลังปล่อยกุ้งต่างชาติรุกรานกุ้งไทย

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.57 น.

เกษตรกรทวงถาม “บอร์ดกุ้ง” แก้ราคาตก หลังปล่อยกุ้งต่างชาติรุกรานกุ้งไทย กรณีศึกษาห้องเย็นฟันกำไร แต่คนเลี้ยงตายคาบ่อ

31 สิงหาคม 2565 นายปรีชา สุขเกษม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดสงขลาเปิดเผยว่า ขณะนี้ราคากุ้งกำลังอ่อนตัวและตกต่ำอย่างรวดเร็ว หลังคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) หรือ บอร์ดกุ้ง อนุมัตินำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดีย โดยอ้างมีการประกันราคาช่วยอยู่ หน้าฉากตั้งราคาขั้นต่ำเท่าต้นทุนบนเงื่อนไขคุณสมบัติกุ้งขั้นนางฟ้า คาดเกษตรกรรายกลาง-รายย่อยขาดทุนยับ แนะรัฐหันส่งเสริมผลผลิตกุ้งไทยทดแทนนำเข้า

“Shrimp Board ระบุว่าการนำเข้ากุ้งหมื่นตันจากเอกวาดอร์และอินเดียจะไม่กระทบราคาในประเทศ แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าม เพราะราคากุ้งกำลังอ่อนตัวและตกต่ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาประกันขั้นต่ำที่ห้องเย็นตั้งไว้นั้นเท่ากับราคาต้นทุนการผลิตที่ยังไม่รวมโสหุ้ยอื่นๆ ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับให้เกษตรกรขายในราคาขาดทุน แบบนี้  Shrimp Board จะรับผิดชอบและหาทางแก้ไขอย่างไร” นายปรีชา กล่าว

นายปรีชา กล่าวว่า เกษตรกรรายกลางรายย่อย ไม่ได้มีสายป่านยาวและไม่มีกำลังในการต่อรองกับห้องเย็น จำเป็นต้องขายกุ้งในราคาต่ำ ขณะที่ถูกกลุ่มผลประโยชน์ใช้อ้างเป็นเหตุผลรองรับนโยบายนำเข้ากุ้ง เช่น เกษตรกรไทยผลิตกุ้งไม่เพียงพอบ้าง กุ้งไม่ได้ขนาดที่ต้องการบ้าง  สิ่งเหล่านี้ทำให้ความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยสั่นคลอน ทั้งๆที่เกษตรกรเป็นกลุ่มเป้าหมายและเป็นตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางนโยบายที่แท้จริงที่ภาครัฐควรมุ่งแก้ปัญหามากที่สุด

นายปรีชา ย้ำว่ากุ้งไทยยังเลี้ยงได้ ยังพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก ไม่จำเป็นต้องนำกุ้งจากต่างชาติเข้ามา เพราะการนำเข้ากุ้งเป็นการรุกรานอาชีพเกษตรกรไทย  ประเด็นนี้กรมประมงและกระทรวงเกษตรฯ น่าจะรู้ดีว่าการสนับสนุนซื้อกุ้งต่างชาติจะเป็นผลลบกับเกษตรกรไทยเหมือนเราส่งงบประมาณหมื่นล้านไปช่วยพัฒนาการเลี้ยงกุ้งในประเทศเขา เสริมความเข้มแข็งให้คู่แข่ง

“การเปิดประตูให้กุ้งต่างชาติที่มีคุณภาพต่ำกว่า เข้ามาย่ำยีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ้านเรา แทนที่จะพยายามส่งเสริมการเลี้ยงในประเทศมันเหมาะสมแล้วหรือครับ ขอเรียกร้องให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรบ้าง โดยเฉพาะการส่งเสริมการเลี้ยง ให้ความรู้ทางวิชาการ เพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดในกุ้ง สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงกุ้งให้ได้ 4 แสนตันตามเป้าหมาย แทนการหาวิธีการง่ายด้วยๆ ด้วยการนำเข้ากุ้งมาซ้ำเติมเกษตรกรเช่นนี้”

ทั้งนี้ ราคากุ้งขาวแวนาไม เมื่อ 15 สิงหาคม ราคาขนาด 60 ตัว/กิโลกรัมอยู่ที่ 160 บาท ขนาด 70 ตัว/กก.ราคา 150 บาท ขนาด 80 ตัว/กก.ราคา 135 บาท ขนาด 90 ตัว/กก.ราคา 125 บาท และขนาด 100 ตัว /กก.ราคา 120 บาท ส่วนราคากุ้งขาวในวันนี้ ขนาด 60 ตัว/กก.ราคา 140 บาท ขนาด 70 ตัว/กก.ราคา 130 บาท ขนาด 80 ตัว /กก.ราคา 120 บาท ขนาด 90 ตัว/กก.ราคา 115 บาท และราคา 100 ตัว /กก.ราคา 115 บาท ทุกขนาดปรับลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5  -20 บาทแล้ว

‘เฉลิมชัย’โชว์ผลงานความสำเร็จ ‘Big Data Project’ภาคการเกษตร เดินหน้าพัฒนาระบบฐานข้อมูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676767

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ โชว์ผลสำเร็จขับเคลื่อน Big Data ภาคเกษตร มอบหมายสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จัดสัมมนาใหญ่ เปิดตัว “โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร” โชว์ผลงาน พัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบ Open Data พร้อมวางกลยุทธ์ Road map ต่อยอด3 ระยะ ปฏิรูปภาคเกษตรไทยก้าวสู่ Digital Transformation โดยวางเป้าหมายให้บริการแบบ citizen centric

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดงานสัมมนา “โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ว่า จากที่รัฐบาลได้มีนโยบายมุ่งไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Thailand 4.0) โดยจัดทำแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อ
เศรษฐกิจและสังคมเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงาน ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมาย สศก. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก โดยได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ร่วมกัน 10 กระทรวง และขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2562 เพื่อให้เกษตรกร ภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าถึงระบบการให้บริการและสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการวางแผน การผลิตและการตลาด

ล่าสุด สศก. ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร” เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล สำหรับจัดเก็บ และบริการข้อมูลทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง จากหน่วยงานภาคีภายใต้บันทึกความร่วมมือระหว่าง 10 กระทรวง ซึ่งเป็นการรวบรวมชุดข้อมูล (Datasets) จากการสำรวจ นำมาจัดทำเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการเกษตร และวิเคราะห์ในมิติต่างๆ เปิดบริการ Open Data ให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้สนใจใช้ข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร มีการพัฒนาระบบงาน 5 ระบบ คือ 1) ระบบการบูรณาการข้อมูลและจัดทำรายงาน 2) ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) 3) ระบบปฏิทินการผลิตสินค้าเกษตร 4) ระบบ Coaching Program Platform (CPP) และ 5) ระบบ Public AI ตลอดจนปรับปรุงการให้บริการ ข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการเกษตร แก่หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกร

“การสัมมนาเปิดตัวโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตรในวันนี้ สศก. มีความตั้งใจที่จะเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์และนำเสนอผลสำเร็จในการดำเนินโครงการฯ ที่ผ่านมา พร้อมทั้งสร้างความรับรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือในอนาคตร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงเกษตรฯ ที่ MOU ร่วมกัน ซึ่งเชื่อมั่นว่า ผลสำเร็จของโครงการฯ จะเป็นประโยชน์แก่ เกษตรกร ภาครัฐ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดโซ่อุปทานการผลิต ทำให้มีข้อมูลคาดการณ์ผลผลิตที่แม่นยำ สามารถนำไปใช้วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ สศก. ในฐานะเนวิเกเตอร์เศรษฐกิจการเกษตร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตรดังกล่าว จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือเนวิเกเตอร์ ที่นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถเชิงดิจิทัลยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ และแม่นยำ” เลขาธิการ สศก. กล่าว

20ปีคลินิกเกษตรฯแก้ปัญหาเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676768

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ กราบบังคมทูลถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเนื่องในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมพรรษา 50 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ ทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ กระทรวงเกษตรฯ จึงกำหนดให้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องซึ่งตลอด 20 ปี ได้ช่วยเกษตรกรกว่า 4.4 ล้านคน ในพื้นที่เป้าหมายให้ได้รับบริการแก้ปัญหาด้านการเกษตรตามความต้องการอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรงอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ และเพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสดังกล่าว จึงจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 โดยจัดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานเปิดงาน นอกจากนี้ได้จัดงานอีก 3 ครั้ง ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี จ.อุทัยธานี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เกษตรฯจัดสรรที่ดินอพยพ พื้นที่โครงการเขื่อนราษีไศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676769

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ รุดแก้ปัญหากรณีกลุ่มเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ จ่ายค่าที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ และขอให้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เร่งรัดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน โดยเร็วซึ่ง รมว.เกษตรฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มมวลชนทุกกลุ่มที่เดินทางมาเรียกร้องให้แก้ปัญหาด้านต่างๆ ตลอดมา โดยเฉพาะในส่วนของการจ่ายค่าชดเชยที่ดินของเขื่อนราศีไศลและเขื่อนหัวนา ซึ่งได้รับค่าชดเชยไปแล้วหลังจากที่ต่อสู้เรียกร้องมานานกว่า 30 ปี

ในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องขอให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาเรื่องการสรรที่ดินแปลงอพยพ โครงการเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ นั้น ทาง ดร.เฉลิมชัย ได้มอบหมายนายธนา เขารับทราบปัญหาตามข้อเรียกร้อง โดยภายหลังกำหนดวันประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหามวลชน ตามที่มีการเรียกร้อง โดยกำหนดขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ เวลา 13.30 น.ที่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งแกนนำและสมาชิกกลุ่มมีความพึงพอใจจึงเดินทางกลับภูมิลำเนา จ.ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี แล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ขอสนับสนุนรถโดยสารจากกระทรวงคมนาคม 31 คัน เพื่อส่งกลุ่มมวลชนกลับภูมิลำเนา

ชลประทานเฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำอ่างฯ บริหารให้เหมาะสม รองรับมีฝนตกหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676770

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,048 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 34,037 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน9,906 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 14,965 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงได้กำชับให้โครงการชลประทาน และสำนักเครื่องจักรกลทั่วประเทศ เฝ้าระวังและเตรียมรับมือสถานการณ์ฝน บริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด พิจารณาปรับการระบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ บูรณาการร่วมกับอาสาสมัครกลุ่มผู้ใช้น้ำ ตรวจสอบอาคารชลประทานประตูระบายน้ำ ให้พร้อมใช้งานได้เต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดวัชพืชอย่างต่อเนื่องโดยให้ปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ทั้ง 13 มาตรการ ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

ปศุสัตว์ชู‘Pig Sandbox’ นำร่องควบคุมโรคASFในสุกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676534

ปศุสัตว์ชู‘Pig Sandbox’  นำร่องควบคุมโรคASFในสุกร

ปศุสัตว์ชู‘Pig Sandbox’ นำร่องควบคุมโรคASFในสุกร

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการ Sandbox ปศุสัตว์ เป็นการเพิ่มช่องทางรายได้สร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ควบคู่กับการทำเกษตร มีการพิจารณากำหนดพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย เพื่อควบคุมโรคสัตว์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เป็นโครงการนำร่อง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาช่องทางส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ ตนได้มอบหมายกรมปศุสัตว์ เร่งดำเนินการและติดตามความคืบหน้าโครงการนี้ โดยกำหนดพื้นที่นำร่อง “Pig Sandbox”เพื่อควบคุมโรคและส่งเสริมการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ดังกล่าวภายใต้มาตรการ 3S คือ SCAN พื้นที่ SCREEN ความเหมาะสม และ SUPPORT การเลี้ยงดู การตลาดและแหล่งทุน

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินโครงการ Pig Sandbox แบ่งเป็นพื้นที่นำร่อง พื้นที่ขยายผล พื้นที่ปลอดโรค ASF-Free Zone และพื้นที่นอกเขตปลอดโรค เป็นโครงการนำร่องต้นแบบการเลี้ยงสุกร เพื่อการควบคุมป้องกันการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิตสุกร เพื่อการผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ ยกระดับการจัดการฟาร์มและการเลี้ยงดูให้มีคุณภาพมาตรฐาน และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ได้ทำโครงการวิจัย “Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟูฟาร์มสุกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ในพื้นที่นำร่องจังหวัดราชบุรี” โดยมีระยะเวลาดำเนินการโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2565-3 พฤษภาคม 2566 ได้การสนับสนุนงบประมาณวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. วงเงินงบประมาณ 10,070,720.00 บาท กำหนดโอนทั้งหมด 4 งวด โดยงวดแรก ได้โอนไปแล้ว 3,142,560.00 บาท สำหรับเป็นแนวทางต้นแบบในการควบคุมป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย เป็นการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อยกระดับและปรับระบบการเลี้ยงให้เข้าสู่มาตรฐาน GFM หรือ GAP หรือระบบ compartment และเป็นการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรในพื้นที่เพื่อนำสุกรกลับมาเลี้ยงรอบใหม่

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ข้อมูลว่า จากการดำเนินงานในการควบคุมและป้องกันโรค ASF อย่างเข้มงวด ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียนที่ควบคุมโรคได้ดีที่สุด ประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาศึกษาดูงานในมาตรการควบคุม ป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ สำหรับโครงการ Pig Sandbox จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อเป็นต้นแบบนำร่องในการส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิต สามารถควบคุมป้องกันการเกิดโรคระบาดต่างๆ ในสุกรได้ เป็นการปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางชีวภาพของการเลี้ยงสุกรในฟาร์มให้จัดการและควบคุมโรคที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

กรมบัญชีสหกรณ์รุกเพิ่มประสิทธิภาพงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676532

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ขับเคลื่อนงานตามภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยวางระบบการตรวจสอบการเงินการบัญชีของสหกรณ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการและการประเมินประสิทธิภาพระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้รับการตรวจสอบบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีระบบการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก โดยในปัจจุบันมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ต้องเข้าปฏิบัติงาน

ตรวจสอบบัญชี 11,800 แห่ง ได้เข้าดำเนินการแล้ว 9,816 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 83.19 โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่สามารถนำงบการเงินเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ได้ 6.611 แห่ง ทำให้สมาชิกได้รับทราบผลการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ การดำเนินงานของสหกรณ์มีรูปแบบที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการเกิดเหตุทุจริตในสหกรณ์หลายแห่ง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงมีมาตรการเชิงรุกในการยกระดับมาตรฐานการสอบบัญชีให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มีระบบการเงินการบัญชีและมีการควบคุมภายในที่ดี รวมทั้งผลักดันให้สหกรณ์ในพื้นที่ต่อยอดการใช้ข้อมูลจากโปรแกรมระบบบัญชีด้วยการนำ Application Smart4M มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล

2.การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ให้มีความเป็นมืออาชีพและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นทั้งด้านความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ด้านสมรรถนะไอที ด้านความรู้เฉพาะเกี่ยวกับธุรกิจที่ตรวจสอบและที่สำคัญคือการพัฒนาความสามารถด้านการสื่อสาร เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสามารถเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินการบัญชีให้แก่สหกรณ์ ผลักดันให้มีการบริหารจัดการด้านการเงินที่มีคุณภาพ

กรมชลฯเฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ใช้มาตรการบริหาร ช่วยลดผลกระทบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676533

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ฉบับที่21/2565 เรื่อง “เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน” การประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าจะมีปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์น้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่ที่ฝนตกหนักอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงกำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสม และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถในการใช้งานของอ่างเก็บน้ำอาคารบังคับน้ำ รวมทั้งให้ติดตาม ตรวจสอบซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม การเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก ความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676526

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

29 สิงหาคม 2565 รายงานจากวงการผู้เลี้ยงกุ้ง แจ้งว่า ขณะนี้ราคากุ้งปากบ่อที่เกษตรกรขายได้ขณะนี้เป็นราคาเท่ากับราคาประกันขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ประกาศ ซึ่งราคากุ้งลดลงเร็วมาก เนื่องจากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องเร่งจับกุ้งขาย เพื่อลดความเสี่ยงจากอากาศแปรปรวนและฝนตกหนัก หากไม่จับอาจทำให้กุ้งตายและเสียหายทั้งบ่อได้ เนื่องจากฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก ยิ่งช่วงนี้มีมรสุม น้ำฝนไหลลงบ่อจำนวนมากทำให้ความเค็มของน้ำไม่ได้มาตรฐานและออกซิเจนลดลง ทำให้กุ้งกินอาหารน้อยลงจึงเติบโตช้า ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคา

ทั้งนี้ ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปรู้ดีว่า เกษตรกรประสบปัญหาช่วงฤดูฝนของทุกปี และจำเป็นต้องจับกุ้งขายก่อนครบระยะเวลาการเลี้ยง เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการปล่อยกุ้งไว้ในบ่อ จึงเป็นโอกาสของห้องเย็นที่จะชะลอการซื้อรอให้ราคาตกต่ำที่สุดจึงเข้าซื้อ  ซึ่งเป็นการบีบให้เกษตรกรขายเพราะไม่มีทางออก ราคาเท่าไหร่ก็ต้องขาย ขายได้ราคาต่ำดีกว่าปล่อยให้ผลผลิตเสียหาย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 Shirmp Board มีมติกำหนดราคาประกันขั้นต่ำกุ้งขาวแวนนาไม เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการรับซื้อกุ้งไปจนถึงสิ้นปี 2565 โดยมีเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความเชื่อมั่นในการลงกุ้งรอบใหม่ของเกษตรกร กำหนดราคาเฉลี่ยตั้งแต่ราคา 119-180 บาทต่อกิโลกรัม ตามขนาดเล็ก-ใหญ่ตามน้ำหนักตั้ง 100-30 ตัวต่อกิโลกรัม ตลอดจนกำหนดมาตรฐานทางกายภาพของกุ้ง ต้องไม่มีหางไหม้ เนื้อน้ำตาล เปลือกหลุด หางกุดท้องดำ ตัวนิ่ม กุ้งผอม กุ้งพิการ ไม่เกิน 5% ต้องไม่มีกลิ่นหญ้า กลิ่นโคลนหรือกลิ่นผิดปกติอื่นๆ รวมถึงต้องมีผลตรวจสารตกค้าง 3 รายการ ได้แก่ Nitrofurans Fluoroquinolone และ Tetracycline ให้กับโรงงาน ณ วันจับกุ้ง Shrimp Board ยังตอกย้ำว่าเงื่อนไขดังกล่าวผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปย้ำชัดเป็นราคารับซื้อปากบ่อ และเน้นกุ้งสวย สด ขนาดได้

ขณะนี้ผู้เลี้ยงกุ้ง ประสบปัญหาโรคระบาดเริ่มมากขึ้นจากปัจจัยแวดล้อมรอบด้านโดยเฉพาะสภาพอากาศ จึงขอให้กรมประมงและ Shrimp Board มีมาตรการและแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดที่ชัดเจน ตลอดจนติดตามให้ห้องเย็นออกรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรทันที เพื่อสร้างความมั่นใจด้านราคาและเป็นแรงจูงใจให้กับเกษตรกรในการลงกุ้งรอบใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวงเงินมาแล้วมากกว่า 500 ล้านบาท

รายงานข่าวกล่าวอีกว่า ผู้เลี้ยงกุ้งหลายพื้นที่เจอปัญหาเดียวกันราคากุ้งตกเร็ว ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปจึงควรใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการนับซื้อในราคาที่ยุติธรรม ไม่ควรชะลอการซื้อเพื่อรอให้ราคาต่ำลงอีกเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร

ก่อนหน้านี้ กรมประมงและ Shirmp Board มีมติอนุญาตให้นำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดีย จำนวน 10,000 ตัน เพื่อแก้ปัญหากุ้งในประเทศขาดแคลน และสนับสนุนให้ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปมีวัตถุดิบในการผลิต สามารถส่งมอบสินค้าทันเวลา โดยกำหนดเงื่อนไขการรับซื้อช่วงเวลาที่เหมาะสมและจะต้องรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรในราคาตลาด แต่มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อเสถียรภาพราคากุ้งไทยในระยะยาว เนื่องจากกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศมีคุณภาพและราคาต่ำกว่ากุ้ง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์กุ้งไทยที่รักษาระดับคุณภาพ “พรีเมี่ยม” มาโดยตลอด กรมประมงและ Shrimp Board จึงควรพิจารณาแนวทางในการป้องกันโรค เพื่อเพิ่มอัตรารอดของกุ้งซึ่งจะส่งผลดีด้านต้นทุนและราคากุ้งในอนาคตและแบ่งปันผลร่วมกัน