กรมชลฯยันอ่างน้ำ ลำกระจวนไม่แตก ฝนหนักจึงน้ำท่วม เร่งรัดงานก่อสร้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674794

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสนฑ์ จินดาสงวน ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 6 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าจำนวนมากไหลลงสู่พื้นที่โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ (ลำกระจวน) อ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างตัวเขื่อน หัวงาน และอาคารประกอบ ทำให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ใกล้ระดับทำนบดินสูงสุด (ระดับทำนบดินสูงสุด +248.6 ม.(ร.ท.ก.)) ดังนั้นเพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ก่อสร้าง จึงให้ผู้รับจ้างขุดเปิดทำนบดินชั่วคราวที่ใช้ปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ลำน้ำเดิม ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่ทำการเกษตรท้ายอ่างเก็บน้ำแต่อย่างใด

สำหรับสาเหตุน้ำท่วมในพื้นที่เมืองชัยภูมิ เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่กว่า 128 มิลลิเมตร ไม่ได้เกิดจากน้ำที่ไหลไปจากลำกระจวน ปัจจุบันสถานการณ์ในเมืองชัยภูมิ กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน โดยได้มีการเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

อย่างไรก็ดี โครงการอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ (ลำกระจวน) ปัจจุบันมีการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 30 ของแผน กำหนดแล้วเสร็จในปี 2566 หากแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 33.45 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 15,000 ไร่ ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม

‘เฉลิมชัย’รุกโมเดลพัฒนาเกษตรฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674788

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวว่า ได้เร่งขับเคลื่อนโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากทุกจังหวัดเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ครอบคลุมลึกลงไปใน 70,000 หมู่บ้าน 7,000 ตำบล 878 อำเภอรวมทั้ง กทม. โดยแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนนั้น ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัดและคณะกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอ 878 อำเภอ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะปัญหาความยากจน หนี้สิน และความเหลื่อมล้ำนอกจากนี้ ได้สั่งการให้เร่งจัดตั้งกลไกพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล หมู่บ้าน โดยเร็ว

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลคาดว่าจะครบ 7,435 ตำบล ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับภาคีภาคส่วนในแต่ละตำบล เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีโครงสร้างและระบบการพัฒนาภาคเกษตรที่หยั่งลึกลงถึงตำบลหมู่บ้านชุมชนใน 76 จังหวัด และ กทม.เพื่อดึงพลังชุมชน ร่วมแก้ปัญหา เชื่อมโยงกับคณะกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม หรือศูนย์ AIC แต่ละจังหวัด

อย่างไรก็ดี เพื่อปักหลักวางหมุดหมายการพัฒนาแบบยั่งยืน ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ของ ดร.เฉลิมชัย ได้แก่ ตลาดนำการผลิต-เทคโนโลยีเกษตร 4.0-เกษตรปลอดภัย-เกษตรยั่งยืน-เกษตรมั่นคง บูรณาการทำงานตามแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ ให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580)

‘มนัญญา’เยี่ยมสวนปาล์ม สหกรณ์ที่กระบี่เพิ่มมูลค่าผลผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674795

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัดพร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยมอบนโยบายในการดำเนินงาน และมอบเอกสารสิทธิหนังสือทำประโยชน์ให้กับสมาชิกนิคมสหกรณ์อ่าวลึก ตลอดจนเยี่ยมชมลานเทปาล์มน้ำมัน และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ว่า จ.กระบี่ เป็นแหล่งปลูกปาล์มน้ำมันที่สำคัญ มีผลผลิตต่อไร่สูง โดยเฉพาะ อ.อ่าวลึก เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน เป็นแห่งแรกของประเทศ การที่สหกรณ์ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นชุมนุมสหกรณ์ ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตปาล์มน้ำมัน สมาชิกสหกรณ์ได้รับประโยชน์และสร้างมูลค่าจากต้นปาล์มน้ำมันในหลายๆ เรื่อง เป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรได้มีรายได้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ มีการเข้าร่วมโครงการปาล์มน้ำมันแปลงใหญ่ โครงการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้รับมาตรฐาน RSPO การนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร ซึ่งจะต้องทำให้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกับการเกษตรมากยิ่งขึ้น จึงให้ความสำคัญกับโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ กลับมาทำการเกษตรที่บ้านเกิด โดยสามารถนำเทคโนโลยี และนวัตกรรม มาปรับใช้ในการประกอบอาชีพดังกล่าว สามารถทำการตลาดได้กว้างขวางมากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

อย่างไรก็ดี จ.กระบี่ มีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกลับบ้าน 32 รายสำนักงานสหกรณ์ จ.กระบี่ บูรณาการการทำงานร่วมกับเครือข่าย พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะการวางแผน การผลิต รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนการผลิต และการส่งเสริมการตลาด

สำหรับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด จดทะเบียนสหกรณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2540 ปัจจุบันชุมนุมสหกรณ์ฯ มีสมาชิก 13 สหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการประกอบอาชีพทำสวนปาล์มน้ำมัน และสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตปาล์มน้ำมัน เมื่อปี 2545 ชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้รับอนุมัติเงินกู้โครงการสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอวงเงิน 270 ล้านบาท ตามแผนโครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างเพื่อการเกษตร (ASPL) ดำเนินการก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดกำลังการผลิต 45 ตันทะลาย/ชั่วโมง และได้เปิดดำเนินการรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันจากสหกรณ์สมาชิกเมื่อเดือนมีนาคม 2547 เป็นต้นมา ซึ่งการดำเนินงานในปีบัญชี 2565 ชุมนุมสหกรณ์ฯ สามารถรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันทั้งสิ้น 67,328.18 ตัน คิดเป็นมูลค่า 694.6 ล้านบาท

ฝนตกกรมข้าวห่วงชาวนา จัดส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674789

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่าจากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้ง กทม. และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า จากการคาดการณ์ดังกล่าวที่อาจส่งผลให้พี่น้องชาวนาผู้ปลูกข้าวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก จึงได้สั่งการให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่ เฝ้าติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ เตรียมรับมือกับเหตุอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยให้รายงานตรงกับกรมการข้าว เป็นระยะๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวนา

กรกอ.เดินหน้า 10 โครงการ เร่งจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม 18 กลุ่มจว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674703

กรกอ.เดินหน้า 10 โครงการ เร่งจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม 18 กลุ่มจว.

กรกอ.เดินหน้า 10 โครงการ เร่งจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม 18 กลุ่มจว.

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

“อลงกรณ์”เผย กรกอ.เดินหน้า 10 โครงการ เร่งจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม 18 กลุ่มจังหวัด กระจายการลงทุนกระจายโอกาสสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ ชูระเบียงเศรษฐกิจ 5 ภาคทั่วประเทศ พร้อมชงชงโครงการ”เพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์” ภายใต้แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตกตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ครั้งที่ 3/2565 ผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting ว่า ที่ประชุมได้รับทราบ การขับเคลื่อนสาหร่ายพืชเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food Policy) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยส่งเสริมสาหร่ายทะเล (Seaweed) และสาหร่ายตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์การแปรรูปและการตลาด มีกรมประมงเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการ ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาและแผนกลยุทธ์เป็นการพัฒนาการผลิตในระดับท้องถิ่นให้เป็นผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน (Community based product) มุ่งเน้นการผลิตสาหร่ายทะเลและสาหร่ายน้ำจืดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ อาหารเสริม เวชภัณฑ์ เครื่อง สำอางค์ และน้ำมันชีวภาพซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งและศูนย์เพาะเลี้ยงน้ำจืด เร่งเดินหน้าในการรวบรวมพันธุ์ การเพาะเลี้ยงและการเผยแพร่พันธ์ุ

ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ 50 จังหวัด แบ่งเป็น 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล และ 28 จังหวัดบนบก มีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกว่า 2,600 แห่ง เป็นหนึ่งในเครือข่ายการขับเคลื่อนรวมทั้งการส่งเสริมในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มูลนิธิเวิลด์วิว อินเตอร์เนชั่นแนล (Worldview International Foundation) มูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมต (Worldview Climate Foundation) และศูนย์ AIC ร่วมดำเนินการเช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานัครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร และยังมีโครงการพัฒนาสาหร่ายของศูนย์ความเป็นเลิศ ALEC ของ “วว.” และบริษัทเอกชน เช่น ปตท.และบางจาก กำลังวิจัยและพัฒนาต่อยอดสาหร่ายพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในการผลิตสาหร่าย เพื่อใช้ในประเทศและทดแทนการนำเข้า ปัจจุบันมีการผลิตสาหร่ายทั่วโลกปีละกว่า 35 ล้านตัน เป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้าน จึงเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ และอาชีพใหม่ของไทย ซึ่งคิดออฟโครงการสาหร่ายทะเล ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นจังหวัดแรก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังรับทราบผลการประชุมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในวาระที่ประธาน กรกอ.และคณะกระทรวงเกษตรฯ ไปแสดงความยินดีกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหา รสอท.ชุดใหม่ โดยมีมติเห็นพ้องต้องกันใน 10 โครงการของ กรกอ.ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาแบรนด์สินค้าเกษตร (The Brand Project) สู่เกษตรมูลค่าสูง 2.โครงการอาหารแห่งอนาคต (Future Food) 3.โครงการส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม Made In Thailand 4.โครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตร และ SME เกษตร 5.โครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรระหว่าง สวก. AIC และสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร ของ ส.อ.ท. 6.โครงการมหานครผลไม้และการพัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้ และโครงการ Eastern Thailand Food Valley 7.โครงการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล 8.โครงการ Smart Agriculture Industry (SAI in the City) 9.โครงการสนับสนุนการจำหน่ายและบริโภคผลไม้ในฤดูกาลผลิตผลไม้ปี 2565 10.การฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้ง สินค้าประมงและปศุสัตว์ รวมทั้งระบบความเย็น (Cold Chain system)

ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารได้แก่ แนวทางและมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในกลุ่มจังหวัดนำร่อง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าบีโอไอ (BOI) ได้อนุมัติเพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรแล้ว ซึ่งการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของ 18 กลุ่มจังหวัด สามารถดำเนินได้ทันทีตามมาตรการใหม่ของบีโอไอ.โดยขอให้คำนึงถึงความพร้อมใน 3 ประเด็นหลัก คือ พื้นที่ ผู้ประกอบการ และสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบเป้าหมาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.ภาค) ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในการจัดทำแผนพัฒนาสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารปี 2566 – 2570 ตามศักยภาพแบบครบวงจรให้แล้วเสร็จภายในกันยายนปีนี้เพื่อประกาศแผน พร้อมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13

โดยที่ประชุมได้ให้ข้อแนะนำในการจัดทำแผนพัฒนา และประเด็นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิเรื่องระบบโลจิสติกส์ (Logistics) เข้ามาสร้างโอกาสใหม่ๆ โดยให้ 18 กลุ่มจังหวัด ร่วมกับ กรกอ.และ BOI ดำเนินการร่วมกัน ซึ่งถ้าสามารถบริหาร Logistic ได้ ก็จะสามารถลดต้นทุนได้ เช่น อีสานเกตเวย์มีรถไฟจีน – ลาว เป็นเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ เวสเทิร์นเกตเวย์หรือประตูตะวันตก มีกาญจนบุรี – ทวาย เป็นประตูตะวันตก หรือประตูเหนือ มี จ.เชียงราย ใช้เส้นทาง R3A เป็นโลจิสติกส์ลิงก์ (Logistics Link) เป็นตัวอย่างพร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ที่แต่ละภาคไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ต้อง customize สินค้าเกษตรอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในพื้นที่ต่อยอด โดยใช้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตเป็นเข็มทิศเพื่อเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่มากพอที่จะสร้างฐานอุตสาหกรรมเกษตรยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูป เน้นการบริหารจัดการร่วมกันซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป

นายอลงกรณ์ บอกด้วยว่า โครงการ Eastern Thailand Food Valley : ETEV ภายใต้ EEC ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ร่วมในการสนับสนุนนั้น ตนและคณะรวมทั้ง กรกอ.ภาคตะวันออก จะลงพื้นที่ภาคตะวันออเดือนหน้า เพื่อเร่งจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการผลไม้ครบวงจรที่ จ.จันทบุรี ด้วยโดยการประชุม กรกอ.ครั้งหน้าจะเสนอโครงการ “เพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์” (Petchburi Food Valley) ภายใต้เกตเวย์ตะวันตกและระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก (Western Economic Corridor) เป็นโครงการพัฒนาตั้งแต่การผลิตพืช ประมง และปศุสัตว์ การแปรรูปขั้นต้น การใช้เกษตรอัจฉริยะสมาร์ทฟาร์มมิ่งก์ การใข้เครื่องจักรกลการเกษตรที่ทันสมัย การพัฒนาศูนย์วิจัยเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร เป็นหนึ่งใน “เพชรบุรีโมเดล” ดำเนินการโดยภาคเอกชน ภายใต้การสนับสนุนของ กรกอ.และศูนย์ AIC ด้วย

ทำความรู้จัก‘ข้าววัชพืช’2ชนิด ภัยที่ชาวนาต้องสังเกตและรีบกำจัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674813

ทำความรู้จัก‘ข้าววัชพืช’2ชนิด ภัยที่ชาวนาต้องสังเกตและรีบกำจัด

ทำความรู้จัก‘ข้าววัชพืช’2ชนิด ภัยที่ชาวนาต้องสังเกตและรีบกำจัด

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.13 น.

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย โพสต์ข้อความดังต่อไปนี้ ข้าววัชพืช (Weedy rice) ที่ชาวนาต้องรีบกำจัด มี 2 ชนิด คือ

1. ข้าวหาง 
…เมล็ดมีหางสีแดงและสีขาว ยาว 5-10 ซม.
…ต้นสูงกว่าข้าวปลูก (Crop rice) 30-50 ซม
…เปลือกเมล็ดมีทั้งสีดำสีน้ำตาลเข้มและสีฟาง 
…เมล็ดมีขนาดยาวกว่าหรือเท่ากับข้าวปลูก
…เมล็ดข้าวมีสีแดง ขาว หรือเขียวขุ่น 
…มักพบในแปลงข้าวอายุ 120 วัน เช่น ปทุมธานี 1  สุพรรณบุรี 1 และ ชัยนาท 1
…เริ่มออกดอกในช่วงข้าวปลูกอายุประมาณ 75 วัน 
…เมล็ดจะสุกแก่และร่วงก่อนเก็บเกี่ยวข้าวปลูก 2 สัปดาห์
… เมล็ดมีชีวิตอยู่ในดิน นาน 2-12 ปี

2.ข้าวดีด เมล็ดไม่มีหาง 
….ต้นสูงกว่าข้าวปลูก 10-50 ซม.
…รวงข้าวมีระแง้ถี่้เหมือนข้าวปลูก..แต่มีจำนวนเมล็ดต่อรวงมากกว่า
…เปลือกเมล็ดมีสีฟางเหมือนกับข้าวปลูก
…เมล็ดจะสั้นกว่าข้าวปลูก 
…เมล็ดข้าวสารมีทั้งสีแดงและสีขาว 
…มักพบในแปลงข้าวอายุสั้น 90 วัน เช่น พันธุ์ราชินี พวงเงิน และ พวงทอง
…เริ่มออกดอกในช่วงข้าวปลูกอายุประมาณ 50 วัน
….เมล็ดเริ่มร่วงได้ตั้งแต่ระยะน้ำนม และร่วงง่ายกว่าข้าวหาง
… เมล็ดมีชีวิตอยู่ในดิน นาน 2-3 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้เชี่ยวชาญแนะชาวนาใส่ใจความสะอาด‘เมล็ดพันธุ์-รถเกี่ยว’ ลดความเสี่ยง‘ข้าววัชพืช’ระบาด

– 006

กรมชลประทาน เร่งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหินสมุทรสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674588

กรมชลประทาน เร่งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหินสมุทรสงคราม

กรมชลประทาน เร่งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหินสมุทรสงคราม

วันเสาร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.27 น.

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2565 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน  พร้อมด้วยนายเอนก ก้านสังวอน ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล ดร.ธเนศ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายพิเชษฐ ภัคพยัต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ตามข้อสั่งการของ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนที่กำหนด

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพัฒนาโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน ระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 – 2576 ตามข้อสั่งการของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยมีแผนหลักในการพัฒนาและฟื้นฟู 4 ด้าน ได้แก่ 1. การบริหารจัดการ ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และการขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการเกษตร ขุดลอกแก้มลิงทุ่งหิน พื้นที่ 2,623 ไร่ ปริมาณดินขุดรวม 5 ล้าน ลบ.ม. ปรับปรุงท่อรับน้ำจำนวน 1 แห่ง ปรับปรุงประตูระบายน้ำ 3 แห่ง  ปรับปรุงท่อระบายน้ำ 2 แห่ง ปรับปรุงถนนเชื่อมต่อโครงการฯ และก่อสร้างโรงกรองน้ำ   3.การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ปรับปรุงเส้นทางน้ำเข้าโครงการฯ ตั้งแต่คลองบ้านนา คลองขวาง คลองบ้านน้อย และคลองประดู่สายหลักตั้งแต่ฝายบ้านน้อยถึงท่อลอดคลองระบายน้ำสายใหญ่ประดู่ 4+100 (ประตูแพรกแป้ง) และก่อสร้างอาคารท่อลอดรางรถไฟ  4.การจัดการคุณภาพน้ำ/อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่โครงการฯ

ปัจจุบัน กรมชลประทาน ได้ทำการศึกษา สำรวจ ออกแบบ และขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2564  ขณะนี้อยู่ในระหว่างแผนการดำเนินงานเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน ปี 2565 ได้แก่ ขุดลอกแก้มลิง ปริมาณดินขุด 1,393,240 ลบ.ม. พร้อมก่อสร้างปรับปรุงอาคารท่อรับน้ำ 1 แห่ง  และก่อสร้างปรับปรุงท่อระบายน้ำ 1 แห่ง  หากเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโครงการฯ จะช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บของแก้มลิงจาก 6 ล้าน ลบ.ม. เป็น 9 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 5,000 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 28,000 ครัวเรือน ทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำหลากในช่วงหน้าฝน ลดความเสียหายต่อพื้นที่เศรษฐกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำให้ชาวสมุทรสงครามมีแหล่งน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ได้กำชับให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกัน และเป็นไปตามระเบียบ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการฯ ได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญแนะชาวนาใส่ใจความสะอาด‘เมล็ดพันธุ์-รถเกี่ยว’ ลดความเสี่ยง‘ข้าววัชพืช’ระบาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674519

ผู้เชี่ยวชาญแนะชาวนาใส่ใจความสะอาด‘เมล็ดพันธุ์-รถเกี่ยว’ ลดความเสี่ยง‘ข้าววัชพืช’ระบาด

ผู้เชี่ยวชาญแนะชาวนาใส่ใจความสะอาด‘เมล็ดพันธุ์-รถเกี่ยว’ ลดความเสี่ยง‘ข้าววัชพืช’ระบาด

วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 21.59 น.

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 นางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ขณะลงพื้นที่ จ.สิงห์บุรี เพื่อเตรียมแปลงนาสำหรับสาธิตการควบคุมและกำจัดข้าววัชพืช ว่า ข้าววัชพืชนั้นเป็นญาติกับข้าวที่มนุษย์นำมาปลูกเพื่อรับประทาน โดยมีบรรพบุรุษร่วมกันคือข้าวป่า

ซึ่งต่อมานักปรับปรุงพันธุ์พืชได้คัดเลือกสายพันธุ์ข้าวที่ดี เช่น ไม่ร่วง ออกรวงโตสม่ำเสมอ มาใช้เป็นพันธุ์ข้าวทางการเกษตร ส่วนข้าววัชพืชคือสายพันธุ์ที่ไม่ดี เช่น เมล็ดในสีแดง-เปลือกสีดำ หางยาว ร่วงก่อนการเก็บเกี่ยว โดย ข้าววัชพืชจะแย่งทรัพยากรที่จำเป็นของข้าวที่ชาวนาปลูกทั้งแร่ธาตุอาหารในดินและแสงแดด แต่ชาวนาไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลยเพราะเมล็ดหลุดร่วงไปก่อนที่จะเก็บเกี่ยวได้

ทั้งนี้ ในแปลงนาที่ไม่เคยมีข้าววัชพืชระบาดมาก่อน หรือทำการควบคุมและกำจัดอย่างต่อเนื่องจนไม่พบข้าววัชพืชแล้ว เกษตรกรสามารถป้องกันได้จากความเสี่ยง 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือเมล็ดพันธุ์ข้าว ต้องซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ได้รับมาตรฐานรับรองจากหน่วยงานภาครัฐว่าเป็นพันธุ์สะอาด และหากจะให้มั่นใจยิ่งขึ้นควรลอยน้ำเกลือก่อนนำไปปลูก โดยการลอยน้ำเกลือนั้นเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ความเค็มของเกลือทำให้วัตถุที่มีน้ำหนักเบาลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อคัดกรองสิ่งจือปนออก แล้วจึงนำเมล็ดพันธุ์ไปล้างน้ำก่อนเข้ากระบวนการบ่มข้าวเพื่อเตรียมปลูก

“คนสมัยก่อนเขาลอยน้ำเกลือ คือเอาข้าว เอาน้ำ และเอาเกลือใส่ลงไป แล้วก็เอาไข่ไก่ดิบ พอเกลือสักประมาณ 10% พอละลายดีแล้ว เอาไข่ใส่ลงไป ไข่จะลอยขึ้นมา ฉะนั้นพอเอาข้าวเปลือกลงไปใส่ พวกข้าวลีบ ข้าววัชพืชส่วนใหญ่จะลีบ มันจะลอยขึ้นมาหมดเลย เม็ดหญ้าอะไรต่อมิอะไรที่มันเบาๆ หน่อย ก็ช้อนออก แล้วก็เอาไปล้างน้ำแล้วเอาไปแช่ อันนี้เป็นวิธีที่จะช่วยกรองเมล็ดข้าววัชพืชออกได้เลย” นางจรรยา กล่าว

นางจรรยา กล่าวต่อไปว่า อีกด้านที่ต้องป้องกันคือ 2.รถเกี่ยว ปัจจุบันพบการระบาดของข้าววัชพืชทั่วประเทศ จากเดิมที่มักพบในภาคกลาง ระยะหลังๆ ก็พบในภาคเหนือบ้าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้าง ซึ่งมาจากการติดไปกับรถเกี่ยวที่ตระเวนรับจ้างเกี่ยวข้าว ดังนั้นควรทำความสะอาดตู้เก็บข้าวในรถเกี่ยวหลังส่งข้าวแล้วทุกครั้ง โดยส่วนหนึ่งควรเป็นจรรยาบรรณในวิชาชีพของผู้รับจ้างเกี่ยวข้าว แต่อีกด้านเพื่อความมั่นใจ เกษตรกรอาจลงทุนจ่ายเพิ่มเพื่อจ้างให้ล้างก็ได้ ซึ่งอย่างไรก็จ่ายน้อยกว่าการกำจัดเมื่อระบาดแล้วแน่นอน เข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

– 006

ก.เกษตรฯจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ แนะนำให้ความรู้ชาวประจวบคีรีขันธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674460

ก.เกษตรฯจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ แนะนำให้ความรู้ชาวประจวบคีรีขันธ์

ก.เกษตรฯจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ แนะนำให้ความรู้ชาวประจวบคีรีขันธ์

วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.36 น.

ก.เกษตรฯ จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา แนะนำให้ความรู้พร้อมแก้ไขปัญหาแก่เกษตรกรชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่กราบบังคมทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมพรรษา 50 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์พระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเริ่มเปิดให้บริการคร้ังแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ณ ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเกษตรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งการให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตรและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องครบถ้วนในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ การให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย คลินิกดิน โดยกรมพัฒนาที่ดิน คลินิกพืช โดยกรมวิชาการเกษตร คลินิกข้าว โดยกรมการข้าว คลินิกปศุสัตว์ โดยกรมปศุสัตว์ คลินิกประมง โดยกรมประมง คลินิกชลประทาน โดยกรมชลประทาน คลินิกสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ คลินิกบัญชี โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คลินิกกฎหมาย โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คลินิกหม่อนไหม โดยกรมหม่อนไหม คลินิกส่งเสริมการเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร รวมไปถึงคลินิกอื่น ๆ ที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ร่วมให้บริการ โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการคลินิกเกษตรกว่า 500 คน ซึ่งทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงนักวิชาการข้อมูลทางวิชาการ เทคโนโลยีองค์ความรู้ทางการเกษตรไดอย่างทั่วถึง รวมถึงได้รับสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรต่าง ๆ เช่น พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ และสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต และเกิดความมั่นคงในอาชีพการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป

“ถือเป็นความภูมิใจที่ได้มาเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งพระองค์ท่านมีแนวทางในการสืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกด้าน และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พร้อม ๆ กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร และเชื่อว่าถ้าเกษตรกรเข้มแข็ง ประเทศชาติก็จะเข้มแข็งด้วย การจัดงานในครั้งนี้จะได้ประโยชน์จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้ข้อแนะนำและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับปัญหาด้านการเกษตรทั้งหมด ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้เกษตรเป็นที่ยอมรับในสังคมให้ได้ จะต้องเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีคุณค่า โดยจะต้องยกระดับ เพิ่มรายได้ และพัฒนาเกษตรกรให้สามารถสู้กับนานาประเทศได้ต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติได้แก่การกล่าวถวายพระพรชัยมงคล การลงนามถวายพระพร และจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมให้บริการด้านด้านวิชาการ การฝึ กอบรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรเชิงรุกของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพ้ืนที่รวมถึงการจัดแสดงและจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของตลาดเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

– 006

รมว.เกษตรฯแนะชาวนาคนไหนมีสิทธิ รีบเช็กด่วนเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674398

รมว.เกษตรฯแนะชาวนาคนไหนมีสิทธิ รีบเช็กด่วนเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท

รมว.เกษตรฯแนะชาวนาคนไหนมีสิทธิ รีบเช็กด่วนเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท

วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.56 น.

วันที่ 19 สิงหาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ” ว่าข้อความว่า ชาวนาคนไหนมีสิทธิ แต่ยังไม่ได้รับ รีบเช็กด่วน “พี่ต่อ แจ้งเตือน ไร่ละ 1,000 ผ่าน ธ.ก.ส. ช่วยเหลือชาวนา จ่ายเงินถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้!! ครม. เห็นชอบ ขยายระยะเวลาโครงการ “สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 และขยายระยะเวลาการจ่ายเงินออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565

ที่ผ่านมารัฐบาลมีความเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนาไทยมาโดยตลอด จึงได้ออกนโยบายต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว ผ่านการจัดสรรค์งบประมาณไปยังกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำไปพัฒนา สนับสนุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย

มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว คือ นโยบายสร้างความยั่งยืนของการพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนค่าต้นทุนการผลิตข้าวและค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 4.60 ล้านครัวเรือน พื้นที่ประมาณ 62 ล้านไร่ ใช้งบประมาณปีละประมาณ 54,000 ล้านบาท (โดยไม่รวมงบประมาณโครงการหรือนโยบายการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวหลักของรัฐ เช่น ประกันรายได้เกษตรกร และมาตรการคู่ขนานอื่นๆ)

ซึ่งค่าลดต้นทุนและค่าเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนให้กับเกษตรกรโดยตรง ผ่าน ธ.ก.ส. โดยไม่ต้องมีการติดตามว่าเกษตรกรจะนำไปใช้จ่ายที่ตรงเป้าหมายที่รัฐกำหนดหรือไม่ จึงทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก

และเนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนรอบที่ 1 ปีการผลิต 25624/65 ณ วันที่ 16 มีนาคม 2565 มีจำนวนเพิ่มขึ้น หมายความว่ายังมีเกษตรกรที่ตกค้างรอเงินช่วยเหลือชาวอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้มีการขออนุมัติ ขยายระยะเวลาโครงการ “สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 และขยายระยะเวลาการจ่ายเงินออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565

เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สามารถเช็ก “เงินช่วยเหลือชาวนา” ผ่าน 5 ช่องทาง ดังนี้ เช็กสถานะโอนเงินได้ที่ chongkho.inbaac.com คลิกที่นี่ เช็กจากบัตร ATM ปรับสมุดเงินฝากที่ธนาคาร กดสมัครเช็กเงินเข้าออกผ่านไลน์ของ ธ.ก.ส. (ฟรี) โดยเพิ่มเพื่อน ไอดี @baccfamily และเช็กผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile